วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

เป็นโสดอย่างไรให้เป็นสุข

เป็นโสดอย่างไรให้เป็นสุข

Step One หาก คุณรู้สึกว่างานที่ทำอยู่ ไม่มีอะไรน่าเรียนรู้และน่าค้นหาอีกแล้ว จงเปลี่ยนงานซะเถอะค่ะ แต่หากตำแหน่งผู้จัดการอยู่แค่มือเอื้อม คุณจงพยายามเข้าและคว้ามันมาให้ได้ ถ้าความฝันของคุณคือการเป็นเป็นนักจิตรกรมือดี อย่าเพียงแต่ฝัน วาดมันลงไป อะไรที่คุณฝันไว้อย่าเพียงแต่รอ แต่จงลงมือทำในทันที เพื่อให้สิ่งที่ฝันนั้นเกิดผลเมื่อคุณทำสำเร็จแล้ว สิ่งนั้นจะเป็นกำลังใจ สร้างความมั่นใจ และผลักดันให้ตัวคุณทำฝันต่อๆ ไปให้ลุล่วงได้อีกไม่ยาก เพียงเท่านี้ความสุขก็จะมาหาคุณได้ง่ายๆ โดยที่ไม่ต้องง้อหนุ่มๆ แล้ว

Step Two พอ พูดถึงคำว่าเพื่อน ใครๆ ก็บอกว่าฉันมีเพื่อนเยอะแยะ แต่จะมีสีกกี่คนที่มีเพื่อนแท้ที่จริงใจต่อเรา เพื่อนนั้นเปรียบเสมือนสีสันที่มาแต่งเติมชีวิตเราให้สดใส ตื่นเต้น มีชีวิตชีวา และเมื่อเวลาแห่งความเศร้าเสียใจเกิดขึ้นกับคุณ เวลาเหล่านี้แหละที่จะเป็นช่วงเวลาแห่งการทดสอบความจริงใจได้อย่างดี เพราะฉะนั้นจงมองหาเพื่อนที่เรียกได้ว่าเป็นเพื่อนแท้ที่จะอยู่เคียงข้างเรา ทุกเมื่อ ดีกว่าเพื่อนที่จะอยู่กับเรายาม Hang Out เท่านั้น

Step Three จง เอนจอยกับตัวเองให้มาก เพราะการเป็นโสดคือช่วงเวลาที่คุณสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองได้บ่อยเท่าที่คุณ ต้องการโดยไม่ต้องแคร์ใคร หรือต้องได้รับความเห็นชอบจากใคร ถ้าคุณเป็นสาวผมดำขลับ อยากเป็ยลุคส์ดูบ้าง ลองเปลี่ยนสีผมเป็นสาวบลอนด์ดูสิคะ หรือถ้าคุณเป็นสาวผมยาวเรียบร้อย นี่เป็นช่วงเวลาที่ดีไปที่ร้านตัดผม แล้วตัดให้เปรี้ยวปรี๊ดเลย ถ้าผมที่เปลี่ยนมาใหม่ไม่ทำให้คุณปลื้ม ก็ไม่ต้องกังวล เพราะจะไม่มีใครมานั่งตินั่งว่าคุณอยู่แล้ว และถ้าเกิดมันดูดีขึ้นมา เอาเลยค่ะ ก้าวไปสู่โลกที่สวยงาม แล้วเดินอย่างสง่าผ่าเผย รับรองว่าบางทีคุณอาจจะเอจใครที่เป็นคู่คุณอยู่ก็ได้

Step Four ควบ คุมเรื่องการใช้จ่ายให้ดี เพราะอย่างที่ทราบกันว่า เมื่อคุณไม่มีแฟนคอยควักเงินซื้อนู่นซื้อนี่ให้ สิ่งที่คุณต้องรับไว้ก็คือ จ่ายเองหมด ไม่ว่าจะค่าอาหาร ค่ารถ ค่าเสื้อผ้า หรือค่าอะไรอีกจิปาถะ เพราะฉะนั้นเมื่อคุณทราบดีแล้วว่า ไม่มีใครคอบซัพพอร์ตเรื่องนี้ให้คุณ ก่อนจะซื้ออะไร ควรพิจารณาให้ถี่ถ้วนก่อน เมื่อคุณประพฤติจนเป็นนิสัยแล้ว คุณจะเห็นว่าเงินในแบงค์ของคุณไม่ได้หดหายไปไหนเลย

Step Five มี ความสุขกับตัวเองให้มากที่สุด ไม่มีแฟนใช่ว่าจะต้องจมอยู่กับงานทั้งวันทั้งคืน เพื่อหลีกหนีความรู้สึกว้าเหว่ ลองใช้เวลาอยู่กับเพื่อนสนิท ออกไปเที่ยวสังสรรค์กันบ้าง ความเซ็งจะได้ทุเลาลง หรืออย่างน้อยก็ใช้เวลาอยู่กับตัวเองวันละ 1 ชั่วโมง เพื่อเรียกพลังงานและพร้อมจุดตะเกียงหอมกลิ่นอโรมา นอนฟังเพลงโปรดบนที่นอนนุ่มๆ ทำอาหารอร่อยๆ กิน หรือทำอะไรก็ตามที่จะทำให้คุณหลุดออกจากโลกที่น่าเบื่อหน่ายไปได้สักพัก

Step Six หัน มาดูแลสุขภาพร่างกายตัวเอง เพราะร่างกายที่แข็งแรงเป็นกุญแจสู่ความงาม ไม่มีวิธีไหนที่จะทำให้คุณสุขภาพดี และสดใสได้เท่ากับการออกกำลังกาย เพราะนอกจากร่างกายจะแข็งแรงแล้ว ก็จะส่งผลถึงจิตใจที่ดีของคุณด้วย อย่าคิดถึงเรื่องงานขณะออกกำลังกาย แต่จงสนุกกับกีฬาและท่าทางการออกกำลังกายที่คุณกำลังทำอยู่ อย่างการเต้นแอโรบิก โยกย้ายส่ายสะโพกให้เต็มที่ไปเลยค่ะ

Step Seven พูด ถึงเรื่องสุขภาพ และการเปลี่ยนแปลงในหลายๆ ด้านไปแล้ว ทีนี้ลองหันมาออกกำลังสมอง พัฒนาสติปัญญาให้มีความคิดสร้างสรรค์ หรือมีสิ่งที่เป็นประโยชน์เข้าสมองบ้าง อย่างการอ่านหนังสือพิมพ์ ดูข่าวและสารคดีทางทีวี ไปดูงานศิลปะตามแกลลอรี่ที่ปัจจุบันมีมากขึ้น สมัครคอร์สเรียนในสิ่งที่คุณสนใจ เพียงเท่านี้ก็จะทำให้คุณมีความมั่นใจในศักยภาพของตัวเอง และยังเป็นวิธีบริหารสมองที่ดีทางหนึ่งด้วยนะคะ

Step Eight พอ ใจในสิ่งที่คุณเป็นอยู่ ไม่ว่าคุณจะสูงเพียง 150 ซม. หน้ากลมบล็อกหรือผมหยักศก คุณก็มีสิทธิ์ได้รับความรักจากคนรอบข้างได้เท่าๆ กัน เพราะฉะนั้นจงรักตัวเอง เพราะตราบใดที่คุณยังไม่รักตัวเองก็อย่าหวังว่าจะมีหนุ่มๆ มารักคุณเลย สิ่งสำคัญที่สุดคือ ความคิดที่อยู่ในใจคุณ เพราะเมือ่ใดที่คุณคิดดี เชื่อว่าการกระทำที่ตามมาจะต้องดีตาม และเมื่อนั้นคงไม่มีหนุ่มคนไหนที่จะมองข้ามคุณไปได้หรอกค่ะ

วิธีรักอย่างผู้หญิงฉลาด

ความรัก, รัก

มีเคล็ดลับการรัก อย่างฉลาด มาฝาก อันนี้นำมาเอาใจคุณสาวๆ โดยเฉพาะเลยนะค่ะ อยากรักอย่างฉลาด ก็ลองมาดูวิธีง่ายๆ ดังนี้กัน...

