วันพฤหัสบดีที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2553

ไม่ต้องรักกันเพิ่มขึ้น แค่อย่าให้ความใส่ใจลดน้อยลง




ความรัก...มักจะหวือหวาในตอนแรก

แต่เมื่อคนสองคนได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้น ระดับความตื่นเต้นก็จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

พอเป็นแบบนี้ หลายคนเริ่มมีคำถามโผล่ขึ้นมาในใจว่า "เขายังรักเราอยู่หรือเปล่า"

เริ่มรู้สึกว่าตัวเอง "ไม่ค่อยมีความสำคัญ" สำหรับเขาเหมือนเดิมแล้ว


เมื่อคนหนึ่งรู้สึกว่าตัวเองได้รับความเอาใจใส่จากคนรักน้อยลง

มักจะคิดว่าความรักที่เขามีต่อตัวเองก็ "น้อยลง" ตามไปด้วย


ฉันคิดว่าคนเราไม่จำเป็นต้องแสดงออกตลอดเวลาว่ารักมากหรือรักน้อย

เพราะถ้าความรักยังอยู่กับเราเหมือนเดิม ก็ไม่เห็นจะมีอะไรน่าเป็นห่วง

ลองคิดดูสิว่า หากเขาดูนิ่งๆ ไม่ค่อยใส่ใจ แต่เขาก็ไม่ได้นอกใจเราแม้แต่นาทีเดียว

กับการที่เขามีเรื่องเซอร์ไพรส์ให้เราตื่นเต้น และคอยเอาใจเราเป็นอย่างดี

แต่เขาแอบคบคนอื่นไปพร้อมๆ กันอีกสามคน

ถ้าให้เลือก…เราจะเลือกคนแบบไหนล่ะ

ก็ต้องเป็นคนที่ "รักเราคนเดียว" อยู่ดีนั่นแหละถูกไหม

ดังนั้นการที่เราให้ความสำคัญกับสิ่งที่เขาแสดงออก

แล้วตัดสินใจว่าเขารักน้อยลง เพราะทำดีกับเราน้อยลง อาจทำร้ายจิตใจกันและกันทั้งสองฝ่าย


แต่ถ้าเรายอมรับความจริงจุดนี้ได้ แต่เขาก็ยังเอาใจใส่เราน้อยลงอยู่ดี

ก็เป็นหน้าที่ของเราที่ต้องกล้าพูดในสิ่งที่เราค้างคาใจ

ก่อนจะเปิดใจคุยกัน เราต้องรู้เสียก่อนว่า "เราต้องการอะไร" แล้วพูดออกไปตามที่รู้สึก

ฉันมั่นใจว่าเขาต้องยอมรับฟัง และเก็บเอาไปแก้ไขปรับปรุงแน่


ไม่มีอะไรที่คนรักกันจะทำให้กันไม่ได้

หากเรื่องที่ร้องขอ…ก็ไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ยากลำบากอะไร

เขาอาจโทร.หาเราบ่อยขึ้น หากเขารู้ว่าเราจะไม่สบายใจ ถ้าเขาหายไปทั้งวันโดยไม่บอกกล่าว

หรือเขาคงเลือกที่จะอยู่กับเราให้มากกว่าเดิม

หากรู้ว่าเราน้อยใจ ที่เขาเอาแต่ออกจากบ้านไปเจอเพื่อนฝูง


ทุกปัญหาล้วนมีทางออก แต่เราต้องค้นให้เจอก่อนว่าอะไรคือปัญหา

ผู้หญิงจะชอบคิดว่า "เรื่องง่ายๆ แค่นี้ ทำไมทำให้กันไม่ได้"

ผู้ชายจะคิดว่า "เขาก็เป็นของเขาแบบนี้แหละ"

บางทีผู้ชายก็เบื่อที่จะเอาอกเอาใจแฟนตัวเอง เพราะเจอกันทุกวัน บางคนก็อยู่ด้วยกันทุกวัน

เขาอาจจะคิดว่า "ทุกอย่างก็ดีอยู่แล้ว"

ยิ่งเราไปโวยวายจะให้เขาเป็นอย่างโน้นอย่างนี้ เขาก็จะเริ่มรู้สึกว่าถูกออกคำสั่ง

ซึ่งผู้ชายจะ "เกลียดที่สุด" ถ้าผู้หญิงมาสั่งให้เขาทำโน่นทำนี่ตามใจชอบ


ตราบใดที่ความรักเคลื่อนไหวอยู่ในหัวใจของคนสองคน

ก็ไม่ต้องกังวลหรอกว่ามันจะ "มาก" หรือ "น้อย"

แต่เราควรดีใจที่ได้รู้ว่า ในหัวใจของเรายังมี "ความรัก" ให้กันและกันอยู่

เท่านี้ก็น่าจะเพียงพอ


ที่มา
FWDDER

ให้ความรักเป็นหนังสือ



เค้าว่ากันว่า....
อ่านหนังสือสักเล่มต้องใช้เวลา
เช่นเดียวกัน เราคงไม่รู้จักใครสักคนได้ดีตั้งแต่วันเรก

เค้าว่ากันว่า....
อย่าตัดสินหนังสือดีๆ แค่ปกมันสวย

เช่นเดียวกัน คนหน้าตาดี อาจจะไม่ใช่คนดีเสมอไป

เค้าว่ากันว่า....
คนที่ไม่ชอบอ่านหนังสือเลย

ก็ใช่ว่าจะมีหนังสือเล่มเรกในชีวิตที่ชอบไม่ได้
เช่นเดียวกัน คนที่เราไม่คิดจะอยากรู้จัก
อาจจะเป็นคนที่ดีที่สุดในชีวิตของเราก็ได้

เค้าว่ากันว่า....
การชอบหนังสือสักเล่ม

ไม่ได้หมายความว่า หนังสือเล่มนั้น เนื้อหาดีทุกหน้า
เช่นเดียวกัน การรู้สึกดีกับใครสักคน
ไม่จำเป็นว่าเขาต้องไม่มีข้อเสียอะไรเลย

เค้าว่ากันว่า....
อย่ารู้สึกเสียดายเวลา

กับการอ่านหนังสือบางเล่มจนจบ
แล้วพบว่าเป็นหนังสือที่ไม่ชอบ

เช่นเดียวกัน จงรู้สึกดี
กับการใช้เวลากับใครสักคนหนึ่งอย่างเต็มที่

แม้ว่าวันหนึ่งจะรู้ว่า!! เค้าคนนั้นไม่ใช่เลยสักนิด
เพราะอย่าน้อย ต่อจากนี้ไป...

เราจะได้เลือกทางที่ถูกและคนที่ใช่สะที

วิธีอยู่กับคนที่เราเกลียด <โดย ว.วชิรเมธี>

รู้ไหมว่า เรามีเวลาอยู่ในโลกนี้คนละกี่ปี
ชีวิตนั้นสั้นยิ่งกว่าหยดน้ำค้างเสียอีก จะตายวันตายพรุ่งก็ไม่มีใครรู้ล่วงหน้า
ถ้าเราใช้เวลาอันแสนสั้นนี้ไปมัวหลับๆตื่นๆอยู่ในความรัก โลภ โกรธ หลง
หมั่นไส้คนนั้น ปลาบปลื้มคนนี้ ริษยาเจ้านายใส่ไคล้ลูกน้อง
ปกป้องภาพลักษณ์ (อัตตา) กด (หัว)
คนรุ่นใหม่หลงใหลเปลือกของชีวิต โดยลืมไปเลยว่าอะไรคือสิ่งที่ตนควรทำอย่างแท้จริง
คิดดูเถิดว่า เราจะขาดทุนขนาดไหน

ท่านอังคาร กัลยาณพงศ์ เขียนบทกวีไว้ว่า
''น้ำไหลอายุขัยก็ไหลล่วง ใบไม้ร่วงชีพก็ร้างอย่างความฝัน
ฆ่าชีวาคือพร่าค่าคืนวัน จะกำนัลโลกนี้มีงานใด''
คนเราไม่ควรพร่าเวลาอันสูงค่าด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจ
ให้ตกเป็นทาสของความชอบ ความชัง มากนัก
เพราะถ้าเราวิ่งตามกิเลส กิเลสก็จะพาเราวิ่งทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ต่อไปไม่รู้จบ
กิเลสไม่เคยเหนื่อย แต่ใจคนเราสิจะเหนื่อยหนักหนาสาหัสไม่รู้กี่เท่า
ควรคิดเสียใหม่ว่า เราไม่ได้เกิดมาเพื่อที่จะชอบหรือไม่ชอบใคร
หรือเพื่อที่จะให้ใครมาชอบหรือมาชัง
แต่เราเกิดมาสู่โลกนี้เพื่อทำในสิ่งที่ดีที่สุดที่มนุษย์คนหนึ่งควรจะทำ
เอาเวลาที่รู้สึกแย่ๆ กับคนอื่นนั้นหันกลับมามองตัวเองดีกว่า
ชีวิตนี้เรามีอะไรบ้างที่เป็นแก่นสาร มีงานอะไรบ้างที่เราควรทำ
นอกจากนั้นก็ควรมองกว้างออกไปอีกว่า
เราได้ทำอะไรไว้ให้แก่โลกบ้างแล้วหรือยัง
คนทุกคนนั้นต่างก็มีดีมีเสียอยู่ในตัวเอง
ถ้าเราเลือกมองแต่ด้านเสียของเขา
จิตใจของเราก็เร่าร้อน หม่นไหม้
เวลาที่เสียไปเพราะมัวแต่สนใจด้านไม่ดีของคนอื่นก็เป็นเวลาที่ถูกใช้ไปอย่างไร้ค่า
บางที่คนที่เราลอบมอง ลอบรู้สึกไม่ดีกับเขานั้น
เขาไม่เคยรู้สึกอะไรไปด้วยกันกับเราเลย
เราเผาตัวเราเองอยู่ฝ่ายเดียวด้วยความหงุดหงิด ขัดเคืองและอารมณ์เสีย
วันแล้ววันเล่า สภาพจิตใจแบบนี้ไม่เคยทำให้ใครมีคุณภาพชีวิตดีขึ้นมาได้เลย
ลองเปลี่ยนวิธีคิด วิธีมองโลกเสียใหม่ดีกว่า
คิดเสียว่าคนเราไม่มีใครดีพร้อมหรือ เลวไม่มีที่ติไปเสียทั้งหมดหรอก
เราอยู่ในโลกกันคนละไม่กี่ปี ประเดี๋ยวเดียวก็จะล้มหายตายจากกันไปหมดแล้ว
มาเสียเวลากับเรื่องไร้สาระทำไม
อะไรที่ควรทำก็รีบทำเถิดปล่อยวางเสียบ้าง
ความโกรธ ความเกลียดนั้นไม่มีคุณค่าอะไรต่อชีวิตอันแสนน้อยนิดนี้เลย
มุ่งไปข้างหน้า ไปหาสิ่งที่มีคุณค่าให้ชีวิตดีงามดีกว่า

