วันอังคารที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2553

Nokia C7 สาวกโซเชียลลิสต้า ไม่ควรพลาด

Nokia เร่งเครื่องเต็มสูบด้วยการประกาศเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ แชทสนุกอีเมลกระหน่ำ อัปเดททุกเวลา สีสันสดใสให้เลือกมากมาย นั่นคือ Nokia C7 สมาร์ทโฟนที่เน้นฟังก์ชันการใช้งาน Social Network และทำงานด้วยระบบปฏิบัติการคู่ขวัญ Symbian เช่นเดียวกับ Nokia N8 ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา

"Nokia C7" เป็นการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่าง กระจกและสเตนเลสเคลือบเงา ในสมาร์ทโฟนหน้าจอระบบสัมผัส ที่มีขนาดบางเบา กล้อง 8 ล้านพิกเซล ROM 1GB และหน่วยความจำ RAM 256MB หน่วยความจำภายใน 8GB โดยสามารถฟีดข้อมูลจาก Facebook และ Twitter ขึ้นมาที่หน้า Home screen ได้โดยตรง มันยังสามารถเข้าถึงอีเมล์ ตลอดจนแอพพลิเคชันต่างๆ รวมถึงเกมส์ได้ด้วยการกดปุ่มเพียงครั้งเดียว และบริการต่างๆ ใน Ovi Store ของ Nokia

คุณสมบัติพื้นฐาน ของตัวเครื่อง Nokia C7
ดีไซน์สวยดุจงานฝีมือ

  • ดีไซน์ล้ำสมัยด้วยวัสดุสเตนเลสขัดเงาและกระจก
  • ดูวิดีโอและภาพได้คมชัดด้วยหน้าจอความละเอียดสูง สีสันสดใสขนาด 3.5"
  • หน้าจอหลักสามหน้าจอที่สามารถปรับเปลี่ยนรายชื่อติดต่อ แอป และอื่นๆ ให้เป็นแบบเฉพาะของคุณเอง
  • การวางนิ้วในรูปแบบต่างๆ บนหน้าจอ เช่น การจีบนิ้วเพื่อซูมภาพ ตวัดนิ้วเพื่อเลื่อนหน้าจอ และแตะเบาๆ เพื่อเลือก
  • ดูแอปที่กำลังเปิดใช้งานทั้งหมด แล้วแตะเบาๆ บนหน้าจอเพื่อสลับแอปที่เปิดอยู่ได้ง่าย

เครือข่ายสังคมที่มาพร้อมในตัว

  • รับทุกการอัพเดททันทีจาก Facebook และ Twitter โดยตรงบนหน้าจอหลักของคุณ
  • อัพเดทสถานะของคุณในทุกเครือข่ายสังคมได้พร้อมกัน
  • เพิ่มกิจกรรม Social events ในปฏิทินของคุณได้ง่าย เพียงแค่คลิกเดียว
  • แบ่งปันตำแหน่งของคุณผ่าน Facebook แล้วพบกับเพื่อนๆ ที่อยู่ใกล้
  • โพสต์ความคิดเห็นและภาพถ่ายจากหน้าจอหลักได้โดยตรง

แอปและอื่นๆ อีกมากมายจาก Ovi Store

  • มีแอปให้เลือกนับพัน รวมถึง Sports Tracker และ Here and now
  • มีแอปใหม่เพิ่มใน Ovi Store อย่างต่อเนื่อง
  • และมีหลายรายการที่โหลดได้ฟรี
  • ลองเล่นเกมส์ใหม่ๆ แล้วซื้อเกมส์ที่คุณชอบ
  • มีวอลเปเปอร์และธีมให้เลือกมากมาย
  • ตอบสนองทุกสไตล์และความชอบ
  • ดาวน์โหลดพอดคาสต์ ทั้งข่าว กีฬา บันเทิงและอื่นๆ อีกมากมาย
  • เยี่ยมชม Ovi Store

แผนที่พร้อมระบบนำทางด้วย GPS ฟรี

  • ค้นหาเส้นทางที่ดีที่สุด แล้วไปยังจุดหมายของคุณ ได้ตรงเวลาด้วย Ovi Maps
  • รับระบบนำทางฟรีตลอดชีพ พร้อมคำแนะนำด้วย เสียงแบบเลี้ยวต่อเลี้ยว
  • บันทึกคำแนะนำให้เป็นเสียงของคุณเองด้วย Own Voice แล้วแบ่งปันบน Facebook
  • ค้นหาภัตตาคาร สถานที่สำคัญ และจุดที่น่าสนใจอื่นๆ ที่อยู่ใกล้
  • ใช้ชุดหูฟังไร้สาย Bluetooth Headset BH-217 เพื่อรับฟังระบบนำทางด้วยเสียงได้ชัดเจนขณะเดินทาง

ความบันเทิงบนมือถือที่ยอดเยี่ยม

  • ถ่ายภาพและวิดีโอความละเอียดสูงด้วยกล้องดิจิตอล 8 ล้านพิกเซล
  • ชม National Geographic, CNN, BBC และช่องรายการอื่นๆ อีกมากมายด้วย Web TV
  • ฟังเพลงจากระบบสเตอริโอในรถยนต์ด้วยภาคส่งสัญญาณ FM ในตัว
  • พลิกดูหน้าปกอัลบั้มและสร้างรายการเล่นเพลงโปรดของคุณ
  • เล่นเพลงให้ดังกระหึ่มด้วยลำโพงชนิดพกพา MD-9 ที่ทรงพลัง

ขุมพลังจาก Symbianˆ3

  • เพลิดเพลินกับคุณสมบัติมากกว่า 250 รายการจากระบบปฏิบัติการ Symbianˆ3
  • รับแต่งโทรศัพท์ของคุณเองได้มากกว่าที่เคย
  • ระบบสัมผัสหน้าจอที่ใช้งานง่ายขึ้น
  • ใช้งานแอปได้พร้อมกันโดยไม่สิ้นเปลืองแบตเตอรี่
  • พัฒนาแอปของคุณเองได้ง่ายขึ้น

เป็นไงกันบ้าง หวังเป็นอย่างยิ่งว่าข้อมูลด้านบนของ "Nokia C7" ที่ทางทีมงานนำมาฝากเหล่าสาวกโซเชียลลิสต้าคงเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจใคร หลาย ๆ คนเก็บเงินรอกันได้เลย

เรียบเรียงข้อมูลโดยทีมงาน : hitech
ขอบ คุณภาพประกอบจาก : gsmarena.com, Nokia

มีไปทำไม...~





























แม่หอบ คืออะไร



แม่หอบ (อังกฤษ: mud lobster, mangrove lobster) เป็นสัตว์น้ำประเภทสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังชนิดหนึ่ง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Thalassina anomala จัดอยู่ในไฟลัมย่อยครัสตาเซียน

จัดเป็นสิ่งมีชีวิตเพียงชนิดเดียวเท่านั้น ที่อยู่ในสกุล Thalassina และวงศ์ Thalassinidae

มีรูปร่างคล้ายกุ้งผสมกับปูโดย ขาคู่แรกขนาดใหญ่คล้ายก้ามปู นอกจากใช้เดินแล้วยังทำหน้าที่ขุดรูและขนดินออกมากองคล้ายจอมปลวก แต่มีขนาดเล็กกว่า หัวเหมือนกุ้งมีขนาดใหญ่ ลำตัวสีแดงเข้มเป็นปล้อง ๆ คล้ายกั้ง ท้องขนาดเล็กยาวเรียวไม่มีแพนหาง ลักษณะคล้ายแมงป่อง มีขนาดความยาวประมาณ 20-30 เซนติเมตร

อาศัย โดยการขุดรูอยู่ตามพื้นป่าชายเลน โดยขนดินขึ้นมากองทับถมกันเป็นเนินสูง และอาศัยอยู่ด้านใต้กองดินนั้น สามารถอยู่บนบกได้เป็นเวลานานกว่าครัสตาเซียนจำพวกอื่น ๆ ในประเทศไทยพบเฉพาะป่าชายเลนทางภาคใต้ โดยเฉพาะภาคใต้ฝั่งทะเลอันดามัน ในต่างประเทศพบได้ที่อินเดียจรดถึงเวียดนาม จนถึงชายฝั่งทะเลของปาปัวนิวกินีและออสเตรเลียทางตอนเหนือและตะวันตก

การ ที่ได้ชื่อในภาษาไทยว่า "แม่หอบ" เนื่องจาก มีความเชื่อว่า เนื้อของแม่หอบสามารถรักษาอาการหอบหืดได้ จึงนิยมนำมาเผาไฟรับประทานกันในอดีต

สถานะปัจจุบันของแม่หอบ ถือได้ว่าหมิ่นเหม่ต่อการสูญพันธุ์ อันเนื่องจากสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนไป ประกอบกับเป็นสัตว์ที่ค่อนข้างบอบบางตายง่าย เช่น ในช่วงฤดูมรสุมน้ำทะเลอาจท่วมรูของแม่หอบ จนทำให้แม่หอบตายได้

ลดบางอย่าง ...ได้หลายสิ่ง




หากท่านลดบางอย่างให้น้อยลง
ท่านจะได้หลายสิ่งกลับมามากขึ้น
หากท่านลดความโกรธให้น้อยลง
ท่านจะได้สติกลับมามากขึ้น
หากท่านลดค่าใช้จ่ายให้น้อยลง
ท่านจะได้เงินเก็บมากขึ้น
หากท่านลดความคิดที่จะหาคนที่ถูกน้อยลง
ท่านจะได้คำตอบสำหรับทำเรื่องที่ถูกต้องมากขึ้น
หากท่านลดการพูดให้น้อยลง
ท่านจะทำหลายอย่างได้มากขึ้น
หากท่านคิดถึงคนที่ท่านรักให้น้อยลง
ท่านจะเข้าใจคนที่ท่านรักได้มากขึ้น
หากท่านรักตัวท่านเองให้น้อยลง
คนอื่นรักท่านมากขึ้น
หากท่านพูดให้ร้ายคนอื่นให้น้อยลง
มีคนพูดถึงท่านในแง่ดีมากขึ้น
หากท่านแสดงความฉลาดให้น้อยลง
ท่านจะได้ความรู้เพิ่มมากขึ้น
หากท่านออกนอกบ้านให้น้อยลง
ท่านจะได้ความอบอุ่นในครอบครัวมากขึ้น
หากท่านนอนให้น้อยลง
ท่านจะทำหลายอย่างได้มากขึ้น
หากท่านคิดเรื่องเครียดให้น้อยลง
ท่านจะยิ้มได้มากขึ้น
หากท่านลดความอายให้น้อยลง
ท่านจะได้ความกล้ามากขึ้น
หากท่านดูละครให้น้อยลง
ท่านจะอ่านหนังสือได้มากขึ้น
หากท่านวิ่งให้ช้าลง
ท่านจะมองเห็นคนข้างหลังมากขึ้น
หากท่านเชื่อให้น้อยลง
ท่านจะมองเห็นอะไรได้มากขึ้น
หากท่านลดทิฐิให้น้อยลง
ท่านจะรู้จักอภัยมากขึ้น
หากท่านกระโดดให้น้อยลง
ท่านจะเดินได้มั่นคงมากขึ้น
หากท่านกินให้น้อยลง
ท่านจะอิ่มได้มากขึ้น
หากท่านก้มหน้าให้น้อยลง
ท่านจะมองเห็นได้ไกลขึ้น
หากท่านพักเหนื่อยให้น้อยลง
ท่านรู้จักความสบายมากขึ้น
หากท่านเห็นแก่ตัวให้น้อยลง
จะมีคนรอดชีวิตมากขึ้น
หากท่านแบกของหนักให้น้อยลง
ชีวิตของท่านเบามากขึ้น
หากท่านทะเลาะกับเด็กให้น้อยลง
ท่านจะโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น
หากท่านทะเลาะกับผู้ใหญ่ให้น้อยลง
ท่านจะได้รับการเอ็นดูมากขึ้น
หากท่านเป่าลมออกให้น้อยลง
ท่านจะสูดลมเข้าได้มากขึ้น
หากท่านแอบฟังให้น้อยลง
ท่านจะได้ยินอะไรมากขึ้น
หากท่านคิดคำถามให้น้อยลง
ท่านเห็นคำตอบมากขึ้น

