วันพฤหัสบดีที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

50 นิยามของความรักในเเต่ละอารมณ์ของคนเรา

1.ความรักคือ โชคอย่างหนึ่งเพราะใช่ว่าทุกคนจะมีได้

2.ความรักเป็นได้ทั้งมือเเละผ้าพันเเผลเวลาเสียใจ
3.ความรักคือ สิ่งเติมเต็มให้ชิวิตไม่รู้สึกขาดอะไรไปอย่างนึง
4.ความรักคือ ความหวัง กำลังใจ เเละศรัทธาในกันเเละกัน
5.ความรัก มีความลับอยู่อย่างหนึ่งว่าไม่ได้รักในสิ่งที่ทำให้เรามีความสุขเเต่มีความ สุขใน สิ่งที่เรารักต่างหาก
6.ความรักคือ ศิลปะ ที่คนมีรักเท่านั้นที่จะเข้าใจเเละเห็นคุณค่า
7.ความรักคือ โอกาส ที่เราจะได้พิสูจน์จิตวิญญาณของตัวเอง
8.ความรักคือ สิ่งที่ทำให้คนฉลาดกลายเป็นคน** ทำให้คน**กลายเป็นคนฉลาด
9.ความรัก เมื่อสูญเสียไปเเล้วก็ยังดีกว่าไม่เคยรัก
10.ความรัก มิได้เป็นการก้าวนำหรือก้าวตามเเต่เป็นการก้าวไปพร้อมๆกัน

11.ความรักทำให้คนเราเป็นอิสระจาก กฎเกณฑ์เดิมๆของชีวิต
12.ความรักทำให้จดจำคืนพิเศษคืนเดียวไปตลอดชีวิต เพราะทุกคืนที่ไร้ความรักก็มิอาจเทียบเท่าได้กับคืนนี้เพียงคืนเดียว
13.ความ รักคือการยอมเป็นน้ำเย็นในขณะที่อีกฝ่ายร้อนเป็นไฟ
14.ความรักที่มีมา เป็นปีๆก็สามารถพังทลายลงได้เพียงเสี้ยววินาที
15.ความรักจะยาวนานหรือ จะเเสนสั้นทุกอย่างขึ้นอยู่กับวิธีที่รัก
16.ความรักกว่าจะพบเจอได้นั้น เเสนยากอย่าให้มันจบสิ้นเพียววันเดียว
17.ความรักสามารถเกิดขึ้นใหม่ได้ ตลอดเวลาเหมือนถ่านไฟเก่าที่กำลังคุโชน
18.ความรักต่อให้บอกกันทุกวัน ว่ารักก็ไม่มีคำว่ามากเกินไปหรอกเเต่ความเกลียดสิบอกกันครั้งเดียวก็คงไม่ อยากได้ยินอีกต่อไป
19.ความรักถ้าไม่รักเเล้วต่อให้พูดมากเท่าใดก็ไม่ สามารถรักกันได้
20.ความรักสามารถให้อภัยกันได้เสมอโดยไม่มีเงื่อนไขว่า กี่ครั้ง

21.ความรักรักได้เเต่อ ย่าหลงเพราะถ้าหลงเวลาเลิกเเล้วจะเจ็บปวด
22.ความรักอยู่เหนือคำทำนาย เเละจะไม่มีวันเป็นไปตามคำพยากรณ์ได้
23.ความรักคือสิ่งแปลกใหม่ที่จะทำ ให้มุมมองของคุณเปลี่ยนไปจากเดิม
24.ความรักทำให้คุณอยู่นิ่งๆเงียบๆได้ นานกว่าเดิม
25.ความรักคือสิ่งที่ทำให้เกิดประกายไฟในหัวใจ
26.ความ รักคือการเริ่มคิดเป้าหมายเเห่งชีวิต
27.ความรักคือการร่วมฝัน ร่วมปันใจเเละก้าวไปในชีวิต
28.ความรักคือการอยู่เคียงข้างกันเสมอไม่ ว่าอีกฝ่ายจะตกต่ำเพียงใด
29.ความรักไม่ว่าจะเป็นเเบบไหนยังไงมันก็ต้อง มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
30.ความรักเป็นนามธรรมที่มองไม่เห็นเเต่สัมผัส ไได้ด้วยหัวใจ

