วันพุธที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2553

15 เคล็ดลับดูแลสุขภาพ พร้อมรับลมหนาว


1. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้เพียงพอและครบหมู่

ดื่มน้ำมากๆ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ และไม่ตรากตรำทำงานหนักจนเกินไป

การรักษาสุขภาพให้สมบูรณ์แข็งแรง จะช่วยให้คุณพร้อมสู้กับโรคภัยไข้เจ็บที่พบได้บ่อยในฤดูหนาว เช่น ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ รวมถึงไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009


2. หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ ดื่มสุรา และยาเสพติดต่าง ๆ

เนื่องจากจะทำให้สุขภาพร่างกายเสื่อมโทรม เท่ากับเพิ่มโอกาสที่จะติดเชื้อได้ง่ายขึ้น


3. อยู่ในที่ที่อากาศถ่ายเทสะดวก

หลีกเลี่ยงสถานที่ชุมชนที่แออัดยัดเยียด โดยเฉพาะหากมีการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่


4. ล้างมือบ่อยๆ

เพราะอาจไปสัมผัสเชื้อโรคที่ ติดอยู่ตามสิ่งของต่างๆ เช่น ลูกบิดประตู ราวบันได ปุ่มลิฟต์ โทรศัพท์สาธารณะ เป็นต้น


5. หลีกเลี่ยงการคลุกคลีกับผู้ป่วย และไม่ควรใช้ของร่วมกัน

เช่น ผ้าเช็ดหน้า แก้วน้ำ จานชาม ช้อนส้อม


6. หากป่วยแล้วมีอาการไอหรือจาม

ควรมีผ้าปิดปากและจมูกหรือสวมหน้ากากอนามัย


7. ผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ โรคหอบหืด

อาการจะกำเริบได้ง่ายในฤดูนี้ นอกจากอากาศเย็นที่เป็นสาเหตุโดยตรงแล้ว ก็อาจเนื่องมาจากฤดูหนาวจะมีฝุ่นมาก หรืออากาศหนาวทำให้เราต้องนำสัตว์เลี้ยงเข้ามาอยู่ร่วมกันในบ้าน หากแพ้ขนสัตว์ก็จะทำให้อาการกำเริบมากขึ้น หรือการนอนนานๆ ในฤดูหนาวซึ่งมืดเร็วและสว่างช้า ก็เพิ่มโอกาสที่จะทำให้แพ้ตัวไรฝุ่นตามที่นอน หมอน ผ้าห่มได้มากขึ้น ดังนั้นควรระมัดระวังสิ่งกระตุ้นเหล่านี้ และรักษาร่างกายให้แข็งแรงเข้าไว้


8. พยายามรักษาร่างกายให้อบอุ่นในช่วงฤดูหนาว หรือช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลง

ใส่เสื้อผ้าที่อบอุ่นเหมาะกับฤดูกาล หากอยู่ในที่ที่หนาวมากควรสวมหมวก เพื่อลดการถ่ายเทความร้อนออกจากร่างกาย


9. การอาบน้ำหลังจากตื่นนอน

อาจไม่จำเป็นต้องฟอกสบู่หรือฟอกเพียงบางจุด หรือหากอยู่ในที่ที่อากาศหนาวมากๆ อาจไม่จำเป็นต้องอาบน้ำวันละสองครั้งตามปกติและไม่ควรอาบน้ำนานๆ


10. ไม่ควรอาบน้ำอุ่นจัดจนเกินไป

โดย เฉพาะการล้างหน้า เพราะน้ำอุ่นจะทำให้ความชุ่มชื้นของผิวหายไป นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่มีฟองมาก ๆ เพราะจะดึงความชุ่มชื้นไปจากผิว และไม่ควรเช็ดถูผิวแรง ๆ เพราะจะยิ่งทำให้ผิวลอกมากขึ้น



11. ทาโลชั่นบำรุงผิวหลังอาบน้ำ

ขณะที่ตัวยังหมาดๆ จะช่วยป้องกันผิวแห้ง แตก ลอก ในฤดูหนาวได้ และควรทาให้ทั่วร่างกาย ไม่ใช่เฉพาะแขนกับขาเท่านั้น รวมทั้งส่วนที่เรามักไม่ใส่ใจ เช่น เท้า การทาโลชั่นและสวมถุงเท้านอน จะช่วยให้เท้าเนียนนุ่มชุ่มชื้นลดปัญหาส้นเท้าแตกได้อีกด้วย

ส่วนมือที่แห้งและแตกก็ควรหมั่นทาครีมหรือโลชั่นเช่นกัน นอกจากจะช่วยให้ความชุ่มชื้นแล้วยังช่วยให้รู้สึกอบอุ่นขึ้นด้วย สำหรับใครที่มือแห้งมากๆ ลองนวดด้วยน้ำมันมะกอกทิ้งไว้สักพัก ล้างออกด้วยน้ำสบู่ แล้วนวดด้วยครีมทามืออีกครั้ง ไม่ช้าริ้วรอยแห้งแตกก็จะหายไป

ส่วนผู้ที่ต้องใช้มือทำงานสัมผัสน้ำอยู่ตลอดเวลา เช่น ล้างจาน ซักผ้า ช่วงหน้าหนาวจะยิ่งรู้สึกแสบมือมาก อาจมีอาการบวมแดงและแตกได้ ควรป้องกันด้วยการสวมถุงมือยางกันน้ำ


12. ริมฝีปากที่แห้งแตกก็ควรได้รับการบำรุงและปกป้องเช่นกัน

สมัยนี้มีลิปมัน ลิปบาล์ม ให้เลือกใช้มากมาย รวมทั้งชนิด For Men ของคุณผู้ชายด้วย สำหรับผู้ชายที่รู้สึกเขินเวลาใช้ลิปแท่ง อาจเลือกซื้อชนิดตลับไว้พกติดตัวก็ได้ ที่สำคัญ ไม่ควรเลียริมฝีปากบ่อยๆ เพราะจะยิ่งทำให้ปากแห้งแตกมากขึ้น


13. ในช่วงหน้าหนาวไม่จำเป็นต้องสระผมบ่อย ๆ

เช่นกันและใช้แชมพูในปริมาณน้อยๆ ก็เพียงพอแล้ว เพราะจะทำให้เส้นผมแห้งแตกปลายได้ง่าย และยังทำให้หนังศีรษะแห้งเกินไปจนเกิดรังแคได้อีกด้วย สำหรับผมที่แห้งมาก การเลือกใช้แชมพูและครีมนวดผมที่เหมาะสำหรับผมแห้งจะช่วยได้ หลังการสระผมอาจใช้น้ำมันบำรุงเส้นผมทาเคลือบที่ปลายผมบางๆ เพื่อลดไฟฟ้าสถิต ช่วยให้ผมไม่ฟู


14. บำรุงร่างกายภายนอกกันแล้ว

ก็อย่าลืมบำรุงร่างกายให้ชุ่มชื้นจากภายในด้วย โดยการดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน โดยเฉพาะน้ำอุ่นซึ่งจะช่วยให้ร่างกายของคุณอุ่นขึ้น นอกจากนี้ควรรับประทานผักผลไม้สดให้มากด้วย เพื่อให้ร่างกายชุ่มชื้นจากภายใน


15.การเลือกซื้อเสื้อกันหนาวก็สำคัญ

บางคนเลือก ซื้อเสื้อกันหนาวมือสอง เนื่องจากมีราคาถูก แต่ก็อาจนำเชื้อโรคต่างๆ ติดมาด้วย ควรเลือกให้ดี อย่าให้มีรอยด่างดำและรอยคราบสารคัดหลั่งต่างๆ หรือกลิ่นอับชื้นติดอยู่ เพราะอาจทำให้ติดเชื้อโรคได้ เช่น โรคผิวหนัง โรคติดเชื้อ เชื้อรา หรือโรคทางเดินหายใจต่างๆ ก่อนนำไปสวมใส่ควรต้มในน้ำเดือดและซักให้สะอาด แล้วนำไปผึ่งแดดให้แห้งสนิท

แม้แต่เสื้อกันหนาวใหม่ๆ ก็ควรนำไปซักแล้วตากแดดก่อนนำไปสวมใส่เช่นกัน เพราะในเนื้อผ้าอาจมีสารเคมีที่ทำให้เกิดโรคผิวหนัง หรือโรคทางเดินหายใจต่างๆ ได้เช่นกัน

แม้แม่จะเป็นเพียงหมาขี้เรื้อน

แม้แม่จะเป็นเพียงหมาขี้เรื้อน



เรื่องเดิมคือ: หมาขี้เรื้อนเปลื่ยนคนใจดำ

เรื่องมีอยู่ว่า พี่ชิตแกเป็นคนใจดำครับ ชอบยิงนกตกปลาไปเรื่อยแต่ที่หนักก็คงเป็นเนื้อหมา แกกินแหลกครับแต่ แม่แกบอกมันบาปนะลูก(ไม่สนโว้ย)

เมื่อราว 15 ปีก่อน มีเหตุการณ์ที่ทำให้แกเปลี่ยนไปครั้งนั้นมีหมาขี้เรื้อนตัวหนึ่งครับมันมักวิ่งไปหาของกินแถวๆบ้านแกบ่อย เพราะบ้านแกติดตลาด พี่แกกินหมาอยู่บ่อยๆแต่

กรณีหมาขี้เรื้อนแกบอก กินไม่ลงว่ะ แกทำอย่างเดียวคือไล่ฆ่า แต่มันรอดได้ทุกครั้ง (สงสัยมีของ)

มันไปหาของกินทีบางทีก็ได้บางทีก็ไม่ได้คราวนั้นเนื้อแห้งที่แกตากไว้หายไปพอมองไปก็เห็นแม่หมาขี้เรื้อนวิ่งหลุนๆไป แกเดือดทันทีครับวิ่งตามไป

คราวนี้ทันครับเพราะหมาขี้เรื้อนวิ่งช้ามาก

แกทุบไปทีเดียวหมานั่นล้มลงชักทันที (แกบอกว่าหากตีตรงจุด แค่ใช้ไม้บรรทัดก็ตาย) แกทิ้งไว้ตรงนั้นไม่อยากจับแต่จะทำกินตรงนั้น จึงกลับบ้านไปเตรียมของ

(แค้นจัดอยากกินหมาขี้เรื้อน) ให้ผมเฝ้าไว้

ผมก็มัวแต่เก็บตะขบจนลืมดู (ในใจอยากให้มันรีบไปจะได้ไม่ตาย) มันไปจริงครับหายวับไป พี่ชิตแกโกรธมากคงอยากเตะผมเต็มแก่ แต่ลุงผม

แกเป็นนักเลงใหญ่และเป็นคนสอนวิธีฆ่าหมาให้ ก็ต้องวิ่งตามอย่างเดียวพร้อมบ่น ทำไมมันไม่ตายวะ

พักหนึ่งก็ได้ยินเสียงหมาเห่าแกตามทันทีพอไปถึง ภาพที่เห็น ..............................................

