วันอังคารที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2553

1 มิถุนายน "วันดื่มนมโลก"


ตั้งแต่เด็กๆ เราคงคุ้นเคยกับประโยคเชิญชวนที่ว่า "ดื่มนมเยอะๆ ตัวจะได้สูงๆ" แต่ในความเป็นจริงแล้ว "นม" ไม่ได้ให้คุณประโยชน์แค่ความสูงสำหรับเด็กๆ เท่านั้น นมยังเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่ให้คุณประโยชน์สำหรับทุกเพศทุกวัย คุณค่าของนมมีมากมายและมีความสำคัญสำหรับผู้คนทั่วโลก โดยมีการกำหนดให้เป็นวันสากลของการดื่มนมระดับโลกเลยทีเดียว

องค์การ อาหารแห่งสหประชาชาติ หรือ The Food and Agriculture Organization หรือ FAO กำหนดให้วันที่ 1 มิถุนายนของทุกปี เป็นวันดื่มนมโลก (World Milk Day) เพื่อให้ประเทศต่างๆ และองค์กรที่ให้ความสำคัญและสนับสนุนการบริโภคนม ร่วมกันจัดกิจกรรมรณรงค์และกระตุ้นให้เห็นความสำคัญของการบริโภคนม ด้วยการให้ความรู้และคุณประโยชน์ของนมแก่ประชาชน

ปัจจุบันมีมากกว่า 35 ประเทศทั่วโลกที่จัดกิจกรรมวันดื่มนมโลก เช่น จีน อินเดีย เวียดนาม อังกฤษ ออสเตรเลีย สวีเดน เดนมาร์ก เป็นต้น

สำหรับในประเทศไทย กิจกรรม "วันดื่มนมโลก" จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ในปีนี้ โดยบริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ไทย) จำกัด บริษัทผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์ในกระบวนการผลิตและบรรจุอาหาร รวมถึงบรรจุภัณฑ์แบบปลอดเชื้อ หรือกล่องยูเอชที ร่วมกับมูลนิธิโรคกระดูกพรุนแห่งประเทศไทย ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และบริษัทผู้ผลิตนมพร้อมดื่มในประเทศไทย จัดกิจกรรมเผยแพร่เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการบริโภคนม เพื่อสร้างเสริมสุขภาพที่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบริโภคนมเพื่อช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน

นางกลอยตา ณ ถลาง ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรบริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ไทย) จำกัด กล่าวว่า ในปี 2550 มีการบริโภคนมประมาณ 242,000 ล้านลิตร สำหรับชาติในแถบเอเชีย โดยเฉพาะประเทศอินเดียและจีนมีอัตราการบริโภคนมที่สูงขึ้นเรื่อยๆ โดยในอินเดียมีอัตราการบริโภคนมในปี 2550 ประมาณ 5 หมื่นล้านลิตร สูงเพิ่มขึ้นจากปี 2549 ประมาณ 1,400 ล้านลิตร ส่วนจีน 17,500 ล้านลิตรเพิ่มขึ้นจากปี 2549 ประมาณ 1,500 ล้านลิตร ในขณะที่ญี่ปุ่นมีอัตราการบริโภคมากกว่า 6,000 ล้านลิตรในปี 2550

สำหรับ ไทย อัตราการบริโภคนมยังค่อนข้างน้อย โดยรวมเพียง 1,600 ล้านลิตร แบ่งเป็นการบริโภคนมยูเอชทีเฉลี่ย 10 ลิตรต่อคนต่อปี ทำให้คนไทยส่วนใหญ่ประสบปัญหาขาดแคลเซียม ส่งผลให้ต้องเผชิญภาวะโรคกระดูกพรุน โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่อยู่ในวัยทำงานและผู้สูงอายุ

ด้านมูลนิธิโรคกระดูกพรุนนานาชาติ (International Osteoporosis Foundation หรือ IOF) ระบุว่า นมและผลิตภัณฑ์จากนมอื่นๆ เป็นอาหารพร้อมบริโภคที่หาได้ง่าย จัดอยู่ในกลุ่มอาหารที่มีแร่ธาตุแคลเซียมสูงที่สุด ซึ่งมีความสำคัญอย่างมากในการเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง โดยเป็นแคลเซียมที่ร่างกายดูดซึมไปใช้ได้ดีที่สุด และยังเป็นแหล่งรวมสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย เพราะให้ทั้งโปรตีนและเกลือแร่ที่สำคัญ เช่น ฟอสฟอรัส คาร์โบไฮเดรต ไขมัน และวิตามิน