31.ความ รักทำให้วันเลวร้ายไม่เป็นวันเลวร้ายที่สุด
32.ความรักทำให้วันที่เเสน เศร้ากลายเป็นวันที่สุขที่สุดได้
33.ความรักเป็นสมบัติล้ำค่าที่ไม่ สามารถจะหาได้ง่ายตามท้องถนน
34.ความรักทำให้อะไรดีงามได้เสมอ
35.ความ รักที่รีบร้อนมักจะพบกับจุดสิ้นสุดได้รวดเร็วเสมอ
36.ความรักคือสิ่งที่ เเม้จะทำความเจ็บปวดให้เเต่ก็ไม่มีใครที่กลัวหรือเกลียดชัง ความรัก
37.ความ รักไม่ได้จบลงเเค่การเเต่งงานหรือมีSEXเท่านั้น
38.ความรักคือสิ่งที่ คุณจะพบได้เองโดยมิต้องเเสวงหา
39.ความรักคือสิ่งที่ยืนยาวกว่าชีวิตคน คนนึง
40.ความรักส่วนมากมักจะเติบโตมาจากความเป็นเพื่อนเเละมักจะยืนยาว เสมอ



41.ความรักในยามเเรกรักคือช่วงเวลาของ รักที่หวานหอมมากที่สุด

42.ความรักครั้งเเรกเเละครั้งสุดท้าย มักจะเป็นรักในตนเอง
43.ความรักทำให้คนกลายเป็นกวี และศิลปิน
44.ความ รักไม่ใช่การมองตากันเเต่เป็นการมองไปในทิศทางเดียวกัน
45.ความรักไม่ ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใดก็ไม่มีคำว่าสายไป
46.ความรักคือสิ่งมหัศจรรย์ที่ เกิดขึ้นในชีวิตคุณ
47.ความรักทำให้ทุกอย่างสว่างเเละสดใส
48.ความ รักคือการพึงพอใจในสิ่งที่รัก
49.ความรักจะมีคุณค่าได้ต่อเมื่อคนที่รัก ต้องให้เกียรติ์ซึ้งกันเเละกัน
50.ความรักบางทีก็เป็นสะพานทอดไปสู่การ เเต่งงาน

รองเท้าแตะ และ หนุ่มๆ (คำแนะนำการเลือกรองเท้าไปทะเล)

อย่า...

- อย่า...เลือกรองเท้าปีนเขา
ฮิตอยู่พักใหญ่ รองเท้าที่ดูเหมือนแตะ แต่จริงๆ แล้วออกแบบมาเพื่อการปีนเขาที่สมบุกสมบัน หน้าตาของมันเหมือนกับนำเอารองเท้าปีนเขาฉบับเต็ม มาตัดด้านหน้า-หลัง-ข้างออกให้เห็นนิ้ว เห็นส้นเท้า ซึ่งถ้าไม่ได้จะไปทำกิจกรรมแบบที่ว่า ก็จะเป็นรองเท้าที่ประหลาดเกินจำเป็นสำหรับจะคีบไปเดินเล่นริมทะเล

- อย่า...เลือกรองเท้าแข็ง
ประเภทนี้ก็ไม่ต่าง จากแบบแรก รองเท้าพวกเบอร์เคนสต๊อกหรือเตวาสน่ะ เก็บเอาไว้สวมกับขาสั้นเสื้อยืดเวลาไปเดินช็อปปิ้งที่แห้งๆ เหอะ ก็รองเท้าแบบนี้แม้จะสวมสบาย ใส่เท่ แต่จริงๆ แล้วหาได้สะเทินน้ำสะเทินบกไม่ เจอน้ำทะเลเข้ามีพังนะครับ แถมพกด้วยการอมน้ำซึ่งทำให้กว่าจะแห้งต้องใช้เวลา และตามมาด้วยกลิ่นอับๆ อันน่าสะพรึง...อาจกลายเป็นที่รังเกียจของสังคมได้

- อย่า...เลือกรองเท้าแบรนด์กีฬา
เว้นเสียแต่ว่า คุณจะเป็นนักกีฬาทีมชาติที่หลบไปพักร้อน เหตุผลง่ายๆ ก็คือ มันมักจะดูไม่ดี ไม่เหมือนวันที่มาพักผ่อนนอนชายหาด แต่ดูราวกับคุณเพิ่งฝึกซ้อมกีฬาเสร็จ แล้วก็ออกมาเดินเล่นมากกว่า

- อย่า...สวมถุงเท้าแล้วใส่แตะ
ไม่รู้ว่าใครเป็น คนชักนำแฟชั่นแบบนี้เข้ามาในวงการ แต่ว่ามันดูขำมากเลย จะไปเที่ยวทะเลทั้งที ยังอุตส่าห์สวมถุงเท้าเต็มยศ แต่เพื่อความสบายเลยเลือกใส่รองเท้าแตะ เอาอย่างไหนก็เลือกสักทางเถอะนะ

ควร...

