วันอาทิตย์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

โรคร้ายที่มากับโลกร้อน

เรื่อง สุรีย์รัตน์ พิทักษ์ หลักฐานที่นัก วิทยาศาสตร์ชั้นนำ และองค์กรที่เฝ้าติดตามภูมิอากาศโลกได้เปิดเผยอย่างชัดเจนว่า อุณหภูมิของโลกกำลังสูงขึ้นเรื่อยๆ ก่อนการปฏิวัติอุตสาหกรรม (ประมาณปี 1750) โลกมีอุณหภูมิเฉลี่ยไม่ถึง 14 องศาเซลเซียส แต่ในปัจจุบันอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเพิ่มขึ้นมาใกล้ระดับ 15 องศาเซลเซียสแล้ว เฉพาะในช่วงเวลาประมาณ 150 ปีมานี้ อุณหภูมิโลกเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย 0.7 องศาเซลเซียส หลายคนอาจจะมองว่าสิ่งนี้ เป็นการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ใครจะรู้ว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เลยสำหรับโลกใบนี้ เพราะภาวะโลกที่ร้อนขึ้นในทุกวันนี้ เป็นสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์กำลังวิตกกังวลเป็นอย่างมาก และถ้ายังไม่ได้รับการเอาใจใส่และเยียวยาอย่างจริงจัง ภาวะโลกร้อนก็อาจจะส่งผลกระทบรุนแรงเกินกว่าที่เราจะคาดเดาได้ โลกร้อนไม่ได้นำพามาแต่ความร้อนเท่านั้น แต่ยังนำภัยอันตรายมาอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นภัยธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม รวมทั้งส่งผลกระทบไปยังปัญหาเศรษฐกิจและสังคมอีกด้วย

นอกจากนั้น ภาวะโลกร้อนก็ยังนำมาซึ่งอันตรายจากโรคร้ายได้อีกด้วย!!!

โรคร้อน, อากาศร้อน

นพ.วัชระ พุ่มประดิษฐ์ อายุรแพทย์ สาขาโรคติดเชื้อ บอกว่า ในภาวะโลกร้อน และอุณหภูมิที่เพิ่มมากขึ้นหลายองศาเซลเซียสนั้น จะทำให้ภูมิภาคที่มีอากาศเย็นเริ่มร้อนขึ้น และโรคภัยต่างๆ ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับประเทศในแถบร้อนก็จะเพิ่มมากขึ้นไปด้วย ส่วนประเทศในแถบร้อนที่ปกติอุณหภูมิก็สูงอยู่แล้วนั้น ก็ยิ่งเสี่ยงต่อโรคภัยต่างๆ เพิ่มมากขึ้นไปอีก นพ.วัชระ บอกด้วยว่า โรคที่จะมาในภาวะโลกร้อนนั้น แบ่งออกได้ 3 โรคใหญ่ๆ

1.ฮีตสโตรก (Heat Stroke) ภาวะเป็นลมเนื่องจากความร้อน สูงเกินไป นับเป็นด่านแรกของภัยสุขภาพยุคโลกร้อน ซึ่งโรคนี้คนในประเทศร้อนมักจะไม่ค่อยเกิดอาการมากนัก เนื่องมาจากการชินกับความร้อน แต่ในอนาคตข้างหน้าเมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้นไปอีกประมาณ 7-10 องศาเซลเซียส คนในประเทศร้อนก็อาจจะเกิดอาการนี้ได้บ่อยๆ เช่นกัน อาการที่ว่านี้ จะเกิดจากการที่ร่างกายนั้นได้รับความร้อนมากจนเกินไป ไม่ว่าจะเป็นจากการออกกำลังกาย หรือการเล่นกีฬาในภาวะอากาศร้อนจัดเป็นเวลานาน จนอุณหภูมิในร่างกายสูงเกินขีดที่จะทนทานได้ ยิ่นคนในประเทศหนาว อย่างในยุโรปก็จะมีภาวะฮีตสโตรกเกิดขึ้นได้เช่นกัน เนื่องจากภาวะที่อากาศร้อนเกินไปจนทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำ เสียเกลือแร่ในร่างกายได้ ทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทัน ซึ่งเหล่านี้อาจจะทำให้คนตายได้ เช่น คนที่ติดอยู่ในลิฟต์ ถ้าเป็นคนที่ไม่แข็งแรง หรือมีอายุมากหน่อยติดลิฟต์สักครึ่งชั่วโมงแล้วร่างกายปรับตัวไม่ทันก็อาจจะ เสียชีวิตได้เลย

