วันพฤหัสบดีที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2553
50 ข้อคิด มุมมองเพื่อความเข้าใจในชีวิต

1. เมื่อเด็กกำลังเติบโตเป็นวัยรุ่น มีความต้องการเป็นตัวของตัวเองสูง ผู้ใหญ่ที่ไม่เข้าใจและใจแคบมักจะมองว่าเด็กดื้อ
2. คนเราจิตตกได้เป็นครั้งคราว อาจทำอะไรที่ไม่เหมาะสมได้ การรู้ตัวเองและให้อภัยตัวเอง จึงเป็นสิ่งสำคัญ
3. คนอกหักไม่อาจตัดความโศกเศร้าได้ด้วยเหตุผลเพียงอย่างเดียว เวลาเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการเยียวยาความรู้สึกดังกล่าว
4. ให้เคารพแนวคิดของผู้อื่นบ้าง เสมือนหนึ่งเป็นอีกแนวคิดหนึ่งที่ต่างไปจากเราเท่านั้นเอง
5. ตนเองเสียเมื่อไหร่ที่คิดดี คิดชอบเป็นอยู่คนเดียว
6. ทำไปเพราะไม่รู้ ให้อภัยกันได้ รู้แล้วยังทำ คือ ความดื้อ
7. ก่อนที่จะว่ากล่าวถึงนิสัยไม่ดีของลูกนั้น ให้มองตัวพ่อแม่เองก่อนด้วยว่า เรามีส่วนผลักดันให้เขาเป็นเช่นนั้นด้วยหรือเปล่า
8. ความทุกข์ของมนุษย์ 100% เกิดจากการพยายามฝืนความจริงของธรรมชาติ
9. หากต้องอยู่กับคนที่ไม่เกรงใจกันเลย พูดกับเขาให้น้อยลง เล่นกับเขาให้น้อยลง
10. หากอยากได้อะไร ก็ควรเสียอะไรบ้าง
11. ถ้าเราปล่อยให้โลก เร่งตัวเรา ควบคุมตัวเรา จนเราขาดอิสระภาพ เราก็จะทุกข์ ถ้าเราจะเร่งโลก ควบคุมโลกให้โลกนี้เป็นไปตามความต้องการของเรา เราก็ทุกข์เช่นกัน
12. ความฉลาดอาจหลอกคนได้ ความจริงใจต่างหากที่จะชนะใจคน
13. การให้ความสำคัญกับกฎเกณฑ์มากไป ทำให้เราลืมธรรมชาติ ลืมความเป็นจริงได้ง่าย
14. อารมณ์เป็นตัวกำหนดความคิด ความคิดกำหนดพฤติกรรม หากจะเข้าใจพฤติกรรมของคนให้ถูกต้อง จึงต้องอ่านอารมณ์ให้ออก
15. การมองอะไร ว่าดี ว่าเลว ขึ้นกับว่าอารมณ์ของเราขณะนั้นเป็นอย่างไร
16. ทำอะไรก็แล้วแต่ ควรมีหลักการบ้าง แต่ต้องระวังอย่ายึดเป็นกฎเกินไป
17. อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิดเป็นคำพื้น ๆ ที่ใช้มาเตือนสติเราได้ดีตลอดกาล
18. การพยายามทำอะไรทุกอย่างให้ได้ การสงสัยอะไรทุกเรื่องเป็นความโง่ได้ก็เพราะว่าเรื่องต่าง ๆ ในโลกนี้มีตั้งหลายเรื่องที่ใช่ว่าเราจะรู้มันได้ง่ายและเรื่องอีกหลายเรื่อง ก็ไม่จำเป็นที่ต้องตอบให้ได้ด้วย
19. คุณธรรมส่อคุณค่าของมนุษย์มากกว่าความฉลาด
20. อะไรก็ตามแต่แม้ว่ามันจะจริง จะถูกต้อง แต่ถ้าการพูดออกไปนั้น มันไม่มีประโยชน์มีแต่ผลเสีย อย่าพูดดีกว่า
21. การขาดความเกรงใจต่อกัน ทำให้เราทะเลาะกันได้ง่าย การมีความเกรงใจต่อกันที่มากเกินไป ก็ทำให้เราไม่เป็นตัวของตัวเอง
22. ใครที่เขากล้าพูดความจริงกับเราออกมา นั่นก็เพราะเขามีความเชื่อมั่นว่าเราจะยอมรับเขาได้
