วันอังคารที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2553

10 ภาพลวงที่คุณไม่ควรเชื่อสายตาตัวเอง

“อย่าเชื่อในสิ่งที่ตาเห็น" เป็นคำอธิบายดีที่สุดสำหรับ 10 "ภาพลวงตา" ที่ไซแอนทิฟิกอเมริกันคัดมานำเสนอจากภาพดีที่สุด 169 ภาพ












ความสว่างและสีสันมีผลอย่าง มากต่อการรับรู้ สำหรับภาพนี้สร้างขึ้นโดย เอ็ดวาร์ด เอช.อเดลสัน (Edward H. Adelson) จากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเสตต์ส (Massachusetts Institute of Technology) ซึ่งสี่เหลี่ยม A และ B เป็นสีเทาเฉดเดียวกัน แต่หากใครไม่เชื่อสามารถปริ้นท์นี้ออกมา แล้วตัดสี่เหลี่ยมทั้งสองมาเทียบเฉดสีกันได้ เหตุที่เราเห็นเฉดสีสี่เหลี่ยมทั้งสองต่างกัน เพราะสมองของเราไม่ได้รับรู้ความสว่างและสีที่แท้จริงของสี่เหลียมแต่ละอัน หากแต่เราประเมินความสว่างและสีของสี่เหลี่ยม A และ B จากการเปรียบเทียบกับสี่เหลี่ยมอื่นที่อยู่รอบๆ











ภาพหอเอียงเป็นหนึ่งในภาพลวง ตาอย่างง่ายๆ และเป็นหนึ่งในภาพที่ทำให้เราเข้าใจเรื่องการรับรู้ความลึกได้มากที่สุด โดยเมื่อ 3 ปีที่แล้ว เฟรเดอริก คิงดอม (Frederick Kingdom) อาลี ยูนเนสซี (Ali Yoonessi) และ เอลีนา เจออร์กิว (Elena Gheorghiu) จากมหาวิทยาลัยแมคกิลล์ (McGill University) สังเกตว่าภาพหอเอนเมืองปิซาที่เหมือนกันทุกกระเบียดนั้น ดูคล้ายเอนในมุมที่แตกต่างกัน ที่เราเห็นเช่นนี้ เพราะหอเอนในสองภาพไม่เอนเข้าหากันและไม่เอนห่างออกจากกัน สมองจึงเกิดการรับรู้ที่ผิดพลาดว่า หอเอนทั้งสองไม่ขนานกันและกำลังแยกห่างจากกัน











เมื่อเราจ้องไปที่ภาพนี้ เส้นประสาทที่จอเรตินาจะปรับเข้ากับสิ่งกระตุ้นที่ไม่เปลี่ยนแปลงนี้และจะ หยุดตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้น หากเราเบือนสายตาไปที่อื่นเรายังจะได้เห็นภาพหัวกะโหลกไปสักพัก ก่อนที่เส้นประสาทของจอเรตินาจะเปลี่ยนไปตอบสนองต่อสภาวะกระตุ้นใหม่ ทั้งนี้ลองจ้องที่ตัว x ตรงดวงตาขวาของหัวกะโหลกนาน 30 วินาที แล้วมองไปที่กระดาษเปล่าหรือผนังว่างๆ เราจะเห็นภาพหัวกะโหลกปรากฏขึ้น











บางครั้งเรามองเห็นสีที่ไม่ ได้ปรากฏอยู่ อย่างภาพนี้บริเวณที่กากบาทเล็กๆ สีสันต่างๆ ปรากฏเหมือนมีสีสันกระจายรอบๆ ที่ว่างซึ่งกากบาทตัดกัน เป็นปรากฏการณ์ที่รู้จักว่า "การกระจายสีนีออน" เพราะคล้ายกับเปล่งแสงของนีออน ซึ่งมีการรายงานการค้นพบนี้โดย ดาริโอ วาริน (Dario Varin) จากมหาวิทยาลัยมิลาน (University of Milan) อิตาลี เมื่อปี 1971 และมีการค้นพบอีกครั้งหลังจากนั้นไม่กี่ปีโดย แฮร์รี วาน ทุยจ์ล (Harrie van Tuijl) จากมหาวิทยาลัยนิจเมเกน (University of Nijmegen) เนเธอร์แลนด์ แต่สาเหตุโดยธรรมชาตินั้นยังเป็นที่ทราบ











สมองของเราถูกปรับให้รับรู้ ระลึกและจดจำใบหน้าไปอย่างประหลาด จากการศึกษาภาพที่บ่งบอกเพศของ ริชาร์ด รัสเซลล์ (Richard Russell) นักจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยเกตตีเบิร์ก (Gettysburg College) นั้น ภาพใบหน้าด้านซ้ายถูกรับรู้ว่าเป็นภาพของผู้หญิง ขณะที่ภาพด้านขวาถูกรับรู้ว่าเป็นภาพของผู้าย ทั้งๆ ที่สองภาพนี้เหมือนกัน ยกเว้นการปรับความต่างของแสงระหว่างตาและปาก และส่วนอื่นของภาพหน้าด้านขวาที่เข้มกว่าภาพหน้าด้านซ้าย ภาพนี้แสดงให้เห็นว่าความต่างของแสงมีความสำคัญต่อการตีความเพศบนใบหน้า และอาจจะอธิบายได้ว่าเหตุใดเครื่องสำอางจึงทำให้ผู้หญิงดูเป็นหญิงมากขึ้น











ในฐานะที่เป็นสัตว์สังคม มนุษย์มีความสนใจจดจ่อต่อจุดที่คนอื่นกำลังมอง ปวัน สิงห์ (Pawan Sinha) นักวิจัยด้านการมองจากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเสตต์ส (Massachusetts Institute of Technology) แสดงให้เราเห็นด้วยภาพนี้ว่า สมองของเราประเมินทิศทางการจ้องมองจากการเปรียบส่วนที่มืดของดวงตา ซึ่งเป็นม่านตาและตาดำกับส่วนที่เป็นสีขาวของดวงตา ในภาพซ้ายซึ่งเป็นสีปกติเราเห็นชายในภาพมองไปด้านซ้ายของเขาเอง แต่อีกภาพที่ปรับสีตรงกันข้าม เราเห็นเขามองในทิศทางตรงกันข้าม แม้ว่าหน้าเขาจะหันไปทางซ้ายของเขาเองก็ตาม ถึงเราทราบว่าท่านม่านตาของภาพขวานั้นคือตาขาวจากการกลับสีของภาพ แต่เราก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงการรับรู้ของเราได้











วิธีที่เรามองสิ่งต่างๆ นั้นขึ้นอยู่กับกรอบความคิดของเรา ในภาพ "ข้อความรักจากโลมา" นี้ หากให้ผู้ใหญ่มอง เขาจะเห็นคู่รักเปลือยกอดกันอย่างรักใคร่ แต่หากให้เด็กๆ มองแล้วพวกเขาจะเห็นแต่โลมาเท่านั้น











ศิลปะ "ออพอาร์ต" (op art) เป็นภาพเคลื่อนไหวของโครงสร้างที่หยุดนิ่ง ซึ่งทำให้เกิดการรับรู้ของการเคลื่อนไหว ในภาพนี้เป็นภาพ "อินิกมา" (Enigma) อันโด่งดังของ อิเซีย เลอเวียงท์ (Isia Léviant) ศิลปินฝรั่งเศส ซึ่งถูกนำมาตีความอีกครั้งโดย จอร์จ โอเตอโร-มิลลัน (Jorge Otero-Millan) นักประสาทวิทยาและวิศวกรจากสถาบันประสาทวิทยาแบร์โรว์ (Barrow Neurological Institute) ในฟีนิกซ์ สหรัฐฯ ซึ่งวงแหวนสีเขียวเหมือนกำลังเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว ราวกับรถยนต์เล็กๆ นับล้านกำลังขับเลี้ยวหักศอก การเคลื่อนไหวของดวงตาอย่างรวดเร็วนี้ซึ่งเรียกว่า "ไมโครแซคเคดส" (microsaccades) นี้ตอบสนองกับภาพนี้











ภาพที่ไม้น่าจะเป็นไปได้อย่าง ภาพสามเหลี่ยม "เพนโรส" (Penrose) นี้ให้ภาพ 3 มิติที่ฝืนกฎของธรรมชาติ โดยแต่ละมุมของสามเหลี่ยมดูน่าจะเป็นจริง ดังนั้นสมองจึงยอมรับวัตถุนี้ทั้งหมด แม้จะไม่สามารถเป็นจริงได้

