วันจันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

รีวิว กรอบรูปดิจิตอลถูกดีจัง 1,290 บาทเอง



กรอบ รูปดิจิตอล อุปกรณ์นี้ผมเชื่อว่าหลายคนต้องรู้จักกันดีแน่นอน ซึ่งมันเป็นอุปกรณ์ที่เข้ามาจำหน่ายในบ้านเราหลายปีแล้วหละครับ ส่วนราคาตอนแรกๆยอมรับครับว่าแพงเกินไปหน่อย จนทำให้ผมไม่เคยเหลียวมองมันเลย หากจะบอกว่ามันแพงและไม่จำเป็นก็คงจะไม่ผิดนัก แต่พอมาช่วงหลังๆผมเห็นราคามันหล่นร่วงกันลงมาเรื่อยๆ โดยเฉพาะตามงาน คอมพ์ ที่จัดกันบ่อยอย่างกับตลาดนัด แต่ผมเองก็ไม่เคยคิดจะซื้อมันเลย แต่ในที่สุดก็เสียท่ามันจนได้ ด้วยเหตุผลเรื่องเดียวคือ เห็นว่าราคามันไม่แพง พอดีไปเดินเจอในคาร์ฟู เห็นติดราคาไว้ที่ 1,290 บาทเอง ซึ่งก็ถือว่าเป็นราคาที่คุ้มค่าน่าลองทีเดียว ยิ่งใกล้ๆเทศกาลปีใหม่แล้วด้วย ก็นับว่าเป็นของขวัญที่เชื่อว่าน่าจะถูกใจผู้รับไม่น้อย

สำหรับเจ้า กรอบรูปนี้มันยี่ห้อ คาร์ฟู เข้าใจว่าทางคาร์ฟูคงจะจ้างผลิต แล้วตีตราของทางคาร์ฟูเอง วางขายก็ต้องที่คาร์ฟูอยู่แล้ว หากไปหาที่ บิ๊กซี หรือโลตัสคงไม่มีแน่ สำหรับกรอบรูปนี้เค้าไม่ได้มีให้ลองเล่นดูก่อน ผมเห็นมันวางกองในกระบะลดราคาเลยลองวัดดวงซื้อมาใช้ดู และเห็นว่ารับประกัน 1 ปีเต็มก็น่าจะพอผ่านมาตรฐานดีกว่าไปเดินซื้อตามร้านทั่วๆไป

สำหรับ กรอบรูปดิจิตอลจริงๆในตอนนี้มีหลากหลายราคาครับ ขึ้นอยู่กับความละเอียดการแสดงภาพ หากหาตามในเน็ตก็มีราคาพันกว่าบาท และมีการแสดงความละเอียดที่ดีกว่าตัวที่ผมซื้อมาอีก แต่ก็เอาหน่า ซื้อความสะดวกครับ พวกกรอบรูปพวกนี้มันเป็นของตบแต่งอยู่แล้วคงไม่ได้ไปเพ่งอะไรมันมาก

สำหรับ Spec ของกรอบรุ่นนี้

- จอกว้าง 7 นิ้ว
- ความละเอียด 480x234 พิกเซล
- รองรับไฟล์ JPEG
- ช่องเสียบการ์ดแบบ SD /MMC/MS
- มีช่องเสียบ USB
- มีโหมดภาพนิ่งและภาพสไลด์ รวมทั้ง นาฬิกาและปฎิทิน




ถึงบ้านแล้วลองแกะกล่องดู มีแค่ตัวกรอบรูปและหม้อแปลง พร้อมคู่มือภาษาไทยที่อ่านเข้าใจง่ายมาก




มีอุปกรณ์แค่นี้หละครับ



ด้านหลังมีปุ่มเลื่อนการทำงานแบบสี่ทิศทาง และปุ่ม Enter และปุ่มเมนูหลัก โดยปุ่ม Enter กับปุ่มเปิดปิดจะเป็นปุ่มเดียวกัน



มี ช่องเสียบ USB 2.0 สามารถนำ Flash Drive มาเสียบพร้อมดูภาพได้ทันที การประมวลผลก็ทำงานได้รวดเร็วดีครับ อ่านไฟล์เร็วมากไม่มีหน่วง



ใกล้กับช่อง USB จะเป็นช่องเสียบ Memory Card แบบ SD /MMC/MS



รูเสียบขาตั้งซึ่งขาตั้งสามารถถอดเก็บได้ กรณีจะใช้แขวนกับฝาผนังก็ได้เช่นกันครับ



เป็นขาเหล็กเสียบแบบนี้แหละ



เอาปลั๊กหม้อแปลงมาเสียบก็ใช้งานได้ทันทีเลย



มา แล้วครับภาพตัวอย่าง สำหรับคุณภาพของภาพนั้นอยู่ในเกณฑ์ที่โอเค ผมไม่ได้บอกว่ามันชัดคมกริบนะครับเพราะความละเอียดของหน้าจอมันแค่ 480x234 พิกเซลเท่านั้นเอง หากเทียบความคมชัดเอาแบบพอเห็นภาพง่ายๆ ก็น่าจะพอๆกับการดูภาพจากเครื่อง PDA Phone แบบจอ QVGA ประมาณนั้นแหละครับ แต่สามารถปรับความสว่างทั้ง Brightness และ Contrast ภาพได้ ซึ่งความละเอียดในระดับนี้เมื่อเทียบกับราคา 1,290 บาท ก็ถือว่าคุ้มค่า หากจะเอาชัดกว่านี้ในราคาแบบนี้คงจะยาก



