วันจันทร์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ภัยแฝงจาก "บะหมี่สำเร็จรูป"

ยุคประหยัดเข็มขัดรัดติ้วแบบนี้

อาหารชนิดหนึ่งที่ เชื่อว่าแทบทุกบ้านต้องมีติดไว้คือ "บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป" ที่มีราคาถูก ทั้งยังกินง่ายประหยัดเวลา และเพราะรูปแบบการกินง่ายดายเช่นนี้เอง ที่ทำให้เรามองข้ามความใส่ใจถึงภัยร้ายที่แฝงมาพร้อมกับการกินบะหมี่กึ่ง สำเร็จรูปแบบผิดวิธี

ส่วนประกอบของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปส่วนใหญ่มีส่วนผสมของแป้งสาลีในกรรมวิธี การผลิตถึง 60-70% ส่วน 15-20% เป็นไขมันในซองเครื่องปรุง ( น้ำมันทอดบะหมี่สำเร็จรูปมักเป็นน้ำมันพืชราคาถูก ซึ่งมีคุณสมบัติแตกตัวเป็น "กรดไขมันชนิดทรานส์" ที่เป็นหนึ่งในสาเหตุการกระตุ้นให้เกิดโรคหัวใจ) ที่เหลืออีก 5-6% เป็นเกลือและผงชูรส ทั้งยังมีปริมาณโซเดียมเกินความต้องการของร่างกายปนอยู่มาก ซึ่งเป็นอันตรายต่อไต และยังจะทำให้ความดันโลหิตสูงอีกด้วย

แต่หากหลีกเลี่ยงที่จะทานไม่ได้ ทางกระทรวงสาธารณสุขเขาก็มีข้อแนะนำว่าให้ ใส่ไข่ ผัก หรือเนื้อสัตว์ลงไปด้วย เพื่อเพิ่มสารอาหารและป้องกันไม่ให้ร่างกายได้รับโซเดียมมากเกินไป ควรเลือกซื้อบะหมี่สำเร็จรูปที่เขียนกำกับว่า เพิ่มสารไอโอดีน ธาตุเหล็ก และวิตามินเอ ไว้หน้าซอง

ไม่ควรทานบะหมี่สำเร็จรูปดิบๆ เพราะเส้นบะหมี่นั้นจะไปพองตัวในกระเพาะอาหารอาจทำให้ท้องอืดได้ และไม่ควรทานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมากกว่าวันละ 1 ซอง เพื่อป้องกันโรคต่างๆที่แทรกมาพร้อมบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

ความพยายามของหอยทาก

หอยทากตัวน้อย ข้ามสะพานที่ยิ่งใหญ่ (ก็ตัวมันเล็กจิ๊ดนึง)

ถึงแม้จะยากลำบาก แต่ก็กล้าที่จะทำ
และทำจน สำเร็จ ไม่กลัวอุปสรรคที่เกิดขึ้น

















สูตรพอกหน้าสำหรับฤดูร้อน



สำหรับสาวๆ ที่กังวลเรื่องผิวที่ต้องเผชิญกับแสงแดดในช่วงซัมเมอร์นี้ แนะนำสูตรพอกหน้ารับซัมเมอร์ที่ช่วยให้ใบหน้ากลับมาขาวสดใส ด้วยวิธีง่ายๆ แต่ได้ผล

ส่วนผสม
มะขาม เปียก 1 กำมือ
น้ำสะอาด 1/3 ถ้วย
โยเกิร์ตสูตรธรรมชาติ หรือ นม 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
นำมะขามเปียกมาผสมน้ำแล้ว คั้นแยกให้เหลือเฉพาะเนื้อข้นๆ จากนั้นผสมโยเกิร์ตสูตรธรรมชาติและน้ำผึ้งลงไป ผสมให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว

สำหรับผิวหน้า
นำมาพอกหน้าทิ้งไว้ 5 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น
http://www.pooyingnaka.com

สำหรับผิวกาย
สามารถนำเก ลือสคับมาผสมกับส่วนผสม แล้วนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ 15-20 นาที โดยในระหว่างพอกให้ขัดเบาๆ แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น

เคล็บลับ
หลังล้างหน้าด้วยน้ำ อุ่นที่เท่ากับอุณหภูมิผิวให้ปิดท้ายการล้างหน้าด้วยน้ำเย็นจะช่วยให้ผิว ละเอียดขึ้นและความหยาบกร้านก็ลดน้อยลงด้วย อีกทั้งยังช่วยให้สดชื่นขึ้นด้วย

วันศุกร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

จะเลือก iPhone หรือ Blackberry

หลายคนคงได้ยินคำถาม "Blackberry หรือ iPhone" ดี ผมว่าคำตอบของแต่ละคนคงไม่เหมือนกัน บางคนอาจจะ Blackberry บางคนอาจจะ iPhone ขึ้นอยู่กับการใช้งานของแต่ละคน ผมเป็นอีกคน ที่ไม่รู้จะเลือกอะไรดี ตามกระแส หรือ ไลฟ์สไตล์ของตัวเองดี

ผมจึงเริ่มเสาะหาคำตอบโดยอาศัยข้อมูลจากคนรอบข้าง และคนนั้นคือพี่ชายผมเองครับ

พี่ชายผมเป็นคนใช้ iPhone แต่ก่อนที่เค้าจะใช้ iPhone เค้าใช้ Blackberry มากว่า 1 ปี เลยถามว่าทำไมถึงเปลี่ยนมาใช้ iPhone คำตอบที่ได้คือ “ตอนแรกที่ใช้เพราะกระแส Blackberry จากเพื่อนๆ แต่พอเบื่อแชทแล้วเริ่มรู้สึกว่า Blackberry ไม่ตอบโจทย์ หนำซ้ำการเข้าเว็บจากหน้าจอ บีบี ก็เป็นอะไรที่ทรมานมากๆ เพราะจะเลื่อนขึ้นเลื่อนลง ขยายหน้าเข้าออกเพื่ออ่านตัวหนังสือก็ช่างสาหัสเอาการ แถมปุ่มเดียวมีสามตัวอักษรอยู่ด้วยกัน ตาลายอะครับ

เค้าเลยลองไปเล่น iPhone ดู แล้วก็รู้สึกว่ามันตอบโจทย์กว่า ในแง่ของ Entertainment การเข้าสู่เว็บต่างๆ การอ่าน หรือการขยายหน้าจอก็สั่งการแบบ สัญชาตญาณการสัมผัส ที่สำคัญหน้าจอแสดงผลค่อนข้างใหญ่กว่า บีบี และเลือกได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอนเหมือนมีโน้ตบุ้คแบบย่อส่วน แต่ครบครันอยู่ในมือ ใช้งานได้ง่าย


ดังนั้น พี่ผมเลยบอกว่า "iPhone" นี่ละคือคำตอบของคนที่ลังเลอยู่ว่าจะซื้ออะไรดี

แต่ “iPhone” จะไกลตัวสำหรับคนกลัวเทคโนโลยีอย่างผมไหม ? ไม่หรอกครับ เพราะตอนนี้ก็มีเครือข่ายสองเครือข่ายที่ออกมาให้บริการ network สำหรับรองรับ iPhone แต่คำถามจริงๆผมว่ามันน่าจะเป็นว่า network ไหนสามารถเล่น และใช้งาน iPhone ได้ประสิทธิภาพดีที่สุดนะครับ

ล่าสุด ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อวันที่ 11 มี.ค. 2553 ที่ผ่านมา dtac เป็นเครือข่ายที่พี่ของผมบอกว่าเขาเลือกใช้และ ยังโฆษณาให้อีกด้วยว่า iPhone Best Runs on dtac !

แล้วทำไมต้องเครือข่ายนี้หละ ?

เนื่องจากคุณภาพของเครือข่ายเป็นสิ่งสำคัญในการใช้งานของ สมาร์ทโฟน และ “iPhone” ดังนั้นการที่จะใช้ “iPhone” ให้เต็มประสิทธิภาพ จะต้องใช้เครือข่ายความเร็วสูง รับส่งข้อมูลรวดเร็ว เสถียรและมีเครือข่ายที่ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ ดังนั้น dtac จึงเป็นเครือข่ายที่จะใช้งาน “iPhone” ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพที่สุด

แล้ว เรื่องของราคาหละ ?

จากภาพนั้น จะเห็นได้ว่า dtac ได้ออกแพ็กเกจให้ลูกค้าเลือกใช้งานตามความเหมาะสมถึง 3 แพ็กเกจเริ่มต้นที่ 449 / 580 / 699 บาท (ราคารวม VAT จะเป็น 480.43 / 620.60 / 747.93 บาท) และหากใครเลือกใช้ iPhone S นั้น แล้วใช้ EDGE/GPRS เกิน 100 MB ระบบจะคิดเงินส่วนที่เกิน KB ละ 0.01 บาท หรือเทียบเป็น MB ละ 10 บาท พิเศษสำหรับลูกค้า dtac iPhone นั้น หากเลือกซื้อเครื่องพร้อมโปรโมชั่นพร้อมสัญญา 12 เดือน ในแพ็กเกจ S นั้น รอบ บิลที่ 10-12 ใช้ฟรีครับ ส่วนแพ็กเกจ M, L นั้น จะติดสัญญา 24 เดือน ซึ่งรอบบิลที่ 19-24 นั้น ใช้ฟรีครับ

แพ็กเกจ อาจจะไม่ได้ต่างจากค่ายอื่น แต่ผมเลือกราคาที่ถูกต้อง มากกว่า ราคาถูก แต่ไม่ถูกต้อง งงมั้ยครับ?