1. รู้ว่า...ต้องใช้ชีวิตคุ้มค่า เมื่อมีคนรัก จงปรับเปลี่ยนเฉพาะในส่วนที่ทำให้ชีวิตคู่ราบรื่น หากคุณเปลี่ยนแปลงไปทุกอย่างกลายเป็น ผู้หญิงอีกคนหนึ่งซึ่งเขาไม่คุ้นเคย เขาก็จะค่อย ๆ หมดความสนใจในตัวคุณ ถ้าคุณมองไม่เห็นคุณค่าของตัวเอง แล้วใครจะมองเห็นคุณค่าของคุณ

2. รู้ว่า...เซ็กส์ไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่ว่าคุณจะหลงเสน่ห์เขาแค่ไหน ไม่ว่าความสัมพันธ์จะดำเนินต่อไปอย่างไรอย่าลืมว่าคนแปลกหน้าก็ ยังเป็นคนแปลกหน้าอยู่ดี ถึงประวัติส่วนตัวเขาจะดี แต่ที่แน่ ๆ คุณไม่มีโอกาสรู้ว่าเขามีโรคติดต่อทางเพศหรือเปล่า ไม่จำเป็นที่คุณต้องมีอะไรกับเขาถ้าคุณยังไม่พร้อมในทุกด้าน เรารู้จักรักผู้ชายได้โดยไม่ต้องมีเซ็กส์ได้

3. รู้ว่า...ผู้ชายแสนดีไม่จำเป็นต้องหล่อ ถ้าเขาคนนั้นทำให้คุณมีความสุข อบอุ่น หัวเราะได้มีความชอบอะไรเหมือนกันหลายอย่าง แถมเขายังฉลาด แต่ไม่หล่อเลย คุณสาว ๆ ลองไปเดินสังเกตุตามซูเปอร์มาเก็ตดู ผู้ชายที่มาซื้อของกับครอบครัวหรือเล่นอยู่กับลูก ๆ ตามชายหาด ผู้ชายเหล่านี้หน้าตาอาจจะไม่เหมือนนายแบบในนิตยสารเลยแต่เขานี่แหละที่ เหมาะจะเป็นพ่อของลูกคุณ

4. รู้ว่า…ความรักมีปริมาณ 50-50 สิ่งที่คู่รักต้องการ คือ ความรักที่พบกันครึ่งทางมีการให้และรักอย่างสมดุล ต่างฝ่ายต่างเอาใจใส่ห่วงใยกัน ช่วยเหลือกัน มอบความรักให้อีกฝ่ายเท่าเทียมกัน ไม่มากเกินไป หรือน้อยเกินไป

5. รู้ว่า...คุณไม่มีวันเปลี่ยนแปลงผู้ชายได้ เหตุผลก็คือ คุณไม่สามารถและไม่สมควรที่จะพยายามเปลี่ยนสิ่งที่เขาชอบหรือไม่ชอบ ไม่มีใครเปลี่ยนใครได้นอกจากตัวของเขาเอง เก็บพลังใจกายและเวลาอันมีค่าที่จะสูญเสียไปไว้ให้ กับคนที่ต้องการความสัมพันธ์ดี ๆ กับเราดีกว่า หรือทำอะไรก็ได้ร้อยแปดประการที่ทำให้ชีวิตคุณดีขึ้น หากเขาแสดงการไม่ให้เกียรติคุณเขาก็ไม่สมควรที่จะได้รับความรัก ห่วงใยจากคุณอีก ถ้าปล่อยให้เขาทำตัวแย่กับเราเขาก็จะแย่ลงเรื่อย ๆ

6. รู้ว่า...เป็นคนรักต่างกับคนรับใช้ จริงแล้วผู้ชายที่มีความรับผิดชอบดี เขาจะไม่ชอบผู้หญิงที่อ่อนแอและเป็นเบี้ยล่างให้เขาตลอดเวลาหรือเกรงใจผู้ อื่นจนปฏิเสธใครไม่เป็น เราต้องรู้จักปฏิเสธและโต้กลับบ้าง การปฏิเสธข้อเรียกร้องของคนอื่นบ้างไม่ใช่เรื่องหยาบคาย

7. รู้ว่า...การแต่งงานไม่ใช่กระดาษแผ่นเดียว ใบ ทะเบียนสมรสไม่ใช่สิ่งที่จะรับรองว่าชีวิตคู่ของคุณจะอยู่กันตลอดรอดฝั่งแต่ การแต่งงานนั้นเป็น"งาน"จริง ๆ งานที่ต้องช่วยกันคิด ช่วยกันแก้ ต้องทำความตกลงกันในหลายเรื่องอาศัยการประนีประนอม และหมายถึงการใช้ชีวิตซ้ำ ๆ ในแต่ละวันกับมนุษย์คนเดิมซึ่งเขาอาจจะไม่จำเป็นต้องได้ดั่งใจคุณทุกอย่าง ไม่จำเป็นต้องรู้สึกหรือมีความคิดเห็นเหมือนคุณทุกเรื่องและชีวิตคู่ไม่ต้อง โรแมนติกตลอดเวลาก็สามารถมีความหมายลึกซึ้งและเป็นรักที่แท้และฉลาดได้

8. รู้ว่า...ไม่ควรประจานข้อบกพร่องของตัวเองให้เขาฟัง ทุกคนย่อมมีข้อเสียหรือนิสัยแย่ ๆ กันทั้งนั้น แต่ก็ไม่ต้องไม่แฉทั้งหมดว่า เรามีข้อเสียอะไรบ้าง เพราะอาจจะทำให้ต้องโบกมือลา ตั้งแต่ก่อนจะได้คบกัน..และแน่นอนหนุ่ม ๆ ของคุณก็มีข้อเสียเช่นกันก็ต้องขึ้นอยู่กับว่าคุณทั้งคู่จะปรับตัว ปรับใจ ยอมรับนิสัยแย่ ๆ ได้ไม ถ้าไม่ได้ก็คงต้องลาจากกัน

9. รู้ว่า...ต้องไม่เป็นหนังสือที่อ่านง่ายสำหรับเขา คงเคยได้ยินกันมาบ้างแล้วว่า อะไรที่ได้มาอย่างง่าย ๆ มันก็ไปง่าย ๆ ได้เช่นกัน หรือดูไม่มีคุณค่าให้รักษานั่นเอง

10. รู้ว่า...อย่าเรียกร้องความเท่าเทียมจากผู้ชาย ถ้าคุณยังดูแลตัวเองไม่ได้ หากคุณยังไม่มีความเข้มแข็งพอ หรือดูแลตัวเองยังไม่ได้ แล้วอย่างนี้เราจะมีสิทธิ์อะไรไปต่อกรกับผู้ชายแมนๆ เขาได้ ดีไม่ดีจะโดนดูถูกเอาด้วย

ความรักที่คุณคิดว่าเจ็บปวดที่สุด คืออะไร

ความรักที่เจ็บปวดที่สุด

ความ รักที่เจ็บปวดมากที่สุด คือ ความรักเช่นไร ? ชีวิตของคนทุกคนมักมีผู้คนมากมายเข้ามาให้รักและเราก็เป็นที่รักของใครอีก หลาย ๆ คน แต่จะมีสักกี่คนที่จะสมหวังในรัก

บางที่ความรักก็มักจะแฝง ไปด้วยความเจ็บปวดเสมอ เปรียบเสมือน

“ความสุขสวรรค์มักมาพร้อมกับบทลงทัณฑ์จากพระเจ้าเสมอ” ความ รักก็เช่นเดียวกัน มีทั้งสุข และทุกข์ปะปนกันไป ใครเล่าจะมีความสุขตลอดไป ทุกอย่างมีสองด้านเสมอ เหรียญยังมีสองด้าน มือยังมีสองข้าง แล้วใยความรักจะมีด้านเดียวได้อย่างไร เมื่อความรักมายืนจังก้าอยู่ด้านหน้า คุณจะทำเช่นไร จะเดินต่อ หรือถอยหนี หรือผลักไสไล่ส่งให้มันไปไกล ๆ