เมนูการใช้งานง่ายมากครับ สามารถเลือกภาพมาแสดงได้ทั้งแบบภาพนิ่งและภาพสไลด์ซึ่งจะมี Effect ให้เลือกถึง 8 แบบ ดูแล้วก็เพลินดี



เมนู ไม่มีภาษาไทยแต่สามารถเข้าใจได้ง่าย ข้อเสียของปุ่มกดก็คือปุ่ม Enter กับปุ่มเปิดปิด เค้าใช้ปุ่มเดียวกัน หากกดพลาดจะกลายเป็นปิดเครื่องไปเลย ซึ่งไม่ค่อยสะดวกเท่าไรนัก



คุณภาพของภาพถ่ายที่แสดงผมว่าโอเคนะ เพราะเราใช้มันเป็นกรอบรูปที่วางไว้บนโต๊ะในระยะห่างจากสายตาพอสมควร ไม่ได้ไปเพ่งมองตลอดเวลา





คู่มือที่แถมมาให้เป็นภาษาไทย





มีรับประกันสินค้าให้อีกด้วย เปลี่ยนได้ภายใน 7 วัน



สำหรับ ใครที่กำลังมองหาของขวัญจับฉลากช่วงสิ้นปี หรือหาซื้อให้แก่กันผมว่ากรอบรูปดิจิตอลนี้ก็ไม่เลวนะครับ อ้อ หากใครเปิดร้านขายของ ผมว่าซื้อไปวางหน้าร้านแล้วทำภาพโปรโมชั่นสินค้า เปิดแบบสไลด์โชว์วิ่งสลับไปมา หรือแจ้งข้อควาฒโปรโมชั่นสินค้าให้ลุกค้าก็ไม่เลวเหมือนกันนะครับราคา 1,290 บาทสำหรับผมเอง ผมว่าคุ้มค่านะ ส่วนสถานที่หาซื้อคงไม่ต้องบอกว่าหาซื้อได้ที่ไหนใช่ไหมครับ รู้ๆกันอยู่แล้วหละ

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ :
http://hitech.sanook.com/

AIS BlackBerry Day รวมพลคนรัก BB

เพราะกระแสแบล็คเบอรี่ มือถือสุดฮอตแห่งยุคกำลังอินสุดๆ เอไอเอส ในฐานะผู้นำด้านสื่อสารไร้สาย นำโดย สมชัย เลิศสุทธิวงศ์ รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานการตลาด บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) จึงเอาใจสาวก BB จัดเวิร์คช้อป “AIS BlackBerry Day” เป็นเจ้าแรกในไทย เพื่อรวมพลคนรักแบล็คเบอรี่ มาร่วมอัพเดททริคการใช้งาน BB คู่กาย โดยกูรูผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งในงานนอกจากจะคึกคักไปด้วยลูกค้าแล้ว เหล่าเซเลบริตี้ อาทิ ร้อยเอกหญิงวันฑิตา ลิ่วเฉลิมวงศ์ , พอลลีน เต็ง , พิมดาว พานิชสมัย , อัญชิสา วัชรพล ยังมาร่วมอัพเดทความรู้ ณ เกล็นบาร์ โรงแรมพูลแมน ถ.รางน้ำด้วย


คุณสมชัย บอกว่า “ปัจจุบัน มือถือกลายเป็นของคู่กายของคนยุคใหม่ไปแล้ว โดยเฉพาะกระแสสุดฮอตอย่างแบล็คเบอรี่ ที่กำลังมาแรงสุดๆ ในขณะนี้ ด้วยเสน่ห์ของฟังก์ชั่นต่างๆ ที่ตอบรับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ อาทิ Chat , FaceBook รับ-ส่ง อีเมล์ ทำให้สังคมที่กว้างไกลแคบเข้ามาใกล้ขึ้นเพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส ดังนั้นเพื่อให้ลูกค้าใช้งาน BlackBerry จาก AIS ได้อย่างคุ้มค่า นโยบาย ของเราจึงตั้งใจที่จะมอบบริการ BB อย่างครบวงจร เรียกได้ว่าแบบ End to End คือตั้งแต่คัดสรรเครื่อง BB รุ่นที่ตอบโจทย์ พัฒนาแพ็คเกจบริการและ Application ใหม่ๆ สำหรับทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นแพ็คเกจที่มีทั้ง Prepaid และ Postpaid หรือ กลุ่ม SMEs , การสร้าง Community ของชาว BB ในลักษณะที่เรียกว่า Organic Growth รวมไปถึงการดูแล Share Knowledge ความรู้ เทคนิคต่างๆ เพื่อให้ลูกค้าของเราใช้งาน BB ได้อย่างคุ้มค่า ครบวงจรและสนุกสนานกับฟังก์ชั่นได้อย่างไม่มีขีดจำกัด ดังนั้น การจัดกิจกรรม “AIS BlackBerry Day” จึงเกิดขึ้นเพื่อแนะนำวิธีใช้งาน การดูแลรักษา และเทคนิคเด็ดๆ ที่อาจไม่เคยทราบมาก่อน จาก 3 กูรูผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับผู้ใช้ทั้งด้านการทำงาน ไลฟ์สไตล์ และด้านความบันเทิงอย่างครบครัน”

