วันอังคารที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

40 รัก...ที่ควรรู้‏

* 1.อารมณ์หึงเกิดขึ้นได้ทั้งชายและหญิง แต่อารมณ์หึงของผู้หญิงจะซับซ้อนกว่าผู้ชาย

2. ผู้ชายร้อยละ 90 ชอบผู้หญิงสวย น่ารัก แต่ผู้ชายร้อยละ 100 อยากอยู่กับผู้หญิงฉลาดและเฉลียว

3. คนที่มีแฟนขี้หึงขั้นรุนแรง มีเพียง 0.000001 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ชอบ นอกนั้นรู้สึกว่าอึดอัด ผู้ชายทั้ง หลายควรจะดีใจที่มีแฟนขี้หึงซะ

4.ไม่เคยมีคู่ไหนไม่ต้องใช้ความอดทนในการรัก เพียงแต่จะเป็นการอดทนในรูปแบบไหนเท่านั้นเอง

5. คนที่มีกิ๊กนอกเหนือจากแฟนตัวจริง คือคนที่ไม่ศรัทธาในความรัก

6. อย่ากลัวการอกหัก เพราะไม่เคยมีใครตายจากโรคอกหัก มีแต่ความอ่อนแอเท่านั้นที่ทำให้ฆ่าตัวตาย

* 7. ความรักมักไม่เกิดตอนที่เฝ้ารอ แต่เมื่อปล่อยตัวตามสบาย ความรักมักจะมาทำเซอร์ไพรส์ให้หัวใจ

8. ถึงจะไว้ใจเพื่อนแค่ไหน ก็อย่าให้เพื่อนกับแฟนของเราสนิทกันเกินไปเพราะหายนะอาจตามมา

* 9.ถ้า เรารู้สึกอายเวลาเดินเคียงข้างแฟนที่ขี้เหร่ นั่นหมายความว่าเราไม่ได้รักเค้าจริง


* 10.อย่าบ่นให้ใครฟังว่าแฟนไม่เคยทำตัวดีขึ้นเลย เพราะจะโดนย้อนว่า ' แล้วจะโง่ทนคบอยู่ทำไม'

11. ถ้ารู้ตัวว่าเป็นคนที่ขี้หึงขั้นรุนแรง อย่าได้เลือกคบผู้ชายที่หน้าตาและมนุษยสัมพันธ์ดีเด็ดขาด

12. การที่ผู้ชายมองผู้หญิงสวย เซ็กซี่ จนเหลียวหลัง ไม่ได้หมายความว่าเข้าต้องการแฟนที่เป็นแบบนั้น

13. ผู้ชายที่ไว้ใจได้ว่าไม่นอกใจแฟนหรือภรรยา มีเพียงแต่ผู้ชายที่อยู่ในโลงเท่านั้น ควรจำให้ขึ้นใจ

* 14. พยายามทำตัวให้ดีและมีคุณค่ามากกว่าผู้หญิงที่แย่งแฟนเราไป แล้วซักวันแฟนเราจะกลับมาเอง

* 15. อย่าคบกับผู้ชายที่เอาเรื่องแฟนเก่ามาพูดเสียๆ หายๆ เพราะเราอาจจะเป็นรายต่อไป

16. ผู้ชายที่รักสัตว์ รักเสียงเพลง รักครอบครัว น่าคบมากกว่าผู้ชายที่รักตัวเองซะอีก

17. อายุที่มากขึ้นอาจทำให้ต้องลดสเปกชายในฝันลง แต่ข้อที่ไม่ควรลดเด็ดขาดคือ ความดีและความจริงใจ

18. ผู้ชายที่เกาะชายกระโปรงผู้หญิงกิน ดูน่ารังเกียจกว่าผู้หญิงที่ชอบปอกลอกผู้ชายหลายเท่า

19. มนุษย์ผู้ชายมีน้อยกว่ามนุษย์ผู้หญิง ผู้ชายที่ดีและเป็นโสดก็มีน้อยกว่าผู้ชายที่***และมีเจ้าของด้วย

20.อย่ารักผู้ชายที่ทั้งขี้เหร่ ขี้เกียจและขี้เมา เพราะเราจะต้องรู้สึกตกนรกไปตลอดชีวิตอย่างแน่นอน

* 21.คู่รักที่เดินกอดจูบกันต่อหน้า ชุมชน มีแต่ฝ่ายหญิงเท่านั้นที่จะถูกประณามและดูถูกอย่างรุนแรง

22. เซ็กส์ไม่สามารถผูกมัดให้คู่รักอยู่ด้วยกันไปตลอด ความผูกพันต่างหากที่จะดึงรั้งกันไว้ได้

รูปสวย น่ารัก glitter emoticon www.yenta4.com* 23. อายุไม่ใช่อุปสรรคของความรัก ถ้าความคิดหัวใจตรงกัน ความมั่นคงก็เกิดขึ้นได้

24.ในชีวิตจริงของความรัก เราอาจไม่ใช่นางเอกที่แสนดี บางทีต้องมีการใช้ ไหวพริบในการแย่งชิงบ้าง

25.คนสวยหรือคนหล่อสามรถอกหักได้เหมือนกัน ถ้าทำตัวไม่ดีหรือมีเวลาให้กับความรักไม่พอ

* 26. ถึงจะได้ยินว่ามีรักที่ไหนมีทุกที่นั่น แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังเลือกที่จะมีความรักมากกว่าจะอยู่เป็นโสด

27. เรื่องที่แฟนไม่ยอมเล่าให้ฟังตั้งแต่แรก มักเป็นเรื่องที่เรารู้เมื่อไหร่ก็ต้องควันออกหูอยู่ดี

28.ถ้าชื่นชมในตัวแฟน 100 เปอร์เซ็นต์ ควรบอกเค้าแค่ 70 เปอร์เซ็นต์

* 29 .ถึงผู้ชายจะบอกว่าไม่ชอบผู้หญิงแต่งหน้า แต่ผู้ชายก็ไม่ชอบคนที่หน้ามันหรือซีดตลอด

30.ผู้ชายชอบติรูปร่างของแฟนหรือคนโน้นคนนี้ โดยลืมดูรูปร่างตัวเองว่าแย่ขนาดไหน


31. คนต่างชาติต่างภาษาสามารถรักกันได้ เพราะภาษาหัวใจเป็นภาษาสากลที่ไม่ต้องการคำแปล

32. ผู้ชายต้องใช้สมองและทักษะมากขึ้นในช่วงที่มีความรัก เพราะผู้หญิงมักปากไม่ตรงกับใจ

33.ผู้ชายชอบเป็นฝ่ายไล่ล่า มากกว่าจะเป็นฝ่ายถูกล่า ฉะนั้นจึงไม่แปลกที่จะพยายามหนีเมื่อถูกตามตื้อ

34.ผู้หญิงอาจไม่ได้เรียกร้องอะไรมากขึ้น แต่เป็นเพราะผู้ชายไม่สามารถทำดีได้เสมอต้นเสมอปลาย

35. รักแรกพบสามารถเกิดได้แค่ 10 เปอร์เซ็นต์ นอกนั้นเกิดจากการใกล้ชิด และการเรียนรู้กันอย่างลึกซึ้ง

* 36. คนที่เรารักกับคนที่รักเรา อาจไม่ใช่คนเดียวกัน เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าคนเราบังคับหัวใจกันไม่ได้จริงๆ

* 37. ทุกคนจะเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นเมื่อได้มีความรักและเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นอีก หลังจากอกหัก

38. มือที่สามสามารถเดินเข้ามาในชีวิตเราได้ตลอดเวลา ในความไว้ใจจึงควรมีความระวังอยู่ด้วย

* 39.อย่ารีบมีแฟนหลัง จากอกหัก เพราะเราจะแยกแยะไม่ออกว่านั่นเป็นรักหรือการฆ่าเวลา

40. คนที่รักกันไม่จำเป็นต้องเดินจับมือหรือคุยกันตลอดทางแค่รู้สึกว่ามีกันและ กันก็เพียงพอ

ดอกไม้ คลายร้อน .•°•.ღ





























วิธีสังเกตคนเจ้าชู้.....


