วันจันทร์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2553

คู่รัก..กับหมู่โลหิต

กรุ๊ปเลือด

0056

ขอบคุณ : นิตยสารโรงพยาบาลธนบุรี

-----------------------------------------------------------------------------------------------------

เพิ่ม เติม : เว็บมาสเตอร์ yenta4

เช็คนิสัยกับกรุ๊ปเลือด

คนญี่ปุ่นเชื่อกันนัก ว่า ถ้าอยากรู้นิสัยของคนให้แม่นจริงๆ ต้องดูที่การทำนายกรุ๊ปเลือด บางครั้งก่อนที่พวกเขาจะคบใคร ต้องขอเช็คกรุ๊ปเลือดดูก่อนว่าจะเข้ากันได้ไหม มันอาจจะจริงก็ได้ ลองมาอ่านดูแล้ว ก็ไปพิสูจน์กันเอาเองนะ

กรุ๊ป A


หนุ่มสาวประจำกรุ๊ปเลือดนี้ สมกับเป็นกลุ่มคนเจเนอเรชั่นใหม่จริงๆ เพราะคุณเป็นคนที่มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง จนบางครั้งสูงมากจนไม่ฟังความคิดเห็นของใครเลย คนภายนอกอาจมองคุณเป็นคนดื้อเงียบ เพราะคุณเป็นคนเฉยๆ ไม่พูดไม่จา ดูจะเป็นผู้ฟังที่ดี แต่กลับไม่ยอมรับความคิดเห็นของคนอื่น แต่…ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องการให้คนอื่นฟังแต่ความเห็นของคุณคนเดียว คุณเป็นคนมีใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ชอบดูแลเอาใจใส่ (ใครได้เป็นแฟนคงปลื้มน่าดู) แต่ที่สำคัญ บุคลิกเฉยๆ ของคุณที่คนภายนอกเห็นนั้น ความจริงแฝงไว้ด้วยความร้ายกาจดุจคลื่นใต้น้ำเชียวล่ะ

กรุ๊ป B

คุณเป็นคนสนุกสนาน ร่าเริง บุคลิกมีเสน่ห์ทำให้ใครๆ ก็อยากเข้าใกล้ คุณยิ้มต้อนรับให้กับทุกคนที่ก้าวเข้ามาหา ทำให้คนรอบข้างหลงรักคุณโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว คุณเป็นคนมีเพื่อนฝูงมากมาย(ช่างเป็นชีวิตที่น่าอิจฉาเสียจริง) และคุณก็เป็นคนขี้เหงา ขาดเพื่อนไม่ได้เสียด้วย ขณะเดียวกัน คุณเป็นคนที่มีจิตใจเด็ดเดี่ยวไม่ใช่เล่น เป็นหนุ่มสาวผู้พิทักษ์ความยุติธรรมแห่งยุค… และรักความถูกต้องเหนือสิ่งอื่นใด แต่คุณก็กลับไม่ใช่เป็นคนแกร่งเสียจนกระด้าง เพราะความจริง คุณเป็นคนที่มีอารมณ์อ่อนไหว ช่างจินตนาการ และหลงใหลในชีวิตที่เพอร์เฟ็คต์เสียไม่มี

กรุ๊ป O


ดูภายนอกของคุณเป็นคนซีเรียส มาดขรึม คุยไม่เก่ง แต่จริงๆ ลองเข้าไปใกล้ๆ ก็จะรู้ว่าคุณนี้ก็มีเสน่ห์ลึกๆ อยู่เหมือนกัน เพราะความอ่อนโยน และความสุภาพนี่ล่ะ ประทับใจเพศตรงข้ามดีนัก แต่ความจริง คุณก็เป็นคนที่จริงจังกับชีวิตจริงๆ นั่นแหล่ะ ไม่ชอบทำอะไรเพ้อฝัน ไร้สาระ เวลาจะทำอะไรสักอย่าง คุณต้องมีระเบียบแบบแผนและต้องทำให้สำเร็จตามที่กำหนด แถมยังเป็นคนตรงไปตรงมา บุคลิกอย่างนี้ล่ะ ที่จะทำให้คนเป็นคนมีอนาคตที่สดใสรุ่งโรจน์อย่าบอกใคร แต่อย่าทำให้คุณโกรธเชียว เพราะอารมณ์อันเดือดดาลของคุณจะปะทุราวกับภูเขาไฟพ่นพรวด จนคนรอบข้างหลบกันแทบไม่ทัน