……. แล้วคุณลดอะไรไปบ้างแล้วล่ะ ………

กฎน่ารักๆ ที่จะทำให้คุณยิ้ม




เหตุการณ์ รอบตัวบ่อยครั้งทำให้นึกน้อยใจในโชคชะตา เพราะมัน
มักเลวร้ายกว่าที่ควร เช่น

ขับรถมาเป็นสิบปีไม่เคยชนอะไร แต่พอ
ถูกขอร้อง ให้ถอยรถเพื่อน ออกจากซอยไม่ถึง 30 เมตร กลับชนเสา
ไฟฟ้าโครมใหญ่

เหตุการณ์ เลวร้ายเกิดเหมือนสวรรค์แกล้งนี้ เกิดบ่อยกับทุกคน จนมี
ผู้ตั้งเป็นกฎ ไว้ เรียกว่า กฎของเมอร์ฟี่ ความว่า ถ้ามันเคยผิดพลาด
มันก็จะผิดซ้ำอีก

นอกจากกฎของเมอร์ฟี่ ยังมีกฎอื่นๆ ที่มีผู้สังเกตพบมากมาย สมควร
รวบรวมไว้ดังนี้

1.กฎความเป็นไปได้
ขนมปังทาเนยที่พลัด ตกพื้น จะเอาหน้าด้านที่
มีเนยคว่ำลงเสมอ และโอกาสที่เนยตกเปื้อนพรม จะมีมากขึ้นเป็น
สัดส่วนกับราคาของพรม

2.การดูดวง
หมอดูมักทายหลายเรื่องทั้ง ดีและเลว แต่เรื่องที่แม่นที่
สุดคือเรื่องที่เลวที่สุด

3.กฎแห่งความแม่นยำ
หากขว้างก้อนหิน สะเปะสะปะ มันจะพุ่ง
ตรงเข้าหาวัตถุที่มีราคาแพงที่สุด

4.กฎของหาย
ของใช้ที่เราเห็นทุกวันจะ หายต่อเมื่อเราต้องการใช้
มัน

5.กฎ ของเมธี
เลขเด็ดที่เราไม่ซื้อ คือเลขที่จะออกงวดนั้น และหวยที่
เราซื้อมักใกล้เคียงกับหวยที่ออก หากได้บวกลบคูณหารด้วยเลข
อะไร สักตัว หรือกลับหน้ากลับหลัง แต่ถ้าเราซื้อเลขกลับ มันจะ
ออกเลขตรง และถ้าเราซื้อทั้งสองแบบมันจะไม่ออกเลย

6.กฎแรงโน้มถ่วง
วัตถุ 2 ชิ้นน้ำหนักไม่เท่ากัน จะตกถึงพื้นด้วย
ความเร็วขนาดที่ทำลาย ทรัพย์สินได้มากที่สุดเท่าๆกัน

7.ข้อ พิจารณาในการเลือกซื้อหนังสือ
หนังสือปกสวย เนื้อในมัก
ห่วย หนังสือปกขี้เหร่ เนื้อในห่วยกว่า






8.กฎห้ามพูด
คน ไทยรู้จักกฎนี้ดี จนมีสุภาษิตว่า &เข้าป่าอย่าเรียก
หาเสือ& กฎมีว่า ทันทีที่คุณพูดแสดงความคาดหวัง ถ้าหวังสิ่ง
เลวสิ่งเลวจะมาหา และถ้าหวังสิ่งดี สิ่งเลวก็จะมาหา

9.กฎ ของโฮว์ (Howe's Law)
มนุษย์ทุกคนมักจะทำอะไรไม่
สำเร็จ

10.กฎของไซเมอร์กี้
ถ้า คุณรื้อชิ้นส่วนออกมาประกอบใหม่จะมีน็อต
เหลือเสมอ

11.ข้อสังเกตของอีตัวร์
รถเลนข้างๆ มักเคลื่อนตัวดีกว่าเลนของเรา


12. กฎการแก้ปัญหา

ในปัญหาใหญ่ๆ ที่เป็นอุปสรรคให้เราแก้ มักมี
ปัญหาเล็กๆ อยู่ภายในซึ่งพร้อมจะขยายตัว แทนที่ทันทีที่
ปัญหาใหญ่ได้รับการแก้ไข ลุล่วง

13. กฎทอง
คน มีทองคือคนออกกฎ

14.ธรรมชาติของ มนุษย์
มนุษย์เรามีสองประเภทประเภทแรก คือ
คนที่ ชอบแยกคนเป็นสองจำพวก ประเภทที่สอง คือ คนที่
รังเกียจพวกแรก

15. กฎยิ่งน้อยยิ่งดีของซีกัล
คนที่ มีนาฬิกาเรือนเดียว จะรู้เวลา
แน่นอน คนที่มีนาฬิกาเพิ่ม มาอีกเรือน จะไม่แน่ใจว่า เวลาใด
ถูกต้อง

16.กฎ การใช้เวลาเหลื่อมล้ำ
การเริ่มต้นงานเป็นสิ่งยาก เพราะงาน
90 % แรก จะกิน เวลาไปถึง 90% ของเวลาในโครงการ
ส่วนงาน 10% ที่เหลือจะกินเวลาอีก 90% ของเวลาใน
โครงการ

ที่ มา
FWDDER

น้ำแร่...แน่นักหรือว่าดีกว่า



มนุษย์ดื่มน้ำกันมากในแต่ละวันเพราะร่างกายต้องการ แต่ในระยะหลังๆ ดูเหมือนจะมีเงื่อนไขรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับน้ำดื่มมากขึ้น จนเดี๋ยวนี้บางคนไม่ยอมดื่มน้ำปกติ แต่ต้องเรียกหาน้ำแร่


เมื่อก่อนนี้น้ำแร่คือน้ำแร่จริงๆ คือเป็นน้ำจากใต้ดินซึ่งอยู่ในพื้นที่ที่มีการคละเคล้าปะปนกับสารอาหารที่ อยู่ในแร่ธาตุต่างๆ จึงเชื่อกันมานานแล้วว่าการดื่ม น้ำแร่นั้นดีต่อสุขภาพ เป็นสิ่งที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพโดยทำให้ร่างกายสดชื่นแข็งแรงขึ้น น้ำแร่จึงกลายเป็นสินค้าในเชิงธุรกิจที่สำคัญ และโฆษณาชนิดเสริมความเชื่อเดิมนั้น แรง จนเราลืมคิดกันไปว่าร่างกายต้องการน้ำแร่จริงๆ หรือไม่


แท้ที่จริงแล้วเราดื่มน้ำแร่ เพื่อความสดชื่นเท่านั้นเองนะครับ แร่ธาตุในน้ำแร่นั้นไม่ใช่แร่ธาตุที่ร่างกายเราต้องการในปริมาณมากมายนัก และเราก็ได้รับแร่ธาตุพอสมควรแล้วจากการกินอาหาร การ ดื่มน้ำแร่ หรือดื่มน้ำประปาที่สะอาด หรือดื่มน้ำบรรจุขวดขาย ดูจะไม่แตกต่างกันนัก การดื่มน้ำแร่จึงไม่ใช่ของที่จำเป็น ศาสตร์ทางโภชนาการไม่เคยพูดถึงเรื่องน้ำแร่เลย จึงเป็นเรื่องของผู้บริโภคว่าจะยินยอมเสียเงินเพื่อซื้อน้ำแร่มาดื่มหรือ เปล่าเท่านั้นเอง


แต่เราไม่ได้มาชวนต่อต้านน้ำแร่ ใครที่อยากดื่มก็เชิญดื่มได้ตามสบาย เพียงแต่ประเด็นก็คือ แร่ธาตุที่มีมากกว่าน้ำธรรมดาในน้ำแร่นั้น ไม่ได้เพิ่มสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย เพราะร่างกายไม่สามารถรับได้เนื่องจากมีเกินพอไปเสียแล้ว

ดนตรี บำบัดความเจ็บปวด



อาการ ปวดเรื้อรังเป็นปัญหาที่สร้างทุกข์ทรมานให้กับผู้คนจำนวนมาก แม้จะมียากินแต่ก็ช่วยบรรเทาได้ชั่วขณะนักวิทยาศาสตร์ในออสเตรเลีย จึงมีแนวคิดที่จะใช้ดนตรีมาช่วยรักษาความเจ็บปวดเหล่านี้ให้หายไป




ความเจ็บปวดเรื้อรังเป็นสิ่งที่บั่นทอนสุขภาพอย่างมากและส่งผลกระทบ ต่อกิจวัตรประจำวันไม่ว่าจะเป็นการทำงานหรือการนอนใครที่ต้องทนทุกข์ทรมาน กับความเจ็บปวดในลักษณะนี้ก็แทบจะไม่มีความสุขในชีวิตไปเลยก็ว่าได้




แต่ล่าสุดคณะนักวิทยาศาสตร์ในออสเตรเลียได้ทดลองนำดนตรีมาใช้บำบัด อาการเจ็บปวดเรื้อรังโดยไม่ต้องพึ่งพายาให้มีผลข้างเคียง โดยคณะนักวิทยาสตร์ของศูนย์วิจัยความเจ็บปวดแห่งโรงพยาบาลโรยัล นอร์ธ ชอร์ ในนครซิดนี่ย์ ได้ทดลองนำดนตรีมาบำบัดความเจ็บปวดให้กับคนไข้




ขั้นตอนการบำบัดเริ่มจากการให้นักดนตรีของวงซิดนี่ย์ ซิมโฟนี่ ออเคสตร้า มาบรรเลงเพลงคลาสสิคพร้อมๆไปกับให้คนไข้ได้ยืดเส้นยืดสายออกกำลังกายเล็กๆ น้อยๆโดยคณะนักวิทยาศาสตร์ที่เป็นผู้ทดลองเชื่อว่า ดนตรีจะช่วยสร้างความผ่อนคลาย ลดความเจ็บปวด ช่วยให้คนไข้มีสุขภาพจิตที่ดี ทำให้เจ็บปวดเรื้อรังค่อยๆ จางหาย

สิ่งมหัศจรรย์ เกี่ยวกับความรัก 6 แบบ




ความรักมีหลากแบบ ความรักเกิดได้หลายแบบ และความรักของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน แต่ยังไงๆ เรื่องความรัก ก็ยังมีเรื่องให้คนต้องการรัก หรือคนมีรักได้รับการเซอร์ไพรส์อยู่เสมอ ซึ่งวันนี้เราก็มีเรื่องเกี่ยวกับมหัศจรรย์ของความรักมาให้อ่านกันด้วยค่ะ . . . เอ่อ ว่าแต่รักของคุณเป็นเช่นนี้อ่ะเปล่าเอ่ย?