นมช่วยสร้างความแข็งแรงให้กระดูกตั้งแต่อายุยัง น้อยๆ จะช่วยป้องกันไม่ให้กระดูกแตกหักได้ง่ายเมื่ออายุมากขึ้น เพราะเมื่ออายุ 35 ปีขึ้นไป ร่างกายของคนเราจะค่อยๆ เริ่มสูญเสียกระดูกมากกว่าที่จะสร้างกระดูก วิธีง่ายๆ ที่จะช่วยรักษากระดูก และเกิดการสูญเสียกระดูกน้อยที่สุดคือการดื่มนมเป็นประจำ เพื่อให้ร่างกายได้รับแคลเซียมอย่างเพียงพอ ซึ่งจะส่งผลต่อสุขภาพฟันที่ดี

ขณะเดียวกัน ธาตุอาหารในนม ทั้งโพแทสเซียม แมกนีเซียม และแคลเซียม ล้วนมีส่วนช่วยไม่ให้ความดันโลหิตสูงเกินกว่าปกติ

สำหรับ สาวๆ มีข้อมูลน่าสนใจว่า นมไม่ได้ทำให้อ้วน ไม่ว่าจะเป็นนมสด นมพร่องไขมัน หรือนมไม่มีไขมัน มีปริมาณไขมันแค่เพียง 3.9%, 1.7%, และ 0.3% เท่านั้น

การดื่มนมเป็นประจำอย่างต่อเนื่องตั้งแต่อายุยังน้อยๆ จนอายุมากขึ้น ยังป้องกันโรคกระดูกพรุนซึ่งกำลังเป็นโรคที่คุกคามประชากรทั่วโลก โดยโรคนี้มีผลกระทบต่อผู้หญิงหนึ่งในสามคน และผู้ชายหนึ่งในห้าคนทั่วโลกที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป และคาดการณ์กันว่า ในปี 2599 จะมีผู้ป่วยโรคกระดูกพรุนในแถบเอเชียเพิ่มสูงขึ้นกว่าร้อยละ 50 นมจึงเป็นเครื่องดื่มที่เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย เพราะสารอาหารที่มีอยู่ในนมมีคุณค่าต่อการสร้างเสริมร่างกายให้แข็งแรง

ผู้ สนใจร่วมกิจกรรมวันดื่มนมโลกกับเต็ดตรา แพ้ค พบกันที่ลานด้านหน้าสยามดิสคัฟเวอรี่ เซ็นเตอร์ ในวันศุกร์ที่ 30 พ.ค.นี้ ตั้งแต่เวลา 11.00 น. เป็นต้นไป


ที่มาจาก หนังสือพิมพ์

ตั้งกระทู้ คนที่อาจใช่...


เราทุกคน ต่างก็รอคอยใครคนนั้นของตัวเองกันทั้งนั้น
แต่ถ้าเราจะรอเพียงโชคชะตาให้พาเขามาพบ เจออย่างเดียว
เราก็ ไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหน..
หรือบางทีอาจเคยพามาแล้ว ?
แต่เรากลับมองผ่านเลยไป ..


ความสัมพันธ์ของคนคู่หนึ่งคง เริ่มต้นไม่ได้...
ถ้า ไม่มีการลองเปิดใจให้กันดู

ลองเปิดใจตัวเอง แล้วมองดูใกล้ๆ ตัว
ว่า มีใครที่เราเคยมองข้ามไปหรือเปล่า

ใครคนนั้น...ที่เราเคยคิดว่า ไม่ใช่คนที่เรากำลังตามหา
แต่ถ้าเราลองมองเขาให้ลึกกว่าเดิม
ลองที่จะเรียนรู้จักกันให้มากกว่าที่เป็นอยู่