อยาง ไรก็ดี เบรน แมคเกย์ (Brian McKay) ศิลปินรายหนึ่งได้สร้างสามเหลี่ยมที่ไม่น่าจะมีอยู่จริงที่ว่านี้ขึ้นมา ณ เมืองเพิร์ธ ออสเตรเลีย ด้วยความร่วมมือกับอาหมัด อาบัส (Ahmad Abas) ซึ่งเป็นสถาปนิก แต่มีบางมุมเท่านั้นที่จะมองเห็นสถาปัตยกรรมนี้เป็นรูปสามเหลี่ยม











สมองของเรานั้นค่อยพัฒนาให้ ตรวจตราสิ่งต่างๆ ได้รวดเร็วซึ่งมีความสำคัญต่อการอยู่รอด ในภาพ "ฟูดสเคป" (foodscape) ที่สร้างขึ้นโดยคาร์ล วอร์เนอร์ (Carl Warner) นั้น มีเนื้อและขนมปังที่กระตุ้นวงจรในสมองของเราให้ระลึกถึงอาหาร ขณะเดียวกันก็นึกถึงภูมิทัศน์อื่นๆ เ่น ต้นไม้ถนน และสิ่งก่อสร้าง เป็นต้น

ยัง มีภาพลวงตาที่น่าทึ่งรวม 169 ภาพที่ไซแนทิฟิกอเมริกันรวบรวมไว้ในวารสาร "มายด์" (MIND) ในฉบับพิเศษ "169 สุดยอดภาพลวงตา" (169 Best Illusions)


คุณคิดว่า "คุณค่า" คืออะไร





คุณ = มีประโยชน์

ค่า = ระดับการเปรียบเทียบ การให้ความสำคัญ

ชัดเจน ว่า ทั้งสองคำ ขึ้นอยู่กับบุคคล ขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อม



ตัวอย่างประกอบ


- น้ำดื่มจำนวนน้อยนิด จะมีค่ามาก เมื่ออยู่ในที่กันดาร หาน้ำกินได้ลำบาก

- น้ำมัน หากว่าใกล้จะหมด หามาเพิ่มหรือทดแทนไม่ได้ ราคาย่อมสูงขึ้นๆ

... แต่ผู้ใช้ชีวิตอย่างพอเพียง ไม่พึ่งน้ำมัน ไม่พึ่งเทคโนโลยี แต่พึ่งตนเอง พึ่งธรรมชาติ ย่อมไม่มีผลกระทบกับการที่น้ำมันมีราคาแพง

- เพชร ทองคำ มีราคาสูงมากขึ้นๆ ... แต่ก็มีคนจำนวนมาก ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับ เพชร หรือ ทองคำเลยแม้แต่น้อย

มีตัวอย่างมากมาย รอบตัวเรา ทุกอย่างที่เราเกี่ยวข้อง
จะ เกี่ยวกับการให้ "คุณค่า" อยู่ตลอดเวลา

- การเดินแบบ แฟชั่นโชว์ มีคุณค่า เกี่ยวข้องกับใครบ้าง

- การแข่งขันฟุตบอลอาชีพ ฟุตบอลของสโมสรต่างๆ ของประเทศอังกฤษ หรือประเทศอื่นๆมีคุณค่าอะไร เกี่ยวข้องกับใครบ้าง

- การทำละครทีวี เรื่องซ้ำๆเดิมๆ วนๆกลับมา ครั้งแล้วครั้งเล่า มีคุณค่า เกี่ยวข้องกับใครบ้าง
ฯ ล ฯ

สิ่งเหล่านี้ ล้วนเกิดขึ้น คงอยู่ แปรเปลี่ยนไป
เสื่อมหรือหายตายจากไปได้
ตามแต่เหตุปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
เป็นไปตามหลัก อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

คุณค่าที่แท้จริง อยู่ที่ใจของเรา ... หาใจของเราเองให้พบ ก็จะพบความจริง

*** เราคิดอยู่ตรงไหน รู้สึกอยู่ตรงไหน
... จิตใจของเราก็อยู่ตรงนั้น โลกทั้งโลก
คุณค่าต่างๆ ก็รับรู้ ปรุงแต่ง เกิด ดับ เสื่อมสลาย อยู่ตรงนั้น ***

♣ ความรักพูดกันไม่มีวันจบสิ้น ♣



เพราะ รักในแบบของใคร ก็เป็นแบบของมันไม่มีแบบแผนตายตัว
อย่าฝืนใจรัก ถ้ามันไม่ใช่ ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะคบใครสักคนเพียงเพราะ อยากจะมีใครสักคน
อย่าชิงสุกก่อนห่าม เพราะผู้ชายที่ไม่รู้จักอดทนอดกลั้นเพื่อถนอมหญิงที่รัก แสดงว่าเขาไม่ได้รักคุณหรอก เค้ารักตัวเองมากกว่า
อย่าเปลี่ยนตัวเอง เพียงเพื่อให้เขามารัก เพราะจะทำได้ไม่นาน วันนึงคุณจะรู้สึกเหนื่อยเพราะความรัก ที่ไม่เป็นตัวของตัวเอง
อย่าหลง ในรสชาติของความรัก เสียจนลืมชีวิตประจำวันของตัวเอง หรือสูญเสียความเป็นส่วนตัว
คนที่พร้อมจะอยู่กับคุณโดยที่คุณไม่ต้อง เปลี่ยนแปลงอะไรในชีวิตเลย
คนที่พร้อมจะเดินหน้าเมื่อคุณเดินหน้า
คน ที่พร้อมจะถอยหลังไปกับคุณ
คนที่ไม่ยอมให้คุณเดินตามหลัง ขอเพียงเดินเคียงข้างหรือนำหน้า
คนที่ไม่บังคับให้คุณ ทำอะไรในแบบที่คุณไม่ชอบ
คนที่ไว้ใจ ให้อภัย ให้โอกาส ซื่อสัตย์ และให้เกียรติ คุณ
...นั่นแหล่ะ คือคนที่รักคุณจริง.....
จงถนอมคน เหล่านี้ไว้ อย่าปล่อยให้เขาไปจากคุณ..
เพราะคุณจะเสียใจหากเขาเปลี่ยน ไปหยิบยื่นความโชคดี
ที่ควรจะเป็นของคุณไปให้คนอื่น
คนที่รักคนที่ เปลือกนอกมีอยู่เยอะเหลือเกิน.
ชีวิตคนคนนึงจะมีคนที่รักคุณจริงผ่านมา สักกี่คน
ใครที่บอกว่ารักคุณ แล้วพยายามจะเปลี่ยนคุณ ดึงคุณให้เดินตามทางของเขา
เขาไม่ได้รักคุณจริงหรอก...เขารักตัวเอง
จง เชื่อในพรหมลิขิต
จงเชื่อในเหตุการณ์ที่นำพาความรักมาให้
จงเชื่อ ว่าในโลกนี้ไม่มีเส้นขนาน
อย่าบอกว่าไม่รัก ถ้าไม่สามารถสบตาเขาอย่างบริสุทธิ์ใจได้
อย่าบอกว่ารัก ถ้าคุณไม่รู้สึกวูบวาบเวลาอยู่ใกล้ๆ
อย่าบอกว่าไม่คิดถึง ถ้า หัวใจไม่อาจลืม
อย่าบอกว่าคิดถึง ถ้า เพิ่งจากกันไม่ถึง1นาที
อย่า ทิ้งหัวใจของคุณไว้กับอดีต
อย่าคิดว่าอดีตไม่มีวันหวนคืน
อย่าคิด ว่าไม่มีพรุ่งนี้
อย่าลืมบทเรียนของเมื่อวาน
ทุกชีวิตยังมีความหวัง อยู่เสมอ

จงปล่อยให้ชีวิตดำเนินต่อไป..วันนึงถ้าชีวิตหวนคืนมาสู่ ทางสายเก่าที่เคยทำให้

คุณมีความสุขระหว่างเดินทางในแต่ละก้าว..จง อย่าเดินเลี่ยงมันไปอีก
เพราะน้อยนักที่ถนนสายเดิมยังคงสภาพเดิมเพื่อรอ ให้คุณเดินย้อนกลับมา..
ลองเดินต่อไปสิ..บางทีคุณอาจจะเจอจุดหมายที่คุณ ค้นหามาตลอดชีวิต
ในเส้นทางที่คุณเคยเดินเลี่ยงมันไปก็ได้...