ทั้ง ที่ความเป็นจริงคุณอาจได้พบรักที่ตราตรึงใจก็ได้ แต่ก็นั่นแหละ อะไร ๆ ก็เปลี่ยนแปลงได้เสมอ สมหวังกับผิดหวังเป็นของคู่กัน คุณสมหวังที่ได้พบเจอะเจอคนที่รัก แต่คุณอาจจะผิดหวังเมื่อเธอไม่คิดว่าคุณเป็นคนรักก็ได้…แล้วจะทำเช่นไร ก็ช้ำใจไปโดยปริยายให้ทำไงได้จะบังคับให้เขารักเราก็ไม่ได้อีก ปวดใจกันเปล่า ๆ วิธีที่ง่ายที่สุด แต่เอาเข้าจริงก็ยากเหมือนกัน นั่นคือ ตัด ใจ…

บอกกับตัวเอง และหัวใจว่า พอเถอะ ! อย่ารักเขาเลย เขาไม่ได้รักคุณเหมือนที่คุณต้องการ คุณรักเขา แต่สุดท้ายเขาก็ไม่เคยรักคุณเลย

หยุดดีกว่าชีวิตของคุณยังมีค่า อย่างน้อยก็ยังมีใครคนอื่นมาให้คุณรัก มาให้คุณได้สัมผัส และเขาคนนั้นก็รักคุณเช่นกัน เมื่อ วันนี้ ผิดหวังก็ปล่อยให้มันหลุดลอยไปเถอะ ปล่อยให้เขาไปอยู่กับสิ่งที่เขารักดีกว่า รักตัวเองบ้าง อย่ารักคนที่เขาไม่เคยรักเราเลย มันเจ็บปวดเปล่า ๆ เพราะ…ความรักที่เจ็บปวดที่สุดนั่นคือ

"การที่เรารักใครสักคน แต่ใครคนนั้นไม่เคยรักเราเลย”

“ใจ“ เรา

เคยเป็นมั้ย "ใจเหงา" ที่หาสาเหตุไม่ได้ นั่นสิ ทำไมหาสาเหตุไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่ความเป็นจริง ความรู้สึก "หัวใจ" ก็เป็นของเรา จนทำให้ทีสงสัย เหตุเมื่อใจของเรา แต่ทำไมใจถึงไม่ทำตามสิ่งที่คิด ไป ๆ มา ๆ ก็หาคำตอบยากเอาการ

เรื่อง ของ "ใจ" นี่ช่างยากจริง ๆ เพราะกว่าจะหาวิธีการที่จะเข้าใจ ยังต้องหาวิธีเข้าถึงความรู้สึกของ "ใจ"ด้วยซ้ำ ทีอาจจะเหงา แต่ทีก็มีวิธีที่ทำให้ใจ "ไม่หดหู่" เอาเป็นว่า อย่างน้อยทำให้ "ใจ" หายหดหู่น้อยลง

ขั้นแรก ทีหยิบหนังสือเล่มโปรด เรื่องราวความรักในมุมมองใกล้ ๆ ตัว หยิบมาเสริมกำลังใจ หากให้แนะนำคงต้องนี่เลย "หนังสือแนวให้กำลัง เขียนโดย ต้นกล้า นัยนา นักเขียนคนโปรดของที

ขั้นสอง หากขั้นแรกไม่สำเร็จ นี่เลย สรรหาต้นไม้ หรือต้นไม้ที่คุณละเลยการรดน้ำ หันมาสนใจ มองมันอย่างพินิจพิเคราะห์ และตั้งคำถามว่า เหตุใดจึงทนถูกทอดทิ้งได้ ถ้าคุณได้คำตอบ คุณก็ผ่านความหดหู่

ขั้นสาม หากขั้นหนึ่ง และสองคุณยังคิดว่าไม่ทำให้หายหดหู่ คุณลองมาดูวิธีนี้ ทานไอติมรสโปรด และซื้อขนมปัง แล้วเดินตามทาง พบเจอสุนัขที่คุณเคยคุ้นเคย และพบผ่านบ่อยครั้ง แต่คุณไม่เคยจะสนใจ ลองหยิบยื่นขนมปังเล็กน้อย แล้วคุณจะแอบอมยิ้มกับท่าทางของสุนัขตัวนั้น (ถ้าไม่เจอสุนัขโหด)

ขั้นสี่ หากคุณต้องอยู่คนเดียว คุณควรพักสายตาสักครู่ และลืมตา คุณจะมองเห็นห้องที่เดิม ๆ แต่หัวใจคุณอยากโล้ดแล่นที่ไหนสักแห่ง เมื่อได้คำตอบ ให้รีบไปสถานที่นั้น (วิธีนี้ทีทำบ่อยเอาการ)

ขั้น ที่หก โทรศัพท์หาคนที่คิดว่า เค้าสามารถสร้างเสริมกำลังใจให้คุณได้ และสามารถให้ข้อคิดกับเค้าได้เช่นกัน (ถ้าเค้าทุกข์ใจกว่า)

ขั้นที่เจ็ด หากยังหากำลังใจไม่เจอ ให้มองตัวเอง แล้วคุณจะพบว่า สิ่งที่ดีที่สุดของการไม่รู้สึกหดหู่ คือ "ใจ" ของเราเอง

แล้วคุณล่ะมีวิธีใด เสริมสร้างใจให้คงอยู่อย่างแข็งแรง ?

วันพุธที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

คาถาแห่งชีวิต

“ความสุข...อาจทำให้ลุ่มหลง
ความทุกข์...ทำให้รู้จักชีวิต
จึงควรขอบคุณความทุกข์ บ้าง”


“เพียงคิดช่วยเขา...ใจเราก็สุข แล้ว
เพียงคิดเบียดเบียนเขา...ใจเราก็ทุกข์แล้ว”

“น้ำทำให้เรือลอยได้ ก็ทำให้เรือล่มได้
ทรัพย์สินเงินทอง ทำให้คนเป็นสุขได้ ก็ทำให้คนเป็นทุกข์ได้”

“การมองข้ามงานเล็กไป จะทำให้งานใหญ่ไม่สำเร็จ”


“เพ่งโทษตน...เป็นบัณฑิต
เพ่ง ความผิดคนอื่น...เป็นพาล”

“ก้าวแรก ก้าวต่อๆ ไป และก้าวสุดท้าย สำคัญพอๆ กัน
ขาดก้าวใดก้าวหนึ่ง ชีวิตจะถึงที่หมายไม่ได้”

“คลื่นลมทำให้ทะเลสวย อุปสรรคทำให้ชีวิตงาม .. บุคคลจึงไม่ควรยอมแพ้เมื่อพบอุปสรรค”
“หากครั้ง นี้ล้มเหลว ครั้งต่อๆ ไปต้องสำเร็จ .. เพราะความสำเร็จ มักมาหลังจากความล้มเหลวเสมอ”


“ความวิตกกังวลใจเป็นโรคร้าย ของชีวิต
ถ้าปล่อยก็ว่าง ถ้าวางก็จะเบา ถ้าเอาก็จะหนัก
ความยิ้มแย้ม แจ่มใสเป็นอุบายสร้างสันติ”

คาถาการทำงาน
“การทำงานคือการพักผ่อน
ทำ งานเพื่องาน ไม่ใช่ทำงานเพื่ออะไร

คนโง่ทำงานแล้วทุกข์ คนฉลาดทำงานแล้วสุข”

.....หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ

ยุ่งยาก กับ เยือกเย็น

“ในยามที่เราพบกับความยุ่งยาก ต้องพึ่งพาความเยือกเย็น
ค่อยๆ ย้อนลงไปแยกแยะสาเหตุแห่งปัญหา ที่ทำให้เราเร่าร้อน”
“เราจะเอาชนะความยุ่งยากของชีวิตได้
ด้วยการเอา ชนะความวิตกกังวลที่เกิดขึ้นในใจของเราเสียก่อน”

“จงมองดูความวิตกกังวลของตนเอง
มอง ดูว่ามันทำให้เราเอาชนะปัญหาของเรา
หรือมันทำให้เราหมดพลังและพ่ายแพ้”

“ปัญหาต่างๆ ของชีวิต ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป
ความทุกข์ยากที่เราคิดว่ามันแสนสาหัสสำหรับเราใน วันนี้
ในวันข้างหน้าเราอาจรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องเล็กน้อย..”