วิธีสังเกตคนเจ้าชู้ รู้ได้อย่างไร ว่าใครเจ้าชู้



ผู้หญิงกลัวกันที่สุด หากได้คบกับแฟนที่เป็นคนเจ้าชู้ ดังนั้น ถ้าคุณยังไม่รู้ว่า เขามีนิสัยอย่างไร? คุณควรรักษาระยะห่างและไม่ควรเปลืองกายและใจ แม้คุณจะชอบเขาก็ตาม เพราะกว่าจะรู้จักว่า เขาเป็นคนเจ้าชู้ คุณอาจต้องเสียใจจนถอนตัวไม่ขึ้น เพราะหลงรักคนเจ้าชู้
ปัจจุบันนี้ไม่ได้มีแต่ผู้ชายเท่านั้นที่เจ้าชู้ เพราะผู้หญิงก็เลือกคบหนุ่มพร้อมกัน 2 - 3 คนหรืออาจมากกว่านั้น แต่ยังคงเป็นความคิดของผู้หญิงส่วนใหญ่อยู่ที่ยังยึดคติรักเดียวใจเดียวอยู่ ดังนั้น ผู้หญิงถ้าไม่มีปัญหากับผู้ชายจนเข้าขั้นทนไม่ได้ หรือเพราะอยากประชดต่าง ๆนานาแล้วละก็ รับรองว่า ผู้หญิงยังรู้สึกอยากมีแฟนเพียงคนเดียวแน่นอน
จึงชวนมาฝึกสังเกต ความเจ้าชู้ของคน ที่มักแสดงออกด้วยการกระทำว่า ทำอย่างไรบ้าง โดยกล่าวรวม ๆ ทั้งผู้ชายและผู้หญิงที่เจ้าชู้ ที่ปัจจุบันนิยมเรียกว่า คาสโนว่า และ คาสโนวี่ นั่นเอง


1. คนเจ้าชู้มีนิสัยใจง่าย เห็นใครหน้าตาดี หรือหุ่นดีไม่ได้ เป็นต้องอยากเข้าหา จะได้พูดคุยกับคนที่เขาหรือเธอชอบด้วยยิ่งดี แต่ถ้าตกลงอาจชวนไป
เที่ยวกัน แต่อีกฝ่ายจะตกลงหรือเปล่าอีกเรื่องนึง ฉะนั้นถ้าไม่เคยรู้จักมาก่อน

- คนเจ้าชู้อาจแค่มอง เพราะยังไม่คุ้นเคยหรือสนิทกัน เขาหรือเธอจึงต้องหาวิธีคุยกับคนที่หมายปอง ถ้าเราคุยด้วย เขาอาจเข้าข้างตัวเองว่า เรา
ชอบ เขาเหมือนกัน

- คนเจ้าชู้แบบไม่แสดงออกก็มีนะ รายนี้จะเอาแต่มองไว้ก่อน รอให้เหยื่อสบตากลับมาก่อน ถึงจะเข้าไปคุย

2. คนเจ้าชู้ชอบบอกคนอื่นว่า "โสด" ทั้งที่มีแฟนแล้ว หรือโสดจริงๆ ก็จะแสดงออกในเห็นว่า พร้อมเสมอที่จะเป็นเพื่อนหรือกิ๊กกับทุกคน ยกเว้นหาก
ใครไม่ได้อยู่ในสเป็คละก็ เขาหรือเธอไม่อยากยุ่งหรอก เพราะต้องเลือกเหมือนกัน


3. คนเจ้าชู้มักบอกง่าย ๆ ว่า "ชอบ" แต่อย่าหวังจะได้ยินคำว่า "อยากอยู่ด้วยกันตลอดไป" เลย เพราะเขาหรือเธอ ชอบคนง่าย เบื่อหน่ายเร็ว ยิ่งถ้าเจอ
คนใหม่ ๆ ก็ต้องบริหารเสน่ห์อีกแล้ว ทั้งที่บางคนยังไม่รู้สึกว่า ตัวเองมีเสน่ห์...แบบแปลก ๆ ดังนั้น เรื่องที่เขาหรือเธอจะผูกมัดด้วยสัญญาล่ะ ไม่มีทาง
แต่หากคุณหลงคารมเขาหรือเธอและรักตอบ ให้ถือว่า เขาไม่ได้หลอกคุณนะ เพราะคุณเชื่อเขาเอง เวลาคุณจะเชื่อคำพูดของใครควรศึกษากันและกัน
ให้ดีก่อน จะปลอดภัยกว่า


4. คนเจ้าชู้สามารถตีซี้เข้ากับคนง่าย เพราะความไหลลื่นของเขาหรือเธอไง โอ้ย คนเจ้าชู้นี่นะ เป็นคนที่ไหลเก่ง แถมยังหน้าด้านซะด้วย เพราะเขา
หรือเธอ สามารถเข้าไปคุยกับใครต่อใครได้อย่างหน้าตาเฉย แถมยังดูสนิทสนมด้วย ฟังแล้วเหมือนเป็นคนมีมนุษยสัมพันธ์ดีเหลือเกิน อาจเป็นพร
สวรรค์ของเขาหรือเธอจริง ๆ ก็ได้ แต่บางครั้งอาจการทำตัวสนิทสนมไม่ถูกที่ถูกเวลา อาจสร้างความรำคาญให้คนอื่นมากกว่า

5. คนเจ้าชู้เป็นขาประจำของงานปาร์ตี้ ไม่ว่าจะถูกชวนให้ไปร่วมงานนั้นหรือไม่ เขาหรือเธอสามารถเดินเข้าไปในงานได้อย่างไม่เกรงกลัว ขอเพียงงาน
นั้นมีคนที่น่าสนใจก็พอ ได้เข้าไปกินฟรีแล้วยังได้จีบหนุ่มหรือสาวในงานอีก ถือว่าได้กำไร 2 ต่อ แล้วจะไม่รีบฉวยโอกาสไว้เรอะ

6. คนเจ้าชู้มีรถ ทำให้เขาได้มีโอกาสรู้จักกับคนที่ชอบ ต่อให้ไกลแค่ไหน เขาจะรีบอาสาพาคนที่ชอบไปส่งถึงหน้าบ้าน เพราะอยากเอาชนะใจ ถึงได้ฮึด
มีเรี่ยวแรงขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ


7. คนเจ้าชู้เชื่อว่า สิ่งที่เขาหรือเธอทำลงไป เป็นกำไรชีวิต เพราะได้รู้จักกับผู้คนตั้งมากมาย ถ้าลงทุนจีบดี ๆ อาจได้ทั้งตัวและหัวใจฟรี ๆ แบบไม่ต้อง
เที่ยวและเสียเงินด้วย เขาคิดว่า เรื่องแบบนี้ไม่เสียชาติเกิดที่ได้มา


แต่บางคนมีบุคลิกเจ้าชู้ แต่อาจไม่ได้เจ้าชู้ก็มี เพราะพวกเจ้าชู้น่ะ อยากมีอะไรกับคนที่เขาหรือเธอจีบนะสิ ซึ่งหากเขาหรือเธอจีบติด เขาหรือเธอต้องรู้สึกภูมิใจตัวเองมาก ถึงแม้จะถูกด่ามาหรือไล่ให้ไปหาคนอื่น เขาจะไม่รู้สึกเสียหน้าหรอก เพราะเขาไม่รู้สึกอะไรกับชินซะแล้วด้วยซ้ำ บทความนี้ฝากให้คนที่คบกับคนเจ้าชู้ต้องรู้จักใช้สมองมากกว่าใช้ใจในการคบ แล้วคุณจะรู้ว่า คนเจ้าชู้คบไม่ยากอย่างที่คุณคิด

♣ อย่ารอให้รักจากไป แล้วจึงเข้าใจว่ารักกัน ♣




...ท่ามกลางความห่าง ไกล...
พอชีวิตออกเดินทาง ความ
รักก็ถูกกั้นกลาง
ให้ห่างด้วยระยะทาง ถ้าคนหนึ่งหวั่นไหว
อีกคนต้องหนักแน่น แล้วสิ่งที่เรากลัวก็จะไม่มีวันเกิดขึ้น



แค่ความไม่เข้าใจเพียงเล็ก น้อยในเวลาไม่นาน
ก็ทำให้เกิดการ เปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ได้
หาก ต้องอยู่ท่ามหลางความห่างไกล
คง ไม่มีประโยชน์และไม่มีความสุข
ถ้า อยู่อย่างกังวลถึงคนข้างหลัง




"บนความห่างไกล ถ้าใจไม่หนักแน่น
สิ่งที่เรากลัวมักเกิดขึ้นเสมอ"

บางจังหวะของชีวิต
เราไม่อาจหลีกเลี่ยงภาระหน้าที่
ถ้าต้อง ห่ า ง ไ กล..................... จงปล่อยชีวิต
ปล่อยหัวใจให้เป็นอิสระ
ด้วย ความเชื่อมั่นและไว้ใจ
แล้วต่าง คนต่างทำหน้าที่ของตัวเอง




"ถ้าเราไม่กลัว
สิ่งที่เราเคยกลัวก็จะไม่เกิดขึ้น
เพราะสิ่งนั้นรู้ว่าเสียเวลาเปล่า
กับการพยายาม
ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลง
ร ะ ห ว่ า ง เรา"


อย่ารอให้รักจากไป..แล้วจึงเข้าใจว่ารักกัน

♣ ความรักทำให้ฉันเรียนรู้ว่า .. ♣


แม้ว่าความรักจะไม่ใช่ทั้งหมด ของชีวิต แต่ความรักก็เป็นส่วนหนึ่ง ของชีวิตที่ทำให้ชีวิตเป็นชีวิต

ความรักทำให้ฉันเรียน รู้ว่า การที่เราจะรักใครสักคนได้นั้นไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย ไม่เหมือนกับการตกหลุมรักที่อาจเริ่มต้นและสิ้นสุดในระยะเวลาเพียงเสี้ยว วินาที

ความรักทำให้ฉันเรียน รู้ว่า ชีวติมีค่ามากแค่ไหน และเมื่อความรักของฉันถูก มองอย่างไร้ค่า ฉันจึงเรียนรู้ว่าชีวิตของฉันมีค่ามากมายเพียงไร

ความรักทำให้ฉันเรียน รู้ว่า การได้อะไรมาสักอย่างหนึ่งนั้น เราต้องให้ออกไปเสียก่อนแม้ไม่ใช่ทุกครั้งก็ตาม

