วันศุกร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

Nokia Kinetic แนวคิดโทรศัพท์ดีไซน์สวย

อาหารแสลง ที่ไม่ควรกินตอนเป็นโรค

ของแสลง ก็คือบรรดาอาหารที่ไม่ถูกกับโรคทั้งหลายแหล่ แต่บางทีก็ทำให้เรางงเหมือนกันว่าเกี่ยวกันยังไง แต่ของอย่างนี้ อย่าลบหลู่ เพราะขึ้นชื่อว่าภูมิปัญญาชาวบ้านแล้วไซร้ ฟังหูไว้หูก็ดีเหมือนกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 10 โรคที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้


  • เป็นไข้หวัด มีไข้สูง ควรหลีกเลี่ยงอาหารไม่สุก อาหารที่เย็นมากๆ อาหารทอด อาหารมัน ซึ่งเป็นอาหารที่ย่อยยาก จะทำให้เกิดความร้อนสะสม เปรียบเสมือนอาหารเชื้อเพลิงหรือเป็นการเติมน้ำมันเข้าไปในกองไฟ
  • โรคกระเพาะ ควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์ ชาแก่ๆ กาแฟ ของเผ็ด ของทอด ของมัน เพราะอาหารเหล่านี้ ทำให้เกิดความร้อนสะสม ทำให้โรคหายยาก ทางที่ดีควรจะรับประทานอาหารปริมาณน้อยๆ แต่บ่อยครั้ง รับประทานอาหารให้ตรงเวลา และเป็นอาหารที่ย่อยง่าย
  • โรคความดันเลือดสูง ควรหลีกเลี่ยงอาหารมัน อาหารที่มีคอเรสเตอรอลสูง เช่น หมูสามชั้น ไขกระดูก ไข่ปลา โกโก้ รวมทั้งเหล้า เพราะอาหารเหล่านี้ทำให้เกิดความร้อนชื้นสะสมในร่างกายและความชื้นก็มีผลก็ ทำให้เกิดความหนืดของการไหลเวียนทุกระบบในร่างกายและความร้อนก็จะไปกระตุ้น ทำให้ความดันสูง นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงอาหารรสเผ็ด หรืออาหารหวานมาก รวมทั้งผลไม้อย่างลำไย ขนุน ทุเรียน
  • โรคตับและถุงน้ำดี หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ อาหารมัน เนื้อติดมัน เครื่องในสัตว์ อาหารทอด อาหารหวานจัด เพราะแพทย์จีนถือว่าตับและถุงน้ำดีมีความสัมพันธ์กับระบบย่อยอาหาร การได้อาหารประเภทดังกล่าวมากเกินไปจะทำให้สมรรถภาพของการย่อยอาหารอ่อนแอลง และเกิดโทษต่อตับและถุงน้ำดีอีกต่อหนึ่ง
  • โรคหัวใจและโรคไต ควรหลีกเลี่ยงอาหารรสเค็มจัดเพราะจะทำให้มีการเก็บกักน้ำ การไหลเวียนเลือดจะช้า ทำให้หัวใจทำงานหนักขึ้น ไตต้องทำงานขับเกลือแร่มากขึ้น ส่วนอาหารรสเผ็ดก็ควรหลีกเลี่ยงเพราะทำให้กระตุ้นการไหลเวียนสูญเสียพลังงาน และหัวใจก็ทำงานหนักขึ้นเช่นกัน



  • โรคเบาหวาน หลีกเลี่ยงอาหารรสหวานหรือแป้งที่มีแคลอรี่สูง เช่น มันฝรั่ง มันเทศ ควรรับประทานอาหารพวกถั่ว เช่นเต้าหู้ นมวัว เนื้อสันไม่ติดมัน ปลา ผักสด