วันจันทร์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

8 เคล็ดลับเปลี่ยนเช้าวันจันทร์...เป็นวันสดชื่น





โดยเฉพาะอย่างยิ่งมนุษย์เงินเดือนที่มีอาการอีเดียดวันจันทร์ พอจะถึงวันจันทร์ทีไร พาลจะครั่นเนื้อครั่นตัว ปวดหัวตัวร้อน เพราะนั่นหมายความว่าวันหยุดสุดสัปดาห์อันแสนหอมหวานกำลังจะหมดไป แล้ววันที่การทำงานดำเนินไปอย่างแสนสาหัสมากที่สุดในรอบสัปดาห์กำลังจะเริ่ม ขึ้นนั่นเอง

ขอต้อนรับคุณกลับสู่โลกแห่งความจริงด้วยเคล็ด ลับรีเฟรชพลังงาน 8 ประการให้กลับมาฟิตปั๋ง ดึ๋งดั๋ง พร้อมสู้กับภยันตรายที่แฝงมาในรูปแบบความเบื่อหน่ายนานา เริ่มจาก....


1.ร่ายลิสต์ งานจิปาถะ จุกจิกจุ๊กจิ๊ก ร้อยแปดพันอย่างที่จะต้องทำในสัปดาห์นี้ซะตั้งแต่เย็น วันอาทิตย์
เขียนลงสมุดออร์กาไนเซอร์หรือจดลงปาล์ม เรียงลำดับความยาก-ง่าย หรืองานเร่งด่วน-งานที่ไม่มีเดดไลน์ เพื่อความสะดวกสบายในการเริ่มต้นงานที่ได้รับมอบหมายในสัปดาห์นี้ อาทิ เขียนหมายการประชุมให้เรียบร้อย, จัดการอีเมลในเมล บ๊อกซ์ซะที่ต้องเขียนตอบกลับก็จัดการให้สิ้นซาก การจัดการกับสิ่งเบ็ดเตล็ดเล็กน้อยเหล่านี้ในอารมณ์สบาย ๆ ไม่ต้องรีบเร่ง จะช่วยให้คุณผ่อนคลาย ขึ้นและสามารถควบคุมทุกอย่างไม่ให้ยุ่งเหยิงได้ตลอดสัปดาห์


2.มีเหมือนกันประเภทที่เกลียด วันอาทิตย์พอ ๆ กับเกลียดเช้าวันจันทร์ หากคุณเป็นประเภทนี้ ยิ่งต้อง ทำลิสต์สิ่งที่ต้องทำไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ แล้วหา กิจกรรมเบา ๆ ทำในวันอาทิตย์ เพื่อไม่ให้รู้สึกเหนื่อยจนกระทั่งเกิดอาการ ‘ล้า’ ในวันรุ่งขึ้น ที่ต้องทำลิสต์ไว้ก่อนอื่นก็เพื่อเป็นการค่อย ๆ ปรับทัศนคติของคุณให้รู้สึกดี ขึ้นกับวัน อาทิตย์ ให้คุณรู้สึกปล่อยวางกับวันหยุดสุดสัปดาห์อย่างแท้จริง เพราะ ถ้าคุณวางแผนทุกสิ่งทุกอย่างไว้เสร็จสรรพแล้ว คุณจะได้ไม่รู้สึกว่ามีอะไรมาบีบรัดความรู้สึกของคุณอีกต่อไป


3.ทำความสะอาดโต๊ะทำงาน ตั้งแต่บ่าย ๆ วันศุกร์ได้เลย ข้อนี้สำคัญไม่ใช่เล่น อย่าเผลอมองข้ามไป ส่วนมากช่วงเวลาสุดท้ายของการทำงานในสัปดาห์นั้น ๆ จะไม่ค่อยมีงานยุ่งมากแล้ว ใช้เวลาช่วงนี้ทำความสะอาดพื้นที่ทำงานของคุณดีกว่า แยกงานหรือเอกสารที่สำคัญ ๆ ให้เรียบร้อยสะอาดตา อะไรที่ควรจะทิ้งได้ก็ทิ้งซะจะได้ไม่รกหูรกตารกใจอีกต่อไป อัพเดทลิสต์งานใหม่ ๆ ที่จะต้องลงมือในวันจันทร์ การเคลียร์พื้นที่แบบนี้จะ ทำให้คุณปลอดโปร่งโล่งสบาย เมื่อกลับมาทำงานต่อในวันจันทร์หน้า คุณจะได้โฟกัสกับงานตรงหน้าอย่างเดียวไม่มีเรื่องหงุดหงิดกวนใจ


4. มาถึงกลยุทธ์ด้านสุขภาพกันบ้าง เริ่มต้นวันด้วยการออกกำลังกายแบบเบา ๆ วิ่งอยู่ กับที่สัก 100 ที ก่อนออกจากบ้านหรือวิ่งเหยาะ ๆ เบา ๆ สัก 30 นาทีในสวนสาธารณะระหว่างทางไปออฟฟิศ การออกกำลังกายเป็นวิธีที่ชัวร์มากที่สุดที่จะทำวันจันทร์หม่น ๆ ของคุณให้สดใสได้ มีการวิจัยพบว่า การออกกำลังกายจะทำให้ร่างกายหลั่งสาร ‘เซโรโทนิน’ สู่สมองของคุณ ซึ่งสารเคมีตัวนี้ จะป้องกันไม่ให้คุณซึมเศร้ามัวหมองได้ จากนั้นเพิ่มระดับดีกรีการออกกำลังกายให้เพิ่มขึ้น จากแค่วิ่งเหยาะ ๆ ก็เพิ่มระดับเป็นวิ่งแบบจริงจังสัก 30 นาทีจนเหงื่อออก เพียงครึ่งชั่วโมงก็เพียงพอสำหรับ การบริหารกล้ามเนื้อหัวใจ ให้หัวใจได้สูบฉีดเสียบ้าง ผลพลอยได้อีกอย่างที่คุณจะได้ก็คือ คุณจะมีผิวพรรณเปล่งปลั่งเป็นยองใย ก็ถ้าคุณมีผิวพรรณที่ผุดผาดขนาดนั้น แล้วยังเหนื่อยหน่ายอยู่ได้อีกก็ให้ มันรู้ไป


5. รับประทานอาหารเช้าที่ดีต่อสุขภาพกันเถอะ หลายคนมองข้ามว่าอาหารเช้ามักไม่สำคัญทั้งที่นักโภชนาการก็ออกมาประกาศปาว ๆ แล้วว่า มื้อเช้าคือมื้อที่สำคัญที่สุดสำหรับทุกคน การที่คุณเลี่ยงมื้อเช้า (จะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็แล้วแต่) จะทำให้คุณรู้สึกเฉื่อยชาและสติสตังไม่อยู่กับเนื้อ กับตัว ทางที่ดีควรเพิ่มคุณค่าในอาหารเช้าด้วยจะดีกว่า อาหารที่จะกระตุ้นให้คุณคึกคักมีพลังตลอดทั้งเช้าวันทำงาน ได้แก่ ไข่เจียวใส่ผักนี่แหละค่ะ ง่าย ๆ แต่ล้นเหลือด้วยคุณค่าทางโภชนาการ, ข้าวโอ๊ต, ลูกเกด แต่ถ้าไม่กลัวอ้วน ก็ลองทานชีส เพราะในชีสมีขุมพลังงานอยู่มาก พวกผลไม้ต่าง ๆ ก็ดีไม่น้อย


6.จบกลยุทธ์ด้านสุขภาพ ก็อย่าลืมใส่ใจกับข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวที่ประดับอยู่บนตัวคุณ เสื้อผ้าหน้าผม อันนี้คุณผู้ชายอาจจะไม่คุ้น ถ้าต้องมาใส่ใจเป็นพิเศษกับเรื่องพวกนี้ แต่ก็อย่าละเลยค่ะ
คุณ ๆ ขา เชื่อหรือไม่ว่าการแต่งตัวมีผลต่อสภาพของอารมณ์คุณจริง ๆ สำหรับการเริ่มต้นในเช้า วันจันทร์ลองคิดแบบตั้งใจจริงจังว่าคุณจะใส่ชุด ไหนในวันจันทร์ดี สร้อยสีอะไร ตุ้มหูคู่ ไหนจะแมตช์กัน เนกไท รองเท้า เอา ให้เฟี้ยวฟ้าวหล่อ-สวยมั่นกัน เป็นแถว ๆ เวลาคุณก้าวเดินออกจากบ้านแล้วให้รู้สึกดีที่จะได้ไป พบเจอผู้คน แต่งตัวให้รู้สึกว่าคุณเป็นจุดสนใจ (ในทางชื่นชม) แก่ผู้พบเห็น จัดเตรียมตั้งแต่ตอน กลางคืน รีดให้เรียบตรวจดูความเรียบร้อย เพราะถ้าตื่นเช้ามาล่ก ๆ จัดเสื้อผ้าในเวลาเร่งรีบแบบนั้น จะทำคุณประสาทเสียเอาเปล่า ๆ