ความรักทำให้ฉันเรียน รู้ว่า การไม่จดจำในสิ่งที่ไม่สวยงามมีความจำเป็นมากพอๆ กับการจดจำในสิ่งที่สวยงาม

ความรักทำให้ฉันเรียน รู้ว่า การให้อภัยนั้นเป็นสิ่งที่ดีที่สุด
และเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำ หากเราไม่สามารถแก้ไขอะไรให้ดีขึ้นได้

ความรักทำให้ฉันเรียน รู้ว่า ไม่มีใครรู้จักเรามากไปกว่าตัวเรา
และไม่มีใครเห็นค่าในตัวเรา มากไปกว่าตัวเราอีกแล้ว

ความรักทำให้ฉันเรียน รู้ว่า ในยามที่ต้องอยู่เป็นโสด (แบบไม่ได้ตั้งใจ) นั้นมีความสุขและอิสระเพียงใด และความเหงาที่มีก็สามารถทดแทนจากสิ่งอื่นได้อย่างไม่ยากเย็นนัก

ความรักทำให้ฉันเรียน รู้ว่า อดีตจะเป็นสิ่งที่อยู่กับเราไปตลอดชีวิต หากเราไม่เป็นผู้ปลดปล่อยมันออกไป

ความรักทำให้ฉันเรียน รู้ว่า ยังมีอะไรดีๆ และน่าสนใจในชีวิตอีกมากที่ฉันมองไม่เห็นในยามมที่ความรักบังตาจนมืดมิด

ความรักทำให้ฉันเรียน รู้ว่า แม้เพื่อนจะไม่สามารถแทนคนรักได้
แต่เพื่อนดีๆ สักคนก็สามารถทำให้เราลืมคนรัก (ร้ายๆ) ไปได้ในบางขณะ

ความรักทำให้ฉันเรียน รู้ว่า น้ำตาเป็นส่วนประกอบอย่างหนึ่งในร่างกายที่จำเป็น หากไม่มีคงเหมือนคนที่ไม่มีหัวใจ

ความรักทำให้ฉันเรียน รู้ว่า คนเราสามารถโอบกอดตัวเองได้อบอุ่นไม่แพ้โอบกอดของใครๆ

ความรักทำให้ฉันเรียน รู้ว่า ความเจ็บปวดช่วยสร้างให้คนเราสามารถเติบโตได้รวดเร็วและอย่างสง่าผ่าเผย

และความรักทำให้ฉันเรียน รู้ว่า ยังมีอีกหลายชีวิตและอีกหลายหัวใจที่กำลังเรียนรู้ข้อคิดดีๆ จากความรักเช่นตัวฉัน

♣ ความผูกพัน ... กับความรัก ♣


วันนี้...เราอาจรู้สึก ผูกพันต่อสิ่งหนึ่ง จนคิดว่าเราขาดไม่ได้
...แต่เวลาจะทำให้ทุกอย่าง เปลี่ยนแปลงไป ... สักวันเราจะรู้ว่า...
สิ่งที่เราผูกพันในวันนี้ ...เป็นแค่ส่วนหนึ่งที่เติมชีวิตเรา
ไม่ใช่...ทั้งหมดของชีวิตเรา



วัน หนึ่ง...หากเรามีโอกาสได้เจอสิ่งที่ถูกใจสิ่งใหม่
ที่เราคิดว่าเราพึงใจ ...ปรารถนา...ต้องการ...ขาดไม่ได้
เราก็จะเริ่มผูกพันกับสิ่งใหม่ได้ใน เวลาไม่นานนัก..



เมื่อเวลาหนึ่งผ่านไป จะสอนเราได้เองว่า
...
ความผูกพันกับสิ่งใดๆ ในช่วงเวลาหนึ่ง
จะเป็นความ สุขในช่วงเวลานั้นๆ อย่าได้ไปยึดติด
อย่าได้ไปใช้ชีวิตทั้งชีวิตลุ่ม หลง...
คิดเสียว่า...เราโชคดี...ที่มีโอกาสได้ผูกพันกับสิ่งที่เรารัก


ความผูกพัน...ก็เหมือนกับความรัก...
หรืออาจจะเป็นผลพวงที่มาจากความรัก หากเรารักใครคนใดคนหนึ่งมาก
เราก็จะ รู้สึกว่าผูกพันมาก แต่ความผูกพันที่ว่า...
ไม่ได้หมายถึงการหยุดตัวเอง ไว้กับสิ่งนั้นๆ


...เพราะคนเราทุกคนย่อมผูกพันกับหลายๆสิ่ง เปรียบเสมือน
เรามีแก้วนำอยู่หนึ่งใบ ในยามเช้า...เราอาจต้องใช้แก้วใบนี้ดื่มนม
พออากาศร้อนหน่อย...เราอาจ ต้องการน้ำเย็น ๆ
บางครั้งที่เราไม่สบาย...เราอาจต้องการน้ำอุ่น


ใจ เราก็เหมือนกับแก้วน้ำ... ต้องเติมสิ่งต่างๆ
ในเวลาที่แตกต่างกัน...ตาม ความเหมาะสม
หากเราเติมน้ำเย็นลงไปในแก้วน้ำ แล้วเติมน้ำร้อนลงไปในทันที
ในแก้วใบเดียวกัน
เราก็จะพบว่า...แก้ว ใบนั้น...ก็จะร้าว...แล้วเริ่มแตก
ซึ่งก็เหมือนกับใจเรา...


ความผูกพันต่อสิ่งหนึ่งสิ่งใดในช่วงเวลาหนึ่ง...ไม่ ผิด
ถ้าเราค่อยๆ ปรับใจ...ปรับตัวของเราเอง...ให้กลับคืนในเวลาที่ควร
เพราะ อย่างน้อยที่สุด...เราก็มีโอกาส...ได้ผูกพัน...
ซึ่งก็เหมือนเรามีโอกาส ...ได้รัก นั่นเอง

ถ้าเคยคิดแบบนี้...ลองคิดใหม่ได้แล้ว นะ



ความ เชื่อในเรื่องการทำงานหลายเรื่องเป็นเพียงความเชื่อผิด ๆ ที่คุณควรคิดเสียใหม่ เพื่อจะได้ทำงานอย่างมีความสุขและประสบความสำเร็จ

News Flash

คน ทำงานที่ทำงานนั่งโต๊ะเป็นเวลานาน ๆ ระวังให้ดี ผลจากการศึกษาครั้งล่าสุดของสถาบันวิจัยด้านการแพทย์ในเมืองเวลลิงตันประเทศ นิวซีแลนด์พบว่า คนที่ไม่หยุดลุกขึ้นเดินบ่อย ๆ ในระหว่างวันเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดเส้นเลือดอุดตันที่ขา (Deep-Vein Thrombosis) มากขึ้น

1.คุณ ต้องหาความสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงานให้ได้

ความเป็นจริง ถ้าคุณพยายามให้เวลาแก่การทำงาน ครอบครัว และเรื่องส่วนตัวเท่า ๆ กัน คุณจะลงเอยด้วยการไม่ประสบความสำเร็จกับอะไรสักอย่าง ฉะนั้น มองชีวิตเป็นช่วง ๆ ไป เลือกสิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ และเน้นไปที่สิ่งนั้น ซึ่งนั่นอาจหมายความว่าคุณต้องบอกผ่านโอกาสในการทำงาน ถ้าคุณต้องการเน้นเรื่องลูก ๆ แต่การบอกปฏิเสธบางอย่างไม่ได้หมายความว่าจะต้องปฏิเสธมันไปตลอดชีวิต

2.เราควรสร้างสานสัมพันธ์เฉพาะกับคนที่มีอำนาจวาสนา เท่านั้น

ความเป็นจริง การสร้างสานความสัมพันธ์ที่ดีเป็นโปรเจ็กต์ ระยะยาวแทนที่จะประจบแต่คนที่มี ตำแหน่งหน้าที่การงานที่ดีอยู่แล้วในวันนี้ มองหาคนที่มีความสามารถอย่างแท้จริงและมีแววจะก้าวหน้าขึ้น วิธีนี้จะทำให้คุณดูไม่เป็นคนขี้ประจบ และสร้างสัมพันธภาพที่ยั่งยืนอันจะส่งผลดีในระยะยาว

3.คุณต้องรู้ว่าอยากทำงานอะไรตั้งแต่แรก

ความเป็นจริง การวางแผนเส้นทางการทำงานและยืด ตามแผนนั้นเป็นความคิดเก่าแก่ ในความเป็นจริงคนส่วนใหญ่อยู่ในสภาวะที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ หาดูว่าเราอยากที่จะทำอะไรต่อไป คุณต้องเป็นสถาปนิกสร้างอาชีพการงานของคุณเอง ซึ่งหมายความถึงการลองผิดลองถูกและการค้นหาตัวเอง

4.คุณต้องเปลี่ยนงานบ่อย ๆ เพื่อจะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสุดยอด

ความเป็นจริง ทุกวันนี้บริษัทจำนวนมากเน้นการ สร้างคนที่มีความสามารถในองค์กรของตัวเอง ซึ่งจะเข้าใจความเป็นไปในองค์กรอย่างลึกซึ้ง แต่ถ้าคุณเบื่อบทบาทของตัวเองละก็ ลองหาความรับผิดชอบใหม่ ๆ เข้ามาเพื่อสร้างแรงจูงใจใหม่ ๆ แต่ถ้าลองแล้วและรู้สึกว่าคุณยังคงไม่ได้เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ มันอาจถึงเวลาที่จะจากไปแล้วก็ได้

5.คุณต้องแสดงออกจึงจะเป็นที่จับตามอง

ความเป็นจริง การกล้าแสดงออกทำให้คนอื่นรู้ ว่าคุณทำงานได้ดีแค่ไหน แต่หัวใจสำคัญไม่ใช่การตะโกนให้ดังที่สุด แต่เป็นการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ขอคำแนะนำและแบ่งปันเครดิตให้คนอื่นบ้าง คนจะชอบคุณและอยากช่วยคุณอีก แต่คนที่แสดงออกก็มีข้อได้เปรียบ พลังงานของพวกเขาเป็นที่ดึงดูดใจ สิ่งที่ดีที่สุดคือการสลับไปมาระหว่างการแสดงออกกับเก็บความรู้สึกตามแต่ สถานการณ์


Make The First Days Count

คุณสร้างความ ประทับใจให้แก่เจ้านายใหม่ของคุณด้วยเรซูเม่ที่น่าเชื่อถือ ทำ ให้พวกเขาหลงเสน่ห์ในการทำงาน และตอนนี้คุณก็ได้งานแล้ว แต่ทุกอย่างยังไม่ได้จบแค่นั้น คุณยังคงต้องให้แน่ใจว่าได้สร้างความประทับใจในทางที่ดีให้ไหลลื่นต่อไปจน ถึงวันแรกในการทำงาน ด้วยการ...

- คอน เฟิร์มให้ชัดเจนว่าจะไปทำงานเมื่อไหร่ ไปพบใคร และให้แน่ใจว่าไปถึงตรงเวลา

- แต่งตัวให้ดูเป็นมืออาชีพ แม้บริษัทจะอนุญาตให้แต่งตัวตามสบาย แต่กางเกงยีนส์และรองเท้าแตะไม่ถือเป็นไอเดียที่ดีในการสร้างความประทับใจ แรกพบ

- สร้างความคุ้นเคยอย่างรวดเร็ว แนะนำตัวเองกับคนอื่นในที่ทำงาน พยายามที่จะทักทายกับทุกคน และแม้แต่กินกาแฟด้วยกันสักแก้ว หรือออกไปกินข้าวกับคนที่ทำงานร่วมกับคุณ


- จดจำชื่อเพื่อนร่วมงาน ฝ่ายบริหาร หรือฝ่ายบุคคลให้ได้เร็วที่สุด และที่สำคัญที่สุด แสดงความตื่นเต้นและกระตือรือร้นที่ได้มาทำงานที่นี่ เพื่อที่พวกเขาจะได้ไม่รู้สึกผิดหวังที่ได้คุณมาเป็นพนักงานใหม่

วันจันทร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

บรรดาสัตว์เลี้ยงน่ารักๆ ❤ 。◕‿◕。















หมู่เกาะพีพี



อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา - หมู่เกาะพีพี
ครอบคลุมพื้นที่ตำบลหนอง ทะเล ตำบลไสไทย ตำบลอ่าวนาง และตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ มีพื้นที่ 242,437 ไร่ เป็นพื้นน้ำประมาณ 200,849 ไร่ มีป่าไม้ 3 ประเภท คือ ป่าดงดิบชื้น พบเห็นได้บริเวณเขาสูงชันบริเวณเขาหางนาค เขาอ่าวนาง ป่าชายเลน จะพบบริเวณคลองแห้ง ใกล้ที่ทำการอุทยานฯ คลองย่านสะบ้า และด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือบริเวณสุสานหอย 40 ล้านปี และป่าพรุ ที่พบต้นเสม็ดขึ้นอยู่อย่างสมบูรณ์ มีสัตว์ต่าง ๆ ที่พบในอุทยานฯ ได้แก่ นกโจรสลัด เหยี่ยวแดง นกออก นกนางแอ่นกินรัง หมูป่า ลิง และค่าง สำหรับช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการท่องเที่ยวคือเดือนพฤษภาคม - เดือนเมษายน

อุทยานฯ มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ คือ
หาดนพรัตน์ธารา อยู่ห่างจากตัวเมือง 17 กิโลเมตร ชายหาดมีความยาวเกือบ 3 กิโลเมตร เดิมชาวบ้านเรียกว่า “หาดคลองแห้ง” ทั้งนี้เพราะเมื่อน้ำลง น้ำคลองที่ไหลมาจากภูเขาทางด้านเหนือจะแห้งขอดกลายเป็นหาดทรายยาวเหยียดทอด ลงไปในทะเล บรรจบกับเกาะเขาปากคลอง บริเวณหาดเป็นทรายละเอียดปะปนด้วยเปลือกหอยเล็ก ๆ ประดับด้วยทิวสนเรียงรายตามชายทะเลยาวเหยียด เมื่อน้ำลงจนแห้งสามารถเดินไปยังเกาะเล็ก ๆ บริเวณหน้าชายหาดได้ นอกจากนั้นบริเวณชายหาดมีที่พักของอุทยานฯ บริการแก่นักท่องเที่ยว โทร. 0 7563 7200 จากที่ทำการอุทยานฯ เดินเท้าไปตามชายหาดด้านทิศตะวันตก มีบังกะโลหลายแห่งให้บริการนักท่องเที่ยว ชายหาดบริเวณนี้ค่อนข้างเงียบสงบ เป็นสถานที่ที่ชาวกระบี่นิยมไปเที่ยวพักผ่อนในวันสุดสัปดาห์ ยังไม่มีถนนตัดเลียบชายหาด
สุสานหอย อยู่บริเวณชายทะเลบ้านแหลมโพธิ์ ห่างจากตัวเมืองประมาณ 17 กิโลเมตร ใช้เส้นทางเดียวกับทางไปหาดนพรัตน์ธารา เมื่อถึงบ้านไสไทย จะมีป้ายบอกทางไปสุสานหอย บริเวณที่เป็นสุสานหอยแห่งนี้ เดิมเป็นหนองน้ำจืดขนาดใหญ่ มีหอยอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะหอยขม มีขนาดราว 2 เซนติเมตร ต่อมาเกิดการเปลี่ยนแปลงบริเวณพื้นผิวโลก น้ำทะเลไหลเข้ามาท่วมบริเวณหนองน้ำจนหมด ทำให้ธาตุหินปูนในน้ำทะเลหล่อเปลือกหอยใต้น้ำจนเป็นเนื้อเดียวกัน กลายเป็นแผ่นหินแข็งที่เรียกว่า Shelly Limestone หนาประมาณ 40 เซนติเมตร เมื่อแผ่นดินบริเวณนี้ถูกยกตัวขึ้นสูง ซากฟอสซิลเหล่านี้จึงปรากฏให้เห็นเป็นลานหินกว้างใหญ่ยื่นลงไปในทะเล จากการคำนวณหาอายุทางธรณีวิทยาพบว่า ฟอสซิลนี้มีอายุราว 40 ล้านปี
อ่าวนาง อยู่ห่างจากหาดนพรัตน์ธารา ตามถนนเลียบชายทะเลระยะทาง 6 กิโลเมตร เป็นชายหาดยาว มีที่พักร้านค้า บริษัทนำเที่ยว บริการหลายแห่ง ทิวทัศน์โดยรอบสวยงามแปลกตาด้วยภูเขาหินปูนตระหง่าน จากอ่าวนางสามารถเช่าเรือไปเที่ยวชายหาดด้านทิศตะวันออกได้แก่ หาดไร่เล ซึ่งเป็นหาดทรายสีขาวละเอียด และ หาดถ้ำพระนาง ซึ่งมีถ้ำหินงอกหินย้อยและกิจกรรมปีนหน้าผาที่น่าตื่นเต้น ท้องทะเลในบริเวณอ่าวนางมีเกาะใหญ่น้อยกว่า 83 เกาะ บางเกาะมีรูปร่างประหลาดคล้ายรองเท้าบู๊ท เรือสำเภา หัวนก เกาะที่มีหาดทรายสวยงามและคนนิยมไปเที่ยวเล่นน้ำชมปะการังได้แก่ เกาะปอดะ เกาะหม้อ และเกาะทัพ
สำหรับค่าโดยสารเรือจาก อ่าวนางไปยังหาดและเกาะต่าง ๆ เช่น อ่าวนาง-ไร่เล ใช้เวลา 10 นาที ค่าโดยสารคนละ 50 บาท อ่าวนาง-ถ้ำพระนาง ใช้เวลา 15 นาที ค่าโดยสารคนละ 50 บาท อ่าวนาง-เกาะปอดะ ใช้เวลา 25 นาที ไป-กลับ ค่าโดยสารคนละ 200 บาท อ่าวนาง-เกาะไก่ ไป-กลับ ใช้เวลา 25 นาที ค่าโดยสารคนละ 250 บาท อ่าวนาง-หมู่เกาะห้อง ใช้เวลา 1 ชั่วโมง ราคาค่าเรือลำละ 1,500 บาท สำหรับเวลากลางคืน อ่าวนาง-ไร่เล ค่าโดยสารคนละ 80 บาท สามารถเช่าเรือได้ตั้งแต่เวลา 07.00–19.00 น.
การเดินทางไปอ่าวนางจากตัว เมืองกระบี่ นักท่องเที่ยวสามารถโดยสารรถสองแถว ค่าโดยสาร 20 บาท ใช้เวลาประมาณ 45 นาที หรือหากต้องการเดินทางจากตัวเมืองกระบี่ไปยังหาดไร่เลโดยตรง สามารถโดยสารเรือได้ที่ท่าเรือเจ้าฟ้า ใช้เวลา 45 นาที ค่าโดยสารคนละ 70 บาท
*** หมายเหตุ: ราคาค่าโดยสารอาจมีการเปลี่ยนแปลง
หมู่เกาะปอดะ อยู่ทางทิศใต้ของอ่าวนาง ห่างจากฝั่งประมาณ 8 กิโลเมตร เป็นเกาะที่มีหาดทรายขาว น้ำทะเลใส บริเวณชายฝั่งของเกาะจะมองเห็นแนวปะการังหลากชนิดที่ยังสมบูรณ์ จึงเป็นแหล่งดึงดูดของนักท่องเที่ยวให้เที่ยวชมได้เกือบตลอดปี และเป็นจุดที่ตกปลาได้ดีเพราะไม่ได้รับผลกระทบจากลมมรสุมมากนัก สามารถเช่าเรือได้จากบริเวณอ่าวนาง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 25 นาที ใกล้ ๆ กับเกาะปอดะเป็นที่ตั้งของเกาะทัพ เกาะหม้อ เกาะหัวขวาน เกาะไก่ ซึ่งมีสันทรายเชื่อมต่อกันสวยงามมองเห็นได้เวลาที่น้ำลง
หมู่เกาะพีพี เป็นหมู่เกาะกลางทะเล อยู่ห่างจากอำเภอเมือง 42 กิโลเมตร เดิมชาวทะเลเรียกหมู่เกาะนี้ว่า “ปูเลาปิอาปิ” คำว่า “ปูเลา” แปลว่าเกาะ คำว่า “ปิอาปิ” แปลว่าต้นไม้ทะเลชนิดหนึ่งจำพวกแสม และโกงกาง ต่อมาเรียกว่า “ต้นปีปี” ซึ่งภายหลังกลายเสียงเป็น “พีพี” ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นอาณาจักรแห่งบุปผาใต้สมุทรนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวหมู่ เกาะนี้ส่วนใหญ่มาเพื่อดำน้ำดูปะการังดอกไม้ทะเล และปลาหลากสีสันที่สวยงาม นอกจากนั้นยังมีเกาะต่าง ๆ ที่อยู่ระหว่างเส้นทางเดินเรือ กระบี่-ภูเก็ต-หมู่เกาะพีพี ประกอบด้วยเกาะ 6 เกาะ คือ เกาะพีพีเล เกาะพีพีดอน เกาะยูง เกาะไม้ไผ่ เกาะบิดะนอก และเกาะบิดะใน ซึ่งแต่ละเกาะมีหาดทรายสวย น้ำทะเลใส

