วันพฤหัสบดีที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2553

เบื่อเรียนจะแย่ แก้ยังไง


ฝ่าด่านอรหันต์สู้อารมณ์เบื่อ!

สีกระชากอารมณ์
การ จดโน้ตเป็นวิธีเยี่ยมที่ช่วยให้เราตื่นตัวเสมอ แต่เพื่อให้น่าสนใจขึ้นอีก ควรจดแบบมีลูกเล่นสักหน่อย อย่างเปลี่ยนสีปากกาที่ใช้จดทุกๆ 15 นาที หรือเขียนตัวใหญ่บ้างเล็กบ้างสลับกัน อีกอย่าง ถ้าได้เบรกพักระหว่างชั่วโมงเรียนบ้าง ก็จะช่วยให้เวลาผ่านไปเร็วเหมือนติดปีก และทำให้คุณตั้งใจเรียนมากขึ้นได้!

สดชื่นด้วยมินต์
ถ้า รู้สึกง่วงเหงาหาวนอนละก็ ลูกอมเปปเปอร์มินต์เย็นซ่าช่วยได้มากทีเดียว เลือกแบบที่รสซ่าแรงๆ ไปเลย ปลุกสมองให้ตื่นตัว ช่วยให้สดชื่นกระปรี้ประเปร่าดีนักแหละ

วาดไปเรื่อยเปื่อย!
คุณ อาจจะคิดว่า ตัวเองกำลังใจลอยวาดสะเปะสะปะไปสารพัดตอนที่ฟังครูสอน แต่การวาดอะไรไปเรื่อยเปื่อยมันก็คือการจดโน้ตอย่างนึงนั้นเอง ซึ่งจริงๆ แล้วช่วยให้สมองซึมซับรายละเอียดได้ดีเชียวละ เพราะสมองจะจำเป็นภาพแล้วก็จำได้แม่นด้วย ลองฟังในสิ่งที่ครูพูดแล้วปล่อยปากกาพาไปสิ

จดเรื่องฟุ้งซ่านเก็บไว้ก่อน
คุณ ไม่สามารถหยุดนั่งฝันกลางวันได้ใช่มั้ย ถ้างั้นก็เก็บเอาความคิดนอกเรื่องออกจากหัวเขียนลงบนกระดาษซะ เอาแบบสั้นๆ เป็นคำๆ หรือแค่ประโยคเดียวพอ ไว้ค่อยเอามาปะติดปะต่อกันทีหลัง เหมือนเป็นจิ๊ดซอว์ความคิดไง ทีนี้คุณก็จะเลิกฝันหันมามีสมาธิกับสิ่งที่ครูกำลังจะพูดมากขึ้น โดยไม่พลาดทุกฉากทุกตอนที่กำลังฝันหวานไปไงล่ะ

อะไรไม่ใช้เคลียร์ซะ
เมื่อ คุณเก็บแบบเรียนวิชาเคมี การบ้านพีชคณิต รวมทั้งมือถือลงจากโต๊ะ มีเฉพาะหนังสือที่กำลังเรียน ก็ไม่เหลืออะไรมาทำให้คุณวอกแวกอีกแล้ว ของที่วางเกลื่อนบนโต๊ะทำให้รวบรวมสมาธิยาก เพราะใจคุณจะมัวคอยจดจ่อกับทุกอย่างไปซะหมด

ผู้ชายเริ่มจากร้อย ผู้หญิงเริ่มจากศูนย์

เมื่อผู้ชายเริ่มรักผู้หญิงของตัวเอง . .

ทุกอย่างที่เป็นเธอ จะดูสวยงามและเพียบพร้อม

ไม่มีอะไรที่เขาไม่ชอบ ไม่พอใจ

,,,

วันเวลาผ่านไป. . .

เมื่อความเคยชินเข้ามาแทนที่ สิ่งที่เห็นอยู่ทุกวัน

อาจกลายเป็นสิ่งที่น่ารำคาญ
เธอไม่สวยงาม และน่าทะนุถนอมเหมือนแต่ก่อน
ทำไมเวลาจับต้องเธอแล้ว รู้สึกไม่เหมือนเดิม
ทำไมนิสัยไม่ดีของเธอ ถึงได้ผุดขึ้นมามากมายแบบนี้
เขารับเธอไม่ได้อีกต่อไป และทนไม่ได้กับการเปลี่ยนแปลงของเธอ

ในขณะที่ความรักของผู้หญิงเริ่มต้นจากศูนย์
เขายังมีสิ่งที่เธอคิดว่าเธอไม่ชอบทุกอย่างของเขา
แต่เมื่อเธอตัดสินใจลองคบหาเพื่อที่จะศึกษาสิ่งที่ดีในตัวเขา
,,,

วันเวลาผ่านไป . .
ทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่สุดบนโลกนี้
คะแนนที่มากมายมันเพิ่มขึ้นมาได้อย่างไร
ถึงขั้นนี้ . . .ทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นเขา
ช่างดูดีและน่าหลงใหล
จนรู้สึกว่า . . .เขาแทบจะกลายเป็นสิ่งเดียวในชีวิต
ที่ทำให้เธอมีชีวิตอยู่ได้ เธอพร้อมที่จะสละทุกอย่างที่มีอยู่
เพื่อที่จะให้เขาและเธออยู่ด้วยกันตลอดไป

,,,

วันนี้...ความรักของเธอเกินร้อย
ในทางกลับกัน ความรักของเขากลับลดลงจนเหลือศูนย์
ความรู้สึกที่ค้างคาอยู่ในใจของคนทั้งคู่
เหมือนกันคือ คำถามที่ว่า "ทำไม . . .อีกฝ่ายถึงเปลี่ยนไป"?

,,,
หากตัวแปรของความสัมพันธ์ ระหว่างคนสองคน อยู่ที่ความเปลี่ยนแปลงแล้ว
คงเร็วเกินไปที่จะโทษฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพียงคนเดียว |
เราต้องยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า “คนเรานั้น เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา”
และนี่คือ สัจธรรมที่แท้จริงบนโลกใบนี้เสียด้วย

คุณว่าจริงไหม....

http://webboard.yenta4.com/topic/390083

ความรักของผู้หญิง ไมได้เกิดขึ้นง่ายๆ

แฟนเก่ากลับมา ควรกลับไปหาไหม

คน ไม่ใช่สิ่งของ วางไว้แล้วกลับมาเอาเมื่อไหร่ก็ได้ มนุษย์มีความรู้สึก คำว่ารักคำเดียวกัน บอกคนละวันยังซึ้งใจไม่เท่ากันเลย นับประสาอะไรวันที่รอความรัก ความเห็นใจ เธอยังเดินไปอย่างไม่ใยดี วันนี้กลับมานึกหรือว่าความรู้สึกนั้นยังเหมือนเดิม แม้จะรักเธอแทบตาย แต่ฉันตายไม่ได้จริง ๆ เพราะเธอไม่ได้คู่ควรขนาดนั้น อุตส่าห์ขึ้นมาจากเหวได้แล้ว ถ้าจะตัดสินใจไปเดินเล่นบนปากเหวอีกสักที รักจริงเขาต้องรอไหว นอกซะจากว่าโดนทิ้งมา เลยโหยหาความมั่นใจ กลับมาหาคนที่ไม่มีวันทิ้งเขาไป แม้ว่าจะโดนทิ้งขว้างยังไงก็ตาม ลองคิดดูดี ๆ ไม่ต้องรีบ หรือจะลองพิจารณาจาก 7 ข้อ ดังนี้... ผู้หญิงนะคะดอทคอม