7.นัดเพื่อน ๆ ทานมื้อกลางวัน หรือทำอาหารกลางวันมาทานเอง
การได้นัดเจอเพื่อน หรือหวานใจในตอนกลางวันจะทำให้คุณรู้สึกตื่นเต้นขึ้นในตอนเช้า ถ้าเรื่องเงินเป็นปัจจัยใหญ่ในการนัดทานอาหารก็ลองตื่นเช้ากว่าเดิมอีกหน่อย แล้วทำอาหารจากบ้านไปเอง หาสวนสาธารณะใกล้ออฟฟิศนั่งกินกลางวันกัน หรืออาจจะหาที่เหมาะ ๆ ในออฟฟิศนั่นแหละ แต่อย่าเม้าท์เพลินจนเลยเวลาพักซะล่ะ มิเช่นนั้นล่ะได้เครียดของจริงแน่ ๆ แต่ถ้าไม่มีเวลาพัก จริง ๆ อาจจะเลื่อนเป็นช่วงคอฟฟี่เบรกตอนบ่าย 3 โมงก็ยังดี


8. ชาสารพัดความสุข ชาเขียวที่ชงสด ๆ ร้อน ๆ จะทำให้คุณสดชื่นระหว่างวันได้ดี
ไม่น่าเชื่อ การดื่มชาจากถ้วยอุ่น ๆ ตามแบบพิธีการดื่มชาในสมัยโบราณ มีคุณสมบัติช่วยทำให้ผ่อนคลาย ได้ในตัวของมันเอง โดยเฉพาะชาเขียว ซึ่งผลการวิจัยบอกว่าชาเขียวมีสารต้านอนุมูลอิสระ ที่เป็นสารป้องกันมะเร็งและโรคอื่น ๆ ได้ ที่ หลาย ๆ คนน่าจะทราบกันดีอยู่แล้ว อย่าให้มันเป็นแค่กระแสที่พัดมาวูบไป เพราะเจ้าชาเขียวมีประโยชน์อนันต์จริง ๆ ถ้าเบื่อแล้วลองเลือกหยิบชาสมุนไพร จะเป็นชามะนาวหรือชาเป๊ปเปอร์มิ้นท์ก็ได้ เลือกเอา ที่มีกาเฟอีนน้อยที่สุด เพราะตอนนี้คุณกำลังบำบัดอาการเบื่อโลกอยู่ ถ้ายิ่งรับกาเฟอีนเข้าไปเยอะ ก็จะยิ่งมีผลเสียในระยะยาวเข้าไปใหญ่


ลองปฏิบัติแบบจริงจังดู ไม่แน่ว่า...วันจันทร์อาจกลายเป็นวันที่คุณรอให้มาถึงเร็วที่สุดก็เป็นได้!

ชีวิตเราเปรียบเสมือนเกมโยนบอล 5ลูก




หากชีวิตเราเปรียบ เสมือนเกมโยนบอล 5ลูก สลับกันไปในอากาศคล้ายนักเล่นกล บอลทั้ง 5 เปรียบได้กับ งาน, ครอบครัว, สุขภาพ, เพื่อน และจิตใจ เราคงต้องบอกว่า

งาน นั้นคงต้องเป็นลูกบอลยาง ซึ่งแม้ว่าเราจะพลาดพลั้งทำตกกี่ครั้ง มันก็สามารถที่จะกระเด้งกระดอนกลับมาให้เรานำกลับมาเล่นต่อได้

แต่บอลอีก 4 ลูกที่เหลือ คือ ครอบครัว สุขภาพ เพื่อน และจิตใจนั้นเป็นเช่นลูกแก้ว การพลาดพลั้งทำลูกใดลูกหนึ่งตกไปนั้น แม้เป็นเพียงแค่รอยถลอก รอยตำหนิเล็กๆ รอยหัก แหว่ง หรือแตกละเอียด
ก็ล้วนแต่เป็น สิ่งที่เราไม่สามารถแก้ไขให้มันกลับมาเป็นลูกแก้วที่แววใสดังเดิมได้

ดังนั้นเราจึงควรระลึกอยู่เสมอว่า..... ชีวิตเราคือ.....การต่อสู้ประคับประคองบอลทั้ง 5 ลูก ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงให้สมดุลมากที่สุด.....ทำอย่างไรน่ะหรือ ??

อย่าง แรก.....

** จงอย่าประเมินค่าของตัวเองให้ต่ำต้อย โดยการเปรียบเทียบกับคนอื่น พึงระลึกเสมอว่าเราทุกคนล้วนแตกต่างกัน และทุกคนก็มีความพิเศษเป็นของตนเองโดยเฉพาะ อย่าปล่อยให้ชีวิตผ่านไปอย่างไร้ค่า โดยการปล่อยเวลาให้ผ่านไป

** จงคิดว่าทุกๆ วันที่ผ่านพ้นไปคือส่วนหนึ่งของชีวิตเรา อย่าเพิ่งละความพยายามเมื่อเจอปัญหา

** จงจำไว้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะจบสิ้นเมื่อคุณทิ้งความพยายามของคุณเอง อย่ากลัวที่จะยอมรับว่าเราไม่ใช่คนที่สมบูรณ์พร้อมในทุกอย่าง เพราะการหลงตัวเองจะเปรียบเสมือนผมเส้นบางๆ ที่บังตาไม่ให้คุณมองเห็นผู้คนรอบข้าง

** จงอย่ากลัวการเสี่ยง เพราะมันคือโอกาสที่คุณจะได้เรียนรู้ถึงความกล้าหาญ อย่าทิ้งความรักไปจากชีวิต โดยการบอกว่ามันไม่มีทางที่จะหาพบ หนทางที่ง่ายที่สุดที่จะได้รับ

...ความรักคือการรู้จักให้ และการรักษาความรักที่ดีที่สุดคือ ...การให้อิสระกับมัน

จำไว้ว่า ยิ่งคุณพยายามไขว่คว้ามันไว้กับตัวคุณมากเท่าไร มันก็ยิ่งจะจากไปจากคุณได้เร็วเท่านั้น ...อย่าพิจารณาชีวิตของคุณเร็วเกินไป จนคุณลืมที่จะนึกว่าคุณมาจากที่ไหนและ... คุณกำลังจะไปที่ใด พึงตระหนักว่าความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่มนุษย์เราต้องการคือ... ความประทับใจ

** จงอย่ากลัวการรับรู้ หรือเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ความรู้นั้นไร้น้ำหนัก...แต่เป็นทรัพย์สมบัติอันมีค่าที่มันจะติดตัวคุณไป และจะไม่มีใครที่สามารถขโมยมันไปจากคุณได้ ** จงใช้เวลาและคารมอย่างระมัดระวัง เพราะทุกสิ่งที่ผ่านไปจะไม่สามารถย้อนกลับคืนมาได้ เหมือนสายน้ำที่ไม่มีวันจะไหลย้อนกลับ

** จงรู้ว่า ชีวิตไม่ใช่การแข่งขัน แต่ชีวิตคือ.. การเดินทางคือ...การสัมผัสรับรู้ในแต่ละก้าวที่เดินไป

** และสุดท้าย จงจำไว้ว่า ความดีไม่มีขาย อยากได้ต้องทำเอง

♣ รักทางไกล ทำอย่างไรให้ไปรอด ♣



ที่เคยได้ยินว่าความ รักต้องการความใกล้ชิด แนบสนิทกันตลอดเวลานั้นไม่จริงเสมอไป ที่รักกันเป็นคู่ปาท่องโก๋ มีกันและกันอยู่ในลมหายใจตลอดเวลา ก็ใช่ว่าจะรักกันเช่นนั้นได้ยืนยาว เพราะฉะนั้น เมื่อถึงคราวที่ความรักต้องอยู่ห่างจากอก ด้วยเหตุผลของชีวิตต่าง ๆ นานา จะแค่ข้ามโรงเรียน ข้ามบริษัท ข้ามจังหวัด หรือข้ามประเทศ ในเมื่อขึ้นชื่อว่ารักแล้ว แค่ระยะทางหาใช่อุปสรรคไม่ เพียงแค่เกิดสะดุดและขัดข้องทางเทคนิคเท่านั้น แต่ถ้ามีวิธีการรับมือกับความรักที่อยู่ห่างไกล เรื่องหัวใจก็ไม่ใช่ปัญหา แค่คุณปรับหัวใจให้ชินกับระยะทางด้วยการ...