กรุ๊ป AB

ว่ากันว่า คุณเป็นนักรักที่อ่อนโยนน่าหลงใหล ใครเข้าใกล้เป็นต้องหลอมละลายเลยเชียว แต่ไม่น่าที่คุณดูจะเป็นคนเอาแต่ใจตัวเองมากไปหน่อย จิตใจไม่มั่นคง ขาดความเข้มแข็ง เอาแน่เอานอนไม่ได้ บางครั้งก็เจ้าอารมณ์ขึ้นมาเฉยๆ โดยรวมแล้ว บุคลิกของคุณออกจะแปลกๆเพราะบางครั้งคุณก็ดูจริงจังกับชีวิตเสียเหลือเกิน ยามรักๆ จริง ยามแค้น น่ากลัวจนแทบไม่อยากคิด แต่อาจเป็นผลดีกับการงานของคุณ เพราะคุณจะทุ่มให้กับงานอย่างไม่ลืมหูลืมตา จนผลิตงานไอเดียเจ๋งๆ ออกมาได้เพียบ แต่คนกรุ๊ปเอบีอย่างคุณก็พิถีพิถันในความรักมากจนน่ารำคาญ เพราะถ้าคุณเจอใครที่ไม่สามารถเข้าใจคุณได้ลึกซึ้งแล้วล่ะก็ คบกันไม่นานก็เลิกแล้วล่ะ

เวลากับ สุขภาพ

หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า "นาฬิกา ชีวิต" ซึ่งตามตำราแพทย์ตะวันออกหรือแพทย์แผนจีนที่มีอายุกว่า 5,000 ปี (ห้าพันปี) ถือว่า กลางวันและกลางคืนมีความสัมพันธ์กับสุขภาพของมนุษย์อย่างแยกไม่ออก โดยมองลึกลงไปอีกว่า ช่วงเวลา 24 ชั่วโมงในหนึ่งวันนั้น ภายในร่างกายของมนุษย์ยังมีการไหลเวียนของพลังชีวิตที่ผ่านอวัยวะภายในของ ร่างกายซึ่งประกอบด้วย อวัยวะตันและอวัยวะกลวง

โดยอวัยวะตัน หมายถึง หัวใจ เยื่อหุ้มหัวใจ ปอด ม้าม ตับ ไต ส่วนอวัยวะกลวง หมายถึง กระเพาะอาหาร ถุงน้ำดี ลำไส้ใหญ่ ลำไส้เล็ก กระเพาะปัสสาวะ ระบบความร้อนของร่างกาย (ชานเจียว) การไหลเวียนของพลังชีวิต (ลมปราณ) ที่ผ่านแต่ละอวัยวะนั้นจะใช้เวลาสองชั่วโมง ทั้งหมดมี 12 อวัยวะ รวม 24 ชั่วโมง คือ หนึ่งวัน เรียกว่า "นาฬิกาชีวิต"

01.00-03.00 น.
เป็นช่วงเวลาของตับ ควรนอนหลับพักผ่อนถ้าใครนอนหลับได้ดีเป็นประจำในช่วงเวลานี้ ตับจะหลั่งสารมีราโทนิน (meratonine) เพื่อฆ่าเชื้อโรค ทำให้หน้าอ่อนกว่าวัย นอนจากร่างกายจะหลั่งมีราทินประจำแล้ว ยังหลั่งสารเอนโดรฟิน (endorphin) ออกมาด้วยจึงไม่ควรกินอาหาร เพราะจะทำให้ตับทำงานหนักและเสื่อมเร็ว หน้าที่หลักของตับ คือ ขจัดสารพิษในร่างกาย ส่วนหน้าที่รอง คือ
1. ช่วยไตในการดูแลผม ขน เล็บ ถ้าตับมีปัญหา ผม ขน เล็บจะไม่สวย
2. ช่วยกระเพาะย่อยอาหาร ถ้ากินบ่อย ๆ จะทำให้ตับทำงานหนักตับจะหลั่งน้ำย่อยออกมามากจึงไม่ได้ทำหน้าที่หลัก เป็นเหตุให้สารพิษตกค้างในตับ