เริ่มอัพเดททิปแอนด์ทริค กับ วิรุฬห์ ศันสนะวีรกุล Senior Customer & Service Development Officer จากเอไอเอส กล่าวว่า “เสน่ห์ที่หลายคนชื่นชอบแบล็คเบอรี่ก็คือฟังก์ชั่น BlackBerry Messenger (BBM) ที่ให้ผู้ใช้ BB ด้วยกันสามารถแชทกันได้โดยการแลก Pin ซึ่งมีประจำแต่ละเครื่อง หรือจะใช้วิธีแสกนบาร์โค้ดก็ทำได้สะดวก ในกรณีที่เครื่องอยู่ใกล้กัน นอกจากนี้ยังสามารถส่งภาพ , คลิปเสียง หากันได้ ซึ่งประหยัดกว่าการส่งด้วย MMS ที่เสียค่าบริการต่อครั้ง นอกจากนี้ BB ยังรองรับการใช้งานได้อีกหลายอย่าง ทำให้วันหนึ่งๆ ต้องใช้งานอยู่แทบตลอดเวลา จึงอาจทำให้แบตเตอรี่หมดเร็ว ทั้งนี้ จึงแนะนำข้อปฏิบัติง่ายๆ เพื่อการประหยัดแบตเตอรี่ ได้แก่ เรื่องของไฟแบ็คไลท์สามารถช่วยประหยัดแบตเตอรี่ได้ถึง 40% โดยตั้งค่าปรับลดความสว่างลง - ให้หมดระยะเร็วขึ้น - หรี่ลงแบบอัตโนมัติ และปิดสัญลักษณ์แสดงความครอบคลุมไฟ LED นอกจากนี้ควรตั้งค่า ปิดเสียงปุ่มกด ,ปิดเสียงหมุนบอล ,ลดจำนวนครั้งของเสียงเตือน , ลดจำนวนครั้งของการสั่น เพื่อช่วยยืดการชาร์ทไฟได้ จากทุกวันเป็น 2-3 วัน/สัปดาห์ หรือคนที่ไม่ค่อยได้ใช้งานก็อาจใช้ได้นานถึงหนึ่งสัปดาห์”

ด้าน ของ อาณัติ เลี้ยงพาณิชย์ กูรูจากเว็บไซต์ www.pdamobiz.com กล่าวว่า “ผู้ใช้งาน แบล็คเบอรี่กว่าครึ่งหนึ่งไม่ใช่เครื่องศูนย์ จึงอาจเกิดปัญหาเครื่องช้าอยู่บ่อยๆ แก้ไขได้โดย เลือกลบ Application ที่ไม่รู้จัก หรือไม่ได้ใช้งานออกไปก่อน อย่าได้เสียดาย เพราะการเพิ่ม Application ใหม่ๆ เข้าไปนั้นทำได้ง่ายหลายวิธี หลังจากลบแล้วควร Reboot เครื่องใหม่ทุกครั้งเพื่อให้เครื่องจัดการเคลียร์ขยะที่ตกค้างออกไป นอกจากนี้ หลังจากการใช้งาน Browser หรืออินเตอร์เนตแล้ว หลายคนกดปุ่มวางสายทันทีเพื่อออก ซึ่งเป็นวิธีที่ผิด เพราะระบบยังทำงานอยู่ วิธีที่ถูกจึงควรกดที่ Menu และ Close ก่อนทุกครั้ง นอกจากนี้ เครื่อง BB จะมีการบันทึกทุกอย่างที่เราใช้งาน จึงต้อง Clear Log หรือลบประวัติการใช้งาน โดยกด Alt ค้างไว้ และกด LG จนกว่า List ทั้งหมดขึ้นมาและ Delete ทิ้งทั้งหมด ซึ่งวิธีนี้มีส่วนช่วยให้เครื่องเร็วขึ้น ส่วน Short Cut ที่ช่วยให้สะดวกรวดเร็ว ใช้บ่อย ก็เช่น คุณสาวๆ ที่พกไว้ในกระเป๋าสะพายสามารถล็อคปุ่มกดง่ายๆ ด้วยการกด A ค้างไว้ หรืออยากแสดง Pin ของเครื่องไว้แลกกับคนอื่นได้อย่างรวดเร็วก็ให้กด Alt + Shift + H หรือระหว่างการพิมพ์ 2 ภาษา ก็สามารถกด Alt + Enter เพื่อเลือกภาษาได้ง่ายดาย หรือ Restart เครื่อง ด้วยการกด Alt + Shift + Delete เป็นต้น