แตะ

- ควร...เลือกรองเท้ารูปตัวเอกซ์

รองเท้าแตะแบบที่คาดบนหลังเท้าเป็นรูปตัวเอกซ์ (X) นับว่าเป็นรูปแบบง่ายๆ แต่แอบเก๋ อย่างน้อยก็ไม่ “สิ้นคิด” หนีบมาได้แค่รองเท้าฟองน้ำละน่า รองเท้าแตะสวมๆ คาดเป็นรูปตัวเอกซ์สวมเข้า ถอดออกง่ายๆ ไม่มีออปชันมากมาย เลือกชนิดที่ไม่ลื่น โดยเฉพาะประเภทที่ทำจากหนังปลอมอย่าไปซื้อมาใส่ทีเดียว อาจจะลื่นเวลาเปียกน้ำให้เสียลุคได้ แถมยังอาจจะดูเหมือนขโมยรองเท้าคุณลุงมาใส่อีรกต่างหาก

- ควร...เลือกรองเท้าหนีบสไตล์บราซิล
รองเท้า แตะคีบๆ ที่เรียกกันติดปาก อย่าง ตราช้างดาว ก็ยังพอฮิตติดกระแสอยู่ แต่ถ้าจะให้อินสุดๆ ก็คือ รองเท้าคีบสไตล์ “บราซิลเลียน ธ็อง” (Brazilian Thong) ก็คือ ฟลิปฟลอปแบบที่มีสีสันสดใส รวมทั้งอาจมีลวดลายสนุกสนาน เหมาะกับบรรยากาศริมทะเลสุดๆ รองเท้าแบบนี้ถูกๆ ก็มี สามารถเลือกซื้อได้ครบเจ็ดสีเจ็ดวัน ใส่ไม่ซ้ำกันยังได้

- ควร...เลือกรองเท้าแตะคุณภาพ
นั้น ไม่ได้หมายความว่า จะต้องไปปิดบัญชีธนาคารมาทุ่มทุนซื้อรองเท้าแตะหนังแท้เก๋ๆ สักคู่ แต่รองเท้าแตะผลิตจากหนังแท้ สไตล์แกลดิเอเตอร์ จะเป็นรองเท้าแตะที่อยู่คู่เท้าพวกเราไปอีกนานแสนนาน ชนิด...คู่เดียว เปรี้ยวได้ทั้งชายหาดและริมฟุตปาทเชียว

ความลับของผู้ชาย




ความลับของผู้ชาย

โดย. ไดแอน เฮลส์
รีดเดอร์ส ไดเจสท์ มิถุนายน 2549 หน้า 81-87.

ใครๆ ก็บอกว่าผู้ชายมาจากดาวอังคาร (หนังสือขายดีของ ดร.จอนห์ เกรย์ ที่เขียนถึงความแตกต่างของหญิงชาย เพื่อให้เกิดการยอมรับและเข้าใจ ลดความขัดแย้ง ในการสร้างสัมพันธภาพระหว่างกัน) วันๆ คิดแต่เรื่องกีฬา เบียร์ และเรื่องบนเตียง (บางทีอาจสลับกันก็ได้) พวกผู้ชายไม่ยอมถามเส้นทางเมื่อหลง ไม่เปิดเผยความรู้สึกในใจจริงไหม รายงานพิเศษของเราจะตีแผ่ความลับของผู้ชายซึ่งคุณอาจต้องประหลาดใจ

ลูกผู้ชายต้องเข้มแข็ง และความเชื่อเกี่ยวกับอารมณ์ความรู้สึกของชาย

ใครสะอื้นไห้เวลาดู หนังเศร้า ใครจะเป็นจะตายเวลาอกหัก ไม่น่าเชื่อว่าคำตอบคือผู้ชาย ผลการศึกษาเผยว่าผู้ชายมีอารมณ์ความรู้สึกซับซ้อนและเข้าใจยากไม่แพ้ผู้หญิง บางครั้งอาจลึกลับจนแม้ตัวเขาเองก็ไม่เข้าใจ นับประสาอะไรกับผู้หญิง