03.00-05.00 น. เป็นช่วงเวลาของปอด ควรตื่นขึ้นมาสูดอากาศรับแดดตอนเช้า ผู้ที่ตื่นช่วงนี้ประจำ ปอดจะดี ผิวดี และเป็นคนมีอำนาจในตัว

05.00-07.00 น. ลำไส้ใหญ่ ควรถ่ายให้เป็นนิสัย ถ้าไม่ถ่ายให้กดจุดที่ตำแหน่งสองข้างของจมูก ถ้ายังก็ให้ดื่มน้ำอุ่น 2 แก้ว ถ้ายังไม่ถ่ายให้ดื่มน้ำผึ้งผสมมะนาว หรือบริหารโดยยืนตรง หายใจเข้าแล้วก้มลงพร้อมหายใจออก เอามือท้าวเข่าแขม่วท้องจนเหมือนว่าหน้าท้องไปติดสันหลัง คนที่ถ่ายยากต้องกินข้าวเช้า บางคนไม่กินข้าวแต่กินกาแฟ ร่างการจะดูดกากอาหารตกค้างซึ่งกำลังจะเป็นอุจจาระเข้าไปใหม่ เท่ากับกินกาแฟแกล้มอุจจาระ
คนเรามักไม่ตื่นกันตอนนี้ซึ่งเป็นเวลาที่ลำไส้ต้องบีบอุจจาระลง เมื่อไม่ตื่นจึงบีบขึ้น เมื่อไม่ถ่ายตอนเช้าลำไส้ใหญ่จึงรวน แล้วจะมีอาการปวดหัวไหล่ กล้ามเนื้อเพดานจะหย่อน แล้วจะนอนกรนในที่สุด

07.00-09.00 น. กระเพาะอาหาร กินเข้าเช้าตอนนี้จะดี กระเพาะแข็งแรง ถ้ากระเพาะอ่อนแอ จะทำให้เป็นคนตัดสินใจช้า ขี้กังวล ขาไม่ค่อยมีแรง ปวดเข่า หน้าแก่เร็วกว่าวัย ถ้าไม่กินข้าวเช้าอุจจาระจะถูกดูดกลับมาที่กระเพาะ กลิ่นตัวจะเหม็น ถ้าถ่ายออกหมดจะไม่มีกลิ่นตัวเท่าไหร่

09.00-11.00 น. ม้าม ม้ามจะอยู่ชายโครงด้านซ้าย หน้าที่ควบคุมเม็ดเลือด สร้างน้ำเหลือง ควบคุมไขมัน คนที่ปวดหัวบ่อยมักมาจากม้าม อาการเจ็บชายโครงมาจากม้ามกับตับ ม้ามโต จะไปเบียดปอด ทำให้เหนื่อยง่าย ผอมเหลือง ตาเหลือง สร้างเม็ดเลือดขาวได้น้อย ม้ามชื้น อาหารแและน้ำที่กินเข้าไปจะแปรสภาพเป็นไขมัน ทำให้อ้วนง่าย คนที่หลับช่วง 9.00-11.00 น. ม้ามจะอ่อนแอ ม้ามยังโยงไปถึงริมฝีปาก คนที่พูดมากช่วงนี้ม้ามจะชื้น ควรพูดน้อยกินน้อย ไม่นอนหลับ ม้ามจะแข็งแรง

11.00-13.00 น. หัวใจ หัวใจจะทำงานหนักช่วงนี้ ให้หลีกเลี่ยงความเครียด หรือใช้ความคิดหนัก หาทางระงับอารมณ์ไว้

13.00-15.00 น. ลำไส้เล็ก ควรงดกินอาหารทุกประเภท เพื่อเปิดโอกาสให้ลำไส้ทำงาน ลำไส้เล็กทำหน้าที่ดูดสารอาหารที่เป็นน้ำเพื่อสร้างกรดอะมิโนสร้างเซลล์สมอง ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ สร้างไข่สำหรับผู้หญิง

15.00-17.00 น. กระเพาะปัสสาวะ จะเกี่ยวข้องกับระบบความจำ ไทรอยด์ และระบบเพศทั้งหมด ช่วสงเวลานี้ควรทำให้เหงื่อออก จะออกกำลังการหรืออบตัว กระเพาะปัสสาวะจะได้แข็งแรง การอั้นปัสสาวะบ่อย จะถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือด ทำให้เหงื่อเหม็น