ต่อมากับ อรรถวุฒิ เวศานุรักษ์ กรรมการผู้จัดการ Adapter Digital Media agency กล่าวว่า “ผู้ใช้ BB มักมีไลฟ์สไตล์ในการใช้อินเตอร์เนต กลุ่มสังคมออนไลน์ เป็นประจำอยู่แล้ว โดยปัจจุบันมีเครือข่ายต่างๆ ที่รองรับการใช้งาน อัพเดทข้อมูล เป็นศูนย์รวมของความรู้และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอยู่หลายแห่ง อาทิ www.ais.co.th/BlackBerry ซึ่งจะรวบรวมข้อมูลการตั้งค่าตั้งแต่เริ่มใช้งาน , Application ที่ผ่านการรับรองจาก RIM และข้อมูลอัพเดทต่างๆ ของผู้ใช้งาน BB โดยเฉพาะ หรือที่ www.facebook.com/BlackBerryAIS สังคมออนไลน์ ที่สามารถแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างผู้ใช้ BB ด้วยกัน ซึ่งขณะนี้มีสมาชิกมากกว่า 6,000 คน”

นอกจากนี้ ภายในงานยังคึกคักไปด้วยเหล่าสาวกแบล็คเบอรี่มากมาย ที่ได้มาให้ความคิดเห็นหลังจากร่วมเวิร์คช้อป อาทิ ร้อยเอกหญิงวันฑิตา ลิ่วเฉลิมวงศ์ กล่าวว่า “ใช้ BB มาระยะหนึ่งแล้วค่ะ ชอบ Chat ผ่าน BBM และเข้า FaceBook เป็นประจำ แต่ไม่เคยทราบมาก่อนว่าเครื่องจะบันทึกทุกอย่างไว้ ซึ่งทำให้เครื่องช้า ต้องเคลียร์ Log ด้วย อีกอย่างคือตอนกดดูภาพในแกลอรี่ ก็ไม่ต้องกดดูทีละภาพแล้วเพราะมีปุ่มลัด คือ ดูภาพต่อไปกด N (Next) และดูย้อนหลัง กด P (Previous) ค่ะ”

พอลลีน เต็ง ทันตแพทย์และพิธีกรสาว กล่าวว่า “หลายคนที่ใช้ BB รวมถึงตัวเองเคยสงสัยว่าทำไมเครื่องช้า นาฬิกาหมุนนาน วันนี้ได้มารู้ว่าใช้อย่างเดียวไม่ได้ ต้องรู้จักวิธีดูแลเครื่องด้วย ลบสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไปบ้าง ส่วนฟังก์ชั่น BBM ที่ใช้บ่อยๆ ก็สามารถอัพเวอร์ชั่นใหม่ได้ด้วย”

มัดหมี่ – พิมดาว พานิชสมัย สาวตาคม มือใหม่แบล็คเบอรี่ กล่าวว่า “เพิ่งใช้ BB ได้ไม่นาน เวิร์คช้อปวันนี้จึงช่วยได้มากเลยค่ะ ปกติจะชอบส่ง SMS หาเพื่อนอยู่แล้ว วันนี้ได้มาเรียนรู้การใช้ BBM ตั้งแต่การ Add Pin ของเพื่อนๆ หรือแสกนผ่านบาร์โค้ดก็ทำได้ไฮเทคมาก ซึ่ง BBM สะดวกกว่าการส่ง SMS มาก ส่งข้อความหากันได้แบบไม่จำกัด แถมยังได้ Chat กับน้องมัดมุกที่อยู่ต่างประเทศได้อีกด้วย”

มู่ลี่ – อัญชิสา วัชรพล สาวก BB ตัวจริง กล่าวว่า “มู่ลี่ใช้ BB มาหลายเครื่องแล้วค่ะ ชอบที่สุดคือ BBM ที่ส่งรูปภาพหากันได้เลย มู่ลี่มักจะถ่ายรูปสินค้าส่งให้เพื่อนที่ต่างประเทศเวลาจะฝากซื้อของ และมีปัญหาเครื่องช้าบ่อยๆ วันนี้ได้ทราบวิธีดูแลเครื่องให้เร็วขึ้นอย่างการเคลียร์ Log หรือปุ่มลัดสำหรับแสดง Pin ของเครื่องได้แบบรวดเร็ว ไม่ต้องเข้าหลายต่อ และที่เข้าใจผิดมาตลอดก็คือเวลาออกจาก Browser จะกดปุ่มตัดสายทุกที เพิ่งรู้ว่าออกด้วยวิธีนี้ ทำให้แบตเตอรี่หมดเร็ว เพราะระบบยังทำงานอยู่ตลอด ที่ถูกต้องกด Menu แล้ว Close จะดีที่สุด”

งาน นี้ใครพลาดก็ยังสามารถเข้าไป update trend นี้ได้ง่ายๆที่ www.ais.co.th/BlackBerry หรือ ที่ www.facebook.com/BlackBerryAIS หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เอไอเอส คอล เซ็นเตอร์ 1175


วันพุธที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ปาย อิน เลิฟ



เคยมีใครถามคุณบ้างไหมว่า…

หนาวนี้ จะไปเที่ยวไหนกันดี……

..ก็อยากไปไหนก็ได้ แต่ขอไปเที่ยวที่อากาศหนาวๆ ไว้ก่อนได้ไหม..

เบื่อเมืองกรุงฯ รถก็ติด อากาศก็ร้อน จะไปเที่ยวแล้ว หาที่ชิลล์ๆ หน่อยดีกว่า..

ไปไหนดีล่ะ…นึกออกหรือยัง…?