1.รักแรกพบมีจริง

มันเป็นไปได้ที่เราจะรักใครซักคน ที่เพิ่งเจอแค่แป๊ปเดียว ทางชีวภาพสัตว์ต้องหาคู่ให้ได้ ก่อนฤดูผสมพันธุ์สิ้นสุด ก็เลยถูกตาต้องใจกันอย่างเร็ว ในเมื่อสมองเราส่งสารแบบนั้น เราก็เลยสามารถตอบโต้ตัวกระตุ้นความชอบ ภาษากายและความเข้ากันได้อย่างรวดเร็ว


2.อยู่ห่างๆ กันบ้างก็ดี

ในขณะที่คุณกำลังคลั่งรักหัวปักหัวปำ สิ่งที่คุณอยากทำก็คือ เอาอกเอาใจเขา และอยากเกาะติดเขาแจได้ทั้งวันทั้งคืน การอยู่ห่างกันทำให้สารเคมีแห่งความรัก อย่างโดพามีนและนอเรฟฟินเนฟฟิลในสมองเพิ่มผลผลิต


3.ความรักไม่ใช่เรื่องของอารมณ์

ความรักกระตุ้นสมองส่วนที่สัมพันธ์กับการจดจ่อไปที่แรงจูงใจ และแรงผลักดัน ซึ่งตรงข้ามกับสมองส่วนความรู้สึก เช่น ความสุขหรือความเศร้า ตอนนี้เราก็รู้แล้วว่าทำไมเราถึงว้าวุ่นใจเป็นพิเศษ สำหรับคนที่ทำให้ชีพจรเราเต้นรัว


4.ความรักเป็นสิ่งเสพ ติด

เมื่อเราดูรูปคนรักเก่า ส่วนของสมองที่เกี่ยวข้อง กับการเสพติดแอคทีฟเป็นพิเศษเลย โดพามีนถูกหลั่งออกมา แล้วเราก็รู้สึกเคลิบเคลิ้ม จิตใจหวั่นไหวล่องลอยอย่างแรง เหมือนใช้ยาเสพติดเลย นั่นคือสาเหตุที่เราโหยหาหวานใจเราไง


5.ผู้ชายรักง่ายกว่าผู้หญิง

เรามีแนวโน้มจะคิดว่าผู้หญิงรีบร้อนที่จะมีรัก แต่ความจริงผู้ชายเป็นอย่างนั้นมากกว่า สมองผู้ชายติดตั้งสัญญาณเกี่ยวกับการมองเห็นมากกว่า ดังนั้น เมื่อหนุ่มเห็นสาวที่ทำให้เครื่องเขาติด ก็จะมีแรงไปกระตุ้นสมองส่วนพิเศษที่มีเฉพาะในเพศชาย

6.คนที่ใช่ ไม่ได้มีเพียงคนเดียว

ถ้าคุณคิดว่าคุณทำคู่แท้หลุดมือไปแล้วล่ะก็อย่าเสียใจไปเลย โลกนี้เต็มไปด้วยผู้ชายที่มีแนวโน้มจะเป็นคนที่ใช่เยอะแยะ เหตุผลที่ผู้หญิงมากมายทุกข์ใจจากการเดท ก็เพราะพวกเธอเชื่อว่าโลกนี้มีผู้ชายแค่คนเดียวที่ถูกสร้างมาเพื่อเธอ



ที่มา
fwm

● โรคที่มาจาก ‘นั่ง’ นานเกินไป ●



ข่าวการเสียชีวิตของสุภาพสตรีชาวออสเตรเลียด้วยภาวะโรคชนิด หนึ่ง ที่เรียกว่า โรคอีโคโนมี คลาสซินโตรม (Economy class syndrome) ทำให้สายการบินทั่วโลกต่างตระหนักถึงความ ปลอดภัยของผู้โดยสาร โรคอีโคโนมี คลาส ซินโดรม นี้ พบในผู้โดยสารที่เดินทางใช้ระยะเวลาบินครั้งละนานเกิน 3 ชั่วโมงขึ้นไป โรคหลอดเลือดด่าอุดตัน หรือ Deep Venous Thrombosis (DVT) ซึ่งนอกจากจะเกิดกับผู้โดยสารชั้นประหยัดแล้ว ผู้โดยสารชั้นหนึ่ง ชั้นธุรกิจหรือแม้แต่นักบินก็เสี่ยงเป็นโรคนี้เช่นกันเพียงแต่ไม่มากเท่า

กลุ่มอาชีพเสี่ยง ได้แก่ พนักงานขับรถแท็กซี่ รถโดยสารประจำทาง รถบรรทุกส่งของเดินทางระหว่างจังหวัด หรือผู้ที่นั่งโต๊ะทำงานตั้งแต่เช้าจรดเย็นผู้เข้าชมภาพยนตร์เรื่องยาวๆ



อาการ
จะปวดบวดแดงบริเวณน่องหรือข้อเท้า อาการของโรคดีวีทีเกิดจากการที่เลือดจับตัวเป็นลิ่ม หรือชิ้นเล็กๆ แล้วไหลเข้าไปตามกระแสเลือด อาจไปอุดตันตามอวัยวะที่สำคัญ เช่น ปอด หัวใจ ฯลฯ ทำให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้

วิธี ป้องกัน
1.กินยาแอสไพรินวันละ 1/2 เม็ด ก่อนเดินทาง 2 วัน และอีก 1/2 เม็ด เมื่ออยู่บนเครื่อง
2.เลือกที่นั่งใกล้ทางเดิน อย่านั่งด้านใน เพราะนั่งใกล้ทางเดินจะมีที่ว่างให้เหยียดแขน ขา แก้อาการเมื่อยขบ
3.อย่านั่งไขว้ขา เปลี่ยนอิริยาบถบ่อยๆ ลุกเดินบ้าง
4.หมั่นบริหารขาทั้ง 2 ข้าง ยกขึ้นสูงเท่าที่จะยกได้ เหยียดนิ้วเท้ากางออก เหยียดนิ้วเท้าชี้ลงพื้น
5.สวมเสื้อผ้าหลวมๆ สบายๆ
6.ควรหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์ และควรดื่มน้ำสะอาดมากๆ

อีกภาวะหนึ่งที่อาจ เกิดร่วมด้วยคือ Travelers Stroke พบว่า ร้อยละ 6 ของผู้ป่วยที่มีภาวะลิ่มเลือดอุดตันหลอดเลือดที่ปอด อาจหลุดไปถึงหลอดเลือดแดงในสมองด้วย โดยผ่านทางช่องเปิดที่ผนังกั้นห้องหัวใจ (persistent foramen ovale หรือ PFO) ซึ่งโดยทั่วไปผนังนี้จะปิด ตั้งแต่วัยทารกแรกเกิด แต่ร้อยละ 17-27 ของคนทั่วไป กลับไม่ปิด ทำให้ลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำเล็ดลอดไปห้องหัวใจด้านซ้ายโดยไม่ผ่านปอดและ หลุดไปอุดหลอดเลือดแดงในสมอง ส่งผลให้เกิดอัมพฤกษ์ได้ เช่น มีอาการใบหน้าเบี้ยว พูดลิ้นแข็ง หรือเสียภาษาพูด แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก เป็นต้น

ส่วนปัจจัยเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดโรคนี้ มีหลายประการ ตั้งแต่ภาวะอ้วน การแข็งตัวของเลือดง่ายกว่าปกติ เพิ่งผ่าตัดใหญ่ หรือผ่าตัดกระดูกชิ้นยาวๆ ภายใน 2 สัปดาห์ มีประวัติเป็นลิ่มเลือดดำอุดตันมาก่อนการไหลเวียนของเลือดในหลอดเลือดดำไม่ ดี มีประวัติเป็นเนื้องอกภายใน 2 ปี กินยาคุมกำเนิด มีภาวะบางอย่างที่จำกัดการเคลื่อนไหว รวมถึงวัยก็มีส่วนคือผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ก็มีโอกาสเสี่ยงเช่นกัน

โรค นี้ป้องกันได้ ถ้าปฏิบัติดังนี้
1.หลีกเลี่ยงการนั่งไขว้ขา หรือการนนั่งงอสะโพกและเข่าเป็นเวลาติดต่อกันนานๆ
2.ออกกำลังกายบริหารขาทั้งสองข้าง ลุกยืนและเดินบ่อยๆ
3.ดื่มน้ำให้มาก หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ ชา กาแฟ
4.หลีกเลี่ยงการกินยานอนหลับ
5.ในผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคลิ่มเลือดอุดตันหลอดเลือดสูง แพทย์อาจพิจารณาให้ยาเพื่อป้องกันการเกิดลิ่มเลือดอุดตันไว้ก่อนเดินทาง นอกจากนั้นมีการศึกษาในผู้ที่แข็งแรงดี พบว่า การใช้ถุงเท้าที่ใช้พันรอบขา สามารถลดโอกาสการเกิดลิ่มเลือดอุดตัน โดยถุงเท้าจะออกแรงบีบกล้ามเนื้อขาเพื่อช่วยไล่เลือดจากขากลับไปยังหัวใจ

ขอขอบคุณข้อมูลภายใต้ความร่วมมือของสสส

วันจันทร์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2553

คู่รัก..กับหมู่โลหิต

กรุ๊ปเลือด

0056

ขอบคุณ : นิตยสารโรงพยาบาลธนบุรี

-----------------------------------------------------------------------------------------------------

เพิ่ม เติม : เว็บมาสเตอร์ yenta4

เช็คนิสัยกับกรุ๊ปเลือด

คนญี่ปุ่นเชื่อกันนัก ว่า ถ้าอยากรู้นิสัยของคนให้แม่นจริงๆ ต้องดูที่การทำนายกรุ๊ปเลือด บางครั้งก่อนที่พวกเขาจะคบใคร ต้องขอเช็คกรุ๊ปเลือดดูก่อนว่าจะเข้ากันได้ไหม มันอาจจะจริงก็ได้ ลองมาอ่านดูแล้ว ก็ไปพิสูจน์กันเอาเองนะ