17.00-19.00 น. ไต ควรทำใจให้สดชื่น ไม่ง่วงเหงาหาวนอนตอนนี้ ถ้าง่วงแสดงว่าไตเสื่อม ยิ่งหลับแล้วเพ้อ อาการยิ่งหนัก ไตซ้าย คุมสมองด้านขวาคือความคิดสร้างสรรค์ อารมณ์สุนทรีย์ รักสวยรักงาม ชอบแต่งตัว ถ้ามีปัญหา อารมณ์นี้จะหมดไปเป็นคนปล่อยเนื้อปล่อยตัว แต่ไม่ปล่อยวาง และขี้ร้อน ไตขวา จะคุมสมองด้านซ้าย ซึ่งควบคุมด้านความจำ ถ้ามีปัญหาความจำจะเสื่อมและเป็นคนขี้หนาว ผู้ใดที่ไตแข็งแรงจะเป็นคนอายุยืน เป็นคนกล้า ถ้าลำไส้เล็กมีไขมันเกาะมาก อาหารที่อยู่ในรูปของสารละลายจะผ่านลำไส้เล็กไม่ได้ จึงตกเป็นภาระของไต จะทำงานหนักเป็นโรคไต สมองเสื่อม ปวดหลัง เป็นหวัดง่าย มีเสลด การดูแลคือ เช้าอาบน้ำเย็น เย็นอาบน้ำอุ่น

19.00-21.00 น. เยื่อหุ้มหัวใจ ช่วงนี้ควรสวดมนต์ ทำสมาธิ ให้ระวังเรื่องตื่นเต้น ดีใจ หัวเราะ

21.00-23.00 น. เวลาของระบบความร้อนของร่างการ ต้องทำร่างายให้อุ่น ห้ามอาบน้ำเย็นเวลานี้จะเจ็บป่วยได้ง่าย ช่วงนี้อย่าตากลมเพราะลมมีพิษ

23.00-01.00 น. ถุงน้ำดี เป็นถุงสำรองน้ำย่อยที่ออกมาจากตับ อวัยวะใดขาดน้ำ จะดึงมาจากถุงน้ำดี ทำให้ถุงน้ำดีข้น อารมจะฉุนเฉียว สายตาเสื่อม เหงือกบวม ปวดฟัน นอนไม่หลับ ตื่นกลางดึก ตอนเช้าจะจาม ถุงน้ำดีจะโยงถึงปอด จะปวดศีรษะข้างเดียวหรือสองข้างโดยไม่ทราบสาเหตุ ควรดื่มน้ำก่อนเข้านอนหรือก่อนเวลา 23.00 น. อีกทั้งการย่อยไขมันของร่างกายจะเกิดขึ้นในช่วงเวลานี้เท่านั้น ซึ่งหากไม่พักผ่อนช่วงนี้ ไขมันดังกล่าวจะตกตะกอนอยู่ตามร่างกาย เช่นถุงไขมันใต้ตา มีพุง สมองเละเลือนง่าย ปวดไหล่ ปวดท้องง่ายบริเวณลำไส้ใหญ่ ท้องเสีย หรือท้องผูกง่ายอีกด้วย

เห็นไหมล่ะว่าเวลาเป็นของมีค่ามากขนาดไหน นอกจากจะทำให้เกิดประโยชน์กับผู้ที่รู้จักใช้เวลา ยังส่งผลดีต่อสุขภาพด้วย หากรู้จักบริหารเวลาให้เหมาะสมกับสภาวะของร่างกาย

โดย รัชนก อมรรักษากุล
ที่มา : เว็บไซต์เฮลส์คอร์เนอร์




[ดูภาพทั้งหมดในหมวด]

ริมฝีปากคล้ำ ทำไงดี?

ปาก ลิป

สูตรความสวย แบบง่ายๆ ใช้ มะนาว และน้ำผึ้งอย่างละครึ่งช้อนชา ผสมให้เข้ากันแล้วทาบริเวณริมฝีปาก สามารถทำให้ริมฝีปากคุณค่อย ๆ เปลี่ยนกลับมาเป็นสีเดิมได้ แต่ต้องทำทุกวัน

ใช้ลิปบาล์ มระหว่างวัน เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ริมฝีปาก โดย คุณอาจจะใช้ลิปบาล์มที่ผสมสีเล็กน้อย เพื่อเพิ่มสีสันของริมฝีปากได้ อย่าลืมทาลิปบาล์มก่อนนอน และอย่าปล่อยให้ริมฝีปากขาดการดูแลด้วย