ราคาถูกแต่มีปัญหา เรื่องสัญญาณเน็ตอืด “อันนี้แหละครับที่เรียกว่าราคาถูก แต่ไม่ถูกต้อง” เครือข่ายจึงเป็นอีกข้อนึงที่ต้องคิดให้ดีก่อนเลือก

สำหรับผม ง่ายต่อการเป็นเจ้าของ และคุ้มค่าขนาดนี้ ผมว่าผมคง ต้องไปถอยน้อง ไอ แล้วใช้ dtac แล้วหละครับ

แล้วคุณหละ ?

ขอบ คุณข้อมูลแพ็กเกจ http://www.dtac.co.th/iphone/index.php

เด็กไม่เอาถ่าน คำนี้มีที่มาจากอะไร?

เด็กที่วันๆ เอาแต่เล่นเกมส์ออนไลน์ ไม่อ่านหนังสือเรียน การบ้านก็ไม่ทำ งานบ้านก็ไม่เคยคิดจะหยิบจับช่วยเหลือพ่อแม่ ทานอาหารแล้วไม่รู้จักล้างจานชาม เหล่านี้ล้วนเป็นตัวอย่างพฤติกรรมของ เด็กไม่เอาถ่าน

เด็กไม่เอาถ่าน,  เหล็กไม่เอาถ่าน, เด็กดื้อ, เด็กโง่

ทำไมจึงเรียก "เด็กไม่เอาถ่าน" คาดกันว่าคำนี้มีที่มา จากคำเดิม คือ "เหล็กไม่เอาถ่าน" เพราะในสมัยก่อนนั้น การหลอมเหล็กหรือตีอาวุธจากเหล็กให้แข็งแกร่งนั้น จำเป็นต้องใช้ถ่านในการก่อเปลวไฟจนลุกโชน เพื่อให้ความร้อนแก่เหล็ก แล้วถ่านหรือคาร์บอนจะแทรกตัวเข้าไปอยู่ในเนื้อเหล็กหลังจากการถลุง ถ้าเหล็กไม่มีถ่านผสมอยู่เลย เหล็กนั้นจะมีคุณภาพต่ำ ไม่แข็งและเหนียวพอที่จะเรียกว่า เหล็กกล้า แต่หากมีมากเกินไปจะทำให้เหล็กเปราะ เหล็กที่ดีควรมีคาร์บอนเข้าไปผสมอยู่ประมาณ 0.1 - 1.8% ช่างตีอาวุธจากเหล็กในสมัยโบราณ จำเป็นต้องคิดค้นหากลวิธี เพื่อขจัดปัญหาดาบหัก เพราะแสดงถึงกรรมวิธีการผลิตที่ไม่ดีทำให้เหล็กไม่เอาถ่าน จนกลายเป็นคำพูดติดปาก เปรียบเทียบนิสัยคนกับอาวุธว่า "เหล็กไม่เอา ถ่าน"

กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์แบบเต็มๆ

อย่างที่เกริ่นไว้ว่าผักและผลไม้นานาชนิดที่วางขายกันอยู่ตาม ท้องตลาดนั้น ล้วนมีคุณประโยชน์มากมายที่ซ่อนอยู่ในตัวเอง แต่หลายคนอาจมองข้ามไป หรือมีวิธีการรับประทานที่ไม่ถูกวิธี จึงทำให้ไม่ได้คุณประโยชน์ที่ซ่อนอยู๋แบบเต็ม วันนี้ "ไทยรัฐออนไลน์" มีข้อแนะนำสำหรับการรับประทานอาหารให้ได้ประโยชน์

กิน, ทาน, รับประทาน, อาหาร,  ประโยชน์, สุขภาพ, ความรู้

เริ่มจาก "ผักคะน้า" ซึ่งเป็นผักหาง่ายในท้องตลาด ที่สำคัญคะน้าเป็นผักที่อุดมไปด้วยวิตามินซี วิตามินอี แคโรทีนอยด์ และโฟเลต นอกจากนี้ยังมีสาร " ลูทีน " ซึ่งเป็นสารสำคัญที่พบในเลนส์ตา จากงานวิจัยพบว่า การกินอาหารหรือพืชผักที่มีสารลูทีนสูง เช่น คะน้า จะช่วยลดโอกาสเสี่ยงของการเกิดโรคต้อกระจกลงได้ถึง 20% เมื่อเทียบกับคนที่ไม่กิน 

นอกจากนี้การกินคะน้าเป็นประจำ ยังช่วยลดอัตราการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ กระเพาะอาหาร ปอด และเต้านมอีกด้วย ต่อด้วย

"เห็ด" ซึ่งมีคุณสมบัติในการป้องกันกระดูกพรุน คนส่วนใหญ่ทราบดีว่าหากขาดวิตามินดีและแคลเซียม จะทำให้กระดูกไม่แข็งแรง ยิ่งอยู่ในวัยสูงอายุ ก็จะยิ่งเพิ่มอัตราความเสี่ยงในการเป็นโรคกระดูกพรุนได้ ล่าสุดนักวิจัยพบว่า การกินอาหารที่มีธาตุทองแดงเป็นประจำ จะช่วยเพิ่มความหนาแน่นของกระดูกได้ และการขาดธาตุทองแดงแม้เพียงเล็กน้อย ก็จะทำให้อาการกระดูกพรุนแย่ลงไปอีก ดังนั้นการกินอาหารที่มีธาตุทองแดงมาก เช่น เห็ด ปู กุ้งมังกร หอยนางรม ลูกพรุน ปลาซาร์ดีน จึงช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน และทำให้กระดูกแข็งแรงขึ้น

"แอ็ปเปิ้ล" การกินแอปเปิ้ลช่วยให้ปอดแข็งแรง ไม่ว่าจะกินแอปเปิ้ลเขียวหรือแดงก็ตาม เพราะในผลแอปเปิ้ลมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ชื่อ “เคอร์ซีทิน" สารตัวนี้จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปอดอย่างได้ผล นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดสมองอีกด้วย 

วิธีการกินแอปเปิ้ลให้ได้สารเคอร์ซีทีนมากที่สุดก็คือ ต้องกินผลสดทั้งเปลือก ซึ่งจะให้ได้รับสาร " เพกทิน " จากเปลือกแอปเปิลเพิ่มขึ้นด้วย สารเพกทินมีคุณสมบัติช่วยลดคอเลสเตอรอลในร่างกาย ส่วนคุณสาวๆ ที่ต้องการลดน้ำหนักการกินแอปเปิ้ลจะช่วยให้อิ่มนาน ไม่รู้สึกหิว เพราะในแอปเปิ้ลมีคาร์โบไฮเดรตที่ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้ทันทีถึง 75% การกินแอปเปิ้ลสดได้ประโยชน์มากมาย ปิดท้ายด้วย

"องุ่น" ใครที่อยากเป็นหนุ่มเป็นสาวสองพันปี เรามีวิธีการชะลอความชราด้วยการกินผลไม้ที่หาง่ายๆ เช่น องุ่น และต้องเคี้ยวเมล็ดองุ่นด้วย เพราะในเมล็ดองุ่นมีสาร "โอพีซี" (oligomeric proanthocyanidin) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าวิตามินซีถึง 20 เท่า และสูงกว่าวิตามินอีถึง 50 เท่า องุ่นจึงเป็นผลไม้ที่ช่วยรักษาสุขภาพจากภายในช่วยฟื้นฟูและบำรุงผิวพรรณให้ ดูอ่อนกว่าวัยช่วยชะลอความชรา และเป็นสารต้านมะเร็งที่มีประสิทธิภาพสูง นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันโรคหัวใจและโรคที่เกี่ยวกับจอประสาทตาอีกด้วย

