วันพฤหัสบดีที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2553

อาหารลดไขมันรอบเอว....


1. อะโวคาโด : อะโวคาโดอุดมไปด้วยสารเบตาซิสโตสเตอรอล ซึ่งช่วยในการดูดซึมคอเลสเตอรอล มีเส้นใยอาหาร ทั้งชนิดที่ละลายน้ำ ซึ่งช่วยขจัดคอเลสเตอรอลส่วนเกินออกจากร่างกาย และชนิดที่ไม่ละลายน้ำซึ่งช่วยป้องกันอาการท้องผูก ปริมาณแนะนำต่อวัน: 1/2 ถ้วย

2. บรอกโคลี่ : นักวิจัยระบุว่าสารอาหารอย่าง แคลเซียมช่วยให้ร่างกายเผาผลาญแคลอรีที่จะสะสมไว้เป็นไขมันส่วนเกินได้ และบร็อกโคลี่ก็มีดีที่เป็นแหล่งแคลเซียมซึ่งไม่มีไขมัน ปริมาณแนะนำ: 1 1/2 ถึง 2 ถ้วย

3. ถั่วและเมล็ดพืชต่างๆ: มีคาร์โบ ไฮเดรตเชิงซ้อน มีส่วนช่วยควบคุมน้ำหนักได้ โดยเฉพาะถั่วเปลือกแข็งและเมล็ดพืชต่างๆ เช่น อัลมอนด์ มะม่วงหิมพานต์ ถั่วลิสง เมล็ดดอกทานตะวัน เมล็ดฟักทอง พิสทาชิโอ ปริมาณแนะนำต่อวัน: 2 ช้อนโต๊ะ

4. น้ำมัน :
เลือกกินน้ำมันที่มีประโยชน์ช่วยลดน้ำหนักได้ น้ำมันพืชต่างๆ เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันดอกคำฝอย น้ำมันชา น้ำมันถั่วเหลือง ปริมาณแนะนำต่อวัน: 1 ช้อนโต๊ะ

● ความรักและก้าวแรก ●



เราชอบเขา เพราะเขาเป็นเขาหรือเพราะปัจจัยภายนอกอย่างอื่น
เรายังคงความเป็นตัวเอง ได้หรือไม่ขณะที่เรามีเขาเข้ามาผูกพันด้วย
เขาคือคนที่เราไว้ใจและเชื่อ มั่นได้มากน้อยแค่ไหน
และที่สำคัญ เรารู้สึกมีความสุขเมื่อได้อยู่กับเขา มากกว่าการอยู่คนเดียวหรืเปล่า
..ถ้า หากคำตอบที่ได้หลายๆ ข้อนี้ออกมาเป็นบวกเสียส่วนใหญ่
เราก็ไม่น่าจะต้อง รีรอที่จะยอมตกหลุมรักใครสักครั้ง

..เพราะชีวิตของคนเราไม่ได้ยืน ยาวสักเท่าไหร่
การได้พบเจอคนที่ถูกใจ บางทีมันก็ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยครั้งนัก
แต่สิ่งที่สำคัญ คือ เมื่อได้รักแล้วเราต้องรักแบบเข้าใจในความรักด้วย
อย่าเพิ่งรีบคาดหวัง ว่าจะต้องเป็นรักแท้ที่ยั่งยืน
ปล่อยให้ความรักค่อยเติบโต ให้มิตรภาพที่มีค่อยๆ งอกงามไปตามธรรมชาติ
พร้อมๆกับการเรียนรู้แบบค่อย เป็นค่อยไป

..ในโลกของความรัก เดี๋ยวนี้มันไม่ได้มีคำตอบแค่
"รัก" กับ "ไม่รัก" เท่านั้น มันยังมีคำว่า ความเหมาะสม
การยอมรับ ครอบครัว หน้าที่การงาน และอะไรอื่นๆ อีกเยอะแยะ

เพราะฉะนั้นเมื่อเราอยากจะ รักใคร เรารักได้
แต่อย่าคาดหวังว่าจะได้ "รัก" กลับคืนมาในรูปแบบที่เราต้องการ
เมื่อเรารักเป็น เราก็จะสามารถยอมรับได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น
ไม่ว่ามันจะเป็นอย่างไร แม้ความรักอาจะไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต
แต่มันก็มีค่า ต่อการมีชีวิตอยู่
...เป็น แรงบันดาลใจให้เราทำอะไรได้มากมาย...

ส่วนคนที่ผิดหวังกับความรักมา
คุณอาจมีอดีตที่เลวร้าย แม้คุณจะสามารถเก็บมันไปคิดทบทวน
เพื่อ เป็นบทเรียนที่ดีได้ แต่ไม่มีประโยชน์หรอกที่จะจมกับมันตลอดไป

ลอง เปิดใจที่จะเรียนรู้กับความรักอีกสักครั้ง
บางทีคุณจะพบว่า ความสุขจากการได้รักนั้น
ไม่ได้เกิดจากคนอื่นเลย
แต่มันเป็นความสุข ที่เราสร้างมันขึ้นมาเอง
จากหัวใจเราเอง และเมื่อรักเป็นของเรา
ไม่ ว่าคนที่เรารู้สึกรักนั้นจะจากไปไหน
เราก็ไม่จำเป็นต้องฟูมฟาย กับการจากไปของเขา
เพราะถึงอย่างไร รักที่คุณมีนั้นมันก็ยังอยู่กับตัวคุณเสมอ

มารู้จักตัวเองให้มากขึ้นอีก นิด...กันเถอะ

1. ในวันหยุด คุณเดินทางโดยเครื่องบินไปยังสถานที่ที่คุณอยากจะไปพักผ่อน
ขณะเดินทางมาได้ครึ่งทางแล้ว คุณคิดว่าด้านล่างของเครื่องบินเป็นอะไร

ก. อาคารบ้านเรือน
ข. ทะเล
ค. ป่าไม้
ง. ทุ่งหญ้า

2. กลางดึกคุณนั่งอ่านหนังสือในห้องนอน อ่านอยู่ครู่หนึ่งคุณจึงพักสายตามองผ่านหน้าต่างออกไป คุณมองเห็นดวงจันทร์จากทางหน้าต่างห้องนอนคุณหรือไม่? ถ้าคุณ เห็น คุณเห็นดวงจันทร์มีลักษณะอย่างไร
ก. พระจันทร์เต็มดวง
ข. พระจันทร์ครึ่งดวง
ค. พระจันทร์เสี้ยว

3. เมื่อคุณคิดจะตกแต่งสวนหน้าบ้าน คุณจะให้ความสำคัญกับสิ่งใดเป็นอย่างแรก
ก. ต้นไม้ที่ให้ความร่มเงา
ข. บ่อน้ำ
ค. ดอกไม้สีสรรต่างๆ
ง. ลานหญ้า

4. ในบริเวณสวนหลังบ้านของคุณ คุณจะให้ความสำคัญกับสิ่งไหนมากที่สุด
ก. ต้นไม้ที่ให้ความร่มเงา
ข. บ่อน้ำ
ค. ดอกไม้สีสรรต่างๆ
ง. สัตว์เลี้ยงต่างๆ

5. คุณ อยากเห็นวิวที่มองออกจากหน้าต่างห้องนอนของคุณเป็นอย่างไร
ก. เห็นท้องฟ้า
ข. เห็นทะเล
ค. เห็นต้นไม้หรือสวนสาธารณะ
ง. เห็นอาคารบ้านเรือน

6. วันนี้ ต้องไปซื้อของที่ศูนย์การค้า ของที่จะต้องซื้อคือ รองเท้า, เสื้อ ผ้า, หนังสือ และนาฬิกาข้อมือ คุณคิดว่าจะใช้เวลาเลือกซื้อของชิ้นใดนานที่สุด
ก. รองเท้า
ข. เสื้อผ้า
ค. หนังสือ
ง. นาฬิกาข้อมือ

7. ผ้าเช็ดหน้าที่คุณพกติดตัว มีลวดลายแบบไหน
ก. ผ้าเช็ดหน้าสีสดใส
ข. ผ้าเช็ดหน้าสีอ่อน
ค. ผ้าเช็ดหน้าลายดอกไม้หรือลายจุด
ง. ผ้าเช็ดหน้าลายสก็อต หรือ ลายเส้น

8. วันนึง คุณไปช้อปปิ้งย่านการค้า คุณถูกใจเสื้อตัวหนึ่งจึงลองเอามาสวม เห็นว่าสวยและใส่ได้พอดีเลยตัดสินใจซื้อ เมื่อกลับมาถึงบ้านคุณลองเอามาสวมใส่อีกครั้งพบว่าเสื้อคับนิดหน่อย และสีไม่สวยเหมือนตอนที่เห็นในร้าน คุณจะทำอย่างไร
ก. เอาเสื้อกลับไปเปลี่ยนที่ร้าน
ข. หาวิธีดัดแปลงเสื้อหรือเก็บเอาไว้ใส่เล่น
ค. คิดว่า ช่างมันไหนๆ ก็ซื้อมาแล้ว หรืออาจจะเอาไปให้คนอื่น



เฉลยจ้ะ...

1. สิ่งที่คุณเห็นด้านล่างนั้น สื่อถึง ... ปัญหาในชีวิตที่คุณอยากหนีไปให้พ้น

ก. อาคารบ้านเรือน
สื่อถึง... ปัญหาที่เกิดจากที่ทำงาน การเรียน หรือ ความสัมพันธ์ของคุณกับเพื่อนร่วมงาน

ข. ทะเล

สื่อถึง ....ปัญหาเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดจาตัวคุณเอง

ค. ป่าไม้

สื่อถึง... ปัญหาในครอบครัว หรือเรื่องราวความรักของคุณ

ง. ทุ่งหญ้า

สื่อถึง... ปัญหาที่เกิดจากเพื่อนหรือความสัมพันธ์ของคุณกับคนรอบข้าง

2. ข้อนี้สื่อถึงว่า ... คุณมีเป้าหมายในชีวิตหรือยัง

- ถ้าคุณมองไม่เห็นดวงจันทร์
สื่อถึง...คุณยังไม่ได้คิดถึงเป้าหมาย ในชีวิตว่าจะเป็นอย่างไร หรือยังไม่แน่ใจว่าสิ่งที่คุณคิดอยู่นั่นใช่หรือไม่..