23. การฝึกวินัยให้กับลูกนั้นแท้ที่จริงแล้วเป็นการฝึกวินัยให้กับพ่อแม่ด้วย
24. หากลูกเป็นคนเฉื่อยชา เราคงต้องช่วยกระตุ้นให้กำลังใจ หากลูกเป็นคนเอาจริงเอาจังเกินไป เราคงต้องช่วยสอนให้ลูกได้ปล่อยวางบ้าง กฎเกณฑ์การเลี้ยงลูกของคนๆ หนึ่ง จึงไม่เหมือนของอีกคนๆ หนึ่ง
25. เมื่อคิดจะเสนอความคิดเห็นต่าง ๆ ที่มองว่าดี ต้องมองถึงความเป็นจริง ความเป็นไปได้ด้วยเสมอ
26. แต่ละคนมีศักยภาพของตัวเองอยู่แล้ว เราจึงควรต้องให้เกียรติต่อกันบ้าง
27. เมื่อเป็นคนก้าวร้าวคนอื่นไม่เป็น ก็มักจะถูกคนอื่นรุกรานได้ง่ายเช่นกัน
28. ถ้าเราเชื่อเรื่องกรรม การตายก็ไม่ใช่วิธีการหนีปัญหาได้ตลอดไป เนื่องจากกรรมนั้น ๆ ยังไม่ได้ชดใช้ จนหมดวาระในตัวของมันเอง เกิดชาติหน้า กรรมเก่าก็จะติดตัวต่อไปอยู่ดี
29. การมองปัญหาในแง่มุมต่างกัน ในจุดต่างกันจะทำให้เข้าใจปัญหาได้ต่างกัน
30. เราจะให้อภัยตัวเอง กับผู้อื่นได้นั้น เราต้องเข้าใจในตัวเองและผู้อื่นได้ก่อน
31. การแก้ปัญหาทางบุคลิกภาพต้องอาศัยทั้งความจริงใจและการอดทนเป็นอย่างยิ่ง
32. ความเชื่อมั่นในตนเองเป็นเรื่องที่ดี แต่….ปัจจัยแห่งความสำเร็จนั้นก็หาได้ขึ้นอยู่กับเราคนเดียวไม่
33. เวลาที่พ่อแม่จะสะกิดฝีหนองให้ลูกนั้น พ่อแม่เองก็เจ็บปวดไม่น้อย
34. บางครั้งเราต้องการให้คนอื่นมาเข้าใจเรา มากกว่าที่เราอยากจะเข้าใจตัวเอง นั่นก็เพราะว่า เรายังเป็นมนุษย์ที่ยังมีความอ่อนแออยู่บ้าง
35. เรื่องที่คนเราประทับใจ มักจะลืมเลือนได้ยาก ก็เนื่องจากความประทับใจ ไม่ใช่ความจำนั่นเอง
36. จะมีเราอยู่……………………. เขาก็เป็นอย่างนั้น
ไม่มีเราอยู่….……………….. เขาก็เป็นอย่างนั้น
37. หากเขาคิดจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง จริงๆแล้ว เราเป็นได้แค่เพียงตัวกระตุ้นเท่านั้น
38. ถ้าเราเรียนรู้ธรรมะด้วยเหตุผลเพียงอย่างเดียว เราจะสัมผัส " การรู้ " ได้ยากยิ่ง
39. ความสับสนในชีวิดมันเกิด ควรหาที่ยึดเหนี่ยวให้จิตใจได้พักเสียบ้าง
40. เรื่องของชีวิต มันมีจังหวะที่ต้องรอคอยอยู่บ้าง จะเรียกร้องให้มันได้ดั่งใจเสมอ47. พ่อแม่ หากมีความรักลูกมากไปแล้ว ก็ยากที่จะสอนวินัยให้กับลูกได้ดี
48. การเข้าใจคนอื่นได้ เป็นเรื่องที่ดี การเข้าใจตนเองได้ยิ่งเป็นเรื่องที่ดี เรื่องที่แย่ และก่อให้เกิดทุกข์ได้มากก็ คือรู้สึกว่าไม่มีใครเข้าใจเราเลย
49. กังวล เกินกว่าเหตุ… เชื่อมั่น มากเกินไป…
ล้วนเป็นสิ่งที่เราต้องรู้จักตนเองอยู่เสมอ
50. การเร่งแก้ปัญหา โดยรีบคิดให้ตกทันที จะยิ่งสร้างปัญหาทางอารมณ์ได้มากยิ่งขึ้น
คนก็เป็นเหมือนวงกลม

คน ก็เป็นเหมือนวงกลม
...มีหลายด้านให้มอง...