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจของหมู่เกาะพีพี เกาะพีพีดอน มีพื้นที่ประมาณ 28 ตารางกิโลเมตร จุดเด่นของเกาะคือเวิ้งอ่าวคู่ที่มีความสวยงามติดอันดับโลกของอ่าวต้นไทรและ อ่าวโละดาลัม อ่าวต้นไทรเป็นที่ตั้งของท่าเรือเกาะพีพี และมีสถานที่พักและร้านค้าจำนวนมาก จากอ่าวต้นไทรสามารถเดินขึ้นเขาไปยังจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นเวิ้งอ่าวคู่ ได้ เกาะพีพีดอนยังมีหาดทรายและอ่าวที่สวยงามกระจายอยู่รอบเกาะ บางแห่งมีที่พักบริการ เช่น หาดแหลมหิน หาดยาว อ่าวโละบาเทา ทางเหนือของเกาะคือ แหลมตง เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวเลประมาณ 15-20 ครอบครัว ส่วนใหญ่อพยพมาจากเกาะลิเป๊ะ ในอุทยานแห่งชาติตะรุเตาที่จังหวัดสตูล บริเวณแหลมตงมีธรรมชาติใต้ทะเลที่สวยงามและบนหาดมีที่พักให้บริการแก่นัก ท่องเที่ยว
นักท่องเที่ยวสามารถเช่า เรือเที่ยวหรือดำน้ำดูปะการังรอบเกาะพีพีดอนและเกาะพีพีเลได้ ราคาประมาณ 1,500 บาทต่อลำต่อวัน
เกาะพีพีเล มีพื้นที่เพียง 6.6 ตารางกิโลเมตร เป็นเกาะที่เต็มไปด้วยภูเขาหินปูน มีหน้าผาสูงชันตั้งฉากกับผิวทะเลโดยรอบเกือบทั้งเกาะ มีพื้นน้ำลึกเฉลี่ยประมาณ 20 เมตร มีบริเวณน้ำลึกที่สุดประมาณ 34 เมตรอยู่ทางตอนใต้ของเกาะ เกาะแห่งนี้มีเวิ้งอ่าวสวยงาม อาทิ อ่าวปิเละ อ่าวมาหยา อ่าวโละซามะ นอกจากนี้ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือยังมีถ้ำไวกิ้ง เมื่อปี พ.ศ. 2515 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จประพาสถ้ำแห่งนี้ และทรงพระราชทานนามใหม่ว่า “ถ้ำพญานาค” ตามรูปร่างหินก้อนหนึ่งที่คล้ายเศียรพญานาค อันเป็นที่เคารพสักการะของชาวบ้านที่มาเก็บรังนกนางแอ่นบนเกาะแห่งนี้ ภายในถ้ำทางทิศตะวันออกและทิศใต้พบภาพเขียนสีสมัยประวัติศาสตร์ เป็นรูปช้างและรูปเรือชนิดต่างๆ เช่น เรือใบยุโรป เรือใบอาหรับ เรือสำเภา เรือกำปั่น เรือใบใช้กังหัน และเรือกลไฟ เป็นต้น สันนิษฐานว่าภาพเขียนเหล่านี้เป็นฝีมือของนักเดินเรือหรือพวกโจรสลัด เพราะจากการศึกษาเส้นทางเดินเรือจากฝั่งตะวันตกไปยังฝั่งตะวันออก บริเวณนี้อาจเป็นจุดที่เรือสามารถแวะพักหลบลมมรสุมขนถ่ายสินค้าหรือซ่อมแซม เรือได้
เกาะยูง ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเกาะพีพีดอน มีชายหาดเป็นหาดหินอยู่ทางด้านทิศตะวันออก และมีหาดทรายเล็กน้อยตามหลืบเขา นอกจากนี้ยังมีแนวปะการังสวยงามชนิดต่าง ๆ
เกาะไม้ไผ่ ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเกาะพีพีดอน ไม่ไกลจากเกาะยูงเท่าใดนัก ด้านทิศเหนือและทิศตะวันออกมีหาดทรายสวยงาม และแนวปะการังซึ่งส่วนมากเป็นแนวปะการังเขากวางทอดยาวไปถึงทางทิศใต้ของเกาะ บนเกาะมีสถานที่กางเต็นท์ สอบถามข้อมูลจากอุทยานฯ

การเดินทางไปหมู่เกาะพีพี

นักท่องเที่ยวสามารถเดิน ทางไปยังหมู่เกาะพีพีได้ทั้งจากกระบี่และภูเก็ต จากท่าเรือเจ้าฟ้าในตัวเมืองกระบี่ มีเรือโดยสารออกจากกระบี่ไปเกาะพีพี วันละ 2 เที่ยว เวลา 10.00 น. และ 14.30 น. และจากเกาะพีพีกลับกระบี่ เรือออกเวลา 09.00 น. และ 13.00 น. ค่าโดยสารคนละ 150 บาท ใช้เวลาเดินทางประมาณสอง ชั่วโมงครึ่ง และมีเรือเร็วนำเที่ยวเช้าไปเย็นกลับ ออกจากอ่าวนาง เวลา 09.00 น. และกลับเวลา 17.00 น. ติดต่อโทร. 0 7563 7152-3 สำหรับบริษัท อันดามัน เวฟ มาสเตอร์ จะมีเรือโดยสารออกจากท่าเรือเจ้าฟ้า เรือออกเวลา 10.00 น. และ 14.00 น. ค่าโดยสารคนละ 200 บาท สนใจสอบถามได้ที่ บริษัท เอ ดี วี จำกัด ถนนข้าวสาร โทร. 0 2281 1463-5 หรือ บริษัท อันดามัน เวฟ มาสเตอร์ จำกัด โทร. 0 7563 0471 ส่วนการเดินทางจากภูเก็ตมีเรือนำเที่ยวเกาะพีพีแบบเช้าไปเย็นกลับ นักท่องเที่ยวสามารถติดต่อได้ที่บริษัททัวร์ทั่วไปในตัวเมืองภูเก็ต
นอกจากนี้บริเวณอ่าวต้นไทร บนเกาะพีพีดอน มีเรือหางยาวให้เช่าไปเที่ยวตามชายหาดต่าง ๆ รวมถึงเกาะพีพีเลด้วย บริษัท พีพี แฟมิลี่ จำกัด โทร. 0 7561 2463
หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ พ.พ.4 (ทับแขก) เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานฯ ใช้เส้นทางตามทางหลวง 4200 จนถึงสี่แยกคลองจิหลาด เลี้ยวซ้ายไปตามถนนหมายเลข 4034 ตรงไปถึงสามแยกบ้านหนองทะเล เลี้ยวซ้ายตรงไปบ้านคลองม่วง และเลี้ยวขวาอีกครั้งตรงไปที่ทำการหน่วยพิทักษ์ฯ ระยะทาง 38 กิโลเมตร พื้นที่เป็นภูเขาที่สมบูรณ์ด้วยป่าไม้และสัตว์ป่า มีจุดชมวิวที่สวยงามคือหงอนนาค ซึ่งสามารถมองเห็นทัศนียภาพของทะเลกระบี่ได้อย่างสวยงาม หน่วยพิทักษ์ฯ มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ระยะทาง 3.7 กิโลเมตร ต้องมีคนนำทาง