บางทีส่วนหนึ่งในตัวเขา
อาจเป็นคนๆ เดียวกับที่เราเคยแอบเก็บซ่อนอยู่ในหัวใจก็ได้


อย่าได้คิดว่า การเปิดใจรับใครสักคนเข้ามานั้น
เป็นแค่การให้โอกาสกับคนอื่น
แต่ความจริงแล้ว
เป็นการให้โอกาสกับตัวเองต่างหาก

ลองแลกใจให้กับใครสักคน
ความรู้สึกดีๆ ที่มีให้กันในวันนี้
อาจพัฒนากลายเป็นความรักที่เรารอคอยก็ ได้...ใครจะรู้


และถึงแม้ว่า มันอาจจะไปไม่ถึงตรงนั้น
ก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าเสียดายหรือผิดหวังตรงไหน
เพราะคงไม่น่าจะมี อะไรแล้วที่แย่ไปกว่า
การ ปิดโอกาสตัวเอง...
ไม่ ให้ได้รู้จักรักใครอีกเลยมากกว่า


ความรักก็เหมือนอากาศ
ถึงแม้จะมองไม่เห็น แต่เรารู้ว่ามันมีอยู่จริง
และมันก็คงมาอยู่ใกล้ๆ ให้เราได้สัมผัส
พร้อมกับ "คนที่ใช่" ไม่วันใดก็วันหนึ่ง...

เลือกนาฬิกาอย่างไร ให้เหมาะรับข้อมือ

ผู้หญิงอย่างเราๆ นอกจากจะสวยด้วยการแต่งหน้าและดูแลผิวพรรณแล้ว เครื่องแต่งกายและเครื่องประดับก็เป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้คุณสาว ๆ ทั้งหลายเปล่งประกายความสวยได้อย่างใจปรารถนา แต่ก็ต้องเลือกแต่งให้เหมาะเข้ากับบุคลิกและรูปร่างของเราด้วยนะคะ

ฉะนั้นเมื่อพูดถึงเครื่องประดับ ผู้หญิงหลายคนชอบที่จะใส่ตุ้มหู สร้อยคอ แหวน ประดับบนร่างกายเพื่อเพิ่มสีสันให้กับเสื้อผ้าที่สวมใส่ รวมถึงเครื่องประดับอย่างหนึ่งที่มักจะขาดไม่ได้ นั่นคือ นาฬิกา ซึ่งนาฬิกาสมัยนี้ ไม่ว่าจะมีราคาถูกหรือแพงก็ตาม ล้วนแล้วแต่มีดีไซน์เก๋ ๆ ดูหรูและมีค่า การซื้อนาฬิกาข้อมือสักเรือนหนึ่ง สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการเลือกซื้อ นาฬิกาข้อมืออย่างไรให้แลดูเหมาะและรับกับข้อมือของคุณมากที่สุด

ผู้หญิงข้อมือเล็ก นาฬิกาที่ไม่เหมาะและไม่ควรจะเลือก คือนาฬิกาที่เป็นสายเหล็กหรือสายหนัง เพราะทำให้คุณต้องตัดสายนาฬิกาหลังจากซื้อแล้ว ถ้าลองใส่แล้วหลวมขนาดต้องตัดสายจนหมดระยะบังคับแล้วก็ยังหลวมอยู่มาก ทำให้คุณต้องตัดสายเกินกว่าที่กำหนด สายจะบิดไปด้านใดด้านหนึ่งและไม่อยู่กึ่งกลางของข้อมือ ดังนั้นเวลาใส่จะทำให้ เคลื่อนไหวข้อมือไม่ถนัด และที่สำคัญคือทำให้นาฬิกาแลดูไม่สวย ดังนั้นนาฬิกาที่เหมาะสมสำหรับคนข้อมือเล็กมากที่สุดก็คือ นาฬิกาแบบกำไล

