วันจันทร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2553

♣ วันที่หัวใจเคลื่อนไหว ♣



ด้านหนึ่งของชีวิตคงเป็นการรอคอย
คอยด้วยความ หวัง
แม้ว่าบางครั้งจะผิดหวัง
และหลายครั้งจะสมหวัง
และในขณะนี้ หลายคนก็ยังคอยอยู่
โดยที่ยังไม่รู้ว่า
การรอคอยครั้งนี้จะได้ผลอย่าง ไร

บางคนอาจล้มเลิก
เมื่อ คิดว่าการรอคอยครั้งนี้
ไม่มีประโยชน์ เสียเวลา
หรือไม่ก็เลิกรอ
เพราะ คิดว่ามันคงไม่ได้เป็นอย่างที่หวัง
และออกเดินทางต่อไป
หรือไปสู่การ รอคอยครั้งใหม่


บาง คนยังยืนหยัดรอ
แม้ว่าจะก้าวล่วงผ่านกาลเวลา
สถานที่ ผู้คน
เพราะ เชื่อมั่นในการรอคอย
ถึงแม้ว่าผลอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่หวัง
ก็ยังรอ
เพื่อ ที่จะพิสูจน์
ถึงความรู้สึกที่แท้จริงของตนเอง

แม้ว่าในที่สุด
อาจจะต้องรออยู่
จน ถึงวันสุดท้ายของชีวิต
รอหัวใจของใครคนนั้น
ให้เคลื่อนไหวตอบรับ
กับ การเคลื่อนไหวของใจดวงนี้
ที่รอคอยมาอย่างยาวนาน

แล้วเราล่ะ
ในที่สุดของหัวใจ
กำลังรอคอย ใครอยู่หรือเปล่า
รอใครคนนั้น
แม้ไม่มีวี่แววว่า
ใจของเขาจะ เคลื่อนไหวสักที
แต่ก็ยังรอแบบไม่กลัวเสียเวลา
รอด้วยความหวัง
รอ ด้วยความรัก
รอแบบไม่มีเงื่อนไข
รออย่างสงบไม่กระวนกระวาย
และมี ความสุขกับการรอ

เดือนเกิดแสดงนิสัย!!




มกราคม

“ ทะเยอทะยาน จริงจัง อดทน
“ ชอบ สั่งสอน รักการเรียนรู้ ขยันทำงานตัวเป็นเกลียว
“ มีความคิดสร้างสรรค์ ฉลาด เจ้าระเบียบ ทำอะไรเป็นแบบแผนขั้นตอนไม่มีนอกลู่นอกทางแม้แต่น้อย
“ อ่อน ไหว ช่างคิดรู้วิธีทำให้คนอื่นมีความสุข
“ ปกติจะเงียบขรึมถ้าไม่ได้ กำลังตื่นเต้น หรือ เข้าสู่ภาวะคับขัน
“ สงบเสงี่ยม กระตือรือร้น
“ ห่วงใย ใส่ใจคนอื่น โรแมนติกแต่ไม่ค่อยยอมแสดงออกเท่าไร
“ ติดบ้าน
“ ซื่อ สัตย์
“ ไม่ค่อยชอบเข้าสังคม แถมขี้ หึงอีกต่างหาก


กุมภาพันธ์
“ ช่างฝัน รักทั้งโลกแห่งความเป็นจริงและโลกแห่งความฝัน
“ ไหวพริบปฏิภาณดี ฉลาด หากแต่บุคลิกภาพแปรปรวนไปนิด
“ เจ้าอารมณ์ เงียบ ขี้อาย สุภาพ ไม่ค่อยมีความมั่นใจในตัวเอง
“ ซื่อสัตย์
“ ชอบตั้งเป้าหมายในชีวิต
“ รัก อิสระเหนือสิ่งอื่นใด
“ ขบถได้ง่ายถ้าถูกบีบคั้น แอบก้าวร้าวบ้างบางครั้ง แต่ที่จริงอ่อนไหวมาก เสียใจง่าย! โกรธก็ง่าย
“ ไม่ ชอบเรื่องไร้สาระ ชอบคบเพื่อนฝูงใหม่ๆ น่ารักๆ
“ รักกิจการงานบันเทิงทุก ชนิดโรแมนติกลึกๆ แต่ไม่แสดงออก
“ เชื่อถือโชคลาง
“ ใช้จ่ายเงินเก่ง

มีนาคม

“ มี เสน่ห์ เป็นที่รักของผู้อื่น
“ ขี้อาย สงบเสงี่ยม ลึกลับ
“ ซื่อตรง เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เห็นอกเห็นใจ รักสันติและความสงบ
“ อ่อนโยน ชอบเอาอกเอาใจคนอื่น
“ ใจเย็น ไว้ใจได้
“ เห็นค่าคนอื่น ใจดี
“ เคร่ง ศีลธรรม แต่ติดนิสัยชอบประเมินคนอื่น
“ เจ้าคิดเจ้าแค้น แถมยังเพ้อฝัน ชอบสร้างจินตนาการ
“ รักการเดินทาง
“ รักการเป็นจุดสนใจ
“ ใจเร็ว ไปนิดถ้าคิดจะลงหลักปักฐานกับใคร
“ ชอบตกแต่งบ้านเอง
“ มีพรสวรรค์ เรื่องดนตรี รักข้าวของแปลกๆ
“ ข้อควรระวังคืออารมณ์หงุดหงิดง่าย