แม้อารมณ์จะเป็นจุด เด่นที่สุดของผู้หญิงแต่ผู้ชายก็มีความอ่อนไหวและมีประสบการณ์ด้านอารมณ์ได้ มากพอๆกัน ในการศึกษาภาวะด้านอารมณ์ของผู้ใหญ่ 500,000 คน กลุ่มตัวอย่างเพศชายระบุว่ารู้สึกอ่อนไหวสูงพอๆ กับกลุ่มตัวอย่างเพศหญิง การศึกษาคู่สามีภรรยาพบว่าทั้งสองอ่อนไหวต่อความเครียดของคู่สมรสมากเท่าๆ กัน แต่ก็สามารถปลอบโยนอีกฝ่ายได้ดีไม่แพ้กัน

แม้หญิงชายอาจถอน หายใจ ร้องไห้ เฮฮา กราดเกรี้ยว ตะโกน หรือแสดงความรำคาญได้บ่อยพอกัน แต่ทั้งสองเพศมีวิธีแสดงอารมณ์ต่างกัน “อารมณ์เป็นฉากหลังในชีวิตของผู้ชายขณะที่เป็นฉากหน้าในชีวิตของผู้หญิง” ดร. จอช โคลแมน นักจิตวิทยาผู้เขียนหนังสือ สามีจอมขี้เกียจ กล่าวว่า “ฮอร์โมนเทสโทสเทอโรน ส่งผลต่อความรู้สึกของผู้ชายซึ่งจัดหมวดหมู่สิ่งต่างๆ และมองทุกอย่างเป็นเหตุเป็นผลมากกว่า ดูเหมือนหญิงจะโอนอ่อนตามอารมณ์มากกว่าชายซึ่งพยายามจัดการกับอารมณ์เหล่า นี้ เมื่อเป็นเช่นนี้ ผลประโยชน์ก็ตกอยู่กับทั้งสองฝ่าย ความสัมพันธ์ดีขึ้นและทั้งคู่ก็มีความสุขมากขึ้น”

กลไกในสมอง

เมื่อ 13 ปีที่แล้ว คริส ชโรเดอร์ นักธูรกิจวัย 48 มีชีวิตเพียบพร้อม สุขภาพแข็งแรงมีงานที่ชอบ มีภรรยาและลูกสุดที่รักสองคน แต่ภายในหนึ่งเดือน ทุกอย่างก็พังทลายลง เมื่อเขาป่วยเป็นไวรัสตับอักเสบจนต้องเข้าพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล จากนั้นก็ถูกปลดออกจากงาน ชีวิตแต่งงานอับปางลง เขาคาดไม่ถึงว่าชีวิตจะเลวร้ายถึงเพียงนี้ คริสทวนความหลังว่า “ผมดำเนินชีวิตต่อไปแบบซังกะตาย แต่ไม่แสดงความรู้สึกในใจมากนัก ผมไม่เฉลียวใจเลยว่าเราควรปลดปล่อยความกลัดกลุ้มออกมาบ้าง และไม่รู้ด้วยว่าควรปล่อยอย่างไร”

ทำไมผู้ชายขาดความ ละเอียดอ่อนทางอารมณ์ คำตอบคือต้องโทษสมอง ดร. เดวิด พาวเวล ประธานศูนย์ปฏิบัติการด้านสุขภาพนานาชาติ อธิบายว่า สมองของหญิงมีการสื่อสารระหว่างซีกซ้ายซึ่งควบคุมระบบเหตุผลกับซีกขวาซึ่ง ควบคุมการทำงานของอารมณ์ได้ดีกว่าสมองของชาย

ทั้งหมดนี้อาจเป็น เหตุผลว่าทำไมผลการศึกษาในกลุ่มสังคมต่างวัฒนธรรม 125 ฉบับ จึงระบุว่าเด็กชายกับผู้ชายตีความสารที่ได้สื่ออกมาเป็นคำพูด เช่น อากัปกิริยา สีหน้า และน้ำเสียงของคู่สนทนาผิดพลาดกว่าผู้หญิง ผู้ชายยังมีปฏิกิริยาต่ออารมณ์น้อยกว่าและลืมได้เร็วกว่า การทดลองที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดพบว่า ภาพสะเทือนอารมณ์ก่อให้เกิดปฏิกิริยาในสมองของหญิงมากกว่าชาย สามสัปดาห์ต่อมา ผู้หญิงยังจำรายละเอียดของภาพได้มากกว่า นักวิจัยตั้งข้อสันนิษฐานว่าผลการศึกษานี้น่าจะอธิบายว่าทำไมผู้หญิงจึงพร่ำ บ่นเรื่องหยุมหยิมที่สามีลืมไปตั้งนาแล้ว