งั้นก็ไป “ปาย” กันเถอะ ……….

เมกาบอกซ์ (MEGABOX) และ ธนิตย์ จิตนุกูล ร่วมนำเสนอภาพยนตร์อารมณ์รักโรแมนติก ที่จะนำให้คุณอบอุ่นหัวใจในฤดูหนาวนี้ กับภาพยนตร์ไทยที่ถ่ายทำทั้งเรื่องใน อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน เมืองแห่งสายหมอก หุบเขาและลำน้ำใส ที่ใครหลายคนฝันอยากที่จะไป สักครั้งหนึ่ง…

ผลงานหนังรักจากผู้กำกับ “ปื๊ด ธนิตย์ จิตนุกูล” ที่กำกับร่วมกับผู้กำกับระดับแนวหน้าของไทยอีก 6 คน – ปรัชญา ปิ่นแก้ว, ศักดิ์ชาย ดีนาน, ดุลยสิทธิ์ นิยมกุล, บัณฑิต ทองดี, ฐิติพงษ์ ใช้สติ, และ บงกช คงมาลัย

กำหนดฉาย 10 ธันวาคมนี้

http://www.radnet.fm/test/paiinlove/


วันอาทิตย์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ชีวิตก็เป็นอย่างนี้....



ในชีวิตของเรายังมีสิ่งที่เรามองว่าเป็นไปไม่ได้ แต่ก็เป็นไปได้

ความสำเร็จส่วนใหญ่มาจากทัศนคติที่ดี มองว่าเป็นไปได้ขณะที่คนอื่นมองว่าเป็นไปไม่ได้

เช่นเดียวกัน ความสุขก็มาจากทัศนคติที่ดี มองว่าไม่ใช่ปัญหา
ขณะที่คนอื่นมองว่าเป็นปัญหา มองว่าเป็นเรื่องเล็ก
ขณะที่คนอื่นตีโพยตีพาย ยิ้มได้ขณะที่คนอื่นซึมเศร้าโรยร

แต่การเปลี่ยนมุมมองที่วางบนรากฐานของความเคยชินที่ถูกปลูกฝังแต่เด็กไม่ใช่เรื่องง่าย
เราต้องทลายค่านิยมและความเคยชินก่อน และต้องฝึกฝนจนมันหลอมเป็นส่วนหนึ่งของสัญชาตญาณ

เมื่อเปลี่ยนมุมมอง เราจะพบเห็นอะไรหลายอย่างต่างไป
เปิดโอกาสให้สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ที่เราไม่เคยคาดฝันมาก่อนว่าทำได้
และไม่มีทางทำได้เมื่อมองโลกด้วยมุมมองเดิมๆ
และเมื่อกล้าเปลี่ยนมุมมอง ด้วยทัศนคติที่ดี
อาทิตย์ก็ขึ้นทางทิศตะวันตกได้ และแต่ละวันใหม่ก้ไม่มีวันเหมือนเดิม

ชีวิตใช้ได้คือชีวิตได้ใช้
อย่าให้ตัวเลขอายุหยุดความเป็นเด็กในตัวคุณ

อย่าให้คนอื่นใช้ชีวิตให้คุณ
จุดหมายไม่สำคัญเท่าสองข้างทาง

หนึ่งปัญหาที่ไม่แก้ไขในวันนี้
มักกลายเป็นหลายปัญหาในวันพรุ่งนี้

เสียเวลาไปกับการวิตก เท่ากับว่าเวลาที่จะใช้ชีวิตลดลง
ใช้ชีวิตทีละนาที และใช้นาทีนี้ให้ดีที่สุด
คนฉลาดรู้จักเรียนรู้จากประสบการณ์ของผู้อื่น แล้วสร้างทางของตัวเอง
อย่าเพิ่งคิดเปลี่ยนแปลงโลก เปลี่ยนตัวเองให้ดีขึ้นก่อน

ปุ๋ยที่ดีที่สุดสำหรับชีวิตคือการใช้ชีวิต
เราทุกคนได้รับของขวัญจากธรรมชาติเหมือนกัน คือร่างกายและลมหายใจ
เราเลือกแบบร่างกายไม่ได้ แต่เราเลือกวิธีการใช้ชีวิตได้
ความพ่ายแพ้ส่วนใหญ่ในโลกนี้เกิดขึ้นก่อนในหัวใจ

ไม่มีอุปสรรคใดในโลกที่ขวางปัญญาบวกความอดทน
ความพยายามมีราคาของมัน แต่ผลลัพธ์ที่ได้คุ้มเสมอ
พื้นที่สมองมีจำกัดเกินกว่าที่จะเสียไปจดจำเรื่องไม่ดีของคนอื่น

ชีวิตก็เช่นชิงช้าสวรรค์
เป็นการหมุนเวียนของขึ้นกับลง
ขึ้นได้ก็ลงได้
แล้วก็ขึ้นได้อีก

วันเสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

Intel Reader เครื่องอ่าน"หนังสือ"พกพา

[เอ.อาร์.ไอ.พี, www.arip.co.th] อินเทล (Intel) บริษัทผู้ผลิชชิปยักษ์ใหญ่ของโลกประกาศเปิดตัว "อินเทล รีดเดอร์" (Intel Reader) อุปกรณ์พกพาที่ได้รับการออกแบบเพื่อใช้สำหรับผู้ที่มีปัญหาในการอ่านสิ่ง พิมพ์ ตลอดจนผู้พิการทางสายตา โดย Intel Reader จะสามารถช่วยผู้ทีมีปัญหาลักษณะดังกล่าวได้ถึง 55 ล้านรายในสหรัฐฯ เลยทีเดียว

นอกจากผู้ทีมีปัญหาทางด้านสายตาแล้ว Intel Reader ยังเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาความบกพร่องทางด้านการเรียนรู้ (dyslexia) อีกด้วย ซึ่งผู้ใช้กลุ่มนี้จะมีปัญหาว่า ไม่สามารถอ่านตัวหนังสือ หรือคำยากๆ บนสิ่งพิมพ์ได้ สำหรับการทำงานของ Intel Reader อุปกรณ์พกพาที่มีขนาดเท่ากับหนังสือเล่มชนิดปกอ่อน (paperback book) ก็คือ มันจะแปลงข้อความตัวหนังสือบนสิ่งพิมพ์ (printed text) ไปเป็นข้อความดิจิตอล (digital text) หลังจากนั้นอ่านออกเสียงให้ผู้ใช้ได้ยิน ดีไซน์ของตัวเครื่องจะประกอบด้วยกล้องความละเอียดสูงที่มาพร้อมกับพลัง ประมวลผลของ Intel Atom processor ซึ่งทำให้ผู้ใช้สามารถใช้มันอ่านข้อความจากสิ่งพิมพ์ให้ฟังได้อย่างง่ายดาย Intel Reader จะวางจำหน่ายในสหรัฐฯ ผ่านตัวแทนที่ได้รับการคัดเลือก ซึ่งรวมถึง CTL, Don Johnston Incorporated, GTSI, Howard Technology Solutions และ HumanWare


นอกจากนี้ Intel Reader ยังสามารถทำงานร่วมกับ Intel Portable Capture รStation ที่สามารถรองรับการทำงานกับข้อความจำนวนมาก อย่างเช่น ทั้งบทของหนังสือ หรือแม้แต่ทั้งเล่ม โดยสามารถจับภาพ (capture) ได้อย่างง่ายดาย เพื่อไว้ใช้อ่านในภายหลัง ทั้งนี้ผู้ใช้จะได้รับความสะดวกสบายอย่างมากในการเข้าถึงสื่อสิ่งพิมพ์ ลักษณะต่างๆ ได้หลากหลาย ซึ่งนอกจากจะช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวให้แล้ว มันยังช่วยเพิ่มผลิตภาพ และประสิทธิภาพให้กับผู้ใช้ที่มีปัญหาได้ทั้งที่โรงเรียน ที่ทำงาน และที่บ้าน


จุดเริ่มต้นของแนวคิดในการพัฒนา Intel มาจาก Ben Foss นักวิจัยที่อินเทล ซึ่งพบว่า เด็กนักเรียนระดับประถมศึกษาประมาณ 20% จากทั่วประเทศมีอากาบกพร่องในการเรียนรู้ (บกพร่องในการอ่าน เขียน สะกดคำ เนื่องจากความผิดปกติของสมอง) ที่เรียกว่า dyslexia ผู้ที่มีปัญหาลักษณะนี้ยังรวมถึงกลุ่มนักเรียนไฮสคูลไปจนถึงมหาวิทยาลัย พวก เขาต้องให้คนอื่นอ่านให้พวกเขาฟัง หรือทำงานได้ช้าเมื่อต้องพยายามสะกดคำอ่านด้วยตัวเอง และเมื่อเป็นผู้ใหญ่ ยิ่งต้องอ่านข้อมูลข่าวสารที่ต้องการมากมาย ไม่ว่าจะเป็นข่าวสารในแต่ละวันไปจนถึงหนังสือที่อยากอ่าน ซึ่งทั้งหมดไม่ได้อยู่ในรูปแบบของออดิโอ Intel Reader จึงเกิดขึ้นมาช่วยผู้ที่มีปัญหาในลักษณะนี้ให้พวกเขาสามารถรับรู้ข้อมูลข่าว สารต่างๆ ที่จำเป็นได้รวดเร็วขึ้นด้วยตัวเอง Foss จึงตัดสินใจพัฒนา Intel Reader ขึ้นมา เพื่อช่วยผู้ที่มีปัญหากลุ่มนี้ ตลอดจนผู้ที่มีปัญหาทางสายตาให้สามารถประสบความสำเร็จทั้งทางด้านการศึกษา การทำงาน และชีวิตประจำวัน งานนี้ต้องถือว่า Intel Reader เป็นนวตกรรมเพื่อมวลมนุษยชาติอย่างแท้จริง

ปาย....ดินแดนแห่งความรัก
















หลักการคิดจากท่าน ว.วชิรเมธี


หลักคิดจากท่าน ว.วชิรเมธี

๑. กลัวลูกมีเซ็กส์ในวัยเรียน ?

ไม่อยากให้เกิด ต้องเอาปัญญาใส่ในมือลูก ให้เงินลูกน้อยๆ ให้ความรู้แก่ลูกมากๆ ด่าลูกน้อยๆ ให้คำสอนลูกมากๆ

๒. ไหว้พระขอพรอะไรดี ?

