วันอังคารที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2553

เตือนใส่รองเท้าส้นสูงทำ 'ปวดหัว'

รองเท้าส้นสูงจะทำให้เท้าของผู้หญิงงอโค้ง ผู้เชี่ยวชาญเรื่องเท้าบอกว่า สาวๆ สมัยนี้เป็นตาปลากันเพิ่มขึ้นถึง 5 เท่า

เอมี เทย์เลอร์ ประชาสัมพันธ์สาววัย 23 ในกรุงลอนดอน บอกว่า ตัวเองรู้ดีว่าไม่ควรใส่ส้นสูงอีกต่อไปแล้ว แต่ก็ยังอดใจไม่ไหวเวลาออกไปเที่ยวกลางคืน เพราะมองว่ารองเท้าส้นสูงทำให้ตัวเองดูเซ็กซี่ยิ่งขึ้น เธอยังคงใส่ส้นสูงต่อไป ทั้งๆ ที่เท้าของเธอเป็นตาปลา

"มัน เจ็บจริงๆ ค่ะ ทันทีที่สวมรองเท้าส้นสูง หัวแม่เท้าจะเจ็บมากเลย เจ็บอยู่ตลอดเวลา แต่ฉันก็ยังยอมทนเพราะอยากสวย ฉันรู้ว่าอีกหน่อยจะต้องไปผ่าเอาตาปลาออก แต่ฉันก็ยังไม่เลิกใส่ส้นสูงอยู่ดี"

"พวกเพื่อนๆ สวมส้นสูง 8 นิ้วออกไปเที่ยวกัน มันเป็นแฟชั่น ฉันยอมเจ็บกับการสวมรองเท้าคริสเตียน ลูบูแต็ง หรือจิมมี ชู"

เท้าของเอมีเริ่มมีอาการตั้งแต่ตอนเป็นวัยรุ่นตอนปลาย เธอสังเกตเห็นรอยบวมแดงที่ด้านข้างของเท้า "ฉันใส่ส้นสูงตั้งแต่อายุ 16 แม่ซื้อยี่ห้อคลาร์กให้ฉันตั้งแต่เด็ก เมื่อพอมีเงินจะซื้อรองเท้าเองได้ ฉันก็เลือกแต่รองเท้าที่ทำให้เท้าผิดรูปผิดร่าง หน้าหนาวฉันใส่รองเท้าส้นสูงหุ้มส้น หน้าร้อนฉันใส่ส้นสูงแบบมีสายคาด แม้เริ่มดูน่าเกลียดเพราะว่าตาปลาโผล่"

เอมีบอกว่า ตัวเองรู้สึกดูเป็นงานเป็นการเวลาสวมส้นสูง ทั้งๆ ที่เจ็บเท้าจนบอกไม่ถูก "ฉันพยายามใส่รองเท้าแบนราบ แต่มันไม่ทำให้ฉันรู้สึกว่าเป็นผู้หญิง"

รายงานฉบับหนึ่งระบุว่า เมื่อปีที่แล้วผู้หญิงอังกฤษกว่า 200,000 คน ไปหาหมอเพราะเรื่องเท้า ซึ่งประมาณ 10,000 รายต้องรับการรักษา

ตาปลาเป็นอาการผิดรูปของกระดูกซึ่งต้องผ่าตัดออก กว่าครึ่งของคนเป็นตาปลาเจอปัญหานี้เพราะใส่ส้นสูง และกว่า 1 ใน 3 ที่มีอาการเจ็บเท้าจะมีปัญหาเรื่องเท้าไปอย่างถาวร

อาการที่พบบ่อยที่สุดคือ ตาปลา ข้อนิ้วเท้างอ เส้นเอ็นและเส้นประสาทเสียหาย เจ็บที่กระดูกหน้าแข้ง

งานวิจัยชิ้นนี้พบว่า ผู้หญิง 65% ใส่ส้นสูงไปทำงานสัปดาห์ละ 40 ชั่วโมง และราว 35% สวมส้นสูงที่สูงเกิน 5 นิ้วขึ้นไป

นอก จากปัญหาเรื่องเท้าแล้ว ส้นสูงยังเป็นอันตรายต่อหลังด้วย ทำให้หลังผิดรูปไปจากธรรมชาติและทำให้เกิดแรงกดที่เส้นประสาทที่สันหลัง จึงมีอาการปวดหลัง

ยิ่งกว่านั้น การใส่ส้นสูงเป็นนิสัยสามารถส่งผลกระทบต่อสมองได้ด้วย เส้นเลือดและเส้นประสาทถูกบีบกด ทำให้ปวดหัวและความคิดความอ่านไม่โลดแล่น

สมาคมโรคเท้าและโรคมือกับเท้าบอกว่า การสวมรองเท้าส้นสูงแค่ 3 นิ้วจะเพิ่มแรงกดดันต่อข้อเท้าถึง 80%

