วันพุธที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2553

iPad 2 จอ 7 นิ้ว ลือสะพัดเจอกัน คริสมาสปีนี้

ปีนี้เป็นปีทองของ Apple จริงๆครับหลังจากที่ประสบความสำเร็จกับ iPad และ iPhone 4 ก็มีข่าวลือตามมาเกือบเดือนแล้วว่า Apple เตรียมออกเครื่อง iPad ขนาดเล็กอีกรุ่นหนึ่ง ซึ่งเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาก็มีข้อมูลยืนยันเพิ่มเติมแล้วว่า iPad ขนาดเล็กที่ว่านี้จะมีหน้าจอขนาด 7 นิ้ว ซึ่งชื่ออย่างเป็นทางการยังไม่มีแต่เรียกกันทั่วไปว่า iPad 2 ซึ่งเรื่องนี้นั้นยังไม่มีข้อมูล Spec ของเครื่องแต่อย่างใดเพราะเป็นข้อมูลจากทางผู้ผลิตชิ้นส่วนให้กับทาง Apple ว่า Apple ได้สั่งหน้าจอแบบทัชสกรีนในขนาด 7 นิ้วเพื่อผลิตอุปกรณ์ตัวใหม่ เลยทำให้เดากันว่าน่าจะเป็น iPad รุ่นหน้าจอเล็กที่ออกมาเอาใจตลาดผู้ใช้ที่อาจจะมองว่า iPad ในขนาดหน้าจอปัจจุบันที่ 9.7 นิ้ว อาจจะมีขนาดที่ใหย่จนเกินไป แต่อย่างไรก็ตามบางกระแสข่าวก็ว่า Apple เตรียมจะทำ Netbook ขนาดจอ 7 นิ้วต่างหาก ซึ่งอย่างไรก็ตามเครื่องดังกล่าวนี้คาดว่าจะออกในช่วงคริสมาสปีนี้แล้วหละ ครับ คงต้องรอดูกันว่ามันจะเป็นอุปกรณ์อะไรกันแน่

iPad 2 จอ 7 นิ้ว ลือสะพัดเจอกัน  คริสมาสปีนี้

และจากข้อมูลจาก ทาง Taiwan's Digitimes newspaper เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาก็ให้ข้อมูลว่าบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ใน ไต้หวันในตอนนี้ได้ชนะได้รับสัญญาผลิตเครื่อง iPad รุ่นใหม่และกำลังเริ่มประกอบเครื่องอุปกรณ์ตัวใหม่นี้อยู่ โดยตัวเครื่องมีขนาดหน้าจอ 7 นิ้ว LCD Screen และใช้ IPS แบบเดียวกันกับใน iPad รุ่นปัจจุบัน โดยหน้าจอดังกล่าวจะใช้วัตุดิบจากทาง Cando Corporation

ข้อมูล Spec ตามข่าวลือก็คือ iPad เวอร์ชันใหม่จะปลี่ยนโพรเซสเซอร์ A4 ของ Apple เองไปใช้ ARM Cortex-A9 อีกทั้งยังเพิ่มหน่วยความจำ (RAM) เป็นสองเท่าจากเดิม 256MB เป็น 512MB เท่ากับใน iPhone 4 ความละเอียดยังคงเท่ากับรุ่นแรกคือ 1,024x768 พิกเซล ส่วนเรื่องของราคายังไม่มีการระบุว่าจะถูกกว่า iPad รุ่นปัจจุบันหรือไม่ แต่หากข่าวนี้เป็นจริง เครื่อง iPad ทั้งสองรุ่นอาจจะขายพร้อมกัน โดยเพิ่มรุ่นจอ 7 นิ้วเป็นเพียงทางเลือกใหม่เท่านั้น ว่าแต่จะออกมากี่นิ้วเชื่อเถอว่ายังไง สาวก Apple ก็เตรียมรอช้อนซื้ออยู่แล้ว เพราะว่าสินค้าแต่ละชิ้นของ Apple ต้องยอมรับว่ามันโดนใจคนซื้อเต็มเปาแม้จะราคาไม่ถูกก็ตาม

"มะเขือยาว" อร่อยมีสรรพคุณ


ปัจจุบันพืชผักกินได้เกือบทุกชนิดมีราคาแพงมากจนบางครั้ง หยิบแทบไม่ติด สาเหตุหลักมาจากสภาพอากาศในปีนี้แล้งจัดและอุณหภูมิสูง ทำให้เกษตรกรที่ปลูกพืชผักกินได้มีผลิตผลน้อยลง ซึ่งพืชผักบางชนิดแม้จะมีวางขายแต่จะไม่มีความสมบูรณ์ รูปทรงแคระแกร็นหรือหงิกงอ บางอย่างถึงกับขาดตลาดไม่มีวางขายเนื่องจากแห้งตายคาสวน จึงทำให้พืชผักกินได้มีราคาแพงเป็นประวัติการณ์ในปีนี้

อย่าง ไรก็ตาม มีหลายคนแก้ไขปัญหาด้วยการปลูกพืชผักกินได้ชนิดปลูกง่ายโตไวลงกระถางตั้งใน บริเวณบ้านไว้เก็บกินเอง เช่น ขิง ข่า ตะไคร้ กะเพรา โหระพา มะเขือเทศ สามารถแก้ไขได้ระดับหนึ่ง ซึ่ง "มะเขือยาว" เป็นพืชผักกินได้ ที่นอกจากปลูกเก็บผลรับประทานในครัวเรือนได้แล้ว บางส่วนของ "มะเขือยาว" ยังมีสรรพคุณทางยาอีกด้วย จึงแนะนำให้ปลูกเสริมเพื่อเก็บผลกินในบ้านอีกชนิดหนึ่ง


มะเขือ ยาว หรือ SO-LANUM MELONGENA LINN. อยู่ในวงศ์ SOLA-NACEAE เป็นไม้ล้มลุก สูงประมาณ 1 เมตร ลำต้นเดี่ยว แตกกิ่งก้านเป็นพุ่มแน่น กิ่งอ่อนมักมีขนละเอียดปกคลุมทั่วและมีหนามเล็กสั้นประปราย ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ รูปค่อนข้างกลม ปลายแหลม โคนใบเบี้ยว ขอบใบหยักหรือเป็นคลื่น ท้องใบมีขนนุ่ม ผิวใบสีเขียวสด

ดอก ออก เป็นดอกเดี่ยวๆ หรือเป็นช่อ 3-5 ดอก มีกลีบดอก 5 กลีบ โคนกลีบเชื่อมติดกัน ปลายกลีบแหลม ดอกเป็นสีม่วง กลางดอกมีเกสรตัวผู้ 5 อัน เกสรตัวเมีย 1 อันอยู่ติดกับกลีบดอก ก้านเกสรและอับเกสรเป็นสีเหลือง "ผล" รูปกลมยาว มี 2 ชนิดพันธุ์คือ พันธุ์ที่ผลเป็นสีเขียว กับ พันธุ์ที่ผลเป็นสีม่วง ผิวผลเรียบเกลี้ยงและเป็นมัน ขั้วผลมีกลีบเลี้ยงสีเขียวติดอยู่ เวลาติดผลดกและผลยาวห้อยลงจะดูสวยงามทั้งสีเขียวและสีม่วง ติดผลตลอดปี ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด ปัจจุบัน "มะเขือยาว" มีต้นขายที่ ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ บริเวณโครงการ 15 แผง "คุณปืด" ราคาสอบถามกันเอง


ประโยชน์ทางสมุนไพร

ลำต้นและราก แก้บิดเรื้อรัง อุจจาระเป็นเลือด แผลเน่าเปื่อยอักเสบ ใบ แก้ปัสสาวะขัด แก้โรคหนองใน พอกแผลบวมเป็นหนอง ผลแห้ง ทำเป็นยาเม็ดกินแก้ปวด แก้ตกเลือดในลำไส้ ขับเสมหะ ผลสด ตำพอกแผลอักเสบมีหนอง ขั้วผลแห้ง เผาเป็นเถ้าบดให้ละเอียดกินเป็นยาแก้ตกเลือดในลำไส้

♣ ความรัก ... ทำให้โลกหมุน ♣



คนที่กล้าหาญเท่านั้นที่จะรู้ว่า "ความรัก" คืออะไร

คนกล้าหาญที่พร้อมจะเผชิญกับความผิดหวังความรัก ไม่ใช่ความสำเร็จในความรัก
จึงไม่ต้องการนิยามหรือเงื่อนไขใดๆ
ความ รู้สึกที่อยู่ในใจต่างหากที่จะเป็นสิ่งกำหนดว่าจะต้องผ่านอะไรไปให้ได้เพื่อ ที่จะได้รัก

ความรักจะเป็นแรงผลัก
ให้สร้างสรรค์สิ่งดีๆให้กับโลก

ความ รักจะสอนให้รู้จักความอดทนและเสียสละ

จะสอนให้รู้ซึ้งกับการมีชีวิต อย่างมีค่ายิ่งกว่าบทเรียนใดๆ

ความรักจะบอกว่า
การอยู่เพี่อรัก ใครสักคนนั้น...

เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่

ที่สามารถทำให้ตัวตนของ คนผงาดขึ้น
ทัดเทียมกับทุกคนบนโลกใบนี้

ความรักเป็นเรียวแรงของ ชีวิตและทำให้โลกหมุน
เป็นตัวสำคัญที่ทำให้ หัวใจเคลื่อนไหว
มีแรง ผลักดันปัญหาออกไปได้

ความรักที่แท้จริง...
จะบริสุทธิ์ ไม่คาดหวังไม่ถือสา
ความสุขจะเป็นละอองไอปลิวไปในอากาศ
เหมือนสายลม อ่อนที่มองไม่เห็นแต่ก็เย็นสบาย

รักเถอะ...กล้าที่จะรัก
เพราะรัก นั้นจะเต็มคุณค่า...
สำหรับคนพร้อมจะเจอกับทุกๆอย่างเท่านั้น
หากไม่ กล้าสูญเสีย...ก็ไม่มีวันได้รู้จักการครอบครอง

เพราะบางที...
ความ รักก็อาจไม่ได้เป็นเรื่องของคนสองคน
เมื่อหัวใจคนอื่นบังคับไม่ได้...

ก็ ไม่จำเป็นต้องบังคับหัวใจตัวเอง
สักนาทีที่ได้รักใครสักคนอย่างแท้จริง นั้น
ยิ่งใหญ่เกินกว่าจะบอกเล่าให้กันฟังได

แม้ที่สุดแล้ว...จะ ไม่ได้อะไรตอบแทน...
แต่อย่างน้อยวันคืนที่เล็กน้อยเหล่านั้น...
ก็จะ สร้างความทรงจำที่ยิ่งใหญ่ตลอดไป

วันจันทร์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2553

แฮปปี้เบิร์ดเดย์ Internet Explorer ครบรอบ 15 ปีแล้ว !

:: แฮปปี้เบิร์ดเดย์ Internet Explorer ครบรอบ 15 ปีแล้ว ! ::

เมื่อวันที่ 16 ส.ค 2010 ที่ผ่านมาได้เป็นวันครบรอบหรือวันคล้ายวันเกิดของ Internet Explorer (IE) ซึ่งนับตั้งแต่ตั้งแต่วันที่ 16 ส.ค. 1995 Internet Explorer 1 ได้ ถูกนำออกมาใช้บน Windows 95 ที่มาพร้อมกับ Microsoft Plus เป็นครั้งแรกโดยได้รับการพัฒนาต่อยอดมาจากแอพพลิเคชั่น Mosaic ของ Spyglass บัดนี้ ได้ครบ 15 ปีบริบูรณ์แล้ว

Microsoft ได้เริ่มแถม IE มากับ Windows ในเวอร์ชั่น 3.0 ซึงออกเมื่อวันที่13 สิงหาคม 1996 จึงทำให้ IE กลายเป็นเบราเซอร์หลักของ Windows มานับแต่นั้น และทำให้ส่วนแบ่งตลาดของ IE เพิ่มขึ้น อีกทั้งยังทำให้ Netscape Navigator ต้องสูญเสียเจ้าตำแหน่งเบราเซอร์ยอดนิยมไป

พอมาสมัยของ IE6, IE7 ออกมาก็เป็นเวอร์ชั่นที่มีความนิยมสูงสุด ปลอดภัย เสถียรที่สุด และเป็นเวอร์ชั่นที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดอีก แต่คงยังมีคนบางกลุ่มที่ยังจงเกลียดจงชัง IE มากมาย ซึ่งยังไง IE ก็ยังเป็นที่นิยมกับผู้คนทั่วโลกอยู่ดี



และในอนาคต Microsoft เตรียมตัวที่จะเข็นเวอร์ชั่นใหม่ออกมา นั่นก็คือ Internet Explorer 9 จะสดใสขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งกำลังจะออกเวอร์ชั่น Public Beta ในวันที่ 15 กันยายนนี้นั้น ได้รับเสียงตอบรับในแง่บวกค่อนข้างมาก

โดย IE 9 นั้นยังมีรายงานว่าส่วนติดต่อผู้ใช้งานยังได้รับการปรับปรุงใหม่ให้มี หน้าตาคล้ายกับ Google Chrome อีกทั้งยังมีตัวจัดการดาวน์โหลดอีกด้วย จะเพิ่มความสามารถของ HTML5, CSS5 และในส่วนของความเร็วนั่นก็ เพิ่มขึ้นมาอย่างมากทีเดียว

มะเขือเทศแคปซูล บำรุงหัวใจ

เขือ เทศแคปซูล บำรุงหัวใจ

มะเขือเทศ

เคยสงสัยไหมว่าทำไมชาวเมดิเตอร์เรเนียน ถึงมีสุขภาพดีและอายุยืน มีข้อมูลล่าสุดจากนักวิจัยบอกไว้ว่า นั่นเป็นเพราะพลังจากผักสีส้มที่ชื่อ มะเขือเทศ

เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ชาวอังกฤษได้ฮือฮากับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารตัวใหม่ชื่ออาเธอโรนอน ที่สกัดเอาสารไลโคปีนจากมะเขือเทศมาบรรจุในแคปซูล โดยฝีมือคิดค้นของนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแคมบริดจ์ ว่ากันว่ามะเขือเทศแคปซูลนี้ช่วยป้องกัน โรคหัวใจและเส้นเลือดในสมองแตกได้ เพราะสารประกอบไลโคปีนจะออกฤทธิ์ต้านไขมันร้ายแอลดีแอลไม่ให้ไปพอกตัวสะสม ตามหลอดเลือดหัวใจ เมื่อ หลอดเลือดสะอาดไม่มีคราบไขมันเกาะ จึงไม่มีความเสี่ยงโรคต่างๆเกี่ยวกับหัวใจและสมองนั่นเอง

แม้ตอนนี้แคปซูลมะเขือเทศจะยังข้ามน้ำข้ามทะเลมาไม่ถึงเมืองไทย แต่เราก็ดูแลตัวเองได้ ด้วยการรับประทานมะเขือเทศเป็นประจำ


อ่านเพิ่มเติมในคอลัมน์ Health นิตยสาร Health & Cuisine

5 เคล็ดลับทำใจให้เป็นกลาง!!!