หมาขี้เรื้อนกำลังจะตายมันมีลูกที่ต้องเลี้ยง 5 ตัวครับวัยกำลังหย่านมบางตัวยังกินนมอยู่ บางตัวก็วิ่งไปคาบเนื้อที่แม่หมาขี้เรื้อนคาบไปฝาก (เห็นกับตา) ที่มันยังไม่ยอมตาย

เพราะต้องกลับไปให้นมลูก แม้น้ำนมแห้งกรังเอาอาหารไปให้ลูกมัน เรียกลูกๆเพื่อให้นม ให้อาหาร เป็นครั้งสุดท้าย แม่หมาพยายามอย่างดีที่สุด

มันมองผมกับพี่ชิตอย่างขอร้อง ขอให้มันให้นมลูกเป็นครั้งสุดท้ายก่อนตาย

ไม่อยากเชื่อนั่นคือน้ำตาของหมาขี้เรื้อน มันแค่ต้องการให้นมลูกก่อนตาย

พี่ชิตไม้หล่นลงกับพื้น เดินเข้าไปดูแม่หมานั่น ในยามนั้นสิ่งที่แกเห็นไม่ใช่หมาขี้เรื้อน

แต่แกเห็นแม่ที่ยิ่งใหญ่ที่ทนเจ็บกลับไปหาลูก แกไม่พูดอะไรทุกอย่างจุกอยู่ที่ลำคอสายตาอ่อนโยนลง

ลูกหมาตัวหนึ่งวิ่งไปหาแกกระดิกหางให้ แกอุ้มลูกหมาขึ้นพร้อมพูดว่า ขอโทษ พูดได้แค่นั้นแม่หมาก็ตาย

เราช่วยกันฝังแม่หมาแกรับเลี้ยงหมานั่นไว้ทั้ง5ตัวตั้งแต่นั้นแกกลายเป็นคนใจดีไม่ไล่ยิงนกยิงหมายิงแมวอีกแกบอก มันอาจมีลูกรออยู่ก็ใด้

เมื่อ 12 สิงหา 2 ปีที่แล้ว แกเอามะลิร้อยเป็นพวงไปให้แม่ทั้งๆ ที่ไม่เคยทำ พูดกับแม่ว่า แม่ตอนผมอายุ16 แม่สอนผมยังไงนะสอนอีกหนใด้ไหมครับ

แม่แกน้ำตาคลอพูดไม่ออก ไม่อยากเชื่อแม่หมาขี้เรื้อนตายไป 1 ตัวกลับทำให้คนใจดำอย่างแกเปลี่ยนไปขนาดนี้

รักแม่ ...

วันอังคารที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ก่อนเล่นกีฬาทำไมต้องอบอุ่นร่างกาย

ทำไมเวลาเล่นกีฬาหรือออกกำลังกายทุกครั้ง จึงต้องถูกย้ำนักหนาให้เราวอร์มอัพหรืออบอุ่นร่างกายทุกครั้งก่อน แม้แต่คนที่ฝึกซ้อมกีฬาทุำกวันเป็นประจำก็ยังต้องทำก่อนเล่นทุกครั้งเหมือนกัน ทำไมเราจึงเล่นกีฬาทันทีไม่ได้ทั้งที่เราก็ฝึกซ้อมร่างกายเป็นประจำอยู่แล้ว มันช่วยอย่างไรหรือ

การอบอุ่นร่างกาย ทั่วไปแล้วคือการที่ผู้เล่นบริหารกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ที่จะต้องใช้งานแบบเบาๆ โดยใช้เวลา 5-10 นาที เพื่อให้ร่างกายอุ่นขึ้น เรียกเหงื่อ แต่ไม่ต้องหนักจนรู้สึกเหนื่อย อย่างเช่น การเดิน วิ่ง เหยาะๆ หรือการปั่นจักรยาน หลังจากนั้นจึงต่อด้วยท่าบริหารแบบยืดตัว ซึ่งหลังจากร่างกายได้อุ่นเครื่องแล้ว เลือดหมุนเวียนสะดวกขึ้น กล้ามเนื้อก็จะยืดได้ดีขึ้นด้วย แต่ละท่าบริหารใช้เวลาประมาณ 15-30 วินาที

แท้จริงแล้วการอบอุ่นร่างกายเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับคนที่ต้องออกแรงใช้กล้ามเนื้อทำกิจกรรมต่างๆ เพราะช่วยเตรียมกล้ามเนื้อและเอ็นให้พร้อมกับการใช้งานหนักอย่างต่อเนื่องนานๆ และมีประโยชน์ต่างๆอีกมากดังนี้

- ช่วยเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการออกกำลังกาย โดยเพิ่มอุณหภูมิภายในตัวและกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนตัวลง ยืดหยุ่นมากขึ้น ลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บได้น้อยลง

- การอบอุ่นร่างกายด้วยการบริหารออกแรงเล็กๆน้อยๆ จะช่วยกระตุ้นให้ระบบหมุนเวียนเลือดทำงานดีขึ้น ซึ่งนั่นหมายถึงการนำออกซิเจนและสารอาหารต่างๆ ไปเลี้ยงร่างกายทั่วถึง โดยเฉพาะกล้ามเนื้อบริเวณที่มีการออกแรง

- อุณหภูมิของร่างกายที่สูงขึ้น นำไปสู่การเผาผลาญแคลอรีที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

- เมื่อบริหารเป็นประจำทำให้กล้ามเนื้อมีแรงมากขึ้น จึงดีต่อการฝึกหรือเล่นกีฬาที่ต้องใช้แรงต้านมากๆ

- ช่วยให้ร่างกายคุมการทำงานของกล้ามเนื้อดีขึ้น โดยสมองส่งกระแสประสาทไปยังกล้ามเนื้อได้คล่องตัว

- ลดการสร้างกรดแลคติกในเลือด ซึ่งจะช่วยให้เราออกกำลังกายได้ยาวนาน ลดความอ่อนล้า

- การอบอุ่นร่างกายเป็นจังหวะที่ทำให้เราเตรียมใจตั้งโฟกัสไปที่การออกกำลังกายระดับต่อไป


ความรัก... ก้าวเดิน

"ความรัก" ของคนเรา ก็มีเท้าเดินเหมือนกัน
เมื่อแรกเริ่ม . . . ความรักก็เดินไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว
เพราะ . . . อยากจะถึงจุดหมายที่หวังไว้

คือ . . . ใครคนหนึ่งที่เรารู้สึกดีๆด้วย
เมื่อสมหวังแล้วความรักก็เดินไปเรื่อยๆ
. . . ไม่ต้องก้าวยาวและเร็ว
. . . เดินไปตามปกติและก้าวต่อไปเรื่อยๆ
. . . ในช่วงนี้ถ้าเดินเร็วไปอาจจะเจอหลุมและสะดุดได้
ก็คงจะต้องเดิน . . . อย่างระมัดระวัง
. . . และก้าวให้ได้จังหวะ . . . ที่เหมาะสม

แต่เมื่อถึงเวลา . . . ที่ความรักผิดหวังหรือจบลง
ความรัก . . . ก็จะเดินช้าลง
บางทีอาจจะช้า . . . ช้าจนเหมือนเราเดินถอยหลัง

เหมือนกับ . . . คนที่หกล้มแล้วขาเจ็บ
จะเดินไม่ถนัดนัก . . . ต้องรอเวลาเพื่อรักษาให้แผลที่เกิดจากการหกล้มหาย
แล้วค่อยก้าวเดินต่อไป . . . อย่างปกติ

ความรักก็มี step ในการก้าวเดินไปอย่างนี้เรื่อยๆ
ช้าบ้าง . . . เร็วบ้าง จนกว่าจะถึงวันหนึ่งที่เราได้เจอคนที่ใช่จริงๆ
วันนั้น . . . ความรักคงเดินต่อไปได้เรื่อยๆ

ถึงจะหกล้มบ้าง ตกหลุมบ้าง
แต่ . . . ก็ยังมีคนที่คอยประคอง คอยเดินไปด้วยกัน
ไม่ใช่หกล้มแล้ว . . . ต้องลุกเดินต่อด้วยตัวเองอีกต่อไป


เมื่อความรัก . . . ก้าวเดิน
เราจึงต้องก้าวตาม . . . อย่างระมัดระวัง
จะหกล้มบ้าง จะสะดุดบ้างก็ต้องพยายามลุกขึ้น
. . . และกลับมาเดินต่อไป ให้ได้ . .

เราไม่สิทธิ์สงสารใครในเรื่องรัก

...ท่ามกลางวงสนทนาระหว่างคนคุ้นเคยพี่ชายคนหนึ่งพูดขึ้นว่า

" การได้รับน่ะ ไม่มีความหมายหรอกถ้าเราไม่ได้รัก "

แล้วก็มีการช่วยขยายความกันต่อว่า...

ประเด็นหลักของความสัมพันธ์ มันอยู่ที่รักหรือไม่รัก กับใช่หรือไม่ใช่

เพราะถ้าเราไม่ได้รักเขา ต่อให้เขาให้เรามามากเท่าไหร่

ให้หนังสือ ให้ซีดี ให้ของขวัญชิ้นใหญ่

ความหมายก็อยู่ที่สิ่งของเท่านั้น ไม่ได้ส่งผลถึงใจ

แต่ถ้าเป็นคนที่เรารักน่ะ ต่อให้เขาไม่ให้อะไรเรามาเลย

วันเกิด วันสำคัญ ก็ลืมตลอด

หากเราก็ยังจะรัก !

--------------------------------------

รัก ที่มีแต่เพิ่มขึ้น

ความสำคัญ ที่ไม่เคยลดลง

ความรักจึงนำหน้าสิ่งอื่นอยู่เสมอ

นำหน้าความเหมาะควร นำหน้าความถูกต้องในสายตาใคร

แม้บางทีเราจะรู้ว่ามันผิด แต่การหักห้ามใจตัวเองนั้น ก็เป็นเรื่องยากที่สุด

ดังนั้นเมื่อเห็นใครคนหนึ่งกำลังนั่งร้องไห้ให้กับความรัก

เราจึงไม่มีสิทธิ์สงสาร ดูถูก หรือเยาะเย้ยความอ่อนแอของเขาเลย

เพราะไม่วันใดวันหนึ่ง หยดน้ำตาประเภทนั้นก็จะต้องเดินทางมาถึงเราด้วย

ตราบที่เรายังรักเป็น และพร้อมจะอ่อนไหวเพื่อมัน

--------------------------------------

เมื่อเห็นใครร้องไห้ จึงควรให้กำลังใจ

โดยไม่ต้องไปบอกให้เขาเลิกรัก เลิกทุ่มเท เลิกให้

และไม่ต้องไปหักหาญน้ำใจ ด้วยการพูดเสียงดัง

บอกให้เขาเลิกโง่ที่จะไปรักเคนที่เขาไม่ได้รักเราได้แล้ว

เพราะความรักอาจทำให้คนตาบอด แต่มันก็ไม่ใช่ตลอดไปหรอก

เพียงแต่แสงสว่างที่จะสาดส่องเข้ามานั้น

ต้องเป็นการมองเห็นจากเจ้าของสายตาเอง

ไม่ใช้ให้ใครก็ได้ส่องไฟฉายตรงไปที่ดวงตา

หรือจะคิดอีกอย่างว่าจริงๆแล้ว ได้ร้องไห้บ้างก็ดีเหมือนกัน

อย่างน้อยก็ช่วย ล้างฝุ่น ออกไป

พอหายเคืองใจ เดี๋ยวน้ำตาก็หยุดไหลเอง...