ฉะนั้น สาวๆ จำนวนไม่น้อยจึงหันไปทำศัลยกรรมใส่ "ตัวรองรับเท้า"

หมอศัลยกรรมความงามที่โรงพยาบาลฮาร์เลย์เมดิคัลกรุ๊ป มีคนไข้หญิงมาขอฉีดคอลลาเจนกันมากขึ้น ซึ่งช่วยให้ส้นเท้าอวบอูมขึ้น เวลาใส่ส้นสูงจะรู้สึกสบายขึ้น

คอลลาเจนช่วยลดความรู้สึกที่ส้นเท้า แต่วิธีนี้ก็ถูกวิจารณ์ว่าไม่เข้าท่า เพราะความรู้สึกเจ็บเป็นกลไกตามธรรมชาติที่จะคอยเตือนเราเมื่อเกิดสิ่งผิด ปกติ

ดร.นิก มิโลเยวิก แพทย์ประจำโรงพยาบาลฮาร์เลย์ บอกว่า ปีนี้มีคนมาขอฉีดสารรองรับเท้ากันมากขึ้น "เราบอกคนไข้ว่าผลของมันจะคงอยู่ไม่นานนะ เพราะแรงกดที่เท้ามีมาก ฉะนั้นต้องคิดให้ดีก่อนจะเสียเงิน"

10 วิธีชาร์จพลังให้ตัวเอง


คุณ เคยเป็นเช่นนี้หรือไม่...ตื่นขึ้นมาในเช้าวันจันทร์ แล้วภาวนาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้กลายเป็นเช้าวันอาทิตย์อีกครั้ง เพราะเหนื่อยจนโงหัวแทบไม่ขึ้น หรือ ทำงานอยู่ดี ๆ ก็ลานขาดไปเฉย ๆ หยิบเอกสารตัวโน้นไปปนกับตัวนี้ นัดลูกค้าไว้ก็หลง ๆ ลืม ๆ

ถ้า ใครอุทานว่า อุ๊ยตาย..อาการที่ว่านั่น ฉันเคยเป็นมาหมดแล้ว ก็อย่าช้าอยู่เลย มาปฏิบัติตามบันได 10 ขั้น ที่จะแนะนำต่อไปนี้ เพื่อฟื้นฟูขุมพลังงานให้คุกรุ่นอีกครั้ง รับรองหลังจากนั้นจะไม่มีอาการก่งก๊งมากล้ำกรายอีกเลย

เลิกคบกับคาเฟอีน

แม้การกระตุ้นร่างกายให้คึกคักด้วยเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน จะเป็นที่นิยมทั่วโลก (และคุณก็เป็นคนหนึ่ง) แต่หยุดดีกว่าค่ะ เพราะผลข้างเคียงของกาแฟมีทั้งอาการปวดหัว นอนไม่หลับ และผลเสียต่อระบบประสาท

ทางออกที่เข้าท่ากว่า คือการดื่มชาที่จะกระตุ้นร่างกายให้สดชื่นได้เช่นกัน นอกจากนั้นชายังช่วยป้องกันโรคหัวใจและมะเร็งได้ด้วย

เลิกบุหรี่

คำอธิบายต่อจากนี้ก็คือ ลองอ่านข้างซองของบุหรี่ทุกซองดูจะทราบผลร้ายของมัน

ลดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

จริงอยู่ที่ว่า 1-2 แก้วต่อวัน จะช่วยป้องกันหัวใจล้มเหลว แต่นั่นสำหรับผู้ชายและหญิงสูงวัย ในผู้หญิงสาว ๆ ผลจะตรงข้าม คือเป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเต้านมให้สูงขึ้น

กินให้พอดี ๆ และเลี่ยงน้ำตาล

เพิ่มอาหารเชิงโภชนาการ

เช่น ธาตุเหล็ก แมกนีเซียม วิตามินบีรวม วิตามินซี ฯลฯ ซึ่งแร่ธาตุเหล่านี้ สามารถพบได้ในอาหารธรรมชาติปลอดสารพิษทั่วไป

ทำตัวให้แอ็คทีฟอยู่เสมอ

ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังเป็นประจำ หรือหมั่นออกไปสัมผัสธรรมชาติที่สดชื่นปลอดโปร่ง

ฝึกโยคะ

ประมาณวันละ 15 นาที เพื่อให้ร่างกายผ่อนคลายและรับออกซิเจนได้เต็มที่

เรียนรู้ที่จะผ่อนคลาย

ไม่ว่าจะเป็นวิธีง่าย ๆ อย่างนั่งหลับตา ไปจนถึงเล่นดนตรี และวิธีสุดฮิตตลอดกาล ก็คือการนอนหลับ โดยอาจอาบน้ำให้สบายตัว หรือดื่มเครื่องดื่มอุ่น ๆ ก่อนนอนก็ยิ่งดี

ปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้น่าอยู่


จัดโน่นวางนี่ให้สวยงามสบายตา และสะอาดสดชื่น

อยู่อย่างเป็นสุข

ฟังดูง่ายแต่ยากชะมัด ก่อนอื่นหัวเราะให้ง่าย ๆ เข้าไว้ หรืออย่างน้อยที่สุดก็ยิ้มแย้มแจ่มใส มองโลกเชิงบวกให้มาก ๆ สิ่งเหล่านี้มีผลต่อระบบประสาทโดยตรงทีเดียว

10 อันดับยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก


อันดับที่ 10 ยอดเขาอันนาปุนะ Annapurna
ยอดเขาอันนาปุนะ Annapurna อยู่ในประเทศเนปาล แนวเทือกเขาหิมาลัย มีความสูง 8,078 เมตร (26,502 ฟุต) จากระดับน้ำทะเล



อันดับที่ 9 ยอดเขานันกา พาบัท Nanga Parbat
ยอด เขานันกา พาบัท Nanga Parbat อยู่ในเขตแคว้นจัมมูและแคชเมียร์ ทางตอนเหนือของประเทศอินเดีย แนวเทือกเขาหิมาลัย มีความสูง 8,126 เมตร (26,660 ฟุต) จากระดับน้ำทะเล



อันดับที่ 8 ยอดเขามานาสลู Manaslu
ยอดเขามานาสลู Manaslu อยู่ในเขตประเทศเนปาล แนวเทือกเขาหิมาลัย มีความสูง 8,156 เมตร (26,758 ฟุต) จากระดับน้ำทะเล



อันดับที่ 7 ยอดเขาดาอูลากิรี Daulagiri
ยอดเขาดาอูลากิรี Daulagiri อยู่ในเขตประเทศเนปาล แนวเทือกเขาหิมาลัย มีความสูง 8,167 เมตร (26,795 ฟุต) จากระดับน้ำทะเล



อันดับที่ 6 ยอดเขาโช โอยู Cho Oyu
ยอดเขาโช โอยู Cho Oyu อยู่ในเขตพรมแดนรอยต่อระหว่างจีน-เนปาล แนวเทือกเขาหิมาลัย มีความสูง 8,201 เมตร (26,906 ฟุต) จากระดับน้ำทะเล



อันดับที่ 5 ยอดเขามาคาลู Makalu
ยอดเขามาคาลู Makalu อยู่ในเขตพรมแดนประเทศจีน-เนปาล แนวเทือกเขาหิมาลัย มีความสูง 8,481 เมตร (27,824 ฟุต) จากระดับน้ำทะเล



อันดับที่ 4 ยอดเขาลอห์ตเซ่ Lhotse
ยอดเขาลอห์ตเซ่ Lhotse อยู่ในเขตพรมแดนจีน-เนปาล แนวเทือกเขาหิมาลัย มีความสูง 8,516 เมตร (27,939 ฟุต) จากระดับน้ำทะเล



อันดับที่ 3 ยอดเขาคานเชนจุงก้า Kanchenjunga
ยอด เขาคานเชนจุงก้า Kanchenjunga อยู่ในเขตพรมแดนอินเดีย-เนปาล แนวเทือกเขาหิมาลัย มีความสูง 8,598 เมตร (28,208 ฟุต) จากระดับน้ำทะเล



อันดับที่ 2 ยอดเขา K2 หรือยอดเขากอดวิน อัสเตน Godwin Austen
ยอด เขา K2 หรือยอดเขากอดวิน อัสเตน Godwin Austen อยู่ในเขตพรมแดนของแคว้นจัมมูและแคชเมียร์ กับ ประเทศจีน แนวเทือกเขาหิมาลัย มีความสูง 8,611 เมตร (28,251 ฟุต) จากระดับน้ำทะเล



อันดับที่ 1 ยอดเขาเอเวอร์เรสต์ Everest
ยอด เขาเอเวอร์เรสต์ Everest ยอดเขาที่สูงที่สุดในโลกคงเป็นที่รู้จักกันดีอยู่แล้ว อยู่ในเขตพรมแดนประเทศเนปาล-จีนแนวเทือกเขาหิมาลัย มีความสูง 8,848 เมตร (29,035 ฟุต) จากระดับน้ำทะเลแต่ปัจจุบัน เนื่องจากภาวะโลกร้อน ยอดเขาเอเวอร์เรสต์ จะเตี้ยลงปีละ เกือบ1 ซม.




ที่มาท็อปเท็นไทยแลนด์

+++ Hamster +++

+++ Playlist +++


MusicPlaylistRingtones
Create a playlist at MixPod.com

+++ coming soon +++