กรุ๊ป A


หนุ่มสาวประจำกรุ๊ปเลือดนี้ สมกับเป็นกลุ่มคนเจเนอเรชั่นใหม่จริงๆ เพราะคุณเป็นคนที่มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง จนบางครั้งสูงมากจนไม่ฟังความคิดเห็นของใครเลย คนภายนอกอาจมองคุณเป็นคนดื้อเงียบ เพราะคุณเป็นคนเฉยๆ ไม่พูดไม่จา ดูจะเป็นผู้ฟังที่ดี แต่กลับไม่ยอมรับความคิดเห็นของคนอื่น แต่…ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องการให้คนอื่นฟังแต่ความเห็นของคุณคนเดียว คุณเป็นคนมีใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ชอบดูแลเอาใจใส่ (ใครได้เป็นแฟนคงปลื้มน่าดู) แต่ที่สำคัญ บุคลิกเฉยๆ ของคุณที่คนภายนอกเห็นนั้น ความจริงแฝงไว้ด้วยความร้ายกาจดุจคลื่นใต้น้ำเชียวล่ะ

กรุ๊ป B

คุณเป็นคนสนุกสนาน ร่าเริง บุคลิกมีเสน่ห์ทำให้ใครๆ ก็อยากเข้าใกล้ คุณยิ้มต้อนรับให้กับทุกคนที่ก้าวเข้ามาหา ทำให้คนรอบข้างหลงรักคุณโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว คุณเป็นคนมีเพื่อนฝูงมากมาย(ช่างเป็นชีวิตที่น่าอิจฉาเสียจริง) และคุณก็เป็นคนขี้เหงา ขาดเพื่อนไม่ได้เสียด้วย ขณะเดียวกัน คุณเป็นคนที่มีจิตใจเด็ดเดี่ยวไม่ใช่เล่น เป็นหนุ่มสาวผู้พิทักษ์ความยุติธรรมแห่งยุค… และรักความถูกต้องเหนือสิ่งอื่นใด แต่คุณก็กลับไม่ใช่เป็นคนแกร่งเสียจนกระด้าง เพราะความจริง คุณเป็นคนที่มีอารมณ์อ่อนไหว ช่างจินตนาการ และหลงใหลในชีวิตที่เพอร์เฟ็คต์เสียไม่มี

กรุ๊ป O


ดูภายนอกของคุณเป็นคนซีเรียส มาดขรึม คุยไม่เก่ง แต่จริงๆ ลองเข้าไปใกล้ๆ ก็จะรู้ว่าคุณนี้ก็มีเสน่ห์ลึกๆ อยู่เหมือนกัน เพราะความอ่อนโยน และความสุภาพนี่ล่ะ ประทับใจเพศตรงข้ามดีนัก แต่ความจริง คุณก็เป็นคนที่จริงจังกับชีวิตจริงๆ นั่นแหล่ะ ไม่ชอบทำอะไรเพ้อฝัน ไร้สาระ เวลาจะทำอะไรสักอย่าง คุณต้องมีระเบียบแบบแผนและต้องทำให้สำเร็จตามที่กำหนด แถมยังเป็นคนตรงไปตรงมา บุคลิกอย่างนี้ล่ะ ที่จะทำให้คนเป็นคนมีอนาคตที่สดใสรุ่งโรจน์อย่าบอกใคร แต่อย่าทำให้คุณโกรธเชียว เพราะอารมณ์อันเดือดดาลของคุณจะปะทุราวกับภูเขาไฟพ่นพรวด จนคนรอบข้างหลบกันแทบไม่ทัน

กรุ๊ป AB

ว่ากันว่า คุณเป็นนักรักที่อ่อนโยนน่าหลงใหล ใครเข้าใกล้เป็นต้องหลอมละลายเลยเชียว แต่ไม่น่าที่คุณดูจะเป็นคนเอาแต่ใจตัวเองมากไปหน่อย จิตใจไม่มั่นคง ขาดความเข้มแข็ง เอาแน่เอานอนไม่ได้ บางครั้งก็เจ้าอารมณ์ขึ้นมาเฉยๆ โดยรวมแล้ว บุคลิกของคุณออกจะแปลกๆเพราะบางครั้งคุณก็ดูจริงจังกับชีวิตเสียเหลือเกิน ยามรักๆ จริง ยามแค้น น่ากลัวจนแทบไม่อยากคิด แต่อาจเป็นผลดีกับการงานของคุณ เพราะคุณจะทุ่มให้กับงานอย่างไม่ลืมหูลืมตา จนผลิตงานไอเดียเจ๋งๆ ออกมาได้เพียบ แต่คนกรุ๊ปเอบีอย่างคุณก็พิถีพิถันในความรักมากจนน่ารำคาญ เพราะถ้าคุณเจอใครที่ไม่สามารถเข้าใจคุณได้ลึกซึ้งแล้วล่ะก็ คบกันไม่นานก็เลิกแล้วล่ะ

เวลากับ สุขภาพ

หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า "นาฬิกา ชีวิต" ซึ่งตามตำราแพทย์ตะวันออกหรือแพทย์แผนจีนที่มีอายุกว่า 5,000 ปี (ห้าพันปี) ถือว่า กลางวันและกลางคืนมีความสัมพันธ์กับสุขภาพของมนุษย์อย่างแยกไม่ออก โดยมองลึกลงไปอีกว่า ช่วงเวลา 24 ชั่วโมงในหนึ่งวันนั้น ภายในร่างกายของมนุษย์ยังมีการไหลเวียนของพลังชีวิตที่ผ่านอวัยวะภายในของ ร่างกายซึ่งประกอบด้วย อวัยวะตันและอวัยวะกลวง

โดยอวัยวะตัน หมายถึง หัวใจ เยื่อหุ้มหัวใจ ปอด ม้าม ตับ ไต ส่วนอวัยวะกลวง หมายถึง กระเพาะอาหาร ถุงน้ำดี ลำไส้ใหญ่ ลำไส้เล็ก กระเพาะปัสสาวะ ระบบความร้อนของร่างกาย (ชานเจียว) การไหลเวียนของพลังชีวิต (ลมปราณ) ที่ผ่านแต่ละอวัยวะนั้นจะใช้เวลาสองชั่วโมง ทั้งหมดมี 12 อวัยวะ รวม 24 ชั่วโมง คือ หนึ่งวัน เรียกว่า "นาฬิกาชีวิต"

01.00-03.00 น.
เป็นช่วงเวลาของตับ ควรนอนหลับพักผ่อนถ้าใครนอนหลับได้ดีเป็นประจำในช่วงเวลานี้ ตับจะหลั่งสารมีราโทนิน (meratonine) เพื่อฆ่าเชื้อโรค ทำให้หน้าอ่อนกว่าวัย นอนจากร่างกายจะหลั่งมีราทินประจำแล้ว ยังหลั่งสารเอนโดรฟิน (endorphin) ออกมาด้วยจึงไม่ควรกินอาหาร เพราะจะทำให้ตับทำงานหนักและเสื่อมเร็ว หน้าที่หลักของตับ คือ ขจัดสารพิษในร่างกาย ส่วนหน้าที่รอง คือ
1. ช่วยไตในการดูแลผม ขน เล็บ ถ้าตับมีปัญหา ผม ขน เล็บจะไม่สวย
2. ช่วยกระเพาะย่อยอาหาร ถ้ากินบ่อย ๆ จะทำให้ตับทำงานหนักตับจะหลั่งน้ำย่อยออกมามากจึงไม่ได้ทำหน้าที่หลัก เป็นเหตุให้สารพิษตกค้างในตับ

03.00-05.00 น. เป็นช่วงเวลาของปอด ควรตื่นขึ้นมาสูดอากาศรับแดดตอนเช้า ผู้ที่ตื่นช่วงนี้ประจำ ปอดจะดี ผิวดี และเป็นคนมีอำนาจในตัว

05.00-07.00 น. ลำไส้ใหญ่ ควรถ่ายให้เป็นนิสัย ถ้าไม่ถ่ายให้กดจุดที่ตำแหน่งสองข้างของจมูก ถ้ายังก็ให้ดื่มน้ำอุ่น 2 แก้ว ถ้ายังไม่ถ่ายให้ดื่มน้ำผึ้งผสมมะนาว หรือบริหารโดยยืนตรง หายใจเข้าแล้วก้มลงพร้อมหายใจออก เอามือท้าวเข่าแขม่วท้องจนเหมือนว่าหน้าท้องไปติดสันหลัง คนที่ถ่ายยากต้องกินข้าวเช้า บางคนไม่กินข้าวแต่กินกาแฟ ร่างการจะดูดกากอาหารตกค้างซึ่งกำลังจะเป็นอุจจาระเข้าไปใหม่ เท่ากับกินกาแฟแกล้มอุจจาระ
คนเรามักไม่ตื่นกันตอนนี้ซึ่งเป็นเวลาที่ลำไส้ต้องบีบอุจจาระลง เมื่อไม่ตื่นจึงบีบขึ้น เมื่อไม่ถ่ายตอนเช้าลำไส้ใหญ่จึงรวน แล้วจะมีอาการปวดหัวไหล่ กล้ามเนื้อเพดานจะหย่อน แล้วจะนอนกรนในที่สุด

07.00-09.00 น. กระเพาะอาหาร กินเข้าเช้าตอนนี้จะดี กระเพาะแข็งแรง ถ้ากระเพาะอ่อนแอ จะทำให้เป็นคนตัดสินใจช้า ขี้กังวล ขาไม่ค่อยมีแรง ปวดเข่า หน้าแก่เร็วกว่าวัย ถ้าไม่กินข้าวเช้าอุจจาระจะถูกดูดกลับมาที่กระเพาะ กลิ่นตัวจะเหม็น ถ้าถ่ายออกหมดจะไม่มีกลิ่นตัวเท่าไหร่

09.00-11.00 น. ม้าม ม้ามจะอยู่ชายโครงด้านซ้าย หน้าที่ควบคุมเม็ดเลือด สร้างน้ำเหลือง ควบคุมไขมัน คนที่ปวดหัวบ่อยมักมาจากม้าม อาการเจ็บชายโครงมาจากม้ามกับตับ ม้ามโต จะไปเบียดปอด ทำให้เหนื่อยง่าย ผอมเหลือง ตาเหลือง สร้างเม็ดเลือดขาวได้น้อย ม้ามชื้น อาหารแและน้ำที่กินเข้าไปจะแปรสภาพเป็นไขมัน ทำให้อ้วนง่าย คนที่หลับช่วง 9.00-11.00 น. ม้ามจะอ่อนแอ ม้ามยังโยงไปถึงริมฝีปาก คนที่พูดมากช่วงนี้ม้ามจะชื้น ควรพูดน้อยกินน้อย ไม่นอนหลับ ม้ามจะแข็งแรง

11.00-13.00 น. หัวใจ หัวใจจะทำงานหนักช่วงนี้ ให้หลีกเลี่ยงความเครียด หรือใช้ความคิดหนัก หาทางระงับอารมณ์ไว้

13.00-15.00 น. ลำไส้เล็ก ควรงดกินอาหารทุกประเภท เพื่อเปิดโอกาสให้ลำไส้ทำงาน ลำไส้เล็กทำหน้าที่ดูดสารอาหารที่เป็นน้ำเพื่อสร้างกรดอะมิโนสร้างเซลล์สมอง ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ สร้างไข่สำหรับผู้หญิง