1. ถามตัวเองว่าไม่มีเขา เราอยู่ได้ใช่ไหม
ถ้า อยู่ได้อยู่ไปก่อนอย่ารีบร้อน วันที่เราเจ็บปางตายเขากับเดินหนีไปอย่างหน้าตาเฉย คนเข้มแข็งกลายเป็นคนอ่อนแออาจใช้เวลาแค่วันเดียว แต่กว่าที่คนอ่อนแอจะกลับมาเป็นคนเข้มแข็งเหมือนเดิม อาจใช้เวลาเป็นปีกว่าหัวใจดี ๆ จะฟื้นคืนสภาพ เราเท่านั้นที่รู้ อย่าปล่อยให้มันเจ็บซ้ำ ๆ จากคนเดิม ๆ

2. ให้เวลาทั้งเขาและเรา
ช่วง เวลาของการกำลังจะได้มา กับช่วงเวลาที่กำลังจะสูญเสียไป เป็นช่วงเวลาที่หอมหวานที่สุดของความรัก มันเป็นแค่ความตื่นเต้นของช่วงตะกายฝัน พออยู่ด้วยกันจริง ๆ กลับเฉย ๆ “เวลา” จะบอกได้เองว่าเขากลับมาเพราะรักเราหรือว่าเหงา มีเราก็ยังดีอยู่ เดี๋ยวพอมีแรงก็ไปหาคนอื่นอีก

3. เป็นเพื่อนไปก่อน
ตำแหน่ง บรรดาศักดิ์ที่บางคนอาจไม่ควรค่าด้วยซ้ำ ไม่ไหน ๆ ก็เคยรักกัน หยวน ๆ คบกันแบบเพื่อน คุยกันในเวลาที่สะดวก ไม่ทุรนทุราย ในเมื่อรักครั้งเก่าเราเร่มจาก 1 มาถึง 100 แล้วเธอก็พังมันซะราบ ถ้าจะกลับมาเราคงไม่นับ 1 ใหม่ แต่ต้องถอยไปถึงขั้นติดลบ

4. ฟอร์มกินไม่ได้ แต่สวย
ต่อ ให้ใจอยากวิ่งถลาเข้าไปกรี๊ดใส่ กอดเขาให้หนำใจ แต่ยังไงก็ต้องทำหน้าไม่ไว้ใจ เนียน ๆ เก็บความดีใจเอาไว้ให้ลึกสุดใจ อย่าให้เขาจับได้ว่าเรารอเวลาให้เขากลับมาทุกลมหายใจเข้าออก เล่นตัวบ้างอะไรบ้าง อย่าว่างทุกครั้งที่เขาชวน อย่า Cancel ทุกคนเพื่อรอเขาคนเดียว

5. หาข้อมูลแวดล้อม
จะ ทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ค หรือจากเพื่อน ๆ เช็กให้ดี ประวัติชีวิตรักก่อนซมซานกลับมาหาเรา เขาถูกทิ้งมาหรือเปล่า ยังไงความลับก็ไม่มีในโลก

6. ปฎิเสธอย่างไวแบบไม่ต้องคิด
ก็ แค่ลองวัดใจเฉย ๆ ถ้าเขาเปลี่ยนใจเดินหนีไปเลย แปลว่าเขาไม่ได้อยากกลับมาจริง ๆ ถ้าเราเป็นคนที่เขามั่นใจว่ายังไงก็ตัดสินใจไม่ผิด เขาคงมีวิธีที่ทำใหเรารู้ได้ว่าครั้งนี้เขาเอาจริง ผู้หญิงนะคะดอทคอม

7. พร้อมจะเจ็บอีกครั้งไหม
ถ้า รู้ว่ายังไงเจ็บแค่ไหนก็ไม่ตายอยู่ดี เดินกลับหลังหันเริ่มต้นใหม่กับคนที่เป็นหัวใจคนเดิมได้เลย ใช้เวลาด้วยกันอย่างเต็มที่ อาจจะดีก็ได้ เพราะต่างได้เรียนรู้แล้วว่าการไม่มีกันและกันมันแย่ขนาดไหน แต่ถ้าเขาทิ้งเราไปอีกรอบ ก็ถือซะว่าอย่างน้อยเราได้ให้โอกาสแล้วทั้ง 2 ฝ่าย

ถ้า วันนี้เราพร้อมเสี่ยง ค่อย ๆ รักไปอย่างใช้สติ คนเคยทำให้เราเจ็บแล้วครั้งหนึ่ง ทำไมจะทำให้เราเจ็บอีกไม่ได้ แต่ถ้าเขาใช้โอกาสที่เราให้เขาอย่างดี ก็ขอให้มีกันและกันตลอดไป แต่ว่าหากทุกอย่างเกิดผิดพลาด ก็ไม่ต้องตกใจ เราเคยรอดมาได้แล้วครั้งหนึ่ง

ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ก็สุขได้ด้วยการให้ 108 วิธี




ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ก็สุขได้ด้วยการให้ 108 วิธี

แม้ วันแม่เพิ่งจะผ่านพ้นไปเพียงหนึ่งวัน แต่เชื่อว่าหลายๆครอบครัวพร้อมที่จะเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆหรือทำอะไรดีๆต่อไป เรื่อยๆเพื่อให้แม่และทุกคนในครอบครัวมีความสุข และหากทุกคนมีความสุขแล้ว รู้จักการให้แก่คนในบ้านมาพอสมควร วันนี้ลองมาปรับเปลี่ยนตัวเองเพื่อเป็นผู้ให้แก่คนอื่นบ้างก็คงจะดีไม่น้อย

ทั้งนี้วิธีมอบน้ำใจให้แก่ผู้อื่น เราสามารถเริ่มต้นด้วยการมองและยิ้ม ต่อจากนั้นก็ใช้การทักทาย ฟัง และพูด น้ำใจสามารถส่งถึงกันได้ด้วยการเขียน และการกระทำ ทั้งต่อคนที่รู้จักกันแล้ว และที่ยังไม่รู้จักกัน ไม่ว่าเด็กเล็กหรือผู้ใหญ่ สามารถมอบน้ำใจให้แก่กันได้ทั้งสิ้น

วันนี้ทางทีมงาน Life and Family จึงขอเสนอ วิธีการ 108 วิธีเพื่อมอบน้ำใจให้แก่บุคคลอื่น ซึ่ง มันจะทำให้ทุกคนรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า เป็นที่รัก และชื่นชมสำหรับบุคคลอื่นเพิ่มขึ้น และโลกนี้จะน่าอยู่ น่าชื่นอยู่ขึ้นอีกมากทีเดียว


มองและยิ้ม

1.มองทุกคนที่พบกันด้วยสายตาที่เป็นมิตร อย่าคิดว่าคนอื่นจะประสงค์ร้ายต่อเราทั้งหมด แต่ก็ต้องระวังคนหลอกลวงไว้บ้าง

