วันพุธที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2553

รองเท้าแบบไหน ที่ปลอดภัยกับคุณ

อาจจะดูเป็นเรื่องที่จู้ จี้จุกจิกไปสักนิดสำหรับเรื่องของรองเท้า เพราะบางคนอาจเห็นว่า "จะ รองเท้าอะไรก็ช่างเถอะขอให้ใส่แล้วไม่กัดก็พอ"

ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว นอกจากการถูกรองเท้ากัด รองเท้ายังสามารถทำให้เท้าของเราได้รับบาดเจ็บหรือพิการได้อีกด้วย อีกทั้งยังมีส่วนทำให้เกิดโรคที่เกี่ยวกับเท้า อาทิ นิ้วหัวแม่เท้าผิดรูป ตาปลา เล็บขบ และเอ็นฝ่าเท้าอักเสบ เป็นต้น

ดังนั้น ถึงเวลาหรือยังที่เราจะมาใส่ใจการเลือกรองเท้า เพื่อสุขภาพของเท้าที่จะแข็งแรงตลอดไป

รู้จักส่วนต่าง ๆ ของรองเท้าให้ถ่องแท้


ก่อนอื่นเราควรจะมาทำความรู้จักส่วนต่าง ๆ ของรองเท้ากันก่อน เพื่อที่เราจะได้ละเอียดต่อการเลือกกรองเท้า เพราะถ้าพลาดเพียงส่วนใดส่วนหนึ่ง ก็อาจจะทำให้สิ่งไม่พึงประสงค์เกิดขึ้นกับเท้าก็เป็นได้

- Vamp หรือ ส่วนบนบริเวณที่เป็นรูรองเท้าที่ใช้เชือกผูก ควรทำมาจากผ้าหรือหนังที่อ่อนนุ่มสักหน่อย เพราะหากแข็งเกินไป จะก่อให้เกิดตาปลาขึ้นบริเวณเท้า

- Toe Box หรือ ส่วนที่หุ้มนิ้วเท้า ซึ่งอาจจะมีทั้งรูปร่างกลมหรือรูปร่างเป็นเหลี่ยมก็ได้ เมื่อใส่รองเท้าแล้วบริเวณนี้ ควรจะเหลือพื้นที่เพื่อให้นิ้วเท้าขยับได้อย่าให้อัดแน่นบีบนิ้วเท้าจนเกิน ไป เพราะอาจทำให้นิ้วเท้าของเราผิดรูปผิดร่าง

- Heel Couter หรือ ส่วนพื้นบริเวณส้นเท้า เป็นส่วนรองรับน้ำหนักจากบริเวณส้นเท้าของเรา ควรจะบุด้วยวัสดุที่มีความอ่อนนุ่มแต่รับน้ำหนักได้เป็นอย่างดี เพื่อที่ในเวลาก้าวเดินเท้าจะได้มีความมั่นคง ไม่ทำให้ล้มง่าย

- Heel Tab หรือ ส่วนของรองเท้าที่ล้อมรอบเอ็นร้อยหวาย ควรจะบุด้วยวัสดุที่นุ่มและไม่มีตะเข็บ เพื่อป้องกันการเสียดสีผิวหนังบริเวณนั้น

- Sole หรือ ส่วนพื้นรองเท้า ประกอบไปด้วย Insole พื้นด้านในที่เท้าเราสัมผัส OutSole พื้นรองเท้าด้านนอก และ Midsole แผ่นที่รองรับแรงกระแทกอยู่ระหว่างกลาง พื้นรองเท้าที่ดีควรจะอ่อนนุ่มเพื่อกันการกระแทก และไม่ควรหนาจนเกินไป

- Heel หรือ ส่วนส้นเท้า เป็นส่วนที่สำคัญเพราะเป็นส่วนที่ต้องรับน้ำหนักเวลาที่เราเดิน ควรจะเลือกส้นเท้าที่กว้างและนุ่ม ส้นรองเท้าไม่ควรเกิน 2 นิ้วเพราะส้นยิ่งสูงจะทำให้เจ็บฝ่าเท้าได้มากขึ้น

รองเท้าที่ ดีมีลักษณะอย่างไร

- รองเท้าต้องมีลักษณะเหมือนรูปเท้าของผู้สวมใส่ และต้องสวมใส่พอดีกับเท้า การที่รองเท้ากว้างหรือแคบจนเกินไป จะทำให้เท้าได้รับบาดเจ็บง่าย