เมื่อออกแดด แล้ว อย่าลืมทาลิปที่มีส่วนผสมของสารป้องกันแดด เพราะแสงแดดนี่แหละเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ริมฝีปากคุณคล้ำได้เหมือนกัน


ที่มาจาก thaihealth.or.th

ดูแลมือ อ่อนนุ่ม และมีสุขภาพดี

บางตำรับแนะนำให้ผู้หญิงใช้น้ำมันผสมน้ำตาลกรวดบด ละเอียด ทาลงบนมือแล้วนวดเบาๆ เพื่อทำความสะอาด แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น ซับมือด้วยผ้าเนื้อนุ่ม แต่หากฝ่ามือหยาบมากๆ ก็ให้ใช้เกลือป่นแทนน้ำตาลกรวด

นอกจากนี้ ยังมีสูตรการดูแลมือให้สะอาด อ่อนนุ่ม และมีสุขภาพดี อีกด้วย

สูตรทำความสะอาดมืออย่างล้ำลึก : สูตร นี้จะมีส่วนผสมของ น้ำผึ้งใส 1 ช้อนชา, ไข่ขาว 1 ฟอง, และ ข้าวโอ๊ต 1 ช้อนชา ให้นำส่วนผสมทั้งหมดมากวนให้เข้ากันแล้วทาลงบนมือ โดยเฉพาะบริเวณที่ผิวด้าน ทิ้งไว้ประมาณครึ่งชั่วโมงจึงค่อยล้างออก

สูตรแก้ไขฝ่ามือหยาบ กร้าน : ส่วนผสมของสูตรนี้มี น้ำมันละหุ่ง 1 ช้อนโต๊ะ และ กลีเซอรีน 1 ช้อนโต๊ะ นำทั้งสองสิ่งนี้มาผสมให้เป็น เนื้อเดียวกัน แล้วทาลงบนฝ่ามือ ทั้งด้านนอกและด้านใน ทิ้งไว้ประมาณครึ่งชั่วโมงจึงล้างออก แล้วทาด้วยครีมทามืออีกครั้งหนึ่ง

สูตรสร้างความนุ่มให้ แก่ผิวหนัง : สูตรนี้สามารถใช้ได้ทั้งมือและเท้า ซึ่งเป็นสูตรที่ผสมขึ้นจากผลไม้ ทั้งสับปะรด หรือมะละกอ เนื่องเพราะสับปะรดนั้น จะมีทั้งกรดซิททริค และแมลลิค ที่จะช่วยทำความสะอาดหนังกำพร้า แถมยังมีองค์ประกอบของสารโบรมิ ไลน์ ที่ช่วยให้เกิดความนุ่ม ไข่แดงที่มีโปรตีนเพื่อการปรับสภาพผิว รวมทั้งน้ำไซเดอร์ที่มีคุณสมบัติเป็นกรดอ่อนๆ และช่วยทำความสะอาดหนังกำพร้าอีกชั้นหนึ่งด้วย

ส่วนผสมก็คือ น้ำสับปะรด/น้ำมะละกอครึ่ง 1 ช้อนโต๊ะ, ไข่แดงครึ่งช้อนชา และน้ำส้มไซเดอร์ 1 ช้อนชา ให้นำส่วนผสมทั้งหมดนี้มากวนให้เข้ากันแล้วทาลงบนมือหรือเท้า ทิ้งไว้ประมาณครึ่งชั่วโมงแล้วค่อยล้างออก

สูตรมือนุ่มและมี กลิ่นหอม คือ น้ำผึ้งผสมน้ำส้มคั้น โดยใช้สองสิ่งนี้ในปริมาณเท่ากันมาผสม แล้วใช้ทามือ สูตรนี้จะช่วยให้ผิวหนังที่หยาบกระด้างอ่อนนุ่มขึ้น และยังเป็นการปรับสภาพผิว ส่วนผสมของสูตรนี้ยังสามารถใช้ทาหน้าได้ด้วย ซึ่งจะทำให้ผิวหน้านุ่มเนียนแล้วยังจะดูละเอียดอ่อนขึ้นอีก

