วันอังคารที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ก่อนเล่นกีฬาทำไมต้องอบอุ่นร่างกาย

ทำไมเวลาเล่นกีฬาหรือออกกำลังกายทุกครั้ง จึงต้องถูกย้ำนักหนาให้เราวอร์มอัพหรืออบอุ่นร่างกายทุกครั้งก่อน แม้แต่คนที่ฝึกซ้อมกีฬาทุำกวันเป็นประจำก็ยังต้องทำก่อนเล่นทุกครั้งเหมือนกัน ทำไมเราจึงเล่นกีฬาทันทีไม่ได้ทั้งที่เราก็ฝึกซ้อมร่างกายเป็นประจำอยู่แล้ว มันช่วยอย่างไรหรือ

การอบอุ่นร่างกาย ทั่วไปแล้วคือการที่ผู้เล่นบริหารกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ที่จะต้องใช้งานแบบเบาๆ โดยใช้เวลา 5-10 นาที เพื่อให้ร่างกายอุ่นขึ้น เรียกเหงื่อ แต่ไม่ต้องหนักจนรู้สึกเหนื่อย อย่างเช่น การเดิน วิ่ง เหยาะๆ หรือการปั่นจักรยาน หลังจากนั้นจึงต่อด้วยท่าบริหารแบบยืดตัว ซึ่งหลังจากร่างกายได้อุ่นเครื่องแล้ว เลือดหมุนเวียนสะดวกขึ้น กล้ามเนื้อก็จะยืดได้ดีขึ้นด้วย แต่ละท่าบริหารใช้เวลาประมาณ 15-30 วินาที

แท้จริงแล้วการอบอุ่นร่างกายเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับคนที่ต้องออกแรงใช้กล้ามเนื้อทำกิจกรรมต่างๆ เพราะช่วยเตรียมกล้ามเนื้อและเอ็นให้พร้อมกับการใช้งานหนักอย่างต่อเนื่องนานๆ และมีประโยชน์ต่างๆอีกมากดังนี้

- ช่วยเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการออกกำลังกาย โดยเพิ่มอุณหภูมิภายในตัวและกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนตัวลง ยืดหยุ่นมากขึ้น ลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บได้น้อยลง

- การอบอุ่นร่างกายด้วยการบริหารออกแรงเล็กๆน้อยๆ จะช่วยกระตุ้นให้ระบบหมุนเวียนเลือดทำงานดีขึ้น ซึ่งนั่นหมายถึงการนำออกซิเจนและสารอาหารต่างๆ ไปเลี้ยงร่างกายทั่วถึง โดยเฉพาะกล้ามเนื้อบริเวณที่มีการออกแรง

- อุณหภูมิของร่างกายที่สูงขึ้น นำไปสู่การเผาผลาญแคลอรีที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

- เมื่อบริหารเป็นประจำทำให้กล้ามเนื้อมีแรงมากขึ้น จึงดีต่อการฝึกหรือเล่นกีฬาที่ต้องใช้แรงต้านมากๆ

- ช่วยให้ร่างกายคุมการทำงานของกล้ามเนื้อดีขึ้น โดยสมองส่งกระแสประสาทไปยังกล้ามเนื้อได้คล่องตัว

- ลดการสร้างกรดแลคติกในเลือด ซึ่งจะช่วยให้เราออกกำลังกายได้ยาวนาน ลดความอ่อนล้า

- การอบอุ่นร่างกายเป็นจังหวะที่ทำให้เราเตรียมใจตั้งโฟกัสไปที่การออกกำลังกายระดับต่อไป


ความรัก... ก้าวเดิน

"ความรัก" ของคนเรา ก็มีเท้าเดินเหมือนกัน
เมื่อแรกเริ่ม . . . ความรักก็เดินไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว
เพราะ . . . อยากจะถึงจุดหมายที่หวังไว้

คือ . . . ใครคนหนึ่งที่เรารู้สึกดีๆด้วย
เมื่อสมหวังแล้วความรักก็เดินไปเรื่อยๆ
. . . ไม่ต้องก้าวยาวและเร็ว
. . . เดินไปตามปกติและก้าวต่อไปเรื่อยๆ
. . . ในช่วงนี้ถ้าเดินเร็วไปอาจจะเจอหลุมและสะดุดได้
ก็คงจะต้องเดิน . . . อย่างระมัดระวัง
. . . และก้าวให้ได้จังหวะ . . . ที่เหมาะสม

แต่เมื่อถึงเวลา . . . ที่ความรักผิดหวังหรือจบลง
ความรัก . . . ก็จะเดินช้าลง
บางทีอาจจะช้า . . . ช้าจนเหมือนเราเดินถอยหลัง