วางแผนชีวิต

จะช่วยลดอาการฟุ้งซ่านและความคิดถึงได้เป็นอย่างดี แถมยังได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอันมากกว่ามานั่งปล่อยลมหายใจแห่งความคิดถึงให้ ฟุ้งไปวัน ๆ ระหว่างที่ยุ่งวุ่นวายกับการจัดการชีวิตของตัวเอง ก็ ขีดปฏิทินนับวันเวลาที่จะได้เจอคนรักไปด้วย นอกจาก นั้นก็อาจจะหาอะไรทำเพื่อจะทำให้คิดถึงคนรัก หรือเพราะได้เขาหรือเธอคนนั้นเป็นแรงบันดาลใจ เป็นการคิดถึงอย่างมีเป้าหมาย การรอคอยก็จะไม่เปล่าเปลี่ยวอีกต่อไป

ตั้งกฎระหว่างกัน

ในการที่จะคุยกับคนใหม่ หรือเปิดรับใครเข้ามา ไม่ใช่ข้อห้าม เพราะบางทีการห่างไกลกัน แล้วยังมัวเห็นแก่ตัวเอง ไม่ให้ใครผ่านเข้ามาในชีวิตของ อีกฝ่ายเลย นอกจากอึดอัดแล้ว ก็อาจดีแตกได้ง่ายมาก เพราะความห่างไกลหาใช่ความสัมพันธ์นั้นจะเปราะบางลง หากแต่คือบทพิสูจน์ข้อหนึ่ง ดังนั้นการตั้งกฎขึ้นมา จึงถือเป็นการทดสอบการเคารพและ การซื่อสัตย์ต่อทั้งตัวเองและต่อคนรัก และเป็นการเปิดโอกาสให้กันอย่างแฟร์ ๆ ทั้งสองฝ่าย ลองตั้งกฎที่เปิดโอกาสให้ขนาดนี้แล้วยังผิดกฎ กติกา มารยาทแล้ว ก็คงต้องปล่อยให้ระยะทาง (และความไม่มั่นคงทางจิตใจ) ชนะความรักครั้งนี้ไปเถอะ

ขัดใจเมื่อไหร่ให้รีบเคลียร์

ก็ขนาดใกล้กันแล้วทะเลาะขัดใจกันยังอันตรายอยู่ นับประสาอะไรกับการอยู่ห่างไกลกันขนาดนี้ เห็นทีต้องรีบเคลียร์ให้ไวที่สุด อย่าปล่อยให้ค้างเนิ่นนาน เพราะยิ่งไกลหูไกลตากันอยู่แล้ว จะมีอะไร ผ่านเข้ามาที่จิตใจต่างก็ว้าวุ่นกันอยู่ก็ไม่รู้

แบ่งปันเรื่องราวในชีวิตประจำวัน

ห่างแต่ตัว...หัวใจใกล้ รับรู้เรื่องราวของกันและกันผ่านช่องทางการสื่อสารที่มีอยู่มากมายประดามี เสมือนอยู่ด้วยกันตลอดเวลา แถมเวลาหงุดหงิด เพราะต้องการเวลาส่วนตัวก็ยังมีอีกต่างหาก แม้คุณจะต้องเดินอยู่คนเดียว แต่ก็รับรู้ไว้อยู่กับตัวและหัวใจไว้ได้เลยว่า คุณไม่ได้โดดเดี่ยว เพราะคนรักคุณอยู่ในใจและใกล้ชิดกันตลอดเวลา ไม่แพ้ใคร บอกเล่าเรื่องราว สิ่งที่พบเจอในแต่ละวันด้วยกัน ไม่ว่าจะฟ้าร้อง ลมแรง แดดเปรี้ยง ฝนตก หรือว่าหนาว จับใจ จะหิว หรือจะอิ่ม อ้วนขึ้น ผอมลง บอกเล่ากับเขาหรือเธอ ให้ต่างคนต่างได้จินตนาการถึงกันและกัน

อย่าถือสาเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ

จริงอยู่ที่ทุกครั้งที่เกิดเรื่องบาดหมางหัวใจเมื่อไหร่ เป็นต้องรีบเคลียร์ในทันใด แต่ก็ใช่ว่าจะยึดถือทุกเรื่องทุกสิ่งเป็นประเด็นสำคัญไปเสียหมด ไม่เช่นนั้นรักจะยิ่งขม ด้วยสาเหตุจากทั้งระยะทางบวกกับทัศนคติ ปล่อยวาง ทำใจ และยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น มองอะไรให้เป็นเรื่องขำ ๆ เพราะจริง ๆ ก็เรื่องขำทั้งนั้น เมื่อมองย้อนกลับมา หากแต่อารมณ์ ณ ขณะนั้นมันนำพาให้คุณเดือดดาลไปก่อนแล้ว โกรธข้องหมองใจอยู่คนเดียว เสียสุขภาพจิตเปล่า ๆ คนไกลเขาไม่รู้หรอก

กระชับสัมพันธภาพกับคนรอบข้างของคนรัก

ถึงตัวเขาหรือเธอจะไม่อยู่ใกล้ ๆ แต่ความสัมพันธ์และสายใยต่าง ๆ ที่เขามีกับครอบครัว หรือเพื่อน ๆ ก็ยังคงต้องสานต่อโดยคนรักที่เป็นตัวแทนเขาได้ ทำให้หายคิดถึงแถมมิตรภาพและสายสัมพันธ์ยังอบอวลด้วย และในวันที่เขาหรือเธอกลับมา คนรู้ใจของชีวิตทุก ๆ คน ก็ยังอยู่เหมือนเดิม ไม่เสื่อมสลายและห่างหายไปไหนเลย

มองโลกในแง่ดี แง่จริง ไม่กลิ้งกลอกหลอกตัวเอง

เชื่อมั่นในตัวเองและในความรัก แม้จะได้ยินมาหลายปากว่า “รักแท้แพ้ระยะทาง” เสมอ โอ้ฟังอย่างนี้เห็นทีใจฝ่อตั้งแต่ยังไม่ถ่อเดินทาง ให้คิดว่าล้านคน ล้านคู่ก็ล้านรายละเอียด ใช่ว่าทุกความรักที่มีระยะทางมากั้นขวาง ไว้จะจบลงแบบแซดเศร้าเสมอไป คุณต้องดึงพลังความเชื่อมั่นออกมาบริหารจัดการความรักระยะทางไกลแบบฉบับของ คุณเอง พอใจในวิถีชีวิตของคุณ โดยที่อย่าไปเอาบรรทัดฐานที่คุณตั้งขึ้นเองมาวัดตัดสินความรักของคุณ

ให้ความคิดถึงได้ทำงาน และเป็นแรงผลักดันให้ความมั่นคงและเชื่อใจของกันและกันได้ไหลลื่น เพิ่มรสชาติของความรักให้กลมกล่อม มีคิดถึง มีตื่นเต้น มีห่วงหา เพราะบางทีบางครั้งความรักที่ไกลห่าง ก็อาจเพิ่มประสิทธิภาพของความรักได้ลงตัวกว่าความใกล้ชิด ใช้ “ที่ ว่าง” ระหว่างกันให้เป็นประโยชน์

สร้างอุปนิสัยผู้ประสบชัยชนะ




อริสโตเติล กล่าวไว้ว่า ...

"เราเป็นเช่นที่เรากระทำ หากต้องการประสบชัยชนะ ก็จงกระทำให้ติดเป็นนิสัย"

นี่คือข้อพิสูจน์ว่า หากเราต้องการจะเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จในงานอาชีพเราก็จะต้องฝึกฝนตนเอง สร้างอุปนิสัยให้เป็นคนที่กระทำสิ่งใด ๆ แล้ว จะต้องประสบชัยชนะเสมอไป

อุปนิสัยที่จะต้องสร้างสม เพื่อให้เคยชินกับการประสบความสำเร็จ คือ

คาดการณ์ล่วงหน้า ลงมือก่อนใคร ๆ
คน ที่นิ่งเฉยรอให้เหตุการณ์ต่าง ๆ มาถึงตัวก่อนจะตัดสินใจกระทำสิ่งใด คือ
คน ที่รอจนเกิดปัญหาจึงลงมือแก้ แต่ถ้าเราคิดว่าอนาคตจะต้องเป็นเช่นไร
และ ลงมือกระทำในสิ่งที่ถูกต้องก่อนใคร ๆ ความสำเร็จย่อมเกิดขึ้นได้บ่อย ๆ

เริ่มงานพร้อมภาพสุดท้ายในใจ
เริ่มงาน ในวันนี้ พร้อมจินตนาการว่าจุดสิ้นสุดของงาน คือความสำเร็จจะเป็นเช่นไร
เพื่อ จะได้ก้าวเดินแต่ละขั้นเพื่อจุดมุ่งหมายที่ปลายทางคือชัยชนะ