2.อาการภูมิแพ้ อาการเช่นนี้ นพ.วัชระ บอกว่า เกิดมากจากภาวะก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มสูงมาก จนทำให้เกิดกรีนเฮาส์เอฟเฟกต์ บรรยากาศร้อนขึ้น ซึ่งเมื่อคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มขึ้นมากๆ ก็จะไปกระตุ้นให้สาหร่าย พืช หรือวัชพืชบางอย่าง ที่ปกติไม่ขึ้นอยู่ในที่สูง หรือในอากาศหนาวๆ ขยายตัวได้มากขึ้นในที่ที่อากาศหนาว ซึ่งเมื่อพวกวัชพืชพวกนี้เพิ่มมากขึ้น ก็อาจจะก่อสารให้เกิดภูมิแพ้ได้มากขึ้น เนื่องมาจากการสร้างละอองเกสรที่ลอยมาในอากาศก็ทำให้เกิดภูมิแพ้ได้มากขึ้น รวมทั้งเรื่องของมลภาวะก็อาจจะช่วยกระตุ้นให้คนที่เป็นโรคหอบหืดเกิดอาการ ได้มากขึ้นและบ่อยขึ้น หรือคนที่เป็นโรคหลอดลมอักเสบจากการสูบบุหรี่ก็จะมีปัญหามากขึ้นด้วย

3.โรคที่มากับแมลง เนื่องจากแมลง เช่น ยุง แมลงวันนั้นปกติจะชอบอากาศอบอุ่น ค่อนข้างร้อน ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรค เช่น โรคไข้เลือดออก มาลาเรียได้มากในประเทศร้อน แต่ในภูมิภาคที่มีอากาศหนาวอย่างยุโรปนั้น มักจะไม่ค่อยต้องมากังวลเรื่องไข้เลือดออก หรือมาลาเรีย เนื่องจากแมลงมักจะอาศัยอยู่ในอากาศเย็นไม่ค่อยได้ แต่เมื่อโลกร้อนขึ้นบริเวณที่แมลงเหล่านี้สามารถขยายพันธุ์ไปได้ก็จะเพิ่ม มากขึ้น มีการเจอโรคแบบนี้ในที่ที่ไม่เคยเจอมาก่อน คือ ในที่ที่มีอากาศหนาวๆ อย่างเช่น ที่เคยเจอกันก็คือในประเทศโคลัมเบีย ที่เหนือระดับน้ำทะเลประมาณ 7,000 กว่าฟุตก็เจอได้ ซึ่งแต่เดิมไม่เคยเจอ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องใหม่ของโลก หรืออินโดนีเซียในบริเวณที่อยู่บนภูเขาสูง อากาศเย็น แต่เดิมไม่เคยเจอโรคมาลาเรีย แต่ตอนนี้ก็เริ่มเจอได้มากขึ้นแล้ว ซึ่งก็จะยิ่งทำให้บ้านเรามีโอกาสเกิดขึ้นมากได้เช่นกัน เพราะเป็นโซนที่อากาศร้อนอยู่แล้ว มีการยอมรับจากเวทีการประเมินสถานการณ์การระบาดของโรคติดต่อในภาวะโลกร้อน ระดับนานาชาติว่า หนึในโรคที่มีแนวโน้มเพิ่งสูงขึ้นในยุคโลกร้อนที่ต้องจับตามอง คือ ไข้เลือดออก เพราะนอกจากจะเป็นโรคที่เกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัยแล้ว ในขณะนี้ยุงลายซึ่งเป็นพาหะนำโรค ได้ขยายเวลาออกหากินจากช่วงกลางวันเป็นเลย 5 ทุ่มด้วย ซึ่งทำให้ยากต่อการป้องกัน หรือวินิจฉัยโรค เนื่องจากแยกแยะได้ลำบากว่ายุงนั้นเป็นยุงลาย หรือยุงรำคาญที่หากินช่วงค่ำไปถึงดึก ยิ่งไปกว่านั้นยุงลายตัวผู้ในยุคโลกร้อนยังถูกตรวจพบว่ามีเชื้อไวรัสที่ก่อ โรคไข้เลือดออก ทั้งที่ไม่ได้ดูดเลือดเป็นอาหารแบบตัวเมีย ซ้ำบางตัวยังมีเชื้อไวรัสนี้ถึง 2 สายพันธุ์ ซึ่งถือว่าเป็นอันตรายอย่างยิ่ง ข้อแนะนำในการดูแลตัวเอง เพื่อให้ห่างไกลจากโรคที่มาในภาวะโรคร้อนนั้น นพ.วัชระ บอกว่า สิ่งสำคัญที่สุดก็คือให้ดูแลสุขภาพไปตามปกติ นั่นก็คือ การทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอเท่านั้นเอง ส่วนใครที่มีโรคประจำตัว เช่น ภูมิแพ้ก็พยายามหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีมลภาวะสูง แต่นั่นก็เป็นไปได้ยาก เพราะการใช้ชีวิตในเมืองใหญ่นั้นหลีกเลี่ยงจากมลภาวะค่อนข้างลำบาก