- แต่ถ้าคุณมองเห็นดวง จันทร์

สื่อ ถึง ... คุณมีเป้าหมายในชีวิตแล้ว รูปแบบของดวงจันทร์เป็นสัญลักษณ์ของ .. รูปแบบของเป้าหมายในชีวิตของคุณ โดยถ้า

ก. พระจันทร์เต็มดวง

สื่อถึง .. คุณมีเป้าหมายที่ชัดเจน และมั่นใจว่าแผนการต่างๆ ที่วางไว้สามารถช่วยคุณให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย

ข. พระจันทร์ครึ่งดวง

สื่อถึง .. คุณยังไม่ยึดมั่นกับเป้าหมายที่คิดไว้มากนัก อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ หรือคุณยังไม่แน่ใจว่าแผนการที่คุณคิดไว้จะประสบความสำเร็จหรือไม่

ค. พระจันทร์เสี้ยว

สื่อถึง ..คุณเริ่มจะมองเห็นเป้าหมายในชีวิตแล้ว แต่ยังไม่มั่นใจว่าจะใช่หรือไม่ ยังต้องใช้เวลาลองผิดลองถูกอีกสักระยะหนึ่ง จึงจะพิจารณาได้ว่าเป้าหมายที่แท้จริงของคุณคืออะไร

3. สิ่งที่คุณให้ความสำคัญอันดับแรก เมื่อคุณคิดว่าจะตกแต่งสวนหน้าบ้าน สื่อถึง .. บุคคลแรกที่คุณจะนึกเมื่อประสบความสำเร็จในชีวิต

ก. ต้นไม้ที่ให้ความร่มเงา

สื่อถึง ..พ่อ แม่ หรือผู้ใหญ่ที่คุณให้ความนับถือ

ข. บ่อน้ำ

สื่อถึง ..ตัวคุณเอง

ค. ดอกไม้สีสรรต่างๆ

สื่อถึง .. คนรัก

ง. ลานหญ้า

สื่อถึง ..เพื่อนๆ

4. สิ่งที่คุณให้ความสำคัญกับสวนหลัง บ้านนั้น สื่อถึง .. คนที่คุณอยากจะระบายความรู้สึก เมื่อคุณรู้สึกผิดหวังกับชีวิต หรือสิ่งที่คุณทำผิดพลาดลงไป


ก. ต้นไม้ที่ให้ความร่มเงา

สื่อถึง ..พ่อ แม่ หรือผู้ใหญ่ที่คุณให้ความนับถือ

ข. บ่อน้ำ

สื่อถึง ..ตัวคุณเองหรือคุณ หรือคุณอยากอยู่คนเดียวตามลำพัง

ค. ดอกไม้สีสรรต่างๆ

สื่อถึง .. คนรัก

ง. สัตว์เลี้ยง

สื่อถึง... เพื่อนๆ

5. วิวที่คุณอยากเห็นจากห้องนอน สื่อถึง .. อาชีพที่คุณอยากจะทำในอนาคต

ก. เห็นท้องฟ้า

สื่อถึง ..อาชีพที่มีความเป็นอิสระ เป็นตัวของตัวเอง หรือาชีพอะไรก็ได้ที่ใช้ความสามารถพิเศษในตัวคุณ

ข. เห็นทะเล

สื่อถึง อาชีพที่ต้องใช้อารมณ์ จินตนาการ และความสร้างสรรค์งานของคุณ

ค. เห็นต้นไม้หรือสวนสาธารณะ

สื่อถึง .. คุณอยากทำธุรกิจในครัวเรือน มีผู้ร่วมงานหรือหุ้นส่วนเป็นบุคคลในครอบครัว

ง. เห็นอาคารบ้านเรือน

สื่อ ถึง.. คุณอยากมีอาชีพที่ทำงานร่วมกับคนหมู่มาก หรือทำงานเพื่อสังคม

6. ของที่คุณใช้เวลาเลือกซื้อนานที่สุด สื่อถึง .. สิ่งที่คุณเปลี่ยนแปลงได้ยากที่สุด ซึ่งคุณอาจจะรู้ว่าการเปลี่ยนแปลงในสิ่งนั้นจะทำให้ชีวิตของคุณดีขึ้น

ก. รองเท้า

สื่อถึง .. นิสัย หรือพฤติกรรมบางอย่างในตัวคุณ

ข. เสื้อผ้า

สื่อถึง ... คนรัก หรือความสัมพันธ์กับคนใกล้ชิด

ค. หนังสือ

สื่อถึง .. ความคิดของคุณเอง

ง. นาฬิกาข้อมือ

สื่อถึง .. ระเบียบกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่คุณกำหนดไว้ให้ตัวเอง

7. ลักษณะผ้าเช็ดหน้าที่คุณพกติดตัว สื่อถึง.. เรื่องราวในชีวิตที่ทำให้คุณเสียน้ำตา

ก. ผ้าเช็ดหน้าสีสดใส

เรื่องราวเกี่ยวกับเพื่อนๆ ของคุณ บางครั้งเพื่อนๆ อาจจะไม่เข้าใจสิ่งที่คุณคิดหรือทำลงไป จึงทำให้คุณเสียน้ำตากับคำพูดของเพื่อนๆ

ข. ผ้าเช็ดหน้าสีอ่อน

คุณเป็นคนขี้เหงา เวลาต้องอยู่คนเดียว โดยไม่มีคนรัก เพื่อน หรือญาติพี่น้อง จะทำให้รู้สึกว้าเหว่ จนบางครั้งแอบเสียน้ำตาโดยลำพัง

ค. ผ้าเช็ดหน้าลายดอกไม้ หรือลายจุด

คุณมักเสีย น้ำตากับเรื่องความรัก เช่นไม่ประสบความสำเร็จในความรัก หรือสิ่งที่คุณคาดหวังบางอย่างในความรัก แต่มันไม่เป็นไปตามที่คุณคิดไว้

ง. ผ้าเช็ดหน้าลายสก็อต หรือลายเส้น

การเรียนหรือการงานที่คุณมักตั้งความหวังไว้ เมื่อไม่ได้อย่างที่หวัง คุณจึงมักเสียน้ำตากับสิ่งที่เกิดขึ้น

8. สิ่งที่คุณทำเมื่อพบว่าเสื้อที่ซื้อมามี ปัญหา สื่อถึง .. สิ่งที่คุณจะทำเมื่อพบว่า คนที่รักที่คุณคบมาได้ระยะหนึ่งนั้น คุณกับเขาเข้ากันไม่ได้

ก. เอาเสื้อกลับไปเปลี่ยนที่ร้าน

สื่อถึง .. คุณจะไม่ฝืนทนคบอีกต่อไป และหาวิธีที่จะแยกทางกัน

ข. หาวิธีดัดแปลงเสื้อ

สื่อถึง คุณยังคบกับคนรักต่อไป และหาวิธีที่จะแยกทางกัน

ค. คิดว่าช่างมันไหนๆ ก็ซื้อมาแล้ว หรือจะเอาไปให้คนอื่น

สื่อ ถึง.. คุณยังคบกันต่อไปเรื่อยๆ เมื่อถึงเวลาที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งพบคนที่ถูกใจมากกว่า คุณก็พร้อมจะจากกันด้วยดี

● ที่ตรงนั้นกับที่ตรงนี้ ●



เพราะสิ่งที่จำ เป็นต่อชีวิตเรามีหลายด้าน
บ่อยครั้งเราเกิดสับสนว่าจะรักษาอะไรไว้
จะ เลือกอะไรดี “ระหว่างชีวิตกับความรัก”
เราไม่จำเป็นต้องเลือก
เพราะ สองอย่างสำคัญเท่ากัน
เพียงแต่…
“ที่ตรงนั้นกับที่ตรงนี้
ต้อง การการดูแลที่แตกต่างกัน”
.

ถ้าเรารู้จักใช้ชีวิต
เราก็จะ รู้วิธีรักษาและดูแลชีวิต
และถ้าเรารู้จักคนรักและความรักอย่างแท้จริง
เรา จะรู้จักวิธีประคับประคอง ดูแลรักษา
ให้ความรักเดินไปพร้อมๆ กับด้านอื่นๆ ได้

แล้วถ้าเราเข้าใจทั้งสองด้านได้มากพอ
เราจะ ไม่รู้สึกเหนื่อยที่ต้องแบกชีวิต
พร้อมกับดูแลความรักให้ดีอยู่เสมอ
เพราะ แท้จริงแล้วทั้งสองสิ่ง
ต้องการการดูแลที่แตกต่างกัน

“ชีวิตอาจต้องการการทุ่มเท
แต่ความรักต้องการ ความใส่ใจ”

ของคุณข้อมูลจาก http://www.tamdee.net/

ผู้ชายเริ่มจากร้อย ผู้หญิงเริ่มจากศูนย์




เมื่อ ผู้ชายเริ่มรักผู้หญิงของตัวเอง . .

ทุกอย่างที่เป็นเธอ จะดูสวยงามและเพียบพร้อม

ไม่มีอะไรที่เขาไม่ชอบ ไม่พอใจ



วันเวลา ผ่านไป. . .
เมื่อความเคยชินเข้า มาแทนที่ สิ่งที่เห็นอยู่ทุกวัน
อาจกลาย เป็นสิ่งที่น่ารำคาญ
เธอไม่สวยงาม และน่าทะนุถนอมเหมือนแต่ก่อน
ทำไม เวลาจับต้องเธอแล้ว รู้สึกไม่เหมือนเดิม
ทำไมนิสัยไม่ดีของเธอ ถึงได้ผุดขึ้นมามากมายแบบนี้
เขารับเธอไม่ได้อีกต่อไป และทนไม่ได้กับการเปลี่ยนแปลงของเธอ
ในขณะที่ความรักของผู้หญิงเริ่มต้นจากศูนย์
เขายังมีสิ่งที่เธอ คิดว่าเธอไม่ชอบทุกอย่างของเขา
แต่เมื่อเธอตัดสินใจลองคบหาเพื่อที่จะ ศึกษาสิ่งที่ดีในตัวเขา



วันเวลาผ่านไป . .
ทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่สุด บนโลกนี้
คะแนนที่มากมายมันเพิ่มขึ้นมาได้อย่างไร
ถึงขั้นนี้ . . .ทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นเขา
ช่างดูดีและน่าหลงใหล
จนรู้สึกว่า . . .เขาแทบจะกลายเป็นสิ่งเดียวในชีวิต
ที่ทำให้เธอมีชีวิตอยู่ได้ เธอพร้อมที่จะสละทุกอย่างที่มีอยู่
เพื่อที่จะให้เขาและเธออยู่ด้วยกัน ตลอดไป



วันนี้…ความรักของเธอเกินร้อย
ใน ทางกลับกัน ความรักของเขากลับลดลงจนเหลือศูนย์
ความรู้สึกที่ค้างคาอยู่ ในใจของคนทั้งคู่
เหมือนกันคือ คำถามที่ว่า ทำไม . . .อีกฝ่ายถึงเปลี่ยนไป



หากตัวแปรของความสัมพันธ์ ระหว่างคนสองคน อยู่ที่ความเปลี่ยนแปลงแล้ว
คงเร็วเกินไปที่จะโทษฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่ง เพียงคนเดียว
เราต้องยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า คนเรานั้น เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
และนี่คือ สัจธรรมที่แท้จริงบนโลกใบนี้เสียด้วย


ความรักที่เกิดขึ้นง่าย มักจะตายเร็ว




สมัยนี้เจอกันแป๊ปเดียวไฟฟ้าก็ลัด วงจรได้แล้ว และทุกครั้งก็หวังว่ารักนั้นจะอยู่ในนานๆ แต่ที่แน่ๆ ไม่ใช่ความรัก 7 แบบนี้แหงๆ

1. รักทางเน็ต
ก็ คนในเน็ตมีใครเค้าแฉความจริงกันบ้างว่าชีวิตฉันผ่านผ ู้ชายมา 17 คนแล้ว เป็นเกย์ไปซะ 7 ติดเอดส์ไปซะ 3 คลิกไปเถอะเจอแต่รูปหล่อพ่อรวยสวยเหมือนนางงามจักรวาลกันทั้งนั้น ขนาด ภาพยังเอารูปเพื่อนมาลง ไม่ก็เป็นภาพรีทัชลบสิวลบปานดำ เติมปากให้อิ่มทำตาให้โต ทำอ้วนให้ผอม เปลี่ยนทรงผมให้เก๋ เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา เป็นแฟนทางเน็ตอยู่สามเดือนพอนัดมาเจอตัวจริง แทบวิ่งหนี แล้วจะไม่ให้เลิกได้ไงล่ะ!!