เรื่องทำใจให้เป็นกลาง อาจดูเหมือนพูดง่ายแต่ทำยาก เพราะแต่ละคนย่อมมีพื้นฐานที่ต่างกัน มีประสบการณ์การรับรู้ที่ต่างกัน และที่สำคัญ ทุกคนก็ยังอยู่ในกลุ่มผลประโยชน์ ไม่ในสถานการณ์ใดก็สถานการณ์หนึ่ง แต่มิได้หมายความว่าฝึกไม่ได้ ทุกอย่างอยู่ที่ใจ หากเราควบคุมจิตใจตนเองได้ก็นับได้ว่าชนะไปมากกว่าครึ่ง และนี่คือเคล็ดลับ 5 ประการ ที่จะฝึกทำใจให้เป็นกลาง…

1. อย่ามองตัวเองเป็นศูนย์กลาง

นี่คือเคล็ดลับสำคัญที่สุด เพราะถ้ามองปัญหาต่าง ๆ จากมุมมองฝ่ายเดียว ใจย่อมไม่เป็นกลาง เพราะเราจะไม่มอง ไม่พยายามเข้าใจเงื่อนไขหรือสภาพแวดล้อมที่เป็นข้อจำกัดของผู้อื่น

2. เอาใจเขามาใส่ใจเรา

เพื่อให้เรามองเห็นภาพแบบองค์ รวม ต้องเอาใจเขามาใส่ใจเราด้วย ความหมายก็คือ ต้องลองคิดดูว่าถ้าเราเป็นเขา อยู่ในสภาพแวดล้อมแบบเขา มีข้อจำกัดแบบเขา เราจะคิดตัดสินใจเช่นไร

3. มองอย่างเจาะลึกหลายชั้น อย่าเอาอาการมาเป็นสาเหตุ

บ่อยครั้งที่ปัญหาความขัดแย้ง ไม่อาจแก้ไขได้ เพราะมองตื้นเขินเกินไป เอาอาการมาเป็นสาเหตุ จึงควรมองอย่างเจาะลึกเพื่อค้นหาเหตุที่แท้จริง จะได้แก้ไขตรงจุด ถูกประเด็น

4. มองไปที่อนาคตเพื่อ “อยู่” ไม่ใช่ “แยก”

เพราะการมองเช่นนี้เพื่อให้ทุก ฝ่ายยังคงดำรงอยู่ได้ มิใช่แก้ไขเพื่อให้ต้องตายกันไปข้างใดข้างหนึ่ง เป็นการมองทางออกในทัศนคติที่เป็นบวกต่อทุกฝ่าย

5. หาทางออกว่าจะทำอย่างไรให้ “อยู่ร่วมกัน” ต่อไปได้

การมีทัศนคติที่เป็นบวกยังไม่ ใช่ขั้นตอนสุดท้าย แต่ต้องหาข้อสรุปในทางเทคนิคหรือวิธีการที่สอดรับกับ “ใจที่เป็นกลาง” ด้วย ความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาบ่อยครั้งก็มาพลาดท่าตรงนี้เอง เพราะผู้รับช่วงต่อใจยังไม่เป็นกลางพอ ยังคิดแบ่งพรรคแบ่งพวก เจ้าโกรธเจ้าแค้น…

ที่มา: http://zybernia.wordpress.com/2008/10/13/middle-way/

“Toy Story” โตแล้วจ้า!! พร้อมเบื้องหลังเรื่องราวใหม่

Toy Story 3

“Toy Story” ภาคแรกสร้างประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ในปี 1995 เมื่อมันกลายเป็นภาพยนตร์อนิเมชั่นขนาดยาวเรื่องแรกที่ถูกสร้างขึ้นด้วย เทคโนโลยี CG ทั้งหมด มันเป็นหลักไมล์สำคัญ ไม่ใช่เฉพาะสำหรับอนิเมชั่นเท่านั้น แต่สำหรับศิลปะการสร้างภาพยนตร์ด้วย


“Toy Story’ สร้างความประทับใจที่ล้ำค่ายิ่งในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ครับ” ริช รอส ผู้อำนวยการ วอลท์ ดิสนีย์ สตูดิโอส์ กล่าว “มัน ถูกสร้างขึ้นด้วยจิตวิญญาณนักบุกเบิก อย่างที่เป็นพื้นฐานของสตูดิโอ การคิดค้นสิ่งใหม่ๆ ในเรื่องของเทคโนโลยี และที่สำคัญกว่านั้นคือการเล่าเรื่อง บัซ, วู้ดดี้ และของเล่นเอาชนะใจคนทุกเพศทุกวัยในทันที ด้วยการกระตุ้นความรักใคร่ เอ็นดูในแบบที่มีไว้ สำหรับตัวละครคลาสสิกอมตะของดิสนีย์เท่านั้น ‘Toy Story’ ได้ขยายขอบเขตผู้ชมหนังอนิเมชั่น และสร้างคำนิยามใหม่ให้กับกฎการสร้างหนัง พิสูจน์ให้เห็นว่ามันเป็นไปได้ที่จะสร้างหนังที่มีเสน่ห์ ในวงกว้างอย่างแท้จริง ในแง่นั้นแล้ว ‘Toy Story’ ได้กำหนดมาตรฐานให้กับหนังทุกเรื่อง ทั้งที่เป็น อนิเมชันและไลฟ์แอ็กชัน ที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นครับ”

ตลอดงานอ นิเมชันที่น่าทึ่ง 77 นาที ช็อต 1,561 ช็อตและตัวละคร 76 ตัวที่มีทั้งมนุษย์ ของเล่นและสุนัข ถูกออกแบบด้วยมืออย่างประณีต ก่อนที่จะถูกสร้างและทำให้เป็นภาพเคลื่อนไหวในคอมพิวเตอร์ มันกลายเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดของปี 1995 ด้วยรายได้ในประเทศเกือบ 192 ล้านเหรียญและรายได้ทั่วโลก 362 ล้านเหรียญ ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับการเสนอชื่อชิงสามรางวัลอคาเดมี อวอร์ดในสาขาบทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยม, ดนตรีประกอบยอดเยี่ยมและเพลงประกอบยอดเยี่ยม

จอห์น แลสซีเตอร์ก็ได้รับรางวัลสเปเชียล อชีฟเมนต์ อวอร์ด ออสการ์สำหรับ “ความเป็นผู้นำที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับทีม ‘Toy Story’ ของพิกซาร์ ซึ่งนำมาสู่ภาพยนตร์ซีจี อนิเมชันเรื่องแรก มันกลายเป็นภาพยนตร์อนิเมชันเรื่องแรกในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ที่ได้รับการ เสนอชื่อชิงรางวัลออสการ์สาขาบทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยม นอกจากนั้นแล้ว ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังได้รับการบรรจุให้เป็นหนึ่งใน 100 ภาพยนตร์อเมริกันที่ยอดเยี่ยมที่สุดของสถาบันภาพยนตร์อเมริกันอีกด้วย”

“ฉันจำได้ตอนที่เรา ส่ง ‘Toy Story’ ออกมาค่ะ” ผู้อำนวยการสร้างดาร์ลา เค. แอนเดอร์สันบอก“สตีฟ จ็อบส์บอกว่ามันเป็น ‘Snow White’ ของเรา และเราก็คิดว่า ‘คงจะดีนะถ้า “Toy Story” สร้างชื่อได้แบบนั้นและเป็นหนังคลาสสิกแบบที่คนรู้สึกว่าเป็นของพวกเขา เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตพวกเขา วัยเด็กของพวกเขา และชีวิตของครอบครัวพวกเขา’ นั่นเป็นความตั้งใจของเราในตอนนั้น และยังคงเป็นพันธกิจสำหรับหนังแต่ละเรื่องของเราในตอนนี้ค่ะ”

ในปี 1999 “Toy Story 2” (ภาพยนตร์เรื่องที่สามของพิกซาร์) กลายเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกที่สร้าง แก้ไขและถูกนำเสนอในรูปแบบดิจิตอลทั้งหมด ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำรายได้แซงหน้าภาคแรก และกลายเป็นซีเควลอนิเมชันเรื่องแรกที่ทำรายได้มากกว่าภาคแรก ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับเสียงชื่นชมจากทั้งนักวิจารณ์และผู้ชมและได้รับการ เสนอชื่อชิงรางวัลอคาเดมี อวอร์ดสาขาเพลงประกอบยอดเยี่ยมและสองรางวัลลูกโลกทองคำและได้รับรางวัลลูก โลกทองคำสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ประเภทคอเมดีหรือมิวสิคัล ทั้ง “Toy Story” และ “Toy Story 2” ต่างก็เปิดตัวในรูปแบบ Disney Digital 3D™ แบบแพ็คคู่ในปี 2009