วิธีที่แนะนำทั้งหมดนั้น นักภาวนาเรียกว่า ''การกลับมาอยู่กับตัวเอง''
กล่าวคือ ถ้าเราเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องอยู่กับคนที่ไม่ถูกโฉลก
แทนที่จะปล่อยใจให้อยู่กับ ความรู้สึกแย่ๆไปตลอด ก็ควรหันกลับเข้ามา ''มองด้านใน''
แก้ไขที่ตัวเอง อย่ามุ่งแก้ไขที่คนอื่น
เพราะยิ่งพยายามแก้ไขคนอื่น ก็ยิ่งยุ่งเหมือนลิงทอดแห
ยิ่งเราให้ความสำคัญกับคนที่เราเกลียดมากเท่าใด
สภาพจิตใจก็ยิ่งแย่ลงมากเท่านั้น
วิธีที่ดีที่สุดในการอยู่กับคนที่เรารู้สึกไม่ดีหรือเป็นปฏิปักษ์ก็คือ
การดึงความรู้สึกจากเขามาอยู่เราทุกขณะ
หรือถ้าเช่นนั้นก็ย้ายตัวเองออกไปเสียจาก สภาพแวดล้อมเช่นนั้นให้เร็วที่สุด
อย่าอยู่นานจนทุกข์นั้นกลัดหนองเป็นมะเร็งร้ายในอารมณ์
ปราชญ์จีนบอกว่า ''ถ้ามีขุนเขาขวางท่านอยู่ข้างหน้า อย่าเสียเวลาย้ายขุนเขา
แต่จงย้ายตัวเอง ''
ดังนั้นเราควรจะย้ายภูเขาที่อยู่ข้างในหรือจะย้ายภูเขาที่อยู่ข้างนอก?

โดย ว.วชิรเมธี

วันอังคารที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2553

คนสายตาสั้นควรสนใจวิตามินใดบ้าง

อย่าคิดว่าเมื่อสายตาสั้นแล้วก็ต้องสั้นมากขึ้นเรื่อยๆ เสมอไป

เนื่องจากเซลล์ประสาทตานั้นจะไม่เสื่อมลงไปถ้าได้รับการบำรุงที่ดี โดยมากเราจะเคยได้รู้เพียงว่าคนที่รับประทานวิตามินเอเป็นประจำสม่ำเสมอจะ มีดวงตาสวย สายตาดี เพราะวิตามินเอเกี่ยวข้องกับสายตาโดยตรงอยู่แล้ว

แต่ทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ค้นคว้าพบว่าวิตามินบี1 และวิตามินอีมีคุณสมบัติช่วยบำรุงเรื่องตาของคนเราได้เป็นอย่างดี

การขาดวิตามินอีทำให้จอรับภาพของตาเสื่อม

การขาดวิตามินบี 1 ประสาทที่ทำหน้าที่นำภาพไปสู่สมองก็จะเกิดผิดปกติ มีผลทำให้ประสามเสื่อม

อาหารที่เป็นแหล่งวิตามินอีและ บี1 ที่ดี ได้แก่ ตับ นม ถั่วลิสง ถั่วต่างๆ ไข่แดง ข้าวซ้อมมือ เต้าหู้ เนื้อหมู งา กระเทียม และสาหร่าย

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : thai-healthcare.com

ภาพประกอบจาก : www.photos.com

ล้างหน้าอย่างไรให้ถูกวิธี



ขั้นตอนที่ 1

อย่าถูผิวแรง ๆ เป็นอันขาด เพราะจะทำให้เกิดริ้วรอยย่นก่อนวัยนะคะ ควรสัมผัสผิวหน้าเบา ๆ วิธีการล้างหน้าที่ถูกต้อง คือ บีบครีม หรือโลชั่นล้างหน้าลงที่ฝ่ามือ แลัวใช้นิ้วนวดครีมให้ทั่วหน้า ลักษณะเป็น วงกลม และลูบขึ้นจากคางถึงตีนผม บริเวณหน้าผาก อย่าลูบลงเป็นอันขาดนะค่ะ

เมื่อทาทั่วแล้วทิ้งไว้ประมาณ 1 นาที ค่อยเช็คออกด้วยสำลี หรือล้างออกด้วยน้ำสะอาดค่ะ และสำหรับการล้างเครื่องสำอางบริเวณรอบดวงตา ให้ใช้สำลีชุบโลชั่นสำหรับล้างเครื่องสำอางที่ตาโดยเฉพาะ วางแปะไว้สักครู่แล้วจึงลูบออกเบา ๆ จากสันจมูก ไปหาขมับ

ขั้นตอนที่ 2

สมานผิว หรือที่เรียกว่า โทนเนอร์ ซึ่งทำหน้าที่ช่วยชำระคราบเครื่องสำอางที่ค้างอยู่บนใบหน้า และปรับสภาพผิวหน้าให้สมดุลย์ตามปกติ การใช้โทนเนอร์ที่ถูกต้องคือ เทน้ำยาลงบนสำลีให้ชื้น พอประมาณ และตบเบา ๆ จากคอไปหาไรผม บริเวณหน้า ผาก ส่วนบริเวณสองแก้ม ให้ตบเบา ๆ ในแนวนอนไปหาสันจมูก

สิ่งสำคัญควรใช้โทนเนอร์เป็นประจำ หลังใช้ ครีมหรือโลชั่นล้างหน้าและใช้ทุกครั้งค่ะ หรือเมื่อมีการมาส์คและขัดหน้า

ขั้นตอนที่ 3

เป็นหน้าที่ของมอยส์เจอร์ไรเซอร์ เพื่อคืนความชุ่มชื้น และเก็บกักน้ำในผิวให้คงอยู่นานที่สุดค่ะ และยังช่วยป้องกันฝุ่นละออง ไม่ให้เข้าถึงผิวโดยง่ายอีกด้วย มอยส์เจอร์ที่ดี ควรมีลักษณะโปร่งบาง เพื่อให้ผิว ได้รับออกซิเจน การทามอยส์เจอร์ให้ลูบขึ้นจากคางไปจดหน้าผาก ควรทาบาง ๆ โดยเฉพาะบริเวณใต้ตานะคะ

ข้อแนะนำ ควรใช้ครีมขัดหน้า ทำความสะอาด และมาส์คหน้า อาทิตย์ละ 1 ครั้ง นะค่ะ เพื่อช่วยขจัดเซลส์ ที่ตายแล้ว ให้ผลัดตัวหลุดลอกออกง่ายขึ้น

- มาส์คที่มีลักษณะเป็นโคลน หรือที่ทาแล้วแห้งติดผิวนั้น เหมาะกับผิวมันค่ะ
- มาส์คที่มีลักษณะเป็นครีม เหมาะกับคนผิวแห้ง
- ครีมขัดหน้า ควรเลือก ที่ผสมเม็ด ขัดที่ เล็ก ๆ ทำจากสารธรรมชาติ เช่น ข้าวโอ๊ต หลังจากขัดแล้วควรล้างออกด้วยน้ำอุ่น และเช็คให้แห้งนะคะ จากนั้น ตามด้วยการทาโทนเนอร์ และมอยส์เจอร์

ได้เห็นตัวเป็นๆ แล้ว LG LEX8 Nano LED TV

วันนี้มีโอกาสได้เห็นเครื่องที่ว่ากันว่าบางที่สุดในตอนนี้แล้ว ที่จริงๆ อาจจะดูแปลกๆ หน่อยถ้าจะบอกว่า ตัวฐานมันใหญ่เพราะว่าอุปกรณ์อะไรต่างๆ มันไปกองอยู่ตรงนั้น แต่เครื่อง LG LEX8 ที่มีความหนาแค่ 8 มิลลิเมตร ก็น่าประทับใจมากๆ ทั้งตัวขนาดและภาพที่ได้ เพราะเป็น Nano LED เริ่มๆ มีคนจะเอาไปเทียบความบางแข่งกัน iPhone ล่ะ ต่อไปคงต้องบางเท่าใบมีดกันแล้วมั้ง

ที่มา : Engadget

ขอบคุณเนื้อหา และภาพประกอบ จาก : lcdspec

มหัศจรรย์น้ำผึ้ง

กว่า 8,000 ปีมาแล้วที่มนุษย์รู้จักและนำน้ำผึ้งมาใช้เป็นสารให้ความหวาน น้ำผึ้งมีสรรพคุณทางยา และมีประโยชน์ต่อสุขภาพจึงทำให้มีการนำน้ำผึ้งมาใช้ประโยชน์ในรูปแบบที่หลาก หลาย บางคนนิยมรับประทานน้ำผึ้งเพียงอย่างเดียว หรืออาจจะนำน้ำผึ้งมาผสมกับน้ำนมหรือผลไม้ นอกจากนี้น้ำผึ้งมีสรรพคุณเป็นยาระบายอ่อนๆ จึงมักนำมาให้เด็กที่มีอาการท้องผูกรับประทาน รวมทั้งยังมีสรรพคุณในการป้องกันหรือยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อ จุลินทรีย์ชนิดต่างๆ ด้วย

น้ำผึ้งเกิดขึ้นได้อย่างไร.... น้ำผึ้งเป็นน้ำหวานที่ได้จากดอกไม้ซึ่งประกอบด้วยน้ำตาลซูโครส กลูโคส และฟรักโทสเป็นส่วนประกอบหลัก โดยผึ้งงานจะเก็บสะสมน้ำหวานจากดอกไม้ไว้ในรังผึ้ง และผึ้งจะสร้างและปล่อยเอนไซม์ที่ชื่อว่า "invertase" ลงไปในน้ำหวานที่เก็บมาจากดอกไม้ ซึ่งจะทำให้เกิดกระบวนการเปลี่ยนโครงสร้างทางกายภาพและโครงสร้างทางเคมีของ น้ำหวานจากดอกไม้

เอนไซม์ invertase จะเปลี่ยนน้ำตาลซูโครสซึ่งเป็นไดแซ็กคาไรด์ ให้เป็นน้ำตาลกลูโคสและน้ำตาลฟรักโทสซึ่งเป็นมอนอแซ็กคาไรด์ และส่วนหนึ่งของกลูโคสที่มีอยู่ในน้ำหวานจากดอกไม้ก็จะเกิดปฏิกิริยาเคมีกับ เอนไซม์ glucose oxidase ที่สร้างจากผึ้ง โดย glucose oxidase จะเปลี่ยนกลูโคสไปเป็นกรดกลูโคนิค (gluconic acid) และ ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (hydrogen peroxide)