2. รักผัวเขา
ตอน เจอกันใหม่ๆ ใน 100 คนต้องมีซะ 80 ที่ไม่รู้ว่าพี่มีเมียแล้ว แต่ ก็มีเหมือนกันที่รู้ทั้งรู้ แต่ตูจะเอา แรกๆ ก็คิดว่าทนยอมเป็นบ้านที่สองที่สามเค้าได้ แต่พออยู่กันไปจากบ้านเล็กชักอยากกระดึ๊บๆ เข้าไปอยู่บ้านใหญ่ แต่กติดนับเบอร์วันแก่ง่ายตายช้าขวางทางอยู่ แล้วเรื่องอะไรจะไปยอมเสียเวลานับวันรอให้อะไรๆ มันเ่ยวย่นหย่อนยานล่ะ มันเก๊าะต้องเลิกไปคนใหม่น่ะสิ

3. รักเพราะสปอตไลท์
รัก แบบนี้มักเกิดในแหล่งท่องเที่ยวยามราตรี พอโดนสปอตไลท์แสงไฟส่องมา ราศีก็จับให้กลายเป็นหนุ่มหล่อสาวสวยดัชชี่บอยแอนด์เกิร์ลกันได้ทุกคน ไฟฟ้า เลยลัดวงจรง่าย ยักย้ายส่ายสะโพกไม่กี่เพลงน้องก็โอเค รับรักพี่แล้ว แต่พอรุ่งขึ้นเจอกันแบบแสงธรรมชาติ หน้าที่เคยสวยใสทำไมมันดันมีแต่รอยกระด่างกระดำ สิว ฝ้า กระ ครบเซ็ตหว่า นี่เธอเป็นผีปอบโดนแดดแล้วไหม้หรือเปล่าเนี่ย อยู่ไม่ได้แล้วโดยก่อนล่ะเรา

4. รักเพราะเหงา

ประมาณ หัวใจติดป้ายให้เช่าจะชาติหนึ่งแล้ว ก็ ยังไม่มีใครยอมหลงกลมาขอเช่าห้องซะที อารมณ์คุณตอนนี้ก็เลยออกแนวเดอะเลตเตอร์ คือเซ็ง เศร้า เหงา หงอย ทีนี้ล่ะพอมีใครผ่านมาแม่คว้าเรียบ ขอให้เป็นเพศตรงข้ามเป็นพอ แต่พบคบกันไปความเหงาหายไปหูตาก็พลอยสว่าง ถึงได้เห็นว่าไอ้ที่เอามาเป็นแฟนเนี่ยมันไม่ใช่สเป็ค เรานี่นา เลยต้องคอนเวิร์สตัวใครตัวมันด้วยประการฉะนี้

5. รักที่เงิน
ประมาณ หน้าตาไม่เท่าไรขอกระเป๋าตุงไว้ก่อนละกัน ในข้อนี้ส่วนใหญ่ฝ่ายมีตังค์จะหน้าตาพอดูได้ (ถ้าปิดไฟ) ส่วน แฟนจะสวยล้ำหล่อเลิศแบบฟ้าประทานลงมาเลย แล้วหน้าตาไม่แมทช์กันขนาดนี้จะอยู่กันเข้าไปได้ไงถ้ าไม่เป็นเพราะมีกาวตรา ช้างที่ใช้หนี้ได้ตามกฏหมายเชื่อมอยู่ ความรักแบบนี้จะหมดอายุได้ในสองกรณี หนึ่ง คือฝ่ายมีตังค์เกิดไม่สบาย เป็นโรคขี้เบื่อ ทนเห็นอะไรซ้ำซากไม่ได้ ไม่ก็ในกรณีที่สอง หนุ่มหล่อสาวสวยเอาแฟนตัวจริงมาควงแก้เซ็งแล้วโดนจับ ได้ ถ้าไม่งั้นนิยายรักฉบับสตรอว์เบอแหลนี้ก็จะดำเนินต่อ ไป

6. รักแบบชู้ๆ

แต่ สมัยนี้เค้าไม่เรียกว่าชู้แล้ว ต้องเรียกว่ากิ๊กจะได้ฟังดูไม่หลายใจไม่เจ้าชู้ เพราะเราไม่ได้มีชู้มีแค่กิ๊กเท่านั้นเอง ซึ่ง กฏบังคับของกิ๊กก็มีอยู่แล้วว่า ห้ามผูกพัน ห้ามตื้อ ห้ามยื้อ ห้ามทำตัวเป็นเจ้าของ และกิ๊กไม่ใช่ชู้แต่แฟนรู้ต้องเลิก ฉะนั้นรักแบบกิ๊กๆ จึงเป็นรักที่ไปเร็วที่สุด แบบว่าแฟนเดินเฉียดมาในระยะ 100 เมตร กิ๊กก็ไปซะแล้ว เหลือแต่คนแปลกหน้าตาใสซื่อ 2 คนเท่านั้นเอง

7. รักโปรโมท

ข้อ นี้แต่ก่อนจำกัดอยู่ในวงการบันเทิง ประมาณช่วงหนังจะเข้าละครจะฉาย ก็ เอาแล้วต้องมีใครรักใครขึ้นมาทันที ทั้งๆ ที่แต่ก่อนเดินสวนกันทุกวันยังไม่รู้เลยว่าไอ้นี่มัน ใคร และพอละครจบรักก็จบ แต่เดี๋ยวนี้กระแสรักโปรโมทกระจายไปทุกหย่อมหญ้า โดยมากมักจะเป็นในหมู่คนกินแห้ว แอบรักเขาๆ ไม่สน งั้นเอาเพื่อนมาแกล้งทำเป็นอินเลิฟหน่อยซิ เผื่อจะโกงค่าตัวให้หมอนั่นเห็นคุณค่าขึ้นมาบ้าง แต่พอได้แฟนแล้วก็ไสหัวเพื่อนกลับไปเดินสะดิ้งตุ้งติ ้งคนเดียวเหมือนเดิม

fw mail

ก่อนตะวันรุ่งวันพรุ่งนี้




แสงตะวัน ค่อยๆ ลับขอบฟ้า เมื่อค่ำคืนมาถึง ทั้งเมืองก็สว่างไสวไปด้วยแสงจากพลังงานไฟฟ้า..

เป็นที่รู้กันดีว่า ยิ่งนับวันมนุษย์ยิ่งใช้พลังงานมากขึ้นตามความเจริญก้าวหน้าของโลก พลังงานไฟฟ้าเกือบทั้งหมดในปัจจุบันผลิต ขึ้นจากเชื้อเพลิงฟอสซิล ทั้งถ่านหิน น้ำมัน หรือก๊าซธรรมชาติ ซึ่งล้วนแต่เป็นพลังงานที่ใช้แล้วหมดไปและยังมีราคาสูง เห็นได้จากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นทุกๆ ปี ทำให้ทุกวันนี้มีกระแสรณรงค์เรื่องการประหยัดพลังงานมากขึ้น เพื่ออนุรักษ์ไม่ให้พลังงานเหล่านี้หมดไปจากโลก ก่อนเวลาอันควร

นอกจากการอนุรักษ์พลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิลด้วยการใช้อย่างประหยัดแล้ว ทั่วโลกยังหันมาจับตามองแหล่งพลังงานทดแทนจากธรรมชาติ ซึ่งถือว่าเป็นพลังงานสะอาดไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมและใช้ไม่มีวันหมด โดยเฉพาะพลังงานจากแสงอาทิตย์ที่ถือว่าเป็นขุมพลังงานขนาดใหญ่ที่สุดแห่ง หนึ่ง

หากจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพอย่างชัดเจนว่า แสงอาทิตย์มีพลังงานมากมายมหาศาลเพียงใด ลองนึกถึงแสงแดดที่ส่งลงมาบนพื้นขนาด 1 ตารางเมตรในช่วงเที่ยงวัน จะมีพลังงานเท่ากับพลังงานไฟฟ้าที่ใช้สำหรับเตารีด 1 ตัวและพลังงานแสงแดดที่สะสมในพื้นที่ 1 ตรม. ใน 1 วันเทียบเท่ากับไฟฟ้าที่ใช้ตามบ้าน 5 ยูนิต หรือคิดเป็นประมาณ 150 ยูนิต ต่อเดือน (ประมาณ 500 บาทต่อเดือน) เท่ากับว่าบ้านหลังนั้นใช้ไฟฟ้าเทียบเท่ากับพลังงานแสงแดดเพียง 1 ตารางเมตรเท่านั้นเอง เมื่อมนุษย์เห็นถึงศักยภาพของพลังงานแสงอาทิตย์เช่นนี้ จึงมีการคิดค้นวิธีการที่จะนำพลังงานเหล่านี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ ซึ่งอุปกรณ์ที่สร้างขึ้นมาเพื่อแปลงพลังงานแสงอาทิตย์เป็นพลังงานไฟฟ้าก็คือ โซลาร์เซลล์ (Solar Cells) โดยในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา เทคโนโลยีของโซลาร์เซลล์ก็ได้รับการพัฒนาให้ก้าวหน้าและมีราคาถูกลง สำหรับประเทศไทยเราอยู่ในเขตร้อน ทำให้เรา ได้รับพลังงานจากแสงอาทิตย์เป็นจำนวนมาก แต่ที่ผ่านมายังไม่ได้ใช้ประโยชน์จากพลังงานนี้อย่างเต็มที่เท่าไรนัก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะต้นทุนของอุปกรณ์โซลาร์เซลล์ยังมีราคาแพงอยู่ จึงทำให้ต้นทุนในการผลิตไฟฟ้าสูง จนหลายคนมองว่ายังไม่คุ้มกับการลงทุน แต่ ณ วันนี้ที่เราต้องเผชิญกับภาวะน้ำมันแพงและสูญเสียเงินไปกับการนำเข้าน้ำมัน จำนวนมากในแต่ละปี จึงเป็นเรื่องที่คนไทยน่าจะหันมามองพลังงานทดแทนจากธรรมชาติให้มากขึ้นเพราะ ความเป็นจริง ประเทศไทยนับเป็นประเทศหนึ่งในภูมิภาคอาเซียนที่เริ่มบุกเบิกการผลิตไฟฟ้า จากแสงอาทิตย์โดยเฉพาะในพื้นที่ที่สายส่งไฟฟ้าของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เข้าไปไม่ถึงซึ่งในปี 2536 กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ได้เริ่มติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าด้วยแสงอาทิตย์ให้กับพื้นที่ห่างไกลและสามารถ นำพลังงานจากโซลาร์เซลล์มาใช้สำหรับดูทีวีและให้แสงสว่างได้ รวมถึงได้นำแผงโซลาร์เซลล์ไปติดตั้งให้กับโรงเรียน สถานอนามัยหมู่บ้าน หน่วยพิทักษ์ป่า ฐาน ตชด. ที่ไฟฟ้าเข้าไม่ถึง ซึ่ง ก็สามารถนำไฟฟ้าที่ผลิตได้มาใช้กับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ โทรทัศน์ หลอดไฟนีออน และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้เป็นอย่างดี อาจเรียกได้ว่า เทคโนโลยีของระบบนั้นพร้อมแล้ว แต่รอแค่ให้ราคาของโซลาร์เซลล์ถูกลงเท่านั้น




นอกจากปัญหาในเรื่องของเทคโนโลยีโซลาร์เซลล์ที่ยังมีราคาแพงอยู่ประเทศไทย ยังมีอุปสรรคสำคัญ คือ คนไทยไม่ค่อยให้ความสนใจ หรือสนับสนุนการใช้พลังงานทดแทนเท่าไหร่ ส่วนหนึ่งเพราะยังคิดว่าสามารถหาแหล่งพลังงายจากต่างประเทศได้ แต่สิ่งนี้จะทำให้ประเทศไม่มีความมั่นคงทางพลังงานในระยะยาวเลย แต่การสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้ประเทศโดยไม่ต้องพึ่งพาการนำเข้าหรือหา แหล่งพลังงานใหม่ๆ ตลอดเวลา ก็คือการนำสิ่งที่มีอยู่และได้มาฟรีๆ อย่างพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานน้ำ หรือพลังงานลม มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ผู้เชี่ยวชาญในแวดวงของเทคโนโลยีโซลาร์เซลล์ในประเทศไทยแนะนำว่า การจะพัฒนาเทคโนโลยีนี้ให้ก้าวหน้าได้ ต้อง มีการพัฒนาการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำจนถึง ปลายน้ำ ต้นน้ำ คือ การผลิตวัสดุสำหรับทำโซลาร์เซลล์ ที่เรียกว่า EVA หรือโพลีเมอร์กันความชื้นจากภายนอก ซึ่งปัจจุบัน สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวท.) ได้พัฒนาร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ส่วนเครื่องจักรที่ใช้สำหรับผลิตโซลาร์เซลล์นั้น ประเทศไทยยังไม่สามารถผลิตได้เอง แต่ก็มีแผนที่จะพัฒนาขึ้นเองเพื่อทำให้ต้นทุนการผลิตถูกลง