เมษายน
“ กระตือรือร้น ไม่ชอบหยุดนิ่งอยู่กับที่
“ เข้มแข็งเด็ดขาด แต่กลับใจอ่อนอย่างไม่น่าเชื่อกับคำขอโทษ
“ ดึงดูดใจและเป็นที่รักของผู้ คน ใจแข็ง
“ รักการเป็นจุดสนใจ
“ พูดจาฉลาดถนอมน้ำใจทุกฝ่าย
“ ชอบ ปลอบโยน
“ มนุษย์สัมพันธ์ดี ชอบเสนอแนะแก้ปัญหาให้คนอื่น
“ กล้าหาญ ชอบผจญภัย
“ สุภาพเอื้อเฟื้อ แต่เจ้าอารมณ์ ชอบกระตุ้นทั้งตัวเองและคนรอบข้าง และขี้หึงมากเช่นกัน


พฤษภาคม
“ ดื้อดึง ใจแข็ง กล้าแกร่ง
“ ตั้งใจมั่น แรงจูงใจสูง
“ หลักแหลม
“ โกรธง่าย อารมณ์แปรปรวน
“ ชอบการเป็นจุดสนใจ
“ นิ่ง ไม่ค่อยแสดงอารมณ์มากนัก
“ มี จุดยืนของตัวเอง แข็งนอก อ่อนใน
“ มีอิทธิพล แต่ก็มีเสน่ห์
“ ชอบปลอบ โยนผู้อื่น
“ มีระบบระเบียบ เพ้อฝัน ถือโชคลาง
“ มีสัมผัสพิเศษ เข้าอกเข้าใจจินตนาการกว้างไกล
“ รักการเดินทาง ไม่ชอบอยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือน ไม่ชอบหยุดนิ่ง
“ ทำงานหนัก ความรับผิดชอบสูง แต่สุรุ่ยสุร่ายไปหน่อย

มิถุนายน
“ คิดการณ์ไกล หัวก้าวหน้า
“ ใจอ่อนกับคนใจดี
“ สุภาพ พูดจาเบามีความคิดสร้างสรรค์มากมาย
“ อ่อนไหว ชอบคิดค้น เสียตรงที่ขี้ลังเล
“ ไม่รักษาเวลา
“ สนุกสนาน มีอารมณ์ขัน ชอบเรื่องตลก
“ มีทักษะดีในการโต้แย้ง ช่างพูดช่างคุย ชอบฝันกลางวัน
“ เป็น มิตร รู้ว่าจะหาเพื่อนได้อย่างไร
“ อดทน
“ ชอบแสดงออก เสียใจง่าย ชอบแต่งตัว
“ ขี้เบื่อ นานๆ จะแสดงอารมณ์ออกมาซักที ถ้าเสียใจต้องใช้เวลานานในการเยียวยา
“ ชอบการบริหาร
“ หัวรั้น
“ ถือ คติแปลกๆ ว่าใครประจบประแจงคือศัตรู ส่วนเพื่อนแท้ต้องไม่กลัวที่จะขัดใจ




กรกฎาคม
“ อยู่ด้วยแล้วสนุก มีเสน่ห์
“ เก็บความลับได้ แต่ยากที่จะเข้าถึงตัวตนที่แท้จริง
“ เงียบถ้าไม่มีอะไรตื่นเต้น
“ หยิ่ง ทะนงในตัวเอง ช่างเลือก
“ มีความรับผิดชอบ ชอบปลอบโยนคนอื่น
“ ซื่อ ตรง ซื่อสัตย์
“ สนใจความรู้สึกคนรอบข้าง
“ มีไหวพริบ
“ ใจดี ไม่ผูกใจเจ็บใคร
“ ไม่ชอบเรื่องไร้สาระทั้งหลาย
“ มีอิทธิพลต่อคนอื่น ทั้งในด้านร่างกายและจิตใจ
“ อ่อนไหว ไม่ไว้วางใจใครง่ายๆ
“ ห่วงใย ใส่ใจคนอื่น ปฏิบัติต่อคนอื่นอย่างเท่าเทียม เห็นอกเห็นใจ
“ แย่ตรงที่ ชอบตัดสินคนอื่นเพียงเพราะสิ่งที่สังเกตเอาเอง
“ รักการเดินทาง ศิลปะ ดนตรี และวรรณกรรม
“ เรียนดี!
“ ชอบอยู่คนเดียวเงียบๆ ไม่ชอบความวุ่นวาย
“ เสียใจง่ายแถมต้องใช้เวลานานกว่าจะหาย
“ ทุ่มเท ทุกอย่างให้งาน

สิงหาคม
“ ชอบ เรื่องตลก
“ มีเสน่ห์ สุภาพอ่อนโยน
“ ใส่ใจคนอื่น
“ กล้าหาญไม่เคย กลัวอะไรทั้งสิ้น
“ มั่นคงเด็ดเดี่ยว เป็นผู้นำเต็มตัว
“ รู้ว่าต้อง ดูแลปลอบโยนคนอื่นอย่างไร แต่เสียตรงที่เอื้อเฟื้อเกินไป
“ มั่นใจตัวเอง เกินไป
“ เรียกร้องต้องการการยกย่องนับถือมุ่งมั่นแรงกล้าสุดๆ
“ แถม โกรธง่ายเกินเหตุ โดยเฉพาะเมื่อถูกแหย่หรือกระตุ้น
“ ขี้หึง
“ เคร่ง ศีลธรรม
“ หุนหันพลันแล่น
“ ความคิดอิสระไม่ค่อยเหมือนใคร
“ รัก ทั้งการเป็นผู้นำและถูกนำ
“ ช่างฝัน มีพรสวรรค์เรื่องศิลปะดนตรี และกลไกการป้องกันตัว
“ อ่อนไหวเหมือนกันแต่ไม่ค่อยจะอยากยอมรับ ยุ่งเหยิงวุ่นวาย ตลอดเวลา
“ โรแมนติค รักใคร่และห่วงใยคนอื่น
“ ชอบ คบหาเพื่อนฝูงใหม่ๆ