สำหรับ การเริ่มต้นงานสร้าง “Toy Story 3” พิกซาร์ได้รวบรวมทีมงานเดิมที่สร้าง “Toy Story” สองภาคแรกกลับมา ผู้ที่ร่วมงานกับผู้กำกับ
ลี อังค์ริช” ใน ครั้งนี้คือ จอห์น แลสซีเตอร์, แอนดรูว์ สแตนตัน (ผู้ร่วมเขียนบทภาพยนตร์ “Toy Story” และ “Toy Story 2” และได้เขียนบทและกำกับ “Finding Nemo” และ “WALL•E”), พีท ด็อคเตอร์ (ผู้กำกับ/มือเขียนบท “Monsters, Inc.” และ “Up”), ดาร์ลา เค. แอนเดอร์สัน, บ็อบ ปีเตอร์สันและเจฟฟ์ พิเจียน

อังค์ริช กล่าว “ในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ มีซีเควลเพียงไม่กี่เรื่องที่ดีเท่าภาคแรก และเราก็นึกไม่ออก ว่ามีหนังเรื่องไหนที่มีภาคสามดีๆ บ้าง เรื่องเดียวที่เราคิดออกคือ ‘The Return of the King’ แต่นั่นก็เป็นเหมือนตอนที่ สามของเรื่องยาวเรื่องเดียวมากกว่า ตอนนั้นเองที่ผมปิ๊งไอเดียขึ้นมา เราต้องการให้ ‘Toy Story’ ทั้งสามภาค ให้ความรู้สึกเหมือน เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวยิ่งใหญ่ ความคิดนั้นกลายเป็นแรงขับสำหรับพวกเราในการสร้าง ‘Toy Story 3’ ครับ”

“เรารู้สึกมองโลกในแง่บวก เพราะแม้ว่าการสร้างซีเควลที่คู่ควรจะเป็นงานที่เหนื่อยแสนสาหัส แต่เราก็เป็นทีมงานสร้างเดิมกับที่สร้างสองภาคแรกขึ้นมา ในวันที่สองของการรวมตัวกัน เราคิดไอเดียของการที่แอนดี้โตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาได้ แล้วเราก็คิดไอเดียว่าวู้ดดี้และของเล่นชิ้นอื่นๆ จะไปลงเอยอยู่ที่สถานรับเลี้ยงเด็ก รวมถึงคอนเซ็ปต์ของการที่บัซถูกเปลี่ยนไปเป็นโหมดเดโมด้วย แอนดรูว์ได้เขียนทรีทเมนต์ที่ทำให้ทุกคนตื่นเต้นขึ้นมา ตรงจุดนั้นเองที่ไมเคิล อาร์นกับผมเริ่มลงมือเขียนเรื่องราวขึ้นมาครับ” อังค์ริช กล่าว

อังค์ริช ได้เล่าถึงการที่พล็อตสำคัญ ของการโยนถุงของเล่นทิ้งไปตรงกับเรื่องของครอบครัวเขา “ก่อนหน้าที่เราจะมีลูก ผมกับภรรยาอาศัยอยู่ในอพาร์ทเมนต์ที่เวสต์ ฮอลลีวูด และเราก็ย้ายไปพาซาเดนากัน เราต้องทำการขนย้ายด้วยตัวเอง แพ็คของของเราเอง และยัดของที่เราไม่ต้องการแล้วใส่ถุงขยะ ผมมีหน้าที่แบกถุงขยะไปไว้ที่ที่ทิ้งขยะด้านหลังตึก ซึ่งรวมถึงถุงขนาดใหญ่ใบหนึ่งด้วย สองสามสัปดาห์ให้หลัง ขณะที่เรากำลังทำความคุ้นเคยกับบ้านใหม่ของเรา ภรรยาผมก็ถามผมว่าผมเห็นตุ๊กตาสัตว์ของเธอไหม เธอไม่เจอตุ๊กตาสัตว์จากสมัยเด็กของเธอ ที่เธอเก็บมาหลายปีแล้วเลย ผมก็ถามเธอว่าพวกมันอยู่ในกล่องใบไหน เธอก็บอกว่ามันไม่ได้อยู่ในกล่อง แต่อยู่ในถุงขยะขนาดใหญ่ ผมรู้สึกเย็นวาบในท้องเพราะผมรู้ทันทีเลยว่าเกิดอะไรขึ้น และผมก็ต้องคิดหาวิธีที่จะสารภาพความจริงกับเธอ ผมไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเธอต้องใส่มันในถุงขยะ และเธอก็ไม่เข้าใจว่าทำไมผมไม่ดูก่อนว่าผมโยนอะไรทิ้งไป ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เธอก็ยังคงไม่ยอมให้ผมลืมไปว่าผมเป็นคนทิ้งตุ๊กตาที่เธอรักไป ผมก็เลยคิดว่าช่วงเวลานั้นใน ‘Toy Story 3’ ตอนที่แม่ของแอนดี้ลากถุงขยะไปตามพื้นจะเป็นการจารึกความทรงจำของของเล่นของ ภรรยาผม และการสละชีพของพวกมันไม่ได้สูญเปล่าในรูปแบบนี้ครับ”

“อะไร ก็ตามที่กีดกันไม่ให้ของเล่นได้เล่นกับเด็กๆ ทำให้พวกเขาวิตกกังวลครับ และ ‘Toy Story’ แต่ละภาคก็จะพูดถึงความกังวลเหล่านั้น ในภาคแรก วู้ดดี้ต้องกังวลกับการที่จะโดนแทนที่ด้วยของเล่นใหม่ ของเล่นมักจะกังวลถึงวันสองวันมากกว่าวันอื่นๆ ในรอบปี ซึ่งก็คือคริสต์มาสกับวันเกิดของเด็ก ใน ‘Toy Story 2’ ต้องรับมือกับการที่จะโดนดึงทึ้ง พังและไม่มีใครเล่นด้วยเพราะพวกเขาเปราะบาง วู้ดดี้ต้องเผชิญหน้ากับทางเลือกของการมีสภาพสมบูรณ์ แต่จะไม่มีใครรักอีกเลย มันเป็นเรื่องลึกซึ้งครับ และในภาคสาม เราก็ต้องรับมือกับช่วงเวลาที่ของเล่นกังวลมากที่สุด นั่นคือการที่เด็กคนนั้นเติบโตขึ้น ตอนที่คุณพัง คุณถูกซ่อมได้ ตอนที่คุณหายไป คุณถูกหาตัวจนพบได้ ตอนที่คุณถูกขโมย คุณถูกตามตัวกลับมาได้ แต่ไม่มีอะไรที่แก้ไขการที่เด็กคนนั้นโตเกินของเล่นได้ มันเป็นวิวัฒนาการที่น่าสนใจสำหรับเรื่องราวครับ”แลสซีเตอร์ กล่าว

12 สิงหาคมนี้ เพลิดเพลินไป กับ “Toy Story 3″ ในโรงภาพยนตร์

ที่มา http://movie.mthai.com/movie-news/74142.html

คำคมดีๆ ที่เอามาแบ่งปัน

Improvement begins with I.
การพัฒนาเริ่มต้นที่ "ตัวเรา"
โดย Arnold Glasow

Kindness, like a boomerang, always returns.
ความเมตตาก็เหมือนกับบูมเมอแรง คือจะย้อนกลับมา
โดย นิรนาม


If you tell the truth, you don't have to remember anything.
เมื่อคุณพูดความจริง คุณไม่จำเป็นต้องคอยจดจำ
โดย มาร์ก ทเวน

เพราะแสวงหา มิใช่รอคอย
เพราะเชี่ยวชาญ มิใช่เพราะโอกาส
เพราะสามารถ มิใช่เพราะโชคช่วย
ดังนี้แล้ว ลิขิตฟ้า หรือ จะสู้มานะตน

โดย ท่านขงเบ้ง

There is no revenge so complete as forgiveness.
ไม่ มีการแก้แค้นใดสมบูรณ์แบบไปกว่า "การให้อภัย"
โดย จอร์จ บิลลิงส์

Even a stopped clock is right twice a day.
After some years it can boast of a long series of successes.