ใบลาออกจากความทุกข์




ใบลาออกจากความ ทุกข์

ไม่สำคัญว่า . . . มีทรัพย์มากหรือน้อย
แต่สิ่งสำคัญ คือ . . . ต้องใช้ให้น้อยต่างหาก . . .
. . . ชีวิตจึงจะมีเหลือมากกว่าขาด . . .

คนจนยิ่ง จน . . . เพราะทำรวย . . .
คนรวยยิ่งรวย . . . เพราะทำจน . . .
ทำ ตัวให้เป็นปกติ . . . ใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็น . . . ชีวิตก็จะเป็นปกติ

ไม่ ยินดีในสิ่งที่ตนได้ . . . ไม่พอใจในสิ่งที่ตนมี . . . เป็นคนอาภัพอับโชคที่สุดในโลก . . .
ยินดีในสิ่งที่ตนได้ . . . พอใจในสิ่งที่ตนมี . . . เป็นคนโชคดีที่สุดในโลก . . .

อดทนได้ . . . จงอดทน
อดใจได้ . . . จงอดใจ
ไม่ อดทน ไม่อดใจ . . . เรื่องเล็กจักกลายเป็นเรื่องใหญ่

คนที่มีความ สุข มิใช่คนที่มีมากที่สุด . . . แต่เป็นคนที่ต้องการน้อยที่สุด
ยิ่งมี ความต้องการน้อยลง . . . สมบัติที่มีอยู่เดิม . . . ก็ดูเหมือนมีมากขึ้น

ความ สุขหรือความทุกข์ของชีวิต บางครั้งเหมือนการมองผ่านกระจก
หากกระจกใสสะอาด . . . เมื่อมองสิ่งใดย่อมมีแต่ความสุข
ปราศจาก ความขุ่นมัว . . . หากกระจกขุ่นมัว
เมื่อมองสิ่งใด . . . แม้เป็นสิ่งเดียวกัน . . . ก็มีแต่ความทุกข์ใจ
จงจำไว้ว่า . . . ความสุขอยู่ไม่ไกล
เพียงเช็ดกระจกให้ใส
เช็ดใจให้สะอาดเท่านั้นเอง

ทุกข์อยู่ที่ใจ . . . ทุกข์ของใครก็ของมัน . . .

ทุกข์ อยู่ที่ใจ . . . ใครจะเก็บไว้ก็ช่างมัน . . .

สุขอยู่ที่ใจ . . . ฉันเก็บมันไว้ทุกวัน . . .

สุขอยู่ที่ใจ . . . ฉันจะให้กันและกัน . .

ฉันก็มีความสุข..ที่ได้ทำอะไรเพื่อ...คนที่ฉันรักและ ห่วงใย
ฉันก็มีความสุข..ที่ได้ส่งต่อความรักให้กับคนที่ฉันรักและห่วงใย
ฉัน ก็มีความสุขที่ฉันมอบแต่ความปรารถนาดีให้กับคนที่ฉันรัก
โดยที่ฉันไม่เคย คิดจะได้รับมันกลับคืนมา เพราะนี้คือความสุขที่ได้ให้ ...

ทำไมตากฝนแล้วถึงเป็นหวัด


เคยสงสัยไหมว่า เวลาตากฝน โดยเฉพาะเวลาศีรษะเปียกฝนแล้ววันต่อมาเริ่มมีอาการของหวัด เช่น มีอาการจาม คัดจมูก หรือน้ำมูก วันนี้เรามีคำอธิบาย และมีคำแนะนำเวลาตากฝน

โรคหวัด ก็คือโพรงจมูกอักเสบจากการติดเชื้อซึ่งสาเหตุส่วน ใหญ่มักจะเกิดจากไวรัส มีไวรัสเป็นร้อยชนิดที่ทำให้เกิดไข้หวัดได้ ไวรัสเหล่านี้กระจายฟุ้งอยู่ในอากาศแล้วก็ตกลงอยู่ทีพื้น หรือเกาะอยู่ตามฝุ่น


ไวรัสเหล่านี้สามารถมีชีวิตอยู่ได้นาน ในช่วงปกติเราก็จะสัมผัสกับไวรัสเหล่านี้อยู่บ้าง แต่เนื่องจากปริมาณมีไม่สูงรวมทั้งภูมิต้านทานของร่างกาย และสภาวะแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม เราจึงไม่เป็นโรคหวัด ก่อนฝนตกมักจะมีกระแสลมที่แรงลมเหล่านี้ จะพัดให้ไวรัสให้ฟุ้งกระจายปริมาณมาก หากเราอยู่ในบริเวณนั้นก่อนฝนตกโอกาส ที่จะสัมผัสไวรัสในปริมาณมากก็มีมากขึ้น


ดังนั้น
พยายามอย่าอยู่ในที่โล่งแจ้งโดยเฉพาะเวลาก่อนฝนตก หรือถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ อาจใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดปากปิดจมูกในช่วงเวลานั้นก็ได้ หากเราตากฝน ศีรษะของเราก็จะเปียกฝน เชื้อโรคไม่ได้เข้าทางศีรษะนะแต่การที่ศีรษะเปียกฝนจะมีผลทำให้อุณภูมิที่ พื้นผิวของเยื่อบุจมูกลดต่ำลงประมาณ 1-2 องศาเซลเซียส ซึ่งอุณหภูมิระดับนี้เหมาะสมสำหรับการแบ่งตัวของเชื้อไวรัสที่ตกค้างอยู่ใน ช่องจมูก ประกอบกับการสัมผัสเชื้อไวรัสปริมาณมากช่วงก่อนฝนตกก็เลยทำให้มีไวรัสจำนวน มากบริเวณเยื่อบุจมูก ภูมิต้านทานของร่างกาย จึงไม่อาจต้านทานเชื้อเหล่านี้ได้อีกต่อไปก็เลยเกิดการอักเสบของเยื่อบุจมูก เกิดอาการบวมของเยื่อบุจมูก ทำให้คัดจมูก รวมทั้งเกิดการสร้างสารคัดหลั่งมากขึ้น ซึ่งก็คือน้ำมูกนั่นเอง หากเชื้อไวรัสลุกลามไปที่ลำคอ ก็จะทำให้เกิดคออักเสบตามมาได้

นอก จากศีรษะที่เปียกฝน ที่มีผลต่ออุณหภูมิในจมูกแล้วอุณหภูมิบริเวณมือและเท้า ก็มีผลด้วยเช่นเดียวกันการที่รองเท้าเราเปียกน้ำ และต้องแช่อยู่ในนั้นนานๆก็มีผลทำให้อุณภูมิในจมูกลดลง นำไปสู่อาการเป็นหวัดได้

วิธีการป้องกัน ไม่ ให้เกิดหวัดเวลาศีรษะเปียกฝนก็คือ

หลบฝนในที่ร่มเสียก่อน รอจนฝนหยุด แล้วค่อยเดินทางต่อ ใช้ร่มเพื่อบังศีรษะของเราไว้ หากศีรษะเปียกฝน รีบเช็ดให้แห้งเมื่อมีโอกาส ถ้าจะให้ดี สระผมไปเลยก็ได้แล้วเช็ดหรือเป่าให้แห้งโดยเร็วรีบทำให้ร่างกายอบอุ่น อาจแช่เท้าทั้งสองข้างในน้ำอุ่น เพื่อช่วยเปลี่ยนอุณหภูมิที่พื้นผิวของจมูกทำให้ไม่เหมาะต่อการแบ่งตัวของ เชื้อโรครับประทานผลไม้ ที่มีวิตามินซีสูงๆ เช่น ส้ม วิตามินซีจะช่วยเสริมสร้างเซลและเนื้อเยื่อที่ถูกทำลายไป ช่วยป้องกันการเป็นหวัดได้

รู้ได้อย่างไรว่ากำลัง อินเลิฟ



วิธี สังเกตให้รู้ว่านี่คือรักแท้หรือแค่อารมณ์วาบไหวเป็นอย่างไร ลองสำรวจตัวเองดังต่อไปนี้