15.00-17.00 น. กระเพาะปัสสาวะ จะเกี่ยวข้องกับระบบความจำ ไทรอยด์ และระบบเพศทั้งหมด ช่วสงเวลานี้ควรทำให้เหงื่อออก จะออกกำลังการหรืออบตัว กระเพาะปัสสาวะจะได้แข็งแรง การอั้นปัสสาวะบ่อย จะถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือด ทำให้เหงื่อเหม็น

17.00-19.00 น. ไต ควรทำใจให้สดชื่น ไม่ง่วงเหงาหาวนอนตอนนี้ ถ้าง่วงแสดงว่าไตเสื่อม ยิ่งหลับแล้วเพ้อ อาการยิ่งหนัก ไตซ้าย คุมสมองด้านขวาคือความคิดสร้างสรรค์ อารมณ์สุนทรีย์ รักสวยรักงาม ชอบแต่งตัว ถ้ามีปัญหา อารมณ์นี้จะหมดไปเป็นคนปล่อยเนื้อปล่อยตัว แต่ไม่ปล่อยวาง และขี้ร้อน ไตขวา จะคุมสมองด้านซ้าย ซึ่งควบคุมด้านความจำ ถ้ามีปัญหาความจำจะเสื่อมและเป็นคนขี้หนาว ผู้ใดที่ไตแข็งแรงจะเป็นคนอายุยืน เป็นคนกล้า ถ้าลำไส้เล็กมีไขมันเกาะมาก อาหารที่อยู่ในรูปของสารละลายจะผ่านลำไส้เล็กไม่ได้ จึงตกเป็นภาระของไต จะทำงานหนักเป็นโรคไต สมองเสื่อม ปวดหลัง เป็นหวัดง่าย มีเสลด การดูแลคือ เช้าอาบน้ำเย็น เย็นอาบน้ำอุ่น

19.00-21.00 น. เยื่อหุ้มหัวใจ ช่วงนี้ควรสวดมนต์ ทำสมาธิ ให้ระวังเรื่องตื่นเต้น ดีใจ หัวเราะ

21.00-23.00 น. เวลาของระบบความร้อนของร่างการ ต้องทำร่างายให้อุ่น ห้ามอาบน้ำเย็นเวลานี้จะเจ็บป่วยได้ง่าย ช่วงนี้อย่าตากลมเพราะลมมีพิษ

23.00-01.00 น. ถุงน้ำดี เป็นถุงสำรองน้ำย่อยที่ออกมาจากตับ อวัยวะใดขาดน้ำ จะดึงมาจากถุงน้ำดี ทำให้ถุงน้ำดีข้น อารมจะฉุนเฉียว สายตาเสื่อม เหงือกบวม ปวดฟัน นอนไม่หลับ ตื่นกลางดึก ตอนเช้าจะจาม ถุงน้ำดีจะโยงถึงปอด จะปวดศีรษะข้างเดียวหรือสองข้างโดยไม่ทราบสาเหตุ ควรดื่มน้ำก่อนเข้านอนหรือก่อนเวลา 23.00 น. อีกทั้งการย่อยไขมันของร่างกายจะเกิดขึ้นในช่วงเวลานี้เท่านั้น ซึ่งหากไม่พักผ่อนช่วงนี้ ไขมันดังกล่าวจะตกตะกอนอยู่ตามร่างกาย เช่นถุงไขมันใต้ตา มีพุง สมองเละเลือนง่าย ปวดไหล่ ปวดท้องง่ายบริเวณลำไส้ใหญ่ ท้องเสีย หรือท้องผูกง่ายอีกด้วย

เห็นไหมล่ะว่าเวลาเป็นของมีค่ามากขนาดไหน นอกจากจะทำให้เกิดประโยชน์กับผู้ที่รู้จักใช้เวลา ยังส่งผลดีต่อสุขภาพด้วย หากรู้จักบริหารเวลาให้เหมาะสมกับสภาวะของร่างกาย

โดย รัชนก อมรรักษากุล
ที่มา : เว็บไซต์เฮลส์คอร์เนอร์




[ดูภาพทั้งหมดในหมวด]

ริมฝีปากคล้ำ ทำไงดี?

ปาก ลิป

สูตรความสวย แบบง่ายๆ ใช้ มะนาว และน้ำผึ้งอย่างละครึ่งช้อนชา ผสมให้เข้ากันแล้วทาบริเวณริมฝีปาก สามารถทำให้ริมฝีปากคุณค่อย ๆ เปลี่ยนกลับมาเป็นสีเดิมได้ แต่ต้องทำทุกวัน

ใช้ลิปบาล์ มระหว่างวัน เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ริมฝีปาก โดย คุณอาจจะใช้ลิปบาล์มที่ผสมสีเล็กน้อย เพื่อเพิ่มสีสันของริมฝีปากได้ อย่าลืมทาลิปบาล์มก่อนนอน และอย่าปล่อยให้ริมฝีปากขาดการดูแลด้วย


เมื่อออกแดด แล้ว อย่าลืมทาลิปที่มีส่วนผสมของสารป้องกันแดด เพราะแสงแดดนี่แหละเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ริมฝีปากคุณคล้ำได้เหมือนกัน


ที่มาจาก thaihealth.or.th

ดูแลมือ อ่อนนุ่ม และมีสุขภาพดี

บางตำรับแนะนำให้ผู้หญิงใช้น้ำมันผสมน้ำตาลกรวดบด ละเอียด ทาลงบนมือแล้วนวดเบาๆ เพื่อทำความสะอาด แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น ซับมือด้วยผ้าเนื้อนุ่ม แต่หากฝ่ามือหยาบมากๆ ก็ให้ใช้เกลือป่นแทนน้ำตาลกรวด

นอกจากนี้ ยังมีสูตรการดูแลมือให้สะอาด อ่อนนุ่ม และมีสุขภาพดี อีกด้วย

สูตรทำความสะอาดมืออย่างล้ำลึก : สูตร นี้จะมีส่วนผสมของ น้ำผึ้งใส 1 ช้อนชา, ไข่ขาว 1 ฟอง, และ ข้าวโอ๊ต 1 ช้อนชา ให้นำส่วนผสมทั้งหมดมากวนให้เข้ากันแล้วทาลงบนมือ โดยเฉพาะบริเวณที่ผิวด้าน ทิ้งไว้ประมาณครึ่งชั่วโมงจึงค่อยล้างออก

สูตรแก้ไขฝ่ามือหยาบ กร้าน : ส่วนผสมของสูตรนี้มี น้ำมันละหุ่ง 1 ช้อนโต๊ะ และ กลีเซอรีน 1 ช้อนโต๊ะ นำทั้งสองสิ่งนี้มาผสมให้เป็น เนื้อเดียวกัน แล้วทาลงบนฝ่ามือ ทั้งด้านนอกและด้านใน ทิ้งไว้ประมาณครึ่งชั่วโมงจึงล้างออก แล้วทาด้วยครีมทามืออีกครั้งหนึ่ง

สูตรสร้างความนุ่มให้ แก่ผิวหนัง : สูตรนี้สามารถใช้ได้ทั้งมือและเท้า ซึ่งเป็นสูตรที่ผสมขึ้นจากผลไม้ ทั้งสับปะรด หรือมะละกอ เนื่องเพราะสับปะรดนั้น จะมีทั้งกรดซิททริค และแมลลิค ที่จะช่วยทำความสะอาดหนังกำพร้า แถมยังมีองค์ประกอบของสารโบรมิ ไลน์ ที่ช่วยให้เกิดความนุ่ม ไข่แดงที่มีโปรตีนเพื่อการปรับสภาพผิว รวมทั้งน้ำไซเดอร์ที่มีคุณสมบัติเป็นกรดอ่อนๆ และช่วยทำความสะอาดหนังกำพร้าอีกชั้นหนึ่งด้วย

ส่วนผสมก็คือ น้ำสับปะรด/น้ำมะละกอครึ่ง 1 ช้อนโต๊ะ, ไข่แดงครึ่งช้อนชา และน้ำส้มไซเดอร์ 1 ช้อนชา ให้นำส่วนผสมทั้งหมดนี้มากวนให้เข้ากันแล้วทาลงบนมือหรือเท้า ทิ้งไว้ประมาณครึ่งชั่วโมงแล้วค่อยล้างออก

สูตรมือนุ่มและมี กลิ่นหอม คือ น้ำผึ้งผสมน้ำส้มคั้น โดยใช้สองสิ่งนี้ในปริมาณเท่ากันมาผสม แล้วใช้ทามือ สูตรนี้จะช่วยให้ผิวหนังที่หยาบกระด้างอ่อนนุ่มขึ้น และยังเป็นการปรับสภาพผิว ส่วนผสมของสูตรนี้ยังสามารถใช้ทาหน้าได้ด้วย ซึ่งจะทำให้ผิวหน้านุ่มเนียนแล้วยังจะดูละเอียดอ่อนขึ้นอีก

ส่วนวิธีแก้ปัญหามือหยาบกร้านที่ได้ผลดีและรวดเร็วอีกวิธีหนึ่ง ก็คือ แช่มือในอ่างน้ำก้นตื้นที่ใส่น้ำมันมะกอก โดยแช่ไว้ประมาณ 10 นาที จากนั้นให้นวดเบาๆ เพื่อให้น้ำมันซึมลึกเข้าไปในผิวหนัง แล้วจึง เช็ดส่วนเกินออก ทำเช่นนี้ติดต่อกันประมาณ 1 สัปดาห์ก็จะเห็นความเปลี่ยนแปลงแห่งความหยาบกร้านของมืออย่างชัดเจน

สูตรครีมทามือ : ส่วน ผสมของสูตรนี้ก็มี ไข่ขาว 1 ฟอง, ไขผึ้งสีขาวครึ่งถ้วยตวง, น้ำมันอัลมอนด์ครึ่งถ้วยตวง แลสารส้มเท่าปลายเล็บ ให้นำส่วนผสมทั้งหมดมากวนให้เข้ากันด้วยช้อนไม้จนเกิดครีมขาวข้น เอาใส่ลงในโถแก้ว ใช้ทามือและเท้าเป็นประจำทุกวัน โดยสารส้มที่ใส่จะไปช่วยป้องกันไม่ให้ไข่ขาวแข็งตัวขณะอยู่ในกระบวนการของ การผสม ทั้งยังช่วยให้ครีมที่ผสมมีอายุการใช้งานนานขึ้นด้วย

สูตรครีมทามือผสมน้ำ ผึ้ง : สูตรนี้จะประกอบไปด้วย น้ำผึ้งใส 1 ช้อนชา, น้ำมันอัลมอนด์ 1 ช้อนโต๊ะ, น้ำกุหลาบ 4 ช้อนโต๊ะ และน้ำส้มไซเดอร์ 1 ช้อนชา ให้เริ่มด้วยการอุ่นน้ำผึ้งก่อนนำไปผสมน้ำมันอัลมอนด์ จากนั้นให้เอาน้ำกุหลาบกับน้ำไซเดอร์ผสมเข้าด้วยกัน แล้วค่อยๆ รินใส่ลงในส่วนผสมของน้ำผึ้งทีละน้อยๆ คนให้เข้ากันไปเรื่อยๆ เมื่อทุกส่วนผสมเข้ากันดีแล้ว ให้เทใส่ขวดแก้วเก็บไว้ใช้ทามือและเท้า ใช้เป็นประจำทุกวัน