จะเก็บฟันคุดไว้หรือเอาออกดี

ปกติแล้วเราจะมีฟันแท้ 32 ซี่ ฟันบนซ้ายขวา ข้างละ 8 ซี่ ข้างล่างก็เช่นกัน ซ้ายขวาข้างละ 8 ซี่ รวมแล้ว 32 ซี่ ทีนี้ส่วนใหญ่จะได้ไม่คบ 32 เพราะซี่สุดท้ายมักไม่ขึ้นหรือขึ้นมา เฉียงๆ เอียงๆ ติดฟันข้างเคียง ฟันที่ขึ้นมาไม่ได้ ฝังอยู่ในขากรรไกร เราเรียกว่า ฟันคุด ทันตแพทย์จะแนะนำ ให้ถอนฟันคุดออก เพราะการปล่อยทิ้งไว้มีผลเสียมากกว่าผลดี ซึ่งอาจสร้างปัญหาได้ ดังนี้

ฟัน ฟันคุด ปวดฟัน ถอนฟัน

มีอาการปวด เพราะตัวฟันคุดเองมีแรงผลักเพื่อจะงอกขึ้นมาในขากรรไกร แต่ถูกกันหรือติดโดยฟันข้างเคียง ทำให้มีแรงย้อนกลับไปกดที่เส้นประสาทของขากรรไกร อาการปวดมีตั้งแต่ทนได้จนกระทั่งปวดมาก ในบางครั้งอาจมีอาการปวดแบบส่งต่อหลังจากตำแหน่งฟันคุดไปยังบริเวณอื่นของใบ หน้า เช่น ปวดหน้าหู ปวดตา ปวดศีรษะ เป็นต้น

ฟันคุดทำให้ฟันเก แรงดันของฟันคุด มากพอที่จะผลักให้ฟันข้างเคียงรับกระทบต่อๆ กันไปจนฟันบิดซ้อนกันได้ ในการจัดฟันทันตแพทย์มักแนะนำให้ถอนฟันคุดออกก่อนใส่เครื่องมือ

ฟันคุดทำให้ฟันผุ ฟันคุดเป็นที่กักเศษอาหาร ทำความสะอาดยากเพราะอยู่ลึกใกล้ลำคอ การที่มีเศษอาหารสะสมอยู่บริเวณนั้นนานๆ ก็ทำให้ฟันผุง่ายโดยปกติถ้าฟันคุดผุไม่เป็นไร เพราะถึงอย่างไรก็ต้องเอาออกอยู่แล้ว แต่หลายคนมาพบทันตแพทย์มักจะมีฟันที่ดีๆ ข้างเคียงผุด้วยจนไม่สามารถรักษาได้ ทั้งอาจจะต้องถอนพร้อมฟันคุดอย่างน่าเสียดาย

ฟันคุดทำให้เหงือกอักเสบ ก็เช่นกันเศษอาหารที่ค้างอยู่ใต้เหงือกที่คลุมฟันอยู่นั้นเป็นแหล่งสะสมของ แบคทีเรียที่ยากทำความสะอาดได้หมดจด ซึ่งง่ายต่อการเกิดเหงือกอักเสบและบวม

ฟันคุดทำให้ติดเชื้อ เรื่องนี้เป็นเรื่องคอขาดบาดตาย เพราะการติดเชื้อจากฟันคุด มันทำให้ขากรรไกรบวม ถ้าเป็นรุนแรง อ้าปากไม่ขึ้นกลืนไม่ได้ ลุกลามลงคอ พาลหายใจไม่ได้เอา ถึงขนาดต้องนอนโรงพยาบาล รักษาอย่างเร่งด่วนกันเลย