จัดลำดับขั้นตอนอย่างถูกต้อง
ความ สำเร็จมิใช่เกิดจากโชค การทำงานหนัก หรือความชาญฉลาด หากแต่จะต้องเริ่มจากจุดที่ถูกต้อง หมายความว่าจะต้องเลือกขั้นตอนการทำงานตามลำดับควมสำคัญ ลงมือปฏิบัติโดยให้ความสามารถ ความเพียรพยายาม และโชค เป็นองค์ประกอบูก

คิดว่าจะชนะ แล้วจะชนะ
การทำงานใด หากไม่มีความมั่นใจตั้งแต่ต้น ย่อมไม่อาจจะชนะได้ ผู้ที่จะประสบความสำเร็จจะต้องคิดคเสมอว่า เราจะชนะ เราจะชนะและชัยชนะย่อมเป็นของผู้นั้นี

เข้า ใจเขา เพื่อเขาจะเข้าใจเรา
ในการติดต่อสื่อสารกับบุคคล อื่น ตั้งใจฟังเพื่อให้เข้าใจในสิ่งที่เขาพูด
เมื่อรู้ถึงความต้องการของ เขาแล้ว ก็จะสามารถสร้างความเชื่อถือ ความสัมพันธ์
และความมีเหตุผลที่ จะทำให้เขาเข้าใจในตังเรา

รวมพลัง
ตะเกียบ ทั้งแท่งมีควาแข็งแกร่งเท่าไม้ทั้งต้น ฉันใด การรวมตัวกันทำงานเป็นทีม
ย่อม สร้างความได้เปรียบกว่าผู้ที่ทำงานเพียงหนึ่งหรือสองคน ฉันนั้นท่

ลับมีดให้คมตลอดเวลา
หมายความ ถึงการเสริมสร้างความแข็งแกร่งทั้งร่างกาย จิตวิญญาณ ความคิด สังคมและอารมณ์

วันเสาร์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

เผย Apple พร้อมส่ง iPhone รุ่นใหม่ 24 ล้านเครื่องภายในปีนี้

เผย Apple พร้อมส่ง iPhone รุ่นใหม่ 24 ล้านเครื่องภายในปีนี้



มีรายงานข่าวออกมาจากแหล่ง ข่าว Digitimes ว่า Foxconn บริษัทเทคโนโลยีสัญชาติไต้หวันได้เตรียมที่จะทำการส่ง iPhone เจนเนอร์เรชั่นใหม่ออกมาประมาณ 4.5 ล้านเครื่องภายในปลายเดือนมิถุนายนนี้ และประมาณ 19.5 ล้านเครื่องจนถึงสิ้นปี 2010



โดย Apple จำหน่าย iPhone จำนวนมากทุกครั้งที่มีการเปิดตัว แต่จำนวน 24 ล้านเครื่องที่มีการแพลนกันไว้นี้ ถือว่าเป็นตัวเลขที่ไม่น้อยเลยทีเดียว เมื่อเทียบกับยอดจำหน่าย iPhone รุ่นแรกที่มีการเปิดจำหน่ายมาตั้งแต่ปี 2007 ที่ ณ ตอนนี้มียอดเกิน 50 ล้านเครื่องเล็กน้อย โดยแหล่งข่าวยังได้กล่าวถึงรายละเอียดเกี่ยวกับ iPhone ในเวอร์ชั่นล่าสุดนี้อีกว่า จะใช้ชิพประมวลผล ARM Cortex A8 และมีแรมเมมโมรี่ขนาด 512 เมกกะไบท์ ซึ่งมีขนาดมากกว่า iPhone 3GS รุ่นปัจจุบันถึง 2 เท่า โดยจะมีแผงควบคุม in-plane switching (IPS) คล้ายกับที่ใช้ใน iPad ซึ่งจะมีขนาดบางกว่าปกติ 33 เปอร์เซ็นต์ ทำให้มีเนื้อที่มากพอที่จะเพิ่มพื้นที่ให้กับแบตเตอรี่ให้มีขนาดใหญ่ขึ้นได้ โดย iPhone รุ่นใหม่นี้ คาดว่าจะมีการเปิดตัวในวันที่ 7 มิถุนายนนี้ ภายในงานการประชุม Worldwide Developers Conference ที่จะจัดขึ้นที่เมืองซานฟรานซิสโก

การดูทีวีบอกนิสัยอะไร

วางแผนดูทีวีตามรายการไว้แน่นอน
คุณเป็นคนวางแผนชีวิตไว้อย่างดี มีความสามารถในการดำเนินธุรกิจ และมักจะประสบความสำเร็จอย่างสูง

ดูทีวีไปกินของจุกจิกไปด้วย
คุณ เป็นคนที่ชอบเอาเวลาพักผ่อนมารวมกับทีวี ความสุขที่ยิ่งใหญ่ของคุณอยู่ที่ได้คบหาสมาคมกับผู้คนและมีสัมพันธภาพที่ดี ยิ่งกับเพื่อฝูงและเพื่อนบ้าน

ชอบเปลี่ยนช่องบ่อยๆ
คุณเป็นคนที่มักชอบ แสวงหาสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ ใฝ่หาสิ่งที่น่าสนใจแปลกๆจากที่มีอยู่ตลอดเวลา ต้องการความก้าวหน้า และมีความทะเยอทะยานสูง

ดูช่องไหนก็ผูกขาดอยู่ช่องเดียว
ไม่ ยอมจะเปลี่ยนช่องใหม่ตามความต้องการของคนอื่น แสดงว่าคุณเป็นคนแน่วแน่ เมื่อตั้งเป้าหมายอะไรไว้ก็จะทำให้ถึงที่สุด ไม่ยอมให้อะไรมาเป็นอุปสรรคขัดขวาง

ดูทีวีบนเตียงนอน
คุณไม่ถือว่าการดูทีวี เป็นเรื่องซีเรียสจริง คุณดูทีวีเพื่อต้องการพักผ่อนจากการเคร่งเครียดกับงานประจำวัน คุณอาจมีงานที่ตื่นเต้นที่จะต้องทำให้เสร็จลุล่วงไป จึงเอาทีวีมาช่วยบรรเทาสมองที่คิดคำนึงถึงงานอยู่

ดูข่าวและสารคดีเป็นส่วนใหญ่
เป็น นักแสวงหาความจริง เป็นคนที่ซีเรียสจริงจัง คุณต้องการใช้เวลาดูทีวีเพื่อรวบรวมข่าวสารต่างๆ คุณดำเนินชีวิตจากสมองมากกว่าหัวใจ

ชอบดูเกมโชว์
คุณจะมีความอบอุ่นใจเมื่อ ได้เกี่ยวข้องสมาคมกับคนอื่นๆ และเข้าได้ดีกับทุกคน ในชีวิตคุณชอบเล่นเกมและกีฬาเป็นประจำ เพราะไปไปสัมผัสกับผู้คน

ชอบใช้เวลาในการดูทีวีมาก
สิ่ง ที่ต้องการอันยิ่งใหญ่ของคุณคือผู้คน ซึ่งช่วยกระตุ้นจิตใจคุณให้คึกคัก คุณมีความสุขอย่างยิ่งที่อยู่ท่ามกลางเพื่อนฝูงและครอบครัว ดังนั้นคุณจึงชอบใช้เสียงและภาพจากทีวีเพื่อให้คุณเกิดความมั่นใจอย่างแท้ จริง

คำถามจิตวิทยาทายใจ..ไขความลับ

เริ่มอ่านแบบทดสอบได้เลย..แต่ห้าม..แอบอ่านเฉลยนะ

เดี๋ยวจะ ไม่ตรงน้ะจ๊ะ..**

1. กำลังเดินไปตามทางเดิน แล้วเห็นอะไรอยู่รอบตัว
ก. ป่าทึบ มองขึ้นข้างบนแทบไม่เห็นท้องฟ้า
ข. ทุ่งข้าวโพดเหลืองอร่ามตัดกับสีขอบฟ้า
ค. เนินเขาสีเขียว เห็นภูเขาอยู่ลืบๆ

2. เห็นอะไรตกอยู่ข้างๆ เท้า
ก. กระจก
ข. แหวน
ค. ขวด

3. เก็บมันขึ้นมาไหม

ก. เก็บ
ข. ไม่เก็บ

4. เดินต่อไปเจอแหล่งน้ำ แหล่งน้ำที่ว่าคือ...
ก. ทะเลสาบใส
ข. น้ำตก
ค. ลำธาร

5. กุญแจที่จมอยู่ในน้ำซึ่งกำลังจะเก็บขึ้นมานั้นมีลักษณะอย่างไร
ก. กุญแจบ้าน
ข. กุญแจโบราณ
ค. กุญแจล็อคเกอร์เล็กๆ