-----------------------------

5 idea จัดห้องนอนสุดโรแมนติก

ถือเป็นโอกาสดีที่คู่รักหลายคู่ถือโอกาสจูงมือกันเข้าพิธีวิวาห์ ส่วนคู่รักที่แต่งงานแล้วอาจหาเวลาไปฮันนีมูนซ้ำเพิ่มความสวีทยิ่งขึ้น และคู่รักคู่ไหนที่ไม่อยากให้ความหวานจืดจางไปตามกาลเวลาโดยไม่รบกวนเงินใน กระเป๋ามากนัก ขอเสนอไอเดียตกแต่งง่ายๆ เพิ่มความโรแมนติกภายในห้องแถมการช่วยกันตกแต่งห้องอาจช่วยให้คุณและคนรัก ได้ใกล้ชิดกันยิ่งกว่าเดิมก็เป็นได้

1. เตียง ที่นอน หมอน และผ้าปู อุปกรณ์สําคัญที่จะทําให้ค่ำคืนแห่งการนอนหลับเป็นไปอย่างมีความสุข การเลือกเตียง ที่นอน หมอนและผ้าปูที่นอนจึงต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เริ่มตั้งแต่เตียงที่มีหลายรูปแบบ สําหรับคู่รักควรเลือกเตียงคู่ที่มีขนาด 5 - 6 ฟุตขึ้นไป มีโครงสร้างแข็งแรง ไม่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดขณะพลิกตัว ควรทดลองนอนพร้อมๆ กันก่อนตัดสินใจซื้อ ให้ทดสอบว่าเมื่อคนหนึ่งขยับตัวนั้นทําให้ อีกฝ่ายรู้สึกตัวหรือไม่ ส่วนหมอนและผ้าปูที่นอนนั้นควรเลือกที่ทําจากวัสดุธรรมชาติ เช่น ผ้าฝ้าย ควรเลือกแบบที่มีลวดลายเรียบๆ มากกว่าสีสันฉูดฉาดเพราะจะเข้ากับข้าวของอื่นๆ ได้ง่ายกว่า

2. พื้น ผนัง และสีสัน พื้นห้องนอนควรเป็นวัสดุที่ให้ความรู้สึกนุ่มนวล อบอุ่น เช่น พื้นไม้ จะเป็นไม้จริงหรือไม้ลามิเนตก็ได้ หากเป็นพื้นไม้ลามิเนตให้เลือกลายที่มีการเซาะร่องที่ให้อารมณ์ของไม้จริง ช่วยเพิ่มบรรยากาศผ่อนคลายได้ยิ่งขึ้น ส่วนผนังห้องนอนหากปูด้วยวอลล์เปเปอร์ควรเลือกใช้ชนิดที่ไม่มีลวดลายมากนัก ยกเว้นบริเวณที่ต้องการเน้นดีไซน์เป็นพิเศษ เช่น ผนังหัวเตียง อาจใช้วัสดุอื่นแทนไม่ว่าจะเป็นหนังหรือไม้ หากเป็นผนังทาสีธรรมดา ควรเลือกใช้สีสว่างดูนวลตา เช่น สีครีม สีขาว สีควันบุหรี่ สีน้ำตาลอ่อน

3. แสง หลอดไฟ และโคมไฟ สิ่งสําคัญที่จะช่วยเพิ่มความโรแมนติกในห้องนอนได้เป็นอย่างมากก็คือ แสงไฟภายในห้องนอน สีของแสงไฟภายในห้องควรเป็นสีเหลืองอ่อน สีส้มอ่อน (ยกเว้นจุด ที่ต้องการแสงสว่างเพื่อการทํางาน ควรใช้หลอดฟลูออเรสเซ้นต์) หลอดไฟที่ใช้ในห้องนอนควรเป็นหลอดคอมแพ็คท์ฟลูออเรสเซ้นต์ซึ่งให้ความร้อน น้อยกว่าหลอดไส้ ส่วนโคมไฟตั้งโต๊ะหรือข้างเตียงควรเลือกชนิดที่ทําความสะอาดง่าย ไม่สะสมฝุ่น ส่วนจะเป็นแบบไหน สไตล์ไหน ก็แล้วแต่รสนิยมของแต่ละคน

4.เฟอร์นิเจอร์ ผ้าม่าน ของสะสม สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่คุณและคนรักสามารถช่วยกันแชร์ไอเดียของแต่ละคนได้ว่า ชอบสไตล์ไหน เฟอร์นิเจอร์ในห้องนอนไม่ควรมีมากชิ้น ควรเลือกแต่ชิ้นที่ได้ใช้งาน เป็นประจํา เช่น โซฟาเบดของ คุณผู้ชายหรือโต๊ะเครื่องแป้งของคุณผู้หญิง ส่วนการเลือกม่าน ควรใช้ม่านที่ทําจากฝ้ายผสมใยสังเคราะห์ เพราะทําความสะอาด ง่ายแต่ยับยาก ส่วนคู่ไหนมีของสะสมส่วนตัวขอแนะนําให้ทําชั้นวางหรือตู้โชว์เพื่อป้องกัน ฝุ่นละอองสะสมในห้องนอน

5 หน้าต่าง พัดลม และเครื่องปรับอากาศ ห้องนอนที่โรแมนติกนั้นต้องมาพร้อมกับสุขภาพที่ดีด้วย ดังนั้นระบบระบายอากาศภายในห้องนอนจึงเป็นสิ่งจําเป็น หน้าต่างในห้องนอนควรเป็นบานเปิดไม่ปิดตายและมีขนาดใหญ่ พอสมควรเพื่อให้แสงธรรมชาติเข้ามาได้ ส่วนเครื่องปรับอากาศที่ใช้ควรเลือกชนิดที่ทํางานเงียบและมีระบบฟอกอากาศใน ตัวเพื่อสุขอนามัยที่ดี นอกจากนี้หากมีพัดลมอยู่ในห้องควรหมั่นถอดใบพัดออกทําความสะอาดเป็นประจํา เพื่อไม่ให้ฝุ่นละอองสะสม

TIPS
มีหลักฮวงจุ้ยหลายๆ ตําราบอกไว้ว่าในตําแหน่งที่วางเตียงนอนของห้อง ห้ามไม่ให้มีแสงไฟส่องโดยตรงสู่เตียงนอน ซึ่งก็สอดคล้องกับหลักของการออกแบบแสง เพราะเมื่อเรานอนอยู่บนเตียงแล้วหงายหน้าขึ้นเพดาน แสงจากโคมไฟที่อยู่เหนือเตียงจะแยงตาเราได้

4 ไอเดียแต่งบ้าน ด้วยดอกไม้ในสวน

เข้าเดือนกุมภาพันธ์ทีไร ความรักอบอวลไปทั่ว จนทําให้ทั้งดอกไม้เอย ช็อกโกแลตเอย ขายดิบขายดีจนน่าหมั่นไส้! อ้าว!! ก็มีอย่างที่ไหน จากดอกกุหลาบดอกละไม่กี่บาท แต่พอเดือนนี้กลายเป็นดอกละหลายสิบเฮ้อ! เห็นแล้วก็... ต้องตัดใจ กลับบ้านไปตัดดอกไม้ในสวนมาแต่งบ้านก็ได้


1. ดอกไม้นอกแจกัน
ขดใบหมากผู้หมากเมียใน อ่างกลมปากกว้างทรงเตี้ยซ้อนกันหลายๆ ชั้น ก่อนที่จะตกแต่งด้วยดอกบัวหลวงดกลีบนอกออก เพิ่มสีสันด้วยดอกผกากรอง และดอกเล็บมือนางซึ่งเป็นไม้เลื้อยกลิ่นหอม ปิดช่องว่างด้วยไม้ใบสีเขียวเข้มของเล็บครุฑใบผักชี สุดท้ายกับใบด่างของไทรหนึ่งกิ่งใหญ่ที่ให้ความรู้สึกอ่อนช้อยสวยงาม