ฟันคุดมีโอกาสทำให้เกิดถุงน้ำ (CYST) ซึ่งจะขยายอยู่ใน กระดูกขากรรไกร หากไม่เคยได้รับการตรวจฟัน มักจะรู้ตัวอีกทีเมื่อเห็นใบหน้าเอียงหรือขากรรไกรข้างหนึ่งใหญ่กว่าอีกข้าง การที่มี cyst อยู่ในขากรรไกรก็เหมือนกับลูกโป่งที่มันจะค่อยๆ พองใหญ่ขึ้นเบียดกินกระดูกขากรรไกรไปเรื่อยๆ ถ้าพบเข้าและรีบทำการผ่าตัดออกได้เร็ว การสูญเสียอวัยวะ ขากรรไกรก็น้อย ยังสามารถรักษารูปหน้าให้เหมือนเดิมได้ แต่ถ้า cyst ใหญ่มากๆ ก็อาจถึงขนาดต้องตัดขากรรไกรบางส่วนออก การรักษารูปใบหน้าให้เหมือนเดิมก็ทำได้ยากขึ้นโดยเฉพาะกรณีที่ cyst นั้นเปลี่ยนไปเป็นเนื้องอกบางชนิด

จะเห็นได้ว่าการเก็บฟันคุดไม่มีผลดีเลย ถือเป็นความเสี่ยงอย่างหนึ่งที่เกิดอันตรายกับสุขภาพปากของคนเราหลายด้าน จึงควรผ่าเอาออก... ผลดีมีมากกว่าจริงๆ ค่ะ

ฟันคุด....คืออะไร ฟันคุด คือฟันที่ ไม่สามารถขึ้นได้ตามปกติในช่องปาก อาจจะโผล่ขึ้นมาได้เพียงบางส่วน หรือฝังอยู่ในกระดูกขากรรไกรทั้งซี่ ฟันซี่ที่พบว่าเป็นฟันคุดบ่อยที่สุด คือ ฟันกรามล่างซี่สุดท้าย ซึ่งอยู่ด้านในสุดของกระดูกขากรรไกรล่าง โดยปกติแล้วฟันซี่นี้ควรจะขึ้นในช่วงอายุ 18 - 25 ปี อาจโผล่ขึ้นอยู่ในลักษณะตั้งตรง เอียง หรือนอนในแนวระนาบ และมักจะอยู่ชิดกับฟันข้างเคียงเสมอ นอกจากนี้ฟันซี่อื่น ๆ ก็อาจจะคุดได้ เช่น ฟันเขี้ยว ฟันกรามน้อยแต่พบได้น้อยกว่าฟันกรามล่างซี่สุดท้าย

จะทราบได้อย่างไรว่ามีฟันคุด จากการตรวจในช่องปาก ถ้าพบว่าฟันซี่ใดโผล่ขึ้นมาได้เพียงบางส่วน หรือฟันซี่ใดหายไป ก็ให้สงสัยไว้ก่อนเลยว่าน่าจะมีฟันคุด เพื่อให้แน่ใจก็ควรจะเอกซเรย์ดู ก็จะทำให้ทราบว่ามีฟันคุดฝังอยู่ในตำแหน่งไหนบ้าง การเอกซเรย์ฟิล์มพานอรามิกจะเห็นฟันทั้งหมดในกระดูกขากรรไกรทั้งบนและล่าง รวมถึงพยาธิสภาพที่เกิดขึ้นในกระดูกขากรรไกร

ทำไมถึงต้องผ่าฟันคุด การผ่าตัดฟันคุดมีจุดประสงค์หลายประการ ได้แก่

1. เพื่อป้องกันการอักเสบของเหงือกที่ปกคลุมฟัน เพราะจะมีเศษอาหารเข้าไปติดอยู่ใต้เหงือก แล้วไม่สามารถทำความสะอาดได้ เชื้อแบคทีเรียที่มาสะสมอยู่จะทำให้เหงือกอักเสบ ปวดและบวมเป็นหนอง ถ้าทิ้งไว้การอักเสบจะลุกลามไปใต้คาง หรือใต้ลิ้น ซึ่งจะทำให้เกิดการแพร่กระจายของเชื้อโรคไปยังส่วนอื่นๆ ของร่างกายได้ง่าย นับว่าเป็นอันตรายอย่างยิ่ง

2. เพื่อป้องกันฟันข้างเคียงผุ ซอกฟันระหว่างฟันคุดกับฟันกรามซี่ที่สองที่อยู่ชิดกันนั้น ทำความสะอาดได้ยาก เศษอาหารจะติดค้างอยู่ทำให้เกิดฟันผุได้ทั้งสองซี่

3. เพื่อป้องกันการละลายตัวของกระดูก แรงดันจากฟันคุดที่ พยายามดันขึ้นมา จะทำให้กระดูกรอบรากฟัน หรือรากฟันข้างเคียงถูกทำลายไป