รักคืออะไร อาการต่างๆ เช่น หัวใจเต้นตุบตับเป็นจังหวะ นอนไม่หลับกระสับกระส่าย มือเท้าเย็น อาการวาบหวิวในช่องท้องเหมือนมีผีเสื้อบินอยู่เป็นร้อยตัว ฯลฯ คือสัญญาณที่บ่งบอกว่านี่คือรักแท้หรือไม่... เปล่าเลยค่ะ... แค่ความหลงเท่า นั้น


อยากพบพ่อแม่ของอีก ฝ่าย
ตามปกติไอเดียเรื่องการไปพบพ่อแม่หรือผู้ใหญ่ของ อีกฝ่ายถือเป็นเรื่องที่น่ากลัวสุดๆ ดังนั้นถ้าคบหาดูใจกันไปสักพัก และอยากรู้จักกับผู้ใหญ่ของอีกฝ่าย แถมยังสามารถบอกข้อมูลส่วนตัวให้กันได้อย่างเต็มใจ เช่น นิสัย เป้าหมายในชีวิต บัญชีธนาคาร ฯลฯ ถือว่านี่ละคืออาการของคนกำลังอินเลิฟอย่างไม่ต้องสงสัย

เอ่ยปากว่าเลิกเดทกับคนอื่นอย่างเต็มใจ
การ ทำตัวรักสนุกร่อนไปเรื่อยเปื่อยไม่ใช่พฤติกรรมที่น่าชื่ชมเอาซะเลย ดังนั้นการที่เปิดอกกับอีกฝ่ายว่า จะเลิกยุ่งกับคนอื่น ทำตัวรักเดียวใจเดียว จึงเป็นเรื่องเซอร์ไพรซ์มาก เพราะนั่นเท่ากับเป็นการมอบอำนาจให้อีกฝ่ายได้เข้ามามีส่วนร่วมในชีวิตด้วย นี่ไม่เพียงแสดงว่ากำลังอินเลิฟ แต่ยังแสดงถึงความเป็นผู้ใหญ่ที่ยุติธรรมและมีเหตุผลอีกด้วย

เลิกล่าแต้ม
เชื่อไหมว่าบางคน มีสมุดไว้จดสะส้มแต้มว่าได้สอยใครมาบ้าง (ใช้คำแรงไปไหมนี่) ดังนั้นการเลิกสะสมคะแนนจึงถือว่า นี่คือการยอมรับความสัมพันธ์ที่จริงจังและผูกมัด ทันทีที่รู้ตัวว่าพบคนที่ ใช่ เราก็จะดำเนินชีวิตต่อไปกับคนๆนี้เท่านั้น ไม่มีเหตุผลที่ต้องเดินถอยหลัง

รู้สึกผ่อนคลายเวลาอีกฝ่ายอยู่ใกล้
นอก จากโลกจะสดใสแล้วยังรู้สึกดีกับตัวเองด้วย เมื่อเกิดความรู้สึกแบบนี้ขึ้นมาแสดงว่าได้ผ่านช่วงหลงใหลหน้ามืดตามัวมา แล้ว ซึ่งช่วงนั้นเป็นช่วงที่หายใจไม่ทั่วท้องเวลาอีกฝ่ายอยู่ใกล้ เนื่องจากตื่นเต้นฮอร์โมนเลยพุ่งพล่าน และผีเสื้อบินว่อนอยู่ในท้อง ตอนนี้จึงเป็นช่วงที่มีความสุข มีชีวิตชีวาและกินได้นอนหลับ นี่ละคือความรัก

ฮัมเพลง รัก
ความรู้สึกอื่มเอิบและเป็นสุขอยู่ในส่วนลึก ทั้งผ่อนคลายและสบายใจเสียจนไม่รู้ว่าตัวเองกำลังอินเลิฟ ความรู้สึกเติมเต็มทำให้มีสมาธิดีขึ้น ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น มันเนียนเสียจนไม่รู้ตัวเลย จึงเผลอไผลฮัมเพลงรักออกมาซะงั้นโดยไม่ได้รบกวนสิ่งที่กำลังทำอยู่ เพราะเป็นปฏิกิริยาอัตโนมัติ พอรู้ตัวปั๊บก็จะเผลอออกมา นึกถึงหวานใจขึ้นมา จากนั้นก็จะกลับไปทำงานต่อ นี่ละที่ฟรอยด์บอกว่า มนุษย์ทุกคนต้องการงานและความรัก

เต็มไปด้วยพลัง
พลังนี้คือ พลังที่เกิดขึ้นเมื่อยิงบอลเข้าโกล์ หรือทำอาหารสูตรนี้ด้วยความยากลำบากแล้วปรากฏว่าอร่อยเหาะ หรือสามารถใส่ยีนส์ตัวที่เคยคับได้พอดีเป๊ะ นี่คือพลังที่เรารู้สึกเวลาที่ประสบความสำเร็จกับอะไรสักอย่าง นี่คือความรู้สึกของคนที่มีความรัก (ไม่ใช่ตกหลุมรัก) และเป็นความรู้สึกที่ยืนนาน ไม่ใช่เพียงฉาบฉวย

เต็มใจไป สถานที่ที่ไม่ชอบ
ยกตัวอย่างเช่น โรงละครหรือสนามมวย การเต็มอกเต็มใจควงคนรักไปในสถานที่ที่ไม่ถูกใจ แสดงถึงความรักอย่างแน่นอนที่สุด ความรักทำให้ทัศนคติอ่อนโยนขึ้น ยอมเปิดรับสิ่งที่ไม่ชอบ เพราะความรักทำให้รู้จักเผื่อแผ่แก่คนที่เรารัก เป็นความรู้สึกอิ่มเอิบเมื่อได้ร่วมทำบางอย่างกับคนรัก นั่นหมายถึงว่าเราให้ความสำคัญกับคนมากกว่าเรื่องอื่น...นี่ละความรัก

เปลี่ยนนิสัยการใช้จ่าย
จากคน ขี้เหนียวก็ยอมควักกระเป๋ามากขึ้น จากคนฟุ่มเฟือยก็รู้จักประหยัดบ้าง ประเด็นจริงๆไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องเงิน แต่การเต็มใจปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทางการเงินนั้นเป็นผลโดยตรงจากการตีค่าคน อื่น รวมทั้งมุมมองและความคิดเห็นด้วย ความสัมพันธ์ที่ดีจะเปลี่ยนแปลงตัวเรา ถ้าการอยู่กับสุดที่รักจะทำให้เราเปลี่ยนการใช้เงินละก็ นี่อาจไม่ใช่แค่ความรัก แต่ยังชี้ให้เห็นถึงการให้เกียรติ การยอมเรียนจากอีกฝ่าย และความสัมพันธ์ซึ่งเรารู้สึกปลอดภัยถึงกับยอมลองเปลี่ยนแปลงเรื่องแบบนี้

การงดทำอะไรกันก็มีความสุขได้
ใน ช่วงแรกของการเดท ต่างคนต่างกระหายที่จะค้นหาทุกอย่างในตัวอีกฝ่าย ในขณะเดียวกันก็รู้สึกหวาดกลัวว่าอีกฝ่ายจะไม่ใช่อย่างที่คิด และตัวเราไม่ใช่อย่างที่เขาหวัง ดังนั้นเพื่อเรียนรู้ทำความรู้จักกัน จึงต้องหากิจกรรมทำด้วยกันตลอดเวลา ไม่ว่าในที่ลับและที่แจ้ง เมื่อพัฒนาไปถึงขั้นมีเซ็กส์ด้วยกันแล้ว ก็จะเกิดความรู้สึกอยากแสดงความอ่อนโยนในจิตใจต่อกัน เพราะรู้สึกว่าสองเราได้เชื่อมต่อถึงกันแล้ว และเมื่อเวลาผ่านไป ถ้าสองเราเกิดไอเดียขึ้นมาว่าสามารถมีความสุขเวลาอยู่ด้วยกันโดยที่ไม่ต้อง ทำอะไรกันก็ได้ แสดงว่านี่คือความรักแน่แท้ เพราะทั้งคู่ได้เลยขั้นตอนของความกลัว เซ็กส์ และการโชว์กึ๋นใส่กันแล้ว ตอนนี้ชีวิตปกติของแต่ละฝ่ายได้รวมเอาอีกคนเข้ามาหลอมรวมอยู่ด้วยกัน

วันอาทิตย์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

อารมณ์ขัน...ช่วยคุณได้ในการทำงาน



เสียงหัวเราะและรอยยิ้มไม่เพียงแต่ทำให้คุณอารมณ์ดี


มันยังทำให้การสื่อสารในที่ทำงานราบรื่นขึ้นและเพิ่มผลงานอีกด้วย แค่เพียงให้แน่ใจว่าคุณใช้อารมณ์ขันในแบบที่เหมาะกับบรรยากาศการทำงานก็พอ


จากการสำรวจกลุ่มผู้บริหาร ของ Robert Half International พบว่า

91เปอร์เซ็นต์ ของผู้บริหารเห็นว่าอารมณ์ขันเป็นสิ่งสำคัญสำหรับความก้าวหน้าทางอาชีพการ งาน มันช่วยคุณสร้างความปรองดองในกลุ่มคนที่อยู่รอบตัวคุณทำให้มีการสื่อสารกัน อย่างเปิดเผย และสร้างบรรยากาศการทำงานในแง่บวกและช่วยผ่อนคลายความเครียดแม้แต่ในวันที่ เคร่งเครียดที่สุดก็ตาม แต่ใช่ว่าอารมณ์ขันทุกอย่างจะได้รับการยอมรับในที่ทำงาน อารมณ์ขันควรเหมาะสมกับการทำงาน ไม่เป็นตลกร้ายหรือทำให้ใครสักคนต้องอับอาย ต่อไปนี้คือเคล็ดลับบางอย่างที่จะทำให้แน่ใจว่าคุณไม่ได้ทำเรื่องตลกแบบโง่ๆ