2. ช่อดอกไม้ข้างทาง
เก็บดาวกระจายและดอกหญ้าข้างทาง มามัดรวมกันเป็นช่อขนาดเล็ก ใช้ผ้าเช็ดหน้าหุ้มช่อแทนกระดาษ โดยอาจเลือกผ้าเช็ดหน้าพื้นขาวที่มีลายดอกไม้เล็กๆ สีเดียวกับดอกไม้ที่เลือกใช้ก็ทําให้ดอกไม้ในช่อดูน่าสนใจยิ่งขึ้น สามารถนําไปมอบให้เป็นของขวัญเล็กๆ น้อยๆ หรือใช้แต่งบ้านก็ได้

3. แก้วน้ำเปลี่ยนหน้าที่
จากแก้วน้ำที่ใช้เป็นประจํา นํามาตกแต่งบนโต๊ะทํางานด้วยดอกกุหลาบที่กําลังบานเต็มที่ จับคู่กับช่อดอกตูมของต้นเล็บมือนางและใบเล็บครุฑ เพิ่มลูกเล่นด้วยการหยดสีแดงลงไปในแก้วน้ำอีกที

4. No Alcohol
แก้วบรั่นดีที่ไม่ค่อยได้หยิบมาใช้งาน ค่อยๆ เรียงดอกจําปีจนแน่นแก้ว รินน้ำแค่พอปริ่มก้านดอก เพิ่มจุดโฟกัสด้วยดอกผกากรองและช่อดอกตูมของต้นเล็บมือนาง จะนําไปไหว้พระหรือแต่งบ้านก็ทั้งสวยทั้งหอม

คัมภีร์แต่งตัว 10 ประการของสาวๆ ยุคใหม่


1. เบลเซอร์ดีๆ สีดำสักตัว

เลือกเบลเซอร์สวยๆ คัตติ้งเนียนๆ เนื้อผ้าเยี่ยมๆ สักตัวติดไว้จะสวมไปไหนก็ลุคดีเสมอ จะสวมกับยีนส์สั้น ยาว สแล็ค ขาบาน ขาเดฟ หรือกระโปรงทั้งมีพลีทหรือไม่มีพลีท ไม่ว่าจะเดินทางไกล ไปเที่ยว ไปทำงาน หรือนัดพบลูกค้า และสีดำก็จะช่วยได้มากในการอำพรางรูปร่างให้ดูเพรียวขึ้น

2. ผ้าพันคอพิมพ์ลายเก๋ๆ

หากเสื้อกล้ามหรือเสื้อทีเชิ้ตที่สวมใส่อยู่รู้สึกจะเรียบๆ นิ่งๆ เกินไป ผ้าพันคอพิมพ์ลายจะช่วยเป็นลูกเล่นให้สาวๆ สนุกขึ้นและยังดูน่ามองขึ้น และยังลดความแข็งของสีพื้นๆ ด้วยลวดลายที่ดูเพลินตา

3. รองเท้าส้นเตี้ย ส้นแบน สีสดใส

เวลาเราไปเดินเลือกรองเท้า เราก็มักจะนึกถึงสีพื้นนู้ดๆ หรือสีดำเข้ม น้ำตาลเข้ม เป็นหลัก เพราะเป็นสีกลางๆ ที่ใส่ได้ทุกโอกาส แต่ถ้ามองหาสีสดๆ เด่นๆ อย่างเช่นสีชมพูช็อคกิ้งพิงค์ สีเหลืองเปลือกเลมอน สีแดง หรือสีเขียวแอปเปิ้ล คุณจะรู้สึกได้ทันทีว่าถ้าเลือกมาสวมคู่กับเดรสลายกราฟฟิคเท่ๆ ลายโพลกาดอท หรือชุดแคชชวลสบายๆ ก็จะทำให้คุณดูเจิดจ้าขึ้นทันที

4. เสื้อยืดลายทาง ลายกะลาสี ตอนนี้มาแรง

ลายพิมพ์ขวางไม่ว่าจะสีอะไร หากพิมพ์บนพื้นขาวเมื่อไหร่เราก็จะได้ชิ้นที่คลาสสิคมาแต่งตัวได้แล้วหนึ่ง ชิ้น หรือลายขวางสีอ่อนสลับแก่เกิดริ้วเท่ๆ กับยีนส์ตัวเดียวก็ดูดีเกินบรรยาย จะใส่ลำลองสองชิ้นง่ายๆ หรือจะสวมทับด้วยเบลเซอร์อีกตัว ขอบอกเลยว่าสไตล์นี้คุณกินขาด

5. สร้อยคอเสริมรายละเอียด

เครื่องประดับขั้นพื้นฐานที่สาวๆ ทุกคนต้องมี ใครที่ไม่เคยมีเพราะคิดว่าเกะกะรุ่มร่ามหรือดูเยอะเกินไป ขอบอกว่าสร้อยคอเก๋ๆ สักเส้นก็ไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้น แค่เลือกโอกาสที่จะสวมใส่ให้เข้ากับชุดก็สุดเพอร์เฟคท์ เช่นสร้อยลูกปัดคล้องสองชั้นกับชุดแนวยูนิเซ็กส์ ก็จะทำให้คุณดูเป็นผู้หญิง...ผู้หญิง ที่น่าเอ็นดู

6. เดรสสั้นสีดำ เก๋อมตะ

เอาสีดำของเดรสสั้นเป็นตัวตั้ง บวกกับรายละเอียดเด่นๆ บนตัวชุดสักหน่อย ไม่ว่าจะเป็นพลีท หรือทรงสุ่ม หรือแต่งด้วยซิปหรือกระดุมเด่นๆ สักจุด หรือจะฉลุลายให้หวานซ่อนเปรี้ยวก็เจิดทั้งนั้น สำคัญที่สุดคือฟิตติ้งให้เรียบร้อยก่อนออกจากบ้านว่าพอดีตัวแล้วหรือไม่ เท่านี้เดรสสวยๆ ก็จะช่วยให้คุณมีสไตล์ไม่ซ้ำใครได้ในแบบน้อยชิ้น

7. เลกกิ้งสีดำ ฤดูไหนๆ ไม่มีไม่ได้แล้ว

ไม่ต้องแปลกใจที่เลยมาจนถึงข้อเจ็ด สีดำก็ยังตามมามีบทบาทกับการแต่งกายของคุณสาวๆ เพราะข้อดีที่ช่วยอำพรางจุดด้อย อวบนิด ใหญ่หน่อย ให้ดูเพรียวบาง แถมสีดำก็มีความเป็นกลางไม่ฝักใฝ่ฝ่ายร้อนหรือเย็น จะใส่เล่นๆ หรือสวมจริงๆ ก็นิ้งทุกชุด

มาว่ากันถึงเรื่องของเลกกิ้งที่จำเป็นต้องมี สาวๆ นุ่งสั้นทั้งหลายสมัยนี้มีไว้ในครอบครองกันหมดแล้ว ด้วยความเป็นเลิศในการอำพรางเรียวขาและทำให้ชุดที่สวมดูมีสไตล์ขึ้นแถมยัง อบอุ่นเรียวขาได้ในฤดูหนาวแม้ไม่ต้องสวมกางเกงหนาๆ หนักๆ แต่ถ้าใครจะพิศมัยเลกกิ้งพิมพ์ลาย ก็แนะนำทิปส์เล็กน้อยว่าจะเหมาะกับชุดลำลองเสื้อยืดตัวใหญ่ๆ มากกว่าจะใช้ออกงานกลางคืน

8. นาฬิกาเรือนโต แต่ไม่โอเวอร์

นาฬิกาดีๆ ก็เปรียบได้กับจิวเวลรี่อันภูมิฐาน ในบางงานชุดที่เตรียมอาจไม่เหมาะกับการโปะเครื่องประดับเยอะแยะ แค่มีนาฬิกาเรือนเดียวประดับข้อมือ ก็จะหรูและดูมีคลาสทันที