4. เพื่อป้องกันการเกิดถุงน้ำหรือเนื้องอก ฟันคุดที่ทิ้งไว้นานไปเนื้อเยื่อที่หุ้มรอบฟันคุด อาจจะขยายใหญ่ขึ้นกลายเป็นถุงน้ำ แล้วโตขึ้นโดยไม่แสดงอาการเลย จนในที่สุดเกิดการทำลายฟันซี่ข้างเคียง และกระดูกรอบ ๆ บริเวณนั้น

5. เพื่อป้องกันกระดูกขากรรไกรหัก เนื่องจากการที่มีฟันคุดฝังอยู่ จะทำให้กระดูกขากรรไกรบริเวณนั้นบางกว่าตำแหน่งอื่น เกิดเป็นจุดอ่อน เมื่อได้รับอุบัติเหตุ หรือกระทบกระแทก กระดูกขากรรไกรบริเวณนั้นก็จะหักได้ง่าย 6. วัตถุประสงค์อื่น ๆ เช่น ในการจัดฟัน ต้องถอนฟันกรามซี่ที่ สาม ออกเสียก่อนเพื่อให้ง่ายต่อการเคลื่อนฟันซี่อื่น ๆ

ขั้นตอนการผ่าฟันคุดมีอะไรบ้าง น่ากลัวอย่างที่เขาบอกกันหรือเปล่า การผ่าตัดฟันคุดไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ทันตแพทย์จะใช้ยาชาเฉพาะที่เพื่อระงับความรู้สึก หลังจากนั้นก็จะเปิดเหงือกให้เห็นฟัน แล้วใช้เครื่องกรอตัดฟันออกมา ล้างทำความสะอาดและเย็บแผลปิด เท่านี้ก็เสร็จแล้ว สามารถกลับบ้านได้ไม่ต้องนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาล

หลังผ่าตัดฟันคุดแล้วจะมีอาการอะไรบ้าง จะพูดหรือรับประทานอาหารได้ไหม อาการที่พบได้หลังการผ่าตัดฟันคุดคือ จะมีอาการปวดและบวมบริเวณแก้มด้านที่ทำผ่าตัดสัก 2 - 3 วัน อ้าปากได้น้อยลง ทานยาแก้ปวดและยาปฏิชีวนะที่ได้รับไปอาการก็จะบรรเทาลงได้ เรื่องอาหารคงต้องทานอาหารอ่อนไปก่อนสักระยะหนึ่ง เพื่อป้องกันการกระทบกระเทือนต่อแผล ส่วนการพูดก็พูดได้ตามปกติ แต่อย่าพูดมากนักเดี๋ยวจะเจ็บแผลได้

หลังผ่าตัดฟันคุดจะต้องปฏิบัติตัวอย่างไรบ้าง คำ แนะนำหลังการผ่าตัดฟันคุดมีดังนี้

1. กัดผ้าก๊อซนาน 1 ชั่วโมง กลืนน้ำลายตามปกติ

2. ห้ามบ้วนเลือดและน้ำลาย เพราะอาจทำให้เลือดไหลไม่หยุดได้

3. หลังคายผ้าก๊อซแล้ว ถ้ามีเลือดซึมจากแผลผ่าตัด ให้ใช้ผ้าก๊อซที่สะอาดกัดใหม่อีกประมาณ ½ ชั่วโมง