2.ยิ้มให้ทุกคนที่พบกัน ยิ้มด้วยสายตา ยิ้มด้วยใบหน้า ยิ้มด้วยจิตใจ อย่าทำหน้าบึ้งหน้างอ ถ้าวันไหนอารมณ์ไม่ดี ลองมองดูหน้าตนเองในกระจกเงาบ้าง

3.ทำความรู้จักกับคนที่ไม่รู้จัก โดยพยายามยิ้มให้และกล่าวคำทักทาย

4.โบกมือส่งยิ้มให้เด็กๆ ในรถนักเรียนที่แล่นผ่านไป ยิ้มให้เด็กๆในรถข้างๆ หรือเด็กที่มองตาของท่านผ่านกระจกหลังของรถคันหน้าที่ติดไฟแดง

5.มองคนในแง่ดี มองคนในแง่บวก พิจารณาว่า เขาทำอะไรด้วยความหวังดีอย่างไรบ้าง อย่ามองคนในแง่ร้าย หรือมองในแง่ลบ อย่าเพิ่งคิดว่าเขาจะทำความชั่ว ความเลวเสียทั้งหมด น่าจะมีความดีอยู่บ้าง หรือเขาอาจทำไปเพราะความไม่รู้ ไม่เข้าใจ หรือเข้าใจผิดก็ได้

6.มองว่าคนเราสามารถเป็นมิตรกันได้ แม้ว่าจะมีความคิดเห็นต่างกัน หรือมีความเชื่อต่างกัน มองว่าการกระทำบางอย่างอาจทำได้หลายวิธี ไม่จำเป็นว่ามีวิธีหนึ่งที่ถูกต้องแล้ว อีกวิธีหนึ่งจะผิด


ทักทาย

7.ทักทายกับคนอื่น เมื่อได้พบกัน ด้วยการกล่าวคำสวัสดี ยกมือไหว้ ยิ้ม หรือก้มหัว ตามความเหมาะสม พยายามเรียกชื่อของเขา เพราะทุกคนมีความภูมิใจในชื่อของตน ระวังอย่าเรียกชื่อผิดคน

8.สนทนาทักทายกับเพื่อนร่วมงาน ถามไถ่ทุกข์สุข คุยเรื่องที่เขาสนใจ อย่านั่งใกล้กับใครโดยไม่พูดกัน


ฟัง

9.ตั้งใจฟังคนอื่นพูด ให้เวลาเขาพูด อย่าเพิ่งขัดคอ ขัดใจ อย่าพูดสอดแทรกขัดจังหวะ อย่าทักท้วงให้เขาเสียหน้า ต่อคนหมู่มาก

10.รับฟังสิ่งที่เขากำลังทำ หรือที่เขากำลังสนใจ แล้วหาทางสนับสนุนสิ่งที่ดี รับฟังความทุกข์ของเขา แล้วหาทางช่วยแก้ปัญหา บรรเทาความทุกข์ รับฟังความสำเร็จและความสุขของเขา แล้วร่วมยินดีด้วย


พูด

11.ใช้ คำพูดสี่คำให้ติดปาก คือ ขอบคุณ ขอโทษ ดี ช่วย กล่าวคำขอบคุณ เมื่อมีใครทำดีต่อตน ขอโทษเมื่อทำให้ผู้อื่นไม่พอใจ ดี เมื่อผู้อื่นทำความดี และช่วย เมื่อต้องการให้ผู้อื่นช่วยเหลือ

12.พูดด้วยคำสุภาพ ไพเราะ อ่อนหวานมีคำลงท้าย ครับ หรือ ค่ะ ตามความเหมาะสม ไม่ใช้คำหยาบคาย ดุด่าเสียดสี ขู่ตะคอก หรือพูดเหน็บแนม อย่าจี้จุดอ่อนให้ช้ำใจ หาเรื่องที่สนุกสนาน ตลกขบขันมาเล่าสู่กันฟังบ้าง ถ้าพูดตลกไม่เป็น ให้พยายามจดจำมุขตลกที่คนอื่นเล่าแล้วนำไปเล่าต่อ

13.พูดชมเชยบุคคลอื่นเป็นประจำ เพื่อสร้างกำลังใจ อย่าเอาแต่ตำหนิต่อว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อบุตร ภรรยา สามี และผู้ใต้บังคับบัญชา เช่น ชมว่ามีความพยายามสูงมาก ทำงานได้ดี เอาใจใส่บ้านดี ทำงานรอบคอบดีมาก อย่าพูดแต่เรื่องของตนฝ่ายเดียว เพราะคู่สนทนาจะเบื่อหน่าย

14.พูดถึงคนอื่น และหัวหน้าผู้บังคับบัญชาในด้านดีกับคนที่เขารู้จัก อย่านินทาว่าร้ายผู้บังคับบัญชากับผู้อื่น เพราะอาจจะมีคนเก็บไปรายงานให้ท่านฟังภายหลัง

15.รู้จักขัดแย้งโดยไม่ให้เขาเสียน้ำใจ โดยใช้เทคนิค "ใช่...แต่..." เช่น "ที่คุณว่ามานั้นก็ถูกต้อง แต่อาจจะมีอีกวิธีหนึ่ง..." หรือ "ที่คุณคิดนั้นก็ใช่ แต่คนอื่นเขาอาจคิดอีกอย่างหนึ่งก็ได้กระมัง" หรือ "ของบางอย่างอาจจะมิใช่มีสีดำหรือสีขาว แต่อาจเป็นสีเทาที่จะว่าขาวก็ได้ ดำก็ได้" หรือ "วิธีที่ถูกต้องอาจะมีมากกว่าหนึ่งวิธีก็ได้" หรือ "ร้านก๋วยเตี๋ยวที่อร่อยอาจมีมากกวาหนึ่งร้านก็ได้"

16.หาเรื่องพูดคุยกับคนที่ขาดเพื่อน คุยกับคนที่เข้ากับคนอื่นไม่ได้ เพราะเขาเป็นคนที่น่าสงสาร และต้องการความช่วยเหลือ

17.พูดด้วยเสียงดังพอสมควร ไม่พูดแผ่วเบา หรือ ตะโกนให้ดังเกินไป การพูดด้วยการขึ้นเสียง ก่อให้เกิดความโมโห และนำสู่การทะเลาะวิวาท

18.พูดคุยในสิ่งที่เขาสนใจ เช่น เรื่องเกี่ยวกับลูกของเขา หรือสิ่งที่เขามีความเชี่ยวชาญ เช่น เรื่องฟุตบอล กอล์ฟ ละครโทรทัศน์ หรือ หัวข้อข่าวที่เขาสนใจ ระวังไม่คุยคุ้ยเขี่ยสิ่งที่เขาอับอาย หรือต้องการปกปิดไม่ให้ใครรู้

19.หาข่าวเรื่องดีๆ หรือ เรื่องคนที่กระทำความดีมาคุยกันบ้าง เพื่อให้จิตใจเบิกบานอย่าคุยแต่ข่าวร้าย ข่าวลือ หลอกลวง หรือข่าวที่ทำให้จิตใจเศร้าหมอง

20.ไม่พูดหาเรื่องจับผิดคนอื่น ถ้าจะพูดถึงความดีของตนก็ว่าไป แต่ไม่ควรนินทาว่าร้ายคนอื่น หรือคุยว่าคนอื่นสู้ตนเองไม่ได้