กรดกลูโคนิคจะทำให้น้ำผึ้ง มีความเป็นกรดเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นสภาวะที่ ไม่เหมาะต่อการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์หลายชนิด ในขณะเดียวกันไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ก็มีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อ จุลินทรีย์บางชนิดได้เช่นกัน ส่วนความหนืดของน้ำผึ้งนั้นเกิดจากการที่น้ำที่อยู่ในน้ำหวานจากดอกไม้ ระเหยออกจากช่องเก็บน้ำผึ้งในรังผึ้ง ด้วยการกระพือปีกของผึ้งภายในรังซึ่งช่วยทำให้น้ำระเหยออกจากน้ำหวานได้เร็ว ขึ้น จึงทำให้น้ำผึ้งมีความเข้มข้นมาก ซึ่งสภาวะดังกล่าวจะไม่เหมาะกับการเจริญของเชื้อจุลินทรีย์ชนิดต่างๆ จะเห็นได้ว่าผึ้งมีวิธีการที่ทำให้น้ำหวานที่เก็บจากดอกไม้เปลี่ยนสภาพทั้ง โครงสร้างทางกายภาพและโครงสร้างทางเคมีได้อย่างน่ามหัศจรรย์

การที่ น้ำผึ้งเป็นแหล่งอาหารที่ให้พลังงานสูง เพราะในน้ำผึ้งประกอบด้วยน้ำตาลมอนอแซ็กคาไรด์ ที่ร่างกายของเราสามารถดูดซึมน้ำตาลมอนอแซ็กคาไรด์ไปใช้ได้โดยตรง โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการย่อยอาหาร ทำให้เวลาที่เรารับประทานน้ำผึ้งจะรู้สึกสดชื่นและกระปรี้กระเปร่าอย่างรวด เร็ว แต่ในเด็กการดูดซึมน้ำตาลฟรักโทสในน้ำผึ้งไปใช้จะทำได้ไม่ดีเหมือนในผู้ใหญ่ ดังนั้นถ้าเด็กดื่มน้ำผึ้งมากเกินกว่าที่ร่างกายเด็กจะสามารถดูดซึมได้ น้ำตาลฟรักโทสในน้ำผึ้งที่เหลือค้างในลำไส้จะทำให้เกิดการสะสมของน้ำในลำไส้ และถูกขับออกจากร่างกายในที่สุด นี่คือเหตุผลที่ทำไมจึงกล่าวว่า น้ำผึ้งมีการออกฤทธิ์คล้ายยาระบายอ่อนๆ

นอกจากนี้ในน้ำผึ้งยังประกอบไป ด้วยวิตามินบี วิตามินซี แคลเซียม และแร่ธาตุต่างๆ ที่ช่วยบำรุงสุขภาพและมีสารที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ (antioxidants) ในร่างกายอีกด้วย

สารต่อต้านอนุมูลอิสระคืออะไร สารต่อต้านอนุมูลอิสระคือสารที่ช่วยยับยั้งและป้องกันการเกิดปฏิกิริยาเคมี ต่างๆ ภายในเซลล์ของร่างกาย ซึ่งปฏิริยาเคมีเหล่านี้จะเกิดขึ้นจากการกระตุ้นของออกซิเจนหรือไฮโดรเจน เปอร์ออกไซด์และทำให้เกิดไอออนหรืออนุมูลอิสระซึ่งจะส่งผลทำให้เกิดความเสีย หายต่างๆ ภายในเซลล์ของร่างกาย เช่น ทำให้ร่างกายเสื่อมสภาพ หรือแก่ชราลง ตัวอย่างสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่คุ้นเคยและใกล้ตัว คือสารในกลุ่มวิตามินต่างๆ เช่น วิตามินซี และวิตามินอี เป็นต้น

นัก วิทยาศาสตร์ได้ศึกษาและค้นพบกลุ่มสารเคมีที่พบในพืชหลายชนิดปรากฏอยู่ในน้ำ ผึ้ง เรียกสารกลุ่มนี้ว่า phytochemicals ซึ่งมีความหมายรวมถึงสารต่อต้านอนุมูลอิสระอีกหลายชนิดที่พบในน้ำผึ้งด้วย และน้ำผึ้งแต่ละชนิดก็จะมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับ ว่าน้ำผึ้งชนิดนั้นได้มาจากดอกไม้ชนิดใด ซึ่งสาร phytochemicals จะส่งผลในเชิงบวกต่อระบบย่อยอาหารและการเผาผลาญอาหารในร่างกายของมนุษย์

นอก จากนี้ในไขผึ้งและน้ำผึ้งยังพบสารที่ออกฤทธิ์ยับยั้งและป้องกันการเกิด มะเร็งในลำไส้ใหญ่และการเกิดเนื้องอก รวมทั้งสรรพคุณของน้ำผึ้งที่มีสารเคมีที่ช่วยในการต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส และราบางชนิด โดยสารเคมีเหล่านี้จะเป็นสารผสมของเรซินและสารอื่นๆ อีกหลายชนิดที่ประกอบอยู่ในไขผึ้งและน้ำผึ้ง ทั้งหมดที่กล่าวมาถือว่าเป็นสรรพคุณที่ดีของน้ำผึ้ง

สำหรับน้ำผึ้งที่ ผ่านกระบวนการแปรรูปจะพบสารกลุ่ม phytochemicals น้อยกว่าในน้ำผึ้งที่ได้มาจากธรรมชาติที่ไม่ได้ผ่านกระบวนการแปรรูปใดๆ แต่อย่างไรก็ตามมีรายงานการปนเปื้อนของน้ำผึ้งจากสารพิษที่แบคทีเรียสร้าง ขึ้น เช่น สารพิษโบทูลินั่ม จากสารเคมีที่ใช้ในการเกษตร ไม่ว่าจะเป็น ปุ๋ยเคมี ยาฆ่าแมลง ยากำจัดวัชพืช โดยมีการปนเปื้อนในระดับความเข้มข้นที่แตกต่างกันไป ดังนั้น การเลือกน้ำผึ้งจากแหล่งที่น่าเชื่อถือและปลอดภัยจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้อง คำนึงถึงด้วยเช่นกัน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : www.scimath.org

ภาพประกอบจาก : www.photos.com

ขั้นตอนการทำฝนหลวง

การทำฝนหลวงทำให้เกษตรกรมีน้ำเพียงพอในการทำการเกษตร และเป็นหนึ่งในโครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุ ยเดชฯ ที่แสดงถึงพระอัจฉริยภาพด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของพระองค์ ทราบไหมว่าขั้นตอนในการทำฝนหลวงนั้นมี ขั้นตอนการปฏิบัติอย่างไรบ้าง

คุณทวี กาญจณา ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงที่ 5 อธิบายว่า การทำฝนหลวงนั้นดูเหมือนจะง่าย และเกษตรกรก็มีความมุ่งหวังว่าพอมาขอฝนหลวงแล้วก็จะต้องมีฝนตก แต่ในการทำฝนหลวงนั้นกว่าจะทำให้ฝนตกลงมาได้เจ้าหน้าที่ต้องทำงานกันอย่าง หนัก เจ้าหน้าที่จะต้องแบ่งงานและเตรียมงานตั้งแต่เช้าโดยจะเริ่มงานเวลาประมาณ 6.30 น. เจ้าหน้าที่จะต้องเตรียมข้อมูลเพื่อจะปล่อยอุปกรณ์ติดกับบอลลูนไปในอากาศ เมื่อถึงเวลาประมาณ 7.30 น. เจ้าหน้าที่จะทำการเก็บข้อมูล หลังจากที่ได้ข้อมูลของสถาพอากาศแล้ว จากนั้นเวลาประมาณ 9.00 น. เจ้าหน้าที่ทุกคนจะมารวมกันที่สำนักงาน ไม่ว่าจะเป็นนักวิชาการ นักบิน ช่างเครื่องบิน หัวหน้าทีมในการเตรียมสารหรือโปรยสาร เพื่อวิเคราะห์สภาพอากาศว่า วันนี้อากาศเหมาะสมในการที่จะขึ้นไปทำฝนหลวงหรือไม่ เครื่องบิน ยานพาหนะและสารทำฝนหลวงอยู่ในสภาพพร้อมหรือไม่

หลังจากนั้นก็จะปฏิบัตการทำฝนหลวงตามขั้นตอน สำหรับขั้นตอนการทำฝนนั้นมีอยู่ 3 ขั้นตอนกับอีก 3 เทคนิค ขั้นตอนที่ 1 จะเป็นการก่อเมฆ ขั้นตอนที่ 2 เลี้ยงเมฆให้อ้วน และขั้นตอนที่ 3 ตีเมฆให้ตกเป็นฝนและอีก 3 เทคนิคพระราชทานก็คือ เทคนิคที่ 1 การเพิ่มผลผลิตด้วยการใช้น้ำแข็งแห้ง เทคนิคที่ 2 แซนด์วิช และ เทคนิคที่ 3 เทคนิคซุปเปอร์แซนด์วิช การทำฝนหลวงเป็นการดัดแปลงสภาพอากาศที่ต้องอาศัยธรรมชาติเป็นหลัก สำหรับระยะเวลาการตกของฝนหลวง หลังจากที่ได้ลงมือปฏิบัติการแล้วก็ขึ้นอยู่กับสภาพความชื้นหรือสภาพเมฆของ แต่ละวัน วันไหนความชื้นเหมาะสม ก้อนเมฆมีขนาดใหญ่ และเม็ดน้ำมีขนาดใหญ๋ฝนก็ตกภายใน 1 ชั่วโมง

สาเหตุที่ทำฝนหลวงแล้วฝนไม่ตกก็มีหลายสาเหตุ เช่น ความชื้นสัมพัทธ์มีน้อยเกินไป สภาพอากาศไม่ค่อยเหมาะสม เป็นต้น เมื่อทำฝนหลวงสำเร็จ คนที่ทำก็ดีใจ เพราะทำให้พื่นที่เกษตรกรรมของเกษตรกรรอดพ้นจากความเสียหายได้

TIPS เมื่อ วันที่ 12 ตุลาคม 2548 สำนักสิทธิบัตรยุโรปได้ออก สิทธิบัตร เลขที่ 1491088 ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภายใต้ชื่อ 'Weather Modification by Royal Rainma Technology' หรือ 'สิทธิบัตรฝนหลวง'

ขอขอบคุณข้อมูลจาก: วิทยาศาสตร์รอบตัว(จาก สสวท.)