4. ประคบน้ำแข็งบริเวณแก้ม เฉพาะวันที่ทำผ่าตัด

5. รับประทานอาหารอ่อน

6. รับประทานยาให้ครบตามที่ทันตแพทย์สั่ง

7. งดออกกำลังกาย หรือ เล่นกีฬา

8. แปรงฟันทำความสะอาดในช่องปากตามปกติ

9. ตัดไหมหลังผ่าตัด 7 วัน

10.หากมีปัญหาหรือผลแทรกซ้อนเกิดขึ้น กลับมาพบทันตแพทย์ได้ก่อนวันนัด

การผ่าตัดฟันคุดมีอันตรายหรือผลแทรกซ้อนอะไรได้บ้าง ผลแทรกซ้อนของการผ่าตัดฟันคุดที่พบได้ เช่น หลังคายผ้าก๊อซแล้วยังมีเลือดไหลจากแผลผ่าตัดมากผิดปกติ มีไข้หรือมีการติดเชื้อหลังการผ่าตัด หลังผ่าตัด 2 - 3 วันแล้วอาการปวดบวมยังไม่ทุเลา แต่กลับมีอาการเพิ่มมากยิ่งขึ้น หรือมีอาการชาของริมฝีปากล่างนานผิดปกติทั้งที่หมดฤทธิ์ชองยาชาแล้ว ถ้าท่านมีอาการเหล่านี้ควรรีบกลับไปพบทันตแพทย์ได้ทันที เพื่อหาทางแก้ไข แต่ขอบอกไว้ก่อนว่าผลแทรกซ้อนเหล่านี้พบได้น้อยมาก ไม่ต้องกังวลจนกลัวแล้วไม่ยอมไปผ่าตัดฟันคุด เพราะถ้าเก็บฟันคุดไว้กลับจะมีอันตรายมากยิ่งกว่าเสียอีกถ้าอย่างนี้แล้วจะ ป้องกันอันตรายจากฟันคุดได้อย่างไร อันนี้ไม่ยากเพียงแค่ท่านไปพบทันตแพทย์เพื่อตรวจและเอกซเรย์ฟันก็จะทราบว่า มีฟันคุดฝังอยู่ในตำแหน่งใดบ้าง หลังจากนั้นก็เริ่มทยอยผ่าฟันคุดออกเสียก่อนที่จะมีอาการปวดบวม หรือทำให้ฟันข้างเคียงมีปัญหา การผ่าตัดในช่วงที่อายุยังน้อย (18 - 25 ปี) สามารถทำได้ง่าย แผลหายเร็วและผลแทรกซ้อนหลังการผ่าตัดก็ต่ำ เพราะฉะนั้นมีฟันคุดแล้วอย่ารั้งรอ รีบผ่าตัดออกเสียแต่เนิ่นๆ จะได้ไม่เกิดผลเสียในภายหลัง

ที่มา เรียบเรียง : ทีม content www.thaihealth.or.th

ตั้งกระทู้ ช็อกโกแลตซีส(Chocolate Cyst)

ปวดท้อง

ปกติเซลล์เยื่อบุโพรงมดลูกจะต้องอยู่ในโพรงมดลูก มีหน้าที่สำคัญ คือ เป็นพื้นผิวสำหรับตัวอ่อนของทารกมาเกาะเพื่อการตั้งครรภ์ เซลล์เหล่านี้มีคุณสมบัติพิเศษอย่างหนึ่ง คือ มีการแบ่งตัวได้ตามการกระตุ้นของฮอร์โมนเพศหญิง และมีการสลายตัวเป็นประจำเดือนตามรอบระดู

ดังนั้นตามธรรมชาติ หากเซลล์เหล่านี้อยู่เฉพาะในโพรงมดลูกจะไม่เกิดปัญหา เนื่องจากร่างกายจะขับออกมาเป็นรอบเดือน แต่เมื่อเซลล์เหล่านี้ไปเจริญอยู่ในส่วนอื่น จึงก่อให้เกิดปัญหาได้ เนื่องจากร่างกายไม่สามารถขับออกมาได้ เช่น หากไปเกาะที่รังไข่ก็จะก่อตัวเป็นถุงน้ำซึ่งเป็ที่สะสมของเซลล์เหล่านี้และ เลือดประจำเดือน และเมื่อสะสมอยู่นานจะกลายเป็นเลือดเก่า ๆ ที่เข้มข้นขึ้น ลักษณะจึงเหมือนน้ำช็อกโกแลต จึงเรียกถุงน้ำชนิดนี้ว่า ถุงน้ำช็อกโกแลต ( Chocolate Cyst)

เซลล์ เหล่านี้อาจจะกระจายเกาะอยู่ตามอุ้งเชิงกราน ซึ่งก่อให้เกิดการอักเสบเรื้อรังจนเกิดพังผืดขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของภาวะมีบุตรยาก นอกจากนี้ยังอาจจะแทรกตัวเข้าไปในชั้นกล้ามเนื้อของผนังมดลูก ทำให้เกิดอาการปวดประจำเดือน และเลือดประจำเดือนออกมากได้

อะไรคือสาเหตุของโรคนี้ ในปัจจุบันเชื่อว่าสาเหตุเกิดจากเซลล์เยื่อบุโพรงมดลูกนี้ไหลตามเลือดประจำ เดือน เข้าไปในช่องท้องและไปก่อตัวเจริญเติบโตอยู่ภายในช่องท้อง จะไม่เหมือนกันในแต่ละคน บางคนเพียงแค่เกาะอยู่เฉย ๆ และเจริญเติบโตเฉพาะที่ บางคนเกาะแล้วกินลึกลงไปในเนื้อเรื่อย ๆ ทำให้เนื้อเยื่อปกติเสียไป เช่น เนื้อของมดลูก เนื้อของท่อนำไข่ เป็นต้น