โดยปกติแล้วนาฬิกาแบบกำไล ที่ได้มาตรฐานจะมีแบบให้เลือก 3 ขนาดคือ เล็ก กลาง ใหญ่ คุณควรเลือกแบบ ที่พอดี คือไม่แน่นหรือหลวมจนเกินไป เมื่อใส่แล้วควรเลื่อนขึ้นเลื่อนลงได้สะดวก สำหรับตัวเรือนนั้น สาว ๆ ที่มีข้อมือเล็กควรเลือกนาฬิกาที่มีหน้าปัดแบบสี่เหลี่ยมจัตุรัสหรือแบบวงรี เล็ก เพราะเวลาใส่จะทำให้มีที่เหลือบนข้อมือ ทำให้ข้อมือไม่ดูเล็กเกินไป และที่สำคัญไม่ควรเลือกหน้าปัดแบบสี่เหลี่ยมผืนผ้า เพราะขนาดตัวเรือนที่ทั้งยาวและใหญ่จะบังพื้นที่บนข้อมือหมด และทำให้ข้อมือดูเล็กกว่าปกติ ส่วนสีของหน้าปัดนั้นควรเลือกโทนสีขาวหรือสีครีม เพราะ จะช่วยให้ข้อมือดูสว่างขึ้น

ผู้หญิงข้อมือใหญ่ การเลือกนาฬิกาสามารถเลือกได้ทุก แบบ ถือเป็นข้อดีของสาวข้อมือใหญ่ทีเดียวค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน้าปัดสี่เหลี่ยมผืนผ้า จะทำให้ข้อมือใหญ่ ๆ ของคุณดูสวยเรียวงามเป็นธรรมชาติ แต่ ถ้าสาวคนไหนเป็นสปอร์ตเกิร์ลละก็ ขอแนะนำให้เลือกใส่ขนาดเดียวกับของหนุ่มๆ ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 40 มม. เพียงแต่ต้องเลือกแบบให้เหมาะสมกับบุคลิกและการแต่งตัวด้วยเท่านั้น

เคล็ดลับดี ๆ ในการดูแลรักษานาฬิกาของคุณ หากคุณต้องการให้นาฬิกาเรือนโปรดของคุณ สามารถใส่ไปได้นาน ๆ โดยไม่ต้องซ่อมหรือซื้อใหม่บ่อย ๆ คุณควรหมั่นเช็กนาฬิกาเรือนโปรดว่า เข็มหรือตัวเลขบอกเวลายังเดินเป็นปกติหรือเปล่า ซึ่งถ้านาฬิกาหยุดเดินหรือเดินช้าไป อาจสันนิษฐานได้ว่าถ่านอาจจะหมด ควรเปลี่ยนถ่านนาฬิกาล่วงหน้าก่อนที่มันจะหมดลานนะคะ เพราะการทิ้งถ่านเก่าไว้นาน ๆ สารจากถ่านจะรั่วและกัดกร่อน ทำให้เฟืองนาฬิกาเสียได้

บางครั้งปัญหาที่เกิดขึ้นอาจจะมาจากสาเหตุอื่น เช่น ฝุ่นละอองและน้ำ โดยเฉพาะน้ำ ถึงแม้ว่าจะเป็นนาฬิกากันน้ำก็เถอะ คุณไม่ควรใส่นาฬิกาเวลาอาบน้ำ ว่ายน้ำหรือดำน้ำ เพราะการโดนน้ำบ่อย ๆ ทำให้ความชื้นค่อย ๆ แทรกซึมเข้าไปเกาะอยู่ในตัวเรือนนาฬิกาได้ ทำให้เกิดคราบออกไซด์ เมื่อสะสมนาน ๆ อาจทำให้นาฬิกาคุณเสียไปเลยก็ได้

ขณะใส่นาฬิกาอยู่ควรระมัดระวังเรื่องกระแทกหรือทำให้นาฬิกาเรือนโปรดเกิด รอยร้าว โดยที่เราไม่รู้ตัว เพราะจะทำให้ฝุ่นหรือความชื้นเล็ดลอดเข้าไปตามรอยร้าวเล็ก ๆ พวกนั้นได้

10 ภาพลวงที่คุณไม่ควรเชื่อสายตาตัวเอง

“อย่าเชื่อในสิ่งที่ตาเห็น" เป็นคำอธิบายดีที่สุดสำหรับ 10 "ภาพลวงตา" ที่ไซแอนทิฟิกอเมริกันคัดมานำเสนอจากภาพดีที่สุด 169 ภาพ