กันยายน
“ สุภาพ อ่อนโยน ประนีประนอม
“ ระวังตัวแจ
“ วางขั้นตอนชีวิตอย่างเป็นแบบแผน
“ ชอบ ตอกย้ำจุดอ่อนคนอื่น
“ ชอบการวิพากษ์วิจารณ์
“ เยือกเย็นและสงบ
“ ใจ ดี เห็นอกเห็นใจคนอื่น
“ รอบรู้เรื่องต่างๆ
“ ซื่อตรง
“ ทำงานเก่ง
“ อ่อน ไหว
“ ช่างคิด
“ ความจำดี สนใจใฝ่รู้
“ ชอบการแสวงหาความรู้ใหม่ๆ
“ มี แรงจูงใจ เข้าอกเข้าใจ
“ เก็บความลับอยู่
“ รักกีฬากิจกรรมยามว่าง และ การเดินทาง
“ ไม่แสดงอารมณ์เสียจนเกือบจะเป็นคนเก็บกด
“ ช่าง เลือกโดยเฉพาะเรื่องแฟน

ตุลาคม
“ รักการพูดคุยเป็นชีวิตจิตใจ
“ รักทุกคนที่รักตัวเอง
“ รักการ เจาะเข้าสู่จุดศูนย์กลางของเรื่องต่างๆ
“ มีเสน่ห์
“ สุภาพนุ่มนวล
“ จิต ใจและรูปร่างสวยงาม
“ ไม่โกหกเสแสร้ง
“ เห็นอกเห็นใจคนอื่น
“ ให้ ความสำคัญกับเพื่อน ชอบคบหาเพื่อนใหม่อยู่เรื่อย
“ เสียใจง่ายก็จริงแต่ ไม่ต้องห่วง แป๊บเดียวก็หายเศร้า
“ ชอบช่วยเหลือคนอื่น
“ ชอบฝันกลาง วัน ความคิดบรรเจิด
“ มีสัมผัสพิเศษ
“ รักการเดินทาง ศิลปะ และวรรณกรรม
“ พูดจานุ่มนวล รักและใส่ใจคนอื่น โรแมนติก ขี้หึง
“ เป็น ห่วงเป็นใย รักความยุติธรรม
“ เชื่อคนง่าย เพราะมองโลกสวยงาม
“ สูญ เสียความเชื่อมั่นง่ายมาก

พฤศจิกายน
“ ความคิดล้านแปดเต็มหัว ยากที่จะเข้าถึง คิดการณ์ล้ำหน้า
“ โดด เด่นหัวไว ใส่ใจและชอบให้คำแนะนำ
“ อยากรู้อยากเห็น
“ รู้จักวิธี ตะล่อมคุ้ยความลับ
“ ชอบคิดอยู่ตลอดเวลา
“ พูดน้อยแต่อัธยาศัยดี
“ กล้า หาญและเอื้อเฟื้อ
“ อดทน หัวรั้น ใจแข็ง ถือคติ ตราบใดที่ยังมีความหวัง ตราบนั้นก็ยังมีหนทางเสมอ
“ มีเป้าหมายในชีวิต ไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ
“ โกรธ ยากมากถ้าไม่ถูกยั่วจนถึงขั้นจริงๆ
“ ชอบอยู่คนเดียว
“ มีแรงจูงใจใน ตัวเอง โดยไม่สนใจการยอมรับนับถือจากคนอื่น
“ มั่นคง เด็ดเดี่ยว
“ รัก ใครรักจริง
“ เจ้าอารมณ์
“ โรแมนติก แต่ไม่ค่อยสนใจสัมพันธ์จริงจังนัก
“ รักบ้าน
“ ทำงานหนัก
“ มีความ สามารถสูง
“ ไว้ใจได้

ธันวาคม
“ ซื่อสัตย์และเอื้อ เฟื้อเผื่อแผ่
“ กระตือรือร้นในการแข่งขัน และปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น
“ ไม่ ค่อยมีความอดทน
“ ทะเยอทะยาน มีอิทธิพลในสังคม
“ รักการเข้าสังคมมาก
“ รัก การได้รับการยอมรับ การเป็นจุดสนใจ
“ รักการที่มีคนอื่นมารักตัวเอง
“ ซื่อ ตรงและไว้ใจได้ ไม่เสแสร้ง แต่อารมณ์เสียง่าย
“ เกลียดการถูกบีบบังคับ
“ รัก เรื่องตลก มีอารมณ์ขัน

♣ ความผูกพัน ♣



วันนี้...เราอาจรู้สึกผูกพันต่อสิ่งหนึ่ง จนคิดว่าเราขาดไม่ได้
...แต่เวลาจะทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไป
... สักวันเราจะรู้ว่า... สิ่งที่เราผูกพันในวันนี้.
..เป็นแค่ส่วนหนึ่งที่ เติมชีวิตเรา ไม่ใช่...ทั้งหมดของชีวิตเรา


วันหนึ่ง...หากเรามีโอกาสได้เจอสิ่งที่ถูกใจสิ่งใหม่
ที่ เราคิดว่าเราพึงใจ...ปรารถนา...ต้องการ...ขาดไม่ได้
เราก็จะเริ่มผูกพัน กับสิ่งใหม่ได้ในเวลาไม่นานนัก..