มี 360 องศา ให้เดินค้นหา มองเห็น
แต่คนเรามักจะหยุดอยู่แค่องศาแรกที่มองเห็น
และยึดติดว่าสิ่งที่เห็น สิ่งที่รู้ในด้านนั้น
เป็นทุกอย่างของคน คนนั้น ไปเสียทั้งหมด
แต่เมื่อคน คนนั้นเริ่มหมุน
เปลี่ยนมุมมอง ทิศทาง ให้ได้ดู ได้เห็น ได้รับรู้บ้าง
กลับบอกว่าเขา - เปลี่ยนไป
ฉะนั้น
การจะรู้จัก คบหากับใครสักคน
ต้องเดินวนให้ครบ 360 องศา ก่อน .. ใช่มั้ย
ถึงจะสามารถรู้ได้ว่าคน คนนั้นมีกี่มุม ให้ได้มอง
♣ เคล็ดลับการกินตลอดวัน แต่ไม่อ้วน ♣
คนที่อ้วนมักจะมีนิสัยที่ ชอบกิน และมักจะกินอาหารหรือขนมตามใจปาก บางคนกินได้ทั้งวัน กินจุบกินจิบชอบกินทั้งวันแบบนี้กินได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำหนักที่จะ เกินเลยค่ะ
* กินผักและผลไม้ทุก 2-3 ชั่วโมง
การกินผักและผลไม้ตลอดวันจะช่วยเพิ่มภูมิคุ้ม กันให้กับร่างกาย และยังช่วยลดน้ำหนักได้ครึ่งกิโลกรัมต่อสัปดาห์โดยที่เรายังไม่ทันรู้ตัวเลย ค่ะ เพราะผักและผลไม้มีสาร phytonutrients และเมล็ดผักบางชนิดยังช่วยป้องกันเชื้อโรคได้อีกด้วยค่ะ ดังนั้นเราจึงควรกินผักและผลไม้ 3-4 มื้อต่อวัน ยิ่งกินมากยิ่งดี แต่อย่างไรก็ตามนะคะ ไม่ควรกินผักผลไม้ที่มีน้ำตามมากมากจนเกินไปนะคะ เช่น ทุเรียน องุ่น มะม่วงสุก เป็นต้น
* กินประเภทไฟเบอร์ หรือเมล็ดธัญพืช
ธัญพืชนั้นมีประโยชน์ ช่วยในการเต้นของหัวใจ ป้องกันโรคหัวใจ มะเร็ง เบาหวาน และยังช่วยลดน้ำหนัก ดังนั้นในมื้ออาหารแต่ละมื้อควรจะมีไฟเบอร์หรือธัญพืชทุกมื้อ เช่น ขนมที่มีข้าวโอ๊ตอย่างน้อย 2 กรัม และในแต่ละวันควรทานธัญพืชอย่างน้อย 25-35 กรัม และยิ่งเป็นเมล็ดที่ไม่ผ่านการสกัดยิ่งมีประโยชน์ค่ะ และยังช่วยให้อิ่มนานอยู่ท้องด้วยนะคะ
* กินโปรตีนอย่างน้อยวันละ 2 ครั้งต่อวัน
สารที่อยู่ใน โปรตีนอย่างกรดอมิโนจะช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ กระตุ้นฮอร์โมนที่ควบคุมความหิวและเผาผลาญแคลอรี่
* กินของหวานหลังมื้อาหารทุกวัน
คุณจะลดความอ้วนอย่าง ได้ผลถ้าคุณกินของหวานถูกเวลาคือกินได้หลังมื้ออาหารเท่านั้น และของหวานนั้นต้องเป็นน้ำตาลฟรุกโตสจากผลไม้ น้ำตาลเทียม หรือน้ำเชื่อมจากข้าวโพด ไม่ใช่กินของหวานเป็นของว่างนะคะ แบบนี้อ้วนแน่นอนค่ะ
วันพุธที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2553
วันอังคารที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2553
♣ การทานอาหารสำหรับคนอยากหุ่นดี ♣