6. ต่อมาเจอะบ้านหลังหนึ่ง บ้านหลังนั้นเป็นบ้านแบบไหน

ก. แมนชั่นหรูแบบละแวกฮอลลีวู้ด
ข. กระท่อมพร้อมสนามหญ้า
ค. ปราสาทสวยโทรมๆ

7. แล้วทำยังไงต่อ
ก. มองเข้าไปทางหน้าต่าง
ข. เข้าไปสำรวจ
ค. ไม่สน... แล้วเดินต่อไป

8. ทันใดนั้นก็มีบางอย่างกระโจนใส่ ทำให้ตกใจ สิ่งนั้นคือ

ก. หมี
ข. พ่อมด
ค. เหยื่อที่ใช้ตกปลา

9. ด้วยความตกใจจึงวิ่งไปจนถึงกำแพงมีประตูคุณจึงมองลอดรูกุญแจก็เลยเห็น

ก. สวนเขียวขจีในบริเวณบ้านหลังหนึ่ง
ข . บ่อน้ำกลางทะเลทราย
ค. ชายหาดและเกลียวคลื่น

---------------------------------

เฉลยคำถาม

คำถามที่ 1 ทัศนคติเกี่ยวกับตัวเอง
ก. คนอื่นมองว่าเป็นคนที่น่าสนใจ เพราะปกปิดตัวตนที่แท้จริงเพื่อนๆ รัก เพราะ
เป็นนักฟังที่ดี
ข. เป็นคนฉลาด ซื่อสัตย์ และน่ารักเป็นมิตรกับทุกคน และไม่ค่อยมีเรื่องกับใคร
แถมยังเป็นตัวแทนของความร่าเริง สนุกสนาน ใครๆ จึงมักจะเข้ามาพูดคุยด้วย
ค. เป็นคนติดดิน และผู้คนรัก เพราะนิสัยเป็นคนตรงๆ นี่แหละ คือนักไกล่เกลี่ย
ปัญหา เพราะจะรับฟังความของทั้งสองฝ่ายก่อนตัดสินว่าใครถูกใครผิด

คำถามที่ 2 ลักษณะของคู่รักที่มองหา
ก. แฟนต้องเป็นคนที่จะร่วมชีวิตกันในอนาคต แต่ควรเปิดใจให้กว้าง เพราะที่

สมบูรณ์ตามแบบอาจไม่ค่อยมีเสน่ห ์มากนัก
ข. ป็นคนโรแมนติก ยามรักจะทุ่มเทเพื่อถนอมรักไว้ให้ดีที่สุด เพราะเชื่อว่ารัก
แท้จะคงอยู่ตลอดกาล และอยากให้แฟนห่วงใยดูแลเสมอ
ค. ชอบคนที่กล้าแสดงความเก่ง ทะเยอทะยาน และจริงจัง ฉะนั้นพวกหล่อ/สวยอย่าง
เดียว น่ะไม่ผ่าน

คำถามที่ 3 ความพร้อมที่จะผูกมัดกับใครซักคน
ก. ถ้าใช่ก็ได้เลย

ข. ดูใจกันไปเรื่อยดีกว่า

คำถามที่ 4 รักซึมลึกขนาดไหน
ก. จริงจังกับความสัมพันธ์เอามากๆ ถ้าพบคนที่ใช่จะรักสุดหัวใจ
ข. เพศตรงข้ามคิดว่าเซ็กซี่มาก เพราะหว่านเสน่ห์เก่งชาย/หญิงหลายขโยงจึงพากัน
หลงใหล
ค. ทักษะการจีบเป็นเลิศ จึงเปลี่ยนคู่ควงได้ไม่ซ้ำหน้า

คำถามที่ 5 ความสำคัญของการศึกษา
ก. การศึกษาสำคัญน้อยกว่าโลกภายนอกที่รออยู่เบื้องหน้า ลึกๆ แล้วอาจจะอยากเริ่ม

ทำงาน และออกมาอยู่เอง
ข. การศึกษาสำคัญที่สุด อยากเรียนหนักๆ จะได้ซึมซับความรู้ไว้ให้มากที่สุดเท่า
ที่จะมากได้
ค. อาจจะไม่ชอบเรียน แต่มีความคิดดีๆ มากมาย เชื่อสัตชาตญาณ และสมองของตัวเอง
ฉะนั้น อาจลงเอยด้วยอาชีพที่ไม่เหมือนใคร

คำถามที่ 6 งานเหมาะๆ
ก. มีเป้าหมายเยอะ และพยายามทำทุกอย่างสุดๆ งานที่ชอบจึงต้องเป็นงานที่ได้แสดง
พลัง ปรารถนาความสำเร็จอย่างที่สุด
ข. ยึดหลักความเป็นจริงในการเลือกอาชีพ และมุ่งมั่นจะเติบโตในสายงานที่เลือก
ค. อาชีพที่ฝันไว้เป็นไปได้ยากในชีวิตจริง น่าจะมองๆ หาอะไรใกล้ตัวทำไปก่อนดี
กว่าไม่งั้นอาจเศร้า

คำถามที่ 7 ความสำเร็จมีความหมายแค่ไหน
ก. กลัวล้มเหลว เลยไม่กล้าเริ่มต้น จงอย่าเพิ่งยอมแพ้เสียตั้งแต่ยังไม่ลงมือทำ
ข. มั่นใจว่าตัวเองจะประสบความสำเร็จ เพราะจะไม่มีสิ่งไหนมากั้นขวางได้
ค. ความสำเร็จไม่ใช่เรื่องใหญ่ พอใจในสิ่งที่มีอยู่ และชอบที่จะอยู่กับคนที่รัก
มากกว่า จะทุ่มชีวิตไปกับการงาน หรือดำรงตำแหน่งสูง

คำถามที่ 8 กลัวอะไรมากที่สุด
ก. กลัวที่จะไม่มีใครให้พึ่ง หรือกลัวเลี้ยงตัวเองไม่ได้
ข. กลัวในสิ่งที่ตัวเองควบคุมไม่ได้ ดังนั้นเพื่อกลบเกลื่อนเลยใช้อำนาจบาตรใหญ่
เกิน ไปบ้าง
ค. เป็นห่วงภาพลักษณ์ของตัวเองในสายตาคนอื่นเอามากๆ จึงพยายามสุดชีวิตที่จะได้
รับการยอมรับจาก ผู้คน ต้องเชื่อในการตัดสินใจของตัวเองบ้างแล้ว

คำถามที่ 9 ตัวตนคือ...
ก. เป็นผู้ใหญ่มีความคิดความอ่าน ซื่อสัตย์ กล้าแสดงความเห็น ผู้คนจึงมาขอคำ

ปรึกษาในเรื่องต่างๆ แต่อาจแย่ถ้าเจอปัญหาที่ต้องใช้หัวใจมิใช่สมอง
ข. ต้องการความเป็นส่วนตัวมากๆ เพราะชอบอยู่กับความคิดของตัวเอง และมักจะแว่บ
หายยามเข้าตาจน แต่จะรู้สึกดีขึ้นถ้าระบายกับคนที่ไว้ใจซะบ้าง
ค. เป็นคนที่เต็มที่กับชีวิต และกล้าแสดงออก แต่เดาอารมณ์ยาก และเปลี่ยนความคิด
ได้เรื่อยๆ บางครั้ง เหมือนมหาสมุทร...สงบได้...แต่ไม่นาน

11 สิ่งดีๆ ... ดีเลยทีเดียว


เคล็ดลับสร้างความมั่นใจใน ที่ทำงาน

สาวทำงาน

ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม ความมั่นใจเป็นส่วนประกอบสำคัญอย่างหนึ่งที่จะช่วยให้คุณประสบความสำเร็จได้ การทำงานก็เช่นกันเวิร์คกิ้งมัมคนไหนที่ไม่ค่อยจะมั่นใจในตัวเองสักเท่าไร ซึ่งอาจจะมาจากหลายสาเหตุ เช่น เปลี่ยนที่ทำงานใหม่ ได้รับตำแหน่งใหม่ ได้รับมอบหมายให้ความมั่นใจมาทำลายความสามารถของคุณ มาเริ่มสร้างความมั่นใจในที่ทำงานตั้งแต่ตอนนี้กันดีกว่าค่ะ เพื่อความสำเร็จที่รอคุณ

1. เป็นตัวของตัวเอง การพยายามทำอะไรที่ ไม่ใช่ตัวคุณ จะทำให้คุณขาดความมั่นใจไปไม่น้อย

2. อย่าเปรียบเทียบตัวเองกับใคร โดยเฉพาะกับคนที่เหนือกว่าเพราะจะยิ่งทำให้คุณท้อแท้และหมดความมั่นใจ