การหย่าร้างซึ่งที่ จริงส่งผลกระทบต่อจิตใจของชายมากกว่าหญิงนั้น บางครั้งทำให้ผู้ชายต้องสำรวจอารมณ์ของตัวเองเสียใหม่ “นานหลายปีที่ผมต่อสู้กับความกลัดกลุ้ม ซึ่งสุมแน่นอยู่ในใจโดยไม่รู้ตัว แต่เมื่อใด ที่คุณตระหนักว่ามีอารมณ์บางอย่างคุกรุ่นอยู่ในใจ คุณจะรู้สึกว่าเก็บกักไว้เหมือนเดิมได้ยาก ตอนนี้ผมใช้ชีวิตให้มีค่าขึ้น รับรู้สมองฝ่ายความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น ถ้ารู้อย่างที่รู้ก่อนหน้านี้ ผมคงจะเป็นสามีที่ดีกว่านี้” นี่คือคำสารภาพของคริสซึ่งแต่งงานใหม่เมื่อไม่นานนี้หลังครองสถานะม่ายร่วม สิบปี

น้ำตาลูกผู้ชาย
ครั้งแรกที่โรเบิร์ต เวสต์โอเวอร์ วัย 41 เห็นพ่อร้องไห้ คือวันที่เขาสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนาวิกโยธินซึ่งทั้งพ่อและปู่เคยเรียน มาก่อน เนื่องจากเติบโตมากับพี่น้องผู้ชายสามคนในครอบครัวทหาร โรเบิร์ตจึงได้รับการปลูกฝังให้กินเร็ว พูดดังฟังชัดชอบการแข่งขันและเก็บกดความรู้สึก “การแสดงอารมณ์เป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับผู้ชาย” โรเบิร์ตกล่าว

เด็กชายทุกคนได้รับ การสั่งสอนแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก พออายุหนึ่งขวบก็เริ่มสบตาน้อยกว่าเด็กหญิง และหันไปสนใจกับสิ่งที่เคลื่อนไหว เช่น รถยนต์ มากกว่าจะมองหน้าคน พ่อ-แม่แสดงความรู้สึกกับลูกชายน้อยกว่ากับลูกสาว (ยกเว้นอารมณ์โกรธ) เด็กชายจึงรู้จักคำศัพท์เกี่ยวกับ “อารมณ์” น้อยกว่าเด็กผู้หญิง เวลาอยู่ในสนามเด็กเล่นนอกบ้าน เด็กชายถูกสอนว่าต้องกลั้นน้ำตาและไม่ขี้ขลาด เมื่อเข้าโรงเรียนใบหน้าของเด็กชาย ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเปิดเผยไม่ต่างจากเด็กหญิงเริ่มแสดงอารมณ์น้อยลงเรื่อยๆ

พอโตเป็นผู้ใหญ่ ชายจะพูดน้อยลง อย่างน้อยเวลาอยู่หน้าสาธารณชน ชายจะพูดเพื่อแสดงว่าตนเหนือกว่าผู้อื่น ตรงข้ามกับผู้หญิงซึ่งจะพูดเพื่อดึงดูดความสนใจคนรอบข้าง แม้แต่กับเพื่อนส่วนใหญ่ ผู้ชายก็อาศัยคำพูดเป็นเครื่องแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านงานช่าง กีฬา รถยนต์ คอมพิวเตอร์ “ผู้หญิงพูดเพื่อให้หัวสมองปลอด โปร่ง แต่ผู้ชายคิดก่อนพูด” นายแพทย์มาร์ก กูลส์ทัน จิตแพทย์และผู้แต่งหนังสือ เคล็ดลับหกประการให้สัมพันธภาพยืนยาว (The 6 Secrets of Lasting Relationship) “ถ้าไม่คิดก่อนพูดผู้ชายอาจหลุดปากพูดอะไรโง่ๆ ออกไปจนเสียหน้า หรืออาจพูดไม่เข้าหูคนจนกลายเป็นเรื่องชกต่อย ทางที่ดีคือไม่พูดอะไรเลย”