สำหรับกลางน้ำเป็นเรื่องของการพัฒนาประสิทธิภาพของโซลาร์เซลล์ ซึ่งที่ใช้กันอยู่ปัจจุบันมีอยู่ 2 แบบ คือ แบบหนาที่ต้องใช้ซิลิคอนจำนวนมาก และแบบบางที่ใช้ซิลิคอนน้อย การพัฒนาให้มีการใช้แบบบางก็จะช่วยประหยัดต้นทุน แต่ต้องทำให้มีประสิทธิภาพสูงที่สุดด้วย ส่วนปลายน้ำเป็นการใช้งานแอพพลิเคชั่นต่างๆ ที่พัฒนาขึ้นมา เช่น การผลิตไฟฟ้าน้ำร้อน หลังคาโซลาร์เซลล์ ระบบผลิตไฟฟ้า ระบบปรับอากาศ เป็นต้น

แม้ว่าพลังงานแสงอาทิตย์จะสามารถนำมาใช้ผลิตไฟฟ้า และลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลในการผลิตไฟฟ้าได้มากก็ตาม แต่ปัญหาในปัจจุบันคือต้นทุนในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ยังคงสูงอ ยู่ โดยมีต้นทุนการผลิตสูงกว่าการผลิตไฟฟ้า แบบเดิมกว่าเท่าตัว ดังนั้นหากทำให้ค่าไฟที่ได้จากพลังงานแสงอาทิตย์มีราคาเท่ากับค่าไฟฟ้าใน ปัจจุบัน และถ้าเราสามารถผลิตเครื่องจักรเพื่อผลิตวัสดุอุปกรณ์ได้สำเร็จก็จะสามารถนำ พลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด กระทรวงพลังงานเองก็มีแนวทางการส่งเสริมการใช้โซลาร์เซลล์ของไทยในปัจจุบัน โดยได้วางเป้าหมายส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนปี 2551-2554 ให้ได้ 10.8% ของการใช้พลังงานทั้งหมดและกำหนดแผนพัฒนาแสงอาทิตย์เพื่อผลิตไฟฟ้าให้ได้ 45 เมะวัตต์ ผ่านมาตรการส่งเสริมการลงทุน โดยยกเว้นภาษีนำเข้าวัตถุดิบสำหรับผลิตแผงโซลาร์เซลล์เพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า จากพลังงานหมุนเวียน รวมทั้งการสนับสนุนให้เกิดโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ซึ่งโรงไฟฟ้าพลังงานแสง อาทิตย์ขนาด 1 เมกะวัตต์ มีมูลค่าการลงทุน ประมาณ 110 ล้านบาท ใช้แผงโซลาร์เซลล์ขนาด 50 วัตต์ จำนวน 20,000 แผง บนพื้นที่ประมาณ 25 ไร่ การจะสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ จึงต้องหาพื้นที่ประมาณ 25 ไร่ การจะสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ จึงต้องหาพื้นที่ที่เหมาะสม คือ ควรเป็นพื้นที่ที่ได้รับแสงอาทิตย์ ประมาณ 1,800-1,900 ชั่วโมงต่อปี ปัจจุบันประเทศไทยมีโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แล้วในหลายจังหวัด คือ ฉะเชิงเทรา อุดรธานี ลพบุรี อ่างทอง เพชรบุรี และนครสวรรค์ ปัจจุบันมีการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ได้ประมาณ 26.4 เมกะวัตต์





จริงๆแล้วกรุงเทพมหานคร เป็นพื้นที่ที่ให้พลังงานแสงอาทิตย์สูงสุดถึง 5.5 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมงต่อตารางเมตร แต่พื้นที่ในกรุงเทพฯ ค่อนข้างแคบและมีราคาแพง จึงเป็นเรื่องน่าเสียดาย แต่ถ้าหากมีการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่องแล้ว ในอนาคต คนกรุงเทพฯ ก็อาจจะได้ใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์มากขึ้นซึ่งเป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะกรุงเทพฯ เป็นพื้นที่ที่มีการใช้พลังงานมากที่สุดในประเทศ หันมาดูประเทศที่ให้ความสำคัญกับพลังงานทดแทนมากที่สุดในโลก นั่นคือ ประเทศญี่ปุ่น ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่ผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์มากที่สุดประมาณ 46% ของปริมาณการผลิตทั่วโลกที่ 1,656 เมกะวัตต์ รองลงมา คือ ประเทศในแถบยุโรป สัดส่วนการผลิต 28% อันดับที่ 3 คือ สหรัฐอเมริกา สัดส่วนการผลิต 10% และประเทศอื่นๆ มีการผลิตประมาณ 16%

สำหรับประเทศไทยมีแสงอาทิตย์มากกว่าประเทศ ญี่ปุ่น 1.5% แต่ญี่ปุ่นมีการใช้พลังงานแสงอาทิตย์มากกว่าประเทศไทยถึง 100 เท่า นี่แสดงให้เห็นว่า ญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับการใช้พลังงานทดแทนมากแค่ไหน ในขณะที่คนไทยส่วนใหญ่ยังไม่เห็นความสำคัญของการนำพลังงานทดแทนเหล่านี้มา ใช้ประโยชน์อย่างจริงจัง

ในภาวะราคาน้ำมันแพง รวมทั้งภาวะโลกร้อนในปัจจุบัน จึงไม่ใช่เรื่องที่จะชะล่าใจกันต่อไปได้อีกว่า เรายังมีพลังงานใช้อย่างฟุ่มเฟือยหากทำให้คนไทยตระหนักว่า พลังงานทดแทนมีความสำคัญมากแค่ไหน และการใช้พลังงานธรรมชาติเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวันเราก็จะมีพลังงานใช้ ได้อย่างไม่มีวันหมด โดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์ เป็นพลังงานสะอาดที่ไม่มีเสียง ไม่มีกลิ่น และไม่สร้างมลพิษ และยังเป็นพลังงานที่จะยังอยู่กับเราไปอีกกว่า 4,000 ล้านปี ถ้าเทคโนโลยีโซลาร์เซลล์ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนมีประสิทธิภาพสูง ขึ้นมาก ปัญหาเรื่องพลังงานคงจะหมดไปจากประเทศไทยหรือโลกใบนี้
ก่อนตะวันจะโผล่พ้นขอบฟ้าในวันพรุ่งนี้ เรายังมีความฝันที่จะเห็นแสงสว่างจากพลังงานของดวงอาทิตย์ในยามค่ำคืน..ทั้ง คืนนี้และคืนต่อๆไป


ขอบคุณข้อมูลภายใต้ความร่วมมือของ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) และ วิชาการ.คอม
โดย วารสาร happiness

มา "จับคู่ สุขภาพดี" กันดีกว่า



อาหารหลายประเภทมีประโยชน์ต่อ ร่างกาย แต่หากสามารถรับประทานกับอาหารที่ส่งเสริมกันจะยิ่งส่งผลดีต่อสุขภาพมากขึ้น ไปอีก


มาดูกัน ว่า อาหารคู่ใดบ้างที่ดีต่อสุขภาพ



ไข่ + น้ำส้ม

หลายคนอาจรับประทานอาหารเช้าคู่นี้โดยไม่ รู้ว่าเป็นอาหารที่ส่งเสริมกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ไม่ชอบรับประทานเนื้อสัตว์หรือเป็นมังสวิรัติ ซึ่งอาจจะไม่ได้รับธาตุเหล็กมากเท่าที่ร่างกายต้องการ แม้ว่า ผัก ถั่ว และไข่ จะเป็นอาหารที่มีธาตุเหล็กซึ่งจำเป็นต่อการเสริมสร้างเม็ดเลือด แต่ร่างกายดูดซึมเหล็กจากอาหารเหล่านี้ไปใช้ได้เพียง 2-20 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กจากเนื้อสัตว์ได้ง่ายกว่า การรับประทานอาหารที่วิตามินซีสูง เช่น น้ำส้ม จะช่วยให้ร่างกายสามารถดูดซึมธาตุเหล็กจากไข่ ผัก และถั่วได้มากขึ้นถึง 6 เท่า ซึ่งมากพอจะช่วยให้ร่างกายไม่รู้สึกอ่อนเพลียเพราะโลหิตจางได้


ขมิ้น + พริกไทยดำ


แกงกะหรี่ ได้ชื่อว่าเป็น อาหารเพื่อสุขภาพที่คนอินเดียคุ้นเคยกันดี เพราะส่วนผสมหลักคือผงขมิ้นมีประโยชน์ต่อร่างกาย ผลการวิจัยชิ้นล่าสุดพบว่า ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ที่รับประทานเคอร์คูมินวันละ 1 กรัม ช่วยให้เซลล์สมองถูกทำลายน้ำลง อย่างไรก็ตามร่างกายดูดซึมสารเคอร์คูมินไปใช้งานได้น้อยมาก แต่ถ้ารับประทานพริกไทยดำไปพร้อมกันด้วยจะช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารเคอร์คูมิ นมากขึ้นถึง 2,000 เท่า


Hamburger + นม


อาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง เช่น แฮมเบอร์เกอร์ เนื้อติดมัน หมูติดมัน ฯลฯ นับเป็นศัตรูตัวร้ายของสุขภาพ แต่บางครั้งบางคราวหลายคนก็อดใจไม่ได้ หรือบางทีก็จำเป็นต้องรับประทานเพราะความเร่งรีบ หากอยากลดผลกระทบจากไขมันอิ่มตัวเหล่านี้ลงบ้าง ผลการวิจัยแนะนำให้รับประทานเครื่องดื่มหรือของหวานที่มีแคลเซี่ยมสูง เช่น นมไร้ไขมัน นมถั่วเหลือง 1 แก้ว จะช่วยป้องกันไม่ให้ร่างกายดูดซึมไขมันอิ่มตัวเหล่านี้


ชาเขียว + มะนาว


ผล การวิจัยจากประเทศญี่ปุ่นซึ่งติดตามศึกษา ผู้หญิงและผู้ชายจำนวนมากกว่า 40,500 คน พบว่า ผู้ที่ดื่มชาเขียววันละ 5 แก้ว ขึ้นไปเป็นประจำทุกวัน เสี่ยงต่อการเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมองน้อยที่สุด แต่ที่น่าเสียดายคือ ระบบย่อยอาหารที่ทำให้สารต้านอนุมูลอิสระในชาเหลือไม่ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ ของปริมาณที่มีในชาก่อนดื่ม แต่ถ้าผู้ดื่มชาเขียวเติมน้ำมะนาวหรือน้ำส้มลงไปในชาเขียวเพียงเล็กน้อย วิตามินซีในน้ำมะนาวหรือน้ำส้มจะช่วยให้ร่างกายดูดซึมอนุมูลอิสระได้ดีขึ้น 13 เท่า ซึ่งทำให้การดื่มชาเขียวเพียงวันละ 1-2 แก้ว ก็ช่วยป้องกันโรคร้ายดังกล่าวอย่าได้ผลแล้ว






ที่มา : นิตยสาร แพรว

วันอังคารที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2553

Nokia C7 สาวกโซเชียลลิสต้า ไม่ควรพลาด

Nokia เร่งเครื่องเต็มสูบด้วยการประกาศเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ แชทสนุกอีเมลกระหน่ำ อัปเดททุกเวลา สีสันสดใสให้เลือกมากมาย นั่นคือ Nokia C7 สมาร์ทโฟนที่เน้นฟังก์ชันการใช้งาน Social Network และทำงานด้วยระบบปฏิบัติการคู่ขวัญ Symbian เช่นเดียวกับ Nokia N8 ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา

"Nokia C7" เป็นการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่าง กระจกและสเตนเลสเคลือบเงา ในสมาร์ทโฟนหน้าจอระบบสัมผัส ที่มีขนาดบางเบา กล้อง 8 ล้านพิกเซล ROM 1GB และหน่วยความจำ RAM 256MB หน่วยความจำภายใน 8GB โดยสามารถฟีดข้อมูลจาก Facebook และ Twitter ขึ้นมาที่หน้า Home screen ได้โดยตรง มันยังสามารถเข้าถึงอีเมล์ ตลอดจนแอพพลิเคชันต่างๆ รวมถึงเกมส์ได้ด้วยการกดปุ่มเพียงครั้งเดียว และบริการต่างๆ ใน Ovi Store ของ Nokia