21.หาทางพูดคุยกับคนที่ไม่เคยรู้จักพูดคุยด้วย โดยการแนะนำตัวเอง หรือ หาผู้อื่นแนะนำ

22.โทรศัพท์หรือเขียนจดหมายไปหาเพื่อน หรือคนรู้จักที่ไม่ได้ติดต่อนานเกินหนึ่งปี รวมทั้งเมื่อได้รับข่าวที่น่ายินดี หรือข่าวที่น่าเสียใจ

23.ละเว้นการพูดคำที่ไม่ดี และไม่โกรธ โมโห อย่างน้อยหนึ่งวันต่อสัปดาห์ เช่น วันจันทร์ หรือวันศุกร์


เขียน

24.เขียนจดหมาย หรือไปเยี่ยมคนที่กำลังกลุ้มใจเสียใจ หรือประสบปัญหาชีวิต

25.เขียนจดหมายหรือส่งบัตรแสดงความขอบคุณผู้ที่มีน้ำใจไมตรี ผู้ที่ทำคุณกับเรา

26.เขียนจดหมาย หรือส่งบัตรแสดงความยินดีในวันคล้ายวันเกิด หรือเมื่อมีคนที่รู้จักได้ข่าวดี เช่น ได้เลื่อนตำแหน่ง ได้รับการยกย่องรางวัล

27.เขียนจดหมาย หรือส่งบัตรแสดงความเสียใจ เมื่อคนรู้จักได้รับความเสียใจ เช่น เมื่อเจ็บป่วย หรือญาติมิตรเสียชีวิต

28.เขียนคำชมเชยหรือมอบรางวัล แก่คนที่ให้บริการดีเป็นพิเศษ พนักงานบริการ แม่ครัว หรือยาม โดยอาจส่งผ่านไปทางผู้จัดการ เพื่อเขาจะได้นำไปประกาศชมเชย หรือให้รางวัลต่อ

29.เขียนจดหมายชมเชยการกระทำความดีเป็นพิเศษที่ได้พบเห็นในที่สาธารณะ ผ่านทางหน้าหนังสือพิมพ์เพื่อเป็นตัวอย่างของบุคคลอื่น แล้วส่งไปลงข่าวหนังสือพิมพ์หรือวิทยุ (เช่น วิทยุร่วมด้วยช่วยกัน หรือ จส. 100)

30.เขียนป้ายเตือนอันตรายติดไว้ในที่เหมาะสม เพื่อมิให้ผู้อื่นเป็นอันตราย เช่น ระวังพื้นลื่น ระวังผึ้งต่อย ระวังหมาดุ ระวังไฟดูด ระวังคนล้วง-กรีดกระเป๋า

31.ดูชื่อเพื่อนเก่าในหนังสือรุ่น หรือรูปญาติในรูปเก่าๆ แล้วเขียนจดหมาย ต่อโทรศัพท์ถึง หรือส่งบัตรอวยพรปีใหม่



ปิด

32.ปิดเสียงโทรศัพท์มือถือ ขณะที่ไม่ควรพูดโทรศัพท์ เช่น อยู่ในห้องประชุม รับแขก อยู่กับผู้ใหญ่ อยู่ในพิธีการ หรืองานศพ

33.ปิดหรือหรี่ เสียงดัง จากวิทยุโทรทัศน์ ที่อาจไปรบกวนเพื่อนบ้านข้างเคียง เขาอาจไม่ชอบเพลงชนิดที่เราชอบฟังก็ได้

ทำ

34.เลื่อนจานอาหารไปให้คนอื่นที่เอื้อมไม่ถึง โดยไม่ต้องรอให้เขาขอร้อง

35.หาทางปลอบใจคนที่กำลังมีความทุกข์ เช่น มีคนในครอบครัวเสียชีวิต ใช้วิธีปลอบว่า พระพุทธเจ้ายังมีปรินิพาน มนุษย์ก็ต้องมีความตายเป็นธรรมดา

36.ทำความประหลาดใจให้แก่บางคน ด้วยการใช้ความพยายามเป็นพิเศษในการหาสิ่งของที่เขาต้องการมาก แต่เขาไม่สามารถหาได้ ด้วยวิธีปกติธรรมดา แล้วจัดส่งไปให้ เช่น ผลไม้นอกฤดูกาล ของที่ต้องการอย่างรีบด่วน ของที่ต้องสั่งทำพิเศษ หรือของที่หายาก ไม่มีจำหน่ายในท้องตลาด

37.พยายามทำศัตรูให้กลายเป็นมิตร ด้วยการให้ของขวัญ การพูดคุย การเป็นเพื่อน การเห็นอกเห็นใจ การไม่เอาเปรียบ และการยอมลดราวาศอกกันบ้าง

38.ทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด ทำให้ผู้รับบริการเกิดความพอใจด้วยความเต็มใจ

39.ทำความประทับใจด้วยบริการที่เป็นพิเศษกว่าธรรมดา เช่นที่โรงแรมโอเรียลเต็ล กรุงเทพฯ นั้น พนักงานโรงแรมจะสร้างความประทับใจโดยการทักทายเรียกชื่อแขกที่มาพักทุกคนได้ และหาข้อมูลว่าลูกค้าชอบอะไรจากการสังเกตสิ่งที่เขากิน เขาใช้ในวันแรก

ช่วยเหลือคนที่รู้จัก


40.สร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว โดยเล่นกับลูก ช่วยน้อง หรือลูกทำการบ้าน พยายามลดงานประจำวันในวันหยุด เพื่อจะได้มีเวลาสำหรับสร้างความอบอุ่นในครอบครัว พาลูกหลานครอบครัวไปเที่ยวด้วยกันอย่างน้อยปีละครั้ง

41.ช่วยรับคนที่รู้จักกันขึ้นรถ เมื่อจะไปทางเดียวกัน หรือจะกลับบ้านทางเดียวกัน ชวนคนข้างบ้านที่ไม่มีรถ นั่งรถไปซื้อของที่ตลาดพร้อมกัน

42.ทักทาย แนะนำตัวทำความรู้จักกับเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะผู้ที่ย้ายมาใหม่ เช่นแนะนำเรื่องรถขยะ เรื่องการเก็บค่าไฟฟ้า ประปา

43.ส่งอาหารหรือผลไม้ไปให้เพื่อนบ้าน เป็นครั้งคราว

44.ให้คนสวนกวาดใบไม้หน้าบ้านของเพื่อนบ้านด้วย

45.ชวนเพื่อนบ้านและลูกของเพื่อนบ้านไปเที่ยวด้วยกันในวันหยุด

46.รับฝากดูแลเด็กเล็กข้างบ้าน เมื่อพ่อแม่ของเด็กไม่อยู่ ชวนลูกเพื่อนบ้านที่พ่อแม่กลับบ้านดึก มาดูแลก่อนพ่อแม่กลับ ชวนมาเล่นที่บ้านเล่านิทาน ให้อ่านหนังสือการ์ตูน ทำการบ้าน (ระวังแจ้งพ่อแม่เด็กให้ทราบเพื่อป้องกันความเข้าใจผิด)