เหมือนกับ . . . คนที่หกล้มแล้วขาเจ็บ
จะเดินไม่ถนัดนัก . . . ต้องรอเวลาเพื่อรักษาให้แผลที่เกิดจากการหกล้มหาย
แล้วค่อยก้าวเดินต่อไป . . . อย่างปกติ

ความรักก็มี step ในการก้าวเดินไปอย่างนี้เรื่อยๆ
ช้าบ้าง . . . เร็วบ้าง จนกว่าจะถึงวันหนึ่งที่เราได้เจอคนที่ใช่จริงๆ
วันนั้น . . . ความรักคงเดินต่อไปได้เรื่อยๆ

ถึงจะหกล้มบ้าง ตกหลุมบ้าง
แต่ . . . ก็ยังมีคนที่คอยประคอง คอยเดินไปด้วยกัน
ไม่ใช่หกล้มแล้ว . . . ต้องลุกเดินต่อด้วยตัวเองอีกต่อไป


เมื่อความรัก . . . ก้าวเดิน
เราจึงต้องก้าวตาม . . . อย่างระมัดระวัง
จะหกล้มบ้าง จะสะดุดบ้างก็ต้องพยายามลุกขึ้น
. . . และกลับมาเดินต่อไป ให้ได้ . .

เราไม่สิทธิ์สงสารใครในเรื่องรัก

...ท่ามกลางวงสนทนาระหว่างคนคุ้นเคยพี่ชายคนหนึ่งพูดขึ้นว่า

" การได้รับน่ะ ไม่มีความหมายหรอกถ้าเราไม่ได้รัก "

แล้วก็มีการช่วยขยายความกันต่อว่า...

ประเด็นหลักของความสัมพันธ์ มันอยู่ที่รักหรือไม่รัก กับใช่หรือไม่ใช่

เพราะถ้าเราไม่ได้รักเขา ต่อให้เขาให้เรามามากเท่าไหร่

ให้หนังสือ ให้ซีดี ให้ของขวัญชิ้นใหญ่

ความหมายก็อยู่ที่สิ่งของเท่านั้น ไม่ได้ส่งผลถึงใจ

แต่ถ้าเป็นคนที่เรารักน่ะ ต่อให้เขาไม่ให้อะไรเรามาเลย

วันเกิด วันสำคัญ ก็ลืมตลอด

หากเราก็ยังจะรัก !

--------------------------------------

รัก ที่มีแต่เพิ่มขึ้น

ความสำคัญ ที่ไม่เคยลดลง

ความรักจึงนำหน้าสิ่งอื่นอยู่เสมอ

นำหน้าความเหมาะควร นำหน้าความถูกต้องในสายตาใคร

แม้บางทีเราจะรู้ว่ามันผิด แต่การหักห้ามใจตัวเองนั้น ก็เป็นเรื่องยากที่สุด

ดังนั้นเมื่อเห็นใครคนหนึ่งกำลังนั่งร้องไห้ให้กับความรัก

เราจึงไม่มีสิทธิ์สงสาร ดูถูก หรือเยาะเย้ยความอ่อนแอของเขาเลย

เพราะไม่วันใดวันหนึ่ง หยดน้ำตาประเภทนั้นก็จะต้องเดินทางมาถึงเราด้วย

ตราบที่เรายังรักเป็น และพร้อมจะอ่อนไหวเพื่อมัน

--------------------------------------

เมื่อเห็นใครร้องไห้ จึงควรให้กำลังใจ

โดยไม่ต้องไปบอกให้เขาเลิกรัก เลิกทุ่มเท เลิกให้

และไม่ต้องไปหักหาญน้ำใจ ด้วยการพูดเสียงดัง

บอกให้เขาเลิกโง่ที่จะไปรักเคนที่เขาไม่ได้รักเราได้แล้ว

เพราะความรักอาจทำให้คนตาบอด แต่มันก็ไม่ใช่ตลอดไปหรอก

เพียงแต่แสงสว่างที่จะสาดส่องเข้ามานั้น

ต้องเป็นการมองเห็นจากเจ้าของสายตาเอง

ไม่ใช้ให้ใครก็ได้ส่องไฟฉายตรงไปที่ดวงตา

หรือจะคิดอีกอย่างว่าจริงๆแล้ว ได้ร้องไห้บ้างก็ดีเหมือนกัน

อย่างน้อยก็ช่วย ล้างฝุ่น ออกไป

พอหายเคืองใจ เดี๋ยวน้ำตาก็หยุดไหลเอง...

+++ Hamster +++

+++ Playlist +++


MusicPlaylistRingtones
Create a playlist at MixPod.com

+++ coming soon +++