คุณสมบัติพื้นฐาน ของตัวเครื่อง Nokia C7
ดีไซน์สวยดุจงานฝีมือ

  • ดีไซน์ล้ำสมัยด้วยวัสดุสเตนเลสขัดเงาและกระจก
  • ดูวิดีโอและภาพได้คมชัดด้วยหน้าจอความละเอียดสูง สีสันสดใสขนาด 3.5"
  • หน้าจอหลักสามหน้าจอที่สามารถปรับเปลี่ยนรายชื่อติดต่อ แอป และอื่นๆ ให้เป็นแบบเฉพาะของคุณเอง
  • การวางนิ้วในรูปแบบต่างๆ บนหน้าจอ เช่น การจีบนิ้วเพื่อซูมภาพ ตวัดนิ้วเพื่อเลื่อนหน้าจอ และแตะเบาๆ เพื่อเลือก
  • ดูแอปที่กำลังเปิดใช้งานทั้งหมด แล้วแตะเบาๆ บนหน้าจอเพื่อสลับแอปที่เปิดอยู่ได้ง่าย

เครือข่ายสังคมที่มาพร้อมในตัว

  • รับทุกการอัพเดททันทีจาก Facebook และ Twitter โดยตรงบนหน้าจอหลักของคุณ
  • อัพเดทสถานะของคุณในทุกเครือข่ายสังคมได้พร้อมกัน
  • เพิ่มกิจกรรม Social events ในปฏิทินของคุณได้ง่าย เพียงแค่คลิกเดียว
  • แบ่งปันตำแหน่งของคุณผ่าน Facebook แล้วพบกับเพื่อนๆ ที่อยู่ใกล้
  • โพสต์ความคิดเห็นและภาพถ่ายจากหน้าจอหลักได้โดยตรง

แอปและอื่นๆ อีกมากมายจาก Ovi Store

  • มีแอปให้เลือกนับพัน รวมถึง Sports Tracker และ Here and now
  • มีแอปใหม่เพิ่มใน Ovi Store อย่างต่อเนื่อง
  • และมีหลายรายการที่โหลดได้ฟรี
  • ลองเล่นเกมส์ใหม่ๆ แล้วซื้อเกมส์ที่คุณชอบ
  • มีวอลเปเปอร์และธีมให้เลือกมากมาย
  • ตอบสนองทุกสไตล์และความชอบ
  • ดาวน์โหลดพอดคาสต์ ทั้งข่าว กีฬา บันเทิงและอื่นๆ อีกมากมาย
  • เยี่ยมชม Ovi Store

แผนที่พร้อมระบบนำทางด้วย GPS ฟรี

  • ค้นหาเส้นทางที่ดีที่สุด แล้วไปยังจุดหมายของคุณ ได้ตรงเวลาด้วย Ovi Maps
  • รับระบบนำทางฟรีตลอดชีพ พร้อมคำแนะนำด้วย เสียงแบบเลี้ยวต่อเลี้ยว
  • บันทึกคำแนะนำให้เป็นเสียงของคุณเองด้วย Own Voice แล้วแบ่งปันบน Facebook
  • ค้นหาภัตตาคาร สถานที่สำคัญ และจุดที่น่าสนใจอื่นๆ ที่อยู่ใกล้
  • ใช้ชุดหูฟังไร้สาย Bluetooth Headset BH-217 เพื่อรับฟังระบบนำทางด้วยเสียงได้ชัดเจนขณะเดินทาง

ความบันเทิงบนมือถือที่ยอดเยี่ยม

  • ถ่ายภาพและวิดีโอความละเอียดสูงด้วยกล้องดิจิตอล 8 ล้านพิกเซล
  • ชม National Geographic, CNN, BBC และช่องรายการอื่นๆ อีกมากมายด้วย Web TV
  • ฟังเพลงจากระบบสเตอริโอในรถยนต์ด้วยภาคส่งสัญญาณ FM ในตัว
  • พลิกดูหน้าปกอัลบั้มและสร้างรายการเล่นเพลงโปรดของคุณ
  • เล่นเพลงให้ดังกระหึ่มด้วยลำโพงชนิดพกพา MD-9 ที่ทรงพลัง

ขุมพลังจาก Symbianˆ3

  • เพลิดเพลินกับคุณสมบัติมากกว่า 250 รายการจากระบบปฏิบัติการ Symbianˆ3
  • รับแต่งโทรศัพท์ของคุณเองได้มากกว่าที่เคย
  • ระบบสัมผัสหน้าจอที่ใช้งานง่ายขึ้น
  • ใช้งานแอปได้พร้อมกันโดยไม่สิ้นเปลืองแบตเตอรี่
  • พัฒนาแอปของคุณเองได้ง่ายขึ้น

เป็นไงกันบ้าง หวังเป็นอย่างยิ่งว่าข้อมูลด้านบนของ "Nokia C7" ที่ทางทีมงานนำมาฝากเหล่าสาวกโซเชียลลิสต้าคงเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจใคร หลาย ๆ คนเก็บเงินรอกันได้เลย

เรียบเรียงข้อมูลโดยทีมงาน : hitech
ขอบ คุณภาพประกอบจาก : gsmarena.com, Nokia

มีไปทำไม...~





























แม่หอบ คืออะไร



แม่หอบ (อังกฤษ: mud lobster, mangrove lobster) เป็นสัตว์น้ำประเภทสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังชนิดหนึ่ง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Thalassina anomala จัดอยู่ในไฟลัมย่อยครัสตาเซียน

จัดเป็นสิ่งมีชีวิตเพียงชนิดเดียวเท่านั้น ที่อยู่ในสกุล Thalassina และวงศ์ Thalassinidae

มีรูปร่างคล้ายกุ้งผสมกับปูโดย ขาคู่แรกขนาดใหญ่คล้ายก้ามปู นอกจากใช้เดินแล้วยังทำหน้าที่ขุดรูและขนดินออกมากองคล้ายจอมปลวก แต่มีขนาดเล็กกว่า หัวเหมือนกุ้งมีขนาดใหญ่ ลำตัวสีแดงเข้มเป็นปล้อง ๆ คล้ายกั้ง ท้องขนาดเล็กยาวเรียวไม่มีแพนหาง ลักษณะคล้ายแมงป่อง มีขนาดความยาวประมาณ 20-30 เซนติเมตร

อาศัย โดยการขุดรูอยู่ตามพื้นป่าชายเลน โดยขนดินขึ้นมากองทับถมกันเป็นเนินสูง และอาศัยอยู่ด้านใต้กองดินนั้น สามารถอยู่บนบกได้เป็นเวลานานกว่าครัสตาเซียนจำพวกอื่น ๆ ในประเทศไทยพบเฉพาะป่าชายเลนทางภาคใต้ โดยเฉพาะภาคใต้ฝั่งทะเลอันดามัน ในต่างประเทศพบได้ที่อินเดียจรดถึงเวียดนาม จนถึงชายฝั่งทะเลของปาปัวนิวกินีและออสเตรเลียทางตอนเหนือและตะวันตก

การ ที่ได้ชื่อในภาษาไทยว่า "แม่หอบ" เนื่องจาก มีความเชื่อว่า เนื้อของแม่หอบสามารถรักษาอาการหอบหืดได้ จึงนิยมนำมาเผาไฟรับประทานกันในอดีต

สถานะปัจจุบันของแม่หอบ ถือได้ว่าหมิ่นเหม่ต่อการสูญพันธุ์ อันเนื่องจากสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนไป ประกอบกับเป็นสัตว์ที่ค่อนข้างบอบบางตายง่าย เช่น ในช่วงฤดูมรสุมน้ำทะเลอาจท่วมรูของแม่หอบ จนทำให้แม่หอบตายได้

ลดบางอย่าง ...ได้หลายสิ่ง




หากท่านลดบางอย่างให้น้อยลง
ท่านจะได้หลายสิ่งกลับมามากขึ้น
หากท่านลดความโกรธให้น้อยลง
ท่านจะได้สติกลับมามากขึ้น
หากท่านลดค่าใช้จ่ายให้น้อยลง
ท่านจะได้เงินเก็บมากขึ้น
หากท่านลดความคิดที่จะหาคนที่ถูกน้อยลง
ท่านจะได้คำตอบสำหรับทำเรื่องที่ถูกต้องมากขึ้น
หากท่านลดการพูดให้น้อยลง
ท่านจะทำหลายอย่างได้มากขึ้น
หากท่านคิดถึงคนที่ท่านรักให้น้อยลง
ท่านจะเข้าใจคนที่ท่านรักได้มากขึ้น
หากท่านรักตัวท่านเองให้น้อยลง
คนอื่นรักท่านมากขึ้น
หากท่านพูดให้ร้ายคนอื่นให้น้อยลง
มีคนพูดถึงท่านในแง่ดีมากขึ้น
หากท่านแสดงความฉลาดให้น้อยลง
ท่านจะได้ความรู้เพิ่มมากขึ้น
หากท่านออกนอกบ้านให้น้อยลง
ท่านจะได้ความอบอุ่นในครอบครัวมากขึ้น
หากท่านนอนให้น้อยลง
ท่านจะทำหลายอย่างได้มากขึ้น
หากท่านคิดเรื่องเครียดให้น้อยลง
ท่านจะยิ้มได้มากขึ้น
หากท่านลดความอายให้น้อยลง
ท่านจะได้ความกล้ามากขึ้น
หากท่านดูละครให้น้อยลง
ท่านจะอ่านหนังสือได้มากขึ้น
หากท่านวิ่งให้ช้าลง
ท่านจะมองเห็นคนข้างหลังมากขึ้น
หากท่านเชื่อให้น้อยลง
ท่านจะมองเห็นอะไรได้มากขึ้น
หากท่านลดทิฐิให้น้อยลง
ท่านจะรู้จักอภัยมากขึ้น
หากท่านกระโดดให้น้อยลง
ท่านจะเดินได้มั่นคงมากขึ้น
หากท่านกินให้น้อยลง
ท่านจะอิ่มได้มากขึ้น
หากท่านก้มหน้าให้น้อยลง
ท่านจะมองเห็นได้ไกลขึ้น
หากท่านพักเหนื่อยให้น้อยลง
ท่านรู้จักความสบายมากขึ้น
หากท่านเห็นแก่ตัวให้น้อยลง
จะมีคนรอดชีวิตมากขึ้น
หากท่านแบกของหนักให้น้อยลง
ชีวิตของท่านเบามากขึ้น
หากท่านทะเลาะกับเด็กให้น้อยลง
ท่านจะโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น
หากท่านทะเลาะกับผู้ใหญ่ให้น้อยลง
ท่านจะได้รับการเอ็นดูมากขึ้น
หากท่านเป่าลมออกให้น้อยลง
ท่านจะสูดลมเข้าได้มากขึ้น
หากท่านแอบฟังให้น้อยลง
ท่านจะได้ยินอะไรมากขึ้น
หากท่านคิดคำถามให้น้อยลง
ท่านเห็นคำตอบมากขึ้น

……. แล้วคุณลดอะไรไปบ้างแล้วล่ะ ………

กฎน่ารักๆ ที่จะทำให้คุณยิ้ม




เหตุการณ์ รอบตัวบ่อยครั้งทำให้นึกน้อยใจในโชคชะตา เพราะมัน
มักเลวร้ายกว่าที่ควร เช่น

ขับรถมาเป็นสิบปีไม่เคยชนอะไร แต่พอ
ถูกขอร้อง ให้ถอยรถเพื่อน ออกจากซอยไม่ถึง 30 เมตร กลับชนเสา
ไฟฟ้าโครมใหญ่

เหตุการณ์ เลวร้ายเกิดเหมือนสวรรค์แกล้งนี้ เกิดบ่อยกับทุกคน จนมี
ผู้ตั้งเป็นกฎ ไว้ เรียกว่า กฎของเมอร์ฟี่ ความว่า ถ้ามันเคยผิดพลาด
มันก็จะผิดซ้ำอีก