● ดื่มกาแฟปลุกสมองแค่หลอกตัวเอง ●



หลายคนคิด ว่าสมองคงไม่ตื่นตัวเต็มที่ถ้าไม่มีกาแฟสักถ้วยมาปลุก แต่งานวิจัยล่าสุดชี้ฤทธิ์การกระตุ้นของกาเฟอีนแท้จริงเป็นเพียงภาพลวงตา สำหรับคอกาแฟที่ดื่มหนักและดื่มเป็นประจำ

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าคนที่ดื่มกาแฟวันละหลายแก้วอาจรู้สึกชินชากับปฏิกิริยา ในการกระตุ้นของกาเฟอีน และความรู้สึกตื่นตัวที่เกิดขึ้นหลังกาแฟแก้วแรกของวันอาจเป็นการบรรเทาความ เหนื่อยล้าจากการถอนกาเฟอีนในช่วงกลางคืน

แม้กาเฟอีนอาจทำให้รู้สึกตื่นตัวมากขึ้นได้ แต่ผลลัพธ์นี้จะมีเฉพาะคนที่ไม่เคยดื่มเลยเท่านั้น

ผลวิจัยบ่งชี้ว่าจริงๆ แล้วคนที่ดื่มกาแฟอาจรู้สึกดีขึ้นได้โดยไม่ต้องพึ่งเครื่องดื่มชนิดนี้ ที่รังแต่จะกระตุ้นความวิตกกังวลและเพิ่มความเสี่ยงของอาการความดันโลหิตสูง

ในการศึกษ กลุ่มตัวอย่าง 379 คนต้องงดกาแฟเป็นเวลา 16 ชั่วโมงก่อนดื่มกาแฟหรือกาแฟปลอม จากนั้นจึงทำการทดสอบปฏิกิริยาตอบสนองหลายอย่าง

รายงานที่อยู่ในวารสารนิวโรไซโคฟาร์มาโคโลจี้ฉบับออนไลน์ระบุว่า นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยบริสตอลพบความแตกต่างน้อยมากเกี่ยวกับระดับความตื่น ตัวของอาสาสมัคร

ปีเตอร์ โรเจอร์ส จากแผนกจิตวิทยาการทดลองของมหาวิทยาลัยบริสตอลและเป็นหนึ่งใน ผู้นำการจัดทำรายงานฉบับนี้ กล่าวว่า จากการศึกษาไม่พบว่าการดื่มกาแฟได้ประโยชน์อย่างไร แม้หลายคนรู้สึกตื่นตัวขึ้นหลังดื่มก็ตาม แต่ในทางกลับกัน กาเฟอีนกลับกระตุ้นความวิตกกังวล

ทั้งนี้ อาสาสมัครครึ่งหนึ่งเป็นคนที่ดื่มกาแฟระดับปานกลางถึงมาก คือดื่มอย่างน้อย 1-6 แก้วต่อวันและอีกครึ่งดื่มน้อยหรือไม่ดื่มเลย



อาสาสมัครครึ่งหนึ่งจะ ได้กาแฟเอสเปรสโซ 100 มิลลิกรัม อีกครึ่งได้กาแฟปลอม และทั้งหมดต้องให้คะแนนระดับความกังวลและความตื่นตัวของตนเองรวมถึงตอบคำถาม ว่าปวดศีรษะหรือไม่ก่อนและหลังได้ดื่มกาแฟจริงและกาแฟปลอม

อาสาสมัครทั้งหมดยังต้องทำภารกิจหน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อวัดระดับความจำ ความมีสมาธิและความไวผลปรากฏว่าคนที่ดื่มกาแฟปานกลางและมากที่ได้กินกาแฟ ปลอมบอกว่าความตื่นตัวลดลงและปวดศีรษะมากขึ้น แต่กลับไม่ปรากฏผลนี้กับคนที่ได้ดื่มกาแฟจริง

อย่างไรก็ตาม ระดับความตื่นตัวหลังดื่มกาแฟของกลุ่มนี้ไม่ได้สูงกว่าอาสาสมัครที่ไม่ดื่ม หรือดื่มกาแฟเพียงเล็กน้อยและได้ดื่มกาแฟปลอมแต่อย่างใด บ่งชี้ว่ากาเฟอีนแค่ทำให้ผู้ดื่มมีอาการปกติเท่านั้น ไม่ได้ตื่นตัวมากขึ้นอย่างที่เชื่อกันมิหนำซ้ำคนที่ดื่มกาแฟมากๆ ยังอาจรู้สึกง่วงมากขึ้นถ้าไม่ได้ดื่ม



นักวิจัยบอกว่าการค้น พบนี้สนับสนุนแนวคิดที่ว่า คนที่ดื่มกาแฟหรือชาหนักๆจะต้องดื่มเครื่องดื่มเหล่านี้เป็นประจำเพื่อหลีก เลี่ยงอาการถอนกาเฟอีน

นักวิจัยบอกว่า ผลการศึกษานี้สามารถใช้กับผู้ที่บอกว่าต้องดื่มชาตอนเช้าเพื่อให้สมองปลอด โปร่งเช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม ดร.เอียน พอล กรรมการบริหารสมาคมกาแฟแห่งอังกฤษ แสดงความคิดเห็นต่อรายงานชิ้น นี้ว่า ควรมีการวิจัยเพิ่มเติมเพื่อพิจารณาว่าผลศึกษานี้ครอบคลุมประชากรวงกว้างแค่ ไหน

"มี หลักฐานมากมายที่แสดงให้เห็นว่ากาเฟอีนช่วยยกระดับความตื่นตัว โดยทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลางให้หลั่งอะดรีนาลิน

"ผลลัพธ์นี้ไม่ได้พบเฉพาะในคนที่มีระดับความตื่นตัวต่ำ เช่น คนที่ทำงานกะกลางคืนหรือคนที่ตื่นแต่เช้ามืดเท่านั้น แต่ยังรวมถึงคนที่มีความตื่นตัวสูงอยู่แล้วด้วย"

ขอขอบคุณข้อมูลของสสส.

วันอาทิตย์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2553

รัก 6 ประเภท



1. ความรักแบบเสน่หา (Eros)

ความรักเป็นสิ่งที่สำคัญ ที่สุดในชีวิต แม้จะไม่มากพอที่จะทำลายตนเอง หรือรู้สึกถูกใจอีกฝ่ายตั้งแต่แรกเห็น คล้ายรักแรกพบ ความดึงดูดใจซึ่งกันและกัน การแสดงออกมาทั้งคำพูดและการแสดงความใกล้ชิด อยากเจอกันทุกวัน ถ้าเป็นไปได้ วาดฝันเกี่ยวกับอีกฝ่ายไว้งดงาม และไม่ได้คาดการณ์ถึงอุปสรรคใดๆ

คู่รักประเภทนี้พยายาม พัฒนาสัมพันธภาพกับคู่ของตนอย่างรวดเร็ว โดยการเปิดเผย ซื่อสัตย์ และจริงใจ ใส่ใจคู่รักมากเป็นพิเศษ แต่ไม่แสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของหรือกลัวว่าจะมีคู่แข่ง

2. ความรักแบบไม่ผูกมัด (Ludus)

ความรักเป็นเกมชนิดหนึ่ง เพื่อความบันเทิงของทั้งสองฝ่าย หลีกเลี่ยงการผูกมัด สามารถผลัดเปลี่ยนคู่ไปได้เรื่อยๆ พยายามที่จะไม่สร้างความผูกพันทางอารมณ์อย่างลึกซึ้งกับใคร เพื่อรักษาความเป็นอิสระของตน ถึงแม้จะไม่ต้องการทำให้อีกฝ่ายเจ็บปวด แต่การโกหกและความไม่จริงใจถือว่าเป็นการเล่นตามกติกาที่มี
ความรักแบบนี้จะไม่หึงหวง หรือแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ และอาจเห็นชอบให้คู่ของตนมีความสัมพันธ์กับผู้อื่นได้ ทั้งนี้เพื่อสร้างความสมดุลในความสัมพันธ์ของตน

3. ความรักแบบมิตรภาพ (Storge)
ความรักพัฒนามาจากมิตรภาพ เป็นความรู้สึกรักใคร่อันเนื่องมาจากการคบหากันมาเป็นเวลานาน ไม่ได้มีความ รู้สึกตื่นเต้น เร่าร้อน แต่เน้นการกระทำที่ทั้งสองฝ่ายมีความสนใจร่วมกันและมีกิจกรรมร่วมกัน ความรักเป็นสิ่งที่มั่นคง ที่ผนวกเข้าไปกับการดำรงชีวิตตามปกติ


4. ความรักแบบลุ่มหลง (Mania)

ผู้ที่มีความรักแบบนี้จะใฝ่หาความรัก แต่เชื่อว่าความรักเป็นความเจ็บปวด ปรารถนาความใกล้ชิดและต้องการความเป็นเจ้าข้าวเจ้าขอต้องการให้คู่รักของตน แสดงความรักมากกว่าปกติ เมื่อใดที่คู่รักไม่ได้แสดงความใส่ใจ หรือไม่แสดงความรักตามที่ปรารถนา อาจจะทำร้ายตนเอง เพื่อเอาชนะความรัก คู่รักประเภทนี้เชื่อว่า เมื่อปราศจากความรักจากอีกฝ่าย ชีวิตก็ไม่มีคุณค่าอีกต่อไป


5. ความรักแบบมีเหตุผล (Pragma)

เป็นความรักที่ตั้งอยู่บน รากฐานของความเป็นจริง ผู้ที่มีความรักแบบนี้จะแสวงหาคู่ที่เหมาะสมกับตนมากที่สุด เชื่อว่าความสัมพันธ์จะราบรื่นก็ต่อเมื่อคู่รักสามารถตอบสนองความต้องการ พื้นฐานของกันและกัน ได้แสวงหาคนที่มีลักษณะคล้ายตนหรือต่างจากตน แต่ช่วยเติมเต็มส่วนที่ขาด การเลือกคู่จะมีลักษณะคล้ายรักเผื่อเลือก ทั้งนี้ก็เพราะคาดหวังสัมพันธภาพที่ยั่งยืน

6. ความรักแบบเสียสละ (Agape)

เป็นความรักที่ปราศจาก ความเห็นแก่ตัว ต้องการเป็นผู้ให้มากกว่าผู้รับ มีความห่วงใย และคำนึงถึงความสุขของคู่รักเป็นสำคัญ โดยไม่ใส่ใจกับความต้องการของตนเอง "การให้" เป็นปัจจัยสำคัญของความรักแบบนี้ นักจิตวิทยาได้ทำการศึกษาพบว่า ในชีวิตจริงคู่สมรสจะมีรูปแบบความรักที่คล้ายคลึงกัน เมื่อเปรียบเทียบระหว่างคู่ที่มีความสัมพันธ์ยาวนานกับคู่ที่เลิกราไป พบว่าประเภทแรกจะมีความรักแบบเสน่หาสูงกว่า และมีความรักแบบไม่ผูกมัดต่ำกว่าประเภทหลัง รูปแบบของความรักอาจเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา และลักษณะของบุคคลที่เรามีความสัมพันธ์ด้วย