47.ให้ความสนใจกลุ่มเยาวชนในหมู่บ้าน ถ้าขาดกิจกรรมที่เล่นที่พักผ่อน ควรรวมกลุ่มชาวบ้านหารือกันกันเพื่อช่วยเหลือ ถ้าทำเองไม่ได้ควร ติดต่อกลุ่มที่สามารถช่วยได้ หรือจะเขียนจดหมายถึงอำเภอ/หนังสือพิมพ์/โทรทัศน์ หาผู้มีจิตศรัทธาช่วยเหลือ ช่วยป้องกันยาเสพติดในหมู่บ้าน

48.ไปเยี่ยมคนแก่ที่อยู่ใกล้บ้านเดือนละครั้ง

49.จ่ายเงินค่าอาหารหรือเครื่องดื่มให้เพื่อนร่วมงานเป็นครั้งคราว อย่าให้เขาเลี้ยงฝ่ายเดียว

50.ช่วยคนขาดแคลน ถ้ารู้ว่าคนรู้จักคนหนึ่งขาดแคลนเงินมาก ลองใส่ธนบัตรใบละร้อย หรือห้าร้อย ส่งทางไปรษณีย์ไปให้เขา โดยไม่ต้องบอกว่าส่งมาจากใคร

51.ตัดหนังสือพิมพ์ส่งไปให้คนรู้จัก เพราะว่ามีข่าวของเขา หรือมีเรื่องที่เขาน่าจะสนใจ

52.ส่งอาหารเครื่องดื่ม หรือขนมไปให้เจ้าหน้าที่บริการประชาชน เช่น ตำรวจสายตรวจที่มาหน้าบ้าน พนักงานดับเพลิง บุรุษไปรษณีย์ ยามหมู่บ้าน หรือพนักงานขยะ

53.ซื้อตั๋วดูภาพยนตร์/ดนตรี/กีฬา หรือหนังสือการ์ตูนให้เด็กข้างบ้าน

54.เมื่อเห็นว่าของบางอย่างเหมาะสมสำหรับบางคนที่รู้จัก ควรซื้อ หรือหาไปฝากเขา

55.ส่งหนังสือวารสารที่อ่านแล้วไปให้คนที่เราคิดว่าเขาต้องการ หรือบริจาคให้ห้องสมุดกรมการศึกษานอกโรงเรียน เพราะดีกว่าชั่งกิโลขาย

56.จ่ายเงินค่าสมัครสมาชิกวารสารที่เหมาะสมส่งไปให้โรงเรียนเก่า
57.หาของฝากหรือของขวัญปีใหม่ไปให้คนที่ติดต่อประจำ เช่น แม่ค้าขายผลไม้ แม่ครัวร้านอาหาร ช่างตัดผม คนขับรถ หรือภารโรง

58.หาของขวัญของฝากให้ลูกน้องหรือเพื่อนร่วมงาน เช่น บัตรกินอาหารฟรี บัตรลดราคา บัตรเติมน้ำมันฟรี บัตรดูละครการแสดง หรือตั๋วทัศนาจร แจกเงินหรือขนมให้ลูกของเพื่อนร่วมงานที่มารอพ่อแม่ที่ที่ทำงานหลังเลิก เรียน

59.มอบจักรยาน ลูกฟุตบอล หรือขลุ่ย แทนพวงหรีดในงานศพ เพื่อเจ้าภาพจะได้นำไปมอบให้เด็กบ้านไกลโรงเรียนในชนบท หรือมอบผ้าไตรแทนพวงหรีดในงานศพ เพื่อเจ้าภาพจะได้นำไปถวายพระ หรือใช้ในการอุปสมบทพระใหม่

60.ชดใช้หนี้ให้ลูกน้อง หรือเพื่อนร่วมงานที่มีหนี้สินล้นพ้นตัว หรือให้ยืมเงินไม่เสียดอกเบี้ย โดยหวังจะให้เขามีกำลังใจในการสู้ชีวิต และทำงานที่เป็นประโยชน์ต่อไป (ระวังอย่าเป็นนายประกัน)

ช่วยเหลือคนที่ไม่รู้จัก

61.ช่วยทุกคนที่ประสบความยากลำบาก มีปัญหา มีความทุกข์ เช่นคนหลงทาง คนกำลังหิว คนที่กระหายน้ำ คนกำลังประสบอุบัติเหตุ

62.ส่งเงินและสิ่งของไปช่วยคนที่ประสบสาธารณะภัย เช่น น้ำท่วม ไฟไหม้

63.บอกเตือนสิ่งผิดปกติของคนอื่น เช่น ยางรถแบน ซิปกางเกงไม่ได้รูด (เขียนใส่กระดาษไปบอก)

64.ช่วยจับประตูที่เปิดเดินออกไปแล้ว เพื่อไม่ให้ตีคนที่กำลังตามมาข้างหลัง

65.ช่วยชี้ทาง นำทาง ให้คนต่างถิ่นมาถามทาง หากอยู่ใกล้ๆ พอนำไปส่งได้จะวิเศษมาก

66.ช่วยคนที่กำลังหาของที่หาย หาไม่พบ หรือเมื่อเก็บของได้ส่งคืนเจ้าของ

67.ช่วยถือของให้คนที่หอบของพะรุงพะรัง (แต่ควรระวังอย่าถือของให้คนไม่รู้จักที่นำมาฝาก เพราะอาจมีของที่ขโมยมา หรือยาเสพติดอยู่ในถุงนั้น ทำให้ต้องตกเป็นผู้ต้องหาได้ ไม่ควรรับฝากของใครไปต่างประเทศ)

68.ช่วยคนที่กำลังจะเอื้อมหยิบของบนชั้นสูงไม่ถึง (ระวังของตกใส่หัว หรือของหนักเกินกำลัง เวลายกของต้องใช้กำลังขา อย่างอหลัง มิฉะนั้นจะปวดหลังไปนาน เพราะกระดูกสันหลังอาจเคลื่อน หรืออักเสบ)

69.ช่วยเข็นรถยนต์ของคนอื่นที่เครื่องเสีย ต้องหลบเข้าข้างทาง (ระวังถูกรถที่ผ่านไปมาชนเอา)

70.หาดอกไม้หรือของไปฝากคนป่วยไม่รู้จัก ที่ไม่ค่อยมีคนเยี่ยม เมื่อไปที่โรงพยาบาล มอบกระดาษเขียนจดหมาย ปากกา และซอง พร้อมแสตมป์ให้ผู้ป่วยที่อยู่โรงพยาบาลนานๆ เพื่อเขียนจดหมายถึงญาติมิตร (ผู้ป่วยที่อยู่โรงพยาบาลนานๆ มักมีคนมาเยี่ยมน้อย)

71.ช่วยนำคนเจ็บหรือผู้ประสบอุบัติเหตุส่งโรงพยาบาล (ระวังต้องยกตัวในท่าที่ถูกต้อง มิฉะนั้น อาจทำให้เป็นอัมพาต และควรหาพยานที่จะยืนยันว่าท่านมิใช่ต้นเหตุของอุบัติเหตุไว้ด้วย)

72.ช่วยผายปอดคนตกน้ำ (ระวังไม่ควรลงไปช่วยคนตกน้ำในน้ำ หากไม่เก่งจริง เพราะอาจถูกดึงให้จมไปด้วยกัน ควรโยนเชือกหรือวัตถุลอยน้ำให้)

73.ช่วยแนะนำหางานให้ตกงาน (ระวังไม่ควรลงนามรับประกันความเสียหาย หรือประกันเงินกู้ให้ผู้อื่น เพราะถ้าลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ นายประกันอาจต้องตามไปชดใช้หนี้ภายหลัง)