แม้ แต่นาฬิกาตายยังบอกเวลาได้ถูกต้อง 2 ครั้งในทุก ๆ วัน
หลายปีผ่านไป มันสามารถคุยอวดได้ว่ามีประวัติอันยาวนานของความสำเร็จ
โดย Ebner-Eschenbach

What man can imagine, man can do.
สิ่ง ใดที่มนุษย์คิดฝัน มนุษย์ทำได้

Reality doesn't bite, rather our perception of reality bites.
ความจริงไม่ทำให้เราเจ็บปวด
มุมมองของเรา ต่อความจริงนั้นต่างหากที่ทำให้เราเจ็บปวด
โดย แอนโธนี เจ ดิแอนเจโล

Don't wait for people to be friendly, show them how.
อย่ามัวแต่มองหามิตรภาพจากผู้อื่น แต่จงแสดงมันออกมาก่อน
โดย นิรนาม

The best happiest people don't necessarily have the best of everything.
They just make the best of everything.

คน มีความสุขที่สุดไม่จำเป็นต้องมีทุกสิ่งที่เลอเลิศ แต่เขาทำให้สิ่งที่มีอยู่เลอเลิศ

We make a living by what we get, but we make a life by what we give.
เราหา เลี้ยงชีพด้วยสิ่งที่เรา "ได้" แต่เรามีชีวิตด้วยสิ่งที่เรา "ให้"
โดย วินสตัน เชอร์ชิล อดีตนายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักร

You get more than you give when you give more than you get.

คุณจะได้มากกว่าที่คุณให้ เมื่อคุณให้มากกว่าที่คุณได้รับ

If you have time to whine and complain about something
then you have the time to do something about it.

ถ้า หากคุณมีเวลาพอจะคร่ำครวญและบ่นพร่ำเกี่ยวกับบางสิ่ง
แสดงว่าคุณมีเวลา พอจะทำสิ่งนั้นให้ดีขึ้น
โดย แอนโธนี เจ ดิแอนเจโล

Kindness is the language which the deaf can hear and the blind can see.
ความเมตตา คือภาษาที่คนหูหนวกได้ยินและคนตาบอดมองเห็น
โดย มาร์ค ทเวน

แพ้อย่างไม่เป็นทุกข์
ดีกว่าชนะอย่างไม่เป็น สุข

โดย ดังตฤณ

The test of generosity is not how much you give,
but how much you have left.
บทพิสูจน์ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ไม่ได้อยู่ที่คุณให้มาก แค่ไหน
หากแต่อยู่ที่คุณมีเหลือเท่าใดหลังจากให้แล้ว

You can't do much about the length of your life,
but you can do a lot about its depth and width.
คุณ ไม่สามารถทำอะไรได้มากนักในเรื่องความยาวของชีวิต
แต่คุณทำได้มากใน เรื่องความลึกและความกว้างของมัน

You get the best out of others when you give the best of yourself.
คุณ จะได้รับสิ่งที่ดีที่สุดของคนอื่น เมื่อคุณได้ให้สิ่งที่ดีที่สุดของคุณไป
โดย Harvey Firestone

ด่วน!!! บั๊ก Facebook




เผย ชื่อ+ภาพถ่าย

รายงานข่าวด่วนชิ้นนี้ อาจจะทำให้ผู้ใช้ Facebook หลายๆ ท่านต้องตระหนักถึงควาามเป็นส่วนตัวมากขึ้น เนื่องจากล่าสุดทาง Facebook ได้ออกมาเปิดเผยว่า พบข้อผิดพลาดของการทำงานที่ทำให้ใครก็ได้สามารถเห็นชื่อจริง และภาพถ่ายของสมาชิก Facebook ได้ เพียงแค่ล็อกอินด้วยอีเมล์แอดเดรสของบัญชีผู้ใช้ โดยใส่รหัสผ่านมั่วๆ เข้าไป หน้าเว็บแจ้งข้อผิดพลาดจะแสดงชื่อเสียงเรียงนาม และภาพของเจ้าของบัญชีผู้ใช้ (profile photo) รายนั้นๆ ขึ้นมา


ประเด็นก็คือ มันทำงานกับบัญชีผู้ใช้ Facebook ที่ตั้งค่าเป็น hidden โพรไฟล์ไม่ให้ใครเห็นด้วย จากในรูปข้างล่างนี้





คุณผู้อ่านจะเห็นว่า ภาพบัญชีผู้ใช้แสดงขึ้นมาพร้อมกับชื่อเต็มๆ ในหน้าแจ้งป้อนรหัสผิดพลาด สำหรับข้อผิดพลาดที่ดูเหมือนกับเป็นเรื่องปกติของใครๆ หลายคน กลับกลายเป็นข่าวใหญ่ออกมา เมื่อมีการเปิดเผยรายชื่อที่สมบูรณ์พร้อมอีเมล์แอดเดรสออกมา โดยู้เขียนต้องการชี้ให้เห็นว่า ด้วยสคริปท์ที่เขียนขึ้นมา (PHP Script) สามารถค้นหาชื่อนามสกุลที่สมบูรณ์จากอีเมล์ลิสต์ที่มี เพื่อจับคู่กันแล้วใช้ส่งสแปม หรือโจมตีด้วยฟิชชิ่ง ซึ่งอีเมล์ทีระบุชื่อจริงของผู้รับจะมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น เห็นไหมครับว่า ข้อผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ อย่าง นี้ก็สามารถใช้เป็นช่องทางหากินของผู้ไม่หวังดีได้ หวังว่า บั๊กดังกล่าวจะได้รับการแก้ไขจากทาง Facebook ในเร็ววัน!!!


ข้อมูล จาก: theregister

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ ดาราเดลี่

The Door ~ ประตู 2 บาน

เรื่อง ประตูสองบาน
โดย กะว่าก๋า


ประตูมี หลายแบบความทุกข์และปัญหาก็มีหลายแบบเช่นกัน


บาง ครั้งเราใช้ชีวิตแบบดึงทั้งที่ประตูบอกว่าผลัก

และใช้ชีวิตแบบผลัก ทั้งที่ประตูบอกให้เลื่อน

ประตูเปิดไม่ออก ปัญหาผลักไม่ออก
ไม่ ใช่เป็นเพราะปัญหาแก้ไม่ได้ หรือประตูเปิดไม่ได้

หากแต่เป็นที่ตัวเราไม่เคยใช้ "ความคิด"
เพื่อค้นหาวิธีการเปิดประตูอย่างถูกต้องเลย











วันอาทิตย์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ไข่ปลาที่แพงที่สุดในโลก

ไข่ปลาคาร์เวียร์ ไข่ แพงที่สุดในโลก
(Most expensive caviar eggs)