- รองเท้าต้องทำจากวัสดุที่อ่อนนุ่มต่อเท้า รองเท้าต้องมีพื้นที่นุ่ม สามารถกันกระแทกได้ และไม่ลื่น พื้นรองเท้าที่ทำจากยางจะมีประสิทธิภาพดีกว่าหนังสัตว์

- ไม่ควรเลือกซื้อรองเท้าที่มีตะเข็บใน บริเวณที่เราได้รับบาดเจ็บ อาทิ บริเวณนิ้วหัวแม่เท้า

- ควรเลือกใช้รองเท้าแบบที่ใช้เชือก ผูก เพราะจะใส่ได้พอดีกว่ารองเท้าที่ไม่ใช้เชือกผูกแม้จะสวมใส่สะดวกก็ตาม

- หลีกเลี่ยงรองเท้าที่มีน้ำหนักมาก โดยเฉพาะรองเท้าที่ส่วนหัวรองเท้าทำจากยาง และมีขนาดใหญ่ เพราะจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย

- รองเท้าที่ดีส้นเท้าไม่ควรสูงเกิน 1 นิ้ว และหากต้องใส่ส้นสูงก็ไม่ควรเกิน 2 นิ้ว และใส่ไม่เกิน 3 ชั่วโมงในแต่ละครั้ง ที่สำคัญควรถอดออกหากไม่จำเป็นต้องเดิน

การเลือก รองเท้าสำหรับเด็ก

เมื่อเด็กเริ่มเดินได้ (ประมาณอายุ 12-15 เดือน) ควรเลือกซื้อรองเท้าที่พอดีกับเท้า และควรเปลี่ยนรองเท้าให้เด็กทุก ๆ 3-6 เดือน เพราะเด็กจะเจริญเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ สังเกตง่าย ๆ จากพฤติกรรมที่เด็กชอบถอดรองเท้าบ่อย ๆ นั่นแสดงว่าเด็กเริ่มจะรู้สึกไม่สบายเท้าแล้ว สาเหตุน่าจะเกิดจากรองเท้าคับไป จากนั้นก็ให้ดูที่เท้าของเด็กว่ามีรอยแดง รอยถลอก หรือรอยกดทับหรือไม่

การเลือก รองเท้าสำหรับผู้หญิง

- ผู้หญิงส่วนใหญ่มักจะเลือกใส่รองเท้าที่มีส้นสูง และปลายเท้าแคบเพื่อความสวยงาม ซึ่งนี่เองที่ทำให้เกิดอาการปวดเท้า นิ้วเท้า น่อง และหลัง ทางที่ดีควรเลือกสวมรองเท้าที่มีส้นเตี้ย และปลายเท้ากว้างจะดีกว่า อาจะไม่สวยสง่า แต่ก็ใส่สบายไม่อึดอัด และอันตราย

การ เลือกรองเท้ากีฬา

- รองเท้าวิ่ง รองเท้าวิ่งที่ดีจะต้องมีแผ่นรองเท้าที่กันกระแทก และจะต้องมีหุ้มส้นที่พอเหมาะ เพื่อป้องกันเอ็นอักเสบ ปวดส้นเท้า และกระดูกหัก

- รองเท้า สำหรับเต้น รองเท้าที่ใช้งานแบบนี้ต้องมีน้ำหนักที่เบา เพื่อไม่ก่อให้เกิดอาการเมื่อยเวลาขยับร่างกายมาก ๆ และตรงฝ่าเท้าควรจะมีแผ่นกันกระแทกที่อ่อนนุ่ม เพราะส่วนนี้เป็นส่วนที่มีการกระแทกมากที่สุด

- รองเท้าสำหรับการเล่น Basketball พื้นรองเท้าต้องหนาและแข็งแรงเพื่อการทรงตัวที่ดี และต้องเป็นรองเท้าหุ้มข้อเพื่อป้องกันข้อพลิก

- รองเท้าสำหรับการเล่น Tennis ต้องเป็นรองเท้าที่ป้องกันข้อเท้า ขณะที่มีการสไลด์ออกข้างได้อย่างดี อีกทั้งพื้นรองเท้าไม่จำเป็นต้องมีแผ่นกันกระแทกที่หนาเกินไป เพื่อการเคลื่อนตัวที่สะดวกสบาย