อัศจรรย์พลังน้ำ

ดื่มน้ำ, น้ำ, น้ำดื่ม,  อัศจรรย์พลังน้ำ

น้ำใสๆ ไม่มีรสชาติ แต่มีดีสารพัดเลยนะ

ความอัศจรรย์ของพลังน้ำ ที่มีกับพวกเราๆ ทุกคนนั้น เริ่มขึ้นหลังจากที่เราดื่มน้ำหรืออาหารที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบ น้ำก็จะไปถูกดูดซึมที่ลำไส้เล็ก แล้วไปรวมเดินทางผจญภัยตามเซลล์ต่างๆ กับเลือดทั่วตัวของเรา จากนั้นก็เริ่มกระจายกำลังกันออกทำ หน้าที่ต่างๆ เริ่มตั้งแต่เป็นองค์ประกอบในเนื้อเยื้อและอวัยวะต่างๆ (เกือบ 70 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตัวคือน้ำ) ไปเป็นตัวทำละลายสารอาหาร ช่วยลำเลียงแร่ธาตุ วิตามิน และเลือดให้ไหลเวียนไปบำรุงหล่อเลี้ยงเซลล์ต่างๆ ทั่วร่างกาย (ซึ่งมีไม่น้อยกว่า 75 แสนล้านเซลล์) หนำซ้ำคุณเธอยังใจดีรับของเสียจากเซลล์ต่างๆ กลับออกมาทิ้งให้ด้วย อีกทั้งเป็นที่ช่วยควบคุม กระจาย และขับความร้อนในร่างกายให้อยู่ในภาวะปกติ ช่วยให้สดชื่นสบายตัว ไม่ให้ร่างกายเกิดภาวะขาดน้ำ นอกจากนั้นน้ำยังเป็นเหมือนน้ำมันเครื่องคอยหล่อลื่นอวัยวะภายในร่างกาย ต่างๆ ไม่ให้เสียดสีกัน จนชำรุดสึกหรอ และบำรุงผิวให้สวยใสไม่แห้งเหี่ยวก่อนวัยอันควร และเมื่อได้เที่ยวสนุกจนเพลินใจแล้ว น้ำซึ่งหอบของเสียกลับมาก็จะถูกขับออกจากร่างกายในรูปของเหงื่อ ลมหายใจ และปัสสาวะ ถือเป็นการสิ้นสุดทัวร์ของน้ำในร่างกายเขาล่ะ เห็นมั้ยคะว่าน้ำสำคัญกับชีวิตและสุขภาพของเรามากเพียงไหน ฉะนั้นจะยกแก้วขึ้นดื่มน้ำคงต้องดูสักนิดว่า น้ำสะอาดหรือมีพิษภัยซ่อนอยู่บ้างหรือเปล่า (อย่าลืมสิคะว่าน้ำเป็นตัวทำละลายชั้นดี ไม่ว่าจะเป็นสารอาหารที่มีประโยชน์หรือสารพิษที่มีโทษ น้ำก็ละลายมาไว้เก็บกับตัวได้ทั้งนั้น) ถ้าสุ่มสี่สุ่มห้ากินเข้าไปแบบไม่ระวัง โดนท้องไส้ตับไตประท้วงกลับเอาบ้าง แล้วจะมาบ่นทีหลังไม่ได้นะเออ...

เรื่อง "น้ำ" น่ารู้ ผู้ใหญ่ ควรดื่มน้ำวันละ 6-8 แก้วต่อวัน อย่ารอให้รู้สึกกระหายน้ำก่อนถึงจะหาน้ำเย็นๆ มาดื่ม เพราะนั่นแสดงว่าร่างกายสูญเสียน้ำไปแล้วประมาณ 2-3 แก้ว ทางที่ดีควรขยันจิบน้ำไปเรื่อยๆ ทั้งวันจะดีกว่า พยายามเลี่ยงการดื่ม กาแฟ ชา น้ำอัดลม ซึ่งมีคาเฟอีนและเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เพราะคาเฟอีนและแอลกอฮอล์จะไปกระตุ้นการขับปัสสาวะ ทำให้ร่างกายเสียน้ำมากขึ้น น้ำเย็นจะซึมเข้าสู่ร่างกายได้เร็วและช่วยดับร้อนได้ดีกว่าน้ำอุ่น ร่างกายของเราไม่สามารถเก็บน้ำไว้ใช้ได้ เราจึงต้องดื่มน้ำเป็นประจำ ถ้าร่างกายได้รับน้ำไม่พอก็จะเกิดภาวะขาดน้ำ อ่อนเพลีย หน้ามืด หรือช็อคหมดสติเป็นอันตรายได้ การดื่มน้ำมากๆ ช่วยให้ไตไม่ต้องทำงานหนักมาก เนื่องจากน้ำจะช่วยให้ไตสามารถขับของเสียออกมาได้ดีขึ้น

อย่าลืมเริ่มต้นวันใหม่และอำลาวันเก่าอย่างสดชื่นด้วยน้ำเปล่า 1 แก้วเป็นประจำทุกวัน

ปิ๊งไอเดีย...จุดประกายความคิดสร้างสรรค์ใน ตัวคุณ

นอกจากความสวยงาม และรอยยิ้มอันแสนอบอุ่นที่เป็นอาวุธสำคัญของผู้หญิงเราแล้วนั้น การที่เป็นสาวที่มีความคิดสร้างสรรค์ มีไอเดียเก๋ๆ อยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการคิดโปรเจ็คงาน เซอร์ไพรซ์วันเกิดเพื่อนๆ จัดปาร์ตี้สุดคูล ก็สามารถเพิ่มเสน่ห์ให้กับเราได้เป็นอย่างดี วันนี้เรามีเทคนิคสบายๆ ให้สาวๆ กลายเป็นนักคิด นักสร้างสรรค์ กันค่ะ

เทคนิค ปิ๊งไอเดียความคิดสร้างสรรค์


• คิด คิด คิด แล้วก็คิด
คิดแล้วไม่ใช่ปล่อยเลย ผ่านนะคะ แต่คิดแล้วต้องรู้จักตั้งคำถามกับสิ่งที่เราคิดด้วย เมื่อได้คำตอบแล้วก็ต้องหาเหตุผลที่เป็นไปได้มาสนับสนุนคำตอบนั้นๆ ให้น่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้นค่ะ

• คิดรอบคอบ รู้รอบด้าน
เพียงหนึ่งคำ ถาม อาจจะมีหลายคำตอบ สิ่งที่เราได้เรียนรู้มาในอดีต อาจจะไม่ใช่คำตอบสุดท้ายก็ได้นะคะ เพราะฉะนั้นอย่าไปตีกรอบ และเชื่อในแนวความคิดแบบเดิมๆ มากนัก ลองหาทางเลือกอีกทาง เท่านั้นไอเดียก็แล่นฉิวแล้วค่ะ

• ความคิดก็จัดระเบียบได้
การคิด อะไรไปเรื่อยเปื่อย จับโน่นมาชนนี่ จะทำให้เราปวดหัวมากกว่าจะคิดอะไรออกนะคะ ลองลำดับความคิดซะใหม่ให้เป็นระเบียบ ตั้งสมมติฐาน ค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติม เปรียบเทียบความคิดที่แตกต่าง ทดลองทำ แล้วก็จะได้คำตอบสุดท้ายที่ดีที่สุดเองค่ะ

• ตาดู หูฟัง ปากถาม สมองคิด
การ ใช้สมองคิดอยู่อย่างเดียว อาจจะปิดกั้นไอเดียดีๆ ที่ซ่อนอยู่ก็เป็นได้นะคะ ลองเปิดโลก ค้นหาประสบการณ์ใหม่ๆ ถามผู้รู้ ท่องโลกไซเบอร์ เข้าห้องสมุด แชร์ความคิดกับเพื่อนๆ เท่านี้ก็พร้อมเป็นนักคิดได้เลยค่ะ

• ทำตัวเป็นช่าง
ช่างสังเกต ช่างจดจำ ช่างคิด เปิดใจ เตรียมพร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ อัพเดทเทคโนโลยีใหม่ๆ ตามติดรันเวย์แฟชั่น หรือข่าวสารบ้านเมือง เก็บเป็นข้อมูลเอาไว้เผื่อนำมาใช้เป็นประโยชน์ได้ทุกสถานการณ์

• ระดมสมอง ประลองปัญญา
หลากหลายความคิดดีๆ เกิดขึ้นได้ เมื่อได้แชร์ความคิดสร้างสรรค์ซึ่งกันและกัน แถมยังได้เรียนรู้วิธีคิด ความคิดรวบยอดของแต่ละคน เพื่อนำมาเป็นประสบการณ์และนำมาสร้างสรรค์ผลงานต่างๆ ได้อีกมากมาย

• ความคิดไร้ขีดจำกัด
อย่าหยุดที่จะพัฒนาความรู้ ความสามารถของตนเองนะคะ ความคิดดีๆ จะเกิดขึ้นได้ ถ้าเราฝึกคิดอยู่ตลอดเวลา อย่าหยุดค้นหาวิธีการใหม่ๆ อยู่เสมอ เท่านี้ความสำเร็จก็อยู่แค่เอื้อมแล้ว

ในช่วงเวลาหนึ่ง เขามีความสุขกันยังไง





คนที่มีความสุข 1 วินาที คือคนที่คิดถึงหน้าคนรัก

คนที่มีความสุข 1 นาที คือคนที่เดินไปเข้าห้องน้ำหรือดื่มกาแฟ

คนที่มีความสุข 1 ชั่วโมง คือคนที่เลิกงานแล้วรีบกลับบ้าน

คนที่มีวามสุข 1 วัน คือคนวันนี้ไม่มาทำงาน

คนที่มีความสุข 1 สัปดาห์ คือคนที่ลาพักร้อน

คนที่มีความสุข 1 เดือน คือคนเพิ่งแต่งงาน(เพราะได้ไปฮันนี่มูน)

คน ที่มีความสุขตลอดชีวิต คือคนที่ได้ทำงานที่ตัวเองรัก

ลองคิดดูว่าคุณอยากเป็นคนที่มีความสุขนานแค่ไหน?
ถ้า อยากมีความสุขตลอดชีวิต ก็ให้ทำงานที่ตัวเองรัก