  • นอนไม่หลับ หลีกเลี่ยงชา กาแฟ รวมทั้งการสูบบุหรี่ เพราะอาหารเหล่านี้ มีฤทธิ์กระตุ้นประสาท ทำให้ไม่ง่วงนอนหรือนอนไม่หลับสนิท
  • โรคริดสีดวงทวาร หรือท้องผูก หลีกเลี่ยงอาหารประเภทหอม กระเทียม ขิงสด พริกไทย พริก เพราะอาหารเหล่านี้อาจทะให้ท้องผูก หลอดเลือดแตก และอาการริดสีดวงทวารกำเริบ
  • ลมพิษ ผิวหนังอักเสบ หรือโรคหอบหืด ควรหลีกเลี่ยงเนื้อแพะ เนื้อปลา กุ้ง หอย ปู ไข่ นม และอาหารรสเผ็ด เพราะจะไปกระตุ้นและทำให้อาหารผิวหนังกำเริบ
  • สิว หรือ ต่อมไขมันอักเสบ งดอาหารเผ็ดและมันเพราะทำให้เกิดการสะสมความร้อนชื้นของกระเพาะอาหาร ม้าม มีผลต่อความร้อนชื้นไปอุดตันพลังของปอด ควบคุมผิวหนัง ขนตามร่างกาย ทำให้เกิดสิว

ที่มา http://www.nurse.cmu.ac.th/hf/nutrition1/ten.htm

สวยครบสูตร....ด้วยน้ำมะพร้าว

- น้ำมะพร้าวช่วยชะลอ อาการอัลไซเมอร์

การดื่มน้ำมะพร้าวทุกวันจะช่วยชะลออาการอัลไซเมอร์ได้ จากผลงานวิจัยของ ดร.นิซาอูดะห์ ระเด่นอาหมัด อาจารย์ประจำภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พบว่า ในน้ำมะพร้าว มีฮอร์โมนคล้ายฮอร์โมนเพศหญิงหรือเอสโตรเจนสูง ซึ่งมีผลช่วยชะลอการเกิดโรคอัลไซเมอร์หรือความจำเสื่อมในสตรีวัยทอง นอก จากนี้ การดื่ม น้ำมะพร้าวเป็นประจำทุกวันยังสามารถช่วยสมานแผล ทำให้แผลหายเร็วขึ้นกว่าปกติ และไม่ทิ้งรอยแผลเป็นอีกด้วยค่ะ

- น้ำมะพร้าวช่วยให้ผิวพรรณสดใส

น้ำมะพร้าวสามารถช่วยเสริมสร้างความสวยใสของผิวพรรณ ทำให้เปล่งปลั่งและขาวนวลขึ้นจากภายในสู่ภายนอก เพราะในน้ำมะพร้าวมีเอสโตรเจนอยู่ ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวกระชับ ยืดหยุ่น และชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัยได้ และในน้ำมะพร้าวยังสามารถกระตุ้นการเจริญเติบโตและแบ่งเซลล์ได้ดี แถมยังมีฤทธิ์ขับปัสสาวะ ขับของเสียหรือสารพิษออกจากร่างกาย (คล้ายๆ กับการทำดีท็อกซ์) จึงช่วยทำให้ผิวพรรณผ่องใส อีกทั้งความเป็นด่างของน้ำมะพร้าวยังช่วยปรับสมดุลของร่างกายในช่วงที่มี ความเป็นกรดสูง ทำให้กลไกการทำงานของระบบภายในเป็นปกติ ส่งผลให้มีสุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอกค่ะ..

- น้ำมะพร้าว สปอร์ตดริ๊งค์ จากธรรมชาติ

เนื่องจากน้ำมะพร้าวมี ปริมาณเกลือแร่ที่จำเป็นสูง รวมทั้งมีคุณสมบัติช่วยบรรเทาความอ่อนเพลียเนื่องจากอาการท้องเสียหรือท้อง ร่วงได้ จึงจัดเป็นสปอร์ตดริ๊งค์ ( Sport Drink) สามารถ ดื่มหลังการสูญเสียเหงื่อจากการเล่นกีฬาหรือออกกำลังกาย นอกจากนี้ ในประเทศไต้หวันและประเทศจีน ยังนิยมดื่มน้ำมะพร้าวเพื่อลดอาการเมาหลังการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อีก ด้วยค่ะ

- น้ำมะพร้าวเป็นอาหารบริสุทธิ์

และเต็มไปด้วยกลูโคสที่ร่างกายดูดซึมเข้าไปใช้ได้ง่าย นอกจากนั้นมะพร้าวยังเป็นผลไม้ที่มีความเป็นด่างสูง สามารถรักษาโรคที่เกิดจากร่างกายมีความเป็นกรดมากเกินไป หมอพื้นบ้านไทยถือกันว่า มะพร้าวเป็นยาบำรุงกำลัง บำรุงเส้นเอ็น ใช้รักษาโรคกระดูกได้ ส่วนคนจีนเชื่อว่า น้ำมะพร้าวมีฤทธิ์เป็นกลาง ไม่เป็นทั้งหยินและหยาง มีสรรพคุณ ในการขับพยาธิ สำหรับคนไข้ที่อาเจียนและท้องร่วงในเวลาเดียวกัน สามารถดื่มน้ำมะพร้าวเพื่อช่วยให้ร่างกายดูดซึมกลูโคสไปใช้ในเวลาอันรวดเร็ว ได้