ร้อยทั้งร้อยใครก็ต้องอยาก มีรูปร่างที่ดีอย่างแน่นอน แต่จะทำอย่างไรนี่สิคะที่เป็นเรื่องยาก เพราะแค่จะใช้ชีวิตในแต่ละวันก็แสนจะวุ่นวายมากพออยู่แล้ว การทานอาหารก็ต้องรีบเร่งไม่ค่อยได้ใส่ใจ ทำให้หลายคนเจอกับปัญหาความอ้วนตามมา ส่วนคนที่ทานเท่าไรก็ไม่อ้วนก็เป็นที่น่าอิจฉากันไป แต่เดี๋ยวก่อนค่ะ อย่าเพิ่งไปอิจฉาตาร้อน คุณเธอเหล่านั้นเลย เพราะเรามีเคล็ดลับการทานที่จะทำให้คุณหุ่นดีได้ไม่ยาก ไม่แพ้สาว ๆ คนไหนเลยมาฝากกัน
ขยันทานผลไม้
หัดตัวเองให้เป็นคนชอบทานผลไม้และทานให้มาก ๆ แต่ต้องเลือกดูผลไม้ที่ไม่หวานจนเกินไป ส่วนผลไม้ต้องห้ามก็คือ ทุเรียน เงาะ ขนุน ลำไย ละมุด เป็นต้น
ทานอาหารให้ครบทุกมื้อ
การทานอาหารควรให้ความสำคัญกับอาหารมื้อหลักทั้ง 3 มื้อ คือเช้า กลางวัน เย็น ซึ่งทานก่อน 6 โมงเย็น และหลังจากนั้นก็ไม่ควรทานอะไรอีก แต่ถ้าหากทนไม่ไหวก็ลองดื่มชาเขียวร้อนสักแก้วก็ช่วยให้หายอยากได้
ดื่ม น้ำเป็นประจำ
การดื่มน้ำก็สำคัญ ควรดื่มน้ำอย่างน้อยให้ได้วันละ 6-8 แก้ว
เคี้ยวช้า ๆ เข้าไว้
หัดตัวเองให้เป็นคนเคี้ยวอาหารให้นาน ๆ อย่างน้อย 10 ครั้งต่อหนึ่งคำ เพราะไม่งั้นแล้วขืนคุณเคี้ยวเร็ว จะทำให้คุณทานได้เยอะกว่าเดิมนะคะ
อย่า ทานพร้อมทำกิจกรรมอื่น
ห้ามทานอาหารไปพร้อมกับทำกิจกรรมอื่น ๆ อย่างเช่น อ่านหนังสือ ดูโทรทัศน์ เล่นอินเทอร์เน็ต หรือแม้แต่การนั่งรถ เพราะจะทำให้คุณทานได้มากกว่าปกติ โดยไม่รู้ตัว แล้วความอ้วนก็จะตามมาเป็นเงาตามตัวคุณเลยทีเดียว
การ ดื่มนม
หากก่อนนอนคุณต้องดื่มนม ไม่ว่าจะเป็นนมเปรี้ยว นมพร่องมันเนย ก็ควรดื่มก่อนนอน 4 ชั่วโมง
เบ เกอร์รี่ได้ แต่น้อย
จริง ๆ แล้วถ้าอยากผอมก็ไม่ควรทาน แต่ถ้าไม่ไหวจริง ๆ ก็ทานได้สัปดาห์ละครั้ง เท่านั้น แล้วก็ไม่ใช่ว่ากินแบบเต็มอิ่มนะคะ แค่ชิ้นสองชิ้นพอ
เชื่อมั่นในตัวเอง
เลือกทานอาหารที่คุณเห็นว่ามีแคลอรีต่ำ ที่คุณเชื่อว่าเหมาะกับคุณ อย่าปล่อยให้เพื่อน ๆ ชักจูง หรือท้าทายจนคุณปล่อยตัวปล่อยใจไปกับอาหารที่มีไขมันสูงได้
หนึ่งจานก็เพียงพอ
ถึงแม้ว่าคุณจะหิวมากแค่ไหนก็ตามให้สั่งอาหารมาทานก่อนหนึ่งจาน อย่าเพิ่งสั่งจานที่สอง เพราะแค่จานเดียวก็ทำให้คุณอิ่มได้ จำไว้เลยนะคะ หนึ่งจานต่อหนึ่งมื้อเท่านั้น
เน้นผักมากกว่าเนื้อสัตว์
เวลาที่จะทานอาหารให้สังเกตก่อนว่า มีผักในปริมาณแค่ไหน เนื้อสัตว์ก็เช่นกัน จากนั้นให้ทานผักก่อนแล้วตามด้วยเนื้อสัตว์ หรือทางที่ดีก็เขี่ยเนื้อสัตว์ออกไปเลย