มาสด้าเผยภาพสเก็ต BT-50 โฉม2012 คาดออกขายปลายปีหน้า

บริษัทมาสด้า มอเตอร์ คอร์เปอร์เรชั่น ประเทศญี่ปุ่น เจ้าของค่ายรถมาสด้า ที่มีแนวทางในการดีไซน์ตามแนวคิดแบบ Zoom- Zoom ได้เผยภาพสเก็ตการออกแบบรถกระบะต้นแบบคันใหม่ ที่น่าเชื่อว่า มันน่าจะเป้นรถกระบะขนาดกลางในรุ่น Mazda BT-50 โฉมใหม่ ที่กำลังอยู่ในระหว่างการออกแบบพัฒนา

ภาพดังกล่าวได้แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของ ทางบริษัทที่ใส่ดีกรีความสปอร์ตลงไปในสายพันธุ์รถกระบะมากยิ่งขึ้น โดยในภาพการออกแบบที่ปล่อยออกมายั่วน้ำลายคอคนรักรถกระบะนี้เป็นภาพของการ ออกแบบในรุ่น 4 ประตูที่เผยให้เห็นถึงใบหน้า ที่นำเอกลักษณ์หารออกแบบคล้ายคลึงกับรถมาสด้าในรุ่นปัจจุบันทั้งหลายมาใช้ จับใส่ลงไปในตัวบอดี้ของรถ

ดวงตาหรือโคมไฟหน้าของรถดูคล้ายๆกับของรุ่น CX-9 แต่มีความปราดเปรียวมากกว่า ส่วนกระจังหน้าดูขลับให้มีความสปอร์ตพสานเข้ากับความบึกบึนเล็กๆน้อยๆ ที่เหมือนการจับเอากระจังหน้าจากรถเก๋รุ่นใหญ่ในมาสด้า 6 มาใช้ ในขณะที่ด้านท้ายรถนั้น ในภาพสเกตดังกล่าวไม่ได้มีแสดง แต่เมื่อมองถึงในส่วนกระบะท้ายนั้น มันออกแนวคล้ายรูปทรงกระบะของจากรถกระบะค่ายหนึ่ง

ทั้งนี้นี่เป็นเพียงภาพสเก็ตในการออกแบบ เท่านั้น ซึ่งในรถต้นแบบคันจริงมันมีกำหนดการเปิดตัวที่งาน ออสเตรเลีย มอเตอร์โชว์ ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 15-24 ตุลาคม ศกนี้ โดยในงานดังกล่าว ทางค่ายพันธมิตรอย่างฟอร์ด ก็จะมีการเปิดตัว Ranger ใหม่ด้วยเช่นกัน

ส่วน ในเรื่องสายการผลิตนั้นคาดว่ารถรุ่นนี้จะถูกประกอบขึ้นที่โรงงาน ออโต้อัลลายแอนซ์ จังหวัดระยอง ที่ประเทศไทย ซึ่งขณะนี้กำลังมีการขยายแผนงานการลงทุน มูลค่ากว่า 11000 ล้านบาท โดยการลงทุนดังกล่าว มีการเปิดเผยว่าเพื่อรองรับการผลิตกระบะคอมแพ็ครุ่นใหม่ในกลางปี 2554

Sanook Auto Comment

ภาพสเก็ตดังกล่าวถือว่า มาสด้ามีความตั้งใจจริงที่จะฉีกแนวรถกระบะรุ่นใหม่ให้แปลกกว่าเพื่อน หลัง 2 พันธมิตรฟอร์ดและมาสด้า แม้จะจับมือกันแต่ก็กลายเป็หอกข้างแคร่ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อภาพลักษณ์และยอดขาย

สำหรับ BT-50 ใหม่นี้ มีกำหนดการณ์ออกถ้าดูจากการวางตลาดแล้ว น่าจะเป็นปลายปีหน้า ไม่น่าเกินงานมอเตอร์เอ็กซ์โป ท้ายปี ถ้าหากใครชอบก็รอดูคันจริง ที่เราคงจะติดตามมานำเสนอในเร็วๆนี้ อย่างแน่นอน

อาหารที่ทานแล้วอารมณ์ดี

วันนี้ เรามีความรู้เคล็ดลับสุขภาพ เรื่องอาหารที่ทานแล้วอารมณ์ดีมาฝากกันค่ะ เพื่อนๆ จะได้ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บแถมยังเป็นอาหารที่เราคาดไม่ถึงอีกด้วย

ปลาแซลมอนและปลาแมคเคอเรล อุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า-3 ที่มีการวิจัยยืนยันว่า หากขาดกรดไขมันชนิดนี้จะไปสู่อาการซึมเศร้าได้

น้ำมันคาโนลา (Canola Oil) คนที่มีอาการซึมเศร้า มักจะมีระดับวิตามินอีต่ำ ซึ่งน้ำมันคาโนลาสามารถทดแทนได้เพราะมีวิตามินอีสูงมาก อาจใช้น้ำมันคาโนลาปรุงอาหารแทนน้ำมันพืชก็ได้ แต่ไม่ควรทานเกินวันละ 2 ช้อนโต๊ะ เพราะจะทำให้อ้วนได้

ผักโขม ผักใบเขียวอย่างผักโขมมีโฟเลตสูง ซึ่งโฟเลตมีส่วนสำคัญในกระบวนการสร้างเซโรโทนิน ลองหันมากินสลัดผักโขมแทนสลัดผักกาดหอมทั่วไป เวลาอารมณ์ไม่ดีก็ช่วยได้

ถั่วชิกพีหรือถั่วหัวช้าง (Chick Pea) มีโฟเลตและวิตามินอีสูง นอกจากนี้ยังมีไฟเบอร์ ธาตุเหล็ก โปรตีนสูง แต่ไขมันต่ำ เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่ไม่ทานเนื้อสัตว์

ไก่และไก่งวง มีวิตามินบี 6 สูง ซึ่งเป็นสารอาหารอีกชนิดที่มีส่วนสำคัญในการผลิตเซโรโทนิน นอกจากนี้ไก่และไก่งวงยังอุดมด้วยเซเลเนียม วิตามิน และแร่ธาตุสำคัญ





ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจากDevil

เรียงลำดับความสำคัญของชีวิตดี หรือยัง




อาจารย์สอนปรัชญาเข้าห้องเรียนมาพร้อมด้วยของสองสามอย่าง

เมื่อได้เวลาเรียน เขาก็หยิบเหยือกแก้วขนาดใหญ่ขึ้นมา แล้วใส่ลูกเทนนิสลงไปจนเต็ม
จากนั้นก็ถามบรรดานักศึกษาว่าเหยือกเต็มหรือยังนักศึกษาต่างก็ยอมรับว่าเต็มแล้ว

แต่แล้วอาจารย์ก็หยิบกระป๋องใส่กรวดออกมาแล้วเทกรวดลงไปในเหยือก เขย่าเหยือกเบาๆ
กรวดก็เลื่อนไหลลงไปอยู่ระหว่างลูกเทนนิส เขาถามนักศึกษาว่าเหยือกเต็มหรือยัง นักศึกษาก็ยอมรับว่าเต็มแล้ว

อาจารย์ คนเดิมควักเอากล่องทรายขึ้นมาเทใส่ลงไปในเหยือก และทรายก็ไหลลงไปแทนที่ตามช่องว่างได้อย่างง่ายดาย เขาถามนักศึกษาอีกครั้งว่าเหยือกเต็มหรือยัง นักศึกษาตอบอย่างหนักแน่นว่าคราวนี้เต็มแน่แล้ว

ถึงตอนนี้อาจารย์หยิบเบียร์สองกระป๋องออกมาจากใต้โต๊ะ แล้วเทใส่เหยือกโดยไม่รีรอ เบียร์ก็ซึมผ่านทรายลงไปจนหมด ทั้งชั้นเรียนหัวเราะกันครืนใหญ่

เอาล่ะ อาจารย์กล่าวขึ้นเมื่อเสียงหัวเราะซาลง ผมอยากให้พวกคุณจำไว้ว่าเหยือกนี้ก็เหมือนชีวิตคนเรา

ลูกเทนนิสก็คือสิ่งที่สำคัญในชีวิต เช่น ครอบครัว คู่ชีวิต สุขภาพ ลูก เพื่อนฝูง และสิ่งที่คุณสนใจจริงๆ
สิ่งที่ถ้าคุณต้องสูญเสีย ทุกอย่างไป และเหลือแต่เพียงสิ่งเหล่านี้ ชีวิตคุณก็ยังเต็มเปี่ยมอยู่

เม็ดกรวดก็เหมือนสิ่งที่สำคัญรองลงมา เช่นงาน บ้าน รถยนต์

ทรายก็คือเรื่องอื่นๆที่เหลือ เรื่องเล็กๆน้อยๆที่เราต้องทำและมักจะหมกมุ่น ถ้าคุณใส่ทรายลงไปก่อน
คุณก็จะไม่มีที่เหลือให้ใส่กรวดและไม่มีที่ใส่ลูกเทนนิสแน่ ชีวิตคุณก็เหมือนกัน ถ้าคุณใช้เวลาและกำลังให้

หมดไปกับเรื่องเล็กๆน้อยๆ คุณก็จะไม่มีที่ให้เรื่องที่สำคัญสำหรับคุณ คุณต้องมุ่งความสนใจไปที่เรื่องที่ทำให้คุณมีความสุข เล่นกับลูกๆ หาเวลาไปตรวจร่างกาย พาคู่ชีวิตไปเต้นรำ เล่นเทนนิสสักสองสามเซ็ท
คุณ ยังมีเวลาอกมากที่จะเอาผ้าไปซัก ทำความสะอาดบ้าน จัดงานเลี้ยง ซ่อมแซมอะไรต่อมิอะไร ดูแลลูกเทนนิสก่อน ดูแลเรื่องที่สำคัญจริงๆ เรียงลำดับความสำคัญให้ดี เรื่องอื่นๆมันก็แค่เม็ดทราย

นักศึกษาคนหนึ่งยกมือขึ้นถามว่า แล้วเบียร์หมายถึงอะไร อาจารย์ยิ้มน้อยๆ ผมดีใจที่คุณถาม ผมแค่อยากให้คุณเห็นว่า

"ไม่ว่าชีวิตคุณจะเต็มแค่ไหน คุณก็ยังมีที่ว่างพอสำหรับเบียร์เสมอ"


ที่มา
ฟอร์เวริ์ดเมลล์

10 อาหารที่แพทย์จีนเตือน



ท่าน อาจารย์นายแพทย์ภาสกิจ(วิทวัส) วัณนาวิบูล อาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญแพทย์แผนจีน แนะนำเคล็ดลับการดูแลสุขภาพตามศาสตร์แพทย์แผนจีนว่า อาหาร 10 อย่างที่ไม่ควรกินมากเกิน

1. ไข่เยี่ยวม้า : ไข่ เยี่ยวม้ามี ตะกั่วค่อนข้างสูง ตะกั่วทำให้การดูดซึมแคลเซียมน้อยลง กินบ่อยๆ จะเสี่ยงโรคกระดูกโปร่งบาง และอาจได้รับพิษตะกั่ว เช่น สมองเสื่อม เป็นหมัน ฯลฯ