74.แนะนำวิธีประกอบอาชีพ หรือฝึกอาชีพให้คนที่ต้องการอาชีพ โดยอาจจัดอบรม นำวิธีทำมาหากินส่งไปให้

75.จัดงานเชิญเด็ก คนชรา คนพิการ มาสนุกสนาน หรือไปเที่ยวในวันสำคัญ เช่น วันสงกรานต์ วันเฉลิมพระชนมพรรษา หรือวันสถาปนาหน่วยงาน เดินทางไปเยี่ยมบ้านคนชราบ้านเด็กกำพร้า หรือเด็กพิการ เพื่อเลี้ยงอาหาร และนำของไปเยี่ยม เน้นผู้ที่ไม่ค่อยมีคนมาเยี่ยม ไปอ่านหนังสือให้คนแก่ฟัง เล่นดนตรี หรือเล่านิทานให้เด็กฟัง

76.ไปเยี่ยมบ้านแรกรับเด็กอ่อน บ้านราชวิถี บ้านกรุณา บ้านมุทิตา บ้านอุเบกขา เพื่อเยี่ยมเด็กที่ขาดผู้อุปการะ หรือ เด็กที่เคยกระทำความผิดซึ่งไม่ค่อยมีคนมาเยี่ยม เพราะอีกไม่นานเขาจะได้ออกไปอยู่ร่วมกับสังคม ถ้าเขาได้น้ำใจไมตรีที่ดี อาจกลับตัวเป็นคนดีได้ (หากจะไปเยี่ยมนักโทษภายในเรือนจำ ต้องระวังถูกจับเป็นตัวประกัน)

77.ช่วยป้องกัน หรือห้ามปราม คนที่กำลังจะทะเลาะวิวาทโกรธเคืองกัน หรือจะทำร้ายกัน แต่ต้องระวังลูกหลง (พระพุทธเจ้าทรงสรรเสริญคนที่ช่วยให้คนที่ทะเลาะกันกลับคืนดีได้ เหมือนที่ทรงห้ามพระญาติไม่ให้ทะเลาะกันคราวแย่งน้ำแม่น้ำโรหิณี)

78.สนับสนุนช่วยเหลือหน่วยงานที่สร้างประโยชน์ต่อสังคม เช่นกาชาด วิทยุร่วมด้วยช่วยกัน มูลนิธิร่วมกตัญญู ลูกเสือชาวบ้าน โรตารี่ ไลออนส์ เป็นต้น

79.จัดกลุ่มอาสาสมัครช่วยทำงานส่วนรวมนอกเหนือหน้าที่ปกติ เช่นกลุ่มฮักเมืองน่าน กองลูกเสือนอกโรงเรียนวชิรชัย ชมรมอาชีวะบำเพ็ญประโยชน์ แล้วหากิจกรรมไปทำ เช่น ไปทาสีลบรอยขีดเขียนตามกำแพง (ที่เขียนว่าใครเป็นบิดาใคร ฯลฯ) เก็บเศษแก้วของมีคมตามหาดทรายชายทะเล เพื่อป้องกันคนอื่นมาเหยียบเท้าทำให้บาดเจ็บ

80.สนับสนุนช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสทางสังคม เช่น บริจาคเงินหรือเวลาช่วยมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ โรงพยาบาลอาสากาชาด โรงเรียนสอนคนตาบอด โรงเรียนสอนคนพิการ บ้านราชวิถี บ้านแรกรับเด็กอ่อน บ้านเมตตา กรุณา หรือรับคนตาบอดมาเป็นพนักงานโทรศัพท์


ยอม/เสียสละ/ให้

81.เมื่อ เข้าห้องน้ำ ควรหยิบกระดาษเช็ดอ่างน้ำ หรือเช็ดที่นั่งส้วมให้สะอาดก่อนออกไป เพื่อให้คนที่มาใช้ทีหลังจะได้เข้าห้องน้ำสะอาด

82.เมื่อเข้าคิวกดเงินจากเอทีเอ็ม จ่ายเงินตามซุปเปอร์มาร์เก็ต หรือที่โรงพยาบาล ถ้าไม่รีบร้อนนัก เชิญให้คนที่รอข้างหลังที่รีบเร่งกว่าได้ใช้บริการก่อน

83.เมื่อขับรถติดอยู่แต่ไม่รีบเร่งมากนัก โบกมือยอมให้คันหลังที่รีบเร่งกว่าแทรกเข้าหน้าไปได้ก่อน

84.เมื่อเข้าคิวส้วม ยอมให้คนข้างหลังที่ปวดมากกว่าได้เข้าส้วมไปก่อน

85.ออกเงินซื้ออาหาร เช่นข้าวหน้าเป็ดให้ขอทานที่หิวโซ

86.ออกเงินให้คนที่ไม่มีเงินหยอดโทรศัพท์สาธารณะ หรือเข้าส้วมสาธารณะที่ต้องจ่ายเงิน โดยทิ้งเหรียญบาทที่เหลือไว้ในช่องทอนเงิน

87.หาของขวัญปีใหม่ หรือของขวัญวันเกิดให้คนที่ไม่เคยได้รับอะไรเลยเมื่อปีก่อน

88.ส่งของขวัญให้คนที่เห็นแก่ตัวไม่คิดคนอื่น โดยไม่ให้รู้ว่าใครส่งมา

89.ให้ความเห็นใจ ปลอบใจ คนที่กำลังมีความทุกข์ กลุ้มใจหาทางออกไม่ได้

90.บริจาคโลหิต ดวงตา อวัยวะหรือเงิน ให้สภากาชาดไทย หรือโรงพยาบาลต่างๆ และชวนให้คนอื่นบริจาคด้วย


มีความเกรงใจ

91.เมื่อโทรศัพท์ไปถึงใคร ควรถามว่าเขากำลังยุ่งอยู่หรือเปล่า ถ้าเขากำลังมีธุระควรถามว่า จะให้โทรกลับอีกเมื่อไหร่

92.เมื่อมีคนโทรศัพท์มาถึงและฝากหมายเลขไว้ ควรรีบโทรกลับทันทีเมื่อสะดวก

93.ไม่ขอหรือยืมเงิน ของรักของหวงของเพื่อน หรือ ของที่อาจทำให้เพื่อนลำบากใจ เช่น รถยนต์ หรือปืน

94.เมื่อยืมของจากผู้ใด ต้องรีบคืนทันทีเมื่อเสร็จงาน ไม่ต้องรอให้ทวง


น้ำใจของเด็กเล็ก

เด็กๆ สามารถมอบน้ำใจไมตรีให้ผู้อื่นได้เหมือนกับผู้ใหญ่ได้ ตัวอย่าง เช่น

95.ยิ้มหวาน และพูดเพราะกับทุกคน

96.ทักทาย ไหว้ สวัสดี ผู้ใหญ่อย่างเหมาะสม

97.เก็บเสื้อผ้า และของเล่นในห้องตนให้เรียบร้อย ไม่ต้องให้คนอื่นมาตามเก็บให้ทำเตียงตนเอง กวาดห้องตนเอง

98.รักษาความสะอาดห้องน้ำ ทิ้งขยะลงถัง ไม่ทิ้งสิ่งสกปรกลงพื้น ถนน หรือแม่น้ำลำคอลง