เมื่อ เวลาหนึ่งผ่านไป จะสอนเราได้เองว่า
...ความผูกพันกับสิ่งใดๆในช่วงเวลา หนึ่ง
จะเป็นความสุขในช่วงเวลานั้น ๆ อย่าได้ไปยึดติด
อย่าได้ไปใช้ ชีวิตทั้งชีวิตลุ่มหลง...
คิดเสียว่า...เราโชคดี...ที่มีโอกาสได้ผูกพัน กับสิ่งที่เรารัก

ความผูกพัน...ก็ เหมือนกับความรัก...
หรืออาจจะเป็นผลพวงที่มาจากความรัก
หากเรารัก ใครคนใดคนหนึ่งมาก
เราก็จะรู้สึกว่าผูกพันมาก
แต่ความผูกพันที่ ว่า... ไม่ได้หมายถึงการหยุดตัวเอง ไว้กับสิ่งนั้นๆ



...เพราะคนเราทุกคนย่อมผูกพันกับหลายๆสิ่ง
เปรียบ เสมือน เรามีแก้วนำอยู่หนึ่งใบ
ในยามเช้า...เราอาจต้องใช้แก้วใบนี้ดื่ม นม
พออากาศร้อนหน่อย...เราอาจต้องการน้ำเย็น ๆ
บางครั้งที่เราไม่ สบาย...เราอาจต้องการน้ำอุ่น

ใจเราก็ เหมือนกับแก้วน้ำ...
ต้องเติมสิ่งต่าง ๆ ในเวลาที่แตกต่างกัน...ตามความเหมาะสม

หากเราเติมน้ำเย็นลงไปในแก้ว น้ำ
แล้วเติมน้ำร้อนลงไปในทันที ในแก้วใบเดียวกัน
เราก็จะพบว่า ...แก้วใบนั้น...ก็จะร้าว...แล้วเริ่มแตก ซึ่งก็เหมือนกับใจเรา...




ความผูกพันต่อสิ่งหนึ่งสิ่งใดในช่วงเวลาหนึ่ง...ไม่ผิด
ถ้า เราค่อยๆปรับใจ...ปรับตัวของเราเอง...ให้กลับคืนใน เวลาที่ควร
เพราะ อย่างน้อยที่สุด...เราก็มีโอกาส...ได้ผูกพัน...
ซึ่งก็เหมือนเรามีโอกาส ...ได้รัก นั่นเอง

ถ้าคุณมีความสุข ที่เห็นเค้าเดินกับคนอื่น ...คือ...ความรัก
ถ้าคุณเศร้า...เหงา...คิด ถึงเค้า...อยากเจอ...อยากพูดคุย ...คือ...ความรัก
ถ้าคุณร้อนรนที่เค้า อยู่กับใครๆที่ไม่ใช่คุณ ...คือ...ความใคร่ เป็นเจ้าของ
ถ้าคุณเมามาย ...เค้าลูบหลังไหล่...ดูแล ...คือ...ความรักที่บริสุทธิ์ใจ
ถ้าคุณเมา มาย...เค้ากอดและสัมผัสร่างกาย ...คือ...ความใคร่จากเค้า
ถ้าคุณเข้าหา ...แต่เค้าหนี... ...คือ...ความใคร่ ที่หมดเยื่อใยแล้ว
ถ้าคุณหนี...แต่ เขาวิ่งตามมา... ...คือ...ความรักที่ยังไม่มีจุดจบ
ถ้าคุณร้องไห้...ให้ กับคนที่ไม่มีเยื่อใยในตัวคุณ
...คุณคือ...คนโง่...และบ้า อย่างน่าอาย

แต่ถ้าคุณพอใจ...จงรัก...และมอบความรักให้กับเค้า แม้มันจะไม่กลับมาหาคุณก็ตาม
จงดีใจที่ได้รักซะวันนี้...ดีกว่าที่จะมา นั่งเสียใจในวันหน้า
จงภูมิใจที่มีความใคร่...เสน่หา เพราะมันจะไม่ย้อนกลับมาหาอีกต่อไป...



เด็กหานาฬิกา




ชาวนาคนหนึ่ง หลังจากไปทำความสะอาดคอกม้า
ออก มาก็พบว่านาฬิกาพกของตนได้หล่นหายไปเสียแล้ว
นาฬิกาพกเรือนนี้มีความหมายต่อเขาอย่างมาก
ด้วย เป็นของขวัญที่แม่ของเขาทิ้งไว้
ให้
เขารีบวิ่งกลับไปที่คอกม้า รื้อหาจนทั่วบริเวณแทบพลิกแผ่นดินหา
แต่ก็หาไม่พบ ?