สิ่งที่เรียกว่า เพื่อน

เพื่อน

เพื่อน

เพื่อน

เพื่อน

เพื่อน

เพื่อน

เพื่อน

30 ข้อคิดดีๆ เพื่อชีวิตมีสุข





1.นึกไว้เสมอว่าการโกรธ 1 นาที จะทำให้ความทุกข์อยู่กับคุณ 3 ชั่วโมง

2.ถ้ายิ้มให้กับคนที่ อยู่ในกระจก รับรองว่าเขาต้องยิ้มกลับมาทุกครั้งแน่

3.ลองปลูก ต้นไม้เองสักต้น การเติบโตของมันจะบ่งบอกตัวตนของคุณได้

4.หลับตา นิ่งๆสักสามนาที เมื่อรู้สึกว่าอะไรที่อยู่ตรงหน้ามันช่างยากเหลือเกิน

5.ระหว่าง แปรงฟัน ฮัมแพลงด้วยจนจบ จะทำให้ฟันสะอาดขึ้นสองเท่า


6.เคี้ยว ข้าวแต่ละคำให้ช้าลง จากที่รสชาดธรรมดา ก็จะอร่อยขึ้นเยอะเลย

7.ไม่ ว่าผมจะสั้นหรือยาวแค่ไหน ก็ต้องการให้หวีอย่างถนุถนอมเหมือนกันหมด

8.การ ขึ้นลงบันใดสูงๆ แบบไม่ให้เมื่อย คือการไม่นับว่ากำลังยืนอยู่บันใดขั้นที่เท่าไร

9.คนตาบอดจะเห็นว่า คุณสวย/หล่อมากๆทันที ที่คุณถามเขาว่า "ช่วยพาข้ามถนนไหมคะ/ครับ?"

10.เมื่อ จะหยิบเศษเงินให้ขอทาน ไม่จำเป็นต้องนับก่อนที่หย่อนลงกรป๋องหรอก






11.ควรหัด พูดคำว่า "ไม่เป็นไร" ให้เคยปากมากกว่าการพูดคำว่า "จะเอายังไง"

12.ลอง ตั้งนาฬิกาให้เร็วขึ้น 15 นาที รับรองว่าจะไม่ค่อยไปสายเหมือนก่อน

13.สัตว์ เลี้ยงที่บ้านเก็บความลับเก่ง เรื่องที่ไม่อยากให้ใครรู้จึงควรเล่าให้มันฟัง

14.อาหารที่ไม่ชอบ กินตอนเด็ก ลองตักเข้าปากอีกที เผื่อจะกลายเป็นอาหารจานโปรด

15.เขียน ชื่อคนที่เกลียดใส่กระดาษแล้วฉีกทิ้ง ความเกลียดจะเบาบางลงเรื่อยๆ



16.ให้ปล่อยให้น้ำตาไหลโดยไม่ ต้องเช็ด เมื่อน้ำตาแห้งแล้วแทบดูไม่ออกว่าเพิ่งร้องให้

17.ตุ๊กตา และของเล่นเก่าๆ จะทำให้เรายิ้มได้เสมอเมื่อไปหยิบมาเล่นอีกครั้ง

18.ก่อน จะซื้ออะไรก็ตาม ต้องคิดหาประโยชน์ของมันให้ได้อย่างน้อยสามข้อก่อน

19.ถึง เสื้อกางเกงในตู้จะมีอยู่น้อย แต่ถ้าใส่สลับกันไปเรื่อยๆ ก็ดูเหมือนมันมีเยอะเอง

20.ซาลาเปา 1 ลูกกินได้ 2 คน ลูกชิ้นปิ้ง 1 ไม้กินได้ 4 คนถ้าคุณคิดจะแบ่งเท่านั้นเอง






21.เลือกให้ของ ขวัญคนที่ไม่เคยได้ดีกว่า ให้คนที่ได้เยอะจนจำชื่อคนที่ให้ไม่ได้

22.ใน วันที่รู้สึกเศร้าๆ เหงาๆ เดินไปซื้อดอกไม้ให้ตัวเองสักดอกก็จะดีขึ้น

23.แอบ รักใครสักคน ยังไงก็ยังดีกว่าไม่เคยรู้ว่าความรู้สึกรักมันเป็นอย่างไร

24.ถึง จะไม่ออกไปไหน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะแต่งตัวสวยๆ หล่อๆ ไม่ได้นิ

25.ฝึก โรแมนติกง่ายๆ คนเดียวบ้าง ด้วยการนั่งนับดาวให้ครบ 100 ดวงก่อนนอน



26.ถ้า คุณเช็ดกระจกที่ขุ่นมัวที่สุดจนใสได้ ทำไมคุณจะเรียนดีกว่านี้ไม่ได้

27.พยายาม อ่านหนังสือทุกชนิดในมือให้จบเล่ม มันอาจจะไม่สนุกแต่ก้มีประโยชน์แฝงอยู่
28.วัน ที่ตื่นเช้าๆ ให้บิดขี้เกียจนานที่สุดเท่าทีจะนานได้ ถ้าขี้เกียจออกกำลังกาย

29.แค่เอาข้าวที่กินไม่หมดไปให้หมาที่เดิน ผ่าน ก็เป็นการทำบุญที่ไม่ต้องลงทุนแล้ว

30.ปิดไฟดวงที่ไม่จำเป็นใน บ้าน แม่จะได้มีค่าขนมเพิ่มขึ้นอีกหลายบาท

กฏเหล็กของคนที่ถูกแอบรัก




สวยเลือกได้อย่างคุณจะมีคนมาแอบ รักบ้างมันไม่แปลกอะไร แต่หลังจากนั้นคุณควรจะทำตัวอย่างไร ถึงจะดูดี วันนี้เรามีกฏเหล็กของเหล่าคนเจ้าเสน่ห์ทั้งหลายมาฝากกันจ้า ~,~


1. อย่าเพิ่งแอบกระซิบบอกใครว่าอีตานี่มาชอบชั้นเพระาผู้ชายส่วนใหญ่จะรีบสวม บทบาทพยัคฆ์ร้ายส่ายหน้าทันที เพื่อรักษาฟอร์มบุรุษผู้ฆ่าได้หยามไม่ได้เอาไว้ แล้วหน้าสวยใสของคุณก็จะแตกเป็นเสี่ยงๆ อายเค้ามั้ยล่ะ

2.
ถ้าคุณไม่ชอบเขา ก็ไม่ควรแกล้งทำเป็นมีใครให้เขาเข้าใจผิด เพราะมันอาจจะสนุกสำหรับคุณ แต่มันจะเจ็บมากถึงมากที่สุดสำหรับคนที่แอบรัก นิสัยแบบนี้คนดีๆ เค้าไม่ทำกันหรอก

3.การถูกแอบรักไม่ได้มีสิทธิ์ให้คุณทำตัวมารยาท ทรามใส่เขา หรือใช้เขาเป็นเบ๊ส่วนตัว โปรดมีมนุษยธรรมหน่อย

4.
เวลาผู้ชาย แอบรักผู้หญิง มักจะไม่เข้ามาหา แต่จะวางฟอร์มนั่งเก็กท่ารอให้สาวเป็นฝ่ายเดินเข้าไปเอง ซึ่งถ้าคุณไม่ชอบเขา และไม่ทำอย่างที่เขาต้องการ ก็ต้องเตรียมใจไว้ว่า จะโดนผู้ชายปากตูบคนนั้นเอาไปเผา ชนิดที่บ้านอาจจำซากไม่ได้ ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ไม่ต้องไปต่อปากต่อคำ เพราะคุณจะมีแต่เสียกับเสีย


5. อย่าอยู่กับเขาสองต่อสองในที่ลับตาคน เพื่อสวัสดิภาพของตัวคุณเอง



6. ถ้าคุณจะปฏิเสธเขา ควรจะพูดกันอย่างถนอมน้ำใจ เพราะนี่คือผู้ชายที่รักคุณ ไม่ใช่ไอ้โจรที่จะมาปล้น ไม่ต้องทำปฏิเสธแบบไร้เยื่อใยนักก็ได้


7. ถ้าคุณก็แอบมีใจ นี่คือโอกาสที่จะสอยเขามาไว้ในครอบครองแบบเนียนๆ ด้วยการทำตัวให้สนิทสนมให้เขารู้ว่า คุณไม่ได้รังเกียจเขาเลย จากนั้นพอเขาสารภาพรัก คุณก็สามารถทำท่าอินโนเซ้นต์ได้ว่า ต๊าย ไม่รู้ตัวเลยนะเนี่ย

8. เมื่อถูกแอบรัก นอกจากคุณต้องระวังเขาแล้ว ยังต้องระแวงเพื่อนๆ ของเขาอีกด้วย เพราะผู้ชายส่วนใหญ่มีปากเป็นอาวุธ เพื่อเราชอบใคร เดอะแก๊งก็จะมานั่งจับผิดและวิพากษ์วิจารณ์ผู้หญิงคนนั้นอย่างเมามันไปด้วย ยิ่งถ้าสาวไม่รักตอบ ผองเพื่อนก็จะค่อนแคะก่นด่าและจับผิด กลายเป็นความดับเบิ้ลซวยสำหรับสาวสวยที่ถูกแอบรักไปซะงั้น