ความสว่างและสีสันมีผลอย่าง มากต่อการรับรู้ สำหรับภาพนี้สร้างขึ้นโดย เอ็ดวาร์ด เอช.อเดลสัน (Edward H. Adelson) จากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเสตต์ส (Massachusetts Institute of Technology) ซึ่งสี่เหลี่ยม A และ B เป็นสีเทาเฉดเดียวกัน แต่หากใครไม่เชื่อสามารถปริ้นท์นี้ออกมา แล้วตัดสี่เหลี่ยมทั้งสองมาเทียบเฉดสีกันได้ เหตุที่เราเห็นเฉดสีสี่เหลี่ยมทั้งสองต่างกัน เพราะสมองของเราไม่ได้รับรู้ความสว่างและสีที่แท้จริงของสี่เหลียมแต่ละอัน หากแต่เราประเมินความสว่างและสีของสี่เหลี่ยม A และ B จากการเปรียบเทียบกับสี่เหลี่ยมอื่นที่อยู่รอบๆ











ภาพหอเอียงเป็นหนึ่งในภาพลวง ตาอย่างง่ายๆ และเป็นหนึ่งในภาพที่ทำให้เราเข้าใจเรื่องการรับรู้ความลึกได้มากที่สุด โดยเมื่อ 3 ปีที่แล้ว เฟรเดอริก คิงดอม (Frederick Kingdom) อาลี ยูนเนสซี (Ali Yoonessi) และ เอลีนา เจออร์กิว (Elena Gheorghiu) จากมหาวิทยาลัยแมคกิลล์ (McGill University) สังเกตว่าภาพหอเอนเมืองปิซาที่เหมือนกันทุกกระเบียดนั้น ดูคล้ายเอนในมุมที่แตกต่างกัน ที่เราเห็นเช่นนี้ เพราะหอเอนในสองภาพไม่เอนเข้าหากันและไม่เอนห่างออกจากกัน สมองจึงเกิดการรับรู้ที่ผิดพลาดว่า หอเอนทั้งสองไม่ขนานกันและกำลังแยกห่างจากกัน











เมื่อเราจ้องไปที่ภาพนี้ เส้นประสาทที่จอเรตินาจะปรับเข้ากับสิ่งกระตุ้นที่ไม่เปลี่ยนแปลงนี้และจะ หยุดตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้น หากเราเบือนสายตาไปที่อื่นเรายังจะได้เห็นภาพหัวกะโหลกไปสักพัก ก่อนที่เส้นประสาทของจอเรตินาจะเปลี่ยนไปตอบสนองต่อสภาวะกระตุ้นใหม่ ทั้งนี้ลองจ้องที่ตัว x ตรงดวงตาขวาของหัวกะโหลกนาน 30 วินาที แล้วมองไปที่กระดาษเปล่าหรือผนังว่างๆ เราจะเห็นภาพหัวกะโหลกปรากฏขึ้น











บางครั้งเรามองเห็นสีที่ไม่ ได้ปรากฏอยู่ อย่างภาพนี้บริเวณที่กากบาทเล็กๆ สีสันต่างๆ ปรากฏเหมือนมีสีสันกระจายรอบๆ ที่ว่างซึ่งกากบาทตัดกัน เป็นปรากฏการณ์ที่รู้จักว่า "การกระจายสีนีออน" เพราะคล้ายกับเปล่งแสงของนีออน ซึ่งมีการรายงานการค้นพบนี้โดย ดาริโอ วาริน (Dario Varin) จากมหาวิทยาลัยมิลาน (University of Milan) อิตาลี เมื่อปี 1971 และมีการค้นพบอีกครั้งหลังจากนั้นไม่กี่ปีโดย แฮร์รี วาน ทุยจ์ล (Harrie van Tuijl) จากมหาวิทยาลัยนิจเมเกน (University of Nijmegen) เนเธอร์แลนด์ แต่สาเหตุโดยธรรมชาตินั้นยังเป็นที่ทราบ