ภาพประกอบ

ปลาสเตอร์เจียน (Stergian) จะพบได้ตามชายฝั่งทะเลของยุโรปตอนเหนือ และ ทวีปอเมริกาเหนือ ปลาชนิดนี้จะเข้ามาผสมพันธุ์ และถือกำเนิดในแหล่งน้ำจืด เมื่อโตพอควรก็จะอพยพไปอาศัย และเติบโตในทะเล ขนาดใหญ่ที่สุดที่เคยพบยาวกว่า 11 ฟุต น้ำหนักกว่า 400 กิโลกรัม เป็นปลาที่มีอายุยืนมากที่สุดชนิดหนึ่งของโลก มีหลักฐานที่เชื่อถือได้ว่าปลาบางตัวมีอายุยืนยาวกว่า 100 ปี (ข้อมูลนี้อ้างอิงจากหนังสือ THE GUINNESS BOOK OF ANIMAL FACTS AND FEATS)
ปลาสเตอร์เจียน
จัดได้ว่าเป็นปลาดึกดำบรรพ์พวกหนึ่งที่มีวิวัฒนาการมากว่า 200 ล้านปี ซึ่งปลาในทุกวันนี้ก็มีรูปร่างคล้ายคลึงกับบรรพบุรุษ มีการเปลี่ยน แปลงที่น้อยมากในปัจจุบัน คาเวียร์ที่มีชื่อเสียงจะมาจากฝั่งทะเลแคสเปียน ในแถบอาเซอร์ไบจัน อิหร่าน และ รัสเซีย คาเวียร์มีหลายประเภท และหลายสี โดยคาเวียร์สีทอง ที่มาจากปลาสเตอร์เลต ( sterlet, ชื่อวิทยาศาสตร์ : Acipenser ruthenus ) เป็นคาเวียร์ที่หายาก นิยมรับประทานกันในหมู่กษัตริย์ โดยในปัจจุบันคาเวียร์ชนิดนี้แทบจะหาไม่ได้ เนื่องจากมีการล่ามากจนเกินไป และทำให้เกิดการสูญพันธุ์

ปลาสเตอร์เจียน (Stergian) ปลากระดูกแข็งขนาดใหญ่ชนิดหนึ่ง ในอันดับปลาฉลามปากเป็ด หรือ อันดับปลาสเตอร์เจียน(Acipenseriformes) อาศัยได้อยู่ทั้งน้ำจืด น้ำกร่อย และทะเลเมื่อยังเล็กจะอาศัยอยู่ในแหล่งน้ำจืด ทะเลสาบ หรือ ตามปากแม่น้ำ แต่เมื่อโตขึ้นจะว่ายอพยพสลงสู่ทะเลใหญ่ และเมื่อถึงฤดูวางไข่ก็จะว่ายกลับมาวางไข่ในแหล่งน้ำจืด

สเตอร์เจียน เป็นปลาที่มนุษย์ใช้เป็นอาหารมานานแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งไข่ปลา ที่เรียกว่า ไข่ปลาคาเวียร์(Caviar) ซึ่งนับเป็นอาหารราคาแพงที่สุดชนิดหนึ่งของโลกสเตอร์เจียน มีรูปร่างคล้ายปลาฉลาม มีหนามแหลมสั้น ๆ บริเวณหลังและเส้นข้างลำตัว (Llateral line) มีหนวดทั้งหมด 2 คู่อยู่บริเวณปลายจมูก ปลายหัวแหลม ปากอยู่ใต้ลำตัว หากินตามพื้นน้ำโดยอาหารได้แก่ สัตว์น้ำขนาดเล็กต่าง ๆ สเตอร์เจียนจะพบแต่เฉพาะซีกโลกทางเหนือซึ่งเป็นเขตหนาวเท่านั้น ได้แก่ ทวีปเอเชียตอนเหนือ ทวีปยุโรปตอนเหนือ ทวีปอเมริกาเหนือตอนเหนือ สถานะปัจจุบันของปลาชนิดนี้ในธรรมชาติใกล้สูญพันธุ์เต็มที แต่ปัจจุบันสามารถเพาะขยายพันธุ์ได้แล้วในบางชนิดสเตอร์เจียน มีทั้งหมด 27 ชนิด (Species) ใน 3 สกุล (Genus) โดยชนิดที่ใหญ่ที่สุด คือ ปลาสเตอร์ เจียนขาว (Huso huso) พบในรัสเซีย สามารถโตเต็มที่ได้ถึง 5 เมตร หนักกว่า 900 กิโลกรัม และมีอายุยืนยาวถึง 210 ปี นับเป็นปลาที่มีอายุยืนยาวที่สุดในโลก เท่าที่มีการบันทึกมา และเป็นชนิดที่ให้ไข่รสชาติดีที่สุดและแพงที่สุดด้วย ส่วนชนิดที่เล็กที่สุด คือ สเตอร์เจียนแคระ (Pseudoscaphirhynchus hermanni) ที่โตเต็มที่มีขนาดไม่ถึง 1 ฟุตเสียด้วยซ้ำ นอกจากนี้แล้ว สเตอร์เจียนยังนิยมเลี้ยงเป็นปลาสวยงามอีกด้วย

เกร็ด ความรู้จากไข่ปลาคาร์เวียร์

ไอคอนประกอบ ไข่ปลาคาร์เวียหมดอายุ เร็วก่อนจะซื้อจึงควรแน่ใจว่าสามารถกินทันก่อนหมด
ไอคอนประกอบ ไข่ปลาคาร์เวียร์แบ่งเกรดได้ 3 เกรด เกรด O (ไข่ปลาคาร์เวียร์สีดำ darkest color ) เกรด OO (ไข่ปลาคาร์เวียร์สีปานกลาง medium toned ) เกรด OOO ( ไข่ปลาคาร์เวียร์สีเหลืองสุกสว่าง lightest color )
ไอคอนประกอบ ไข่ปลาคาร์เวียร์ ไม่ได้ผลิต จากปลาคาร์เวียร์ แต่คำว่าคาร์เวียร์เป็นชื่อเรีัยกรวมถึงไข่ปลาแซลมอน และไข่ปลาสเตอร์เจียน ที่ผ่านการแช่ในน้ำเกลือ
ไอคอนประกอบ ไข่ปลาแซลมอน ( Salmon) ใช้ผลิตไข่ปลาคาร์เวียร์สีแดง
ไข่ปลาสเตอร์เจียน ( Sturgeon ) ใช้ผลิตไข่ปลาคาร์เวียร์สีดำ

คาร์เวียร์

รูป ไข่ปลาคาร์เวียร์ สีแดง และสีดำ

beluga

รูป ปลาบีลูก้า สเตอร์เจียน ที่ใช้ทำไข่ปลาคาร์เวียร์สีดำ และสีเหลืองเกรด OOO

sockeye

รูป ปลาแซลมอน ที่ใช้ทำไข่ปลาคาร์เวียร์สีแดง




ขอบคุณบทความ
http://wowboom.blogspot.com/2009/04/most-expensive-caviar-eggs.html
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=lekkykenny

HTC เตรียมความพร้อม เปิดตัว Desire HD ภายใน 15 กันยานี้??

:: HTC Desire HD ::

HTC Desire HD

ล่าสุดในแหล่งข่าว ได้รับข้อมูลที่น่าจะเกี่ยวข้องกับการเปิดตัวอะไรบางอย่าง โดนมีกำหนดการวันที่ 15 กันยายนที่จะถึงนี้ ซึ่งหลากหลายข่าวก็เชื่อกันว่าน่าจะเป็นการเปิดตัวมือถือรุ่นใดรุ่นหนึ่งที่ มีข่าวหลุดออกมามากในแวดวงอินเทอร์เน็ต

HTC Desire HD

โดยก่อนหน้านี้ ที่ได้มีรูปภาพและวีดีโอของ HTC Desire HD หลุดออกมาให้ชมกันอย่างมากมายในอินเทอร์เน็ตทำให้เชื่อกันว่าในงานเปิดตัว สินค้าอะไรบางอย่างที่จะถึงนี้ จะมีการเปิดตัวของ HTC Desire HD อย่างแน่นอน แต่ถึงอย่างไรก็ต้องติดตามข้อมูลที่เป็นแหล่งอย่างแน่ชัดกับ HTC ในกลางเดือนหน้านี้ ซึ่งอาจจะมีข้อมูลใดเพิ่มเติมก็เป็นได้

♣ มาชู พิชชู แผ่นดินสวรรค์ที่สาบสูญของชาวอินคา ♣



บนยอดเขา สูงในเขตประเทศเปรู ในทวีปอเมริกาใต้ มีอาณาจักรโบราณที่ซุกซ่อนตัว
จาก โลกภายนอกเป็นเวลาหลายร้อยปี จนเพิ่งได้ถูกค้นพบเมื่อประมาณ 100 ปีที่ผ่าน
มา นี่เอง อาณาจักรแห่งนี้คือ "มาชู พิชชู" (Machu Picchu) ของพวกชนเผ่าอินคาที่
สร้างเมือง ณ ที่แห่งนี้เมื่อประมาณ 500 กว่าปีมาแล้ว...