วันจันทร์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ป้องกันสิว สำหรับวัยผู้ใหญ่


ถึงแม้อายุจะมากขึ้นตามกาลเวลา แต่สำหรับคุณผู้หญิงคนไหนที่มีปัญหาเรื่องสิว ก็คงยังหนีไม่พ้นปัญหาสิวๆ วันยังค่ำอยู่ดี ทั้งนี้เนื่องด้วยปัจจัยภายในอย่างเรื่องของฮอร์โมน ความเครียด อาหารการกิน และ ปัจจัยภายนอกอื่นๆ ที่ยังคอยเป็นสิ่งเร้าให้เกิดสิวสำหรับคุณผู้หญิงอยู่นั่นเอง แล้วถ้าอยากหลีกไกลจากปัญหาสิวๆ พวกนี้ละคุณผู้หญิงควรจะทำอย่างไรบ้างนั้น เรามีเป็นแนวทางการปฏิบัติที่ดีที่มีส่วนทำให้คุณผู้หญิงห่างไกลสิวได้ค่ะ


งดการสูบบุหรี่เด็ดขาด


เนื่องจากล่าสุดมีผลการวิจัยออกมาแล้วว่า ผู้หญิงประมาณ 42% ที่สูบบุหรีนั้น จะมีแนวโน้มเป็นสิวได้ง่ายกว่าผู้หญิงที่ไม่สูบบุหรี่


ทานน้ำมันปลา


ในน้ำมันปลามีสารอาหาร โอเมก้า 3 และเจ้าโอเมก้า 3 นี้เองพบในน้ำมันปลา ไข่ ธัญพืช และน้ำมันมะกอก ซึ่งเมื่อคุณผู้หญิงได้รับสารอาหารเล่านี้แล้วนั้น จะช่วยลดอาการอักเสบ ช่วยทำความสะอาดลำไส้ แล้วยังช่วยปรับระดับฮอร์โมนในร่างกายให้เกิดความสมดุลอีกด้วยค่ะ


ไม่เครียด หมั่นหาเวลาพักผ่อน


อย่างที่เรารู้กันดีว่า ความเครียดคือตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดสิวผุดขึ้นมากมายบนในหน้าเรา ดังนั้นควรทำใจให้สบาย ว่างๆ หากิจกรรมทำเพลินๆ เพื่อผ่อนคลาย พักสมองไม่คิดเรื่องงาน เรื่องงานและปัญหาชีวิต ดูซะบ้าง รับรองนอกจากคุณผู้หญิงสิวไม่ขึ้นแล้ว จะมีสุขภาพจิตที่ดี ร่าเริงแจ่มใสทุกวันด้วย อ่อแล้วอย่าลืมทานน้ำเยอะๆ เพราะน้ำจะเป็นตัวช่วยปรับอุณหภูมิในร่างกาย และขับถ่ายของเสียออกจากร่างกาย คุณผู้หญิงได้เป็นอย่างดี


วิธีอยู่อย่างสบาย มีความสุขใน office


วิธีอยู่อย่างสบาย มีความสุขใน office


1. เช็ดโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานอาทิตย์ละ 1 ครั้ง อาการสิวขึ้นเป็นแถบที่ข้างแก้ม นั้นคือสิวที่เกิดจากโทรศัพท์ที่เราพูดลงไปทุกวัน ทั้งฝุ่น ทั้งน้ำลาย แต่ไม่ต้องห่วง สำลีชุบแอลกอฮอล์ช่วยคุณได้

2. ช้อนส้อม 1 ถ้วยกาแฟ 1 ฟองน้ำล้างจาน 1 ต้องมี! ไม่ใช่ว่ารังเกียจ ไม่ได้ทำตัวเป็นคุณหนู แต่มีไว้ใช้เป็นของส่วนตัวสบายใจ สบายตัวที่สุด เพราะคุณจะรู้หรือว่าใครไม่สบายเป็นอะไรกันบ้าง แล้วคุณรู้มั้ยว่าฟองน้ำล้างจาน ตรงมุมกาแฟนั้น แม่บ้านเปลี่ยนครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่

3. อย่าเด็ดขาด! อย่าใส่ชุดสีดำทึม เทาในวันที่ซึมเศร้า เบื่อหน่าย ไปทำงาน เพราะจะทำให้คุณรู้สึกแย่ไปกว่าเดิม

4. ดื่มน้ำให้ได้วันละ 8-10 แก้ว เชื่อหรือไม่? ว่าอากาศในออฟฟิศที่เปิดแอร์เย็นฉ่ำนั้น แห้งได้พอๆ กับทุ่งนากลางแจ้งผิวคุณก็จะขาดความชุ่มชื่นไปได้อย่างไม่รู้ตัว

5. ยิ้มทุกครั้งเวลาที่รับโทรศัพท์ จะช่วยให้เสียงสวยจนปลายสายอยากเห็นหน้า

6. ตั้งกระจกไว้ที่โต๊ะทำงาน ช่วยแก้ฮวงจุ้ยได้บ้าง แต่งงานหลักเอาไว้ให้เราได้ฝึกยิ้มอยู่เสมอ ยิ้มบ่อยๆ จะเครียดน้อยลง ใจจะสบายขึ้น

7. โหลดวอลล์เปเปอร์เป็นรูปขำๆ หรือวิวสวยๆ ไว้ที่หน้าจอ พักสายตาได้ดี

8. วางแฮนด์ครีมกลิ่นหอมๆ ถูกใจที่สุด ไว้ไกล้ๆ มือ หาบ่อยๆ กลิ่นหอมจะช่วยผ่อนคลายได้ แถมมือยังนุ่มตามมา

9. เลือกเพลงแจ๊สเบาๆ หรือเป็นเพลงแบบมิวสิค บ็อกซ์ ใสๆ ฟังได้สบายๆ หรือจะเป็นเพลงคลาสสิกก็ดี คลื่นสมองเราจะทำงานได้สงบดีขึ้น แล้วจะเลือกแผ่นไหนดี ให้เลือกเพลงที่ฟังได้เพลินๆ ทำงานไปได้เรื่อย โดยที่ไม่รู้สึกว่าเสียสมาธินั่นละ

10. One free Day แค่อาทิตย์ละวัน... วันไหนที่ไม่ต้องมีนัดกับใครไม่ต้องไปประชุมกับลูกค้า ยกเว้นนั้นให้ตัวเองได้ แต่งตัวสบายๆ หยุดพยายามสวยกันสักหนึ่งวัน

11. ขยับตัว ยืดหลัง 2 ครั้ง ต่อวัน... เป็นอย่างน้อย

12.วางคริสตัลหรือแท่งแก้ว หินสีไว้ที่โต๊ะทำงาน ศาสตร์ทางฮวงจุ้ยบอกว่าจะช่วยดูดพลังร้ายๆไป ศาสตร์เรื่องหินจะบอกว่า จะช่วยดูดซับพลังความร้อนจากคอมพิวเตอร์ได้

13. มีรองเท้าแตะไว้ที่ใต้โต๊ะ ไว้เปลี่ยนตอนเมื่อยๆจากรองเท้าส้นสูง

14. ซ่อนเก้าอี้ซักผ้าตัวเล็กๆ ไว้ใต้โต๊ะ ไว้พักขา ยืดขาตอนเมื่อยๆ

15. เคลียร์โต๊ะทุกอาทิตย์ เคลียร์เอกสาร ทุก 2 อาทิตย์ เรามักจะใช้เวลา 1 ใน 3 ของวันในการหาของหรือเอกสารที่ต้องการใช้ ถ้าเรามีโต๊ะที่ยุ่งเหยิง หาอะไรไม่เคยเจอ ยิ่งหายิ่งเครียด หงุดหงิด ทำงานไม่ได้ดี หมอดูเห็นก็จะทำนายว่าชีวิตการงานจะยุ่งเหยิง...(แม่นแน่ๆ)

16. ปัดฝุ่นบนคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์ก็ผลิตฝุ่นได้และมากอย่างที่เรานึกไม่ถึงด้วย วันละนิด วันละนิด

17. ลบเมล์ Delete ไฟล์ที่ไม่ใช้ใน Inbox ออกจากคอมพิวเตอร์บ้าง การทำงานจะง่ายขึ้น หาอะไรก็เจอ ความเครียดก็จะลดลง คล่องตัวขึ้น คอมพิวเตอร์ ก็เร็วขึ้นด้วย

18. Emergency Kit เพื่อความไม่ประมาท ควรมี 4 สิ่งนี้ติดลิ้นชักไว้เสมอ


ที่มา FW Mail

วันเสาร์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2553

เผยโฉม Nexus Two ผลิตโดย Samsung ล้านเปอร์เซนต์!

ลือกันไปลือกันมาจนในที่สุดก็มีคนออกมาฟันธงเสียทีสำหรับซูเปอร์สมาร์ต โฟน Google Nexus Two ที่ล่าสุดทีมงานเว็บไซต์ Gizmodo ได้มีโอกาสไปสัมผัสตัวจริงของเครื่องนี้มาแล้วโดยบริษัทที่ได้รับสิทธิ์เป็น ผู้ผลิตในครานี้สัมปทานตกเป็นของ Samsung ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจเลยว่า Nexus Two ที่เห็นตามภาพนี้จะมีหน้าตาที่คล้ายคลึงกับ Galaxy S เสียเหลือเกิน

โดย ความต่างของ Nexus Two กับ Galaxy S ที่พอจะสังเกตกันมาได้ก็มีในส่วนของตัวเครื่องด้านหลังที่จะมีส่วนโค้งเว้า เพรียวลมเหมือนเครื่อง iPhone 3GS นั่นเอง ขณะที่หากเทียบกันกับรุ่นก่อนหน้านี้อย่าง HTC Nexus One แล้วก็มีเพียงหน้าจอ Super AMOLED ขนาด 4 นิ้วและกล้องหน้าเท่านั้นที่ได้รับการเพิ่มเข้ามา

ส่วนสเปคตัว เครื่องของ Nexus Two นั้นแหล่งข่าวดังกล่าวยืนยันมาว่าแทบจะล็อกมาเป็นบล็อกเดียวกันกับ Samsung Galaxy S เลยโดยมันจะมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android OS ที่หากไม่เป็นเวอร์ชัน 2.3 ก็จะหันไปใช้งาน 3.0 ไปเลย

นอกจากนี้ Google ยังเตรียมพัฒนาโปรแกรมวิดีโอแชตแบบใหม่โดยอาศัยตัวโปรแกรม Google Talk เป็นต้นแบบให้สามารถใช้งานได้ไม่ต่างจาก Facetime ของ Apple บนเครื่อง iPhone เลยทีเดียว

แถมยังมีอีกกระแสข่าวลือหนึ่งที่ระบุ ว่า Google และ Samsung เตรียมที่จะเปิด ตัว Nexus Two นี้อย่างเป็นทางการในงานอีเวนต์พิเศษที่จะจัดขึ้นในวันที่ 8 พฤศจิกายนนี้ในกรุงนิวยอร์กอีกด้วย

บทความโดย: ekk TechXcite
ที่ มา: gizmodo

S! Hitech Comment

● ขาดเธอ ( ไม่ ) ขาดใจ ●



บางคน คิดว่าการที่หลบแสงแดดรักที่กำลังแผดเผา
ไปอยู่ใต้ร่มเงาของวัดแล้ว ทำให้ไม่คิดอะไรเพราะไม่มีสิ่งมากระทบ
เหมือนการที่เราหนี ปัญหาก็ดูจะมีความจริงอยู่ส่วนหนึ่งค่ะ
เพราะบรรยากาศในวัด ย่อมสงบเย็นช่วยเกื้อกูลจิตเรา
มีกำแพงวัดเป็นปราการ
ลด ความรุนแรงจากการไหลปะทะเข้ามาของกระแสกิเลสอันเชี่ยวกรากภายนอก