3. เชื่อมั่นและยอมรับในความสามารถของตนเอง เพราะถ้าแม้แต่ตัวคุณยังไม่ยอมรับ แล้วคุณจะมีความมั่นใจได้อย่างไร

4. มั่นใจด้วยการแต่งกาย คุณอาจจะต้องตื่นเช้าขึ้นอีกนิด พิถีพิถันเรื่องการแต่งกายอีกสักหน่อย เพราะบุคลิกที่ดีจะช่วยให้คุณมั่นใจขึ้นมาอีกเป็นกอง

5. จัดลำดับความสำคัญของงาน เพื่อจะได้ทำงานทุกอย่างให้เสร็จตามเวลาที่กำหนด และไม่ว่าใครจะถามว่างานไปถึงไหนแล้วคุณก็จะสามารถตอบได้ทันทีอย่างมั่นใจ

6. ตั้งเป้าหมายในการทำงานและพยายามทำให้ได้ แล้ว ความมั่นใจก็จะเป็นของคุณ

7. จดบันทึกเรื่องสำคัญๆ ในแต่ละวันเอา ไว้กันลืม เพื่อที่คุณจะได้ไม่พลาดงานที่สำคัญๆ ไป

8. อัพเดทข้อมูลใหม่ๆ ที่เกี่ยวกับงานอยู่เสมอ เพื่อที่คุณจะได้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพรวมทั้งหาความรู้เพิ่ม เติมเพื่อเพิ่มทักษะในการทำงานของคุณให้มากขึ้น

9. ฝึกสมาธิเพื่อให้มีสติ สามารถรับมือกับปัญหาต่างๆ ที่เข้ามาอย่างใจเย็นและรอบคอบ

10. หาวิธีคลายเครียดให้ตัวเอง เพราะการ ทำงานด้วยความเคร่งเครียดเจ้าอารมณ์ นอกจากจะได้ทีมงานที่ไม่มีคุณภาพแล้วยังทำให้ผู้ร่วมงานไม่อยากให้ความร่วม มือด้วย แล้วสุดท้ายคนที่ขาดความมั่นใจก็คือตัวคุณเอง

11. นัดสังสรรค์กับเพื่อนร่วมงานหรือลูกน้องบ้าง จะได้รู้ว่าพวกเขามีความรู้สึกอย่างไรกับคุณ เพื่อที่คุณจะได้นำมาปรับปรุงตนเองให้เป็นที่ยอมรับ เมื่อคุณเป็นคนที่ยอมรับ ความมั่นใจก็จะตามมาเองค่ะ

12. มองโลกในแง่ดี พยายามคิดบวกเข้าไว้ จะช่วยให้คุณมีความมั่นใจมากขึ้น

13. ไม่หนีปัญหา จำเอาไว้ว่ายิ่งคุณแก้ ปัญหาได้มากเท่าไหร่ คุณก็จะมีประสบการณ์ในการทำงานมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งจะทำให้คุณมีความมั่นใจในการทำงานมากขึ้นด้วย

14. อย่าใส่ใจกับคำนินทาว่าร้าย การรับฟังความคิดเห็นของคนอื่นเป็นสิ่งที่ดีถ้ามันจะช่วยให้คุณสามารถปรับ ปรุงตัวเองและการทำงานให้ดีขึ้น แต่ถ้าเป็นคำพูดนินทาว่าร้ายก็อย่าไปใส่ใจเพราะมันจะบ่อนทำลายความมั่นใจของ คุณ

15. ยอมรับความผิดพลาดแล้วจำเอาไว้เป็นบทเรียน การเฝ้าคิดแต่ความผิดของตนเองจะทำให้ความมั่นใจลดน้อยลง

มะเขือเทศ แดงนี้มีดี

มะเขือเทศ จัดเป็นผลไม้ (หลายคนคิดว่าน่าจะเป็นผักมากกว่า) ที่คู่กับความสวยความงามของผู้หญิงมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ทั้งการบำรุงภายนอกและการกินเพื่อให้สวยจากภายใน ซึ่งประโยชน์จากมะเขือเทศ ก็มีมากมายจริงๆ ที่คุณแม่ตั้งครรภ์ไม่ควรมองข้ามหรือเขี่ยทิ้งไปอย่างน่าเสียดาย


สีแดงในมะเขือเทศ มีดีอย่างไร
ที่มะเขือเทศมีสีแดง เพราะมีสารไลโคฟีนหรือแคโรทีนอยด์ ซึ่งช่วยป้องกันมะเร็งบางชนิด ในมะเขือเทศยังมีโพแทสเซียม เบต้าแคโรทีน วิตามินซี วิตามินอี และให้พลังงานต่ำ (ไม่อ้วนแน่นอน)

สิ่งที่ทำให้มะเขือเทศเป็นผลไม้คู่ความสวยงาม
เป็นเพราะว่า มะเขือเทศผลกลางๆ 1 ผล มีวิตามินซีครึ่งหนึ่งของส้มโอทั้งผล และมีวิตามินเอ 1 ใน 3 ของวิตามินเอทั้งหมดที่ร่างกายต้องการใน 1 วัน

ผลการพิสูจน์ประโยชน์จากมะเขือเทศ

* ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อรา จึงนำไปใช้เป็นยารักษาโรคบริเวณปากที่เกิดจากเชื้อราได้
* สารไลโคฟีน ลดการเกิดมะเร็งลำไส้ และมะเร็งต่อมลูกหมากได้ (ฝากบอกถึงคุณพ่อบ้านว่า การกินมะเขือเทศ 10 ครั้ง : สัปดาห์ ช่วยลดอัตราการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมากได้ 45%)
* มีกรดอะมิโนที่ชื่อ กลูตามิค เป็นกรดที่ช่วยเพิ่มรสชาติอาหาร (ทำให้เจริญอาหารได้เป็นอย่างดี เป็นตัวเดียวกับที่อยู่ในผงชูรส)
* มะเขือเทศที่อุดมไปด้วยวิตามินซีและเอช่วยให้ผิวพรรณสดใสจากภายใน เลือดไหลเวียนดี แต่ถ้าอยากให้ผิวหน้าอ่อนนุ่ม ชุ่มชื่นก็ฝานบางๆ และนำมาแปะไว้บนใบหน้าสัก 15 นาที หรือจะคั้นน้ำสดๆ มาทาหน้า จะช่วยลดริ้วรอยได้ค่ะ

เส้นบางๆระหว่างผู้หญิงดีๆกับผู้หญิง โง่



ตั้งแต่พายุเข้ามา
จนมันพัดออกไป
แน่นอนมันย่อมทำความ เสียหายเอาไว้
คงต้องใช้เวลาเช็ดทำความสะอาดซักหน่อย

ตัวพายุคงไม่มีปัญหา
เพราะพอพัดมา
แน่นอน
ย่อมอ่อนกำลัง และจางหายไป

แต่คนนี่ซิ ที่โดนพายุเข้าทำร้าย
ใจคงบอบช้ำ

บอกตรงๆ
มันเริ่มไม่เชื่อใจ เค้าเหมือนก่อน
มันกังวล มัน......
บอกไม่ถูก

ในใจก็พยายามบอกตัวเอง ว่า
พายุ ที่เค้ามามันแค่เล็กน้อยเอง
ไม่ใช่เฮอริเคนซักหน่อย
ใจเราต้องเหมือนเดิมซิ

แต่ก็นั่นแหละบอกไม่ ถูก

เค้าบอกเราว่า
เค้าเล่าให้เพื่อนฟัง แล้ว
กับ เรื่องที่เกิดขึ้น

เพื่อนเค้าก็ตกใจ
แล้วถามใหญ่เลย
ว่าเราเป็นไง

คนของเราก็บอกไม่มี อะไรสบายมาก
บอกแล้วสบายใจซะอีก

เพื่อนเค้าก็เลยบอกว่า
ผู้หญิงดีๆแบบนี้หายาก

ฟังแล้วตอนแรกดีใจจัง
แต่แล้วจู่ๆๆ

คำว่า "โง่"
ก็ผุดขึ้นมา

จนตอนนี้เริ่มไม่แน่ใจ แล้วว่า
ที่เราทำไป เป็นเพราะ
เราเป็นผู้หญิงที่ดีหรือเป็นผู้หญิงที่โง่ กันแน่

เพราะ คนดีกับคนโง่
เราว่ามัน ห่างกันด้วยเส้นบางๆเส้นเดียว

ใช่ว่าจะรักใครง่ายๆ

ใช่ว่าจะรักใครง่ายๆ

เคยมองรอบๆ ตัวกันบ้างไหม

+++ Hamster +++

+++ Playlist +++


MusicPlaylistRingtones
Create a playlist at MixPod.com

+++ coming soon +++