9. อย่ารีบหลงลำพองตัวเองที่มีเหยื่อมาตกหลุมอีกราย แต่ควรสืบประวัติให้ดีก่อนว่าหนุ่มที่มาหมายปองตัวคุณมีเจ้าของซุกซ่อนอยู่ ที่ไหนหรือเปล่า เพราะการที่ผู้ชายจะรัก ผู้หญิงสักคน ไม่ได้หมายความว่าพี่แกจะต้องโสดและสดเสมอไป

10.
อย่าบอกแฟนของ คุณเป็นอันขาด เพราะนอกจากจะไม่ได้ประโยชน์อะไรแล้ว อาจชักบาทามาถึงตัวคนที่แอบรักคุณอีกด้วย แถมเวลามีคนมาแอบรักแฟนตัวเอง แฟนหนุ่มบางคนจะเปลี่ยนจากขี้หึงเป็นขี้หึงโครตๆ ทีนี้ล่ะ เขาจะตามประกบคุณตลอดเวลา จนคุณอยากจะบ้าซะให้ได้

11.
ถ้า คุณยังไม่มีใคร ก็น่าจะลองรับคนที่แอบรักไว้พิจารณา เพราะยังอ้อยก็เข้าปากช้าแล้ว


ถ้า คุ ณ เ ป็ น ฝ่ า ย แ อ บ รั ก ใ ค ร ซ ะ เ อ ง

อย่าเพิ่งบุกไปบอกรักเขาก่อน เพราะผู้ชายบางคนอาจถือโอกาสนี้ทำเป็นรักตอบ เพื่อหลอกเจาะไข่แดงคุณ ... ผู้ชายดี ๆ มีน้อย นี่คือสัจวาจา !!! อย่า ลืมให้เพื่อให้เป็นประโยชน์ เช่น ชวนเขาและเพื่อน ๆ ไปดูหนังด้วยกันเป็นกลุ่มใหญ่ เป็นหนทางใกล้ชิดคนที่คุณแอบรักแบบไม่มีแมงเม้าธ์ สายพันธ์ไหนจะครหาได้ เก็บอาการไว้ก่อน เพราะผู้ชายส่วนใหญ่จะออก แนวเล่นตัวทันทีที่รู้ว่ามีสาวมาแอบรัก เดี๋ยวไก่จะตื่นเสียหมด

ที่มาของชื่อเดือน ทั้ง 12 เดือน


ที่มาของชื่อเดือน ทั้ง 12 เดือน

...สมัย ก่อนปีหนึ่งๆ มี 355 วัน แต่มีแค่ 10 เดือน



March หรือ มีนาคม เป็นเดือนแรกของปี ก็เป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งคำว่า March นั้นมี
ที่มาจากชื่อของเทพเจ้า แห่งสงครามที่ชื่อว่า Mars เนื่องจากว่าชาวโรมันน่ะทำสงคราม
กัน บ่อยนั่นเอง



April หรือ เมษายน มาจากภาษาละตินที่มีความหมายว่า "เปิดรับ" เนื่อง จากผลผลิตที่หว่านไปในช่วงเดือนมีนาคมจะมาได้ผลเดือนนี้



May หรือ พฤษภาคม มาจากชื่อของเทพเจ้าแห่งการเจริญเติบโต ที่มีชื่อว่า Maia เพราะพวกโรมันเชื่อว่า Maia จะช่วยคุ้มครองพืชพันธุ์ ให้เติบโตอุดมสมบูรณ์ดี



June หรือ มิถุนายม เป็นชื่อที่ตั้งเป็นเกียรติแก่เทพเจ้า Juno ราชินีแห่งสรวงสวรรค์และการแต่งงาน อาจเป็นได้ว่า ชาวโรมันแต่งงานกันมากในเดือนนี้ เพราะเป็นช่วงที่อุดมสมบูรณ์


July หรือ กรกฎาคม ไม่ได้ตั้งชื่อตามเทพเจ้าหรือฤดูกาล แต่มาจากชื่อของจักรพรรดิ์ผู้ยิ่งใหญ่ Julius Caesar


August หรือ สิงหาคม ก็ตั้งชื่อตามหลานชายของ Julius ที่ชื่อ Caesar Augustus เพราะว่าเขาอยากมีชื่อเสียงเหมือน Julius บ้าง จึงตั้งชื่อเดือนนี้ โดยใช้ชื่อของเขา เดิมทีเดือนสิงหาคมมีแค่ 30 วันซึ่งน้อยกว่าเดือนของ Julius แต่ Augustus เพิ่มวันให้เดือนของตน โดยเอาวันจากเดือนกุมภาพันธ์มาหนึ่งวัน เพื่อให้ตนเท่าเทียมกัน Julius



September หรือ กันยายน มาจากคำภาษาละตินว่า Septem ซึ่งแปลว่า '7' และเดือนนี้ก็เป็นเดือนที่ 7



October หรือ ตุลาคม ก็มาจากคำภาษาละตินที่แปลว่า '8' ซึ่งคือคำว่า Octo



November หรือ พฤศจิกายน ก็มาจากคำที่แปลว่า '9' คือคำว่า Novem นั่นเอง


December หรือ ธันวาคม ก็แน่นอนมาจากคำว่า Decem ที่แปลว่า '10' งัย



January หรือ มกราคม ถูกเพิ่มมาทีหลังพร้อมกับเดือน กุมภาพันธ์ คำว่า January มาจากชื่อของเทพเจ้า Janus ซึ่งเป็นเทพ 2 หน้า หน้าหนึ่งมองไปในอดีต อีกหน้ามองไปสู่อนาคต ซึ่งเป็นช่วงที่คนเราต้องมองย้อนสิ่งที่ตนทำ และมองไปข้างหน้าเฝ้ารอคอยปีใหม่



February หรือกุมภาพันธ์ มาจากคำภาษาละตินที่แปลว่า 'ชะล้าง' ซึ่งเป็นเดือนที่คนต้องชะล้างตัว เองให้สะอาดรอรับปีใหม่....

วันพฤหัสบดีที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

โปรดระวัง HTC รุ่นเลียนแบบใช้ Windows Mobile 6.5.3 ซะด้วย

ใครที่ชอบของถูกโปรดระวังให้ดี เพราะในตอนนี้เริ่มมีเครื่อง HTC ปลอมเตรียมออกระบาดซึ่งคาดว่าอีกไม่นานนี้คงจะมาเมืองไทยแน่ๆ หรือในตอนนี้มีแล้วก็ไม่ทราบเหมือนกัน โดยเครื่อง PDA Phone รุ่นนี้มันใช้ชื่อว่า iHTC โดยตัวโลโกมันจะเอียงๆ เมื่อก่อนสังเกตง่ายๆเพราะว่าชื่อส่วนใหญ่ตั้งกันคนละเรื่องกันเลย และระบบปฎิบัติการของเครื่องจีนยุคก่อนส่วนใหญ่ก็ไม่ใช่ Windows Mobile สำหรับ ihtc รุ่นเลียนแบบนี้มันใช้ระบบปฎิบัติการ Windows Mobile 6.5.3 รุ่นใหม่เสียด้วย มีอินเตอร์เฟสหน้าตาคล้ายๆกับ HTC Sense หุ่นจะคล้ายๆกับ HD2 หน้าจอใหญ่อีกต่างหากโดยมีหน้าจอขนาด 3.6 นิ้ว แม้จะไม่ถึง 4 นิ้วก็ตาม แต่ก็ถือว่าหน้าจอมันใหญ่ไม่เบาเลย การแสดงผลหน้าจอยังเป็น WVGA อีกด้วย โอ๊ะ โอววว ไม่เบาาาาเลย สำหรับกล้องนั้นจะมาพร้อมกับกล้องความละเอียดที่ 5 ล้านพิกเซลแบบ AutoFocus ราคาจำหน่ายสำหรับ ihtc นั้นเค้าตั้งไว้ที่ประมาณ 7,500 บาทเท่านั้น !