อะไรซ่อนอยู่ภายหลัง หน้ากากเหล็กและความเงียบขรึมของผู้ชาย ความอ่อนแอไงละ ผู้เชี่ยวชาญลงความเห็นว่าผู้ชายส่วนใหญ่รู้สึกไม่มั่นคงโดยตัวเองยากจะยอม รับ และไม่มั่นคงเกินกว่าที่ภรรยาคาดเดาไว้ “ผู้ชายทุกคนมีความกลัวลับๆ อยู่อย่างหนึ่งว่าจะไร้สมรรถภาพและความกล้าหาญ เรียกว่ากลัวตัวเองจะไม่เป็นชายอย่างที่ควรจะเป็น หมอกูลส์ทันกล่าว “ผู้ชายรู้ว่ามีหน้าที่เป็นหัวหน้าครอบครัว ถ้าข้าวของในบ้านพังจะต้องซ่อมได้ เมื่อรู้สึกว่าตนไร้ความสามารถก็จะถอยห่างและปลีกตัวออกไป”

กฎเกณฑ์และบทบาท ระหว่างชายหญิงเริ่มผ่อนปรนบ้างแล้ว ชายบางคนกล้าพอจะเปิดเผยความอ่อนแอของตน แต่หลายคนยังสับสนว่าควรเปิดเผยแค่ไหน “ผู้หญิงบอกว่าอยากให้พวกเราเปิดเผยความรู้สึก” โรเบิร์ตกล่าว “แต่เดี๋ยวก็บอกว่าอยากเห็นเราเป็นหลักอันมั่นคงให้เธอ เหมือนเรียกร้องให้เรากระโดดไปมาระหว่างความสุดโต่งสองขั้ว ซึ่งสับสนมาก ผู้ชายไม่มีแนวทางหรือตัวอย่างว่าควรปฏิบัติอย่างไรจึงจะได้ชื่อว่าเปิดเผย ความรู้สึกและเข้มแข็งไปพร้อมกัน"

ทำไมผู้ชายระเบิดอารมณ์

แม้ผู้หญิงจะรู้สึก โกรธบ่อยพอๆ กับผู้ชาย แต่ความฉุนเฉียวก็ยังเป็นอารมณ์ประจำตัวเพศชายอยู่ดี “ลูกยังพูดถึงตอนที่ผม “เบรกแตก” อยู่เลย” คิม การ์เรทัน พนักงานบริษัทวัย 54 ปี ซึ่งเคยระเบิดอารมณ์สุดขีดในร้าน เมื่อพนักงานนำอาหารเย็นชืดมาเสิร์ฟ

แล้วทำไมผู้ชายหลายคน ถึงแสดงอาการกราดเกรี้ยว “ความโกรธมีสาเหตุมาจากจิตใจที่สับสนเมื่อต้องเก็บกดอารมณ์บางอย่างไว้ ชายทุกคนพยายามเก็บความรู้สึกเพราะกลัวว่าการเปิดเผยเพียงเล็กน้อยอาจนำไป สู่การปอกเปลือกจนหมดใจ” ดร. เคนแนท ดับเบิลยู. คริสเตียน นักจิตวิทยาและผู้เขียนศัตรูตัวร้ายของคุณ (Your Own Worst Enemy) กล่าว “ถ้าคุณไม่หาทางปลดปล่อยมันออกมาบ้างหรือหาวิธีจัดการอย่างถูกต้องอารมณ์ เหล่านี้จะเป็นเหมือนไฟคุกรุ่น รอเวลาลุกโหมขึ้นมาเมื่อชีวิตของคุณพังครืนลง เพราะปัญหาบางอย่าง”

ชีวิตคิมพังทลาย เมื่อสี่ปีก่อนหลังหมอลงความเห็นว่าเขาเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก สิ่งที่ตามมาก็เหมือนกับสิ่งที่เกิดกับชายหลายคนเมื่อรู้ว่าตัวเองป่วยหนัก คิมตระหนักว่าชีวิตเขาไม่มีอะไรต้องเสีย มีแต่ได้เท่านั้น ขอเพียงปล่อยให้ตัวเองมีอารมณ์ตามจริง “ผมกล้าแสดงอารมณ์ทุกอย่าง” คิมกล่าว “ถ้าโกรธ ผมก็ระบายด้วยคำพูดเจ็บแสบแล้วก็ปล่อยให้ผ่านไป ผมใช้อารมณ์ขันเป็นทางออกและกลับไปติดต่อกับเพื่อนเก่าๆ ตั้งคำถามเกี่ยวกับชีวิต แสวงหาความหมายทางจิตวิญญาณ ชีวิตผมเต็มไปด้วยความสุขและรื่นรมย์”