- น้ำมะพร้าวดื่มได้ทุกวันทุกเพศทุกวัย

เพราะเป็นเครื่องดื่มจาก ธรรมชาติ ทำให้ร่างกายสดชื่น ไม่เป็นอันตรายเหมือนน้ำอัดลม น้ำหวาน หรือน้ำที่ผ่านการปรุงแต่ง เพราะไม่ทำให้เกิดพิษหรือทัอกซิ นขึ้นในร่างกาย แต่สำหรับคนที่เป็นโรคไตและโรคเบาหวานไม่ควรดื่ม เพราะน้ำมะพร้าวมีความหวาน ไม่เหมาะกับโรคดังกล่าวค่ะ

- น้ำมะพร้าวเปิดลูกแล้วควรดื่มเลยไม่ควรทิ้งไว้นาน

ถ้าเราตัดหรือหั่นผลไม้ อย่าทิ้งไว้เกินครึ่งชั่วโมง แม้จะเก็บในตู้เย็นก็ตามค่ะ ควรกินให้หมดในครั้งเดียว ผลไม้แต่ละอย่างจะมีพลังชีวิต ถ้ากินผลไม้สุกจากต้นจะได้รับพลังชีวิตสูง หากเก็บทิ้งค้างไว้ พลังชีวิตหรือคุณค่าของผลไม้จะลดต่ำลงเรื่อยๆ ตามระยะเวลาที่เก็บ

เทคนิคการใส่กางเกงขาสั้นให้ดูดี



รูปร่างมาตราฐาน

สาวๆ ที่มีรูปร่างอย่างนี้อย่าเพิ่งมั่นใจว่ากางเกงทรงไหนก็ใส่แล้วดูดีนะคะ เพราะการเลือกกางเกงขาสั้นยาวระดับเข่าที่เป็นทรงกระบอกตรงๆ จะทำให้ต้นขาของคุณดูใหญ่ขึ้น ทางที่ดี คุณควรเลือกกางเกงขาสั้น ที่ออกแนวขากางเกงสอบไปตามเรียวขาเลยดีกว่า และปลายกางเกงบานออกเล็กน้อย จะช่วยทำให้รูปร่างของคุณดูเรียวบางและเพรียวขึ้นค่ะ

รูปร่างเล็กกะทัดรัด

สาว รูปร่างเล็กบอบบาง อาจดูเหมือนไม่มีปัญหาในการใส่เสื้อผ้าเลย ก็จริง แต่ว่าในการเลือกกางเกงขาสั้นถ้าจะให้เหมาะกับรูปร่าง ควรเลือก กางเกงขนาดสั้นนิดนึงและพอดีตัวหน่อย เพราะจะทำให้ช่วงขาดูยาวขั้น หากสวมกางเกงที่ไม่สั้นมากแถมยังติดแถบผ้าระบายรุ่ยร่าย ช่วงเรียวขาของคุณก็จะถูกกลืนหายไปในเนื้อผ้าด้วย

ช่วงล่างใหญ่

เรื่อง ต้นขาใหญ่หรือบั้นท้ายดินระเบิดนั้นเป็นปัญหาที่ทิ่มแทงใจสาวๆ มาหลายยุคหลายสมัย เวลาที่อยากจะนุ่งสั้นก็พยายามปกปิดด้วยกางเกงทรงหลวมขนาดใหญ่ ผิดถนัดเลยค่ะ...เพราะจะยิ่งทำให้ช่วยล่างของคุณดูใหญ่มากขึ้นกว่าเดิมอีกนะ ค่ะ ควรเลือกกางเกงเอวต่ำพอดีตัว ยาวระดับเข่า แต่อย่าให้ช่วงขาสอบจนเกินไป เท่านี้ก็จะช่วยอำพรางต้นขา และส่วนล่างที่ใหญ่ได้ค่ะ