เลี่ยงอาหารไขมันสูง
อาหารไขมันสูงอย่างแกงกะทิ หรือน้ำอัดลมทุกชนิด ควรงดทานไปเลยนะคะ เพราะถ้าทำได้จะทำให้ลดน้ำหนักลงได้ง่ายขึ้น
ชา กาแฟวันละหนึ่งถ้วย
ถ้าเป็นไปได้หากใครที่ชอบทานชา กาแฟ หรือโอวัลติน ควรทานแค่วันละ 1 แก้วก็พอ และถ้าไม่ใส่น้ำตาลเลยก็จะดีมาก
งดลูกอมทุกชนิด
ลูกอมทั้งที่ทานเล่น หรือที่ใช้ระงับกลิ่นปาก ล้วนมีแต่น้ำตาลเป็นส่วนประกอบ เพราะฉะนั้นก็ไม่ควรทานบ่อย ๆ
วันจันทร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2553
♣ 20 วิธีลดหุ่นให้เข้าที่ ♣
1. ใช้จานชามสีเข้มขรึม
เนื่อง จากภาชนะใส่อาหารที่มีสีสดใสจะช่วยกระตุ้นให้เกิดความอยากอาหารมากขึ้น ดังนั้นเพื่อสกัดกั้นความอยากเสียตั้งแต่ยังไม่เริ่มลงมือกิน จึงควรจัดอาหารใส่ไว้ในภาชนะสีเข้มๆ อย่างเช่น สีดำ หรือสีน้ำเงินเข้ม จะเป็นการดีกว่า
2. รับประทานผักมากๆ
แบ่ง สัดส่วนการรับประทานอาหารในแต่ละวันของคุณออกเป็น 4 มื้อ และสามในสี่มื้อนั้นควรเป็นอาหารประเภทผักล้วนๆ คิดเสียว่าอย่างไรผักก็มีประโยชน์ และหากอยากลดหุ่นให้ได้จริงๆ ข้อนี้ห้ามละเลย
3. ดื่มน้ำเย็นๆ
เพราะ น้ำเย็นๆ จะช่วยให้ร่างกายต้องดึงพลังงานความร้อนในตัวออกมาเพื่อปรับอุณหภูมิของน้ำ นั้นให้เหมาะสมกับอุณหภูมิในร่างกาย ด้วยเหตุนี้ขณะที่เราได้ดื่มน้ำเย็นๆ ร่างกายจึงต้องเผาผลาญแคลอรีมากขึ้น
4. กินแต่อาหารที่ไม่ติดมัน
อาหาร ประเภทเนื้อสัตว์ติดมัน หมูสามชั้นทอดกรอบ กุนเชียง กากหมู หนังไก่หรืออาหารที่ทอดด้วยน้ำมัน ควรจะงดเว้นให้เด็ดขาด หากยังไม่อยากสูญเสียทรวดทรงองค์เอวอันสวยงามสมส่วน
5. เลือกกินของหวานอย่างเหมาะสม
ขนม หวานๆ อย่างทองหยิบ ฝอยทอง หม้อแกง เค้กหรือช็อกโกแลตเป็นของหวานที่อุดมไปด้วยนม เนย ไข่ และน้ำตาล แถมเวลาได้รับประทานแล้วจะรู้สึกเพลิดเพลินมีความสุข ทำให้ทานชิ้นเดียวหยุดไม่ได้ ฉะนั้นหากต้องการลดน้ำหนักก็จงตัดอกตัดใจเสียเถอะ ทางที่ดีควรหันมารับประทานลูกพลับ หรืออินทผลัมอบแห้งจะสามารถช่วยป้องกันอาการอยากของหวานเหล่านั้นได้
6. งดใส่ครีมในกาแฟ
แม้ ครีมเทียมจะทำให้รสชาติของกาแฟกลมกล่อมขึ้น แต่คิดดูสิ ครีมเทียมเพียง 1 กรัม สามารถให้พลังงานสูงถึง 9 แคลอรี แล้วกาแฟที่คุณดื่ม ใส่ครีมกี่ช้อนต่อแก้ว ถ้าวันหนึ่งคุณดื่มกาแฟสัก 3-4 แก้ว ร่างกายจะได้รับแคลอรี่โดยไม่รู้ตัวมากมายขนาดไหน
7. สลัดน้ำข้น ไขมันเพียบ!