สำหรับ ใครที่คุ้นเคยกับ PDA Phone อยู่แล้วเชื่อว่าไม่น่าโดนหลอก แต่หากใครไม่ค่อยคุ้นเคยก็มีสิทธิ์ไม่ยาก นัก เพราะเคยมีเหตุการณ์ประเภทไปต่างประเทศแล้วคิดว่าของถูกเลยฝากซื้อมือถือ แต่พอกลับมาปรากฎว่าเจอ Nokia ปลอมเพราะว่า ฝากอาอี๊ อาโก ที่ไปเที่ยวฮ่องกงซื้อกลับมา อาอี้ อาโก แกก็ดูไม่ค่อยเป็นด้วยสิ เห็นชื่อคุ้นๆตาและที่สำคัญมันถูกด้วยเลยคว้ากลับบ้านมา

ว่าแต่หากมี ihtc แบบนี้ก็ดีเหมือนกันถ้าลูกเล่นมันดี คุณภาพมันรับได้มันก็คงจะกลายเป็นทางเลือกใหม่สำหรับผู้ใช้ที่งบจำกัด หรือว่าใครที่บ่นว่า HTC ขายเครื่องแพง งั้นลอง ihtc เลยก็แล้วกัน ราคาไม่แพงหุ่นคล้ายๆกันด้วย แถมยังใช้ OS เดียวกันอีกต่างหาก ลองดูจาก VDO กันอีกทีว่ามันทำงานเป็นยังไง


คน...ไม่ใช่เทวดา



การที่เราจะคบหาหรือรู้จักใครสักคนไม่ว่าจะในฐานะอะไรก็ตาม

สิ่ง หนึ่งที่ควรท่อง ควรจำไว้อยู่เสมอก็คือ“คน” เป็นสิ่งมีชีวิต ที่มีทั้งด้านบวก และด้านลบ อยู่ในนั้น

อย่าตั้งใจกับคน 1 คนมากเกินไป > > > > เพราะไม่มีใครอยากเป็นต้นเหตุของความล้มเหลว

อย่าคาดหวังกับ คน 1 คนมากเกินไป > > > >เพราะไม่มีใครสามารถเป็นทุกอย่าง ที่ทุกคนอยากให้เป็น

อย่าให้เวลากับคน 1 คนมากเกินไป > > > > เพราะไม่ว่าใครก็อยากมีช่วงเวลาของความเป็นส่วนตัว. . คนเดียว

อย่าพยายามเปลี่ยนแปลงคน 1 คนมากเกินไป > > > เพราะนั่นจะทำให้เค้าไม่หลงเหลือความเป็นตัวของตัวเอง

อย่าควบคุมชีวิตคน 1 คนมากเกินไป > > เพราะมนุษย์มักจะหาวิธีการแทรกตัว เพื่อออกมาจากกฎที่ถูกกำหนด

อย่าบีบบังคับคน 1 คนมากไปกว่านี้ > > > >เพราะถ้าคนๆนั้น หลุดจากภาวะบีบบังคับมาได้ คุณจะกลายเป็นคนที่ถูกหันหลังให้ในทันที

> > > > < < < <

เธอ. . . ลองมองดูฉันดีๆ ฉันมีลมหายใจ
ไม่ใช่ภาพ วาด ที่จะสวยงามอยู่ตลอดเวลา
ฉัน เองก็เป็น “คน” เป็นสิ่งมีชีวิตที่มี 2 ด้าน. . . เช่นกัน
...อยากรู้จัก ใครสักคน ต้องหัดเรียนรู้ ไม่ใช่เปลี่ยนแปลง...

ก่อนจะรักใคร

รักมีค่า … ตอนไหน





รักนั้นมีค่า ...
ตอนที่คุณได้สัมผัส หรือเจอะเจอมันแล้ว

รัก นั้นมีค่า ...
ตอนที่คุณมีความสุขที่สุด หรืออาจจะทุกข์ใจสุด ๆ

รักนั้นมีค่า ...
ตอน ที่คุณรู้ว่า จะเก็บมันรักษาได้อย่างไร

รักนั้นมีค่า ...
ตอนที่คุณรู้ว่า จะเก็บมันได้นานแค่ไหน

รักนั้นมีค่า ...
ตอนที่ได้รู้ว่า มันสำคัญกับคุณมากแค่ไหน

รัก นั้นมีค่า ...
ตอนที่คุณรู้ว่า คนที่คุณรักเขา และเขาก็รักคุณ

รักนั้นมีค่า ...
ตอน ที่คุณรู้ว่า ความใส่ใจคืออะไร

รักนั้นมีค่า ...
ตอนที่คุณรู้ว่า คุณต้องปรับปรุงตัวเพื่อใคร

รักนั้นมีค่า ...
ตอน ที่คุณรู้ว่า มีใครคนหนึ่งยอมปรับปรุงตัวเค้าหาคุณ

รัก นั้นมีค่า ...
เมื่อคุณคิดที่จะรักษาและเก็บมันไว้ ได้นานเท่านานที่คุณมี

ถ้าคุณไม่รู้สึกดังที่กล่าวมา แสดงว่า ...
รัก ของคุณไม่มีค่าที่จะมอบให้ใคร
หรือไม่มีใคร ... มอบความรักที่มีค่าให้คุณ

เรารักกัน...หรือแค่...ฉันรักเธอ





1. การที่รักใครสักคนและไม่ได้รับรักตอบ เป็นทุกข์ แต่สิ่งที่ทุกข์ยิ่งกว่า คือการรักใครสักคนแต่ไม่มีความกล้าพอ ที่จะบอกให้เค้าคนนั้นรู้ และต้องมาเสียใจภายหลัง

2. ความรักคือความรู้สึกที่คุณยังห่วงใยใครสักคนอยู่ แม้จะแยกความรู้สึก ความลุ่มหลงและความสัมพันธ์แบบรักใคร่ออกไปแล้ว


3.สิ่งที่น่าเศร้าในชีวิต คือการพบคนที่มีความหมายอย่างมากสำหรับเรา แต่มาค้นพบภายหลังว่า เราไม่ได้ถูกกำหนดมาเพื่อสิ่งนั้น และจะต้องปล่อยให้ผ่านพ้นไป


4. เมื่อประตูแห่งความสุขปิดลง ประตูแห่งความสุขบานอื่นก็จะเปิดขึ้น แต่เราก็มัวแต่มองประตูที่ปิดลงไปแล้วเนิ่นนาน จนกระทั่งเรามองไม่เห็น ประตูแห่งความสุขบานอื่น ที่เปิดไว้รอ


5. เพื่อนที่ดีที่สุดคือ คนที่คุณสามารถนั่งอยู่ริมระเบียงด้วยกันโดยไม่พูดอะไรกันสักคำ แต่สามารถเดินจากไป ด้วยความรู้สึกเหมือนได้คุยกันอย่างประทับใจที่สุด


6. เป็นความจริง ที่เราไม่สามารถรู้เลยว่าเรามีอะไรอยู่ จนกว่าเราจะสูญเสียมันไป... แต่ก็จริงอีกเช่นกันที่เราไม่รู้ว่าเราพลาดอะไรไปบ้าง จนกระทั่งผลของสิ่งนั้นเข้ามาหาเรา

7. การมอบความรักทั้งหมดให้ใครสักคน ไม่ได้เป็นหลักประกันว่าเขาจะรักเราตอบ อย่าหวังที่จะได้รักตอบ แต่จงรอให้มันงอกงามขึ้นในหัวใจเขา แต่ถ้ามันไม่ได้เป็นเช่นนั้นก็ให้พอใจว่าอย่างน้อยมันก็ได้งอกงามขึ้นในใจ ของเราเอง


8. มีสิ่งที่คุณต้องการจะได้ยิน แต่คุณจะไม่ได้ยินมันจากปากของคนที่คุณอยากได้ยิน แต่อย่าทำตัวเป็นคนหูหนวก โดยไม่รับฟังสิ่งนั้นจากคนที่เขาบอกกับคุณจากหัวใจ


9. อย่าบอกลา ถ้าคุณยังต้องการจะพยายามต่อไป อย่าท้อใจถ้าคุณยังรู้สึกว่าคุณไปไหว อย่าพูดว่าคุณไม่รักเค้าคนนั้นอีกแล้ว ถ้าคุณยังไม่สามารถ "ทำใจ"


10. ความรักมักมาเยือนผู้ที่ยังคงหวัง ถึงแม้ว่าจะผิดและมาเยือนผู้ที่ยังคงเชื่อ ถึงแม้ว่าจะถูกทรยศหักหลัง และจะมาเยือนผู้ที่ยังคงรัก ถึงแม้จะเคยเจ็บปวดมาก่อน

11. อย่ามองใครจากหน้าตา เพราะมันอาจหลอกเราได้ อย่ามองใครจากความร่ำรวยเพราะมันไม่จีรังยั่งยืน ให้มองหาคนที่ทำให้คุณยิ้มได้ เพราะเพียงยิ้มเดียวสามารถทำให้วันที่หม่นหมองกลับสดใส

12. การที่เราจะประทับใจใครนั้น อาจใช้เวลาแค่เพียงนาทีการที่เราจะชอบใครอาจใช้เวลาเพียงแค่ชั่วโมง การที่เราจะรักใครอาจใช้เวลาเพียงชั่ววัน แต่การที่จะลืมใครนั้นต้องใช้เวลา ชั่วชีวิต

13. ขอให้คุณมีความสุขมากพอ ที่จะทำให้คุณเป็นคนอ่อนหวาน ผ่านการทดสอบมามากพอที่จะทำให้คุณเข้มแข็ง มีความเศร้าโศกพอ ที่จะทำให้คุณยังคงความเป็นมนุษย์และมีความหวังมากพอ ที่จะทำให้คุณเป็นสุข

14. เอาใจเขามาใส่ใจเรา ถ้าคุณรู้สึกว่าสิ่งนั้นจะทำให้คุณเจ็บปวด รู้ไว้เถอะว่าคนอื่นก็เจ็บปวด จากสิ่งเดียวกันเช่นกัน

15. จุดเริ่มของความรักคือ การปล่อยให้คนที่เรารักเป็นตัวของตัวเอง อย่าดึงเขาจากภาพความเป็นเขา มิฉะนั้นจะหมายความว่า เราต้องการเพียงภาพสะท้อนของตัวเราที่ปรากฎในตัวเขา