การพัฒนาตัวของโรคไม่เหมือนกันนั้น ปัจจุบันยังไม่ทราบ จึงมีสมมุติฐานอื่น ๆ ที่พยายามอธิบายถึงกลไกการเกิดโรคอีกเพิ่มเติม เช่น ความผิดปกติของภูมิต้านทาน แต่ละคนไม่เท่ากัน คนที่มีภูมิต้านทานดี เมื่อเซลล์เหล่านี้ไหลเข้าไปในช่องท้องก็จะถูกกำจัดออกไปได้โดยภูมิต้านทาน ของร่างกาย นอกจากนี้ยังมีสมมุติฐานเกี่ยวกับสาเหตุจากสิ่งแวดล้อม มลภาวะ และกรรมพันธุ์อีกด้วย

อาการ ของโรค

อาการของโรคนี้จึงขึ้นกับตำแหน่งที่เซลล์ไปเจริญเติบโตอยู่ โดยอาจลองแยกพิจารณาตามตำแหน่งที่โรคไปเจริญเติบโตอยู่ดังนี้

ตำแหน่งที่เกาะ
• เยื่อบุช่องท้อง อุ้งเชิงกราน
• รังไข่
• มดลูก

Chocolate Cyst

อาการ
• ปวดในช่องท้อง ท้องน้อย หรืออุ้งเชิงกราน มีบุตรยาก
• ถุงน้ำรังไข่ ( Chocolate cyst) ปวดท้องน้อย
• ปวดประจำเดือน ประจำเดือนออกมาก
• อาการปวดต่าง ๆ เหล่านี้ มักจะรุนแรงขึ้นขณะที่มีประจำเดือน หรือ ช่วงก่อน/ หลังมีประจำเดือน
• ในรายที่เจริญที่รังไข่ อาจจะพบว่ามีก้อนในช่องท้อง จากถุงน้ำรังไข่ ที่โตขึ้นโดยไม่มีอาการแต่อย่างไรเลย
• ในรายที่เป็นโรคระยะรุนแรงจะมีพังผืดเกิดขึ้นจำนวนมาก หรือท่อนำไข่ถูกทำลายไป จากเซลล์เหล่านี้เข้าไปเกาะหรือฝังตัวในท่อนำไข่ ทำให้ผู้ป่วยมีปัญหามีบุตรยากได้

การ ตรวจวินิจฉัยโรค
จากอาการและการตรวจภายใน แพทย์อาจจะพอบอกได้ว่าผู้ป่วยมีโรคนี้หรือไม่ หากยังสงสัยแพทย์จะทำการอัลตร้าซาวนด์ ตรวจดูอวัยวะในอุ้งเชิงกราน

ภาพน่ารักๆ และความหมายดีๆ

ค้นพบความสุขที่แท้จริงของคุณเจอแล้วหรือยัง?

เธอคิดอะไรเมื่ออยู่คนเดียว

หรือเมื่ออยู่สองคน

เหงาไหม?

ทุกข์หรือเปล่า?

ได้ร้องไห้ระบายให้ใครฟัง?

หรือต้องนอนเหงาอยู่คนเดียว?

ไปเมาให้หายบ้าดีหรือเปล่า?

จะดีกว่าไหมถ้ามีใครสักคนเป็นเพื่อน

ไม่ว่าคุณจะเบื่อเค้าแค่ไหน?

แต่ใครล่ะที่เคยอยู่เคียงข้างกัน?