( ๑) ขออย่าให้โลภจนหน้ามืด
( ๒) ขออย่าให้โกรธจนทำร้ายตัวเอง
( ๓) ขออย่าให้หลงจนไม่รู้ดีรู้ชั่ว
( ๔) ขออย่าให้ตายในสงคราม ระหว่างคนไทยด้วยกันเอง

๓. ท้อแท้กับปัญหามากมายทำอย่างไรดี ?


ปลาที่ยังเป็นอยู่ ล้วนเรียนรู้ที่จะว่ายทวนน้ำ ส่วนปลาตาย มักไหลตามน้ำ
ปัญหาทำให้คนธรรมดาท้อ แต่ทำให้คนมีปัญญาลุกขึ้นมาแก้ไข
๔. ทะเลาะกับแฟนจนไม่มีสมาธิทำงาน ?

งานส่วนงาน แฟนส่วนแฟน รู้จักแบ่งเวลาให้งาน รู้จักแบ่งเวลาให้แฟน
อย่าเสียงานเพราะแฟน อย่าเสียแฟนเพราะงาน

๕. โกรธ! ถูกเพื่อนนินทา ?

โบราณว่าไม่มีใครเตะหมาที่ตายแล้ว คุณถูกนินทาแสดงว่าคุณยังมีความหมาย
คุณเป็นคนโชคดี จู่ๆ ก็มีกระจกวิเศษสะท้อนความอัปลักษณ์ ให้เห็นความบกพร่องของตัวเอง

๖. จับได้ว่าแฟนมีกิ๊กทำอย่างไรดี ?


( ๑) ถามตัวเองว่าเราดีกับเขาพอหรือยัง
( ๒) ระหว่างเรากับกิ๊กมีข้อดีข้อด้อยต่างกันตรงไหน
( ๓) ถามแฟนว่าจะเลือกใครก็รีบทำ ไม่รักฉัน อย่าทำให้ฉันเสียเวลา

๗. โดนเพื่อนร่วมงานแย่งซีนทำอย่างไร ?

เขาแย่งจากเราได้เพียงแค่ซีนและภาพลักษณ์เท่านั้น
แต่เขาไม่สามารถแย่งความรู้และความสามารถไปจากเราได้

๘. งานเยอะมากทำอย่างไรดี ?

( ๑) รู้ว่างานเยอะต้องรีบทำ
( ๒) อย่าดองงานข้ามปีข้ามชาติ
( ๓) เรียงลำดับความสำคัญของงาน สำคัญก่อนให้รีบทำ สำคัญน้อยค่อยทยอยทำ

๙. ทำงานดี มีแต่คนริษยา จะรับมืออย่างไร ?

โบราณว่า ไม้ใหญ่ย่อมเจอขวานคม คนเด่นต้องมีคนด่า คนมีปัญญาจึงมีคนลองดี
คนทำงานดีจึงมีคนริษยา ปรากฏการณ์เช่นว่านี้ เป็นของธรรมดา ทำงานดีจนมีคนริษยา
ยังดีกว่าทำงานไม่ดี จึงเป็นได้อย่างดีแค่คนที่คอยริษยา

๑๐. ทำงานแทบตาย เงินไม่พอใช้ ทำอย่างไรดี ?

( ๑) หางานใหม่
( ๒) ลดความต้องการให้น้อยลง อยู่กับความจริงให้มาก
( ๓) บริโภคปัจจัยสี่โดยมุ่งประโยชน์ อย่ามุ่งประดับ
( ๔) ทำบัญชีรายรับรายจ่าย รับมากกว่าจ่ายจึงนับว่ายอด จ่ายมากกว่ารับนับว่าแย่

๑๑. ถูกนายด่า อารมณ์เสีย ?


คนที่ด่าคนอื่นสะท้อนว่าระบบข้างใจกำลังพัง คนอารมณ์เสียเพราะถูกด่า
แสดงว่าระบบของตัวเองก็พังตามไปด้วย

๑๒. ไถ่ชีวิตโคได้บุญมากไหม ?

ถ้าไถ่แล้วโคอยู่รอด คุณได้บุญ แต่หากไถ่เพื่อทำให้วัดอยู่รอด คุณได้บาป
แทนที่จะไถ่โคกระบือ คุณควรไถ่ตัวเองให้พ้นจากความโลภ โกรธ หลง ดีกว่า

๑๓. แฟนติดหนังเกาหลี ดูทั้งคืนไม่ยอมนอน ?

ขอให้คิดว่าอย่างน้อยเธอยังนั่งดูอยู่ในบ้าน ถึงเธอจะติดหนังเกาหลี ก็ยังดีกว่าติดผู้ชายขี้หลีที่อยู่นอกบ้าน

๑๔. ลูกค้าจู้จี้ทำอย่างไรดี ?

มีลูกค้าจู้จี้ยังดีกว่าวันทั้งวันไม่มีใครแวะเวียน ผ่านมาเยี่ยมเยียนถึงในร้าน
ลูกค้าจู้จี้ได้ แต่คุณต้องทำให้เขาประทับใจเอาไว้เสมอ

๑๕. ไปงานวันเกิดควรได้อะไร ?