ลองวิธีนี้

ผู้ชายสามารถแสดง อารมณ์โดยไม่ต้องร้องไห้หรือรู้สึกกลัว ต่อไปนี้เป็นวิธีเริ่มต้น

หาวิธีแสดงอารมณ์ อย่างสร้างสรรค์หางานอดิเรกอย่างวาดรูปหรือเล่นดนตรีผลงานศิลปะอันยิ่งใหญ่ จำนวนมากเป็นการสร้างสรรค์ของเพศที่ได้ชื่อว่าเก็บกดที่สุด

ระบายความเครียดและ โกรธด้วยการออกกำลัง “เมื่อรู้สึกกดดันสุดขีดจนอยากเอาหัวชนฝา ให้รีบหาทางออกกำลัง บางทีแค่สิบนาทีอาจยังไม่พอ”

แสดงอารมณ์ออกไป “นิดหน่อย” เริ่มจากความรู้สึกที่คุณควบคุมได้หาคนที่เข้าใจและใช้คำว่า “นิดหน่อย” เช่น เศร้า “นิดหน่อย” หรือ กลัว “นิดหน่อย” อย่างนี้จะปลอดภัยกว่าการเปิดเผยจนหมดเปลือก

เดินหน้าเข้าชน “แทนที่จะหลีกเลี่ยงอารมณ์ที่คุณไม่แน่ใจว่าจะจัดการได้ ทางที่ดีคือเดินหน้าเข้าหา” ดร. ทราวิส แบรดเบอรี่ นักจิตวิทยา กล่าว “การจัดการกับอารมณ์ของตนเป็นเรื่องที่อาศัยเวลาและการฝึกฝนเพราะเป็นการฝึก สมอง แต่ยิ่งทำก็ยิ่งง่าย”

ผู้หญิงต้องรู้

“ชายก็เหมือนปู เสฉวน” คริสกล่าว “ถ้าเปิดเผยความรู้สึกแล้วต้องเจ็บปวดเพิ่ม เราจะหดกลับเข้าไปในกระดองและไม่โผล่หัวออกมาอีก เราไม่ยอมให้ใครมาถากถางหรือเยาะเย้ยเราต้องบ่มตัวเองอยู่นานกว่าจะรู้สึก ปลอดภัย” ต่อไปนี้เป็นวิธีที่ผู้หญิงสามารถทำได้เพื่อช่วยให้ผู้ชายข้างกายรู้สึกสบาย ใจที่จะแสดงความรู้สึก

เวลาพูด ให้อยู่”เคียงข้าง” แทนที่จะ “ประจันหน้า” นักจิตวิทยากล่าวว่า การยืนเผชิญหน้ากับผู้ชายจะทำให้เขารู้สึกว่าถูกท้าทายและยั่วยุ เพราะฉะนั้น แทนที่จะนั่งตรงข้ามกับสามี ควรนั่งข้างๆ เขา

ทำกิจกรรมประเภท กีฬาร่วมกัน เวลาปั่นจักรยานหรือเดินป่า ปราการในหัวใจผู้ชายจะอ่อนบางลง ดังนั้น จึงควรปล่อยให้เรื่องราวต่างๆ ผุดขึ้นมาอย่าเร่งเร้าให้พูดเวลาเดิน เพราะเขาอาจปิดปากเอาดื้อๆ

หัดดูหนังชีวิตแบบ ผู้ชาย หนังชีวิตเกี่ยวกับกีฬาทำให้ผู้ชายไม่น้อยซึ้งถึงกับน้ำตาซึม “กีฬาเป็นเครื่องยึดโยงระหว่างผู้ชายกับพ่อ สำหรับผู้ชายนี่คือรากฐานสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างเขากับพ่อ” อย่าพยายามวิเคราะห์หรือวิจารณ์ชีวิตวัยเด็กของเขา

อย่ากดดันให้เขาพูด ว่าผจญอะไรมาบ้างในวันเลวร้ายสุดๆ “ถ้าวันไหนทุกอย่างแย่ไปหมด เขาเองก็ไม่อยากพูดถึงความเจ็บปวดแบบนี้หรอก” นักจิตวิทยากล่าว “จะมีประโยชน์อะไรกับการนั่งคุยเรื่องหดหู่ตลอดค่ำในเมื่อไม่ช่วยให้แก้ ปัญหาได้”