สมองของเราถูกปรับให้รับรู้ ระลึกและจดจำใบหน้าไปอย่างประหลาด จากการศึกษาภาพที่บ่งบอกเพศของ ริชาร์ด รัสเซลล์ (Richard Russell) นักจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยเกตตีเบิร์ก (Gettysburg College) นั้น ภาพใบหน้าด้านซ้ายถูกรับรู้ว่าเป็นภาพของผู้หญิง ขณะที่ภาพด้านขวาถูกรับรู้ว่าเป็นภาพของผู้าย ทั้งๆ ที่สองภาพนี้เหมือนกัน ยกเว้นการปรับความต่างของแสงระหว่างตาและปาก และส่วนอื่นของภาพหน้าด้านขวาที่เข้มกว่าภาพหน้าด้านซ้าย ภาพนี้แสดงให้เห็นว่าความต่างของแสงมีความสำคัญต่อการตีความเพศบนใบหน้า และอาจจะอธิบายได้ว่าเหตุใดเครื่องสำอางจึงทำให้ผู้หญิงดูเป็นหญิงมากขึ้น











ในฐานะที่เป็นสัตว์สังคม มนุษย์มีความสนใจจดจ่อต่อจุดที่คนอื่นกำลังมอง ปวัน สิงห์ (Pawan Sinha) นักวิจัยด้านการมองจากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเสตต์ส (Massachusetts Institute of Technology) แสดงให้เราเห็นด้วยภาพนี้ว่า สมองของเราประเมินทิศทางการจ้องมองจากการเปรียบส่วนที่มืดของดวงตา ซึ่งเป็นม่านตาและตาดำกับส่วนที่เป็นสีขาวของดวงตา ในภาพซ้ายซึ่งเป็นสีปกติเราเห็นชายในภาพมองไปด้านซ้ายของเขาเอง แต่อีกภาพที่ปรับสีตรงกันข้าม เราเห็นเขามองในทิศทางตรงกันข้าม แม้ว่าหน้าเขาจะหันไปทางซ้ายของเขาเองก็ตาม ถึงเราทราบว่าท่านม่านตาของภาพขวานั้นคือตาขาวจากการกลับสีของภาพ แต่เราก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงการรับรู้ของเราได้











วิธีที่เรามองสิ่งต่างๆ นั้นขึ้นอยู่กับกรอบความคิดของเรา ในภาพ "ข้อความรักจากโลมา" นี้ หากให้ผู้ใหญ่มอง เขาจะเห็นคู่รักเปลือยกอดกันอย่างรักใคร่ แต่หากให้เด็กๆ มองแล้วพวกเขาจะเห็นแต่โลมาเท่านั้น











ศิลปะ "ออพอาร์ต" (op art) เป็นภาพเคลื่อนไหวของโครงสร้างที่หยุดนิ่ง ซึ่งทำให้เกิดการรับรู้ของการเคลื่อนไหว ในภาพนี้เป็นภาพ "อินิกมา" (Enigma) อันโด่งดังของ อิเซีย เลอเวียงท์ (Isia Léviant) ศิลปินฝรั่งเศส ซึ่งถูกนำมาตีความอีกครั้งโดย จอร์จ โอเตอโร-มิลลัน (Jorge Otero-Millan) นักประสาทวิทยาและวิศวกรจากสถาบันประสาทวิทยาแบร์โรว์ (Barrow Neurological Institute) ในฟีนิกซ์ สหรัฐฯ ซึ่งวงแหวนสีเขียวเหมือนกำลังเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว ราวกับรถยนต์เล็กๆ นับล้านกำลังขับเลี้ยวหักศอก การเคลื่อนไหวของดวงตาอย่างรวดเร็วนี้ซึ่งเรียกว่า "ไมโครแซคเคดส" (microsaccades) นี้ตอบสนองกับภาพนี้











ภาพที่ไม้น่าจะเป็นไปได้อย่าง ภาพสามเหลี่ยม "เพนโรส" (Penrose) นี้ให้ภาพ 3 มิติที่ฝืนกฎของธรรมชาติ โดยแต่ละมุมของสามเหลี่ยมดูน่าจะเป็นจริง ดังนั้นสมองจึงยอมรับวัตถุนี้ทั้งหมด แม้จะไม่สามารถเป็นจริงได้