16. คนที่มีความสุขที่สุด ไม่ได้หมายความว่าเขามีสิ่งที่ดีที่สุด เพียงแต่เขาสามารถทำสิ่งที่เขามีให้ดีที่สุดได้ต่างหาก


17. อนาคตที่สดใส มีรากฐานอยู่บนอดีตที่ถูกลืม คุณไม่สามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้ดี ถ้าหากไม่รู้จักปล่อยวาง จากความผิดพลาดในอดีต และความปวดใจ
>

18. คุณร้องไห้ตอนคุณเกิดในขณะที่คนรอบข้างกำลังยิ้ม จงมีชีวิตอยู่เพื่อเมื่อตอนคุณตาย คุณจะเป็นคนที่ยิ้ม ในขณะที่คนรอบข้างร้องไห้ให้คุณ

วันอังคารที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

10 วิธีง่ายๆ ใช้ระงับความโกรธ

โกรธ, ระงับความโกรธ, ร้องไห้,  หัวเราะ, ดื่ม, ร้องเพลง

1. หลีกเลี่ยง "การหลีกเลี่ยง" กับ "การหลีกหนี" แตกต่างกันนะครับ การหลีกเลี่ยงไม่ได้หมายความว่าคุณขลาดกลัว หรือไม่เป็นลูกผู้ชาย ตรงกันข้ามวิธีนี้กลับเป็นสิ่งที่แสดงวุฒิภาวะในการควบคุมอารมณ์ของคุณต่าง หาก คุณอาจจะออกมาเดินเล่น ผ่อนคลาย ประนีประนอม หรือไม่ก็พับงาน - กิจกรรมนั้นไว้ว่ากันวันหลังที่อารมณ์ดีขึ้นแล้ว ต้องจำให้ขึ้นใจนะครับว่าไม่ใช่การหลีกหนีโดยไม่รับผิดชอบ หรือก่อความเสียหายไว้ให้คนอื่นต้องตามแก้

2. ระบาย นะครับ ไม่ใช่ "ระเบิด" และต้องรู้จักเลือกคนที่เราจะระบายด้วยนะ ควรเป็นคนที่เข้าใจ และไว้ใจได้ เพราะขืนไประบายกับคนที่ไม่เข้าใจ และพวกปากประชาสัมพันธ์แทนที่จะระบายจะทำให้คุณสบายใจ สบายหัว การระบายโดยไม่เลือกนิสัย และสันดานของบุคคลที่สาม อาจกลายเป็นการจุดชนวนระเบิดตูมใหญ่ให้คุณดีๆ นี่เอง

3. กิน มีใครจะปฏิเสธบ้างว่าการกินคือ วิธีสร้างสุขอย่างดีวิธีหนึ่งของมนุษย์ โดยเฉพาะการกินอาหารอร่อยถูกปาก คุณเอ๋ย...สุขอย่าบอกใคร ทุกครั้งที่ลิ้นได้รับรสอันโอชะของอาหารจานโปรด เชื่อสิว่าความโกรธจะดับวูบลงราวกับโยนไม้ขีดไฟลงแม่น้ำเลยละ โดยเฉพาะอาหารจำพวกขนมหวาน เพราะมีการพิสูจน์แล้วว่า สามารถดับพิษแห่งความโกรธได้ชะงัด อ้อ...อย่าโกรธบ่อยจนอ้วนก็แล้วกัน

4. ดื่ม โดยเฉพาะดื่มเครื่องดื่มเย็นๆ รสซาบซ่า ฉ่ำใจ อาจจะเป็น น้ำเปล่า น้ำผลไม้ น้ำอัดลมเย็นเจี๊ยบสักแก้ว จะซดเฮือกๆ ให้หายโกรธ หรือค่อยๆ จิบละเลียดช้าๆ ก็ไม่ว่ากัน ตราบใดที่ความเย็นยังบรรเทาความร้อนได้ น้ำเย็นก็สามารถบรรเทาความโกรธได้ตราบนั้น ที่สำคัญถ้าคุณระงับความโกรธด้วยแอลกอฮอล์เย็น อย่าเมาแล้วขับ หรือหลับข้างถนนก็แล้วกัน

5. หัวเราะ มีหลายอย่างที่จะทำให้คุณหัวเราะได้ การพูดคุยกับคนที่มีอารมณ์ขัน การอ่านหนังสือ ดูตลกในทีวี หรือแม้แต่การส่องกระจกดูหน้าตาตัวเองที่กำลังโกรธเกรี้ยวเป็นไอ้บ้าอยู่ก็ ตาม เอาเป็นว่าทุกเรื่อง ทุกคนที่กระตุ้นต่อมฮาของคุณได้ก็โอเค ทุกครั้งที่โกรธ จงหัวเราะดังๆ ให้เท่ากับความโกรธที่มันจุกอกอยู่ รับรองว่าต่อมฮาฆ่าความโกรธกระจาย (แต่อย่าเผลอหัวเราะตอนเจ้านายกำลังด่าคุณก็แล้วกัน)

6. ร้องไห้ การร้องไห้เป็นกลไกของร่างกายตามธรรมชาติ ที่ช่วยระบายความเครียด ความคับข้องในจิตใจให้หมดสิ้นไป รวมทั้งการระบายความโกรธ ดังนั้น ผู้ชายร้องไห้จึงไม่ใช่เรื่องแปลก เว้นเสียแต่ว่าคุณจะแหกปากร้องไห้ หรือสะอื้นฮักๆ ต่อหน้าธารกำนัล ถ้าโกรธตอนอยู่คนเดียวแล้วไม่รู้จะทำยังไงหรืออยากจะร้องไห้ ลองปล่อยน้ำตาให้ไหลโดยไม่ต้องบังคับดูสิ แล้วคุณจะรู้ว่าร้องไห้ช่วยไล่ความโกรธได้จริงๆ

7. ร้องเพลง เพลงอะไร กับใคร ที่ไหน ร้องไปเถอะ จะร้องเบาๆ หรือแหกปากร้องก็เอาเลย สังคมไทยไม่เคยรังเกียจคนร้องเพลง (ยกเว้นร้องเพลงรักในงานศพ) นักจิตวิทยาบอกว่า การร้องเพลงจะช่วยให้กล้ามเนื้อที่ตึงเครียดผ่อนคลาย และหายโกรธได้ ถ้าโกรธจนนึกไม่ออกว่าจะร้องเพลงอะไร ขอแนะนำว่าให้ร้องเพลงไทยยอดนิยมตลอดกาล "เพลงชาติ" หรือ "เพลงช้าง" ที่ร้องได้ตั้งแต่ชั้น ป. 1 รับรองว่าทั้งคนร้อง คนฟังฮาครืน ครื้นเครง

8. พักผ่อน หากิจกรรมที่คุณทำแล้วเพลิดเพลิน ออกกำลังกายช้อปปิ้ง ดูหนัง ฟังเพลง อะไรก็ได้ที่ทำแล้วคุณรู้สึกว่าได้ผ่อนคลายความตึงเครียด ความโกรธ และไม่ทำให้ตัวเองและคนอื่นเดือดร้อนทำไปเถอะ มีข้อแม้อยู่นิดเดียวว่าการพักผ่อนนั้น อย่าทำให้คุณเสียงาน และเสียเงินจนเกินไปก็แล้วกัน

9. นอนหลับ เคยสังเกตไหมว่า เวลาที่คุณโกรธ หรือเครียดมากๆ เป็นเวลานานๆ คุณจะรู้สึกหนักหัว และง่วงนอนมากๆ นั่นแหละคือ สัญญาณที่ร่างกายต้องการบอกคุณว่า ถ้าได้หลับเต็มอิ่มสักงีบ อารมณ์โกรธของคุณจะได้รับการปลดปล่อยโดยกลไกธรรมชาติ หากจะพูดถึงกระบวนการระบายความโกรธในขณะนอนหลับคงจะยืดยาวน่าเบื่อ เอาเป็นว่าถ้าไม่เชื่อลองนอนหลับดูก็แล้วกัน

10. ให้อภัย ฟังดูแล้วอาจจะพระเอ๊กพระเอก แต่ทุกครั้งที่เราให้อภัยคนที่ทำให้โกรธ เชื่อสิว่าถึงไม่ได้อะไร แต่เราก็ภาคภูมิใจ สบายใจอยู่ลึกๆ การให้อภัยคือ การปล่อยวาง และให้โอกาสทั้งตัวเองและผู้อื่น ให้โอกาสผู้อื่นได้แก้ตัว ปรับปรุงตัว ให้โอกาสตัวเองได้เป็นผู้ให้ ได้ฝึกนิสัย และจิตใจตัวเองให้เย็นลง และรู้จักปล่อยวาง รู้สึกดีทั้งผู้ให้ และผู้ได้รับการอภัย