นอกจากกฎของเมอร์ฟี่ ยังมีกฎอื่นๆ ที่มีผู้สังเกตพบมากมาย สมควร
รวบรวมไว้ดังนี้

1.กฎความเป็นไปได้
ขนมปังทาเนยที่พลัด ตกพื้น จะเอาหน้าด้านที่
มีเนยคว่ำลงเสมอ และโอกาสที่เนยตกเปื้อนพรม จะมีมากขึ้นเป็น
สัดส่วนกับราคาของพรม

2.การดูดวง
หมอดูมักทายหลายเรื่องทั้ง ดีและเลว แต่เรื่องที่แม่นที่
สุดคือเรื่องที่เลวที่สุด

3.กฎแห่งความแม่นยำ
หากขว้างก้อนหิน สะเปะสะปะ มันจะพุ่ง
ตรงเข้าหาวัตถุที่มีราคาแพงที่สุด

4.กฎของหาย
ของใช้ที่เราเห็นทุกวันจะ หายต่อเมื่อเราต้องการใช้
มัน

5.กฎ ของเมธี
เลขเด็ดที่เราไม่ซื้อ คือเลขที่จะออกงวดนั้น และหวยที่
เราซื้อมักใกล้เคียงกับหวยที่ออก หากได้บวกลบคูณหารด้วยเลข
อะไร สักตัว หรือกลับหน้ากลับหลัง แต่ถ้าเราซื้อเลขกลับ มันจะ
ออกเลขตรง และถ้าเราซื้อทั้งสองแบบมันจะไม่ออกเลย

6.กฎแรงโน้มถ่วง
วัตถุ 2 ชิ้นน้ำหนักไม่เท่ากัน จะตกถึงพื้นด้วย
ความเร็วขนาดที่ทำลาย ทรัพย์สินได้มากที่สุดเท่าๆกัน

7.ข้อ พิจารณาในการเลือกซื้อหนังสือ
หนังสือปกสวย เนื้อในมัก
ห่วย หนังสือปกขี้เหร่ เนื้อในห่วยกว่า






8.กฎห้ามพูด
คน ไทยรู้จักกฎนี้ดี จนมีสุภาษิตว่า &เข้าป่าอย่าเรียก
หาเสือ& กฎมีว่า ทันทีที่คุณพูดแสดงความคาดหวัง ถ้าหวังสิ่ง
เลวสิ่งเลวจะมาหา และถ้าหวังสิ่งดี สิ่งเลวก็จะมาหา

9.กฎ ของโฮว์ (Howe's Law)
มนุษย์ทุกคนมักจะทำอะไรไม่
สำเร็จ

10.กฎของไซเมอร์กี้
ถ้า คุณรื้อชิ้นส่วนออกมาประกอบใหม่จะมีน็อต
เหลือเสมอ

11.ข้อสังเกตของอีตัวร์
รถเลนข้างๆ มักเคลื่อนตัวดีกว่าเลนของเรา


12. กฎการแก้ปัญหา

ในปัญหาใหญ่ๆ ที่เป็นอุปสรรคให้เราแก้ มักมี
ปัญหาเล็กๆ อยู่ภายในซึ่งพร้อมจะขยายตัว แทนที่ทันทีที่
ปัญหาใหญ่ได้รับการแก้ไข ลุล่วง

13. กฎทอง
คน มีทองคือคนออกกฎ

14.ธรรมชาติของ มนุษย์
มนุษย์เรามีสองประเภทประเภทแรก คือ
คนที่ ชอบแยกคนเป็นสองจำพวก ประเภทที่สอง คือ คนที่
รังเกียจพวกแรก

15. กฎยิ่งน้อยยิ่งดีของซีกัล
คนที่ มีนาฬิกาเรือนเดียว จะรู้เวลา
แน่นอน คนที่มีนาฬิกาเพิ่ม มาอีกเรือน จะไม่แน่ใจว่า เวลาใด
ถูกต้อง

16.กฎ การใช้เวลาเหลื่อมล้ำ
การเริ่มต้นงานเป็นสิ่งยาก เพราะงาน
90 % แรก จะกิน เวลาไปถึง 90% ของเวลาในโครงการ
ส่วนงาน 10% ที่เหลือจะกินเวลาอีก 90% ของเวลาใน
โครงการ

ที่ มา
FWDDER

น้ำแร่...แน่นักหรือว่าดีกว่า



มนุษย์ดื่มน้ำกันมากในแต่ละวันเพราะร่างกายต้องการ แต่ในระยะหลังๆ ดูเหมือนจะมีเงื่อนไขรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับน้ำดื่มมากขึ้น จนเดี๋ยวนี้บางคนไม่ยอมดื่มน้ำปกติ แต่ต้องเรียกหาน้ำแร่


เมื่อก่อนนี้น้ำแร่คือน้ำแร่จริงๆ คือเป็นน้ำจากใต้ดินซึ่งอยู่ในพื้นที่ที่มีการคละเคล้าปะปนกับสารอาหารที่ อยู่ในแร่ธาตุต่างๆ จึงเชื่อกันมานานแล้วว่าการดื่ม น้ำแร่นั้นดีต่อสุขภาพ เป็นสิ่งที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพโดยทำให้ร่างกายสดชื่นแข็งแรงขึ้น น้ำแร่จึงกลายเป็นสินค้าในเชิงธุรกิจที่สำคัญ และโฆษณาชนิดเสริมความเชื่อเดิมนั้น แรง จนเราลืมคิดกันไปว่าร่างกายต้องการน้ำแร่จริงๆ หรือไม่


แท้ที่จริงแล้วเราดื่มน้ำแร่ เพื่อความสดชื่นเท่านั้นเองนะครับ แร่ธาตุในน้ำแร่นั้นไม่ใช่แร่ธาตุที่ร่างกายเราต้องการในปริมาณมากมายนัก และเราก็ได้รับแร่ธาตุพอสมควรแล้วจากการกินอาหาร การ ดื่มน้ำแร่ หรือดื่มน้ำประปาที่สะอาด หรือดื่มน้ำบรรจุขวดขาย ดูจะไม่แตกต่างกันนัก การดื่มน้ำแร่จึงไม่ใช่ของที่จำเป็น ศาสตร์ทางโภชนาการไม่เคยพูดถึงเรื่องน้ำแร่เลย จึงเป็นเรื่องของผู้บริโภคว่าจะยินยอมเสียเงินเพื่อซื้อน้ำแร่มาดื่มหรือ เปล่าเท่านั้นเอง


แต่เราไม่ได้มาชวนต่อต้านน้ำแร่ ใครที่อยากดื่มก็เชิญดื่มได้ตามสบาย เพียงแต่ประเด็นก็คือ แร่ธาตุที่มีมากกว่าน้ำธรรมดาในน้ำแร่นั้น ไม่ได้เพิ่มสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย เพราะร่างกายไม่สามารถรับได้เนื่องจากมีเกินพอไปเสียแล้ว

ดนตรี บำบัดความเจ็บปวด



อาการ ปวดเรื้อรังเป็นปัญหาที่สร้างทุกข์ทรมานให้กับผู้คนจำนวนมาก แม้จะมียากินแต่ก็ช่วยบรรเทาได้ชั่วขณะนักวิทยาศาสตร์ในออสเตรเลีย จึงมีแนวคิดที่จะใช้ดนตรีมาช่วยรักษาความเจ็บปวดเหล่านี้ให้หายไป




ความเจ็บปวดเรื้อรังเป็นสิ่งที่บั่นทอนสุขภาพอย่างมากและส่งผลกระทบ ต่อกิจวัตรประจำวันไม่ว่าจะเป็นการทำงานหรือการนอนใครที่ต้องทนทุกข์ทรมาน กับความเจ็บปวดในลักษณะนี้ก็แทบจะไม่มีความสุขในชีวิตไปเลยก็ว่าได้




แต่ล่าสุดคณะนักวิทยาศาสตร์ในออสเตรเลียได้ทดลองนำดนตรีมาใช้บำบัด อาการเจ็บปวดเรื้อรังโดยไม่ต้องพึ่งพายาให้มีผลข้างเคียง โดยคณะนักวิทยาสตร์ของศูนย์วิจัยความเจ็บปวดแห่งโรงพยาบาลโรยัล นอร์ธ ชอร์ ในนครซิดนี่ย์ ได้ทดลองนำดนตรีมาบำบัดความเจ็บปวดให้กับคนไข้




ขั้นตอนการบำบัดเริ่มจากการให้นักดนตรีของวงซิดนี่ย์ ซิมโฟนี่ ออเคสตร้า มาบรรเลงเพลงคลาสสิคพร้อมๆไปกับให้คนไข้ได้ยืดเส้นยืดสายออกกำลังกายเล็กๆ น้อยๆโดยคณะนักวิทยาศาสตร์ที่เป็นผู้ทดลองเชื่อว่า ดนตรีจะช่วยสร้างความผ่อนคลาย ลดความเจ็บปวด ช่วยให้คนไข้มีสุขภาพจิตที่ดี ทำให้เจ็บปวดเรื้อรังค่อยๆ จางหาย

สิ่งมหัศจรรย์ เกี่ยวกับความรัก 6 แบบ




ความรักมีหลากแบบ ความรักเกิดได้หลายแบบ และความรักของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน แต่ยังไงๆ เรื่องความรัก ก็ยังมีเรื่องให้คนต้องการรัก หรือคนมีรักได้รับการเซอร์ไพรส์อยู่เสมอ ซึ่งวันนี้เราก็มีเรื่องเกี่ยวกับมหัศจรรย์ของความรักมาให้อ่านกันด้วยค่ะ . . . เอ่อ ว่าแต่รักของคุณเป็นเช่นนี้อ่ะเปล่าเอ่ย?


1.รักแรกพบมีจริง

มันเป็นไปได้ที่เราจะรักใครซักคน ที่เพิ่งเจอแค่แป๊ปเดียว ทางชีวภาพสัตว์ต้องหาคู่ให้ได้ ก่อนฤดูผสมพันธุ์สิ้นสุด ก็เลยถูกตาต้องใจกันอย่างเร็ว ในเมื่อสมองเราส่งสารแบบนั้น เราก็เลยสามารถตอบโต้ตัวกระตุ้นความชอบ ภาษากายและความเข้ากันได้อย่างรวดเร็ว


2.อยู่ห่างๆ กันบ้างก็ดี

ในขณะที่คุณกำลังคลั่งรักหัวปักหัวปำ สิ่งที่คุณอยากทำก็คือ เอาอกเอาใจเขา และอยากเกาะติดเขาแจได้ทั้งวันทั้งคืน การอยู่ห่างกันทำให้สารเคมีแห่งความรัก อย่างโดพามีนและนอเรฟฟินเนฟฟิลในสมองเพิ่มผลผลิต


3.ความรักไม่ใช่เรื่องของอารมณ์

ความรักกระตุ้นสมองส่วนที่สัมพันธ์กับการจดจ่อไปที่แรงจูงใจ และแรงผลักดัน ซึ่งตรงข้ามกับสมองส่วนความรู้สึก เช่น ความสุขหรือความเศร้า ตอนนี้เราก็รู้แล้วว่าทำไมเราถึงว้าวุ่นใจเป็นพิเศษ สำหรับคนที่ทำให้ชีพจรเราเต้นรัว


4.ความรักเป็นสิ่งเสพ ติด

เมื่อเราดูรูปคนรักเก่า ส่วนของสมองที่เกี่ยวข้อง กับการเสพติดแอคทีฟเป็นพิเศษเลย โดพามีนถูกหลั่งออกมา แล้วเราก็รู้สึกเคลิบเคลิ้ม จิตใจหวั่นไหวล่องลอยอย่างแรง เหมือนใช้ยาเสพติดเลย นั่นคือสาเหตุที่เราโหยหาหวานใจเราไง


5.ผู้ชายรักง่ายกว่าผู้หญิง

เรามีแนวโน้มจะคิดว่าผู้หญิงรีบร้อนที่จะมีรัก แต่ความจริงผู้ชายเป็นอย่างนั้นมากกว่า สมองผู้ชายติดตั้งสัญญาณเกี่ยวกับการมองเห็นมากกว่า ดังนั้น เมื่อหนุ่มเห็นสาวที่ทำให้เครื่องเขาติด ก็จะมีแรงไปกระตุ้นสมองส่วนพิเศษที่มีเฉพาะในเพศชาย