ส่วนวิธีแก้ปัญหามือหยาบกร้านที่ได้ผลดีและรวดเร็วอีกวิธีหนึ่ง ก็คือ แช่มือในอ่างน้ำก้นตื้นที่ใส่น้ำมันมะกอก โดยแช่ไว้ประมาณ 10 นาที จากนั้นให้นวดเบาๆ เพื่อให้น้ำมันซึมลึกเข้าไปในผิวหนัง แล้วจึง เช็ดส่วนเกินออก ทำเช่นนี้ติดต่อกันประมาณ 1 สัปดาห์ก็จะเห็นความเปลี่ยนแปลงแห่งความหยาบกร้านของมืออย่างชัดเจน

สูตรครีมทามือ : ส่วน ผสมของสูตรนี้ก็มี ไข่ขาว 1 ฟอง, ไขผึ้งสีขาวครึ่งถ้วยตวง, น้ำมันอัลมอนด์ครึ่งถ้วยตวง แลสารส้มเท่าปลายเล็บ ให้นำส่วนผสมทั้งหมดมากวนให้เข้ากันด้วยช้อนไม้จนเกิดครีมขาวข้น เอาใส่ลงในโถแก้ว ใช้ทามือและเท้าเป็นประจำทุกวัน โดยสารส้มที่ใส่จะไปช่วยป้องกันไม่ให้ไข่ขาวแข็งตัวขณะอยู่ในกระบวนการของ การผสม ทั้งยังช่วยให้ครีมที่ผสมมีอายุการใช้งานนานขึ้นด้วย

สูตรครีมทามือผสมน้ำ ผึ้ง : สูตรนี้จะประกอบไปด้วย น้ำผึ้งใส 1 ช้อนชา, น้ำมันอัลมอนด์ 1 ช้อนโต๊ะ, น้ำกุหลาบ 4 ช้อนโต๊ะ และน้ำส้มไซเดอร์ 1 ช้อนชา ให้เริ่มด้วยการอุ่นน้ำผึ้งก่อนนำไปผสมน้ำมันอัลมอนด์ จากนั้นให้เอาน้ำกุหลาบกับน้ำไซเดอร์ผสมเข้าด้วยกัน แล้วค่อยๆ รินใส่ลงในส่วนผสมของน้ำผึ้งทีละน้อยๆ คนให้เข้ากันไปเรื่อยๆ เมื่อทุกส่วนผสมเข้ากันดีแล้ว ให้เทใส่ขวดแก้วเก็บไว้ใช้ทามือและเท้า ใช้เป็นประจำทุกวัน

● ดื่มกาแฟปลุกสมองแค่หลอกตัวเอง ●



หลายคนคิด ว่าสมองคงไม่ตื่นตัวเต็มที่ถ้าไม่มีกาแฟสักถ้วยมาปลุก แต่งานวิจัยล่าสุดชี้ฤทธิ์การกระตุ้นของกาเฟอีนแท้จริงเป็นเพียงภาพลวงตา สำหรับคอกาแฟที่ดื่มหนักและดื่มเป็นประจำ

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าคนที่ดื่มกาแฟวันละหลายแก้วอาจรู้สึกชินชากับปฏิกิริยา ในการกระตุ้นของกาเฟอีน และความรู้สึกตื่นตัวที่เกิดขึ้นหลังกาแฟแก้วแรกของวันอาจเป็นการบรรเทาความ เหนื่อยล้าจากการถอนกาเฟอีนในช่วงกลางคืน

แม้กาเฟอีนอาจทำให้รู้สึกตื่นตัวมากขึ้นได้ แต่ผลลัพธ์นี้จะมีเฉพาะคนที่ไม่เคยดื่มเลยเท่านั้น

ผลวิจัยบ่งชี้ว่าจริงๆ แล้วคนที่ดื่มกาแฟอาจรู้สึกดีขึ้นได้โดยไม่ต้องพึ่งเครื่องดื่มชนิดนี้ ที่รังแต่จะกระตุ้นความวิตกกังวลและเพิ่มความเสี่ยงของอาการความดันโลหิตสูง

ในการศึกษ กลุ่มตัวอย่าง 379 คนต้องงดกาแฟเป็นเวลา 16 ชั่วโมงก่อนดื่มกาแฟหรือกาแฟปลอม จากนั้นจึงทำการทดสอบปฏิกิริยาตอบสนองหลายอย่าง