( ๑) ได้ถามตัวเองว่า เราเกิดมาเพื่ออะไร
( ๒) ได้ถามตัวเองว่า เราเกิดมาจากใคร
( ๓) ได้ถามตัวเองว่า เรากตัญญูต่อผู้ให้กำเนิดแล้วหรือยัง

๑๖. สวดมนต์บทไหนดี ?

( ๑) สวดพุทธคุณเพื่อเตือนว่า จงเป็นผู้ตื่น
( ๒) สวดธรรมคุณเพื่อเตือนว่า จงเว้นสิ่งที่ควรเว้น จงทำสิ่งที่ควรทำ
( ๓) สวดสังฆคุณเพื่อเตือนว่า พระอรหันต์ที่แท้ คือพ่อกับแม่ที่อยู่ในบ้านของเรานั่นเอง

๑๗. สามีไม่สนใจธรรมะเลยทำอย่างไรดี ?


( ๑) เราควรมีธรรมะให้เขาดู
( ๒) เราควรอยู่ให้เขาเห็น
( ๓) เราควรสงบเย็นให้เขาได้สัมผัส เนื่องเพราะ หนึ่งการกระทำสำคัญกว่าพันคำพูด

๑๘. โดนขับรถปาดหน้า โมโหมาก ?

( ๑) บอกตัวเองว่าโกรธคือโง่ โมโหคือบ้า ด่าคือมาร ระรานคือบาป
( ๒) เปลี่ยนการด่าเป็นการแผ่เมตตาให้เขาถึงที่หมายโดยปลอดภัย
( ๓) เตือนตนไว้ว่า อย่าขับรถปาดหน้าใคร เพราะอาจมีอันตรายรอบด้าน

๑๙. อยู่ในกลุ่มเพื่อนชอบนินทาจะตีจากดีไหม ?

ท่านพุทธทาสกล่าวว่า คนชอบนินทาคือคนที่ชอบกินของเน่า
ถ้าเราร่วมผสมโรงไปกับเขา แสดงว่าเราเองก็ชอบกินของเน่าไม่เบาเหมือนกัน

๒๐. ทำไมมักเจอสิ่งที่ไม่ชอบใจอยู่เสมอ ?


ผู้รู้บอกว่า ศิลปินอย่าดูหมิ่นศิลปะ กองขยะดูดีๆ ยังมีศิลป์
ดังนั้น ในสิ่งที่คุณไม่ชอบ ย่อมมีแง่มุมที่คุณชอบอย่างแน่นอน

วันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ข้อคิดชีวิตมีสุข


1. เราไม่ได้มีชีวิตเพื่อการเฝ้านั่งเสียใจร่ำไห้ หรือ พูดถึงแต่สิ่งที่เราทำผิดพลาดในอดีต รู้จักให้อภัยตัวเองในสิ่งที่เราทำผิดพลาด แล้วไม่นึกถึงมันอีก

2. เรียนรู้ที่จะให้อภัยผู้อื่น ในสิ่งที่เขาทำผิดพลาดในอดีต แล้วไม่พูดถึงมันอีก

3. การปล่อยวางไม่ใช่เป็นการยอมแพ้ ตรงกันข้าม เป็นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งจากส่วนลึกของหัวใจของเราวันละน้อย เพื่อเอาชนะความอ่อนแอ

4. ชีวิตไม่ได้เติบโตจากการทำให้ทุกสิ่งได้ดั่งใจของเรา แต่เป็นการยอมรับทุกอย่างที่เข้ามาในชีวิตของเราอย่างกล้าหาญ รักและเข้าใจทุกสิ่งที่เราได้ตัดสินใจทำลงไปทุกครั้ง

5. เรียนรู้ความจริงว่าเราไม่สามารถบังคับผู้อื่นให้คิดและทำในสิ่งที่เราต้อง การได้ เพราะแม้แต่ตัวเราเอง ยังทำให้เป็นอย่างที่เราต้องการไม่ได้เลย

6. อย่าเสียเวลาคิดแค้นเคืองโกรธในการกระทำของผู้อื่นที่ส่งผลให้เราทุกข์ใจ ให้อภัยเขาเสีย และหากอยากรู้สึกดีขึ้น ก็นึกถึงคำสอนในพุทธศาสนาว่า ใครทำกรรมใดไว้ ผู้นั้นย่อมได้รับผลนั้นได้ด้วยตนเอง

7. วัตถุหรือภาพลวงตาภายนอกไม่เคยสามารถเติมเต็มหัวใจใครได้ การตั้งหน้าตั้งตาหาวัตถุ หรือความพึงพอใจจากการประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน เพื่อหวังว่าจะทำให้เรารู้สึกเต็มและมีความสุข นั่นเป็นแค่ฝันลมๆแล้งๆ การรับวัตถุทำให้เรามีความต้องการไม่รู้จบ ขณะที่การได้รับความรักความเข้าใจจากคนที่รักอย่างเต็มเปี่ยมจะทำให้เรามี หัวใจที่ "เต็ม" จนไม่ต้องไขว่คว้าหาวัตถุมาเติมเต็มหัวใจอีก


+++ Hamster +++

+++ Playlist +++


MusicPlaylistRingtones
Create a playlist at MixPod.com

+++ coming soon +++