รูปร่างอวบอ้วน

สาวๆ ที่มีรูปร่างแบบนี้บางรายอาจจะได้แค่มองกางเกงขาสั้นอย่างอาลัย ประมาณว่าขาดความมั่นใจไปอย่างเลยใช่ไหมค่ะ! เพราะใส่กางเกงขาสั้นแล้วรู้สึกขาดความเชื่อมั่นอย่างแรง แต่จะบอกว่าคุณสาวๆ คิดผิดค่ะ จริงๆ แล้วใช่ว่าจะไม่มีกางเกงขาสั้นที่เหมาะกับสาวร่างอ้วนนะคะ ควรเลือก กางเกงขนาดสั้นที่ไม่รัดตัวจนเกินไป ให้ออกหลวมนิดๆ และปลายขากางเกง รอบต้นขาบานเล็กน้อยค่ะ เท่านี้ก็สวยได้แล้วล่ะ

♣ อนาคตของความรัก ♣



ถ้ารู้ว่าจุดจบ ความรัก ... ไม่ได้สวยงามอย่างที่ฝัน
ก็คงไม่มีใคร อยากฝ่าฟันไปให้ถึง

คง จบลงตั้งแต่ยังไม่เริ่ม ยังไม่ซึ้ง ตราตรึง
และคงไม่ทำให้ใครคนหนึ่ง ... ต้องปวดใจ



ถ้าสามารถหยั่ง รู้ อนาคตของความรัก
ก็คงจะลด ความรักลงไปได้
คงไม่ทุ่มเทให้หมด ทั้งกายและใจ
และคงไม่ต้องมานั่งเสียใจเหมือนเช่นตอนนี้นะเธอ


อนาคต… ความรัก ไม่มีใครรู้
ดังนั้นต้อง … รักษาหัวใจที่มีอยู่อย่าให้หาย
แม้บาง ครั้งอาจเจ็บปวดมากมาย
แต่ … อยากให้คุณอดทนรักษาไว้ให้ดีก่อนก่อนมาจากลา



แม้ … ความรักที่คุณจักรักษาไว้
มันได้หายไป ในเวลาถัดมา
แต่ก็อยากให้คุณทำใจและคิดเสมอว่า …
ไม่ มีใคร … จักรู้ค่า อนาคตความรักเป็นเช่นไร


วันนี้ … อาจเลิกรัก หรือ ปวดร้าวใจ
วันหน้า … รักเราอาจกลับมารักกันได้เช่นเดิม



อ่านกลอนนี้แล้ว ทำให้รู้สึกว่า…
อนาคตนั้นช่างน่ากลัวนัก
แต่ถ้าเรามัวแต่กลัว ก็อาจทำให้คุณไม่กล้ามีความรัก

อย่าเป็นคนกำหนด อนาคตความรัก
ว่า ความรักของคุณต้องยืนยาว ต้องมั่นคง
ต้องบอกรักกันตลอด...
แต่จงรัก กันไว้ พยามยามเข้าอกเข้าใจกันให้มากที่สุด
ใช้ความอดทน ... และไว้เนื้อเชื่อใจกันให้มาก
เมื่อเป็นแบบนี้แล้ว ... คุณก็จะมองเห็นอนาคตของความรัก
ว่าต้องยั่งยืนแน่นอน

หลากหลายข้อคิด ...เพื่อชีวิตที่ดีกว่า




Don't Look Down Yourself.
อดีตไม่สำคัญว่าเราเป็นใคร สำคัญที่ว่าวันนี้เราต้องการเป็นใคร
จงเคารพนับถือในความสามารถของตัวเอง ยกย่องและให้เกียรติตัวเอง

สมองของคนเราเหมือนพื้นดินที่ว่างเปล่า
เมื่อ เราปลูกอะไรลงไปเราก็จะได้ผลเป็นอย่างนั้น ... จงปลูกฝังแต่สิ่งดีๆ
ลงไป ในสมอง คำพูดใดๆ ที่เราเคยได้ยินซ้ำๆ ซากๆ เกิน 37 ครั้ง
มันจะกลายเป็น "อุปนิสัย" ของเราทันที