แสดงออกไม่ต้องพูด การพูดคุยอาจเป็นวิธีแสดงอารมณ์ที่ผู้หญิงนิยมใช้มากที่สุด “ผู้ชายแสดงอารมณ์ด้วยภาษากาย” นักจิตวิทยากล่าวว่า “เพศสัมพันธ์เป็นวิธีแสดงความรักอีกอย่าง” แทนที่จะบีบคั้นให้ผู้ชายถ่ายทอดความรู้สึกออกมาเป็นคำพูดทางที่ดีควรหัดพูด ภาษาของเขา

หาทางทำให้เขาทราบเมื่อคุณต้องการกำลังใจ นักจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยโทเลวิจัยพบว่าสามีอาจอ่อนแอและต้องการกำลังใจไม่ ต่างจากภรรยา เพียงขึ้นอยู่กับจังหวะเวลาเท่านั้น “ผู้ชายไม่ถึงกับไม่รู้ร้อนรู้หนาว แต่ภรรยาต้องทำให้เขาทราบว่าตัวภรรยาเองต้องการอะไรและเมื่อไหร่”

บอกสามีว่าเขามี ความหมายต่อคุณเพียงไร “เวลาอยู่ด้วยกันตามลำพังให้ถามสามีว่า “ทุกวันนี้ ฉันทำให้คุณรู้สึกชื่นชมและให้เกียรติคุณน้อยกว่าเมื่อตอนเจอกันครั้งแรก หรือเปล่า” จิตแพทย์แนะ “บอกเขาว่าคุณรู้สึกว่าตัวเองรู้สึกโชคดีมากที่ทีเขามาร่วมชีวิตด้วย และขอโทษด้วยที่ไม่ได้บอกให้รู้เช่นนั้นบ่อยๆ เชื่อว่าคุณผู้ชายจะต้องถึงอ้าปากค้างแน่นอน”


*******************************************

ผิวหน้าของคุณอยู่ในประเภทไหนกันแน่

ถ้าคุณอยากให้ผิวพรรณดูเปล่งปลั่ง สดใสแบบสาวสุขภาพดี สิ่งแรกที่คุณต้องรู้อย่าง แน่ชัดให้ได้ก็คือสภาพผิวของคุณอยู่ในประเภทไหน


เพื่อที่จะได้รู้ทิศทางว่าจะต้องบำรุงดูแลอย่างไร ถ้าคุณมีผิวผสมแต่นึกว่าตัวเองเป็นคนผิวแห้ง แล้วเลือกใช้แต่ผลิตภัณฑ์สำหรับคนผิวแห้ง ก็อาจส่งผลร้ายมากกว่าผลดีได้ฉะนั้น ถ้าคุณยังไม่แน่ใจว่าผิวของคุณอยู่ในประเภทไหน เราก็มีวิธีตรวจสอบผิวมาบอกคุณแล้ว

ขั้นแรกก็ล้างหน้าด้วยเจลล้างหน้า สำหรับผิวธรรมดาทั่วไป โดยล้างผิวหน้าด้วยน้ำเย็น ซับหน้าให้แห้ง แล้วปล่อยทิ้งไว้อย่างนั้นประมาณ 20 นาที จากนั้นก็ตรวจดูผิวหน้าในที่ที่มีแสงสว่างเพียงพอ

- ถ้าผิวหน้ามีความมันทั่วทั้งใบหน้า ก็แสดงว่าคุณเป็นคนผิวมัน

- ถ้าคุณเห็นความมันเฉพาะบริเวณที-โซน ก็แสดงว่าคุณมีผิวผสม

- ถ้าคุณมองไม่เห็นความมันเลย ก็แสดงว่าคุณยังมีผิวปกติ

- ถ้าผิวหน้าของคุณจะรู้สึกตึงๆ หรือลอกเป็นขุยขาวๆ ก็แสดงว่าคุณเป็นคนผิวแห้ง

ลองไปทดสอบกันดูนะค่ะ จะได้ทราบว่าเราผิวของคุณเป็นประเภทไหน และจะได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่เข้ากับผิวของคุรได้อย่างถูกต้องเพื่อสุขภาพผิวที่ ดี

+++ Hamster +++

+++ Playlist +++


MusicPlaylistRingtones
Create a playlist at MixPod.com

+++ coming soon +++