ตอนที่คุณเหน็บหนาว

เศร้าใจ

หรือแม้กระทั่งถูกคนอื่นซ้ำเติม

ตอนที่ต้องการขอความช่วยเหลือ

หรือต้องการคำปรึกษา

อย่าคิดว่ากำลังเดียวดาย

ช่วยไม่ได้ก็ขอร้องไห้เป็นเพื่อนก็ยังดี

ลองนึกดูซิเธอมีใครคนนั้นหรือเปล่า

เค้าอาจจะเป็นคนที่เคยร่วมเผชิญชะตากรรมเดียวกัน

คนที่เคยไปขอความช่วยเหลือ

แม้ว่าจะช่วยได้บ้างไม่ได้บ้าง

เป็นเหมือนคนในครอบครัว

ที่ยอมทุมเทให้แม้ว่าตัวเองกำลังจะแย่

มีรึเปล่า หาเจอไหมนะ

อบอุ่นจัง

คิดถึง

เพื่อนๆ

ขอเป็นคนคนนั้นได้ไหม

เพื่อนรัก

ฉันจะคอยอยู่เคียงข้างเธอ

รักเธอให้ดีที่สุด

ให้เหมือนเสียงเพลงที่คอยมอบความสุขให้

คอยให้ความอบอุ่นจากหัวใจนี้

เป็นพลังใจให้เธอได้สู้ต่อไป

ขอให้เก็บไว้ในความทรงจำของเธอ

ถ้าเหงาก็โทรมาก็ได้นะ


นานๆ ทักทายกันบ้างก็ดี

ฉันจะได้รู้ว่าเธอยังไม่ลืมกัน

และฉันก็จะไม่ลืมเธอ

เพื่อนรัก ฉันมอบคำนี้ให้เธอ

จากหัวใจดวงนี้

และจากเสียงที่เธอไม่ได้ยินมัน
ให้เพลงทั้งหลายบนโลกใบนี้เป็นสิ่งที่ฉันจะสื่อถึงเธอ

ให้ล่องลอยฝากไปกับสายลมบนท้องฟ้า
และมิตรภาพจะคงอยู่ตลอดไป ...........

กำลังใจ มีให้เสมอ.. อดีตกับปัจจุบันไม่ได้เป็นวันเดียวกัน

ความสำเร็จในอดีต ไม่ได้เป็นตัวกำหนดอนาคตเสมอไป


“อดีตคือวันที่ผันผ่าน เรื่องราว ประสบการณ์ชีวิต
ความสำเร็จ คือความทรงจำที่ฝังใจ
แต่ ทั้งหมดอาจจะไม่ได้เป็นตัวกำหนดอนาคตที่จะมาถึง
การเปลี่ยนแปลง คือความจริงที่ต้องยอมรับ"

.

ยอมรับหรือไม่ว่า...
อดีต กับปัจจุบันไม่ได้เป็นวันเดียวกัน
เมื่อวานอาจจะทำสำเร็จ
แต่วันนี้ก็ อาจจะล้มเหลวหรือผิดพลาดหรือชนะ
นั่นก็เป็นเรื่องของวันข้างหน้า
ที่ ยังไงเสียมันก็ต้องมาถึง


คนเรานั้น......
ไม่ควรเฝ้า ผูกพันตัวเองกับชัยชนะ
ที่เคยได้รับมาเมื่อวันก่อน
อย่าอวดอ้างถึง สิ่งที่ได้มาว่าจะยั่งยืน
บางคนอาจคิดว่าสิ่งที่ได้รับ
และต่อไปใน อนาคตก็จะต้องคว้ามาให้ได้เช่นเดียวกัน
ไม่มีวันหรอกที่ฉันจะพ่ายแพ้
เพราะ อดีตเป็นสิ่งที่ยืนยันว่า ฉันคือผู้ชนะ

.

อยากให้เราเรียนรู้ถึงความจริง ข้อหนึ่งว่า..
ชัยชนะในอดีต ไม่ได้เป็นสิ่งที่ยืนยันว่าจะต้องชนะตลอดไป
จริง อยู่ที่เคยทำได้ จริงอยู่ที่เคยฝ่าฟันมาอย่างอยากลำบาก
และจริงอยู่สมควร จะภูมิใจกับมัน
แต่ก็ไม่ควรที่จะยึดติดหรือฝังใจจนแยกไม่ออกว่า..
เมื่อ วานนี้วันนี้ต่างกันอย่างไร


เวลา 24 ชั่วโมงของวัน ไม่ได้มีความสว่างตลอดเวลา
หากแต่เป็นกลางคืนครึ่งหนึ่งและเป็นกลางวัน อีกครึ่งหนึ่ง
ไม่มีอะไรที่จะแสดงให้เห็นเพียงด้านเดียว
เพราะในความ เป็นจริงแล้ว
ของทุกอย่างมีสองด้าน
เพื่อความสมดุลของตัวมันเองเสมอ
.

“เราอาจจะจดจำทุกรายละเอียดของ เวลาที่ผ่านมา
แต่เราไม่รู้เลยว่า.....
วันที่จะมาถึงนั้นเป็นอย่างไร
ถ้า ทำเต็มความสามารถแล้ว
ก็เชื่อเถิดว่า..... แม้จะไม่ดีเหมือนอดีต
แต่ สิ่งที่สำคัญก็อยู่ตรงที่
อย่าปล่อยให้อดีตมาเป็นตัวกำหนดอนาคต"

+++ Hamster +++

+++ Playlist +++


MusicPlaylistRingtones
Create a playlist at MixPod.com

+++ coming soon +++