คุณ บอกว่ารับประทานแต่สลัด แต่ทำไมยังอ้วนอีก ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะน้ำสลัดที่คุณเลือกรับประทาน ล้วนเป็นน้ำสลัดข้นๆ ที่อุดมไปด้วยครีมนม และไขมันนม ถ้ารับประทานอย่างนี้แล้ว จะผอมได้อย่างไรละคะ
8. ซดน้ำแกงจืดก่อนอาหาร
เป็น ความคิดที่ดีที่จะจัดการกับน้ำแกงจืดหรือไม่ก็ดื่มน้ำสักแก้วสองแก้วก่อนรับ ประทานอาหาร ทั้งนี้ก็เพื่อให้คุณรู้สึกอิ่มกับอาหารตรงหน้า แต่ถ้าหากยังสามารถกินอาหารได้อีก ก็จะกินได้ในปริมาณที่น้อยลง
9. เลือกกินข้าวกล้องแทนข้าวขาว
ข้าว เป็นอาหารหลักที่เราต้องรับประทานเกือบทุกมื้ออยู่แล้ว และถ้าหากได้รับประทานข้าวกล้องแทนข้าวขาว เราก็จะไม่ได้เพียงแค่คาร์โบไฮเดรตเฉยๆ แต่ยังได้ทั้งวิตามินและเกลือแร่ต่างๆ มากมายจากเยื่อหุ้มและจมูกข้าวที่ไม่ได้ถูกขัดสีออกไปด้วย
10. เลิกนิสัยกินจุบกินจิบ
อย่า สร้างความเคยชินให้กับตัวเองด้วยการกินนั่นกินนี่ไม่เป็นเวล่ำเวลาอยู่ เรื่อยไป แต่ควรกินอาหารเป็นมื้อเป็นคราวเท่านั้น โดยเฉพาะเวลานั่งอยู่หน้าจอทีวีไม่ควรหาขนมกรุบกรอบ อาทิเช่น มันฝรั่งทอด ข้าวเกรียบหรือคุ้กกี้ กินไปดูทีวีไปตลอดเวลา เพราะจะทำให้กินเพลินจนลืมเรื่องอ้วน
11. หาเพื่อนร่วมลด
การ ลดน้ำหนักคนเดียว บางครั้งอาจทำให้รู้สึกท้อแท้ แต่ถ้ามีเพื่อนหัวอกเดียวกันที่มุ่งมั่นจะรีดไขมันส่วนเกินออกจากชีวิต เหมือนกัน จะช่วยทำให้มีกำลังใจขึ้นเยอะ อย่างน้อยๆ คุณก็ยังรู้สึกว่า "ฉันไม่ได้เป็นคนอ้วนที่ต้องลดน้ำหนักอย่างโดดเดี่ยวเดียวดาย"
12. ดินเนอร์ใต้แสงเทียน
ภายใต้แสงเทียนนอกจากจะช่วยสร้างบรรยากาศ ให้ดูโรแมนติกขึ้นแล้ว ท่ามกลางแสงสลัวๆ แบบนั้นยังทำให้ความอยากอาหารลดน้อยลงอีกด้วย
13. อาหารมื้อเช้า
อาหาร มื้อไหนๆ ก็ไม่สำคัญเท่ากับมื้อเช้า ทั้งนี้เพราะช่วงเวลาตั้งแต่ 6 โมงถึง 10 โมงเช้า เป็นช่วงที่ระบบการเผาผลาญสารอาหารภายในร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สูงสุด ดังนั้นจึงควรกินอาหารเช้าใด้เต็มที่ ส่วนมื้อเย็นให้กินแต่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
14. ไม่กักตุนอาหารเต็มตู้เย็น
ทั้งนี้เพราะจะทำให้คุณหาของกินได้ ง่ายและสะดวกสบายเกินไป ยิ่งมีของกินในตู้เย็นมากเท่าไหร่ คุณก็จะยิ่งกินตามใจปากมากขึ้นเท่านั้น