แต่ทั้งนี้ ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ใดก็ตาม ถ้าจิตเราไม่ได้อยู่กับปัจจุบัน
คอย พะวงคว้านหาคล้อยตามภาพในอดีต แม้ยามเผลอสติเพียงชั่วพริบตา
ก็ พร้อมที่จะกระเทือนไหวปรุงแต่งไปตามสิ่งที่มากระทบอยู่ตลอดเวลาแล้ว
ทุกข์ ก็บังเกิดขึ้นได้ทุกแห่งหน


เมื่อทราบว่า จิตเราขาดกำลังที่จะต้านทาน
ยังมีความอ่อนไหว อ่อนแอ ต่อสิ่งกระทบแม้เพียงเล็กน้อย
ก็พึงป้องกันเหตุอัน จะเกิดเสีย


ปิดช่องทางอันจะทำให้ทุกข์ กำเริบ สิ่งใดที่พึงเลี่ยงได้ก็หลีกเลี่ยง
ไม่จดจ้องมอง ไม่รับรู้รับฟัง เรื่องราวของเขาโดยไม่จำเป็น ยุติจิตที่สอดส่ายค้นหา
ไม่ ให้ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ นี้เป็นประตูให้ทุกข์คืบคลานเข้ามา


ทุกครั้งที่เผลอไผล ก็รีบดึงสติของตัวเองกลับมา
หายใจเข้าออกแรงๆ ให้รู้ตัวโดยไว
ถามตัวเองว่า เรากำลังทำอะไรอยู่
ถ้า รู้สึกว่าจิตฟุ้งซ่านเกินระงับ ก็เอนตัวพักบนเก้าอี้ แล้วหลับตาลง
ค่อยๆ ผ่อนคลาย หายใจเข้าช้าๆ และผ่อนลมหายใจออก
มีสติรู้อยู่ ที่ลมหายใจของเรา รู้ว่า เรากำลังหายใจเข้า ออก
มีลมผ่าน เข้าออกทางช่องจมูก
สักพักหนึ่งจิตเราก็สงบระงับ เบาสบายขึ้น


จะเห็นว่า เรายังมีลมหายใจ หายใจเองได้อยู่
แม้ไม่มีเขา ก็ไม่ได้ทำให้ลมหายใจของเราหมดไป
ถ้าเป็นเช่นนั้น เราจะนำชีวิต อนาคต
และความสุขทั้งมวลของเราไปฝากไว้กับ ผู้ชายคนหนึ่ง
ซึ่งเป็นเพียงคนรักในอดีตทำไม
ปัจจุบัน เขาไม่ใช่คนรักของเรา ไม่ใช่สามีของเราแล้ว ไม่ใช่ผู้ที่เราควรไปอาลัยหา


ก่อนหน้าที่มาจะเป็นสามี เรา เขาก็เป็นคนแปลกหน้าคนหนึ่ง
ซึ่งครั้งนั้นเราก็มี ชีวิตของเราอยู่มาได้ด้วยลมหายใจตัวเอง และมีชีวิตที่เป็นปกติสุข


แล้วทำไมเราจะอยู่ต่อไปไม่ ได้?


การเป็นสามีภรรยา ไม่ได้หมายความว่า ไม่มีวันพรากจาก
เพราะอย่างไรในวัน หนึ่งข้างหน้า
เขาและเราเมื่อหมดลมหายใจ ต่างก็ต้องแยกย้ายกันไปตามทางของตน
เราไม่อาจยื้อยุดฉุดมือ เขาไว้ได้ แม้แต่หญิงคนใหม่ของเขาก็ทำไม่ได้เช่นกัน
หญิงคน นั้นก็มีโอกาสอยู่กับเขาแค่ชั่วเวลาหนึ่งเท่านั้น ซึ่งก็ไม่รู้เลยว่าจะยาวนานเพียงใด
เพราะมัจจุราชไม่ได้ บอกกล่าวแก่ใครล่วงหน้า ทุกอย่างเป็นตามกรรมของแต่ละคน


เรื่องของเขา ชีวิตของเขา กรรมของเขา เราไม่ควรไปให้ความสนใจแบกรับ


เราพึงทำกิจของเราให้พร้อม ไปสู่สถานที่ที่มีโอกาสสร้างกุศล
หมั่นเพียรสร้างหยอด กระปุกบุญ แม้เพียงครั้งละเล็กน้อย
เต็มเสบียงกุศลของเรา ให้เต็ม และหมั่นระลึกกรรมดีที่ได้เคยกระทำมาให้บ่อยขึ้น


ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมี ทางออกเสมอ
ปัญหาทุกอย่างย่อมมีวันสิ้นสุด ขอเพียงเรามีกำลังใจไม่ท้อถอยในการสร้างกรรมดี

10 วิธีคลายเครียด..เพื่อตัวเราเอง




วิธี หรือเครื่องมือที่จะช่วยในการผ่อนคลายความเครียดที่ทำได้ง่ายๆ ก็เท่ากับว่าเรามีหมออยู่ใกล้ๆ ตัว โดยเคล็ดลับการผ่อนคลายทางจิตอย่างง่ายๆ 10 ประการ ที่ใครก็ทำได้ ได้แก่

1.การใช้ชีวิตให้ช้าลง ความเร่งรีบของ ชีวิตเป็นสาเหตุใหญ่ของความเครียดในปัจจุบัน ถ้าวางแผนตารางชีวิตได้เหมาะสม ความเร่งรีบก็จะลดลง ความเครียดก็จะลดลงตามไปด้วย

2.ออกกำลังกายแบบแอโรบิกเป็นประจำ เช่น เดินเร็ว วิ่งเหยาะๆ ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ หากทำเป็นประจำจะช่วยเพิ่มปริมาณเลือดไปเลี้ยงสมองสมองจะหลั่งฮอร์โมนความ สุข ส่งผลให้จิตใจโปร่ง เบา สบาย และมีความสุข

3.การเข้านอนหัวค่ำตื่นแต่เช้า ช่วง แรกจะต้องใช้จิต ตนเองกล่อมให้หลับและปลุกให้ตื่น ตรงตามเวลาก่อน หลังจากนั้นฮอร์โมนภายในร่างกายจะช่วยให้การหลับตื่นเป็นไปเองตามอัตโนมัติ ส่งผลให้จิตใจและสมองสดชื่นแจ่มใสอยู่เสมอ

4.ฝึกหายใจลึกและช้า โดยหายใจเข้า ท้องจะพองออก หายใจออก ท้องจะยุบลง หากอัตราการหายใจไม่เกิน 10 ครั้งต่อนาที จะช่วยให้จิตผ่อนคลายลงได้มากทีเดียว

5.การฝึกชี่กง ไท้เก๊ก โยคะ โดยจิตจับจ้อง จดจ่อไปที่ท่าทางการเคลื่อนไหว สอดคล้องกับช่วงจังหวะการหายใจ จะทำให้จิตนิ่ง สงบและผ่อนคลาย

6.การ ฝึกยิ้มหัวเราะ มีอารมณ์ขันจะช่วยให้เรามีอารมณ์ดีในทันที แถมจะได้รอยยิ้มหัวเราะ และอารมณ์ขันจากคนรอบข้างกลับมาอีกด้วย ช่วยให้ผ่อนคลายความเครียดได้

7.การ ฝึกทำสมาธิ ซึ่งมีหลายอารมณ์ หลายวิธีการจะช่วยทำให้จิตสงบ คลื่นสมองจะช้าลงและมีระเบียบมากขึ้น จิตผ่อนคลายร่างกายเป็นสุข

8.การใช้ศิลปะบำบัด เช่น การร้องเพลงเล่นดนตรี การเต้นรำ การวาดรูป ทำงานศิลปะจิตจะจดจ่อกับกิจกรรมที่ผ่อนคลายลืมความทุกข์ความวิตกกังวลได้ดี ทีเดียว

9.การรับพลังธรรมชาติ การได้เปลี่ยนบรรยากาศจากที่จำเจไปสู่ธรรมชาติ เช่น ภูเขาต้นไม้ ทะเล สายลม แสงแดด จะช่วยให้จิตใจผ่อนคลายเป็นสุข และยังเป็นการรับพลังจากธรรมชาติเข้าสู่ตัวเราอีกด้วย

10.การสวดมนต์อธิษฐานจิต จิตน้อมไปในคุณ พระศรีรัตนตรัย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เราเคารพรวมทั้งคุณงามความดีที่เราได้กระทำมาในอดีต จะเป็นพลังจิตอย่างมหาศาลให้กับเรา ช่วยให้จิตเราสงบ เย็นและเป็นสุข

สำหรับ 10 เคล็ดลับที่จะช่วยในการผ่อนคลายความเครียดที่กล่าวมานั้นไม่ยากเลย ขอให้ตั้งใจทำและทำบ่อยๆ ให้ติดเป็นนิสัย จะทำให้จิตสบาย กายแข็งแรงพึ่งพาตัวเองได้โดยไม่ต้องพึ่งใคร แถมไม่ต้องลงทุน

ที่มา
FWDDER

มาวัดระดับความน่ารักของคุณ!



มาลองทำนายกันเล่น ๆ จ๊ะ

1. คุณถ่ายรูปขึ้นหรือเปล่า?
ใช่ (ไปข้อ 2)
ไม่ใช่ (ไปข้อ 3)

2. เคยมีคนพูดว่า "งานไหนขาดคุณ งานนั้นกร่อย บางหรือไม่"?

ใช่ (ไปข้อ 3)
ไม่ใช่ (ไปข้อ 6)

3. คุณยกมือบายแฟน ก่อนแยกกลับบ้านหรือเปล่า ?

ใช่ (ไปข้อ 4)
ไม่ใช่ (ไปข้อ 8)

4. เวลาเดินเคียงไปกับชายที่ถูกใจ รู้สึกอยากจะควงแขนหรือจับมือเขา ?

ใช่ (ไปข้อ 13)
ไม่ ใช่ (ไปข้อ 12)

5. ใส่ใจต่อท่าไขว่ห้างของตัวเอง ?

ใช่ (ไปข้อ 6)
ไม่ใช่ (ไปข้อ 9)

6. แม้ถูกชวนไปนั่งกินข้าวร้านซ่อมซ่อริมข้างทาง คุณก็ไม่รังเกียจ ?

ใช่ (ไปข้อ 7)
ไม่ใช่ (ไปข้อ 14)

7. ถ้ามีคนชมว่าคุณร้องเพลงเพราะ คุณจะกล้าร้องต่ออีกเพลงทันที ?

ใช่ (ไปข้อ 3)
ไม่ใช่ (ไปข้อ 8)

8. คุณมักจะมองหน้าของฝ่ายตรงข้ามเวลาทำความเคารพด้วย ?

ใช่ (ไปข้อ 4)
ไม่ใช่ (ไปข้อ 17)

9. สระผมเป็นประจำทุกเช้าไม่เคยขาด ?

ใช่ (ไปข้อ 14)
ไม่ใช่ (ไปข้อ 11)

10. จะต้องกดชักโครกห้องน้ำที่มีคนใช้ก่อนหน้าคุณทุกครั้ง ?