2. ปาท่องโก๋ : กระบวนการทำปาท่องโก๋มีการใช้สารส้ม ซึ่งมีตะกั่วปนเปื้อน ตะกั่วทำให้ไตทำงานหนักในการขับสารนี้ออกไป นอกจากนั้นยังทำให้คอแห้ง เจ็บคอง่าย โดยเฉพาะคนที่เป็นโรคร้อนในได้ง่าย

3. เนื้อย่าง : กระบวนการรมไฟ ย่างไฟทำให้เกิดสารเบนโซไพรีน ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง

4. ผักดอง : ผัก ดอง และของหมักเกลือทำให้ร่างกายได้รับเกลือโซเดียมสูง ถ้ากินบ่อยเกิน หรือมากเกินจะทำให้หัวใจทำงานหนัก เกิดความดันเลือดสูง และโรคหัวใจได้ง่าย นอกจากนั้นกระบวนการหมักดองยังทำให้เกิดสารแอมโมเนียมไนไตรด์ ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง

5. ตับหมู : ตับหมูมีโคเลสเตอรอลสูง การกินตับหมูบ่อยเกิน หรือมากเกินทำให้เสี่ยงต่อโรคหัวใจ เส้นเลือดสมอง(อัมพฤกษ์-อัมพาต) และโรคมะเร็งเพิ่มขึ้น

6. ผักขม ปวยเล้ง : ผักขมและปวยเล้งมีสารอาหารสูง ทว่า... มีกรดออกซาเลตมาก ทำให้เกิดการขับสังกะสี และแคลเซียมออกจากร่างกายมาก การกินบ่อยเกิน หรือมากเกินอาจทำให้เกิดภาวะขาดแคลเซียม หรือสังกะสีได้

7. บะหมี่สำเร็จรูป : บะหมี่สำเร็จรูปมีสารกัดบูด สารแต่งรสค่อนข้างสูง และมีคุณค่าทางอาหารต่ำ การกินบะหมี่สำเร็จรูปมากเกิน หรือบ่อยเกินอาจทำให้เสี่ยงต่อโรคขาดอาหาร และการสะสมสารพิษได้

8. เมล็ดทานตะวัน : เมล็ด ทานตะวันมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูง ทว่า... การกินมากเกิน หรือบ่อยเกินอาจทำให้กระบวนการเคมี (metabolism) ในร่างกายผิดปกติ ทำให้เกิดการสะสมไขมันในตับ ภาวะไขมันในตับสูงอาจทำให้เสี่ยงต่อโรคตับ เช่น ตับแข็ง ฯลฯ เพิ่มขึ้น

9. เต้าหู้หมัก เต้าหู้ยี้ : กระบวนการหมักเต้าหู้อาจมีการปนเปื้อนเชื้อโรคได้ง่าย... ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อคนสูงอายุ หรือเด็กเล็กได้ นอกจากนี้กระบวนการผลิตยังทำให้เกิดไฮโดรเจนซัลไฟด์ ซึ่งเป็นอันตรายต่อร่างกาย

10. ผงชูรส : คนเราไม่ควรกินผงชูรสเกินวันละ 6 กรัม หรือประมาณ 1 ช้อนชา... การกินผงชูรสมากเกิน หรือบ่อยเกินทำให้เกิดภาวะกรดกลูตามิกในเลือดสูง อาจทำให้ปวดหัว ใจสั่น คลื่นไส้ และมีผลเสียต่ออวัยวะสืบพันธุ์

วันจันทร์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2553

ยิ่งนอนดึก ยิ่งเร่งวันตาย

การนอนดึกเป็นเหตุให้อายุ สั้น เท่ากับเร่งวันตายให้ตัวเอง การทำงานดึกทำให้ร่างกายล้า เหมือนกับเครื่องยนต์ Overload ไม่ช้าเครื่องก็พัง

วิธีแก้ไขในกรณีต้องทำงานดึก ( เพื่อไม่ให้ร่างกายโทรมเร็ว )

ผู้ที่มีหน้าที่บริหารงาน มักจะพบปัญหานี้กันมาก เพราะต้องเร่งงาน

ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับคนนอนดึก

1. ร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ เกิดอาการล้า

2. ระบบร่างกายจะรวน ดังนี้

ระบบการย่อยอาหาร

ท้องอืด ท้องเฟ้อง่าย อาหารย่อยไม่ดี ทำให้อุจจาระหยาบ คืออาหารที่ทานเข้าไป ถ้าไม่นอนดึกอุจจาระจะสวย ไม่มีเศษอาหารติดอยู่ เหมือนกับแท่งทอง แต่ถ้าอดนอนแล้วอุจจาระจะหยาบ จะมีเศษอะไรต่างๆ ติดอยู่ เหมือนกับรถที่มีเขม่าติด เกิดจากการที่ร่างกายย่อยไม่หมด เพราะล้า

แนวทางแก้ไข ให้ลดอาหารประเภทเนื้อสัตว์ อาหารเหนียวๆ มิฉะนั้นลำไส้ทำงานหนัก ยิ่งนอนดึกแม้เราหลับไปแล้ว แต่ลำไส้ไม่หลับ ยังคงย่อยอยู่ต่อไป พอตื่นขึ้นมาก็เพลีย ให้ทานไข่ นม แทนพวกเนื้อสัตว์ ก็จะพอถูไถไปได้ มิฉะนั้นท้องจะผูกเป็นประจำ ริดสีดวงทวารจะถามหา ( ถ้าหากอ้วนก็ให้ทานนมแทนไข่ )

ท้องผูก มี 2 ลักษณะ

1. ผูกแข็ง คือ อุจจาระแข็ง

2. ผูกเหลว คือ อาการถ่ายอุจจาระไม่หมด ยังค้างอยู่ แต่ลำไส้ล้า กระเพาะอาหารล้า ทำให้ไม่มีแรงบีบให้ออกจนหมด ดังนั้นในวันหนึ่งๆ จึงต้องถ่ายหลายครั้ง โรคที่จะตามมาก็คือ ผื่นคันบริเวณขาหนีบ ( ไม่ใช่เพราะความสกปรกหมักหมม ) จะคันทั้งวัน ปกติอุจจาระจะกึ่งแข็งกึ่งเหลว ถ้าแข็งแสดงว่าส่วนที่เป็นน้ำได้ซึมกลับเข้ามาในลำไส้ ซึ่งมันเป็นของเสียที่ต้องขับออก ผลก็คือทำให้น้ำเหลืองเสีย ก็จะมาประทุบริเวณเนื้ออ่อนๆ เช่นที่ขาหนีบ สาเหตุก็มาจากท้องผูกนั่นเอง เพราะฉะนั้น อย่านอนดึก ถ้าต้องดึกก็ให้ออกกำลังหน้าท้อง ให้ท้องเกิดกำลัง จะได้รีดอุจจาระออกมาได้เร็ว ทานเสร็จแล้วอย่านอน ให้เดินสักครึ่งชั่วโมง เพราะพอขาได้เดิน ลำไส้มันก็ต้องไปกับขาด้วย จะช่วยทำให้ย่อยได้ดีขึ้น ท้องจะผูกน้อยลง ผื่นคันก็จะหาย ถ้ายังไม่หาย ( เนื่องจากอายุมาก ) ให้ทานน้ำขิงสด ( ไม่ใช่ขิงผงเป็นซองๆ ) พวกที่นอนดึกต้องให้ท้องอุ่นมากๆ ให้หาผ้ามาห่ม เดี๋ยวท้องจะอืด เฟ้อ บางทีต้องให้เท้าอุ่นด้วย ให้หาถุงเท้ามาใส่ มิฉะนั้นเท้าจะชา

ระบบปัสสาวะ

ถ้านอนไม่ดึก ประมาณ 3-4 ทุ่ม พอตื่นเช้าขึ้นมาจะปัสสาวะครั้งเดียวจบ แต่ถ้านอนดึก ยิ่งนอนตีหนึ่ง กลางดึกจะต้องลุกเข้าห้องน้ำถี่ เพราะร่างกาย Overload ต้องการน้ำมาก กล้ามเนื้อข้างในจะบีบคั้นเอาพลังงานออกมาใช้ จึงต้องใช้น้ำมาก ผลก็คือปัสสาวะบ่อย ทำให้พวกเกลือแร่ที่อยู่ในร่างกายจะถูกขับออกมาพร้อมกับปัสสาวะด้วย ยิ่งอายุ 35 ขึ้นไปจะยิ่งแย่

แนวทางแก้ไข ให้ทานแคลเซี่ยมเม็ดได้ แต่อย่ามาก แค่ 1 เม็ดก็พอ ถ้าทานมากจะทำให้แคลเซี่ยมพอก คืออาการที่กระดูกงอกทับเส้นประสาท ( ถ้าเป็นแล้วต้องให้คนนวด และทานยาละลายแคลเซี่ยมช่วย ) ถ้าไม่ทานแคลเซี่ยมชดเชย จะทำให้เลือดจาง เม็ดโลหิตจาง

สรุปแล้วการอดนอน เท่ากับเร่งวันตายให้ตัวเอง

การนอนดึกต้องดื่มน้ำให้มาก และเติมเกลือในน้ำด้วย คือพอเราดื่มแล้วมันออกมาหมดทั้งทางปัสสาวะและเหงื่อ เราทานเกลือมากๆ ยังออกทางเหงื่อได้ แต่ถ้าทานแคลเซี่ยมมากทำให้กระดูกงอก ส่วนโค้ก เป๊ปซี่ กระทิงแดง อย่าทาน พอเราอยู่ดึกและกลั้นปัสสาวะ มันจะซึมกลับเข้าเส้นเลือด ทำให้น้ำเหลืองเสีย ก็จะไปประทุที่ขาหนีบ หรือท้องแขนเป็นเม็ดแดงๆ เป็นจ้ำขึ้นทั่วเลย บางคนไม่กลั้น แต่ดื่มน้ำน้อย อาการก็จะเหมือนกับการโม่แป้งฝืดๆ ลำไส้บีบตัวไม่ไหว ต้องเค้น ก็จะเพลีย แต่ถ้าดื่มน้ำมาก ทำให้ถ่ายสบาย ถ้าดื่มน้ำน้อยจะทำให้กรดยูเรียเข้มข้น พอเรากลั้นปัสสาวะมันก็จะซึมเข้าเส้นเลือด ทำให้น้ำเหลืองเสีย ถ้ากลั้นบ่อยๆ จะทำให้ปัสสาวะไม่หมด

ระบบเหงื่อ

คนที่ไม่มีเหงื่อออก จะแย่ ถ้าขับเหงื่อให้ออกได้ร่างกายสบาย ถ้าเหงื่อไม่ออกความร้อนภายในร่างกายจะระบายไม่ได้ ทำให้อึดอัด ของเสียในร่างกายก็ออกไม่ได้ โรคผิวหนังจะถามหา สิวฝ้าจะขึ้น เพราะฉะนั้น ดื่มน้ำให้มากพอและออกกำลังกาย เท่านั้นพอ เอาจนเหงื่อออกให้ได้ คนนอนดึกเหงื่อจะไม่ค่อยออก ของเสียตกใน สิวฝ้าขึ้น มันก็จะไปออกทางปัสสาวะแทน ไตเลยทำงานหนัก