เขาเดิน ออกมาจากคอกม้าด้วยเหงื่อที่ท่วมตัว
มองไปเห็นมีเด็กกลุ่มหนึ่งกำลัง เล่นกันอยู่แถวนั้น

เขาจึงได้คิดว่าอาจเป็นเพราะตัวเองแก่แล้วหูตา ฝ้าฟาง ทำให้หาไม่เจอ
แต่เด็กๆ หูตายังแหลมคม น่าจาหาเจอก็เป็นได้
เขา จึงเรียกเด็กๆ มาแล้วบอกว่า
" เด็กๆ ถ้าใครหานาฬิกาพกของลุงเจอ ลุงจะให้เงินคนนั้นหนึ่งเหรียญ"

เด็กๆ พากันวิ่งกรูเข้าไปในคอกม้า จนเวลาผ่านไปนานโข
ตอนที่เด็กๆ เดินกลับออกมาจาก คอกม้าทีละคน
ต่างมีสีหน้าผิดหวังที่หานาฬิกาพกไม่เจอ

ขณะที่ชาวหน้ากำลังถอดใจคิดจะเลิกหานั่นเอง
ก็มีเด็ก คนหนึ่งมากระซิบกระซาบบอกกับเขาว่า


" ผมจะลองเข้าไปหาดูอีกครั้งหนึ่ง แต่คราวนี้ขอให้ผมเข้าไปคนเดียวเท่านั้น"

ชาวนา มองตามหลังเด็กชายไปอย่างไม่มั่นใจ
คิดในใจว่า..พวก เราแทบจะพลิกคอกม้าหายังไม่เจอ ?
แล้วลำพังเด็กคนเดียว จาหาเจอได้อย่างไร

. เด็กคนนั้นเข้าไปตั้งนาน ก็ยังไม่กลับออกมา ชาวนาเริ่มสิ้นหวัง
ใน ขณะชาวนาคิดจะเลิกรอและจากไปนั่นเอง
เด็กชายคนนั้นก็เดินออกมาจากคอกม้า

ในมือของเขาถือนาฬิกาพก เรือนหนึ่ง

ชาวนาถามด้วยความแปลกใจว่า " เจ้าหาเจอได้อย่างไร"

เด็ก ชายบอกว่า " พอเข้าไปข้างใน ผมก็ไม่ได้ทำอะไรเลย เพียงแต่นั่งเงียบๆ อยู่ที่พื้น ไม่นานผมก็ได้ยินเสียง ติ๊กตอก ติ๊กตอก จากนั้นผมก็เดินตามเสียงไป แล้วผมก็เจอนาฬิกาเรือนนี้"

ข้อคิดเตือน ใจ ขณะที่เรากำลังยุ่งวุ่นวายอยู่กับชีวิตหรือ หน้าที่การงาน
บางครั้งก็จำเป็นอย่างมากที่จะต้องสงบจิตใจมาคิดตรึกตรอง ดูว่า
สิ่งที่เรากำลังทำอยู่นั้น ถูกต้องและเหมาะสมดีแล้วหรือเปล่า
และ นี่ก็อาจเป็นความหมายที่แท้จริงของคำโบราณที่ว่า
" บนเส้นทางของชีวิต บางครั้งก็ควรตึงเครียด บางครั้งก็ควรผ่อนคลาย"

♣ 20 วิธีลดหุ่นให้เข้าที่ ♣


1. ใช้จานชามสีเข้มขรึม
เนื่อง จากภาชนะใส่อาหารที่มีสีสดใสจะช่วยกระตุ้นให้เกิดความอยากอาหารมากขึ้น ดังนั้นเพื่อสกัดกั้นความอยากเสียตั้งแต่ยังไม่เริ่มลงมือกิน จึงควรจัดอาหารใส่ไว้ในภาชนะสีเข้มๆ อย่างเช่น สีดำ หรือสีน้ำเงินเข้ม จะเป็นการดีกว่า


2. รับประทานผักมากๆ
แบ่ง สัดส่วนการรับประทานอาหารในแต่ละวันของคุณออกเป็น 4 มื้อ และสามในสี่มื้อนั้นควรเป็นอาหารประเภทผักล้วนๆ คิดเสียว่าอย่างไรผักก็มีประโยชน์ และหากอยากลดหุ่นให้ได้จริงๆ ข้อนี้ห้ามละเลย

3. ดื่มน้ำเย็นๆ
เพราะ น้ำเย็นๆ จะช่วยให้ร่างกายต้องดึงพลังงานความร้อนในตัวออกมาเพื่อปรับอุณหภูมิของน้ำ นั้นให้เหมาะสมกับอุณหภูมิในร่างกาย ด้วยเหตุนี้ขณะที่เราได้ดื่มน้ำเย็นๆ ร่างกายจึงต้องเผาผลาญแคลอรีมากขึ้น

4. กินแต่อาหารที่ไม่ติดมัน
อาหาร ประเภทเนื้อสัตว์ติดมัน หมูสามชั้นทอดกรอบ กุนเชียง กากหมู หนังไก่หรืออาหารที่ทอดด้วยน้ำมัน ควรจะงดเว้นให้เด็ดขาด หากยังไม่อยากสูญเสียทรวดทรงองค์เอวอันสวยงามสมส่วน


5. เลือกกินของหวานอย่างเหมาะสม
ขนม หวานๆ อย่างทองหยิบ ฝอยทอง หม้อแกง เค้กหรือช็อกโกแลตเป็นของหวานที่อุดมไปด้วยนม เนย ไข่ และน้ำตาล แถมเวลาได้รับประทานแล้วจะรู้สึกเพลิดเพลินมีความสุข ทำให้ทานชิ้นเดียวหยุดไม่ได้ ฉะนั้นหากต้องการ
ลดน้ำหนักก็จงตัดอกตัดใจเสียเถอะ ทางที่ดีควรหันมารับประทานลูกพลับ หรืออินทผลัมอบแห้งจะสามารถช่วยป้องกันอาการอยากของหวานเหล่านั้นได้