รายงานที่อยู่ในวารสารนิวโรไซโคฟาร์มาโคโลจี้ฉบับออนไลน์ระบุว่า นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยบริสตอลพบความแตกต่างน้อยมากเกี่ยวกับระดับความตื่น ตัวของอาสาสมัคร

ปีเตอร์ โรเจอร์ส จากแผนกจิตวิทยาการทดลองของมหาวิทยาลัยบริสตอลและเป็นหนึ่งใน ผู้นำการจัดทำรายงานฉบับนี้ กล่าวว่า จากการศึกษาไม่พบว่าการดื่มกาแฟได้ประโยชน์อย่างไร แม้หลายคนรู้สึกตื่นตัวขึ้นหลังดื่มก็ตาม แต่ในทางกลับกัน กาเฟอีนกลับกระตุ้นความวิตกกังวล

ทั้งนี้ อาสาสมัครครึ่งหนึ่งเป็นคนที่ดื่มกาแฟระดับปานกลางถึงมาก คือดื่มอย่างน้อย 1-6 แก้วต่อวันและอีกครึ่งดื่มน้อยหรือไม่ดื่มเลย



อาสาสมัครครึ่งหนึ่งจะ ได้กาแฟเอสเปรสโซ 100 มิลลิกรัม อีกครึ่งได้กาแฟปลอม และทั้งหมดต้องให้คะแนนระดับความกังวลและความตื่นตัวของตนเองรวมถึงตอบคำถาม ว่าปวดศีรษะหรือไม่ก่อนและหลังได้ดื่มกาแฟจริงและกาแฟปลอม

อาสาสมัครทั้งหมดยังต้องทำภารกิจหน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อวัดระดับความจำ ความมีสมาธิและความไวผลปรากฏว่าคนที่ดื่มกาแฟปานกลางและมากที่ได้กินกาแฟ ปลอมบอกว่าความตื่นตัวลดลงและปวดศีรษะมากขึ้น แต่กลับไม่ปรากฏผลนี้กับคนที่ได้ดื่มกาแฟจริง

อย่างไรก็ตาม ระดับความตื่นตัวหลังดื่มกาแฟของกลุ่มนี้ไม่ได้สูงกว่าอาสาสมัครที่ไม่ดื่ม หรือดื่มกาแฟเพียงเล็กน้อยและได้ดื่มกาแฟปลอมแต่อย่างใด บ่งชี้ว่ากาเฟอีนแค่ทำให้ผู้ดื่มมีอาการปกติเท่านั้น ไม่ได้ตื่นตัวมากขึ้นอย่างที่เชื่อกันมิหนำซ้ำคนที่ดื่มกาแฟมากๆ ยังอาจรู้สึกง่วงมากขึ้นถ้าไม่ได้ดื่ม



นักวิจัยบอกว่าการค้น พบนี้สนับสนุนแนวคิดที่ว่า คนที่ดื่มกาแฟหรือชาหนักๆจะต้องดื่มเครื่องดื่มเหล่านี้เป็นประจำเพื่อหลีก เลี่ยงอาการถอนกาเฟอีน

นักวิจัยบอกว่า ผลการศึกษานี้สามารถใช้กับผู้ที่บอกว่าต้องดื่มชาตอนเช้าเพื่อให้สมองปลอด โปร่งเช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม ดร.เอียน พอล กรรมการบริหารสมาคมกาแฟแห่งอังกฤษ แสดงความคิดเห็นต่อรายงานชิ้น นี้ว่า ควรมีการวิจัยเพิ่มเติมเพื่อพิจารณาว่าผลศึกษานี้ครอบคลุมประชากรวงกว้างแค่ ไหน

"มี หลักฐานมากมายที่แสดงให้เห็นว่ากาเฟอีนช่วยยกระดับความตื่นตัว โดยทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลางให้หลั่งอะดรีนาลิน

"ผลลัพธ์นี้ไม่ได้พบเฉพาะในคนที่มีระดับความตื่นตัวต่ำ เช่น คนที่ทำงานกะกลางคืนหรือคนที่ตื่นแต่เช้ามืดเท่านั้น แต่ยังรวมถึงคนที่มีความตื่นตัวสูงอยู่แล้วด้วย"

ขอขอบคุณข้อมูลของสสส.

+++ Hamster +++

+++ Playlist +++


MusicPlaylistRingtones
Create a playlist at MixPod.com

+++ coming soon +++