สิ่ง ที่น่ากลัวที่สุดในโลกคือ "สิ่งแวดล้อม" อย่าปล่อยให้ความคิด
หรือคำพูด ของคนบางคนมาตัดสินชีวิตของเรา
ในโลกนี้ไม่มีใครมีอิทธิพลกับตัวเราเอง นอกจากตัวเราเอง


ชีวิตไม่ใช่เกมส์กีฬา ไม่มีเวลาพักครึ่ง ไม่มีการขอเวลานอก และที่สำคัญคือ
‘เปลี่ยน ตัวผู้เล่นไม่ได้’ ไม่มีใครเกิดมา ‘ล้มเหลว’ มีแต่ ‘ล้มเลิก’

คนฉลาด.. ต้องโง่เป็น คนโง่ไม่เป็น..จะไม่มีทางฉลาด


เพียง คุณคิดว่าคุณทำได้ คุณก็ทำได้ตั้งแต่ที่คุณคิด แต่หากคุณคิดว่าคุณทำไม่ได้
คุณ ก็ทำไม่ได้ตั้งแต่ที่คุณคิด สิ่งที่เลวร้ายที่สุดของมนุษย์
คือความรู้ เท่าไม่ถึงการณ์ ‘ทางจิต’ ที่ตอกย้ำตัวเองว่า.. ทำไม่ได้


แม้แต่ "คิด" ยังไม่กล้าที่จะคิด แล้วชีวิตจะประสบความสำเร็จได้อย่างไร?
จง กล้าที่จะเผชิญความล้มเหลว.. ความล้มเหลวคือครูที่ทดสอบตัวเรา
If you want to have success, you have no choice.


มนุษย์ คือจุดศูนย์กลางของเส้นรอบวงที่ไม่มีขีดจำกัด .. ทำไม?
มนุษย์เหมือนกัน จึงประสบความสำเร็จไม่เท่ากัน นั่นเป็นเพราะ
มนุษย์แต่ละคนได้รับโอกาส ทางความคิดที่แตกต่างกัน

คนสำเร็จมองปัญหาเป็นโอกาส คนล้มเหลวมองโอกาสเป็นปัญหา
คนสำเร็จจะปรับตัวเองไปหาโลกภายนอก คนล้มเหลวจะให้โลกภายนอกปรับตัวเข้าหาตัวเอง


Team work is less ‘E-GO’ and more ’WE GROW’
คนสำเร็จระดับผู้บริหาร เป็นผู้นำขององค์กรต่างๆ ในโลกนี้ กว่า 85%
ทั่วโลกล้วนแล้วแต่มิใช่คน เก่ง แต่เป็นคนดีทั้งสิ้น คนเก่ง.. มักจะมี 'อัตตา'
จะไม่ยอมปรับตัวเข้า หาโลก ไม่รับฟังความคิดเห็นของคนอื่น
ไม่ยอมรับการพัฒนา..ความรู้ และสิ่งใหม่ๆ ‘ปกครองคนไม่ได้’
คนเก่ง..ใช้เวลา 2-3 ปีก็สอนให้เก่งได้.. แต่..คนดีต้องใช้เวลา ‘ชั่วชีวิต’ สอนกัน
คนเก่งมักจะขาดความจงรักภักดี ไม่มีความกตัญญู

"ความรู้" เป็นเพียง "พลังอำนาจแฝง" ชนิดหนึ่งเท่านั้น "ความรู้"
จะกลายเป็น "พลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่" ได้ก็ต่อเมื่อมันถูกนำ ไปใช้อย่างชาญฉลาดเท่านั้น

ช่องว่างของหัวใจ




ความรักบางทีบางครั้งก็เอาใจ ยากจนต้องจับเข่ามานั่งคุยกันทีเดียวว่ามันเป็นอย่างไร

แต่ ในความเป็นจริงมันไม่ง่ายอย่างงั้นล่ะสิ ออกจะเข้าใจยากแต่เป็นความยากที่อยากเข้าใจนะ กว่าเราจะเจอใครสักคนกว่าจะใช้เวลาศึกษาดูใจกันและกันก็ใช้เวลาไม่น้อย

เชื่อ ใจได้แน่ว่าแต่ล่ะคนที่เดินทางมาพบความรักหรือบางคนที่กำลังตามหาความรัก อยู่ใครๆก็อยากเจอรักแท้กันทั้งนั้น