ใช่ (ไปข้อ15)
ไม่ใช่ (ไปข้อ 17)

11. เวลาหยิบนิตยสารขึ้นมาอ่าน จะไม่พลาดอ่านหน้าพยากรณ์โชคชะตาราศี ?

ใช่ (ไปข้อ10)
ไม่ใช่ (ไปข้อ 15)

12. ถ้าไม่ทำความสะอาดห้องให้เรียบร้อย จะรู้สึกไม่สบายใจ ?

ใช่ (ไปข้อ 21)
ไม่ใช่ (ไปข้อ 13)

13. สามารถทำอาหาร ทำความสะอาด ซักเสื้อผ้าได้อย่างสบาย ?

ใช่ (ไปข้อ 23)
ไม่ใช่ (ไปข้อ 22)

14. คิดว่าโชคดีที่ได้เกิดมาเป็นผู้หญิง ?

ใช่ (ไปข้อ 10)
ไม่ใช่ (ไปข้อ 11)

15. พรมน้ำหอมเวลาออกไปข้างนอกเสมอ ?

ใช่ (ไปข้อ 19)
ไม่ใช่ (ไปข้อ 16)

16. วางตุ๊กตาหรือหมอนน่ารักๆไว้เต็มห้อง ?

ใช่ (ไปข้อ 18)
ไม่ใช่ (ไปข้อ 19)

17. เคยถูกผู้ชายที่ไม่ชอบตามตื้อ ?

ใช่ (ไปข้อ 12)
ไม่ใช่ (ไปข้อ 16)

18. เป็นคนไม่ชอบยอมแพ้คน ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม ?

ใช่ (ดูเฉลย ข้อ 2)
ไม่ใช่ (ไปข้อ 20)

19. มั่นใจในรูปร่างของตนเองเวลาไม่ใส่เสื้อผ้า ?

ใช่ (ไปข้อ 18)
ไม่ใช่ (ไปข้อ 20)

20. มักชมเสื้อผ้าหรือกระเป๋าของเพื่อนผู้หญิงบ่อย ๆ ?

ใช่ (ดูเฉลย ข้อ 3)
ไม่ใช่ (ดูเฉลย ข้อ 4)

21. คุณคิดว่ารอบตัวคุณมีคนที่นิสัยไม่ดีปะปนอยู่ด้วย ?

ใช่ (ไปข้อ 18)
ไม่ใช่ (ไปข้อ 22)

22. ถ้าช่วงเช้าคุณเจอเรื่องไม่สบอารมณ์ จะอารมณ์ค้างไปจนถึงตอนเย็น ?

ใช่ (ดูเฉลย ข้อ 2)
ไม่ใช่ (ดูเฉลยข้อ 1)

23. ถ้ามีใครบอกถึงเคล็ดลับที่จะทำให้สวยงาม คุณจะไม่รั้งรอที่จะปฎิบัติตามทันที ?

ใช่ (ดูเฉลย ข้อ 1)
ไม่ใช่ (ดูเฉลย ข้อ 2)


คำเฉลย


1. ระดับความน่ารักของคุณ 100%

เสน่ห์แบบหญิงสาว คุณนั้นเปรียบเสมือนนางเอกผู้อุทิศตัวและเสียสละ สิ่งไหนที่คนทั่วไปคิดว่าเบื่อหน่าย แต่คุณจะทุ่มเททั้งพลังใจและพลังกายเพื่อลองทำมัน แต่ถ้าไม่ประสบความสำเรคุณจะสามารถยิ้มรับและไม่ละทิ้งความตั้งใจในการที่จะ ลองใหม่คราวหน้า เรียกว่ามีทั้งความร่าเริงสดใส และความเข้มแข็งในตัว ทำให้คนที่อยู่รอบข้างมีความสุข คุณยังมีอีกด้านที่เซ็กส์ซี่ซ่อนอยู่ในตัวด้วย บางครั้งบางคราวทำให้พวกผู้ชายตาค้างด้วยความคาดไม่ถึง

นอกจากนี้คุณยังมีความหึงหวงซ่อนอยู่ใน ส่วนลึกของจิตใจ และนอกจากความน่ารักในตัวแล้ว คุณยังมีความ สามารถในการทำงานอีกด้วย แต่เนื่องจากเป็นคนที่ใส่ใจความรู้สึกของคนอื่นมากจนเกินไป ทำให้คุณเหนื่อยมาก ต้องหัดอย่าทำอะไรที่มันฝืนใจตนเองด้วย

2. ระดับความน่ารักของคุณ 80%

เสน่ห์แบบเด็กสาว เรื่องที่คุณทำแม้จะมีผิดพลาดมาก แถมยังเป็นคนที่ใช้เครื่องไม้เครื่องมืออะไรไม่เก่งอีกด้วย แต่ความน่ารักของคุณอยู่ตรงที่การพยายามทำอะไรจริงจังและคุณเป็นคนที่อุทิศ ตนเพื่อคนที่รู้จักเรื่องใด ๆ ที่ผู้หญิงทั่วไปตัดใจยอมแพ้ แต่คุณยังพยายามทำต่อ คุณเป็นสาวสไตล์ ซื่อไร้เดียงสา บริสุทธิ์ และมีความอดทนคล้ายนางเอกละครญี่ปุ่นยุคก่อนนั่นแหละ ชายหนุ่มใดที่อยู่ใกล้คุณจะรู้สึกสงบและสบายใจ เพียงแต่คุณมีความเป็นเด็กในตัวมากเกินไป ทำให้ขาด เสน่ห์แบบหญิงสาวที่เป็นผู้ใหญ่

ชอบ ให้ผู้ชายเป็นที่พึ่งฝ่ายเดียว ทำให้บางครั้งฝ่ายชายรู้สึกว่าคุณขาดอะไร บางอย่างไป ข้อเสียอีกข้อหนึ่งของคุณคือ เป็นฝ่ายปรับตัวเข้าหาฝ่ายตรงข้ามอยู่ตลอดเวลา ถ้าไม่หัดมีความคิดของตัวเองซะบ้าง เสน่ห์ของคุณจะขาดไปอย่างน่าเสียดาย

3. ระดับความน่ารักของคุณ 60%

เสน่ห์ที่แสร้งขึ้น คุณเป็นแบบที่หนุ่มๆอยากจะได้เป็นน้องสาว อยู่ด้วยแล้วมีทั้งความสนุกและความน่าเอ็นดู เพียงแต่ว่าในบางครั้งคุณเข้าใจความหมายของคำว่า "น่ารัก" ผิดไปสักหน่อย ลองถามตัวเองดูว่าคุณเคยทำตัวออดอ้อน เอ๊าะแอ๊ะให้ดูน่ารักในสายตาฝ่ายตรงข้ามบ้างหรือไม่ วิธีการพูดจาของคุณถ้าลองเทียบ กับอายุจริงแล้วอาจพบว่าดูไม่สมอายุสักเท่าไหร่ บางคราวคุณเป็นฝ่าย ตามตื้อผู้ชายมากเกินไป จนทำให้คุณดูน่าหดหู่ในสายตาของคนอื่น

แต่กระนั้นก็ตามคุณยังเข้าใจ ผิดว่าสิ่งนั้นคือ เสน่ห์ของคุณเองอีกที่คุณต้องแก้ไขอย่างรีบด่วนคือ เลิกทำตัวน่ารักโดยฝืนธรรมชาติ คุณจะมีเสน่ห์ยิ่งกว่านี้ ถ้าเป็นตัวของตัวเอง

4. ระดับความน่ารักของคุณ 40%

เสน่ห์จากความรู้ คุณเป็นสาวมั่นที่ทรงความรู้และเก่งกาจในเรื่องการงาน ซึ่งเป็นเสน่ห์ประการหนึ่งของคุณซึ่งผู้หญิงหลายคนอยากเอาแบบอย่าง เพียงแต่ในสายตาของผู้ชายนั้น แม้เขาจะเห็นว่าคุณมีเสน่ห์แต่ไม่ กล้าเข้าใกล้ เนื่องจากคุณมีความเป็นผู้ใหญ่มากจนเกินไป ทำให้ผู้ชายไม่กล้าจีบ

นอกจากนั้นยังเข้าใจผิด คิดว่าคุณนั้นเคร่งขรึม ไม่สดใส ซึ่งเป็นข้อเสียอย่างหนึ่ง ทำให้คุณไร้ชายเข้ามาใกล้ชิดหรือค่อยๆห่างคุณไปโดยไม่รู้ตัว คุณขาดความน่ารักแบบหญิงสาว ถ้าอยากจะปรับปรุงตัวไม่ให้ไร้คู่แล้วล่ะก็ ต้องปลดภาระบนบ่าลงเสียบ้าง ยอมรับความเป็นตัวเองที่เป็น คุณจะสามารถเพิ่มพูนเสน่ห์ของตนเองได้

FW

วันอังคารที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ความรักเหมือนตู้โทรศัพท์สาธารณะ




มีคนเค้าบอกว่าความรักเหมือนตู้โทรศัพท์สาธารณะ

ตู้ที่เดินตรงเข้าไปมักโทรได้เฉพาะหมายเลขฉุกเฉิน
ตู้ ที่ใช้ได้มักต้องต่อคิวยาวเหยียด
แต่พอถึงคิวเราเหรียญกลับหยอดไม่ลงซะ งั้น
กว่าจะเจอตู้ที่โทรได้จริงๆ ก็ต้องเดินหาจนเมื่อย
และเมื่อเจอ แล้วก็ต้องเตรียมเหรียญไว้หยอดสม่ำเสมอ
ไม่อย่างนั้นคุยๆ ไปสัญญาณอาจถูกตัดขาดไป ต่อใหม่เท่าไรก็ไม่ติด

เหรียญ ในที่นี้เปรียบได้กับ ความเอาใจใส่ การมีเวลาให้
เพราะถ้าเธอไม่มีทั้ง 2 สิ่งคอยหล่อเลี้ยงความรัก
สัญญาณของความสัมพันธ์ก็จะถูกตัดขาดในที่สุด
และ ไม่สามารถเรียกสัญญาณเดิมกลับมาได้อีก



ส่วนความเป็นเพื่อนนั้นเหมือนโทรศัพท์บ้าน
คุยนานเท่าไหร่ก็ 3 บาท
คบกันแบบไม่ต้องลงทุนจนหมด เนื้อหมดตัว ไม่ต้องต่อคิวใคร
ไม่ต้องเดินหาจนเมื่อย
แต่ตอนสิ้นเดือน ต้องจ่ายค่าบริการให้ตรงเวลาก็เท่านั้น
ค่าบริการในที่นี้เปรียบได้กับ ความจริงใจ
ที่คนเป็นเพื่อนต้องมีให้กัน



อย่างไรก็ตาม เราควรบริหาร
ค่าใช้จ่ายของความสัมพันธ์ ให้ดี
อย่าเอาเงินที่มีอยู่ไปแลกเหรียญ
แล้วหยอดตู้โทรศัพท์สาธารณะจน หมด

กระทั่ง .... ไม่เหลือจ่ายค่าโทรศัพท์บ้าน
กระทั่ง .... ไม่เหลือจ่ายค่าอาหารของตัวเอง


มีความรักแล้วอย่าลืมเพื่อน
และ เมื่อมีเวลาให้กับความรัก/มีเวลาให้กับความเป็นเพื่อนแล้ว
อย่าลืมที่จะ มีเวลาให้กับครอบครัวและตัวเองด้วย.........