6. งดใส่ครีมในกาแฟ
แม้ ครีมเทียมจะทำให้รสชาติของกาแฟกลมกล่อมขึ้น แต่คิดดูสิ ครีมเทียมเพียง 1 กรัม สามารถให้พลังงานสูงถึง 9 แคลอรี แล้วกาแฟที่คุณดื่ม ใส่ครีมกี่ช้อนต่อแก้ว ถ้าวันหนึ่งคุณดื่มกาแฟสัก 3-4 แก้ว ร่างกายจะได้รับแคลอรี่โดยไม่รู้ตัวมากมายขนาดไหน

7. สลัดน้ำข้น ไขมันเพียบ!
คุณ บอกว่ารับประทานแต่สลัด แต่ทำไมยังอ้วนอีก ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะน้ำสลัดที่คุณเลือกรับประทาน ล้วนเป็นน้ำสลัดข้นๆ ที่อุดมไปด้วยครีมนม และไขมันนม ถ้ารับประทานอย่างนี้แล้ว จะผอมได้อย่างไรละคะ

8. ซดน้ำแกงจืดก่อนอาหาร
เป็น ความคิดที่ดีที่จะจัดการกับน้ำแกงจืดหรือไม่ก็ดื่มน้ำสักแก้วสองแก้วก่อนรับ ประทานอาหาร ทั้งนี้ก็เพื่อให้คุณรู้สึกอิ่มกับอาหารตรงหน้า แต่ถ้าหากยังสามารถกินอาหารได้อีก ก็จะกินได้ในปริมาณที่น้อยลง

9. เลือกกินข้าวกล้องแทนข้าวขาว
ข้าว เป็นอาหารหลักที่เราต้องรับประทานเกือบทุกมื้ออยู่แล้ว และถ้าหากได้รับประทานข้าวกล้องแทนข้าวขาว เราก็จะไม่ได้เพียงแค่คาร์โบไฮเดรตเฉยๆ แต่ยังได้ทั้งวิตามินและเกลือแร่ต่างๆ มากมายจากเยื่อหุ้มและจมูกข้าวที่ไม่ได้ถูกขัดสีออกไปด้วย

10. เลิกนิสัยกินจุบกินจิบ
อย่า สร้างความเคยชินให้กับตัวเองด้วยการกินนั่นกินนี่ไม่เป็นเวล่ำเวลาอยู่ เรื่อยไป แต่ควรกินอาหารเป็นมื้อเป็นคราวเท่านั้น โดยเฉพาะเวลานั่งอยู่หน้าจอทีวีไม่ควรหาขนมกรุบกรอบ อาทิเช่น มันฝรั่งทอด ข้าวเกรียบหรือคุ้กกี้ กินไปดูทีวีไปตลอดเวลา เพราะจะทำให้กินเพลินจนลืมเรื่องอ้วน

11. หาเพื่อนร่วมลด
การ ลดน้ำหนักคนเดียว บางครั้งอาจทำให้รู้สึกท้อแท้ แต่ถ้ามีเพื่อนหัวอกเดียวกันที่มุ่งมั่นจะรีดไขมันส่วนเกินออกจากชีวิต เหมือนกัน จะช่วยทำให้มีกำลังใจขึ้นเยอะ อย่างน้อยๆ คุณก็ยังรู้สึกว่า "ฉันไม่ได้เป็นคนอ้วนที่ต้องลดน้ำหนักอย่างโดดเดี่ยวเดียวดาย"

12. ดินเนอร์ใต้แสงเทียน
ภายใต้แสงเทียนนอกจากจะช่วยสร้างบรรยากาศ ให้ดูโรแมนติกขึ้นแล้ว ท่ามกลางแสงสลัวๆ แบบนั้นยังทำให้ความอยากอาหารลดน้อยลงอีกด้วย

13. อาหารมื้อเช้า
อาหาร มื้อไหนๆ ก็ไม่สำคัญเท่ากับมื้อเช้า ทั้งนี้เพราะช่วงเวลาตั้งแต่ 6 โมงถึง 10 โมงเช้า เป็นช่วงที่ระบบการเผาผลาญสารอาหารภายในร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สูงสุด ดังนั้นจึงควรกินอาหารเช้าใด้เต็มที่ ส่วนมื้อเย็นให้กินแต่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

14. ไม่กักตุนอาหารเต็มตู้เย็น
ทั้งนี้เพราะจะทำให้คุณหาของกินได้ ง่ายและสะดวกสบายเกินไป ยิ่งมีของกินในตู้เย็นมากเท่าไหร่ คุณก็จะยิ่งกินตามใจปากมากขึ้นเท่านั้น

15. ผลไม้รสเปรี้ยวอมหวาน

ผล ไม้อย่างแอปเปิ้ล ส้ม ฝรั่ง กีวี สตรอเบอร์รี่ สับปะรด มะม่วงหรือมะเขือเทศ นับเป็นผลไม้ที่เกิดขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้รักษาหุ่นอย่างแท้ จริง เพราะนอกจากจะเป็นแหล่งวิตามินซีคุณภาพสูงจากธรรมชาติแล้ว

16. ดื่มตบท้ายด้วยชามะนาว
หลัง อาหารแต่ละมื้อควรดื่มชามะนาวตบท้าย จะสามารถช่วยชะล้างปากจากอาหารคาว หรืออาหารมันๆ เลี่ยนๆ ได้ดีกว่าดื่มน้ำเปล่าธรรมดา แถมยังสามารถช่วยยุติความอยากอาหารเรื่อยเปื่อยของคุณอย่างได้ผลด้วย