9. เสื้อโค้ทหรูๆ ดูดีอย่างอบอุ่น

สาวไทยอาจไม่จำเป็นต้องห่มเทรนช์โค้ทตัวยาวกันลมหนาวเหมือนสาวฝรั่งก็ จริง แต่ในงานกลางคืนที่ทัศนวิสัยไม่อำนวย คุณก็ยังมีลุคที่ปลอดภัยและเท่ได้ภายใต้เสื้อโค้ทหนานุ่ม ข้อดีของเทรนช์โค้ทคือชิ้นเดียวที่คุณมีอาจใช้ได้นานตลอดชีวิต ด้วยเงื่อนไขของเนื้อผ้าและการตัดเย็บที่ปราณีต แม้คุณจะอวบท้วมขึ้นหรือผอมบางลง เทรนช์โค้ทตัวเก่งก็จะปกปิดความเปลี่ยนแปลงของกาลเวลาที่คุณมี

10. ยีนส์ทรงกระบอก เท่ได้ไม่หลอกตาใคร

เมื่อถึงวันที่รูปร่างของคุณเปลี่ยนแปลง เช่นว่า ต้นขาใหญ่ สะโพกขยาย ยีนส์ทรงกระบอกจะช่วยพรางจุดที่คุณคิดว่าบกพร่องได้เป็นอย่างดี แถมยังใส่สบายและไม่อึดอัดหากเทียบกับยีนส์ขาเดฟหรือสกินนี่ ทั้งเท่ ทั้งสวมสบายอย่างนี้ ยิ่งน่าลงทุน

เมืองไทย บ้านเรา สวยมาก........ thailand





















คาด iPhone 4G ทะลุ 24M เครื่องในปีนี้

กระแสไอโฟนรุ่นใหม่ หรือ iPhone 4G ยังคงแรงต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งข่าวการพบเครื่องต้นแบบถึงสองเครื่องแล้ว ซึ่งล่าสุด Foxconn บริษัทที่รับผิดชอบในการผลิตไอโฟนให้กับแอปเปิ้ล (Apple) ได้รับคำสั่งให้ผลิต และส่งมอบ iPhone 4G จำนวน 24 ล้านเครือง โดยจะเริ่มส่งให้ตั้งแต่เดือนมิถุนายนศกนี้ ข้อมูลดังกล่าวเปิดเผยโดย Ming-Chi Kuo นักวิเคราะห์อาวุโสจาก Digitimes

Foxconn จะส่งมอบ iPhone 4G จำนวน 4.5 ล้านเครื่องภายในครึ่งปีแรก และจะส่งมอบอีก 19.5 ล้านเครื่องในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2010 โดยแอปเปิ้ลคาดว่าจะเปิดตัว iPhone 4G ในวันที่ 7 มิถุนายน ในงาน WWDC 20101 (Worldwide Developers Conference) iPhone 4G จะมีการใช้เทคโนโลยีการแสดงผล IPS (In-Plane Switching) ที่ใช้กับจอ LCD รุ่นไฮเอ็นด์ เมื่อทำงานร่วมกับเทคโนโลยี FFS (Fringe-Field Switching) ทำให้ได้สีสันของหน้าจอที่ดีกว่า คมชัดกว่า และมุมมองที่กว้างกว่าแม้ในที่มีแสงอาทิตย์ทำให้ iPhone 4G เหมาะกับการใช้เป็นอ่านอีบุ๊ก (e-book reader) สำหรับการใช้บริการของ iBook ส่วนหน้าจอมีความละเอียด 960x640 พิกเซล (เกือบจะ HD แล้ว) Kuo กล่าว ซึ่งบริษัทที่ร่วมกันผลิตหน้าจอของ iPhone 4G ได้แก่ LG Display และ Prime View International


iPhone 4G จะทำงานด้วยโพรเซสเซอร์ Arm Cortex A8 และหน่วยคามจำ 512MB จากซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมากกว่า iPhone 3GS ถึง 2 เท่า อีกทั้งยังสามารถทำงานแบบมัลติทาสกิ้งอีกด้วย สำหรับการแก้ปัญหาเรื่องอายุการใช้งานแบตเตอรี่ หน้าจอของ iPhone 4G สามารถพัฒนาให้บางลงได้อีก 33% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน ทำให้มีพื้นที่เพิ่มขึ้นสำหรับการขยายขนาดของแบตเตอรี่ ซึ่งแบตเตอรี่ของ iPhoen 4G ผลิตโดยบริษัท Simplo Technology และ Dynapack International Technology

วันอังคารที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

อยากรู้ไหม! ผิวของคุณเป็นแบบไหน

ก่อนที่จะเริ่มดูแลรักษาผิวพรรณให้ดูมีสุขภาพดี สิ่งแรกก็คือ ทำความรู้จักกับสภาพผิวของตัวเองก่อน เพราะจะได้บำรุงผิวได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพมากขึ้น คำตอบหาได้ง่ายๆ แค่บอกว่า ใช่ หรือ ไม่ใช่ เมื่ออ่านแบบทดสอบข้างล่างนี้


1. ผิวของคุณแลดูหมองคล้ำหรือบางทีก็แห้งเป็นสะเก็ด
2. ผิวของคุณดูมันวาว เวลาจับจะรู้สึกลื่นๆ
3. บางครั้งก็รู้สึกคันที่ผิว บางทีก็รู้สึกตึง
4. เวลาส่องกระจกทำไมรูขุมขนมันกว้าง แถมยังมีจุดดำสิวอุดตันและมีสิวปกติด้วย
5. ผิวเกิดอาการง่าย ถ้าใช้เครื่องสำอางที่มีส่วนผสม ของแอลกอฮอล์ สารเคมี น้ำหอม และสีสังเคราะห์
6. มีคนชมว่า ผิวดี ดูมีน้ำมีนวล พอเอามือกดๆ ก็จะเด้งกลับมาอย่างเป็นธรรมชาติ
7. บริเวณหน้าผาก จมูก หรือคางจะรู้สึกมัน แต่ถ้าเป็นผิวบริเวณรอบๆ แก้ม ตา และปาก กลับดูปกติหรือไม่ก็แห้งไปเลย



ถ้าคุณเห็นด้วยกับข้อ 1 หรือ 3 แสดงว่า เป็นคนผิวแห้งเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิว โดยดื่มน้ำสะอาดเยอะๆ และใช้ครีมที่มีส่วนผสมของน้ำและน้ำมันเพื่อช่วยให้ผิวของคุณชุ่มชื้น ดูมีน้ำมีนวล และไม่แห้งกร้าน

ถ้าคุณเห็นด้วยกับข้อ 2 หรือ 4 แสดงว่า เป็นคนผิวมันผิวแบบนี้จะแลดูอ่อนเยาว์และอ่อนนุ่มอยู่ตลอดเวลา แต่อย่าเพิ่งดีใจมากไป เพราะถ้าหากคุณไม่ดูแลรักษาผิวเป็นอย่างดีแล้ว สิวอาจถามหาคุณได้ง่ายๆ วิธีบำรุงผิวควรทำการอบไอน้ำผิวด้วยทรีเมนต์อโรมา หรือจะหาโอกาส มาสก์หน้าด้วยดิน (Clay Mask) ก็ได้

ถ้าคุณ เห็นด้วยกับข้อ 5 แสดงว่า เป็นคนผิวแพ้ง่ายคุณควรใช้ผลิตภัณฑ์และทรีตเมนต์ที่สกัดมาจากธรรมชาติหรือมี ความอ่อนโยนมากๆ

ถ้าคุณเห็นด้วยกับข้อ 6 แสดงว่า เป็นคนผิวธรรมดาเพียงแค่ทำความสะอาดผิวเป็นประจำ โดยใช้โทเนอร์ มอยส์เจอไรเซอร์ และผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มาจากธรรมชาติก็เพียงพอ