เคล็ดลับน่ารู้ วิธีทำให้สดชื่นหลังตื่นนอน




หลังจากที่ตื่นนอน บางครั้งอาจจะเกิดอาการอ่อนเพลีย วันนี้เกร็ดความรู้มีวิธีทำให้สดชื่นหลังตื่นนอนมากฝากกัน…


- เริ่มต้นด้วยการเดินไปหยิบน้ำมาดื่มสักแก้วใหญ่ ให้ชื่นใจ การดื่มน้ำนั้นเป็นการเติมน้ำให้กับร่างกาย หลังจากร่างกายของเราพักผ่อนมาทั้งคืน ซึ่งเป็นอีกวิธีที่ช่วยให้สมองปลอดโปร่งมากขึ้น


- ใช้เวลาสัก 5-10 นาที ออกกำลังกายยืดเส้นกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ภายในร่างกาย วิธีการนี้จะเหมือนกับการบิดขี้เกียจตอนเช้า เน้นการยืดในส่วนที่ต้องใช้บ่อย ๆ ในการทำงาน เช่น ถ้าต้องใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการทำงานทั้งวันนั้น เป็นไปได้ว่าต้องเน้นการออกกำลังที่ส่วน กล้ามเนื้อบริเวณคอ หัวไหล่ แขน และฝ่ามือ


- การรับประทานธัญพืช และอาหารที่มีโปรตีนบ้างในมื้อเช้า ลดอาหารจำพวกแป้ง การรับประทานอาหารในช่วงเช้านั้นมีประโยชน์ต่อร่างกาย เป็นการเตรียมพร้อมให้ร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดวัน


- การเปลี่ยนเครื่องดื่ม เลิกดื่มกาแฟแล้วหันมาดื่มชาขิง เพื่อช่วยการไหลเวียนของเลือด ทำให้ร่างกายอบอุ่น อีกทั้งช่วยให้ระบบการย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น

ลองนำวิธีที่แนะนำไป ปฏิบัติตามกันได้.



ที่มา : จาก pt2553.thai-forum

วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ความรักของ ชอล์ก กับ กระดานดำ



...แต่เดิม ชอล์ก กับ กระดานดำ ก็รักกันดี เอาใจใส่ซึ่งกันและกัน ต่างคนต่างชอบและเชื่อมั่นในสิ่งที่อีกคนเป็น

แต่ อยู่มาวันหนึ่งชอล์กก็บังเอิญได้ไปเจอกับไวท์บอร์ด จึงติดใจหลงรักในความขาวสะอาด

ในที่สุด...ชอล์กก็ตัดสินใจบอกเลิก กับกระดานดำ กระดานดำเสียใจมาก


เธอทำผิดอะไร ทำไมชอล์กจึงเปลี่ยนแปลง

เพราะเธอดำอย่างงั้นใช่ไหม? เมื่อคิดได้อย่างนี้ กระดานดำจึงไปหาครีมไวท์เทนนิ่งต่างๆ มาใช้

ทาง ฝ่ายชอล์ก หลังจากบอกเลิกกระดานดำแล้ว ก็ไปคบหากับไวท์บอร์ด แต่ไม่นานเท่าไหร่

ชอล์กก็ได้เรียนรู้ว่าตัวเองกับไวท์บอร์ดนั้น เข้ากันไม่ได้เลย ชอล์กเขียนไวท์บอร์ดไม่ติด

ไวท์บอร์ดไม่รักชอล์ก แม้แต่นิด


ชอล์กผิดหวังกับไวท์บอร์ดมาก จึงพาหัวใจช้ำๆ กลับไปหากระดานดำ

แต่ ...กระดานดำเปลี่ยนไปแล้ว เธอไม่ดำเหมือนก่อนแล้ว

และหัวใจของเธอก็เปลี่ยนไปแล้วด้วยเช่นกัน


อ ย่ า ทำ ร้ า ย ค น ที่ ใ ช่…….ด้ ว ย ค ว า ม โ ล เ ล

ช่างเป็น เรื่องเศร้า!!! แต่ก็เป็นเรื่องที่ทำให้เราคิดได้ว่า ถ้ารักใคร ก็ต้องรักที่หัวใจของเขา

ไม่ใช่ที่หน้าตา ไม่ใช่เสื้อผ้าที่เขาใส่ ไม่ใช่เพราะนามสกุลเขาดัง และไม่ใช่เพราะบ้านเขารวย

การรักคนที่ เปลือก และการตั้งสเป็กว่าถ้ามีแฟน แฟนฉันต้องเพอร์เฟ็คต์สุด

แต่ ต้องเป็นได้ในทุกสิ่งที่ฉันหวังนั้น



เป็นการรักที่เหมือน ดอกไม้ ทันทีที่บาน ไม่นานก็จะแห้งเหี่ยวลง

เพราะไม่มีใครที่เพอร์ เฟ็คต์ทุกด้านและยอมเปลี่ยนตัวเองได้เพื่อคนอื่นขนาด นั้น

ชีวิตของ เขาหรือของเราก็เหมือนเส้นวงกลมที่วาดด้วยมือ

จึงไม่มีเส้นเส้นไหน หรอกที่จะสมบูรณ์แบบ เหมือนใช้วงเวียนวาด


หากจะรัก จึงควรยอมรับในสิ่งที่เขาเป็น และบอกให้เขาเปลี่ยนเฉพาะ "บางสิ่ง" ที่ไม่ดี

รวมถึงตัวเราเองก็ ต้องยอมเปลี่ยนในบางสิ่งที่ไม่ดีด้วยเช่นกัน

ซึ่งถ้าต่างคนต่าง เปลี่ยนแบบนี้ ก็จะเรียกว่า "การปรับตัวเข้าหากัน"

เพื่อจะรักกัน ได้อย่างไม่ไร้ความเข้าใจ




และ...อย่าให้ความรักของเธอโลเล เปลี่ยนใจง่ายเหมือนความรักของ "ชอล์ก"

รั ก แ ล้ ว ต้ อ ง มั่ น ค ง......เ มื่ อ เ ธ อ ก็ มี ค น ที่ ใ ช่ อ ยู่ ใ ก ล้ ตั ว

แล้วจะ เหนื่อยกับการวิ่งไล่ตามคนที่ไกลตัวไปทำไม?



บทความดีดี จาก tamdee.net

ดื่มน้ำกระเจี๊ยบช่วยลดไขมัน




สาวๆ หลายคนที่อยากผอมสวยสุขภาพดีด้วยวิธีธรรมชาติ "น้ำกระเจี๊ยบ" นางเอกของสมุนไพรที่ช่วยลดไขมันส่วนเกินได้อย่างเหลือเชื่อ

จาก การศึกษาทางวิทยาศาสตร์
พบว่า ในกระเจี๊ยบแดงมีสารต้านอนุมูลอิสระอย่าง "สารแอนโธไซยานินส์" ในปริมาณมากซึ่งเป็นสารชนิดเดียวกันกับที่พบในบลูเบอร์รี่ เชอร์รี่ และแครนเบอร์รี่ มีคุณสมบัติในการป้องกันมะเร็ง และชะลอแก่ นอกจากนี้ยังพบว่า กระเจี๊ยบแดงมีคุณสมบัติในการลดคอเลสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์ และไขมันชนิดเลว (LDL) ในร่างกายของเราได้อย่างดีด้วย

การเลือกดื่มน้ำกระเจี๊ยบ

อย่างแรก ควรเลือกน้ำกระเจี๊ยบที่ยังใหม่อยู่ โดยดูได้จากสีที่ต้องแดง ไม่คล้ำเพราะหมายถึงคุณประโยชน์ที่ยังคงอยู่ แต่สำหรับสาวๆ อย่างเราที่ต้องการผอมเพรียวนั้นก็ควรเลี่ยงน้ำตาลด้วยนะคะ เพราะฉะนั้นต้องเลือกน้ำกระเจี๊ยบที่มีน้ำตาลน้อยและดื่มให้ได้อย่างน้อยวัน ละ 1-2 แก้ว จึงจะได้ผลดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งดื่มก่อนอาหาร เพราะจะทำให้เรารับประทานอาหารได้น้อยลง




ข้อสำคัญ หุ่นสวยอย่างเดียวไม่พอ ต้องสุขภาพดีด้วยนะคะ เพราะฉะนั้นอย่าลืมรับประทานผักผลไม้ให้เยอะๆ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

● นับหนึ่งใหม่ ... ถ้าใจติดลบ ●



ล้มทั้งยืน..ดี กว่าล้มไม่เป็น



อย่าคิดว่าสูญเสีย
แล้วชีวิตจะต้องเป็นศูนย์
เรานับหนึ่ง ใหม่ได้เสมอ
หากเราคิดจะนับซะอย่าง


ถ้า สิ่งที่เราคาดหวัง...ไม่เป็นดั่งหวัง
ถ้าสิ่งที่เราพยายามทุ่มเททำสุดแรง กายแรงใจ
ไม่ประสบผลสำเร็จ
ถ้าสิ่งที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะเกิด ขึ้น
มันก็เกิดขึ้นและได้สร้างความบอบช้ำ
จนทำให้เราต้องจมอยู่กับ ความทุกข์

เรากำลังก้าวสู่ "ชีวิต ที่เป็นจริง" แล้วหล่ะ เพราะความเป็นจริงของชีวิต จะสอนให้เรารู้จักยอมรับความพ่ายแพ้สอนให้เรารู้จักสูญเสียน้ตา เพื่อที่จะได้รอยยิ้มคืน กลับมาเป็นรางวัลตอบแทน แต่มันก็ไม่เคยทำให้ใครหมดสิ้นความหวัง หมดสิ้นพลังและกำลังใจไปกับความพ่ายแพ้ เพียงแค่ความเป็นจริงสอนให้พวกเราทุกคนรู้ว่า

........... อย่าเพียรสร้างความหวัง
แต่ให้เชื่อมั่นใความหวัง............


เพราะความ เชื่อมั่นจะนำพาเราไปพบกับ
"หนทางสู่ความสำเร็จ"
แม้ ว่าจะต้องฝ่าฟันอะไรอีกมากมายกว่าจะถึงวันนั้น
แม้ว่าจะต้องล้มลงอีกสัก กี่ครั้ง
แม้ว่าจะต้องผิดหวังอย่างแรงอีกสักกี่หนก็ตาม




ปล่อย ให้ชีวิตผิดพลาดเสียบ้าง ปล่อยให้ความคาดหวังได้เจอกับความผิดหวัง ปล่อยให้ความฝันกลายเป็นฝันค้างลอยกลางอากาศ ปล่อยให้อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด แม้ว่าเกิดขึ้นแล้วจะเลวร้ายกับชีวิตก็ตามที เพราะทุกๆ อย่างที่เกิดขึ้น จะช่วยสอนและช่วยเป็นบทเรียนอันล้ำค่าให้แก่ชีวิต ที่หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้วบนโลกใบนี้

คุณ บอย โกสิยพงศ์ เคยให้สัมภาษณ์กับนิตยสารเล่มหนึ่ง เขาพูดให้แง่คิดที่ดีเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลง ซึ่งมันอาจจะสร้างบาดแผลให้กับใครหลายๆ คนมาบ่อยครั้ง คุณบอยพูดไว้ว่า...