17. ออกกำลังกาย
การ ออกกำลังกายเป็นกิจกรรมที่ขาดไม่ได้สำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก เพราะการออกกำลังกายจะทำให้ร่างกายสามารถเผาผลาญแคลอรีให้กลายเป็นพลังงาน ได้คราวละมากๆ ฉะนั้นจึงควรเตือนตัวเองให้ขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวร่างกายอยู่เสมอ ซึ่งนอกเหนือจากเล่นกีฬาเป็นงานอดิเรกแล้ว ก็ควรหมั่นฝึกตนให้เป็นคนชอบเดิน ชอบทำงานบ้าน และชอบขึ้นลงบันได

18. กิจวัตรแรกสุดของทุกๆ วัน
หลัง จากตื่นนอนตอนเช้า กิจวัตรแรกสุดที่ควรทำทันทีก็ไม่ใช่อะไรอื่น นั่นก็คือดื่มน้ำให้มากที่สุดเท่าที่จะสามารถดื่มได้ ทั้งนี้ก็เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสดชื่นขึ้น และช่วยให้ระบบขับถ่ายของเสียออกจากร่างกายทั้งหนักทั้งเบาทำงานได้อย่าง คล่องตัว

19. ชั่งน้ำหนักอาทิตย์ละครั้ง
เมื่อ ปฎิบัติได้ตามคำแนะนำดังกล่าวข้างต้นแล้ว ควรติดตามผลการลดหุ่น ด้วยการเปลือยกายสำรวจตัวเองหน้ากระจกในห้องน้ำส่วนตัว และชั่งน้ำหนักอาทิตย์ละครั้งก็พอ ไม่จำเป็นจะต้องชั่งทุกๆ วัน เพราะการทำเช่นนั้นรังแต่จะทำให้รู้สึกเครียดและคับข้องใจที่น้ำหนักไม่มี การเปลี่ยนแปลงให้เห็นผลได้ทันตา

20. อย่าลืมให้รางวัลกับตัวเอง
หลัง จากที่สามารถขจัดไขมันส่วนเกินในร่างกายให้ลดลงไปได้สำเร็จ (แม้จะลงไปเพียงเล็กน้อยก็ตาม) คุณก็สามารถจะให้รางวัลกับตัวเองด้วยการไปนวดหน้า นวดตัว ขัดผิวและบำรุงผิว เพียงเท่านี้หน้าตาและผิวพรรณคุณก็จะแลดูสดใสและปิ๊งปั๊งขึ้นมาทันตาเห็น


สูตรแห่งชีวิต





สูตรแห่งชีวิตประจำวัน สูตรที่ว่านี้มีง่าย ๆ อย่างนี้

๑. ดื่มน้ำให้มาก
๒. กินอาหารเช้าเหมือนราชา, รับประทานอาหารเที่ยงเหมือนเจ้าชายและเมื่อถึงอาหารเย็น, ให้วาดภาพว่าตัวเองเป็นแค่ขอทาน (แปลว่ากินมือหนักที่สุดตอนเช้า, และกลาง ๆ ตอนเที่ยงและตกเย็นแล้ว, ทำตัวเป็นยาจก, ไม่มีอะไรจะกิน...สุขภาพจะเป็นอย่างเทวดาทีเดียวเชียวแหละ)
๓. กินอาหารที่โตบนต้นและบนดิน, พยายามหลีกเลี่ยงอาหารที่ผลิตจากโรงงาน
๔. ใช้ชีวิตบนหลักการ 3 E...นั่นคือ energy หรือพลังงาน, enthusiasm หรือกระตือตือร้น และ empathy คือเอาใจเขามาใส่ใจเราให้มาก ๆ
๕. หาเวลาทำสมาธิหรือสวดมนต์เสมอ
๖. เล่นเกมสนุก ๆ เสียบ้าง, อย่าเครียดกันนักเลย
๗. อ่านหนังสือให้มากขึ้น...ตั้งเป้าว่าปีนี้จะอ่านมากกว่าปีที่ผ่านมา
๘. นั่งเงียบ ๆ อยู่กับตัวเองสักวันละ 10 นาทีให้ได้
๙. นอนวันละ 7 ชั่วโมง
๑๐.เดินสักวันละ 10 ถึง 30 นาที, แล้วแต่จะสะดวก, ไม่ต้องเครียดกับมัน, วันไหนไม่ได้เดิน, ก็อย่าหงุดหงิดกับมัน
๑๑.ระหว่าง เดิน, อย่าลืมยิ้ม

นั่นเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับสุขภาพกายและใจที่ผสมปนเปกันได้เสมอ, หากทำเป็นกิจวัตร, ชีวิตก็จะแจ่มใส, แต่อย่าทำให้ตัวเองเครียดด้วยการรู้สึกผิดถ้าหากวันไหนทำไม่ได้ตามที่วาง กำหนดเวลาของตนเอาไว้

วันนี้ทำไม่ได้, พรุ่งนี้ทำก็ได้ แต่การไม่เอาจริงเอาจังกับตัวเองเกินไปไม่ได้หมายถึงการผัดวันประกันพรุ่ง, ซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน

สูตร เกี่ยวกับบุคลิกของตัวเองที่ควรไปจะคู่กับสูตรสุขภาพมีอย่างนี้
๑. อย่าเปรียบเทียบชีวิตของตัวเองกับคนอื่น คุณไม่รู้หรอกว่าคนที่คุณอิจฉานั้นเขามีความทุกข์ยิ่งกว่าคุณอย่างไรบ้าง
๒. อย่าคิดทางลบเกี่ยวกับเรื่องที่คุณควบคุมหรือกำหนดไม่ได้ แทนที่จะมองโลกในแง่ร้าย, ก็ทุ่มเทกำลังและพลังงานให้กับความคิดทางบวก ณ ปัจจุบันเสีย
๓. อย่าทำอะไรเกินกว่าที่ตัวเองทำได้...รู้ว่าขีดจำกัดของตัวเองอยู่ที่ไหน
๔. อย่าเอาจริงเอาจังกับตัวเองนัก เพราะคนอื่นเขาไม่ได้ซีเรียสกับคุณเท่าไหร่หรอก
๕. อย่าเสียเวลาและพลังงานอันมีค่าของคุณกับเรื่องหยุมหยิมหรือเรื่องซุบซิบ ....นอกเสียจากว่ามันจะทำให้คุณผ่อนคลายได้อย่างจริงจัง
๖. จงฝันตอนตื่นมากกว่าตอนหลับ
๗. ความรู้สึกอิจฉาริษยาเป็นเรื่องเสียเวลาเปล่า ๆ ปลี้ ๆ...คิดให้ดีก็จะรู้ว่าคุณมีทุกอย่างที่คุณจำเป็นต้องมีแล้ว
๘. ลืมเรื่องขัดแย้งในอดีตเสีย และอย่าได้เตือนสามีหรือภรรยาคุณเกี่ยวกับความผิดพลาดในอดีตของอีกฝ่ายหนึ่ง เลย เพราะมันจะทำลายความสุขปัจจุบันของคุณ
๙. ชีวิตนี้สั้นเกินกว่าที่เราจะไปโกรธเกลียดใคร...จงอย่าเกลียดคนอื่น
๑๐.ประกาศ สงบศึกกับอดีตให้สิ้น, จะได้ไม่ทำลายปัจจุบันของคุณ
๑๑.ไม่มีใครกำหนด ความสุขของคุณได้นอกจากคุณเอง
๑๒.จงเข้าใจเสียว่าชีวิตก็คือโรงเรียน คุณมาเพื่อเรียนรู้ และปัญหาเป็นเพียงส่วนหนึ่งของหลักสูตรซึ่งมาแล้วก็หายไป...เหมือนโจทย์วิชา พีชคณิต...แต่สิ่งที่คุณเรียนรู้นั้นอยู่กับคุณตลอดชีวิต
๑๓. จงยิ้มและหัวเราะมากขึ้น
๑๔. คุณไม่จำเป็นต้องชนะทุกครั้งที่ถกแถลงกับคนอื่นหรอก...บางครั้งก็ยอมรับว่า เราเห็นแตกต่างกันได้...เห็นพ้องที่จะเห็นต่างก็ไม่เห็นเสียหายแต่อย่างไร

แล้วเราควรจะมีทัศนคติอย่างไรต่อชุมชนและคนรอบ ข้างเราล่ะ?
๑. อย่าลืมโทรฯหาครอบครัวบ่อย ๆ
๒. จงหาอะไรดี ๆ ให้คนอื่นทุกวัน
๓. จงให้อภัยทุกคนสำหรับทุกอย่าง
๔. จงหาเวลาอยู่กับคนอายุเกิน 70 และต่ำกว่า 6 ขวบ
๕. พยายามทำให้อย่างน้อย 3 คนยิ้มได้ทุกวัน
๖. คนอื่นเขาคิดอย่างไรกับคุณไม่ใช่เรื่องของคุณสัก หน่อย
๗. งานของคุณไม่ดูแลคุณตอนคุณป่วยหรอก แต่ครอบครัวและเพื่อนคุณต่างหากเล่าที่จะดูแลคุณในยามคุณมีปัญหาสุขภาพ ดังนั้น, อย่าได้ห่างเหินกับคนใกล้ชิดเป็นอันขาด

และถ้าหากสามารถดำรงชีวิตให้มีความหมายได้, ก็ควรจะทำดังต่อไปนี้
๑. ทำสิ่งที่ควรทำ
๒. อะไรที่ไม่เป็นประโยชน์, ไม่สวย, ไม่น่ารื่นรมย์, จงทิ้งไปเสีย...เก็บไว้ทำไม?
๓. เวลาและพระเจ้าย่อมรักษาแผลทุกอย่างได้
๔. ไม่ว่าสถานการณ์จะดีหรือเลวปานใด, เดี๋ยวมันก็เปลี่ยน
๕. ไม่ว่าคุณจะรู้สึกอย่างไรในตอนเช้าของทุกวัน, จงลุกจากเตียง, แต่งตัวและปรากฎตัวต่อหน้าคนที่เราร่วมงานด้วย
...get up, dress up and show up.
๖. สิ่งที่ดีที่สุดยังมาไม่ถึง
๗. ถ้าคุณยังลุกขึ้นตอนเช้าได้, อย่าลืมขอบคุณพระเจ้าหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คุณนับถือเสียด้วย
๘. เชื่อเถอะว่าส่วนลึก ๆ ในใจของคุณนั้นมีความสุขเสมอ...ดังนั้น, ส่วนนอกของคุณทุกข์โศกไปทำไมเล่า?

+++ Hamster +++

+++ Playlist +++


MusicPlaylistRingtones
Create a playlist at MixPod.com

+++ coming soon +++