วันพุธที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ต้นไม้กับไม้ขีดไฟ




ทุกๆ อย่างในโลก มีแง่มุมมากมายให้ค้นหา
ของสิ่งเดียวกันสามารถให้ทั้งประโยชน์และโทษ
ขึ้น อยู่กับว่า ใครเป็นผู้ใช้..และใช้อย่างไร
หลายครั้งที่เราพบว่า


ขณะที่เรากำลัง สร้าง อะไรสักอย่างอยู่นั้น
กลับเป็นการ ทำลาย อะไรอีกหลายอย่าง
ไม่มีอะไรที่ได้มาเปล่าๆ โดยไม่ต้องเอาอะไรไปแลก

บาง ครั้งก็คุ้มค่า…กับการยอมเสียอะไรสักอย่าง
เพื่อที่จะได้อะไรอีก อย่างกลับมา
แต่ก็มีหลายครั้ง…ที่ลืมนึกไปว่า
ของที่ได้กลับมาไม่ คุ้มค่าเท่ากับของที่เสียไป


ขณะที่เราเดินเที่ยวอยู่ในศูนย์การค้า
เราก็จะเสียเวลาที่จะได้อ่านหนังสือเล่มโปรดที่อ่านค้างไว้
เด็ก วัยรุ่นที่นั่งพับนก จะต้องฉีกกระดาษนับร้อยชิ้น
ศิลปินที่โด่งดังบน เวที…กำลังทิ้งคนที่รักไว้ที่บ้าน
ไม่มีใครบอกได้ว่า จะเกิดอะไรขึ้นกับวันพรุ่งนี้
เป็นคำถามที่ไม่ต้องตอบก็ได้…แค่เอาไว้ นึกดูเล่นๆ
ถ้ารู้ว่าวันหนึ่งหนังสือเล่มโปรดเล่มนั้นจะหายไป
เราจะไปศูนย์การ ค้าอยู่ไหม


ถ้าต้องเขียนจดหมาย
เพื่อบอกข่าวสำคัญให้กับใครสักคน
เรา จะฉีกกระดาษเพื่อพับนกหรือเปล่า

ถ้า คืนหนึ่งกลับมาบ้านแล้วพบว่า
คนที่เรารัก..ไม่ได้อยู่เพื่อให้เรารักอีก ต่อไป
เราจะยังออกจากบ้านไปอยู่ไหม
ความสำคัญและความจำเป็นของคน
ไม่ เท่ากันก็จริง…


แต่การเสียไปเพื่อได้มานั้น
จะต้องอยู่บนความรอบคอบ
และคิดมาอย่างดีแล้วทั้งสองด้าน


ต้นไม้หนึ่งต้นไม่ อาจสร้างไม้ขีดได้นับร้อยล้านก้าน
แต่ไม้ขีดก้านเดียว
อาจทำลาย ต้นไม้ได้นับร้อยล้านต้น

ไม่มีใครคิด แทนใครได้
จึง เป็นเรื่องยากที่จะบอกว่า…
เราควรเสียอะไรไป เพื่อได้อะไรมา
และ เรา…ควรเป็น
ต้นไม้หรือไม้ขีดไฟ


เทคนิคการต่อราคากับแม่ค้า


เวลา ไปซื้อของตามย่านขายสินค้าราคาถูกอย่างบางลำพู หรือ สวนจตุจักร เรามักจะตกเป็นเหยื่อให้กับแม่ค้าหัวใสที่มากด้วยประสบการค้าใช้กลยุทธ์มาก มายเพื่อขายสินค้าให้กับเรา แล้วก็ได้ผลเสียด้วยซิ เราก็ซื้อเขาทุกทีไป แล้วยังกระหยิ่มว่าซื้อของได้ถูก แต่ที่จริงแม่ค้าเขาได้กำไรกับเรากว่าเท่าตัว เรามักจะคุ้นเคยกับประโยคหลายประโยคจากแม่ค้าว่า “ไม่ได้บอกผ่าน” “ราคานี้ก็ขายขาดทุนแล้ว” “ กำไรแค่ 10 บาทเอง” “ ลองไปถามดูเลยแถวนี้ที่นี่ถูกสุดแล้ว” ฯลฯ ร้อยแปดลมปากที่แม่ค้าบอกคุณ

วันนี้ เราลองมาหากลยุทธ์การรับมือแม่ค้าเหล่านี้กันดูนะคะ

1. ต้องตั้งปณิธานไว้ในใจว่า ไม่ขายก็ไม่เอา ค่อยซื้อร้านใหม่ เพราะถ้าเราแสดงความอยากได้ให้แม่ค้าเห็นคุณก็ต่อยากแน่นอน บางทีเขาเห็นอาการของคุณเขาก็ไม่ลดแล้ว

2. หากคุณเป็นผู้ชายไปคนเดียวและไปซื้อของเกี่ยวกับผู้หญิง ประเภทกุ๊กกิ๊ก ไปคนเดียว แน่นอนถ้าคุณไม่ทำการบ้านมาดีๆ โดนแม่ค้าฟันกำไรเลือดสาด เพราะสิ่งเหล่านั้นผู้ชายไม่จัดเจน กรณีนี้มีวิธีแก้ไม่ยาก ก่อนอื่นคุณต้องทราบราคาสินค้าทั่วไปในสิ่งที่คุณจะซื้อเสียก่อนจะได้ต่อรอง ถูก เมื่อเลือกของที่จะซื้อถูกใจแล้วก็ค่อยถามราคา แม่ค้าอาจจะถามคุณว่า “ซื้อไปให้แฟนหรือค่ะแหมคุณนี่เลือกเก่งนะค่ะรุ่นนี้ขายดีมากผู้หญิงชอบ” และแม่ค้าจะบอกราคาคุณ คุณต้องตอบว่า “ ครับแฟนผมฝากมาซื้อ ” แจ้งราคาที่ต้องการโดยลบจากราคาที่แม่ค้าบอกไป30% แน่นอนแม่ค้าจะบอกคุณว่าไม่ได้ เพราะเขารู้ว่าผู้ชายไม่ช่างเลือก ไม่ช่างต่อ คุณต้องใช้ความเด็ดขาดเปล่งเสียงออกไปอย่างหนักแน่นว่า “ แฟนเขาบอกว่าให้ซื้อราคานี้ถ้าไม่ได้ก็ไม่เอาครับเขาให้ไปดูอย่างอื่นแทน ” แล้วเดินออกจากร้านทันที อย่าพิรี้พิไรเลือกตัวอื่นต่อ เมื่อคุณพ้นประตูร้าน เขาจะเรียกตามคุณว่าก็ได้ แล้วพูดพึมพำว่า “ ชิ้นนี้พิเศษสำหรับคุณนะค่ะใช้ดีวันหลังบอกต่อนะค่ะ”

3. ถ้าคุณเป็นผู้หญิงจะไปซื้อของในแบบฉบับผู้ชาย เช่น อะไหล่รถยนต์ เปลี่ยนยางรถยนต์ อุปกรณ์กีฬา ฯลฯ คุณต้องรู้ในเรื่องนั้นๆพอหอมปากหอมคอ เช่น เปลี่ยนยางในร้านที่คุณไม่คุ้นเคยเลย เมื่อไปถึงต้องชวนช่างคุยก่อน เช่น “ ราคายางเดี๋ยวนี้ถูกกว่าแต่ก่อนนะค่ะ เพิ่งเปลี่ยนคันที่บ้านไปแค่พันบาทเอง เดี๋ยวนี้เขาไม่คิดค่าแรงด้วย ร้านพี่ก็คงเหมือนกันใช่ไหมค่ะ ดูมีมาตราฐานกว่ามาก ” เขาจะรู้สึกต่อคุณดีขึ้นมีภูมิเรื่องรถมากขึ้น ในรายที่จะหลอกคุณก็จะไม่กล้าหลอก จำไว้ว่าแม้นคุณจะมีความรู้เรื่องรถแค่หางอึ่งก็อย่าบอกเขา เพราะอาจโดนมิจฉาชีพหลอกต้ม เอาได้ แถมอาจจะได้ราคาถูกอีกด้วย

4. ถ้าคุณเป็นผู้หญิงไปซื้อของกับแม่ค้าผู้หญิง แม้ค้าจะดูลัษณะของเราและตั้งราคาตามสายตาและพฤติกรรมของเรา (กรณีที่ไม่ได้ติดป้ายราคา) เขารู้ดีว่าคุณช่างต่อ เพราะฉนั้นเขาจะตั้งราคาเผื่อเช่น ของราคา 350 บาท เขาจะตั้งไว้ 399 บาท โดยทั่วไปคนซื้อจะต่อ350ถ้วน เขาจะทำท่าทางว่าไม่ได้กำไร แล้วขอเพิ่มเป็น 370 บาท ลูกค้าก็อาจยืนยัน350บาท มาถึงตรงนี้เขาจะปิดการขายโดยถามคุณว่าจะรับกี่ตัวดี คุณชักลังเล เขาเห็นท่าว่าคุณจะไม่เอาเขาก็จะปล่อยของให้คุณทันที 350 บาท ซึ่งก็จะตรงตามเป้าที่เขาตั้งไว้สบายไป บางคนก็อาจยอมแม่ค้าในราคา370บาท คุณก็จะกลับบ้านไปกับความภูมิใจว่าซื้อของได้ถูกซึ่งในความเป็นจริงเขาฟัน กำไรจากคุณไปกว่า 50%ซ้ำ

วิธีที่ถูกต้องคือ คุณต้องต่อรองเหลือ 250 เพื่อทิ้งช่วงให้แม่ค้า เขาจะบอกคุณว่าไม่ได้ลดได้แค่ 300 เอง ไม่มีกำไรแล้ว คุณก็บอกว่าพบกันครึ่งทาง 270 ก็แล้วกัน ยื้อกันสักพักคุณเชื่อไหมเขาจะขายให้คุณทันที เขาจะไม่ต่อรองราคานี้นานเพราะลูกค้าคนใหม่กำลังเข้าร้านมาอาจจะได้ยินราคา ที่เขาลดให้คุณ อีกทั้งราคาที่ให้ก็กำไรแล้ว (จำไว้ว่าสินค้าประเภทเสื้อผ้าเขาคืนโรงงานไม่ได้ แม่ค้าจำเป็นต้องระบายสินค้าให้หมดไม่งั้นขาดทุน ถ้าแบบผ้าล้าสมัยแฟชั่นใหม่เข้ามาแทนที่ เขาจึงยอมกำไรน้อยแต่ปล่อยของเร็ว )