ไม่มีอะไรที่อยู่กับเราตลอดชีวิต
ทุกอย่างมันก็รอเวลา จากเราไปทั้งนั้น


เชื่อว่าถ้า ชีวิตคนเราไม่ยึดติด ไม่ต้องแขวนชีวิตไว้กับความคาดหวัง เวลาที่เราสูญเสีย หรือเวลาที่เราต้องเจอกับความล้มเหลว เราคงมีภูมิต้านทานมากพอที่จะเอาไว้ต่อสู้กับความท้อแท้ อย่าคิดว่าสูญเสียแล้วชีวิตจะต้องเป็นศูนย์ เพราะว่าเรานับหนึ่งใหม่ได้เสมอหากเราคิดที่จะนับซะอย่าง ไม่มีอะไรบนโลกที่น่ากลัว และไม่จำเป็นต้องกลัวกับความเป็นจรองของชีวิต

"มีพบก็ต้องมีจาก มีได้ก็ต้องมีเสีย
และมีสุขก็ต้องมี ทุกข์เป็นสัจธรรม"


เมือ่ไรที่เราได้รู้จักสัมผัส และได้เรียนรู้กับชีวิตทั้งสองด้าน เมื่อนั้นเราจะไม่รู้สึกเสียดายหากเราได้มีโอกาสล้มทั้งยืน แต่เราจะเสียใจไปตลอดชีวิตหากเราไม่สามารถก้าวข้ามความล้มเหลวที่ผ่านเข้ามา ได้



มีคนเคยบอกเอาไว้ว่า...


การตั้งความ หวัง
คือการเสี่ยงกับความเจ็บปวด
การพยายาม คือการเสี่ยงกับความล้มเหลว


แต่ยังไงก็ ต้องเสี่ยง


เพราะในสิ่ง ที่อันตรายที่สุดในชีวิตก็คือ


การไม่เสี่ยง อะไรเลย



ล้มลงสักกี่ครั้ง ผิดหวังมาสักกี่หน ลุกขึ้นยืนให้ไกด้ แล้วสักวันเราจะเจอความสุข เพราะความสุขไม่ได้หนีจากเราไปไหนหรอก มันอยู่ใกล้เราแค่เพียงเอื้อมมือจริงๆ ถ้าหากเราไม่ได้ไปตัดสินว่า โลกมันควรเป็นอย่างที่เราอยากให้เป็น และไม่ได้ตั้งกฎเกณฑ์ให้กับตัวเองมากจนเกินไป เวลาคิดหรือทำอะไรสักอย่างแล้วมีข้อบังคับ มีกรอบ และสร้างมโนภาพความสำเร็จไว้ล่วงหน้า เมื่ออะไรๆ ไม่เป็นไปตามกฎของเรา เราก็ทุกข์ เราก็เสียใจ และเราก็ใจเสียเอาได้ง่ายๆ


มีคนเคยบอกไว้ว่า


สิ่งที่เกิด ขึ้นกับคุณ


ไม่ใช่สิ่งที่ จะกำหนดความสุขของคุณ


แต่มันเป็น ความคิดของคุณเองต่างหาก


ความคดที่มี ต่อสิ่งที่ได้เกิดขึ้นกับคุณนั่นเอง



จะสุขหรือจะทุกข์ก็ขึ้นอยู่ที่เราทั้งนั้นเป็นคนกำหนด ล้มทั้งยืนเสียบ้างก็คงไม่เสียหายไร แต่ล้มไม่เป็นเลยนี่สิ...



ลองคิดดูเล่นๆ ซิว่า จะเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตต่อไป............ห ลั ง จ า ก นี้



ข้อมูลจาก หนังสือ นับหนึ่งใหม่ถ้าใจติดลบ

บอกลาขอบตาคล้ำ .. ด้วยการนวด

-->

เคย มั้ยไม่ว่าจะพยายามเข้านอนเร็วแค่ไหน เพื่อพยายามชดเชยความอ่อนเพลียของร่างกาย แต่ไม่ว่าจะชดเชยไปเท่าไหร่ รอยคล้ำตายตา คลับคล้ายคลับคลาอาหมวยที่สวนสัตว์เชียงใหม่ก็ไม่หากซะที จะแต่งหน้าแต่ละที ก็ไม่มั่นใจ ต้องคอยเอาแป้งมาเปาะกลบรอยคล้ำ

หาก คุณเป็นสาวๆคนหนึ่งที่หนีไม่พ้นวังวน
ขอบตาคล้ำหล่ะก็ วันนี้ มีเทคนิคการนวดเพื่อลดเลือนรอย คล้ำใต้ตาแบบง่ายๆ เพียง 5 ขั้นตอน จากเอต์ตูเซ่ส์มาฝาก

เริ่มจาก ขั้นตอนแรก คือ ใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับถนอมดวงตาของคุณ หยดลงบนปลายนิ้วของคุณ แล้วแตะบนเปลือกตาบน และล่าง

ขั้นที่ 2 ให้กดจุดดังภาพด้วยน้ำหนักบางเบาจากนั้นลูบไล้เบาๆ รอบดวงตา 6 ครั้ง ระวังหลีกเลี่ยงให้พ้นขอบเปลือกตาดังภาพ



ขั้นที่ 3 คือ ใช้นิ้วนางนวดทางด้านบนโดยเริ่มจากมุมด้ายในตรงหัวตาออกไปสู่บริเวณขมับใน ลักษณะยกขึ้นอย่างเบาๆ ทำซ้ำในท่าเดิม 6 ครั้ง

ขั้นที่4 ใช้นิ้วชี้ นิ้วกลางและนิ้วนางตบเบาๆบริเวณใต้ตา


ขั้นสุดท้าย คือ ใช้นิ้วกลางกดจุดทั้งเจ็ดดังภาพ


เพียงเท่านี้ดวงตาคู่ สวยจะไปไหนไกลมอบ ความรักของคุณให้แก่ดวงตาตั้งแต่วันนี้ รอยคล้ำใต้ตาแลดูจางหายในทันที สวยโดดเด่นจนใครๆก็ร้องทัก

ข้อมูลจาก ไทยรัฐออนไลน์

วิธีรับมือกับความโสด !!!

ว่า กันไปถึงเรื่องข้อดีของสาวโสดแล้ว บางครั้งก็รู้สึกว่าชีวิตการเป็นโสดนี่ย่ำแย่เหมือนกันน่ะ มาลองใช้เวลา อยู่กับความโสดของตัวเองให้เป็นสุข ดูบ้างกันดีไม๊คะ...จะรู้ว่าไม่เลวเลย

ทำใจให้ได้กับการอยู่ตัวคนเดียว สำหรับสาวโสดมือใหม่ ช่วงแรกอาจจะทำใจยากซะหน่อย อาจจะไม่คุ้นกับเวลาว่าง ที่มีมากขึ้นอย่างไม่เคยมี ไม่เคยดูหนังคนเดียวก็ฝึกไว้ซะ ทานข้าวคนเดียวก็อิ่มได้เหมือนกันล่ะน่ะ

หัดแก้ปัญหาด้วยตัวเอง ทุกครั้งอาจจะมีคนช่วยคิด แต่เมื่อต้องคิดเอง ทำเอง ก็รู้เถอะว่า ไม่มีอะไรที่ยากเกินกว่า ที่คนเราจะทำได้หรอก ค่อย ๆ คิดทีละขั้น อะไรที่เราทำได้ แล้วอะไรที่เราต้องขอความช่วยเหลือจากคนอื่น

ดึงความสามารถของตัวเองออกมาใช้ ความคิดพื้นฐานคือ "ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน" ทำทุกอย่างด้วยตัวเองให้เต็มที่ก่อน อย่าทำตัวเป็นเด็ก เพราะเพื่อน ๆ คงไม่ค่อยจะว่างให้เราได้อ้อนซะเท่าไร อะไรที่ทำด้วยตัวเองได้ให้ทำ อะไรที่จ้างคนอื่นหรือใช้บริการต่าง ๆ ได้ จัดการซะ

มีความสุขกับทุกวันและทุกอย่างรอบตัว ไม่มีประโยชน์ที่จะมานั่งเศร้ากับชีวิตตัวคนเดียว แต่ใช้ชีวิตทุกวันอย่างมีความสุข ตื่นขึ้นมากับความสดชื่น ลืมตาก็คิดว่าวันนี้ เราจะทำอะไรที่เราชอบ วันนี้ฉันจะทำให้ใครยิ้มได้บ้างนะ ความสุขทุกอย่างเกิดขึ้น ได้จากใจของเรา มองทุกอย่างด้วยรอยยิ้ม... แล้วโลกจะยิ้มกลับมาให้เรา

อย่าสูญเสียความมั่นใจในตัวเอง อย่าเสียความเคารพตัวเอง การเป็นโสดไม่ได้หมายความว่าเราเป็นคนผิดปกติ ถึงคนเราจะไม่มีใครที่ดีเลิศไปทุกอย่าง แต่เราก็เป็นคนหนึ่งที่มีความน่ารักอยู่บ้าง เรายังมีเพื่อน มีพี่น้องที่รักเรา และรอความรักจากเราอยู่เสมอ มองตัวเองด้วยความรักอยู่เสมอ จะอ้วน จะดำ จะขี้เหร่แค่ไหน ก็บอกตัวเองว่าคนนี้ล่ะ ที่ยังทำประโยชน์ให้กับคนอื่นได้

ใช้เวลากับคนรอบข้าง เพื่อน ๆ และคนอื่น ๆ ให้เต็มที่ เราไม่รู้หรอกว่าเราจะเป็นโสดอีกนานเท่าไร ถ้าจู่ ๆ พรุ่งนี้ได้เจอใครสักคนที่ใช่ จะเสียดายว่าเรายังไม่ได้เม้าท์ข้ามวัน กับเพื่อนเลย ตอนนี้ล่ะชวนเพื่อนจัดเป้เที่ยวตะลุย ตั้งแต่เหนือจรดใต้ หรือจะไปทัวร์ต่างแดนก็ไม่มีใครว่า

ได้เวลาลองทำสิ่งที่ไม่เคยทำ...หรือ ไม่เคยกล้าทำ ช่วงเป็นโสดนี่ล่ะ เป็นช่วงที่อะครีนาลีน พลุ่งพล่านดีเหลือเกิน หากิจกรรมที่มันๆ ได้ ทำให้รู้กันไปซะเลย เมื่อก่อนต้องรอการตัดสินใจจากอีกคนหนึ่ง ซึ่งบางทีก็ขี้เกียจ บางทีก็ไม่กล้า คราวนี้ล่ะชีวิตฉัน..เป็นของฉันเองแล้ว จะกระโดดโลดเต้นแค่ไหน ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะมีใครมาขัด

อย่ามองโลกในแง่ร้าย..เปิด โอกาสให้กับตัวเองอยู่เสมอ ถ้าต้องการมีคู่ ไม่อยากอยู่เป็นโสดทั้งชีวิต ก็อย่าเถียง ความจริงไม่ต้องป่าวประกาศกับใคร ๆ ว่าฉันอยู่คนเดียวได้ ทั้งที่ใจไม่ต้องการ ให้โอกาสกับตัวเองได้เรียนรู้สิ่งใหม่ และคนใหม่ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิตอยู่เสมอ ความเชื่อในความรักจะทำให้คนโสดคนนั้นมีความน่ารักอยู่เสมอ...