6.คนที่ใช่ ไม่ได้มีเพียงคนเดียว

ถ้าคุณคิดว่าคุณทำคู่แท้หลุดมือไปแล้วล่ะก็อย่าเสียใจไปเลย โลกนี้เต็มไปด้วยผู้ชายที่มีแนวโน้มจะเป็นคนที่ใช่เยอะแยะ เหตุผลที่ผู้หญิงมากมายทุกข์ใจจากการเดท ก็เพราะพวกเธอเชื่อว่าโลกนี้มีผู้ชายแค่คนเดียวที่ถูกสร้างมาเพื่อเธอ



ที่มา
fwm

● โรคที่มาจาก ‘นั่ง’ นานเกินไป ●



ข่าวการเสียชีวิตของสุภาพสตรีชาวออสเตรเลียด้วยภาวะโรคชนิด หนึ่ง ที่เรียกว่า โรคอีโคโนมี คลาสซินโตรม (Economy class syndrome) ทำให้สายการบินทั่วโลกต่างตระหนักถึงความ ปลอดภัยของผู้โดยสาร โรคอีโคโนมี คลาส ซินโดรม นี้ พบในผู้โดยสารที่เดินทางใช้ระยะเวลาบินครั้งละนานเกิน 3 ชั่วโมงขึ้นไป โรคหลอดเลือดด่าอุดตัน หรือ Deep Venous Thrombosis (DVT) ซึ่งนอกจากจะเกิดกับผู้โดยสารชั้นประหยัดแล้ว ผู้โดยสารชั้นหนึ่ง ชั้นธุรกิจหรือแม้แต่นักบินก็เสี่ยงเป็นโรคนี้เช่นกันเพียงแต่ไม่มากเท่า

กลุ่มอาชีพเสี่ยง ได้แก่ พนักงานขับรถแท็กซี่ รถโดยสารประจำทาง รถบรรทุกส่งของเดินทางระหว่างจังหวัด หรือผู้ที่นั่งโต๊ะทำงานตั้งแต่เช้าจรดเย็นผู้เข้าชมภาพยนตร์เรื่องยาวๆ



อาการ
จะปวดบวดแดงบริเวณน่องหรือข้อเท้า อาการของโรคดีวีทีเกิดจากการที่เลือดจับตัวเป็นลิ่ม หรือชิ้นเล็กๆ แล้วไหลเข้าไปตามกระแสเลือด อาจไปอุดตันตามอวัยวะที่สำคัญ เช่น ปอด หัวใจ ฯลฯ ทำให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้

วิธี ป้องกัน
1.กินยาแอสไพรินวันละ 1/2 เม็ด ก่อนเดินทาง 2 วัน และอีก 1/2 เม็ด เมื่ออยู่บนเครื่อง
2.เลือกที่นั่งใกล้ทางเดิน อย่านั่งด้านใน เพราะนั่งใกล้ทางเดินจะมีที่ว่างให้เหยียดแขน ขา แก้อาการเมื่อยขบ
3.อย่านั่งไขว้ขา เปลี่ยนอิริยาบถบ่อยๆ ลุกเดินบ้าง
4.หมั่นบริหารขาทั้ง 2 ข้าง ยกขึ้นสูงเท่าที่จะยกได้ เหยียดนิ้วเท้ากางออก เหยียดนิ้วเท้าชี้ลงพื้น
5.สวมเสื้อผ้าหลวมๆ สบายๆ
6.ควรหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์ และควรดื่มน้ำสะอาดมากๆ

อีกภาวะหนึ่งที่อาจ เกิดร่วมด้วยคือ Travelers Stroke พบว่า ร้อยละ 6 ของผู้ป่วยที่มีภาวะลิ่มเลือดอุดตันหลอดเลือดที่ปอด อาจหลุดไปถึงหลอดเลือดแดงในสมองด้วย โดยผ่านทางช่องเปิดที่ผนังกั้นห้องหัวใจ (persistent foramen ovale หรือ PFO) ซึ่งโดยทั่วไปผนังนี้จะปิด ตั้งแต่วัยทารกแรกเกิด แต่ร้อยละ 17-27 ของคนทั่วไป กลับไม่ปิด ทำให้ลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำเล็ดลอดไปห้องหัวใจด้านซ้ายโดยไม่ผ่านปอดและ หลุดไปอุดหลอดเลือดแดงในสมอง ส่งผลให้เกิดอัมพฤกษ์ได้ เช่น มีอาการใบหน้าเบี้ยว พูดลิ้นแข็ง หรือเสียภาษาพูด แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก เป็นต้น

ส่วนปัจจัยเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดโรคนี้ มีหลายประการ ตั้งแต่ภาวะอ้วน การแข็งตัวของเลือดง่ายกว่าปกติ เพิ่งผ่าตัดใหญ่ หรือผ่าตัดกระดูกชิ้นยาวๆ ภายใน 2 สัปดาห์ มีประวัติเป็นลิ่มเลือดดำอุดตันมาก่อนการไหลเวียนของเลือดในหลอดเลือดดำไม่ ดี มีประวัติเป็นเนื้องอกภายใน 2 ปี กินยาคุมกำเนิด มีภาวะบางอย่างที่จำกัดการเคลื่อนไหว รวมถึงวัยก็มีส่วนคือผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ก็มีโอกาสเสี่ยงเช่นกัน

โรค นี้ป้องกันได้ ถ้าปฏิบัติดังนี้
1.หลีกเลี่ยงการนั่งไขว้ขา หรือการนนั่งงอสะโพกและเข่าเป็นเวลาติดต่อกันนานๆ
2.ออกกำลังกายบริหารขาทั้งสองข้าง ลุกยืนและเดินบ่อยๆ
3.ดื่มน้ำให้มาก หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ ชา กาแฟ
4.หลีกเลี่ยงการกินยานอนหลับ
5.ในผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคลิ่มเลือดอุดตันหลอดเลือดสูง แพทย์อาจพิจารณาให้ยาเพื่อป้องกันการเกิดลิ่มเลือดอุดตันไว้ก่อนเดินทาง นอกจากนั้นมีการศึกษาในผู้ที่แข็งแรงดี พบว่า การใช้ถุงเท้าที่ใช้พันรอบขา สามารถลดโอกาสการเกิดลิ่มเลือดอุดตัน โดยถุงเท้าจะออกแรงบีบกล้ามเนื้อขาเพื่อช่วยไล่เลือดจากขากลับไปยังหัวใจ

ขอขอบคุณข้อมูลภายใต้ความร่วมมือของสสส

วันจันทร์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2553

คู่รัก..กับหมู่โลหิต

กรุ๊ปเลือด

0056

ขอบคุณ : นิตยสารโรงพยาบาลธนบุรี

-----------------------------------------------------------------------------------------------------

เพิ่ม เติม : เว็บมาสเตอร์ yenta4

เช็คนิสัยกับกรุ๊ปเลือด

คนญี่ปุ่นเชื่อกันนัก ว่า ถ้าอยากรู้นิสัยของคนให้แม่นจริงๆ ต้องดูที่การทำนายกรุ๊ปเลือด บางครั้งก่อนที่พวกเขาจะคบใคร ต้องขอเช็คกรุ๊ปเลือดดูก่อนว่าจะเข้ากันได้ไหม มันอาจจะจริงก็ได้ ลองมาอ่านดูแล้ว ก็ไปพิสูจน์กันเอาเองนะ

กรุ๊ป A


หนุ่มสาวประจำกรุ๊ปเลือดนี้ สมกับเป็นกลุ่มคนเจเนอเรชั่นใหม่จริงๆ เพราะคุณเป็นคนที่มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง จนบางครั้งสูงมากจนไม่ฟังความคิดเห็นของใครเลย คนภายนอกอาจมองคุณเป็นคนดื้อเงียบ เพราะคุณเป็นคนเฉยๆ ไม่พูดไม่จา ดูจะเป็นผู้ฟังที่ดี แต่กลับไม่ยอมรับความคิดเห็นของคนอื่น แต่…ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องการให้คนอื่นฟังแต่ความเห็นของคุณคนเดียว คุณเป็นคนมีใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ชอบดูแลเอาใจใส่ (ใครได้เป็นแฟนคงปลื้มน่าดู) แต่ที่สำคัญ บุคลิกเฉยๆ ของคุณที่คนภายนอกเห็นนั้น ความจริงแฝงไว้ด้วยความร้ายกาจดุจคลื่นใต้น้ำเชียวล่ะ

กรุ๊ป B

คุณเป็นคนสนุกสนาน ร่าเริง บุคลิกมีเสน่ห์ทำให้ใครๆ ก็อยากเข้าใกล้ คุณยิ้มต้อนรับให้กับทุกคนที่ก้าวเข้ามาหา ทำให้คนรอบข้างหลงรักคุณโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว คุณเป็นคนมีเพื่อนฝูงมากมาย(ช่างเป็นชีวิตที่น่าอิจฉาเสียจริง) และคุณก็เป็นคนขี้เหงา ขาดเพื่อนไม่ได้เสียด้วย ขณะเดียวกัน คุณเป็นคนที่มีจิตใจเด็ดเดี่ยวไม่ใช่เล่น เป็นหนุ่มสาวผู้พิทักษ์ความยุติธรรมแห่งยุค… และรักความถูกต้องเหนือสิ่งอื่นใด แต่คุณก็กลับไม่ใช่เป็นคนแกร่งเสียจนกระด้าง เพราะความจริง คุณเป็นคนที่มีอารมณ์อ่อนไหว ช่างจินตนาการ และหลงใหลในชีวิตที่เพอร์เฟ็คต์เสียไม่มี

กรุ๊ป O


ดูภายนอกของคุณเป็นคนซีเรียส มาดขรึม คุยไม่เก่ง แต่จริงๆ ลองเข้าไปใกล้ๆ ก็จะรู้ว่าคุณนี้ก็มีเสน่ห์ลึกๆ อยู่เหมือนกัน เพราะความอ่อนโยน และความสุภาพนี่ล่ะ ประทับใจเพศตรงข้ามดีนัก แต่ความจริง คุณก็เป็นคนที่จริงจังกับชีวิตจริงๆ นั่นแหล่ะ ไม่ชอบทำอะไรเพ้อฝัน ไร้สาระ เวลาจะทำอะไรสักอย่าง คุณต้องมีระเบียบแบบแผนและต้องทำให้สำเร็จตามที่กำหนด แถมยังเป็นคนตรงไปตรงมา บุคลิกอย่างนี้ล่ะ ที่จะทำให้คนเป็นคนมีอนาคตที่สดใสรุ่งโรจน์อย่าบอกใคร แต่อย่าทำให้คุณโกรธเชียว เพราะอารมณ์อันเดือดดาลของคุณจะปะทุราวกับภูเขาไฟพ่นพรวด จนคนรอบข้างหลบกันแทบไม่ทัน

กรุ๊ป AB

ว่ากันว่า คุณเป็นนักรักที่อ่อนโยนน่าหลงใหล ใครเข้าใกล้เป็นต้องหลอมละลายเลยเชียว แต่ไม่น่าที่คุณดูจะเป็นคนเอาแต่ใจตัวเองมากไปหน่อย จิตใจไม่มั่นคง ขาดความเข้มแข็ง เอาแน่เอานอนไม่ได้ บางครั้งก็เจ้าอารมณ์ขึ้นมาเฉยๆ โดยรวมแล้ว บุคลิกของคุณออกจะแปลกๆเพราะบางครั้งคุณก็ดูจริงจังกับชีวิตเสียเหลือเกิน ยามรักๆ จริง ยามแค้น น่ากลัวจนแทบไม่อยากคิด แต่อาจเป็นผลดีกับการงานของคุณ เพราะคุณจะทุ่มให้กับงานอย่างไม่ลืมหูลืมตา จนผลิตงานไอเดียเจ๋งๆ ออกมาได้เพียบ แต่คนกรุ๊ปเอบีอย่างคุณก็พิถีพิถันในความรักมากจนน่ารำคาญ เพราะถ้าคุณเจอใครที่ไม่สามารถเข้าใจคุณได้ลึกซึ้งแล้วล่ะก็ คบกันไม่นานก็เลิกแล้วล่ะ