สถานที่แห่งนี้มีชื่อ เสียงโด่งดังจากงานสถาปัตยกรรมที่อยู่บนยอดเขาสูงเสียดฟ้า
และยังผสมผสาน เข้ากับธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่และงดงามได้อย่างกลมกลืน



พวกชาว เผ่าอินคาได้สร้างมาชูพิชชูสร้างขึ้นราวปี ค.ศ.1460-1470 บนเทือกเขาแอนดิส
สูง กว่าระดับน้ำทะเล 2,350 เมตรเหนือผืนป่าอเมซอน มีทำเลที่ดีในการป้องกันข้าศึกเป็น
อย่างดี มีป้อมปราการเป็นชั้นๆ มีส่วนที่ทำการกสิกรรม บ้านเรือน ตลาดร้านค้าและศาสนสถาน
ประกอบด้วย อาคารรวม 200 หลัง ซึ่งแสดงถึงความสามารถด้านการก่อสร้างเป็นอย่างดี



นอกจากนี้การก่อสร้างมาชูพิชชูยังแสดงถึงอัจฉริยภาพ ของชาวอินคาในการสร้างระบบ
ชลประทานเพื่อทำการเกษตรทั้งที่อยู่บนยอดเขา สูง มีการทำการเกษตรกรรมแบบขั้น
บันไดตามไหล่เขา เพาะปลูกข้าวโพดและมันฝรั่ง...


ในยุคนั้นมีผู้อยู่อาศัยราว 1,200 คน จากการขุดค้นพบซากมัมมี่พบว่าส่วนใหญ่เป็นหญิง
ถึงประมาณ 80% ซึ่งได้รับการคัดเลือกให้เป็นเทพีพรหมจารีสำหรับสุริยเทพ ส่วนที่เหลือ
จะ เป็นพระและเด็ก ชาวอินคาไม่รู้จักการใช้ล้อเลื่อน ดังนั้นวิธีการขนหินที่มีขนาดใหญ่
จำนวนมากมาทำการก่อสร้างจึงยังคงเป็น ปริศนามาจนทุกวันนี้...



คน ทั่วไปมักสับสนระหว่างชนพื้นเมืองเผ่ามายากับเผ่าอินคา พวกมายาอาศัยอยู่ใน
ทวีปอเมริกา เหนือตอนกลาง แถบประเทศเม็กซิโก กัวเตมาลา ฮอนดูรัส ขณะที่
พวกอินคา อาศัยอยู่ในทวีปอเมริกาใต้ ชาวอินคาไม่เคยสร้างพีระมิด ผิดกับพวกมายา
ที่ นิยมสร้างพีระมิด ฉะนั้นจึงไม่พบพีระมิดในทวีปอเมริกาใต้

หลังจากที่พวกอินคาสร้างและอาศัยอยู่ในมาชูพิชชู เพียงไม่นาน
นครนี้ก็กลายเป็นเมืองร้างปราศจากผู้คนเป็นเวลากว่า 300-400 ปี
กลายเป็นเมืองที่สูญหายเหลือแต่เพียงเรื่องเล่าในตำนานปรับปราเท่า นั้น

เมื่อชาวสเปนเข้ามาปกครองเปรูเป็น อาณานิคมในปี ค.ศ.1532 ได้ทำลายอาณาจักร
อินคาอย่างราบคาบ แต่ชาวสเปนกลับไม่เคยทราบและค้นพบมาชูพิชชูแห่งนี้
จึงทำให้ทั้ง เมืองอยู่ในสภาพสมบูรณ์ดีอยู่และซุกซ่อนตัวอยู่ในป่าดงดิบ

จนกระทั่งเมื่อประมาณ 100 ปีที่ผ่านมา ศาสตราจารย์ด้านประวัติศาสตร์
แห่งมหาวิทยาลัย Yale ชื่อ Hiram Bingham ซึ่งสนใจประวัติศาสตร์และ
โบราณคดีของพวกชาวอินคา จึงได้ออกเดินทางแกะรอยเพื่อค้นหาเมือง
ในตำนานที่สาบสูญ เขาได้ค้นพบมาชูพิชชูในป่าทึบบนยอดเขาสูง และ
ได้เปิดเผยสู่สาธารณชนผ่าน ทางหนังสือชื่อ The Lost City of Incas
ซึ่งโด่งดังและขายดีจนทำให้ โบราณสถานแห่งนี้มีชื่อเสียงไปทั่วโลก

ปัญหา ปัจจุบันของมาชูพิชชูคือจำนวนนักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาล
แต่ละปีจะมีนัก ท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมปีละ 4 แสนกว่าคนและมากขึ้นเรื่อยๆ
นี่คือรายได้ หลักของประเทศเปรู แต่สิ่งที่ตามมาคือผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
บริเวณนั้น ทำอย่างไรจึงจะพัฒนาแนวคิดเรื่องการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เพื่อ
สร้าง รายได้และยังคงรักษาไว้ให้เป็นสมบัติของโลกและคนรุ่นหลังได้ตลอดไป


















กินรังนก 34 ขวด มีคุณค่าทางอาหารเท่ากับนม 1 กล่อง




แล้วจะจ่ายแพงกว่าทำไม

กินรังนก 34 ขวด=3800บาท มีคุณค่าทางอาหารเท่ากับนม 1 กล่อง =10บาท...แล้วจะกินเพื่อ..!!??

ใกล้ ถึงวันแม่แล้ว ...... ต้องอ่านคะ
เลือกของให้แม่กันดีๆ นะ
แต่ "คนดี....สำคัญกว่าทุกสิ่ง"นะจ๊ะ

ดู โฆษณารังนก แล้วเครียดมาก
ครีเอทีฟ เปลี่ยนจุดขายได้ไหม
รักแม่มาก ซึ้งมาก รวยมาก
ซื้อรังนกเนื้อทองเกรดเอ ให้แม่ยกกระเช้า...
กตัญญู รู้คุณ อย่างตอบแทน

....ความ จริง.....
ส่วนประกอบของรังนก ซึ่งทำการวิเคราะห์โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทยพบว่า

รัง นกประกอบด้วย
น้ำ 5.11% โปรตีน 60.9% แคลเซียม 0.58% โปแตสเซียม 0.03%

สำหรับรังนกสำเร็จรูปพร้อมบริโภคที่มีจำหน่ายใน ท้องตลาด ซึ่งประกอบไปด้วยรังนก 1% น้ำตาลกรวด
12% นั้น เมื่อสถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ถ้ามองในแง่โภชนาการแล้ว ผลจากการ
วิเคราะห์สารอาหารของรังนกสำเร็จรูปทั้ง 2 ขนาดที่มีขายในท้องตลาด จะเห็นว่าพลังงานที่ได้จากรัง
นกสำเร็จรูปนี้ได้ จากน้ำตาลทรายกรวดที่เติมลงไป และมีปริมาณน้อยกว่าไข่ไก่ 1 ฟอง หรือประมาณ 1
ใน 3 ของนม 1 กล่อง ในแง่ของโปตีน ถ้าต้องการให้ได้โปรตีนเท่ากับไข่ไก่ 1 ฟอง ต้องกินรังนกถึง
26 ขวด (2,900 บาท) หรือถ้าจะให้ได้เท่ากับนม 1 กล่อง ต้อกินรังนกถึง 34 ขวด ( 3,800
บาท) หรืออีกนัยหนึ่งมีโปรตีนในรังนกสำเร็จรูป 1 ขสด (70-75 มล.) เท่ากับนมสดปประมาณ 1/2
ช้อนโต๊ะ ในถั่วลิสง 2 เมล็ด หรือน้อยกว่า 1/4 ฟอง ของไข่นกกระทา