ถ้า คุณเห็นด้วยกับข้อ 7 แสดงว่า เป็นคนผิวผสมนอกจากการบำรุงผิวเป็นประจำทุกวันแล้ว การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ก็มีความสำคัญเหมือนกัน ทริคง่ายๆ ก็คือ ควรเลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับแต่ละส่วนของใบหน้า และไม่ต้องแปลกใจไปหากตัวเองจะมีมอยส์เจอไรเซอร์ที่แตกต่างกัน 2-3 ชนิดสำหรับการดูแลผิวหน้าในครั้งเดียว

วันจันทร์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

โคลนมาสก์หน้า ดียังไง

ผิวเราในแต่ละวันต้องเผชิญกับมลภาวะมากมาย ทั้งฝุ่นควัน ฝุ่นละออง และคราบไขมันที่ขับออกมาตามธรรมชาติของผิว แม้จะเป็นเรื่องปกติ แต่หากเราทำความสะอาดไม่ดีพอ คราบเหล่านี้จะสะสมและก่อให้เกิดแบคทีเรีย เป็นสาเหตุของสิว หรือการระคายเคืองในรูปแบบต่างๆ ได้

โคลนมาสก์หน้าเป็นเครื่องสำอางธรรมชาติที่เป็นที่นิยมชนิดหนึ่ง ในการนำมาดีท็อกซ์คราบสกปรกบนใบหน้า เพราะมีคุณสมบัติในการดูดซับ และถูกชำระล้างผ่านการล้างออกไปในที่สุด โคลนที่นำมาใช้บ่อยๆ ในวงการเครื่องสำอาง นั่นคือโคลนคาโอลิน (Kaolin) หรือโคลนขาว (คล้ายดินสอพองในบ้านเรา) ที่เหมาะกับผิวทุกสภาพผิว รวมทั้งผิวแพ้ง่าย นอกจากนี้ยังมีโคลนไชน่า ที่จัดว่าเป็นโคลนที่มีความอ่อนโยนมากที่สุดในบรรดาโคลนพอกหน้าทั้งหลาย ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายเช่นกัน

คุณสมบัติที่น่าสนใจของโคลนก็คือ ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนภายใน เป็นตัวช่วยในการดูดซับน้ำมัน และสิ่งสกปรกบนผิวชั้นนอกให้ออกไปได้อย่างอ่อนโยน บางครั้งที่เราจะรู้สึกได้ว่า ผิวรู้สึกเหมือนเต้นได้ หรือเหมือนโคลนกำลังดูดอะไรอยู่ นั่นคือการทำงานตามปกติของโคลน ที่จะแห้งตัวลงพร้อมกับดูดซับสิ่งรอบตัวเข้าไปในตัวเอง (คล้ายฟองน้ำ) ไขมันบนชั้นผิวที่ไม่ต้องการจึงถูกดูดซับด้วยเหตุนี้ หลังล้างออกจึงพบว่า ผิวหน้าสะอาด ดูเรียบเนียน และรูขุมขนดูกระชับมากขึ้นจากการบีบรัดรูขุมขนให้หดเล็กลงขณะที่โคลนแห้งตัว

เพราะฉะนั้น จึงกล่าวได้ว่า โคลนมาสก์หน้ามีประโยชน์สองทิศทาง นั่นคือการให้คุณค่าแร่ธาตุและส่วนผสมธรรมชาติอื่นๆ (เช่นในมาสก์นั้นๆ มีสมุนไพรอื่นๆ ผสมอยู่ด้วย) ลงสู่ผิว ในทางตรงกันข้ามก็คือ การดูดคราบสกปรกหรือดีท็อกซ์ผิวไปด้วยในตัว ผิวจึงรู้สึกดีหลังมาสก์

โคลนกับข้อสงสัย
สำหรับคนผิวมัน โคลนมีข้อดีในการดูดซับความมันออกไปอย่างเป็นธรรมชาติ ช่วยลดปัญหาสิวได้ ส่วนคนผิวแห้ง มีการกล่าวถึงไม่น้อย ว่าไม่เหมาะกับคนผิวแห้ง และอาจทำให้ผิวแห้งขึ้น ซึ่งข้อเท็จจริงก็คือ โคลนทำงานเฉพาะผิวชั้นนอก ในขณะที่ปัญหาของผิวแห้งคือต่อมไขมันผลิตไขมันน้อยกว่าปกติ และผิวเก็บกักความชุ่มชื่นได้ไม่ดีพอ แต่โคลนไม่สามารถลงลึกไปดูดซับได้ถึงผิวชั้นใน จึงไม่อาจกล่าวได้ว่าผิวแห้งไม่เหมาะกับโคลน ในทางตรงกัน โคลนสามารถกระตุ้นการไหลเวียนผิวชั้นนอกได้เป้นอย่างดี นอกเหนือจากการดูดซับสิ่งที่ผิวขจัดออกมา โคลนจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจในการดีท็อกซ์ผิวไม่น้อย ซึ่งเหมาะกับทุกสภาพผิวรวมทั้งผิวแพ้ง่าย (แต่เน้นว่าควรเป็นเครื่องสำอางที่เป็นสูตรธรรมชาติ และใช้โคลนและสารสกัดอื่นๆ ที่มีคุณภาพด้วย)

น้ำผึ้ง แก้สิว ผิวก็สวย

มหัศจรรย์ธรรมชาติจริงๆ ที่น้ำหวานๆ แสนอร่อยจากผึ้งยังสามารถดูแลผิวให้สวยใส ไร้สิวได้ด้วย นี่ล่ะคุณสมบัติจากธรรมชาติ ที่เราคาดไม่ถึงทีเดียว

น้ำผึ้งเป็นสมุนไพรไทยอย่างหนึ่งที่เราเอาใช้ประโยชน์เรื่องผิวพรรณได้ ด้วยนะ ไม่ว่าจะนำมามาสก์หน้า หรือเอาไปผสมกับผลไม้อื่นๆ แล้วนำมามาสก์หน้า หลังล้างออกเราจะพบได้เลยว่าหน้านุ่ม ชุ่มชื่น นั่นเพราะมีแร่ธาตุ และวิตามินมากมายที่ดีกับผิว แถมยังใช้ได้กับทุกสภาพผิวทีเดียว

ดูแลสิว ผิวใส
สาวๆ ยุคก่อนนำน้ำผึ้งมาใช้ทั้งกินทั้งทา เพราะดีทั้งต่อสุขภาพและผิวพรรณ แต่สิ่งที่สาวโบราณอาจจะยังไม่รู้ ว่าทำไมนะ หลังการมาสก์หน้าด้วยน้ำผึ้งนั้น ผิวถึงได้ใส นุ่ม และยังไม่มีสิวมากวนใจด้วย เรื่องของเรื่องก็คือ ในน้ำผึ้งมีแร่ธาตุ เอนไซม์ และวิตามินมากมายที่มากับเกสรดอกไม้ ไม่ว่า แร่ธาตุแคลเซียม แมกนีเซียม โปตัสเซียม ฟอสฟอรัส หรือวิตามินไรโบเฟลวิน หรือไนอะซิน นอกจากนี้ยังมีกรดอ่อนๆ ที่ช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่าออกไป ทำให้ผิวใสขึ้น

ที่สำคัญ ในน้ำผึ้งยังมีสารตัวหนึ่งที่ช่วยทำลายแบคทีเรีย สาเหตุหนึ่งของปัญหาสิวได้ด้วย นั่นคือไปสร้างเอนไซม์ที่ทำให้เกิดสารไฮโดรเจน เปอร์ออกไซด์ อย่างอ่อนๆ ซึ่งจะปล่อยออกซิเจนและน้ำออกมา ผลก็คือทำให้แบคทีเรียไม่สามารถเติบโตได้นั่นเอง สิวจึงค่อยๆ ยุบตัวลงตามธรรมชาติ โดยที่ไม่ทำให้ผิวอักเสบ แถมยังได้อาหารผิวซึมซาบลงสู่ผิวพร้อมกันไปด้วย