  • อย่าใช้ตลกเสียดสี บ่อยครั้งคนเราชอบใช้อารมณ์ขันเพื่อเป็นวิธีเหยียดหยามคนอื่นแบบ
  • อ้อมๆ ตัวอย่างเช่น “ไม่เชื่อเลยว่าคุณมาตรงเวลาได้ มีโอกาสพิเศษอะไรเหรอ” การเสียดสี ไม่ใช่ไอเดียที่ดีเท่าไหร่นัก เพราะฉะนั้นเก็บคำพูดประเภทนี้เอาไว้กับตัวเองคนเดียวก็พอ
  • ใช้ตัวเองทำตลก เอาเลย พูดตลกถึงจุดอ่อนของตัวเอง การทำเช่นนั้นทำให้คนอื่นสบายใจเวลาอยู่กับคุณ และคุณก็ไม่เสี่ยงกับการทำให้ใครเคือง ด้วยการใช้เขาหรือเธอมาเป็นประเด็นในการพูดตลก ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณสะดุดล้มในระหว่างการนำเสนองาน ลองพูดว่า “ฉันหวังว่าคุณคงจะชอบไอเดียฉันจนหัวปักหัวปำเหมือนฉันนะ” มันจะช่วยทำให้สถานการณ์น่าอึดอัดผ่อนคลายลง แค่ให้แน่ใจว่าคำพูดของคุณเป็นไปแบบสบายๆ เพื่อที่เพื่อนร่วมงานจะได้ไม่คิดว่าความพยายามจะทำตลกของคุณเป็นการร้องขอ ความช่วยเหลือ
  • หัวเราะ ไปกับคนอื่น คุณสามารถถูกมองว่าเป็นคนมีอารมณ์ขันได้ โดยไม่ต้องแม้แต่จะเล่าเรื่องตลก แค่ปรับตัวให้เข้ากับอารมณ์ขันของคนที่อยู่รอบตัวคุณ และสนุกไปกับเขาด้วย
  • เก็บเรื่องขำขัน คุณสร้างไฟล์เก็บโครงการหลายอย่างที่คุณต้องทำ แล้วทำไมไม่สร้างไฟล์สำหรับเก็บเรื่องตลกดูบ้างล่ะ ลองเก็บการ์ตูนสนุกๆ ที่เหมาะกับสถานที่ทำงาน บทความตลกๆ ในหนังสือ หรืออะไรก็ตามทำให้คุณหัวเราะได้เอาไว้ และเมื่อเพื่อนร่วมงานของคุณรู้สึกเหนื่อยและเครียดจากการทำงาน คุณก็สามารถทำให้เขาหรือเธอประหลาดใจได้ด้วยเรื่องต่างๆ ที่คุณเก็บเอาไว้ แค่อย่าเก็บเรื่องที่อาจทำให้คนอื่นขุ่นเคืองใจหรือไม่มีรสนิยมเอาไว้ก็พอ
  • ตั้งคณะกรรมการ อารมณ์ขัน เชื้อเชิญเพื่อนร่วมงานมาร่วมกันเพิ่มความสนุกสนานให้แก่ที่ทำงาน ลองระดมความคิดกันเพื่อหาทางเพิ่มความสนุกในที่ทำงาน เช่น จัดปาร์ตี้สนุกๆ ในตอนบ่าย แต่ต้องปรึกษาหัวหน้าแผนกหรือฝ่ายบริหาร เพื่อให้คุณได้รับอนุญาตก่อนลงมือทำ
  • ถ่ายรูปสนุกๆ หากล้องเอาไว้ใกล้มือ เพื่อเก็บภาพหลุดๆ ของคุณและเพื่อนร่วมงาน แล้วก็เอาไปติดบอร์ดของที่ทำงาน ภาพแอบถ่ายของแต่ละคนแบบไม่ตั้งใจ จะทำให้ทุกคนอารมณ์ดี

เสียงสะท้อน ของชีวิต




พ่อและลูกชาย... กำลังเดินอยู่ในป่า
ทันใดนั้น ลูกชายเดินไปเหยียบหนามแหลมทำให้เขาเจ็บปวดเลยร้อง
ตะโกนลั่น

"โอ๊ย" เด็กชายเกิดความประหลาดใจ เมื่อมีเสียงสะท้อนกลับมาจากภูเขา "โอ๊ย"

เด็ก ชาย โกรธมาก เหมือนภูเขามาล้อเลียนเขา
เลยตะโกนออกไปว่า "คุณเป็นใคร ทำไมมาล้อเลียนผม"

แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาจากภูเขา คือเสียง "คุณเป็นใคร ทำไมมาล้อเลียนผม"
เด็กชายหัวเสียมาก "คุณขี้ขลาด" ภูเขาไม่ยอมลดละด่ากลับมาว่า "คุณขี้ขลาด"

เด็กชายหงุดหงิดมาก เลยหันไปถามพ่อของเขาว่า
นั่นมันเสียงอะไร พ่อบอกว่า "ตั้งใจฟังนะ"

แล้วตะโกน ก้องว่า "ผมชื่นชอบคุณ" ภูเขาตอบกลับมาว่า "ผมชื่นชอบคุณ"
พ่อยังตะโกน อีกว่า"คุณเป็นคนพิเศษ" ภูเขาตอบกลับมาว่า "คุณเป็นคนพิเศษ" แต่เด็กชายยังไม่เข้าใจ

พ่ออธิบายว่า... คนเราเรียกเสียงนี้ว่าเสียงสะท้อน แต่จริงๆ แล้ว นี่คือชีวิต
ชีวิตที่คุณจะได้รับอะไร ก็ต้องดูว่าเราได้ให้อะไรไปบ้าง
ชีวิตก็เหมือนกับกระจกที่ สะท้อนออกมา

เมื่อเราต้อง การความรักมากๆ เราก็ต้องรักคนอื่นมากๆ
หากเราต้องการความเมตากรุณา เราต้องให้สิ่งเหล่านั้นไปก่อน


ถ้าลูกต้อง การให้คนอดทนและนับถือเรา
ลูกก็ต้องอดทนและนับถือคนอื่นก่อน
นี่เป็น กฎเกณฑ์ของธรรมชาติของทุกสรรพสิ่งในโลกนี้

กุญแจ 1 ดอกในชีวิต




..มนุษย์ทุกคนไม่ว่าชายหรือหญิงจะเกิมา พร้อมกับกุญแจคนละ1ดอก..

..กุญแจ ดอกนี้ใช้ไขเข้าไปห้องหัวใจของใครบางคน
ใครคนที่ใช่ ใครคนที่เป็นของเรา..
..ซึ่งถ้าคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเรา
ถ้าคนๆ นั้นไม่ใช่ของเรา..
..กุญแจก็จะไม่สามารถไขเข้าไปได้..
..ถึงแม้ว่า จะพยายามซักเท่าไหร่
ถ้าไม่ใช่ยังไงก็ไม่สามารถผ่านเข้าไปได้..

..และถึงแม้ว่าบางกรณีจะสามารถไขเข้าไปได้
แต่ก็ต้อง เจออุปสรรคอีกหลายด่าน..
..เพราะห้องหัวใจใช่ว่าจะมีเพียงประตูเดียว..
..มี ทั้งประตูแห่งความประทับใจ ประตูแห่งสัมพันธภาพ
ประตูแห่งความเข้าใจ..
..และ อีกมากมายจนกระทั่งประตูสุดท้ายที่เรียกว่าประตูแห่งความรัก..


..ซึ่งถ้าไม่ใช่..ก็จะไม่สามารถผ่านเข้าไปจนถึงประตูสุด ท้ายได้..

..จนในที่สุด ถึงแม้จะเจ็บปวด
เจ็บใจและเหนื่อยล้าซักเพียงใด..
..ก็คงทำอะไรไม่ ได้นอกจากปล่อยไป..
..และถ้าวันใด..
..กุญแจดอกนี้สามารถผ่านประตู ทั้งหมดเข้าไปสู่ห้องหัวใจของใครบางคนได้..

..ก็จงจำไว้เถิด ว่า คนๆนี้แหละเป็นของเรา
จากนี้และตลอดไป..
..เพราะเรา..ได้เข้าไป อยู่ในหัวใจของเขาคนนั้นแล้ว
เขาซึ่งเป็นของเรา..
..และความสุขใจ ความพอใจ
ทั้งความรู้สึกดีๆทั้งหมดจะวนเวียนอยู่รอบกายเรา..

..วันนี้คุณใช้กุญแจของคุณกับหัวใจของใครบ้างแล้ว รึยัง?..


วันเสาร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

ความรักฉบับน้องหมา..







































.







+++ Hamster +++

+++ Playlist +++


MusicPlaylistRingtones
Create a playlist at MixPod.com

+++ coming soon +++