99.ช่วยทำงานบ้าน เช่น ช่วยแม่ล้างจานกวาดบ้าน เช็ดสิ่งสกปรกที่พื้น ไม่ทำบ้านรก

100.มอบน้ำใจให้ทุกคนในบ้าน เช่น ยกน้ำเย็นไปให้พ่อ แบ่งขนมให้น้อง เล่นกับน้อง ช่วยสอนน้องทำการบ้าน สอนน้องอ่านหนังสือ ช่วยน้องผูกเชือกรองเท้า ติดกระดุมเสื้อ และหวีผมให้น้อง

101.ยอมให้พ่อดูข่าวโทรทัศน์ขณะที่ตนอยากดูการ์ตูน

102.ร้องเพลงให้คุณย่าฟัง อ่านหนังสือพิมพ์ นวดขาให้คุณยาย

103.เขียนจดหมายพร้อมส่งรูปถ่ายไปให้ญาติผู้ใหญ่

104.ช่วยปลอบเพื่อนที่ร้องไห้ หรืออยู่ในภาวะเสียใจ

105.พาเพื่อนที่ไม่สบายไปห้องพยาบาล

106.แบ่งขนมให้เพื่อน เพื่อกินด้วยกัน ไม่กินคนเดียว

107.ช่วยครูยกสมุดการบ้านไปห้องพักครู

108.ตั้งใจทำตัวเป็นเด็กดีที่มีน้ำใจ


เรียบเรียงข้อมูลจาก
thaiparents

ที่มาข้อมูล: หนังสือ "108 วิธีมอบน้ำใจให้แก่กัน"
โดยสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ

ไม่ต้องรักกันเพิ่มขึ้น แค่อย่าให้ความใส่ใจลดน้อยลง




ความรัก...มักจะหวือหวาในตอนแรก

แต่เมื่อคนสองคนได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้น ระดับความตื่นเต้นก็จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

พอเป็นแบบนี้ หลายคนเริ่มมีคำถามโผล่ขึ้นมาในใจว่า "เขายังรักเราอยู่หรือเปล่า"

เริ่มรู้สึกว่าตัวเอง "ไม่ค่อยมีความสำคัญ" สำหรับเขาเหมือนเดิมแล้ว


เมื่อคนหนึ่งรู้สึกว่าตัวเองได้รับความเอาใจใส่จากคนรักน้อยลง

มักจะคิดว่าความรักที่เขามีต่อตัวเองก็ "น้อยลง" ตามไปด้วย


ฉันคิดว่าคนเราไม่จำเป็นต้องแสดงออกตลอดเวลาว่ารักมากหรือรักน้อย

เพราะถ้าความรักยังอยู่กับเราเหมือนเดิม ก็ไม่เห็นจะมีอะไรน่าเป็นห่วง

ลองคิดดูสิว่า หากเขาดูนิ่งๆ ไม่ค่อยใส่ใจ แต่เขาก็ไม่ได้นอกใจเราแม้แต่นาทีเดียว

กับการที่เขามีเรื่องเซอร์ไพรส์ให้เราตื่นเต้น และคอยเอาใจเราเป็นอย่างดี

แต่เขาแอบคบคนอื่นไปพร้อมๆ กันอีกสามคน

ถ้าให้เลือก…เราจะเลือกคนแบบไหนล่ะ

ก็ต้องเป็นคนที่ "รักเราคนเดียว" อยู่ดีนั่นแหละถูกไหม

ดังนั้นการที่เราให้ความสำคัญกับสิ่งที่เขาแสดงออก

แล้วตัดสินใจว่าเขารักน้อยลง เพราะทำดีกับเราน้อยลง อาจทำร้ายจิตใจกันและกันทั้งสองฝ่าย


แต่ถ้าเรายอมรับความจริงจุดนี้ได้ แต่เขาก็ยังเอาใจใส่เราน้อยลงอยู่ดี

ก็เป็นหน้าที่ของเราที่ต้องกล้าพูดในสิ่งที่เราค้างคาใจ

ก่อนจะเปิดใจคุยกัน เราต้องรู้เสียก่อนว่า "เราต้องการอะไร" แล้วพูดออกไปตามที่รู้สึก

ฉันมั่นใจว่าเขาต้องยอมรับฟัง และเก็บเอาไปแก้ไขปรับปรุงแน่


ไม่มีอะไรที่คนรักกันจะทำให้กันไม่ได้

หากเรื่องที่ร้องขอ…ก็ไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ยากลำบากอะไร

เขาอาจโทร.หาเราบ่อยขึ้น หากเขารู้ว่าเราจะไม่สบายใจ ถ้าเขาหายไปทั้งวันโดยไม่บอกกล่าว

หรือเขาคงเลือกที่จะอยู่กับเราให้มากกว่าเดิม

หากรู้ว่าเราน้อยใจ ที่เขาเอาแต่ออกจากบ้านไปเจอเพื่อนฝูง


ทุกปัญหาล้วนมีทางออก แต่เราต้องค้นให้เจอก่อนว่าอะไรคือปัญหา

ผู้หญิงจะชอบคิดว่า "เรื่องง่ายๆ แค่นี้ ทำไมทำให้กันไม่ได้"

ผู้ชายจะคิดว่า "เขาก็เป็นของเขาแบบนี้แหละ"

บางทีผู้ชายก็เบื่อที่จะเอาอกเอาใจแฟนตัวเอง เพราะเจอกันทุกวัน บางคนก็อยู่ด้วยกันทุกวัน

เขาอาจจะคิดว่า "ทุกอย่างก็ดีอยู่แล้ว"

ยิ่งเราไปโวยวายจะให้เขาเป็นอย่างโน้นอย่างนี้ เขาก็จะเริ่มรู้สึกว่าถูกออกคำสั่ง

ซึ่งผู้ชายจะ "เกลียดที่สุด" ถ้าผู้หญิงมาสั่งให้เขาทำโน่นทำนี่ตามใจชอบ


ตราบใดที่ความรักเคลื่อนไหวอยู่ในหัวใจของคนสองคน

ก็ไม่ต้องกังวลหรอกว่ามันจะ "มาก" หรือ "น้อย"

แต่เราควรดีใจที่ได้รู้ว่า ในหัวใจของเรายังมี "ความรัก" ให้กันและกันอยู่

เท่านี้ก็น่าจะเพียงพอ


ที่มา
FWDDER

ให้ความรักเป็นหนังสือ



เค้าว่ากันว่า....
อ่านหนังสือสักเล่มต้องใช้เวลา
เช่นเดียวกัน เราคงไม่รู้จักใครสักคนได้ดีตั้งแต่วันเรก

เค้าว่ากันว่า....
อย่าตัดสินหนังสือดีๆ แค่ปกมันสวย

เช่นเดียวกัน คนหน้าตาดี อาจจะไม่ใช่คนดีเสมอไป

เค้าว่ากันว่า....
คนที่ไม่ชอบอ่านหนังสือเลย

ก็ใช่ว่าจะมีหนังสือเล่มเรกในชีวิตที่ชอบไม่ได้
เช่นเดียวกัน คนที่เราไม่คิดจะอยากรู้จัก
อาจจะเป็นคนที่ดีที่สุดในชีวิตของเราก็ได้

เค้าว่ากันว่า....
การชอบหนังสือสักเล่ม

ไม่ได้หมายความว่า หนังสือเล่มนั้น เนื้อหาดีทุกหน้า
เช่นเดียวกัน การรู้สึกดีกับใครสักคน
ไม่จำเป็นว่าเขาต้องไม่มีข้อเสียอะไรเลย

เค้าว่ากันว่า....
อย่ารู้สึกเสียดายเวลา

กับการอ่านหนังสือบางเล่มจนจบ
แล้วพบว่าเป็นหนังสือที่ไม่ชอบ

เช่นเดียวกัน จงรู้สึกดี
กับการใช้เวลากับใครสักคนหนึ่งอย่างเต็มที่

แม้ว่าวันหนึ่งจะรู้ว่า!! เค้าคนนั้นไม่ใช่เลยสักนิด
เพราะอย่าน้อย ต่อจากนี้ไป...