สูตรสวยด้วยน้ำผึ้ง
1.น้ำผึ้ง + มะขาม
สูตรขาวใส แบบธรรมชาติจริงๆ แค่นำมะขามเปียกมามาบดด้วยช้อนให้ละเอียด แล้วเติมน้ำผึ้งลงไปในสัดส่วน 1:2 (ถ้าผิวแพ้ง่ายควรทดสอบก่อน เพราะอาจแพ้กรดผลไม้ได้) หรือในสัดส่วนที่เหมาะกับผิวของเรา (ยิ่งบอบบางยิ่งให้น้ำผึ้งมีมากกว่า) ผสมให้เข้ากัน แล้วนำมาพอกหน้าทิ้งไว้สัก 5 นาที จากนั้นล้างออก ผิวจะหอม ขาวใส นุ่มนวล

2.น้ำผึ้ง + กล้วย
สูตรนี้ช่วยเรื่องสิวได้ดี และยังนุ่มน่าจับ แค่นำกล้วยน้ำว้าสุกบดผสมกับน้ำผึ้งในสัดส่วน 2:1 จากนั้นนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ 5 - 10 นาที แล้วล้างออก

3.น้ำผึ้ง + แตงกวา
สูตรนี้ให้นำแตงกวา 1 ลูกมาคั้นเอาแต่น้ำ จากนั้นผสมกับน้ำผึ้ง 2 ช้อนชาแล้วทาให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้สัก 5 - 10 นาที แล้วล้างออก ตามด้วยการบำรุงด้วยมอยเจอร์ไรเซอร์ สามารถทำเป็นโทนเนอร์เช็ดหน้าได้ทุกวัน

แต่หากสาวๆคนไหน มองว่ายุ่งยากในการตระเตรียม เอาเป็นว่าใครอยากมีผิวใสๆ ก็ลองมองหาสารสกัดจากธรรมชาติอย่างน้ำผึ้งเป็นส่วนผสมหนึ่งในเครื่องสำอาง ผิวเราจะได้ลดการพึ่งสารเคมี และยังเป็นทางลัดของปัญหาสิวได้อีกด้วย

เคล็ดลับดีๆ สำหรับแต่งกายให้เข้ากับรูปร่าง

สาวๆ ทั้งหลายที่เคยกลุ้มอกกลุ้มใจเรื่องรูปร่างของตัวเองคงหมดห่วงกันแล้ว เพราะเรามีเคล็ดลับวิธีแต่งกายให้เข้ากับหุ่นของคุณ เพื่อที่คุณจะได้ดูสวย ดูดีได้ ไม่ว่าจะมีรูปร่างทรวดทรงอย่างไร เพียงแค่รู้จักแต่งรู้จักเสริม รู้จักเน้นความสำคัญให้ถูกจุด วิธีง่ายๆ ที่จะเลือกสไตล์เสื้อผ้าให้เหมาะกับรูปร่างมีดังนี้ค่ะ


สาวหุ่นสามเหลี่ยมเหมือนโคนไอศกรีม (Cornet) สาวหุ่นแบบนี้เหมือนเป็นผู้หญิงที่ยังโตไม่เต็มวัย เพราะสรีระคุณเธอเหมือนเด็กสาววัยแรกรุ่นหรือทอมบอย ที่จะมีไหล่ค่อนข้างกว้าง แต่สะโพกจะแคบ ไม่มีก้น ดังนั้นเสื้อผ้าที่ใส่แล้วจะดูสวยควรเป็นกางเกงขาเดฟหรือขากระบอกเพื่อโชว์ ส่วนล่างหรือสะโพก หรือจะเลือกเป็นเดรสแขนกุด แขนสั้น ความยาวชุดเลยเข่าก็ทำให้คุณดูดีทีเดียว


สาวหุ่นเข็มหมุด (Lollipop) สาวหุ่นแบบนี้ถือเป็นสุดยอดหุ่นที่สาวๆ รุ่นใหม่ใฝ่ฝันที่จะมี เพราะนั่นหมายถึงว่าคุณเธอจะใส่เสื้อผ้าได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเอวสั้น เอวลอย ขาสั้น ขายาว เดรสสั้น เดรสยาว เธอสามารถใส่ได้หมด แถมใส่ได้สวยสุดๆ และเพื่อเป็นการเสริมความสนใจมากยิ่งขึ้นก็คือการเลือกเสื้อหรือเดรสที่มุ่ง จุดสนใจไปที่หน้าอกจะเป็นการเพิ่มเสน่ห์ได้เป็นอย่างดี บวกด้วยการหารองเท้าส้นเข็มสวยๆ อีกสักคู่ เริ่ดค่ะเริ่ด


สาวหุ่นระฆัง (Bell) สาวๆ คนไหนที่เกิดมีหุ่นแบบนี้แล้วทำเอากลุ้มใจ เพราะช่วงเอวที่หนาและสะโพกที่กว้างจนดูเหมือนมีห่วงยางประจำตัวที่ไปไหนมา ไหนด้วยตลอดเวลา แต่ใช่ว่าจะไม่มีทางแก้ให้กลับมาดูดี ดูสวยเหมือนใครเขา เพียงแค่เลือกเสื้อผ้าสีเข้มๆ เข้าไว้ จะเป็นเดรสหรือกระโปรงทรงไหนก็ไม่ว่ากัน เพียงแต่ว่าต้องหาตัวที่ไม่เข้ารูปเท่านั้นมาใส่คุณก็สามารถเฉิดฉายได้ไม่ อายใครเรื่องห่วงยางอีกต่อไป


สาวหุ่นช่วงแก้วไวน์ (Globlet) สาวช่วงบน (หน้าอก) ใหญ่แบบนี้ไม่ต้องเสียความมั่นใจไป เพราะการมีหน้าอกที่ใหญ่แบบนี้ถือเป็นจุดเด่นที่สาวอกไข่ดาวเป็นต้องอิจฉา แต่กระนั้นไม่ต้องหนักอกหนักใจไป เพราะเพียงแค่คุณสาวๆ หาเสื้อคอวีลึกสักครึ่งอก กับกระโปรงเหนือเข่า รองเท้าส้นสูงมาช่วยขับเรียวขาเรียวงามของคุณ เท่านี้คุณก็งามเลิศไม่แพ้ใครในปฐพีแล้ว


สาวหุ่นเชลโล่ (Cello) ใครนึกไม่ออกว่าสาวหุ่นนี้ เธอมีจุดบกพร่องตรงไหน ก็ลองนึกถึงเครื่องดนตรีประเภทสีอย่างไวโอลินก็ได้ เพราะเชลโล่เขาก็อยู่ในกลุ่มเดียวกัน ดังนั้นสาวหุ่นนี้จึงมีช่วงสะโพกใหญ่นั่นเอง และเพื่อเป็นการพรางสะโพกดินระเบิดให้อยู่หมัดก็แค่หากระโปรงเข้ารูปที่มี การเย็บครึ่งสะโพก กับการหาเสื้อที่เน้นช่วงบนให้เป็นจุดเด่นอย่างเสื้อคอวีก็ทำให้คุณดีมี เสน่ห์ต่อสายตาคนรอบตัวแล้ว


สาวหุ่นก้อนอิฐ (Brick) ประเด็นในการแก้รูปร่างที่ตรงทื่อ เอวหาย ไหล่กว้างเหมือนนักกีฬาว่ายน้ำก็ไม่ปานของสาวๆ เหล่านี้คือ การหาเสื้อเข้ารูป กระโปรงพลีต หรือชุดเดรสที่มีการจับจีบช่วงสะโพกและมีการปล่อยชายเป็นหางปลาก็ทำให้คุณดู สวยสะดุดตาแล้ว เพิ่มเติมด้วยการนำรองเท้าส้นสูงสวยๆ สักคู่หนึ่งก็เป๊ค่ะเป๊ะ



คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เราก็สามารถเลือกที่จะเป็น จะสวยได้ไม่อายใครด้วยการรู้จักนำโน่น นั่น นี่ มามิกซ์แอนด์แม็ตช์ค่ะ

+++ Hamster +++

+++ Playlist +++


MusicPlaylistRingtones
Create a playlist at MixPod.com

+++ coming soon +++