ระบบหายใจ

ระบบหายใจจะเสียตามมา ร่างกายจะเอาออกซิเจนไปแลกเลือดดำให้เป็นเลือดแดงได้ต้องมีความชื้น ถ้าความชื้นน้อยมันจะไม่แลก ทำให้อึดอัด เหมือนอยู่ห้องแอร์แล้วอึดอัด เพราะความชื้นไม่พอ ไม่ใช่อากาศไม่พอ อากาศมันแห้งเลยเอาความชื้นในตัวเราไป ทำให้ปอดทำงานไม่สะดวก และออกซิเจนไม่ได้

แนวทางแก้ไข ให้เอาน้ำใส่กะละมังไว้ข้างตัว ยิ่งเป็นน้ำร้อนยิ่งดี ถ้าอึดอัดให้เอาผ้าหนุนเท้าให้สูง เลือดก็จะไหลลงมาได้ จะทำให้นอนสบาย การดื่มน้ำหวานๆ ตอนอยู่ดึกๆ ก็ช่วยได้ แต่อย่าหวานมากจะทำให้อ้วน ถ้าจะให้ดีที่สุดอย่าอยู่ดึก ดึกได้เป็นครั้งคราวถ้าจำเป็น คนนอนดึกเสียงจะแห้ง เพราะไตมันล้า การใช้สบู่ ให้ใช้สบู่เด็ก เพราะเป็นสบู่อ่อน การกัดจะน้อย อย่าใช้สบู่แรงๆ ให้ฟอกสบู่วันละครั้งก็พอ

มากกว่าความรัก...คือความเข้าใจ




คุณเคยอยู่ใกล้ใครสักคน แล้วคิดบ้างไหมว่า...
ฉันไม่เข้าใจเลย หรือ คุณไม่เข้าใจฉันเลย
เพียงเพราะว่า..เขาไม่ได้ทำและเป็นในสิ่งที่คุณต้องการ
คุณรู้ไหมว่า..ความเข้าใจเป็นพื้นฐานของความรัก
หรือความรักอาจเป็นพื้นฐานของความเข้าใจ

แต่ไม่ว่าคุณจะรักใคร..คุณจำเป็นต้องเข้าใจในสิ่งที่เขาเป็น..
ก่อนที่คุณจะให้เขามาเข้าใจในสิ่งที่คุณต้องการ
เคยมีใครสักคนบอกคุณบ้างไหมว่า..ความรักคืออะไร?

เชื่อว่าคุณคงเคยได้ฟังมาบ้าง ..ความรักคือการให้..
ให้ไปโดยไม่หวังสิ่งใดๆตอบแทน ให้ไปทั้งใจ ให้ไปเต็มร้อย
แม้ผลที่ได้รับกลับจะไม่เป็นอย่างที่คุณหวังก็ตาม
แต่มักมีคำถามตามมาเสมอว่า..
ความรักโดยไม่หวังอะไรตอบแทนมีจริงหรือ?

นั่นสินะ..เพราะคงไม่มีใครทำอะไรโดยไม่หวังผลตอบแทน
คุณรักใครสักคน ยังหวังให้เขามารักตอบ
ให้อะไรใครสักอย่าง ยังหวังให้เขาได้รู้ค่า
แค่ความเข้าใจสักนิด ยังคงต้องการจากผู้อื่นเสมอมา
เพราะ "ความต้องการ" ของคนเราไม่มีที่สิ้นสุด
ได้สิ่งหนึ่ง ยังคงต้องการอีกสิ่งหนึ่งเสมอ

หากไม่ได้สิ่งที่หวังนั้น ก็แสวงหาสิ่งทดแทนจากสิ่งอื่น
คุณทุกคนยังคงเป็นผู้แสวงหา
หาความเข้าใจจากคนรอบข้างเป็นนิจ
หาใครสักคนที่รับฟังคุณได้แล้วทำเหมือนเข้าใจ

"ความเข้าใจ" เปรียบเสมือน "กระจก"
เพียงแค่คุณเลือกที่จะมองกระจกชนิดไหน

หากคุณเลือกกระจกเงา คุณก็จะเห็นภาพของตัวคุณเอง
หากคุณเลือกกระจกใส คุณก็จะมองเห็นอีกภาพซึ่งแตกต่างกัน

คนส่วนมากชอบมองกระจกเงา ซึ่งสะท้อนภาพตัวเองมากกว่า
จึงไม่แปลกอะไรใช่ไหมที่คุณยังคง "ไม่เข้าใจ"
เพราะคุณไม่ได้มองทะลุเข้าไปยัง "หัวใจ" ของเขาเลย

เปลี่ยนกระจกเงาบานนั้น..ให้เป็นกระจกใสในใจคุณบ้างแค่บางเวลา
คุณจะพบว่าไม่ยากเกินไปเลยที่คุณจะเข้าใจใครสักคน
แต่อย่าได้คาดหวังที่จะเข้าใจเขา หรือให้เขามาเข้าใจคุณทั้งหมดที่คุณเป็น
เพราะแม้แต่ตัวคุณเอง..ยังไม่เข้าใจตัวเองเลย จริงไหม?

เคล็ดลับ แก้ปวดนิ้วหรือนิ้วล๊อก



ปฏิเสธไม่ได้ว่า มือของคนเรา เป็นอวัยวะสำคัญที่เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะหยิบจับสิ่งของ หรือใช้งานในกิจอื่นๆ ทั้งเด็กที่จะต้องใช้มือเขียนหนังสือ พ่อแม่คนทำงานที่ต้องใช้มือกับแป้นพิมพ์ เขียนงานเอกสาร หรือใช้ในงานด้านต่างๆ ตลอดจนแม่บ้านที่ต้องใช้มือในการหิ้วตะกร้าจ่ายกับข้าว ชอปปิ้ง บิดผ้า

เมื่อ มือ เป็นอาวุธสำคัญอย่างหนึ่งของมนุษย์ที่ใช้ทำงาน บางครั้งอาจถูกใช้งานอย่างหนัก โดยไม่ได้พัก หากเป็นเช่นนี้ ซ้ำๆ บ่อยๆ ย่อมมีความเสี่ยงต่อการเจ็บปวดตามมา สามารถนำพาไปสู่ภาวะนิ้วล็อค หรือ Trigger Finger ได้ในที่สุด

หาก พูดถึง ภาวะนิ้วล็อค ทีมงานได้รับความรู้ว่า เป็นกลุ่มอาการหนึ่งที่เกิดขึ้นกับกลุ่มคนที่มีการใช้มือทำงานอย่างหนัก ซึ่งจะมักมีอาการเจ็บร่วมกับมีเสียงดังกึก ทำให้เส้นเอ็นไม่โก่งตัวออกเมื่องอนิ้ว แต่เมื่อมีการอักเสบเส้นเอ็นจะบวมและหนาตัว ทำให้ลอดผ่านห่วงลำบาก จึงรู้สึกเจ็บและเกิดอาการนิ้วล็อคตามมา

นอกจากนี้ลักษณะการใช้งาน ของมือในแต่ละกิจกรรมจะใช้งานแต่ละนิ้วไม่เหมือนกัน ทำให้เกิดนิ้วล็อคที่ตำแหน่งนิ้วต่างกันด้วย เช่น พ่อแม่ที่เป็นครู หรือนักบริหาร มักเป็นนิ้วล็อคที่นิ้วโป้งขวา เพราะใช้เขียนหนังสือมาก และใช้นิ้วโป้งกดปากกานานๆ ขณะที่แม่บ้านซักบิดผ้า มักเป็นที่นิ้วชี้ซ้ายและขวา แต่ทั้งนี้ภาวะดังกล่าวไม่มีอันตรายใดๆ เพียงแต่ให้ความรู้สึกเจ็บปวด และใช้มือได้ไม่ถนัด เป็นโรคที่สามารถป้องกัน และรักษาให้หายได้ ถ้ารู้จักวิธีดูแลตนเองอย่างถูกต้อง



สำหรับอาการ ในระยะแรกจะมีอาการปวดบริเวณโคนนิ้วมือ กำมือไม่ถนัด หรือกำได้ไม่เต็มที่โดยเฉพาะตอนเช้าหลังตื่นนอน พอใช้มือไปสักพักก็จะกำมือได้ดีขึ้น เวลางอที่จะเหยียดนิ้วมือมักจะได้ยินเสียงดังกึก ต่อมาจะมีอาการนิ้วล็อค คือ เวลางอนิ้วจะเหยียดขึ้นเองไม่ได้ มักเกิดกับมือข้างถนัดที่ใช้งาน ซึ่งอาจเป็นเพียงนิ้วเดียว หรือเป็นพร้อมกันหลายนิ้วก็ได้ บางรายอาจรุนแรงถึงนิ้วบวมชา ติดแข็งจนใช้งานไม่ได้

กายภาพมือง่ายๆ ก่อน "นิ้วล็อค" ถาวร!