เราจะได้เลือกทางที่ถูกและคนที่ใช่สะที

วิธีอยู่กับคนที่เราเกลียด <โดย ว.วชิรเมธี>

รู้ไหมว่า เรามีเวลาอยู่ในโลกนี้คนละกี่ปี
ชีวิตนั้นสั้นยิ่งกว่าหยดน้ำค้างเสียอีก จะตายวันตายพรุ่งก็ไม่มีใครรู้ล่วงหน้า
ถ้าเราใช้เวลาอันแสนสั้นนี้ไปมัวหลับๆตื่นๆอยู่ในความรัก โลภ โกรธ หลง
หมั่นไส้คนนั้น ปลาบปลื้มคนนี้ ริษยาเจ้านายใส่ไคล้ลูกน้อง
ปกป้องภาพลักษณ์ (อัตตา) กด (หัว)
คนรุ่นใหม่หลงใหลเปลือกของชีวิต โดยลืมไปเลยว่าอะไรคือสิ่งที่ตนควรทำอย่างแท้จริง
คิดดูเถิดว่า เราจะขาดทุนขนาดไหน

ท่านอังคาร กัลยาณพงศ์ เขียนบทกวีไว้ว่า
''น้ำไหลอายุขัยก็ไหลล่วง ใบไม้ร่วงชีพก็ร้างอย่างความฝัน
ฆ่าชีวาคือพร่าค่าคืนวัน จะกำนัลโลกนี้มีงานใด''
คนเราไม่ควรพร่าเวลาอันสูงค่าด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจ
ให้ตกเป็นทาสของความชอบ ความชัง มากนัก
เพราะถ้าเราวิ่งตามกิเลส กิเลสก็จะพาเราวิ่งทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ต่อไปไม่รู้จบ
กิเลสไม่เคยเหนื่อย แต่ใจคนเราสิจะเหนื่อยหนักหนาสาหัสไม่รู้กี่เท่า
ควรคิดเสียใหม่ว่า เราไม่ได้เกิดมาเพื่อที่จะชอบหรือไม่ชอบใคร
หรือเพื่อที่จะให้ใครมาชอบหรือมาชัง
แต่เราเกิดมาสู่โลกนี้เพื่อทำในสิ่งที่ดีที่สุดที่มนุษย์คนหนึ่งควรจะทำ
เอาเวลาที่รู้สึกแย่ๆ กับคนอื่นนั้นหันกลับมามองตัวเองดีกว่า
ชีวิตนี้เรามีอะไรบ้างที่เป็นแก่นสาร มีงานอะไรบ้างที่เราควรทำ
นอกจากนั้นก็ควรมองกว้างออกไปอีกว่า
เราได้ทำอะไรไว้ให้แก่โลกบ้างแล้วหรือยัง
คนทุกคนนั้นต่างก็มีดีมีเสียอยู่ในตัวเอง
ถ้าเราเลือกมองแต่ด้านเสียของเขา
จิตใจของเราก็เร่าร้อน หม่นไหม้
เวลาที่เสียไปเพราะมัวแต่สนใจด้านไม่ดีของคนอื่นก็เป็นเวลาที่ถูกใช้ไปอย่างไร้ค่า
บางที่คนที่เราลอบมอง ลอบรู้สึกไม่ดีกับเขานั้น
เขาไม่เคยรู้สึกอะไรไปด้วยกันกับเราเลย
เราเผาตัวเราเองอยู่ฝ่ายเดียวด้วยความหงุดหงิด ขัดเคืองและอารมณ์เสีย
วันแล้ววันเล่า สภาพจิตใจแบบนี้ไม่เคยทำให้ใครมีคุณภาพชีวิตดีขึ้นมาได้เลย
ลองเปลี่ยนวิธีคิด วิธีมองโลกเสียใหม่ดีกว่า
คิดเสียว่าคนเราไม่มีใครดีพร้อมหรือ เลวไม่มีที่ติไปเสียทั้งหมดหรอก
เราอยู่ในโลกกันคนละไม่กี่ปี ประเดี๋ยวเดียวก็จะล้มหายตายจากกันไปหมดแล้ว
มาเสียเวลากับเรื่องไร้สาระทำไม
อะไรที่ควรทำก็รีบทำเถิดปล่อยวางเสียบ้าง
ความโกรธ ความเกลียดนั้นไม่มีคุณค่าอะไรต่อชีวิตอันแสนน้อยนิดนี้เลย
มุ่งไปข้างหน้า ไปหาสิ่งที่มีคุณค่าให้ชีวิตดีงามดีกว่า

วิธีที่แนะนำทั้งหมดนั้น นักภาวนาเรียกว่า ''การกลับมาอยู่กับตัวเอง''
กล่าวคือ ถ้าเราเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องอยู่กับคนที่ไม่ถูกโฉลก
แทนที่จะปล่อยใจให้อยู่กับ ความรู้สึกแย่ๆไปตลอด ก็ควรหันกลับเข้ามา ''มองด้านใน''
แก้ไขที่ตัวเอง อย่ามุ่งแก้ไขที่คนอื่น
เพราะยิ่งพยายามแก้ไขคนอื่น ก็ยิ่งยุ่งเหมือนลิงทอดแห
ยิ่งเราให้ความสำคัญกับคนที่เราเกลียดมากเท่าใด
สภาพจิตใจก็ยิ่งแย่ลงมากเท่านั้น
วิธีที่ดีที่สุดในการอยู่กับคนที่เรารู้สึกไม่ดีหรือเป็นปฏิปักษ์ก็คือ
การดึงความรู้สึกจากเขามาอยู่เราทุกขณะ
หรือถ้าเช่นนั้นก็ย้ายตัวเองออกไปเสียจาก สภาพแวดล้อมเช่นนั้นให้เร็วที่สุด
อย่าอยู่นานจนทุกข์นั้นกลัดหนองเป็นมะเร็งร้ายในอารมณ์
ปราชญ์จีนบอกว่า ''ถ้ามีขุนเขาขวางท่านอยู่ข้างหน้า อย่าเสียเวลาย้ายขุนเขา
แต่จงย้ายตัวเอง ''
ดังนั้นเราควรจะย้ายภูเขาที่อยู่ข้างในหรือจะย้ายภูเขาที่อยู่ข้างนอก?

โดย ว.วชิรเมธี

+++ Hamster +++

+++ Playlist +++


MusicPlaylistRingtones
Create a playlist at MixPod.com

+++ coming soon +++