อยาง ไรก็ดี เบรน แมคเกย์ (Brian McKay) ศิลปินรายหนึ่งได้สร้างสามเหลี่ยมที่ไม่น่าจะมีอยู่จริงที่ว่านี้ขึ้นมา ณ เมืองเพิร์ธ ออสเตรเลีย ด้วยความร่วมมือกับอาหมัด อาบัส (Ahmad Abas) ซึ่งเป็นสถาปนิก แต่มีบางมุมเท่านั้นที่จะมองเห็นสถาปัตยกรรมนี้เป็นรูปสามเหลี่ยม











สมองของเรานั้นค่อยพัฒนาให้ ตรวจตราสิ่งต่างๆ ได้รวดเร็วซึ่งมีความสำคัญต่อการอยู่รอด ในภาพ "ฟูดสเคป" (foodscape) ที่สร้างขึ้นโดยคาร์ล วอร์เนอร์ (Carl Warner) นั้น มีเนื้อและขนมปังที่กระตุ้นวงจรในสมองของเราให้ระลึกถึงอาหาร ขณะเดียวกันก็นึกถึงภูมิทัศน์อื่นๆ เ่น ต้นไม้ถนน และสิ่งก่อสร้าง เป็นต้น

ยัง มีภาพลวงตาที่น่าทึ่งรวม 169 ภาพที่ไซแนทิฟิกอเมริกันรวบรวมไว้ในวารสาร "มายด์" (MIND) ในฉบับพิเศษ "169 สุดยอดภาพลวงตา" (169 Best Illusions)


คุณคิดว่า "คุณค่า" คืออะไร





คุณ = มีประโยชน์

ค่า = ระดับการเปรียบเทียบ การให้ความสำคัญ

ชัดเจน ว่า ทั้งสองคำ ขึ้นอยู่กับบุคคล ขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อม



ตัวอย่างประกอบ


- น้ำดื่มจำนวนน้อยนิด จะมีค่ามาก เมื่ออยู่ในที่กันดาร หาน้ำกินได้ลำบาก

- น้ำมัน หากว่าใกล้จะหมด หามาเพิ่มหรือทดแทนไม่ได้ ราคาย่อมสูงขึ้นๆ

... แต่ผู้ใช้ชีวิตอย่างพอเพียง ไม่พึ่งน้ำมัน ไม่พึ่งเทคโนโลยี แต่พึ่งตนเอง พึ่งธรรมชาติ ย่อมไม่มีผลกระทบกับการที่น้ำมันมีราคาแพง

- เพชร ทองคำ มีราคาสูงมากขึ้นๆ ... แต่ก็มีคนจำนวนมาก ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับ เพชร หรือ ทองคำเลยแม้แต่น้อย

มีตัวอย่างมากมาย รอบตัวเรา ทุกอย่างที่เราเกี่ยวข้อง
จะ เกี่ยวกับการให้ "คุณค่า" อยู่ตลอดเวลา

- การเดินแบบ แฟชั่นโชว์ มีคุณค่า เกี่ยวข้องกับใครบ้าง

- การแข่งขันฟุตบอลอาชีพ ฟุตบอลของสโมสรต่างๆ ของประเทศอังกฤษ หรือประเทศอื่นๆมีคุณค่าอะไร เกี่ยวข้องกับใครบ้าง

- การทำละครทีวี เรื่องซ้ำๆเดิมๆ วนๆกลับมา ครั้งแล้วครั้งเล่า มีคุณค่า เกี่ยวข้องกับใครบ้าง
ฯ ล ฯ

สิ่งเหล่านี้ ล้วนเกิดขึ้น คงอยู่ แปรเปลี่ยนไป
เสื่อมหรือหายตายจากไปได้
ตามแต่เหตุปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
เป็นไปตามหลัก อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

คุณค่าที่แท้จริง อยู่ที่ใจของเรา ... หาใจของเราเองให้พบ ก็จะพบความจริง

*** เราคิดอยู่ตรงไหน รู้สึกอยู่ตรงไหน
... จิตใจของเราก็อยู่ตรงนั้น โลกทั้งโลก
คุณค่าต่างๆ ก็รับรู้ ปรุงแต่ง เกิด ดับ เสื่อมสลาย อยู่ตรงนั้น ***