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ ดาราเดลี่

10 พฤติกรรมที่ทำให้ร่างกายเสียสมดุล




บางครั้งสิ่งต่างๆ ที่เราทำเป็นประจำทุกวันก็ทำร้ายโครงสร้างของร่างกายให้เสียมสมดุลโดยที่เรา ไม่รู้ตัว ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวเป็นพฤติกรรมของคนทำงานแทบทั้งสิ้น เรามาดูกันค่ะว่าพฤติกรรมที่ว่านั้นมีอะไรบ้าง แล้วลองตรวจเช็คดูนะคะว่าคุณทำในสิ่งเหล่านี้กี่ข้อ

1. ใส่รองเท้าส้นสูงเกิน 1 นิ้วครึ่ง สาวๆที่นิยมใส่รองเท้าส้นสูงเกินกว่า 1 นิ้วครึ่งคงต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสียใหม่แล้วล่ะค่ะเพราะการสวมรองเท้า ส้นสูงๆ จะทำให้แนวกระดูกสันหลังช่วงล่างแอ่นมากกว่าปกติ ทำให้โครงสร้างของร่างกายผิดปกติและทำให้มีอาการปวดหลังตามมา


2. นั่งไขว่ห้า นี่ก็เป็นอีกพฤติกรรมที่มีคนนิยมทำกันมาก แต่ทราบไหมคะว่าการนั่งไขว่ห้างเป็นการทิ้งน้ำหนักตัวลงที่ก้นข้างใดข้าง หนึ่ง ซึ่งจะส่งผลให้กระดูกคดอย่างแน่นอนค่ะ


3. นั่งกอดอก
เวลาที่รู้สึกว่ามือไม้เกะกะ ไม่รู้จะจัดการอย่างไรดี การกอดอกไว้เป็นวิธีที่นิยมใช้กันมาก ซึ่งการกอดอกจะทำให้หลังช่วงบนสะบัก และ หัวไหล่ ถูกยืดออก หลังช่วงบนจะค่อมและงุ้มไปด้านหน้าทำให้กระดูกคอยื่นไปด้านหน้า ซึ่งมีผลต่อเส้นประสาทที่ไปหล่อเลี้ยงแขน จึงอาจทำให้มืออ่อนแรง หรือมีอาการชาได้ นอกจากนี้ยังมีผลต่อหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมองด้วย เพราะถ้ากระดูกคอผิดรูปไปก็จะทำให้กล้ามเนื้อคอเกร็ง การไหลเวียนของเลือดที่ไปเลี้ยงสมองจึงถูกจำกัด ซึ่งจะนำไปสู่อาการปวดศรีษะ หรืออาจทำให้เป็นไมเกรนเรื้อรังได้


4. นั่งเก้าอี้ไม่เต็มก้น
หลายคนคงจะเคยมีพฤติกรรมแบบนี้มาแล้ว การนั่งเก้าอี้ไม่เต็มก้นจะทำให้กล้ามเนื้อหลังต้อทำงานหนัก เพราะฐานในการรับน้ำหนักตัวแคบ ในทางตรงข้าม ถ้านั่งเก้าอี้ให้เต็มก้นคือเลื่อนก้นให้เข้าไปถึงด้านในสุดจนติดพนักพิง จะทำให้กล้ามเนื้อหลังทำงานน้อยลง และเกิดการรองรับน้ำหนักตัวได้เต็มที่


5. นั่งหลังงอ
บางครั้งเราไม่ได้ตั้งใจที่นั่งหลังงอแต่พอนั่งไปนานๆ เราก็ค่อยๆ งอหลังลงโดยที่ไม่รู้ตัว การนั่งทำงานหลังงอหรือนั่งกลังค่อมเป็นเวลานานจะทำให้กล้ามเนื้อเกร็งค้าง เกิดการคั่งของกรดแลกติค ทำให้มีอาการเมื่อยล้า ปวด และมีปัญหาเรื่องกระดูกผิดรูปตามมา


6. สะพายกระเป๋าหนักๆ ด้วยไหล่ข้างเดียว
มักจะเป็นกลุ่มคุณผู้หญิงเสียเป็นส่วนใหญ่ เพราะมีของจุกจิกใส่ไว้ในกระเป๋ามากมาย การสะพายกระเป๋าหนักๆ ด้วยไหล่ข้างเดียวนานๆ จะทำให้ร่างกายต้องทำงานหนักเพียงซีกเดียว ซึ่งจะส่งผลให้กระดูกคดได้ ทางที่ดีควรสลับข้างกันสะพายบ้างหรือเปลี่ยนมาใช้วิธีถือแทนการสะพายพยายาม ทำให้ร่างกายทั้งสองซีกมีความสมดุล และถ้าเป็นไปได้ก็ไม่ควรสะพายหรือหิ้วของหนักๆ นานๆ


7. หิ้วของหนักๆ ด้วยนิ้ว
โดยเฉพาะคนที่ชอบใช้เพียงบางนิ้วในการหิ้วของ การใช้นิ้วหิ้วของหนักบ่อยๆ จะทำให้เกิดพังผืดยึดตามข้อนิ้วมือ เพราะจริงๆ แล้วกล้ามเนื้อมือและนิ้วเป็นกล้ามเนื้อมัดเล็กมีหน้าที่หลักคือ ใช้หยิบ, จับของเบาๆ หากต้องใช้จับหรือหิ้วของหนักๆ จะทำให้เส้นเอ็นมีการเสียดสีและเกิดพังผืดขึ้นในที่สุด ถ้าหิ้วของหนักมากๆ จะทำให้กล้ามเนื้อมัดอื่นๆ ถูกรั้ง และเกี่ยวโยงไปถึงกระดูกคอ ทำให้กล้ามเนื้อเกร็งมากกว่าปกติ ซึ่งจะมีผลต่อการทรุดของกระดูกและกดทับเส้นประสาทได้


8. ยืนหลังแอ่น และ ยืนหลังค่อม
จำทำให้แนวกระดูกช่วงล่างแอ่นและทำให้เกิดอาการปวดหลังตามมา การยืนที่ถูกต้องคือ ยืนหลังตรง แขม่วท้องเล็กน้อย รวมถึงขณะเดินและนั่งก็ให้แขม่วท้องเล็กน้อยอยู่ตลอดเวลา เพื่อเป็นการักษาแนวกระดูกช่วงล่างไม่ให้แอ่นและทำให้ไม่ปวดหลัง


9. ยืนพักขา
เป็นการยืนโดยทิ้งน้ำหนักตัวลงไปที่ขาข้างใดข้างหนึ่งเพียงข้างเดียว ทำให้กล้ามเนื้อขาข้างนั้นๆ ต้องแบกรับน้ำหนักมากเกินไป และทำให้กระดูกเชิงกรานบิดเบี้ยว ส่งผลให้กระดูกสันหลังคดได้การยืนที่ถูกต้องคือต้องลงน้ำหนักที่ขาทั้ง 2 ข้างเท่าๆ กัน โดยยืนให้ขากว้างเท่าสะโพก จะทำให้เกิดความสมดุลของโครงสร้างร่างกายกล้ามเนื้อขาทั้งสองข้างจะไดรับ น้ำหนักเท่าๆ กัน


10. นอนขดตัว หรือ นอนตะแคง
จะทำให้กระดูกสันหลังไม่อยู่ในแนวตรง ท่านอนที่ถูกต้องที่สุดคือ ท่านอนหงาย โดยให้หน้าขนานกับเพดาน ไม่หงายไปด้านหลัง หรือ งอมาด้านหน้ามากเกินไป หมอนหนุนศรีษะก็ต้องไม่แข็งหรือนิ่มจนเกินไป ควรมีหมอนรองใต้เข่าเพื่อลดความแอ่นของกระดูกสันหลังช่วงล่าง หากจำเป็นต้องนอนตะแคง ให้หาหมอนข้างมาก่าย โดยก่ายให้ขาทั้งหมดอยู่บนหมอนข้างเพื่อรักษาแนวกระดูกให้อยู่ในแนวตรง

+++ Hamster +++

+++ Playlist +++


MusicPlaylistRingtones
Create a playlist at MixPod.com

+++ coming soon +++