เวลากับ สุขภาพ

หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า "นาฬิกา ชีวิต" ซึ่งตามตำราแพทย์ตะวันออกหรือแพทย์แผนจีนที่มีอายุกว่า 5,000 ปี (ห้าพันปี) ถือว่า กลางวันและกลางคืนมีความสัมพันธ์กับสุขภาพของมนุษย์อย่างแยกไม่ออก โดยมองลึกลงไปอีกว่า ช่วงเวลา 24 ชั่วโมงในหนึ่งวันนั้น ภายในร่างกายของมนุษย์ยังมีการไหลเวียนของพลังชีวิตที่ผ่านอวัยวะภายในของ ร่างกายซึ่งประกอบด้วย อวัยวะตันและอวัยวะกลวง

โดยอวัยวะตัน หมายถึง หัวใจ เยื่อหุ้มหัวใจ ปอด ม้าม ตับ ไต ส่วนอวัยวะกลวง หมายถึง กระเพาะอาหาร ถุงน้ำดี ลำไส้ใหญ่ ลำไส้เล็ก กระเพาะปัสสาวะ ระบบความร้อนของร่างกาย (ชานเจียว) การไหลเวียนของพลังชีวิต (ลมปราณ) ที่ผ่านแต่ละอวัยวะนั้นจะใช้เวลาสองชั่วโมง ทั้งหมดมี 12 อวัยวะ รวม 24 ชั่วโมง คือ หนึ่งวัน เรียกว่า "นาฬิกาชีวิต"

01.00-03.00 น.
เป็นช่วงเวลาของตับ ควรนอนหลับพักผ่อนถ้าใครนอนหลับได้ดีเป็นประจำในช่วงเวลานี้ ตับจะหลั่งสารมีราโทนิน (meratonine) เพื่อฆ่าเชื้อโรค ทำให้หน้าอ่อนกว่าวัย นอนจากร่างกายจะหลั่งมีราทินประจำแล้ว ยังหลั่งสารเอนโดรฟิน (endorphin) ออกมาด้วยจึงไม่ควรกินอาหาร เพราะจะทำให้ตับทำงานหนักและเสื่อมเร็ว หน้าที่หลักของตับ คือ ขจัดสารพิษในร่างกาย ส่วนหน้าที่รอง คือ
1. ช่วยไตในการดูแลผม ขน เล็บ ถ้าตับมีปัญหา ผม ขน เล็บจะไม่สวย
2. ช่วยกระเพาะย่อยอาหาร ถ้ากินบ่อย ๆ จะทำให้ตับทำงานหนักตับจะหลั่งน้ำย่อยออกมามากจึงไม่ได้ทำหน้าที่หลัก เป็นเหตุให้สารพิษตกค้างในตับ

03.00-05.00 น. เป็นช่วงเวลาของปอด ควรตื่นขึ้นมาสูดอากาศรับแดดตอนเช้า ผู้ที่ตื่นช่วงนี้ประจำ ปอดจะดี ผิวดี และเป็นคนมีอำนาจในตัว

05.00-07.00 น. ลำไส้ใหญ่ ควรถ่ายให้เป็นนิสัย ถ้าไม่ถ่ายให้กดจุดที่ตำแหน่งสองข้างของจมูก ถ้ายังก็ให้ดื่มน้ำอุ่น 2 แก้ว ถ้ายังไม่ถ่ายให้ดื่มน้ำผึ้งผสมมะนาว หรือบริหารโดยยืนตรง หายใจเข้าแล้วก้มลงพร้อมหายใจออก เอามือท้าวเข่าแขม่วท้องจนเหมือนว่าหน้าท้องไปติดสันหลัง คนที่ถ่ายยากต้องกินข้าวเช้า บางคนไม่กินข้าวแต่กินกาแฟ ร่างการจะดูดกากอาหารตกค้างซึ่งกำลังจะเป็นอุจจาระเข้าไปใหม่ เท่ากับกินกาแฟแกล้มอุจจาระ
คนเรามักไม่ตื่นกันตอนนี้ซึ่งเป็นเวลาที่ลำไส้ต้องบีบอุจจาระลง เมื่อไม่ตื่นจึงบีบขึ้น เมื่อไม่ถ่ายตอนเช้าลำไส้ใหญ่จึงรวน แล้วจะมีอาการปวดหัวไหล่ กล้ามเนื้อเพดานจะหย่อน แล้วจะนอนกรนในที่สุด

07.00-09.00 น. กระเพาะอาหาร กินเข้าเช้าตอนนี้จะดี กระเพาะแข็งแรง ถ้ากระเพาะอ่อนแอ จะทำให้เป็นคนตัดสินใจช้า ขี้กังวล ขาไม่ค่อยมีแรง ปวดเข่า หน้าแก่เร็วกว่าวัย ถ้าไม่กินข้าวเช้าอุจจาระจะถูกดูดกลับมาที่กระเพาะ กลิ่นตัวจะเหม็น ถ้าถ่ายออกหมดจะไม่มีกลิ่นตัวเท่าไหร่

09.00-11.00 น. ม้าม ม้ามจะอยู่ชายโครงด้านซ้าย หน้าที่ควบคุมเม็ดเลือด สร้างน้ำเหลือง ควบคุมไขมัน คนที่ปวดหัวบ่อยมักมาจากม้าม อาการเจ็บชายโครงมาจากม้ามกับตับ ม้ามโต จะไปเบียดปอด ทำให้เหนื่อยง่าย ผอมเหลือง ตาเหลือง สร้างเม็ดเลือดขาวได้น้อย ม้ามชื้น อาหารแและน้ำที่กินเข้าไปจะแปรสภาพเป็นไขมัน ทำให้อ้วนง่าย คนที่หลับช่วง 9.00-11.00 น. ม้ามจะอ่อนแอ ม้ามยังโยงไปถึงริมฝีปาก คนที่พูดมากช่วงนี้ม้ามจะชื้น ควรพูดน้อยกินน้อย ไม่นอนหลับ ม้ามจะแข็งแรง

11.00-13.00 น. หัวใจ หัวใจจะทำงานหนักช่วงนี้ ให้หลีกเลี่ยงความเครียด หรือใช้ความคิดหนัก หาทางระงับอารมณ์ไว้

13.00-15.00 น. ลำไส้เล็ก ควรงดกินอาหารทุกประเภท เพื่อเปิดโอกาสให้ลำไส้ทำงาน ลำไส้เล็กทำหน้าที่ดูดสารอาหารที่เป็นน้ำเพื่อสร้างกรดอะมิโนสร้างเซลล์สมอง ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ สร้างไข่สำหรับผู้หญิง

15.00-17.00 น. กระเพาะปัสสาวะ จะเกี่ยวข้องกับระบบความจำ ไทรอยด์ และระบบเพศทั้งหมด ช่วสงเวลานี้ควรทำให้เหงื่อออก จะออกกำลังการหรืออบตัว กระเพาะปัสสาวะจะได้แข็งแรง การอั้นปัสสาวะบ่อย จะถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือด ทำให้เหงื่อเหม็น

17.00-19.00 น. ไต ควรทำใจให้สดชื่น ไม่ง่วงเหงาหาวนอนตอนนี้ ถ้าง่วงแสดงว่าไตเสื่อม ยิ่งหลับแล้วเพ้อ อาการยิ่งหนัก ไตซ้าย คุมสมองด้านขวาคือความคิดสร้างสรรค์ อารมณ์สุนทรีย์ รักสวยรักงาม ชอบแต่งตัว ถ้ามีปัญหา อารมณ์นี้จะหมดไปเป็นคนปล่อยเนื้อปล่อยตัว แต่ไม่ปล่อยวาง และขี้ร้อน ไตขวา จะคุมสมองด้านซ้าย ซึ่งควบคุมด้านความจำ ถ้ามีปัญหาความจำจะเสื่อมและเป็นคนขี้หนาว ผู้ใดที่ไตแข็งแรงจะเป็นคนอายุยืน เป็นคนกล้า ถ้าลำไส้เล็กมีไขมันเกาะมาก อาหารที่อยู่ในรูปของสารละลายจะผ่านลำไส้เล็กไม่ได้ จึงตกเป็นภาระของไต จะทำงานหนักเป็นโรคไต สมองเสื่อม ปวดหลัง เป็นหวัดง่าย มีเสลด การดูแลคือ เช้าอาบน้ำเย็น เย็นอาบน้ำอุ่น

19.00-21.00 น. เยื่อหุ้มหัวใจ ช่วงนี้ควรสวดมนต์ ทำสมาธิ ให้ระวังเรื่องตื่นเต้น ดีใจ หัวเราะ

21.00-23.00 น. เวลาของระบบความร้อนของร่างการ ต้องทำร่างายให้อุ่น ห้ามอาบน้ำเย็นเวลานี้จะเจ็บป่วยได้ง่าย ช่วงนี้อย่าตากลมเพราะลมมีพิษ

23.00-01.00 น. ถุงน้ำดี เป็นถุงสำรองน้ำย่อยที่ออกมาจากตับ อวัยวะใดขาดน้ำ จะดึงมาจากถุงน้ำดี ทำให้ถุงน้ำดีข้น อารมจะฉุนเฉียว สายตาเสื่อม เหงือกบวม ปวดฟัน นอนไม่หลับ ตื่นกลางดึก ตอนเช้าจะจาม ถุงน้ำดีจะโยงถึงปอด จะปวดศีรษะข้างเดียวหรือสองข้างโดยไม่ทราบสาเหตุ ควรดื่มน้ำก่อนเข้านอนหรือก่อนเวลา 23.00 น. อีกทั้งการย่อยไขมันของร่างกายจะเกิดขึ้นในช่วงเวลานี้เท่านั้น ซึ่งหากไม่พักผ่อนช่วงนี้ ไขมันดังกล่าวจะตกตะกอนอยู่ตามร่างกาย เช่นถุงไขมันใต้ตา มีพุง สมองเละเลือนง่าย ปวดไหล่ ปวดท้องง่ายบริเวณลำไส้ใหญ่ ท้องเสีย หรือท้องผูกง่ายอีกด้วย

เห็นไหมล่ะว่าเวลาเป็นของมีค่ามากขนาดไหน นอกจากจะทำให้เกิดประโยชน์กับผู้ที่รู้จักใช้เวลา ยังส่งผลดีต่อสุขภาพด้วย หากรู้จักบริหารเวลาให้เหมาะสมกับสภาวะของร่างกาย

โดย รัชนก อมรรักษากุล
ที่มา : เว็บไซต์เฮลส์คอร์เนอร์




[ดูภาพทั้งหมดในหมวด]

ริมฝีปากคล้ำ ทำไงดี?

ปาก ลิป

สูตรความสวย แบบง่ายๆ ใช้ มะนาว และน้ำผึ้งอย่างละครึ่งช้อนชา ผสมให้เข้ากันแล้วทาบริเวณริมฝีปาก สามารถทำให้ริมฝีปากคุณค่อย ๆ เปลี่ยนกลับมาเป็นสีเดิมได้ แต่ต้องทำทุกวัน

ใช้ลิปบาล์ มระหว่างวัน เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ริมฝีปาก โดย คุณอาจจะใช้ลิปบาล์มที่ผสมสีเล็กน้อย เพื่อเพิ่มสีสันของริมฝีปากได้ อย่าลืมทาลิปบาล์มก่อนนอน และอย่าปล่อยให้ริมฝีปากขาดการดูแลด้วย


เมื่อออกแดด แล้ว อย่าลืมทาลิปที่มีส่วนผสมของสารป้องกันแดด เพราะแสงแดดนี่แหละเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ริมฝีปากคุณคล้ำได้เหมือนกัน


ที่มาจาก thaihealth.or.th

+++ Hamster +++

+++ Playlist +++


MusicPlaylistRingtones
Create a playlist at MixPod.com

+++ coming soon +++