ไม่มีใครหรอกที่นึกสนุกอยาก เป็นทางผ่านของใคร ท้ายที่สุดทุกคนก็อยากมีตัวจริงกันทั้งนั้น ทุกคนต่างก็มีหัวใจแน่นอนว่ามันจะคู่อะไรไปไม่ได้นอกจากความรัก หัวใจและความรู้สึกของคู่กัน มันมีอิทธิพลจนน่าประหลาดใจทำให้คนหนึ่งคนทำอะไรๆได้อย่างไม่น่าเชื่อ

น่า แปลกใจที่คนหนึ่งคนจะทำอะไรเพื่อคนอีกหนึ่งคนโดยที่คนๆนั้นไม่ได้เป็นญาติ หรือรู้จักกันมาก่อนแม้แต่น้อย และก็น่าแปลกหรือเกินว่าผู้คนมากมายนับพันนับหมื่นคนที่ผ่านเข้ามาและเจอะ เจอกันเพียงหนึ่งคนเท่านั้นที่มีความหมายสำหรับหัวใจ

กว่าจะเจอก็ ยากแล้วแต่ตอนคบกันก็เป็นอาไรที่ต้องใช้เวลากันอีกมากมายทีเดียว เชื่อหมดใจเลยว่าคงต้องมีบ้างที่มีคำถามนี้เข้ ามาในใจกันบ้างในเวลาอย่างนี้

"เค้า ใช่สำหรับเราหรือเปล่า"

เจอคำถามนี้ทีไรเป็นต้องมา นั่งนึกทบทวนกันทีเดียว ถ้าพูดโดยทั่วไปแล้วก็คงต้องดุจากอายุสักนิด บางคนอาจแย้งว่าทำไมเด็กรักจริงไม่เป็นเหรอ มันก็เป็นไปได้แต่การตัดสินใจยังไงในช่วงที่เรามีภาวะที่สมบูรณ์ย่อมน่าจะดี กว่า แต่ถึงเราจะมีตัวเลขในระดับที่เรียกว่าเป็นผู้ใหญ่หลายคนก็คงอดไม่ได้ที่จะ ถามตัวเองอยู่ดีว่าเค้าคนนั้นใช่หรือยัง แต่เราไม่เคยรู้เลยว่า คำตอบไม่เคยอยู่ไกลตัวเราเลยอยู่ใกล้จนมองข้ามไปออกบ่อยด้วยซ้ำ เมื่อสมองคือเหตุผลแต่บางครั้งสมองก็ไม่อาจเข้าใจความรู้สึก หัวใจคือสิ่งที่รับรู้แต่บางครั้งก็สับสนเกินกว่าจะแยกเยอะผิดชอบชั่วดี เวลาคือคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับสมองและหัวใจ

แต่จะเป็นการดีกว่าไหม ที่เราจะมานั่งเปรียบเทียบคนรักของเราว่าดีพอหรือยัง เราน่าจะมาทำสิ่งดีๆให้กับคนที่รักเราน่าดีกว่า หลายครั้งที่เรามัวแต่เปรียบเทียบเค้ากับใคร เราก็ไม่ต่างอะไรกับคนที่ไม่รู้จักพอ ไม่มีอะไรดีพอถ้าเราไม่รู้จักคำว่า "พอดี" ความรักจริงแล้วมันอบอุ่นกว่านั้น เพราะจริงๆแล้วชีวิตเราก็ไม่ได้ต้องการอะไรมากมายไปกว่า ลมหายใจที่แบ่ง ปันแก่กันและกัน ก็มีเท่านี้ วินาทีนี้เรามองข้ามความรู้สึกดีๆของใครๆไปบ้างรึเปล่า ความดีมันกลายเป็นความคุ้นเคยไปไหม เราชินกับอะไรๆดีๆในชีวิตอยู่รึเปล่า มันคงเศร้าเกินไปที่ใครหนึ่งคนกำลังคิดถึงคุณอยู่ท่ามกลางสายตาที่คุณกำลัง มองมองข้ามไปอย่างนี้ และไม่ว่าเค้าจะไม่ได้ดีเท่าที่คุณวาดหวังไว้แต่จะดีกว่าไหมที่คุณยกข้ออ้าง อะไรๆออกไปซึ่งมันมาบดบังความงดงามของความรักของคุณที่คุณมีต่อเค้า เมื่อถึงวันที่มีอะไรเปลี่ยนไป ก็จะได้ยิ้มอย่างสบายใจได้ว่าเราได้ทำดีที่สุด แล้ว.......................................