25 วิธีมีความสุขกับสิ่งรอบตัว

ชีวิตเป็นอนิจจัง ไม่เที่ยง มีขึ้นมีลง หากอยากมีความสุข คุณต้องรู้จักซึมซับความรู้สึกอื่น ๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นความโศกเศร้าหรือความโกรธที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน รวมทั้งยอมรับในสิ่งที่คุณมี และสถานภาพที่คุณเป็น เพื่อจะได้มีความสุขกับชีวิตมากที่สุดที่จะทำได้ ถ้าคุณไม่รู้จักความทุกข์ แล้วคุณจะรู้จักความสุขได้อย่างไร คนเราไม่อาจมีความสุขได้ตลอดเวลา เราต้องไขว่คว้า แสวงหาและชื่นชมจึงจะได้มาซึ่งความสุข มีคนเคยกล่าวว่า “ความ สุขหาได้ ความทุกข์ไม่ต้องหา...มาเอง” ดังนั้นเรามาลองดูวิธีการสร้างสุขกันดีกว่า

25 วิธีมีความสุขกับสิ่งรอบตัว เก็บมาฝากค่ะ เพราะอยากให้ทุกคนมีความสุข

1. คิดใหม่ใช้ชีวิตราวกับว่าวันนี้เป็นวันสุดท้าย คนที่ป่วยหนักใกล้ตาย จะไม่ปล่อยเวลาให้สายเกินไปอีกแล้ว จะท่องเที่ยวไปในโลกกว้าง หรือติดต่อพบปะเพื่อนฝูง เราทุก คนก็ควรตระหนักว่าอาจไม่มี “พรุ่งนี้ ” ก็ได้

2. จดบันทึก เขียนเล่าเรื่องถึงสิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้นกับคุณทุกวัน การจดบันทึกช่วย แก้ปัญหาและขจัดเรื่องไม่ดีที่ รกสมองออกไปได้ด้วย

3. มองในแง่มุมอื่นบ้าง ลองคิดว่าคุณอยากให้คนอื่นจดจำคุณในด้านใดหรือหากวันหนึ่งต้องเล่า เรื่องชีวิตตนเองให้หลาน ๆ ฟังคุณจะเล่าอะไร แล้วคุณพลาดการนัดกับเพื่อน เพื่อไปดูหนัง ตอนนี้คุณรู้สึกอย่างไรบ้างเมื่อมองย้อนกลับไป

4. อย่าให้เรื่องเล็กน้อยกวนใจ ไม่คุ้มหรอกที่จะหัวเสียกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง หากคนขับรถข้าง ๆ ไม่ยอมให้คุณเบียดเข้าเลน ก็ยิ้มและโบกมือให้เขาไปเลย

5. ทำงานยากให้เสร็จ ลงมือได้แล้ว อย่าผัดวันประกันพรุ่ง โอ้เอ้ไปก็มีแต่ทำให้ หนักใจเหนื่อยกาย ไหน ๆ งานนี้ก็ต้องทำโดยไม่มีทางหลีกเลี่ยง ก็น่าจะทำให้เสร็จ ๆ ไปเลย

6. เลิกทำตัวจำเจ ชีวิตคงน่าเบื่อหากทำอะไรซ้ำซากทุกวันทุกสัปดาห์ เราน่าจะมีเรื่องแปลก ใหม่มาทำให้หัวใจกระชุ่มกระช่วยบ้าง เปลี่ยนแปลงตัวเองด้านการแต่งกาย ทรงผม ทานอาหารรสชาดใหม่ ๆ

7. อย่าเปรียบตัวเองกับคนอื่น ใครจะมีสระว่ายน้ำ บ้านหลังใหญ่ๆ รถหรูคันใหม่ไม่ต้องสนใจ หากดูให้ดี ๆ คุณอาจพบว่าพวกเขาเหล่านั้นต้องทำงานสัปดาห์ละเจ็ดวัน ไม่มีเวลาเจอคนในบ้านหรือเพื่อนฝูงหรืออาจต้องผ่อนหนี้สินไปอีกหลายสิบปี

8. กำจัดข้าวของรกบ้าน เสื้อผ้า ของเล่น หนังสือเก่า ที่ไม่ใช้แล้ว ยกไปบริจาคเถิดได้บุญกุศล

9. รู้จักเอ่ยคำว่า “ ไม่ ” ไม่ต้องลงมือทำเองทุกเรื่องเพราะชีวิตคุณก็วุ่นวายพออยู่แล้ว

10. รดน้ำต้นรัก รักคู่ครองของคุณอย่างที่เขาเป็นที่คุณคิดว่าเขาเปลี่ยนไปนั้นเป็นความจริง หรื อท ุกอย่างเมื่อใช้งานไปได้ระยะหนึ่งก็ต้องบำรุงรักษาเป็นของธรรมดา ความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยาก็เช่นกัน ต้องมีการดูแลใจใส่กันบ้าง

11. อย่าให้ความคุ้นเคยกลายเป็นไม่ไว้หน้า หากคุณให้เกียรติเพื่อน หรือผู้อื่น คู่ครอง และคนในครอบครัว คุณก็ควรได้รับการปฏิบัติแบบเดียวกัน

12. มอบความรักให้คู่ครอง ครอบครัว และเพื่อน ๆ อย่าเขินที่จะบอกคนเหล่านี้ว่า คุณ “ รัก ”พวกเขาตรงไหน เมื่อ เขาทำอะไรดี ๆ ก็กล่าวคำชื่นชมบ้าง คำชมเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่เคยทำร้ายใคร

13. อย่ารับปรับทุกข์ทุกเรื่อง หากปัญหาของเพื่อนเริ่มมีผลกระทบต่อตัวคุณก็ไม่ต้องฝืนทำตัวเป็นเสาหลักให้ เขา พิ งอยู่เรื่อยไป ให้เพื่อนหัดแก้ปัญหาและก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยตัวเอง

14. ติดต่อเพื่อนเก่า ยังไม่สายเกินไปที่จะโทรศัพท์ ส่งอีเมล์ หรือเขียนจดหมายถึงเขา ส่ง SMS

15. บำรุงอารมณ์ด้วยสีเขียว ตัดดอกไม้สดจากสวน หรือตื่นแต่เช้าไปตลาดซื้อดอกไม้ที่สดใสนำมาใส่แจกัน

16. ไปทะเลกันดีกว่า ทิวทัศน์กว้างไกล สายลม เกลียวคลื่น สองเท้าเปลือยเปล่าย่ำบนผืนทราย และแสงแดดลูบไล้แผ่นหลัง ไม่มีอะไรทำให้จิตใจเริงรื่นชื่นบานได้ดีกว่านี้อีกแล้ว

17. สร้างสรรค์ผลงาน จะเป็นภาพเขียน เย็บปักถักร้อย อบขนม จัดสวน หรืออะไรก็ได้

18. สูดอากาศบริสุทธิ์ ออกไปข้างนอกหรือเปิดหน้าต่างกว้าง ๆ สูดหายใจให้เต็มปอด คุณจะรู้สึกว่าอากาศเสียถูกขับออกจากตัว

19. ออกไปเดินเล่น การออกกำลังกายเบา ๆ จะช่วยเติมชีวิตชีวาให้คุณทั้งร่างกายและจิตใจ

20. ดูหนังตลกและหัวเราะให้สบายใจ

21. ย้ายเครื่องเรือนและของแต่งบ้าน หรืออาจทาสีห้องและผนังใหม่ด้วย

22. รอคอยสิ่งดี ๆ เช่น วันหยุดพักร้อน ออกท่องราตรีกับเพื่อนฝูง ไปดูหนัง ฟังเพลง หาร้านอาหารอร่อย ๆ ที่ไม่เคยไป รอโทรศัพท์จากคนรู้ใจ

23. ชวนเพื่อน/ คนรู้จัก หรือใครก็ได้ มากินมื้อค่ำ จัดห้องโต๊ะอาหารที่บ้านให้แปลกไปจากเดิม เสริฟ์เครื่องดื่มค็อกเทล เปิดเพลงเสริมบรรยากาศ สนุกกับการเตรียมอาหาร ทุกคนจะปลาบปลื้มหากเห็นว่าคุณทุ่มสุดฝีมือแล้วค่ำ คืนนั้นก็จะครึกครื้น

24. ยิ้มไว้ ยิ้มเป็นโรคติดต่อ ไม่เชื่อลองยิ้มดูสิ

25. ทำให้คนอื่นมีความสุขบ้าง ทำเพื่อตัวเองมามากแล้วก็น่าจะทำเพื่อคนอื่นบ้าง อาสาช่วยงานกุศล บริจาค พากันไปท่องเที่ยวหาความสุข หรือช่วยทำอะไรก็ได้ที่ทำให้คนอื่นมีความสุข

ข้อมูล จาก : http://www.global-report.net
ที่มา : http://variety.teenee.com/foodforbrain/9428.html

เคล็ดลับถนอมริมฝีปากให้สวยอวบอิ่ม



1. ดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 4-6 แก้ว เพื่อป้องกันการเกิด ร้อนใน ซึ่งถ้าหากเป็นร้อนในแล้วจะทำให้ปากแห้งหรือ แตกลอกเป็นขุยได้ง่าย

2. สำหรับหลาย ๆ คนที่เคยเข้าใจว่า เมื่อรู้สึกว่าริมฝีปากแห้งนั้น ก็ใช้ลิ้นเลียริมฝีปากบ่อย ๆนั้น ขอแนะนำให้คุณเปลี่ยนความคิดและเลิกทำไปได้เลย เพราะในน้ำลายจะมีเอนไซม์ที่ทำให้ริมฝีปากของคุณแห้งกว่าเดิม แถมยังทำให้ริมฝีปากมีสีคล้ำขึ้นอีก

3. ก่อนนอนควรทาลิปกลอส หรือ ลิปมันเป็นประจำ เพื่อเป็นการเพิ่มความชุ่มชื้น และป้องกันริมฝีปากแตก หรือเป็นขุยได้

4. เวลาที่ริมฝีปากของคุณเป็นแผล ไม่ควรที่จะแกะสะเก็ดแผลเด็ดขาด เพราะนอกจากจะทำให้อาการของแผลแย่ลงแล้ว ยังเสี่ยงต่อการติดเชื้อและทำให้ปากที่ลอกหายยากขึ้นอีกด้วย

5. เมื่อต้องออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง อย่าลืม !!.... ทาลิปสติกที่มีส่วนผสมป้องกันรังสียูวี

6. ระวัง!... ยางผลไม้บางชนิด เพราะเมื่อมันสัมผัสกับริมฝีปากของคุณแล้วจะทำให้ริมฝีปากมีสีคล้ำได้

7. หากมีปัญหาปากเป็นขุย หลังแปรงฟันเสร็จใหม่ ๆ ในขณะที่ริมฝีปากยังชุ่มชื้นด้วยน้ำอยู่ ให้ใช้แปรงสีฟันแปรงเบา ๆ ที่ริมฝีปากบนและล่าง เพื่อให้ขุยหรือสะเก็ดลอกออก จากนั้นจึงใช้ลิปมันทาบางๆ

+++ Hamster +++

+++ Playlist +++


MusicPlaylistRingtones
Create a playlist at MixPod.com

+++ coming soon +++