- รองเท้าสำหรับเดิน รองเท้าสำหรับเดินควรเป็นรองเท้าที่มีน้ำหนักเบา และควรมีแผ่นกันกระแทกที่ส้นเท้าและบริเวณกลางฝ่าเท้า ซึ่งจะช่วยลดอาการปวดบริเวณส้นเท้าและฝ่าเท้า นอกจากนี้พื้นรองเท้าควรจะมีลักษณะออกป้าน ๆ เพื่อให้การถ่ายเทน้ำหนักจากส้นเท้าไปยังนิ้วเท้าได้สะดวก และลดแรงกดทับที่ฝ่าเท้าได้อย่างดี

T i p

สำหรับผู้ที่เล่นกีฬามากกว่า 3 วันต่อสัปดาห์ จำเป็นอย่างมากที่ต้องใช้รองเท้าสำหรับกีฬาชนิดนั้น และโปรดจำไว้ว่าหากเราวิ่ง 400-800 กิโลเมตรหรือเต้นแอโรบิคมากกว่า 300 ชั่วโมง รองเท้าที่เราใส่จะสูญเสียคุณสมบัติในการกันกระแทกไป ฉะนั้น จึงจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนรองเท้าทันทีที่เสื่อมสภาพ อย่าไปเสียดาย และหากเราใส่รองเท้าแล้วมีปัญหาปวดที่ส้นเท้า ฝ่าเท้าอาจจะต้องหาอุปกรณ์เสริม เช่น แผ่นรองส้นเท้า แผ่นรองฝ่าเท้า มาช่วย แต่ถ้ายังไม่ดีขึ้นแนะนำให้ลองเข้าไปปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน





ที่ มา ... First magazine

เหตุผล คน ความรัก




เราไม่เคยสงสัย เมื่อเวลาเรามีความรัก
เพราะคิดว่า ใครๆ ก็รักได้ทั้งนั้น
แต่เมื่อเวลาผ่านไปและเราพบว่าเส้นทางความรักของ เรา
ไม่ได้ไปถึงง่ายๆ อย่างที่คิด...นั่นล่ะ เราถึงจะสัมผัสได้ว่า

"การ รักเป็น"...ก็สำคัญเช่นกัน...


ซึ่งทั้งหมดนี้...
ก็ เป็นสิ่งที่มีให้เราได้เห็นอยู่จริงๆ ...และก็เพียงเพราะว่า
เขาเหล่า นั้นกำลังตกอยู่ในวังวนของความรัก
แต่ถ้าจะหาคำอธิบาย..
ก็คงเป็น เพราะเขาเหล่านั้นไม่สามารถผสมผสาน
การใช้
"ความรู้สึก" กับ "การใช้ความคิด"

เมื่อมีความรักมากกว่า...

จะว่าไปแล้วความรัก ก็เหมือนหลุมพรางอย่างหนึ่งเหมือนกัน...
คุณเคยสังเกตบ้างมั้ยว่า...ตอน เวลาที่เราเริ่มมีความ รัก
เรามักไม่ค่อยสนใจอยากที่จะหาเหตุผลให้มัน สักเท่าไหร ่...
ตรงกันข้ามกับเวลาที่จะเลิกรักกัน
ต่างฝ่ายต่างหา เหตุผลมากล่าวอ้างกันน่าดู
ทั้งๆ ที่จริงแล้วมันไม่น่าจะเป็นอย่างนั้น...

เชื่อว่าหากเราเรียนรู้และ เข้าใจ...
เหตุผลแห่งความรักไปพร้อมๆ การเริ่มต้นและในขณะที่ความรักยังอยู่..
ทุกสิ่งทุกอย่างบนถนนสาย นี้..ก็คงไม่วิบากจนเกินไป.. .
แม้อาจมีสะดุดบ้าง...
แต่ก็คิดว่าคง ไม่ยากที่จะประคับประคองให้ตลอดรอดฝั่ง ...

หลายสิ่งในชีวิต เราก็เพิ่งเข้าใจเมื่อเราเริ่มโตเป็นผู้ใหญ่
บางอย่างเราคิดว่าเราทำ เป็นมาตลอด...ทั้งที่จริงเราอ าจทำไม่เป็นก็ได้...
อย่างเรื่องการ หายใจ..เราคิดว่าเราหายใจมาตั้งแต่ออก จากท้องแม่...
จู่ๆ ก็มีคนมาบอกว่าเราหายใจไม่เป็น...
จากนั้นเขาก็สอน..จนเราได้รู้จักคำ ว่า..."สมาธิ"...
ปัจจุบัน มีการสอนให้คนคิด...จนเมื่อได้สัมมผัสจึงรู้ได้ว่า

"การคิดเป็น"...สำคัญเพียงใด....