รักคือรักจากใจใช่คำพูด
รักคือการพิสูจน์ที่มีค่า
รัก ถึงแม้เลยผ่านกาลเวลา
รักคือการรักษาให้มั่นคง

ใส่ใจสักนิดกับการเลือก"รองเท้า"


เพราะเท้าเป็นอีกหนึ่งอวัยวะที่ต้อง รับบทหนักตลอดทั้งวัน และสิ่งที่ช่วยปกป้องเท้าของเราได้ดีก็คือ"รองเท้า" โดยรองเท้าที่สวมจะต้องมีความเหมาะสมกับเท้าด้วย เพราะไม่เช่นนั้นรองเท้าอาจกลายเป็นตัวก่อปัญหาให้กับเราแทนได้

ผศ.พญ.นวพร ชัชวาลพาณิชย์ ภาควิชาเวชศาสตร์ฟื้นฟู คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาลมหาวิทยาลัยมหิดล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญการรักษาโรคเท้า (Foot Problems) ให้เคล็ดลับในการเลือกซื้อ รองเท้าให้เหมาะสมในแต่ละบุคคล




คนที่มักปวดฝ่าเท้าด้านหน้า : ปัญหานี้พบบ่อยในผู้หญิงที่ใส่รองเท้าส้นสูงเป็นประจํา ดังนั้นผู้ที่มีอาการนี้จึงควรใส่รองเท้าส้นเตี้ยมีพื้นนิ่ม และมีหน้ารองเท้ากว้าง เพื่อลดการบีบและเสียดสีของเท้า

คนที่มีเท้าแบน : ฝ่าเท้าแบนทําให้ปวดบริเวณกลางฝ่าเท้า เนื่อง จากเอ็นซึ่งทําหน้าที่ยกอุ้งเท้าถูกดึงยืด ดังนั้นควรสวมรองเท้าที่เสริมอุ้งเท้า (พื้นรองเท้านูนขึ้นตรงอุ้งเท้า) เพื่อช่วยเส้นเอ็นพยุงอุ้งเท้า

คนที่ มีอุ้งเท้าสูง : คนอุ้งเท้าสูงจะมีปัญหาปวดบริเวณฝ่าเท้าด้านหน้า และส้นเท้า เพราะการรับน้ำหนักของอุ้งเท้าส่วนกลางหายไป รองเท้าจึงควรมีลักษณะเสริมอุ้งเท้า เพื่อช่วยกระจายน้ำหนักจากฝ่าเท้าด้านหน้าและส้นเท้ามาที่อุ้งเท้า และควรเลือกรองเท้าที่มีพื้นนิ่มและมีความยืดหยุ่น

คนที่มักปวดส้นเท้า : การปวดส้นเท้าส่วนใหญ่เกิดจากจุดยึดพังผืดบริเวณส้นเท้าอักเสบ ซึ่งมักปวดมากในการเดินก้าวแรกหลังตื่นนอน เพราะพังผืดถูกยืดทันทีทันใด รองเท้าที่เหมาะกับปัญหานี้ ควรมีพื้นนิ่มมีส้นเล็กน้อย เพื่อถ่ายน้ำหนักไปยังเท้าส่วนหน้า ควรใส่รองเท้าที่มีการเสริมอุ้งเท้า และควรนวดฝ่าเท้าก่อนลุกจากเตียง

คน ที่เป็นเบาหวาน : ผู้ป่วยเบาหวานมักมีปลายประสาททํางานผิดปกติ ทําให้เท้าชา มีนิ้วเท้าหงิกงอทําให้ฝ่าเท้าด้านหน้ารับน้ำหนักมาก และนิ้วเท้าเสียดสีกับหัวรองเท้า จึงควรเลือกใส่รองเท้าพื้นนิ่ม มีหัวลึกและกว้าง ห้ามใช้รองเท้าคีบเพราะอาจทําให้เกิดแผลบริเวณร่องนิ้วเท้าได้โดยไม่รู้ตัว และควรเลือกรองเท้าที่ปรับความกระชับได้ เพราะเท้ามักบวมๆ ยุบๆ ฉะนั้น ความนุ่มสบายและความยืดหยุ่นของรองเท้าจึงมีผลต่อเท้าและข้อเท้าโดยตรง เพราะถ้าพื้นนุ่มสบาย ยืดหยุ่น ก็จะลดการสะท้อนมาที่ข้อและสะโพกน้อยลง การเดินแต่ละก้าวปกติจะมีแรงกระแทกสะท้อนกลับมาปริมาณที่มาก เมื่อสวมรองเท้าที่ยืดหยุ่นมาก ก็จะช่วยลดลงได้มาก