♣ ความรักพูดกันไม่มีวันจบสิ้น ♣



เพราะ รักในแบบของใคร ก็เป็นแบบของมันไม่มีแบบแผนตายตัว
อย่าฝืนใจรัก ถ้ามันไม่ใช่ ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะคบใครสักคนเพียงเพราะ อยากจะมีใครสักคน
อย่าชิงสุกก่อนห่าม เพราะผู้ชายที่ไม่รู้จักอดทนอดกลั้นเพื่อถนอมหญิงที่รัก แสดงว่าเขาไม่ได้รักคุณหรอก เค้ารักตัวเองมากกว่า
อย่าเปลี่ยนตัวเอง เพียงเพื่อให้เขามารัก เพราะจะทำได้ไม่นาน วันนึงคุณจะรู้สึกเหนื่อยเพราะความรัก ที่ไม่เป็นตัวของตัวเอง
อย่าหลง ในรสชาติของความรัก เสียจนลืมชีวิตประจำวันของตัวเอง หรือสูญเสียความเป็นส่วนตัว
คนที่พร้อมจะอยู่กับคุณโดยที่คุณไม่ต้อง เปลี่ยนแปลงอะไรในชีวิตเลย
คนที่พร้อมจะเดินหน้าเมื่อคุณเดินหน้า
คน ที่พร้อมจะถอยหลังไปกับคุณ
คนที่ไม่ยอมให้คุณเดินตามหลัง ขอเพียงเดินเคียงข้างหรือนำหน้า
คนที่ไม่บังคับให้คุณ ทำอะไรในแบบที่คุณไม่ชอบ
คนที่ไว้ใจ ให้อภัย ให้โอกาส ซื่อสัตย์ และให้เกียรติ คุณ
...นั่นแหล่ะ คือคนที่รักคุณจริง.....
จงถนอมคน เหล่านี้ไว้ อย่าปล่อยให้เขาไปจากคุณ..
เพราะคุณจะเสียใจหากเขาเปลี่ยน ไปหยิบยื่นความโชคดี
ที่ควรจะเป็นของคุณไปให้คนอื่น
คนที่รักคนที่ เปลือกนอกมีอยู่เยอะเหลือเกิน.
ชีวิตคนคนนึงจะมีคนที่รักคุณจริงผ่านมา สักกี่คน
ใครที่บอกว่ารักคุณ แล้วพยายามจะเปลี่ยนคุณ ดึงคุณให้เดินตามทางของเขา
เขาไม่ได้รักคุณจริงหรอก...เขารักตัวเอง
จง เชื่อในพรหมลิขิต
จงเชื่อในเหตุการณ์ที่นำพาความรักมาให้
จงเชื่อ ว่าในโลกนี้ไม่มีเส้นขนาน
อย่าบอกว่าไม่รัก ถ้าไม่สามารถสบตาเขาอย่างบริสุทธิ์ใจได้
อย่าบอกว่ารัก ถ้าคุณไม่รู้สึกวูบวาบเวลาอยู่ใกล้ๆ
อย่าบอกว่าไม่คิดถึง ถ้า หัวใจไม่อาจลืม
อย่าบอกว่าคิดถึง ถ้า เพิ่งจากกันไม่ถึง1นาที
อย่า ทิ้งหัวใจของคุณไว้กับอดีต
อย่าคิดว่าอดีตไม่มีวันหวนคืน
อย่าคิด ว่าไม่มีพรุ่งนี้
อย่าลืมบทเรียนของเมื่อวาน
ทุกชีวิตยังมีความหวัง อยู่เสมอ

จงปล่อยให้ชีวิตดำเนินต่อไป..วันนึงถ้าชีวิตหวนคืนมาสู่ ทางสายเก่าที่เคยทำให้

คุณมีความสุขระหว่างเดินทางในแต่ละก้าว..จง อย่าเดินเลี่ยงมันไปอีก
เพราะน้อยนักที่ถนนสายเดิมยังคงสภาพเดิมเพื่อรอ ให้คุณเดินย้อนกลับมา..
ลองเดินต่อไปสิ..บางทีคุณอาจจะเจอจุดหมายที่คุณ ค้นหามาตลอดชีวิต
ในเส้นทางที่คุณเคยเดินเลี่ยงมันไปก็ได้...

+++ Hamster +++

+++ Playlist +++


MusicPlaylistRingtones
Create a playlist at MixPod.com

+++ coming soon +++