มันก็คง คล้ายๆ กับความรัก
เราไม่เคยสงสัยเมื่อเวลาเรามีความรัก
เพราะคิด ว่าใครๆ ก็รักได้ทั้งนั้น
แต่เมื่อเวลาผ่านไป...และเราพบว่า...
เส้น ทางของความรักไม่ได้ไปถึงง่ายๆ อย่างที่คิด...

นั่นล่ะ...เราถึง สัมผัสได้ว่า...
"การรักเป็น" ก็จำเป็นและสำคัญมากเช่นกัน...
ไม่ ปฏิเสธว่า ความรักนั้นต้องใช้ หัวใจและความรู้สึก นำทางเราไป...
แต่ถ้า มีเหตุผลที่ดีอยู่ข้างๆ ...และเราสามารถปรับสมดุลระหว่าง
"ความรู้สึก" "หัวใจ"
กับ เหตุผลของสมองแล้ว...
โอกาสที่เราจะ "หลงทาง" ก็อาจจะไม่มีเลยก็ได้...

"จงใช้ความคิดเพื่อควบคุมตนเอง...แต่จงใช้หัวใจ เพื่อควบคุมคนอื่น..."

กรอบของความรัก


ความรัก...

เคย มีผู้คนได้กล่าวไว้ว่า.... รักชนะทุกสิ่ง
หากมองในมุมของความรักก็อาจจะ จริง
แต่หากเรามองในมุมกลับกัน
มองในมุมของโลกแห่งความเป็นจริง
เรา จะสามารถสัมผัสได้ว่า...
ถ้อยคำที่กล่าวมานั้น ไม่สามารถเป็นจริงได้เสมอ

เหมือนกับตัวฉันเองในตอนนี้
ฉันรักคนๆ หนึ่ง แล้วเค้าก็รักฉัน
แต่แล้ว... พ่อกับแม่ของฉันกลับไม่ชอบเขา
ด้วย เหตุผลต่างๆ นานา
อาจจะเป็นเพราะ เราไม่เหมาะสมกัน
อาจจะเป็นเพราะ พื้นฐานเราต่างกันเกินไป
หรือ อาจจะเป็นเพราะ ต้องคำนึงถึงฐานะทางสังคม

ฉัน เคยถามตัวเองว่า "ความรักมันมีข้อจำกัดด้วยเหรอ"
มีจำกัดด้วยรึไงว่า .....
เขาและฉันต้องเหมาะสมกัน
เขาและฉันต้องมีฐานะที่เท่าเทียมกัน
เขา และฉันต้องเป็นคนที่พ่อแม่เลือกให้ และท่านนั้นถูกใจ

ความรักใช้ เพียงแค่หัวใจไม่ได้หรือ หากเพียงแค่คนสองคนรักกันแล้ว ฉันคิดว่าทุกๆอย่างก็น่าจะเกิดขึ้นจริงได้

แต่สุดท้ายแล้ว ....
เขา และฉันก็ต้องเลิกกัน ต้องจบกัน ทั้งๆที่ความรู้สึกยังบอกว่า "รักเขาเสมอ"
ฉัน ไม่รู้นะว่า ในอนาคตจะได้เจอคนอย่างเขาอีกไหม และฉันก็ไม่รู้ด้วยว่า พ่อแม่ของฉันนั้นจะรู้สึกอย่างไร
รู้เพียงแต่ว่า ฉันได้บอกเขาเอง บอกให้เราเลิกกัน ฉันเสียใจ เจ็บปวด แต่ก็ไม่อาจจะฝืนต่อไปได้

ผล สุดท้ายยย....
ความรักก็ต้องอยู่ในกรอบของความเป็นจริง ไม่ใช่จะรักใครก็ได้อย่างที่ตัวฉันเข้าใจ

หากท่านรักคนที่ไม่เหมาะสม กะตัวท่านเอง หากท่านไม่กลัวจะเสียใจ ท่านก็จงรักไปเถิด รักด้วยหัวใจอันบริสุทธิ์ของท่าน อย่างที่ฉันรักเขาเสมอมา...

ขอขอบ คุณบทความโดย คุณเม็ดทราย


+++ Hamster +++

+++ Playlist +++


MusicPlaylistRingtones
Create a playlist at MixPod.com

+++ coming soon +++