"รองเท้า" เป็นได้ทั้งตัวก่อปัญหา และตัวแก้ปัญหา ขึ้นอยู่กับว่าเราเลือกรองเท้าให้เหมาะสมกับเท้าของเราหรือไม่!!

สาเหตุของการเป็น‘โรคอ้วน’


ในสภาวะของสังคมปัจจุบันทำให้เกิดปัญหา สุขภาพกันมากมายมีโรคหนึ่งครับที่เป็นภาวะจากความสมบูรณ์ที่เกินไป ส่วนสาเหตุที่ทำให้เป็นโรคอ้วนก็ มีต่อไปนี้

1. เกิดจากสาเหตุภายนอก

เป็นสาเหตุใหญ่ทีเดียวครับที่เกิดโรคอ้วน เพราะการตามใจปากมากเกินไป กินมากเกินความต้องการของร่างกาย อาหารที่กินก็เป็นพวก เนื้อ ไขมัน แป้ง หรือของหวาน สิ่งเหล่านี้จะถูกเก็บสะสมไว้ในร่างกายครับ ถ้ามีมากเกินไปก็จะกลายเป็นไขมันพอกพูนตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย แล้วก็ออกกำลังกายน้อยกินแล้วนอนเลย

2. มาจากสาเหตุภายใน

พบได้จากความผิดปกติ ของต่อมไร้ท่อ เช่นต่อมใต้สมอง ต่อไทรอยด์ ทำให้มีไขมันตามบริเวณต้นแขน ต้นขา และหน้าท้อง

3. เพราะกรรมพันธุ์


ซึ่งพบได้น้อยกรรมพันธุ์นี้พิสูจน์ไม่ได้ แต่ถ้าพ่อและแม่อ้วนทั้งสองคน ลูกจะมีโอกาสอ้วนได้ถึงร้อยละ 80 ถ้าพ่อหรือแม่คนใดคนหนึ่งอ้วน ลูกมีโอกาสอ้วนได้ถึงร้อยละ 40 เท่านั้น

4. โรคประจำตัว


เช่น เบาหวานความดันสูง

5. จากการกินยาบางชนิดก็ส่งผลกระทบให้อ้วนได้

ผู้ป่วยบางโรคได้รับฮอร์โมน สเตียรอยด์เป็นเวลานาน ก็ทำให้อ้วนได้และในผู้หญิงที่ฉีดยาหรือกินยาคุมกำเนิดก็ทำให้อ้วนง่ายเช่น กันจะเห็นว่าสาเหตุแห่งความอ้วนนั้นไม่มีอะไรมากเลยครับ บางคนอ้วนเพราะเจ็บป่วยบางโรค และยาบางชนิด แต่คนอ้วนจำนวนมากในโลกไม่ว่าจะหญิงหรือชาย วัยรุ่นหรือสูงวัยต่างอ้วนเพราะตัวเองไม่คุมจิตใจ ตามใจปาก

อยากกินไอ้นั้นไอ้นี่ไปหมด ปล่อยเนื้อปล่อยตัว ไม่ออกกำลังกาย นั่งๆนอนๆ เที่ยว เล่น กิน แล้วก็เป็นบังอรเอาแต่นอน สุดท้ายโรคอ้วนก็พาเพื่อนตามมา ทั้งเบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง ฯลฯ ล้วนแต่เป็นเพื่อนร่วมโลก(โรค) ที่ร้ายๆ ทั้งนั้น พร้อมที่จะคร่าชีวิตได้ทุกเมื่อ เมื่อเป็นโรคเหล่านี้แล้วก็ต้องดูแลรักษากันไปตลอดชีวิต ยังไงก็หันมาใส่ใจกับสุขภาพกันหน่อยนะครับอย่ามองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย เพราะสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญ

+++ Hamster +++

+++ Playlist +++


MusicPlaylistRingtones
Create a playlist at MixPod.com

+++ coming soon +++