6 วิธีง่ายๆ เพิ่ม IQ

IQ,ไอคิว,อีคิว,สมอง,ฉลาด,โง่,  ความรู้

1. ช็อกโกแลตช่วยได้ ดื่มช็อกโกแลตร้อนๆ แล้วคุณอาจรู้สึกกระปรี้กระเปร่าราวกับได้กลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง ลองเปลี่ยนจากกาแฟแก้วเดิมมาเป็นช็อกโกแลตหอมกรุ่น จะช่วยให้สมองมีพลังวังชาขบคิดปัญหาเครียสๆ แบบผู้ใหญ่ได้ดีทีเดียว นักวิจัยมหาวิทยาลัยนอตติงแฮมพบว่า สารฟลาโวนอยด์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระในช็อกโกแลตที่ช่วยเพิ่มการไหลเวียน เลือดไปเลี้ยงสมองใด้นานถึง 3 ชั่วโมง นพ.เอียน แมคโดนัลด์ หัวหน้าทีมวิจัย เปิดเผยว่าข้อดีของช็อกโกแลตคือ ช่วยฟื้นฟูการทำงานของสมองในช่วงที่การรับรู้ของคนเราจะแย่ลง เช่น ในขณะที่เหนื่อยล้าหรือนอนน้อย ยิ่งถ้าเป็นดาร์คช็อกโกแลตก็จะยิ่งมีฟลาโวนอยด์เข้มข้นขึ้น ลองซดช็อกโกแลตอุ่นๆ สักแก้วก่อนเข้าประชุม 10 โมงเช้ารับรองว่าสมองคุณจะแล่นปรู๊ดปร๊าดเลยเชียวล่ะ

2. ดนตรีกล่อมสมอง "ชนใดไม่มีดนตรีกาล ในสันดาลเป็นคนชอบกลนัก" ก็ขนาดคนใช้สมองเยอะๆ อย่างอาจารย์มหาวิทยาลัยหรือนักศึกษาปริญญาเอกยังนิยมฟังเพลงกันเลย ปัญญาชนเหล่านี้บอกว่าฟังเพลงคลาสสิกของบีโทเฟนแล้วทำให้สมองผ่อนคลายได้ ทว่าผลการศึกษาครั้งใหม่กลับพบว่า ไม่ว่าจะเป็นเพลงคลาสสิกอย่างโมสาร์ตหรือเฮฟวีเมทัลกระแทกหูอย่างวงสอเตอร์ เฮดก็เพิ่มพลังให้สมองได้ทั้งนั้น สถาบัน วอทยาศาสตร์แห่งนิวยอร์กหรือ NYAS (New York Academy of Sciences) พบว่า การฟังดนตรีสุดโปรดไม่ว่าจะเป็นแนวไหนก็ตาม ล้วนส่งผลเชิงบวกต่อการรับรู้ ขณะที่วารสาร Nature รายงานว่า ถ้าให้ผู้เข้าทดสอบฟังเพลง 10 นาทีก่อนทำแบบทดสอบ พวกเขาจะทำคะแนนได้ดีขึ้น เห็นได้ชัดว่าดนครีมีส่วนอย่างมากต่อการเพิ่มระดับไอคิว ทีนี้คุณก็มีข้ออ้างในการควักกระเป๋าลงทุนกับเครื่องเสียงแจ่มๆ ที่ไพเราะเสนาะหูแล้วสิ

3. นั่งให้ปลอดโปร่ง คุณเคยเป็นแบบนี้บ้างไหม ยิ่งนั่งจมปลักอยู่บนเก้าอี้ทำงานนานๆ สมองยิ่งตีบตันคิดอะไรไม่ค่อยออกเคล็ดลับหนึ่งที่ช่วยให้สมองโปร่งโล่งสบาย คือการนั่งเก้าอี้แสนสบาย ผลการศึกษาครั้งใหม่ระบุว่า เก้าอี้นั่งที่ไม่ค่อยสบายอาจทำให้ความคิดของคุณโดนปิดกั้นไปด้วย ผลการศึกษาที่มหาวิทยาลัยลันด์ในสวีเดนระบุว่า คนส่วนใหญ่ต้องเจอปัญหาเลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอซึ่งเป็นผลจากการนั่งผิด ท่า การบีบอัดกระดูกสันหลังด้วยการนั่งหลังค่อมขณะใช้แป่นคีย์บอร์ดจะทำให้เส้น เลือดที่ไปเลี้ยงสมองหดตัว ผลคือสมองคุณจะขาดออกซิเจน ดังนั้นการเลือกเก้าอี้ทำงานดีๆ สักตัวที่ช่วยให้คุณนั่งยืดหลังตรงได้ขณะทำงาน จึงสำคัญพอๆ กับงานบนหน้าจอของคุณเลยก็ว่าได้

4. พลังจากเนื้อ ไม่ว่าคุณจะเป็นมนุษย์ถ้ำหรือมนุษย์ทำงานจอมแกร่งกองทับต้องเดินด้วย ท้องอยู่วันยังค่ำ คุณย่อมไม่มีเรี่ยวแรงพอนัใส่เกียร์ห้าหนีเสือป่าที่จ้องจะขย้ำคอหรือเคาะ ตัวเลขในรายงานการขายให้สวยหรูได้แน่ถ้าท้องคุณร้องโครกครากดังเซ็งแซ่แบบ นี้ การหม่ำเบอร์เกอร์ดีๆ เติมกระเพาะและพลังงานให้สมองย่อมช่วยได้ ซีโมน พาร์กินสัน นักโภชนาการ แนะนำว่า "เนื้อลูกแกะอุดมไปด้วยธาตุเหล็กและวิตามินบี 12 ซึ่งดีต่อการฟื้นฟูสมองที่อ่อนล้าให้กลับมากระปรี้กระเปร่า และถ้าได้แซมไข่แดงลงไปในเบอร์เกอร์ คุณจะได้โคลีนไปเสริมสร้างการรับรู้ของสมอง ส่วนผักต่างๆ จะช่วยป้องกัยการเกิดภาวะเครียสจากการที่ร่างกายมีสารอนุมูลอิสระมากเกินไป"

5. กินหนึ่งได้ถึงสอง บางคนที่ไปยิมนอกจากจะเวิร์กเอาต์ให้ได้รูปร่างสมส่วน ยังอาจกินอาหารเสริมควบคู่กันไปเพื่อบำรุงกล้ามเนื้อ สำหรับใครที่เลือกอาหารเสริมเป็นครีเอทีนขอบอกว่าคุณตาแหลมมาก เพราะผลการศึดษาครั้งใหม่พบว่า ครีเอทีนไม่ใช่แค่ดีกับกล้ามเนื้อเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีบทบาทสำคัญต่อสมองของคุณ เพราะทั้งช่วยเสริมสร้างสมาธิและความสามารถในการประมวลผลข้อมูลและตัวเลข ต่างๆ พญ.แคโรไลน์ เร จากมหาวิทยาลัยซิดนีย์ บอกว่า "อาหารเสริมชนิดนี้เพิ่มพลังให้สมองสามารถรับมือกับงานด้านการคำนวณ ตลอดจนกระบวนการคิดต่างๆ ให้ดีขึ้น" อาหารเสริมในรูปแคปซูลจะมีปริมาณครีเอทีนต่อหน่วยน้ำหนักมากกว่าแหล่งอื่นๆ ดังนั้นพกแคปซูลครีเอทีนติดตัวไปกินตอนเวิร์กเอาต์ช่วงเที่ยงก็เข้าท่าดี เพราะนอกจากจะทำให้สมองปราดเปรื่องแล้วยังทำให้กล้ามคมโตสมใจอีกต่างหาก

6. หลับฟื้นความจำ นี่คงเป็นข่าวดีสำหรับคนชอบนอน เพราะการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอทำให้คุณฉลาดขึ้น ผลการศึกษาร่วมระหว่างคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย พบว่า การนอนหลับพักผ่อนช่วยกระตุ้นให้คุณดึงความทรงจะในเรื่องที่พึ่งเรียนรู้ไป ไม่นานกลับคืนมาได้ แม้ว่าความทรงจำนั้นจะถูกแทนที่ด้วยข้อมูลใหม่ๆ ไปแล้วหลายชั่วโมงก็ตาม นพ.เจฟฟรีย์ เอลเลนโบเกน หัวหน้สทีมวิจัย บอกว่า "นี่แสดงให้เห็นว่า การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงช่วยปกป้องความจำแต่ยังมีบทบาทสำคัญในการเก็บรวบ รวมความทรงจำเข้าด้วยกันอีกด้วยครับ" พูดง่ายๆ คือ ความทรงจำในสมองไม่แตกแถวนั่นเอง นักวิทยาศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดพบว่า หมอนก็มีผลต่อการนอนเช่นกัน เพราะหมอนที่รองรับสรีระร่างกายในขณะที่หลับได้ดี จะช่วยลดปัญหาการหายใจซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการหลับที่ต่อเนื่องยาวนาน ใครที่อยากนอนหลับสนิทและตื่นขึ้นมารับวันใหม่ด้วยความสดชื่นสมองแจ่มใส เห็นทีต้องลองใช้หมอนเมโมรีโฟม (Memory Foam) ซึ่งทำจากวัสดุเมโมรีโฟมที่ผ่านกระบวนย่อยเป็นปุยๆ ชิ้นเล็กๆ เสมือนเส้นใยไฟเบอร์ที่มีคุณสมบัติอ่อนนุ่มและแน่น

+++ Hamster +++

+++ Playlist +++


MusicPlaylistRingtones
Create a playlist at MixPod.com

+++ coming soon +++