1. ยืดกล้ามเนื้อแขน มือ นิ้วมือ โดยยกแขนระดับไหล่ ใช้มือข้างหนึ่งดันให้ข้อมือกระดกขึ้น-ลง ปลายนิ้วเหยียดตรงค้างไว้ นับ 1-10 แล้วปล่อยทำ 6-10 ครั้ง/เซต

2. บริหารการกำ-แบมือ โดยฝึกกำ-แบ เพื่อเพิ่มการเคลื่อนไหวของข้อนิ้วมือ และกำลังกล้ามเนื้อภายในมือ หรืออาจถือลูกบอลในฝ่ามือก็ได้ โดยทำ 6-10 ครั้ง/เซต

3. ท่าเพิ่มกำลังกล้ามเนื้อที่ใช้งอ-เหยียดนิ้วมือ โดยใช้ยางยืดช่วยต้าน แล้วใช้นิ้วมือเหยียดอ้านิ้วออก ค้างไว้ นับ 1-10 แล้วค่อยๆ ปล่อย ทำ 6-10 ครั้ง/เซต

ระวังตัวง่ายๆ ลดเสี่ยง "นิ้วล็อค"

1. ไม่หิ้วของหนักเกินไป ถ้าจำเป็นต้องหิ้วให้ใช้ผ้าขนหนูรอง และหิ้วให้น้ำหนักตกที่ฝ่ามือ อาจใช้วิธีการอุ้มประคองหรือรถเข็นลากแทน เพื่อลดการรับน้ำหนักที่นิ้วมือ

2. ควร ใส่ถุงมือ หรือห่อหุ้มด้ามจับเครื่องมือให้นุ่มขึ้นและจัดทำขนาดที่จับเหมาะแก่การใช้ งาน ขณะใช้เครื่องมือทุ่นแรง เช่น ไขควง เลื่อย ค้อน ฯลฯ

3. งานที่ต้องใช้เวลาทำงานนานต่อเนื่อง ทำให้มือเมื่อยล้า หรือระบม ควรพักมือเป็นระยะๆ และออกกำลังกายยืดกล้ามเนื้อมือบ้าง

4. ไม่ขยับนิ้วหรือดีดนิ้วเล่น เพราะจะทำให้เส้นเอ็นอักเสบมากยิ่งขึ้น

5. ถ้ามีข้อฝืดตอนเช้า หรือมือเมื่อยล้า ให้แช่น้ำอุ่นร่วมกับการขยับมือกำแบเบา ๆ ในน้ำ จะทำให้ข้อฝืดลดลง

● ความ " เคยชิน " ที่ทำให้ไร้สวย ●

1. เข้านอนโดยไม่ได้ล้างหน้า
หาก เป็นแค่ลิปสติกเล็ก ๆ น้อย ๆ คงจะไม่หนักหนา แต่ทว่านอนหลับไปทั้งเมคอัพ รองพื้น แป้งฝุ่น อายแชโดว์ มาสคาร่า คงจะไม่ดีแน่ค่ะ เพราะเครื่องสำอางรวมทั้งคราบเหงื่อไคลและฝุ่นละออง จะทำให้รูขุมขนอุดตัน อันเป็นสาเหตุของการเกิดสิว ริ้วรอย และทำให้รูขุมขนกว้างขึ้น

2. บีบสิว
ควร หลีกเลี่ยงอย่างเด็ดขาด นอกจากสิวนั้นจะสุกจนหัวใกล้ระเบิดออกมาเท่านั้น การแกะ เกา บีบ จะทำให้แบคทีเรียแพร่กระจายภายใต้ผิว ทำให้เกิดสิวมากขึ้นไปอีก และจะทิ้งรอยจารึกอยู่บนผิวคุณอีกนานนับเดือน

3. ยืมเครื่องสำอางกันใช้
ห้ามอย่าง เด็ดขาด แม้กระทั่งดินสอเขียนขอบปากหรือลิปสติก เพราะอาจจะทำให้เกิดอาการคัน ระคายเคืองบริเวณปาก หากผู้ที่เราหยิบยืมของมา เป็นโรคปากเปื่อย เฮอร์พีซ ไวรัส ซึ่งอาจติดต่อถึงเราได้ เครื่องสำอางรอบดวงตาก็เช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นดินสอเขียนตา อายไลเนอร์ เพราะอาจทำให้เราติดเชื้อพวกตาแดงได้

4. หน้านิ่วคิ้วขมวดตลอดเวลา
เมื่อ เวลาเครียด ประสบปัญหา สาวสวยอย่างเรามักลืมตัวชอบทำหน้านิ่วคิ้วขมวด ซึ่งการทำเช่นนี้ก่อให้เกิดริ้วรอย เมื่อรู้ตัวว่ากำลังคิ้วขมวด ให้รีบแก้ไขด้วยการเบิกตาให้ดูกว้างขึ้น ยิ้มหวาน ๆ และท่องในใจว่า ไม่เครียด เดี๋ยวแก่...

5. กัดเล็บ
การ กัดแทะเล็บนั้นแสดงถึงความเป็นคนไม่ใส่ใจในบุคลิก นอกจากนี้ในด้านสุขภาพยังอาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้ ลองส่องกล้องจุลทรรศน์ดู จะเห็นเชื้อโรคพวกแบคทีเรียเกาะอยู่ตามเล็บของเราเต็มไปหมด

6. ใช้สบู่ล้างหน้า
สบู่ เป็นตัวการทำลายน้ำหล่อเลี้ยงผิว นอกจากจะทำให้ผิวแห้งแล้ว ยังทิ้งสารตกค้างที่เป็นสารชะล้างไว้บนผิวอีกด้วย ซึ่งทำให้เกิดอาการระคายเคืองได้ ควรเลือกผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ไม่มีส่วนผสมของสบู่ เพื่อรักษาความสวยของผิวพรรณไว้จะดีกว่าค่ะ

7. ชอบจับต้องใบหน้า นั่งเท้าคาง
การ ที่เราใช้มือจับต้องสิ่งต่าง ๆ ตลอดทั้งวัน แล้วมาจับต้องใบหน้า เกาและเท้าคาง เป็นการถ่ายทอดเชื้อโรคสู่ผิวหน้า ทำให้เกิดสิว และผื่นต่างๆ ได้ง่าย

8. เลียริมฝีปากอยู่ตลอดเวลา
ไม่ ว่าจะเป็นนิสัย หรือการพยายามสร้างความเซ็กซี่ให้แก่เรียวปากก็ตามที ควรเลิกนิสัยนี้โดยเด็ดขาดเพราะผิวปากจะแห้งกร้าน ลองหันมาใช้ลิปสติกปกป้องบำรุงริมฝีปากแทนจะดีกว่าค่ะ

9. ดึงทึ้งเส้นผมเล่น
เป็นนิสัยที่ควรละเว้น เพราะจะทำให้เส้นผมอ่อนแอ หลุดร่วงได้ง่าย การรวบผมตึงแน่นเกินไปเป็นประจำก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่ง

10. ยืนงอ ห่อตัว
แม้ จะสวยกว่านางงาม หากยืนห่อไหล่ ห่อตัว จะทำให้ดูไม่สง่างามเลย นอกจากจะเสียบุคลิกแล้ว อาจทำให้ปวดหลังและเป็นโรคเกี่ยวกับระบบย่อยอาหารได้

วันอาทิตย์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2553

ตำแหน่งสิว บอกเรื่องสุขภาพได้ (จริงหรือไม่)

หน้าผากซ้าย-ขวา
สาวๆ ที่เป็นสิวบริเวณหน้าผากซ้าย-ขวา มักพบปัญหาเกี่ยวกับระบบย่อย กระเพาะปัสสาวะและต่อมหมวกไต หรือสาเหตุอื่นๆ อาจเกิดจากการทำความสะอาดผิวหน้าไม่ดีพอหรือจากภาวะที่ร่างกายมีความเครียด สะสม

หว่างคิ้ว
สิว ที่ขึ้นบริเวณหว่างคิ้ว มักพบปัญหาเกี่ยวกับการย่อยน้ำตาลแล็กโทสซึ่งส่วนใหญ่พบอยู่ในน้ำนม หรือสาเหตุอื่นๆ อาจเกิดจากการทานอาหารรสจัด หรือระบบการดูดซึมที่ไม่สมบูรณ์ของกระเพาะและลำไส้เล็ก

ภายในหู
สิว ภายในหู มักเกี่ยวกับการทำงานของไต หรือสาเหตุอื่นๆ อาจเกิดจากการใช้โทรศัพท์มือถือนานเกินไป รวมไปถึงการรับประทานเนื้อสัตว์ ดื่มกาแฟ และแอลกอฮอล์มากเกินไป

แก้มส่วนบน
สิวที่เกิดบริเวณแก้มส่วนบนหมายถึงอาจมีอาการไซนัสและปอด หรือสาเหตุอื่นๆ อาจเกิดจากการสูบบุหรี่จัด ภูมิแพ้ และเป็นหวัดเรื้อรัง

แก้มส่วนล่าง
สาวๆ ที่เป็นสิวบริเวณแก้มส่วนล่าง อาจพบปัญหาเกี่ยวกับเหงือกและฟัน หรือสาเหตุอื่นๆ อาจเกิดจากการใช้โทรศัพท์มือถือที่ไม่สะอาด

รอบดวงตา
เมื่อ มีสิวเกิดขึ้นบริเวณรอบดวงตาทั้งสอง อาจมีปัญหาเกี่ยวกับการทำงานของไตหรือโรคภูมิแพ้ หรือสาเหตุอื่นๆ อาจเกิดจากการสวมแว่นตาที่เสียดสีกับผิวมากเกินไป

จมูกและเหนือริมฝีปาก
สิว ที่ขึ้นบริเวณจมูกและเหนือริมฝีปาก มักพบปัญหาจากการทำงานของหัวใจและระบบสืบพันธุ์ หรือสาเหตุอื่นๆ อาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนภายในร่างกาย หรืออยู่ในระหว่างการใช้ยาคุมกำเนิด

ใต้ริมฝีปาก
สาวๆ ที่เป็นสิวบริเวณใต้ริมฝีปาก อาจมีปัญหาเกี่ยวกับการทำงานของรังไข่ หรือสาเหตุอื่นๆ อาจเกิดจากภาวะการขาดความสมดุลย์ของฮอร์โมนภายในร่างกาย หรือการทำความสะอาดไม่ดีพอ

ปลายคาง
สิว ที่ขึ้นบริเวณปลายคาง มักพบปัญหาที่บริเวณกระเพาะอาหารและลำไส้เล็ก หรือสาเหตุอื่นๆ อาจเกิดจากการทานอาหารรสจัดจนลำไส้เล็กเป็นแผลหรือมีปัญหาในเรื่องการดูดซึม

สรุปว่าการดูแลรักษาใบหน้าให้ สะอาดหมดจด พักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานผักผลไม้ อาหารที่มีประโยชน์เป็นสิ่งที่สาวๆ ควรทำอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ แต่สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้นอกจากสิ่งเหล่านี้ คือ การทำจิตใจให้ปลอดโปร่ง ลดความกังวลเกี่ยวกับปัญหาเรื่องสิวลงไปบ้าง มองโลกในแง่บวกว่าตัวเราเองก็มีจุดเด่นในด้านอื่นๆ อีกมากมาย เพียงเท่านี้ก็จะช่วยเรียกความมั่นใจของสาวๆ กลับคืนมา และทำให้สาวๆ กลายเป็นสาวพราวเสน่ห์ได้อย่างง่ายดาย

.....