15. ผลไม้รสเปรี้ยวอมหวาน
ผล ไม้อย่างแอปเปิ้ล ส้ม ฝรั่ง กีวี สตรอเบอร์รี่ สับปะรด มะม่วงหรือมะเขือเทศ นับเป็นผลไม้ที่เกิดขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้รักษาหุ่นอย่างแท้ จริง เพราะนอกจากจะเป็นแหล่งวิตามินซีคุณภาพสูงจากธรรมชาติแล้ว
16. ดื่มตบท้ายด้วยชามะนาว
หลัง อาหารแต่ละมื้อควรดื่มชามะนาวตบท้าย จะสามารถช่วยชะล้างปากจากอาหารคาว หรืออาหารมันๆ เลี่ยนๆ ได้ดีกว่าดื่มน้ำเปล่าธรรมดา แถมยังสามารถช่วยยุติความอยากอาหารเรื่อยเปื่อยของคุณอย่างได้ผลด้วย
17. ออกกำลังกาย
การ ออกกำลังกายเป็นกิจกรรมที่ขาดไม่ได้สำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก เพราะการออกกำลังกายจะทำให้ร่างกายสามารถเผาผลาญแคลอรีให้กลายเป็นพลังงาน ได้คราวละมากๆ ฉะนั้นจึงควรเตือนตัวเองให้ขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวร่างกายอยู่เสมอ ซึ่งนอกเหนือจากเล่นกีฬาเป็นงานอดิเรกแล้ว ก็ควรหมั่นฝึกตนให้เป็นคนชอบเดิน ชอบทำงานบ้าน และชอบขึ้นลงบันได
18. กิจวัตรแรกสุดของทุกๆ วัน
หลัง จากตื่นนอนตอนเช้า กิจวัตรแรกสุดที่ควรทำทันทีก็ไม่ใช่อะไรอื่น นั่นก็คือดื่มน้ำให้มากที่สุดเท่าที่จะสามารถดื่มได้ ทั้งนี้ก็เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสดชื่นขึ้น และช่วยให้ระบบขับถ่ายของเสียออกจากร่างกายทั้งหนักทั้งเบาทำงานได้อย่าง คล่องตัว
19. ชั่งน้ำหนักอาทิตย์ละครั้ง
เมื่อ ปฎิบัติได้ตามคำแนะนำดังกล่าวข้างต้นแล้ว ควรติดตามผลการลดหุ่น ด้วยการเปลือยกายสำรวจตัวเองหน้ากระจกในห้องน้ำส่วนตัว และชั่งน้ำหนักอาทิตย์ละครั้งก็พอ ไม่จำเป็นจะต้องชั่งทุกๆ วัน เพราะการทำเช่นนั้นรังแต่จะทำให้รู้สึกเครียดและคับข้องใจที่น้ำหนักไม่มี การเปลี่ยนแปลงให้เห็นผลได้ทันตา
20. อย่าลืมให้รางวัลกับตัวเอง
หลัง จากที่สามารถขจัดไขมันส่วนเกินในร่างกายให้ลดลงไปได้สำเร็จ (แม้จะลงไปเพียงเล็กน้อยก็ตาม) คุณก็สามารถจะให้รางวัลกับตัวเองด้วยการไปนวดหน้า นวดตัว ขัดผิวและบำรุงผิว เพียงเท่านี้หน้าตาและผิวพรรณคุณก็จะแลดูสดใสและปิ๊งปั๊งขึ้นมาทันตาเห็น
วันพฤหัสบดีที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2553
+++ Hamster +++
+++ Playlist +++
Create a playlist at MixPod.com