5. ถ้าคุณเป็นผู้ชายซื้อของที่พ่อค้าผู้ชายขาย ต้องจำไว้อย่างหนึ่งว่า เขาขี้รำคาญคนต่อ เขาไม่ชอบตื้อ คุณไม่เอาเขาก็ไม่ขาย เทคนิคในการเดินหนีนั้นใช้ไม่ได้ผลหรอก เขาไม่มีทางตะโกนตามหลังคุณ ถ้ามีก็น้อยมาก ถ้าคุณสำรวจมาแล้วว่าเขาขายถูกกว่าทุกร้าน และคุณจำเป็นต้องใช้ของนี้ ควรต่อรองแค่พอประมาณ ไม่เหนือบากกว่าแรงเขาจะลดให้คุณทันที ซึ่งคุณต้องรู้ราคาของจริงๆ ก่อน

6. หากเจอแม่ค้าสาวประเภท 2 คุณสามาถแสดงความสนใจในสินค้าของเจ้าหล่อนได้อย่างเต็มที่ และเอ่ยปากชมเธอที่ช่างมีตาถึงสามารถเลือกสินค้าคุณภาพสวยงามมาขายได้เริ่ด ขนาดนี้ เธอจะปลื้มและพาคุณทัวร์ทั้งร้านอย่างสบายใจ เมื่อคุณต่อรองเจ้าหล่อนมักจะให้ทันที แถมอาจหิ้วของส่งคุณขึ้นแท๊กซี่อีกต่างหาก ตรงข้ามถ้าคุณเริ่มต้นตำหนิสิ้นค้าแถมต่อรองแบบบ้าเลือด นอกจากเจ้าหล่อนจะไม่ขายให้แล้ว อาจแถมรองเท้าไล่หลังมาก็ได้

ข้อควรปฏิบัติ ในการรับประทาน อาหารเจ

อาหาร อาหารเจ

1.) พืชผักและผลไม้ เป็นของคู่กันเสมอ นอกจากผักสดๆ ที่นำมาปรุงเป็นอาหารแล้ว คนกินเจจำเป็นต้องรับประทานผลไม้สดๆ หลังอาหารทุกมื้ออย่างสม่ำเสมอ การเลือกซื้อผักผลไม้เพื่อนำมาปรุง และการบริโภคในแต่ละวันควรจัดให้ได้ครบตามสีของธาตุทั้ง 5 ดังนี้

1. สีแดง (แดงส้ม, แสด, ชมพู) สัญลักษณ์ ธาตุไฟ

2. สีดำ (น้ำเงิน, ม่วง) สัญลักษณ์ ธาตุน้ำ

3. สีเหลือง (เหลืองแก่, เหลืองอ่อน) สัญลักษณ์ ธาตุดิน

4. สีเขียว (เขียวเข้ม, เขียวอ่อน) สัญลักษณ์ ธาตุไม้

5. สีขาว (ขาวนวล, ขาวสะอาด) สัญลักษณ์ ธาตุโลหะ

ผักผลไม้ไม่จำเป็นต้องมีราคาแพงหรือเป็นประเภทยาก เช่น พวกผักผลไม้เมืองหนาว ควรยึดหลักราคาถูก ประหยัด แต่มีคุณประโยชน์สูง จึงจะได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่รู้จักฉลาดกิน ฉลาดใช้ ประหยัดยอด ประโยชน์เยี่ยม

ประเทศไทยเป็นประเทศที่อุดมสมบูรณ์ด้วยผักผลไม้หลายหลาก ตลอดปีเราสามารถหามาบริโภคได้ไม่ขาดแคลน จึงควรเลือกซื้อมาปรุงและบริโภคให้ครบทั้ง 5 สี โดยสลับเปลี่ยนหมุนเวียนนำมาบริโภคในแต่ละวันโดยไม่ซ้ำกัน และไม่ควรเลือกทานเฉพาะอย่างหนึ่งอย่างใดที่ตนชอบ โดยไม่คำนึงถึงคุณประโยชน์หลายๆ ท่านเลือกรับประทานผักผลไม้เฉพาะอย่างเพื่อความอร่อยเท่านั้น เป็นการรับประทานอาหารเจที่ยังไม่ถูกหลัก

2.) เมล็ดธัญพืช นอกจากผักผลไม้ที่ต้องรับประทานให้ครบทุกสีเป็นประจำแล้ว เมล็ดธัญพืชได้แก่ ถั่ว ถั่วแปลกแข็งทุกประเภท พืชที่เป็นหัวในดิน เช่น เผือก มัน กลอย มีคุณค่าทางโภชนาการสูงมาก โดยเฉพาะเมล็ดถั่วมีสารอาหารครบทุกหมู่ ได้แก่ คาร์โบไฮเดรต คือแป้งและน้ำตาล โปรตีน ไขมัน วิตามิน เกลือแร่หลายชนิด คนที่กินเจควรรับประทานถั่วทั้ง 5 สีเป็นประจำ ได้แก่ ถั่วแดง ถั่วดำ ถั่งเหลือง ถั่วเขียว ถั่วขาว

ถั่วทั้ง 5 สีนี้ ราคาไม่แพงมีอยู่แพร่หลาย บางทีก็ทำเป็นของหวานต่างๆ เช่น ถั่วดำบวช ถั่วแดงต้มน้ำตาล ถั่วเหลืองน้ำกะทิ (เต้าส่วน) ถั่วเขียวต้มน้ำตาลกรวด ถั่วลิสงอบ หรือเคลือบน้ำตาล ลูกเดือยบวช ถั่วขาวกวน ฯลฯ สำหรับถั่วขาวไม่ค่อยจะมีการปลูกแพร่หลายในประเทศไทย แต่ก็สามารถรับประทานถั่วลิสงซึ่งให้ประโยชน์ทดแทนกันได้

ทุก คนควรรับประทานถั่วดังกล่าวหมุนเวียนไปให้คบทุกสีจะทำให้ร่างกาย ได้รับสารอาหารที่เป็นประโยชน์ และช่วยเสริมให้อวัยวะหลักสำคัญภายในทำงานได้ดียิ่งขึ้น

เนื้อเมล็ดในของพืชผัก อันได้แก่ เมล็ดทานตะวัน เมล็ดฟักทอง เมล็ดแตงโม มันฮ่อ นับเป็นของขบเคี้ยวที่คนกินเจรู้จักดี เนื้อในของเมล็ดพืชดังกล่าว เป็นแหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุและวิตามินมากมายหลายชนิด ซึ่งทรงคุณค่าทางโภชนาการอย่างยิ่ง

อาหารเจ

ถั่วทั้ง 5 สีที่ให้คุณประโยชน์ต่ออวัยวะหลักภายใน

1. ถั่วแดง (RED BEANS) ให้คุณต่อหัวใจ

2. ถั่วดำ (BLACK BEANS) ให้คุณต่อไต

3. ถั่วเหลือง (SOY BEANS) ให้คุณต่อม้าม

4. ถั่วเขียว (GREEN BEANS) ให้คุณต่อตับ

5. ถั่วขาว (WHITE BEANS) ให้คุณต่อปอด

ธาตุทั้ง 5 สี ถั่วแต่ละสี บำรุงอวัยวะ ธาตุไฟ ธาตุน้ำ ธาตุดิน ธาตุไม้ ธาตุโลหะ แดง ดำ เหลือง เขียว ขาว ถั่วแดง ถั่วดำ ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วขาว หัวใจ ไต ม้าม ตับ ปอด

3.) การได้รับประทานสาหร่ายทะเลทั้งสดและแห้งพร้อม ทั้งใช้เกลือทะเลมาปรุงลงในอาหาร ทั้ง 2 อย่างนี้มีไอโอดีน ซึ่งจะสามารถป้องกันโรคคอพอกได้เป็นอย่างดี

4.) งาขาวและงาดำ ในอาหารและขนมคนกินเจควรใช้งาปรุงผสมด้วยเสมอ ไม่ว่าจะเป็นงาขาวหรืองาดำ เพราะในเมล็ดงามีกรดไขมันไลโนเลอิค (LINOLEIC ACID) ซึ่งจำเป็นต่อร่างกายมากแต่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้

สำหรับผู้ทำอาหารเจรับประทานเอง ให้นำงาขาวมาล้างเอาผงฝุ่นออกจนสะอาดดี ตักใส่ตะแกรงทิ้งไว้ให้หมาดแล้วใช้ไฟอ่อนๆ คั่วในกระทะจนสุกเหลืองพอเย็นจึงนำมาโขลกหรือ ปั่นให้แตกด้วยเครื่อง จะทำให้ได้ประโยชน์จากน้ำมันที่อยู่ในเมล็ดดียิ่งขึ้น งานที่บดแล้วจะมีกลิ่นหอมสามารถนำใช้ปรุงอาหาร และขนมได้ทุกประเภท ทำให้มีรสดี หอมน่ารับประทาน โดยปกติผู้ที่กินเจควรรับประทานงานในปริมาณวันละ 2 ช้อนโต๊ะ ก็นับว่าเพียงพอแก่ความต้องการของร่างกาย

5.) ผู้ที่กินเจ ไม่ควรรับประทานรสจัดเกินไป เช่น เผ็ดจัด เค็มจัด ขมจัด เปรี้ยวจัด หวานจัด รสชาติที่จัดมากๆ จะส่งผลไปถึงอวัยวะหลักดังนี้

รสขม ส่งผลต่อ หัวใจ
รสเค็ม ส่งผลต่อ ไต
รสหวาน ส่งผลต่อ ม้าม
รสเปรี้ยว ส่งผลต่อ ตับ
รส เผ็ด ส่งผลต่อ ปอด


6.) หลีกเลี่ยงการบริโภคอาหารหมักดอง เช่น ผักดอง ผลไม้ดอง เครื่องกระป๋อง อาหารสำเร็จรูป ควรหันมารับประทานอาหารสดที่ปรุงใหม่ๆ จะให้คุณประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่า

7.) เครื่องดื่ม คนกินเจควรดื่มน้ำผลไม้สดๆ ตามธรรมชาติ เช่น น้ำส้ม น้ำมะเขือเทศ น้ำสับปะรด น้ำอ้อย น้ำมะพร้าว น้ำใบบัวบก น้ำมะตูม ฯลฯ น้ำผลไม้ดังกล่าวจะทำให้ร่างกายและผิวพรรณสดชื่นเปล่งปลั่ง เราควรงดน้ำหวานที่ปรุงแต่งรสและเจือสีสังเคราะห์ เพื่อหลีกเลี่ยงพิษภัยจากสิ่งปลอมปน

นอกจากการดื่มน้ำผลไม้สดๆ แล้ว ทุกคนต้องดื่มน้ำสะอาดให้ได้วันละ 8 แก้ว เป็นประจำ

ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ เป็นหลักความรู้ในการปรุงและบริโภคอาหารเจ ซึ่งคนกินเจต้องยึดถือปฏิบัติ เพื่อให้ได้มาซึ่งพลานามัยที่สุขสมบูรณ์พร้อมทั้งทางร่างกายและจิตใจ


ขอบคุณเนื้อหาจาก บ้านฝัน.คอม

+++ Hamster +++

+++ Playlist +++


MusicPlaylistRingtones
Create a playlist at MixPod.com

+++ coming soon +++