แต่หลังจากนั้นอีกไม่นาน ก็เหมือนมีแพทย์ออกมาพูดว่า ไม่มีผลใดรองรับบทความนี้ ว่า จริง เท็จ ยังไง
หากเชื่อแล้วไม่มีผลเสียกับตัวเรา ก็ไม่ต้องหวั่นใจไป

ว่านรากราคะ

ว่านดอกทองหรือรากราคะ
ว่านดอกทองหรือรากราคะ


"รากราคะ" หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า " ว่านดอกทอง" ซึ่งเป็นว่านโบราณที่หายากและใกล้จะสูญพันธุ์


ว่านรากราคะ เป็นพืชตระกูล เดียวกับขิง พบมากทางภาคตะวันตกและภาคเหนือ แถบจังหวัดกาญจนบุรี ตาก ลำปาง

ลำต้นใต้ดินเป็นเหง้ากลม แตกแง่งเป็นไหลเล็กยาว 5-10 นิ้ว เนื้อในหัว
ถ้าเป็นตัวผู้จะมีสีเหลือง ส่วนตัวเมียเนื้อสีขาว มีกลิ่นคาวจัดคล้ายกับอสุจิของคน ใบเป็น
รูปหอกสีเขียวมีขนาดเล็ก เส้นกลางใบสีแดง

ทั้งต้นสูงประมาณ 1 ฟุต ออกดอกในหน้าฝน คล้ายดอกกระเจียว แต่ไม่มีก้านดอกจะอยู่ติดกับพื้นดิน มีสีขาวอมเหลือง

ตามตำราโบราณระบุว่ามีอำนาจทางเพศรุนแรง โดยเฉพาะผู้หญิงเกิดรุนแรงมาก ถ้าเอา หัว หรือใบ หรือต้นใส่โอ่งน้ำหรือบ่อน้ำหากใครกินเข้าไปจะมีความรู้สึกทางเพศรุนแรงมาก โดยเฉพาะดอก เพียงได้กลิ่น ผู้คนที่ได้กลิ่นทั้งหญิงและชายจะพากันมัว เมาในโลกียรสจึงต้องเด็ดดอกออกเสีย




ข้อมูลจาก wikipedia

วิธีขจัดความเครียด 5 วันทำงาน





ทุกครั้งที่เริ่มต้นสัปดาห์แห่งการทำงาน คุณอาจรู้สึกเบื่อเมื่อนึกถึงงานที่ต้องทำอีก 5 วัน ตลอดจนปัญหาที่จะเข้ามาแทรกทำให้คุณต้องจัดการอย่างเร่งด่วน ดังนี้

วันจันทร์ : ปรับนิสัยการทำงาน

มักเป็นวันที่จราจรคับคั่งเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นวันแรกของสัปดาห์การทำงาน
หาก คุณไม่อยากออกจากบ้านเพื่อเผชิญกับรถติดให้อารมณ์เสียกันตั้งแต่เช้า ขอแนะนำให้ตื่นเร็วขึ้นอีกสัก 10 นาที จะได้มีเวลาจัดการตนเองมากขึ้น ออกจากบ้านเร็วขึ้น ทำให้ไม่ต้องประสบกับจราจรคับคั่งอย่างที่เคยชิน เมื่อไปถึงที่ทำงานให้จัดลำดับความสำคัญของงานที่ต้องทำ แต่ควรจดในสิ่งที่สามารถทำได้ภายใน 1 วัน มิฉะนั้นอาจเหลืองานที่ยังทำไม่ทันบนกระดาษ ก่อให้เกิดความรู้สึกเครียด กังวลมากขึ้นไปอีก หลังจากนั้นก็ค่อยๆ จัดการงานไปทีละส่วน วิธีนี้จะช่วยป้องกันการผัดวันประกันพรุ่ง ช่วยให้คุณรู้สึกว่างานนั้นง่ายและเสร็จเร็วกว่าที่คิด ใน ขณะทำงานอาจมีเวลาสักช่วงที่รู้สึกเบื่อหน่าย ไม่อยากทำงาน ให้พยายามเลือกทำงานชิ้นที่คิดว่าใช้เวลาน้อยจะเหมาะที่สุด และสุดท้ายอุปสรรคของการทำงาน คือ การติดต่อสื่อสาร หากคิดว่าช่วงไหนยุ่ง มีงานเร่งด่วน ควรปิดมือถือและใช้ระบบฝากข้อความแทน

วันอังคาร : สร้างบรรยากาศการทำงานที่รื่นรมย์

สาเหตุของความเครียดส่วนหนึ่งมาจากสภาพแวดล้อมในสถานที่ทำงาน เช่น เสียงดัง ห้องทำงานไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่มีส่วนช่วยทำให้มีแรงใจในการทำงานมากขึ้น เริ่มจาก ทำความสะอาดโต๊ะทำงาน จัดของให้เป็นระเบียบ หยิบใช้ หรือหาง่าย เพิ่มความสะดวก หาของตกแต่งเพิ่มสีสันบนโต๊ะทำงาน จะช่วยทำให้รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นเช่น แจกันดอกไม้ ภาพถ่ายกับเพื่อน ครอบครัว หรือภาพเขียนที่ชื่นชอบ ตรวจสอบความพร้อมของอุปกรณ์ทำงาน สำรวจว่าโต๊ะทำงานมีแสงสว่างเพียงพอแล้วหรือไม่ เพราะหากมีน้อยไปจะเสียสายตา แก้ไขโดยติดตั้งโคมไฟตั้งโต๊ะ เก้าอี้ไม่แข็งเกินไป นั่งแล้วสายตาพอดีกับโต๊ะ จอคอมพิวเตอร์

วันพุธ : ลดความกังวล

ความกังวลแบบพอดี ทำให้เราไม่ประมาท รู้จักเตรียมการล่วงหน้า ซึ่งเป็นผลดีต่อการทำงาน อย่างไรก็ตามหากมีมากไป จะเป็นอุปสรรคในการทำงาน ทำให้ประหม่า ไม่กล้าตัดสินใจ และอาจทำให้งานล่าช้า นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบไปถึงชีวิตนอกเวลางาน เก็บไปคิดให้กลุ้มใจเป็นวันๆ ดังนั้นเมื่อไหร่ที่คุณรู้สึกกังวลมาก ขอให้ถามตนเองว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นของใคร คิดกังวลแทนคนอื่นมากไปหรือไม่ จากนั้นอาจปรึกษา พูดคุยกับคนที่ไว้ใจ และขบคิดดูว่าปัญหามีขอบเขตแค่ไหน และเริ่มหาทางแก้ไขปัญหา ค่อยๆ ปรับเปลี่ยนไปทีละน้อย

วันพฤหัสบดี : หันมาฟังเสียงตัวเอง ขจัดความเครียด

โดยปกติในชีวิตประจำวัน เวลาคิด หรือตัดสินใจ เรามักพูดกับตนเองในใจ ซึ่งแบ่งเป็น 2 อย่าง คือ แง่บวก และแง่ลบ ซึ่งการคิดในแง่บวกจะช่วยในการตัดสินใจ เพิ่มความมั่นใจ แต่คิดในแง่ลบจะยิ่งเพิ่มความวิตกกังวลมากขึ้น เช่น คนที่ยึดถือในความสมบูรณ์แบบมักคิดแบบเกินตัว ซึ่งมักรำพึงรำพันกับตัวเองว่า ""ฉันน่าจะทำอย่างนั้นอย่างนี้ (ซึ่งสถานการณ์จริง ผ่านมานานสายเกินแก้ไขแล้ว)" ยิ่งเพิ่มความเครียดให้ตนเอง ทางแก้ไขควรคิดแบบแง่บวกมากขึ้น เปลี่ยนจากคำถามว่า "ฉันทำผิดพลาดตรงไหน" มาเป็น "จะแก้ไขอย่างไรดี" จะเหมาะสมกว่า

วันศุกร์ : วิธีขจัดเครียดอย่างง่ายและรวดเร็ว

ใน ระหว่างวันที่ คุณจะต้องเจอกับปัญหาหลายอย่าง มีวิธีขจัดความเครียดอย่างได้ผลและรวดเร็วมาฝากโดยการ กำหนดลมหายใจ ให้หายใจเข้า-ออก ลึกๆหลายๆครั้ง โดยไม่เปิดปากจะรู้สึกว่าอากาศจะเข้าไปเต็มปอด และท้อง จากนั้นก็หายใจออก พักสักครู่ อาจไปเดินเล่นสักพัก หรือฟังเพลง พักดื่มน้ำ ของว่างสักนิด ออกกำลังกาย นั่งนานๆมาทั้งวันอาจรู้สึกตึงบริเวณหลัง ขาดการออกกำลังกายช่วยให้ร่างกายได้ยืดเส้นยืดสาย เพียงแค่วันละ 10 นาที ก็จะช่วยทำให้รู้สึกดีขึ้น หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน หรืออาหารไขมันสูง หมั่นยิ้มและหัวเราะกับเพื่อนร่วมงาน
ซึ่งเป็นวิธีที่แบบธรรมชาติที่ลดความเครียดได้อย่างดี


ที่มา : FW mail

10 วิธีล้างพิษก่อนกิน

นี่คือวิธีล้างพิษก่อนกิน สำหรับคุณพ่อบ้านแม่เรือนที่จะทำความสะอาดผักผลไม้

1 ปลอดภัยด้วยสูตรขนมปัง ใช้โซดาทำขนมปัง (โซเดียมไบคาร์บอเนต) 1 ช้อนโต๊ะผสมน้ำอุ่น 20 ลิตร (1 กาละมัง) แช่ผัก ทิ้งไว้ 15 ก่อนนำมาปรุงอาหาร

2 ลดสารพิษฆ่าแมลง 60-84% ใช้น้ำส้มสายชู 0.5% หรือน้ำส้มสายชู อสร. 1 ขวดผสมน้ำ 4 ลิตร แช่ผักทิ้งไว้ 15 นาที

3 ลดสารพิษฆ่าแมลง 54-63% เด็ดผักเป็นใบๆ ใส่ตะกร้าโปร่ง เปิดน้ำไหลแรงพอประมาณ ใช้มือช่วยคลี่ใบผัก ล้างนาน 2 นาที

4 ลดสารพิษฆ่าแมลง 7-33% ล้างผักรอบแรกให้สะอาด เด็ดผักออกเป็นใบๆ แช่ในอ่างน้ำนาน 15 นาที

5 ลดสารพิษ 50% ลวกผักด้วยน้ำร้อน ส่วนการต้มนั้นลดสารพิษได้ 50% เช่นเดียวกัน แต่จะมีสารพิษตกค้างในน้ำแกง จึงควรล้างผักลดสารพิษก่อนทำแกง

6 เสียปริมาณดีกว่าเสียใจ ผักที่มีกาบใบห่อหุ้มเป็นชั้นๆ เช่น กะหล่ำปลี หัวหอมใหญ่ ควรปอกเปลือกหรือลอกใบชั้นนอกออกจะสามารถช่วยลดสารพิษลงได้

7 ฆ่าเชื้อด้วยคลอรีน ผสมผงปูนคลอรีน 1/2 ช้อนชากับน้ำ 20 ลิตร แช่ผักทิ้งไว้ 15-30 นาทีจะฆ่าเชื้อโรคได้ดีมาก

8 ล้างผักด้วยน้ำยาล้างจาน ใช้น้ำยาล้างจานกับฟองน้ำ (หรือสก็อตไบรต์) ถูเบาๆ ช่วยลดโอกาสติดเชื้อที่อยู่บริเวณผิวของผลไม้ได้ วิธีนี้ยังเหมาะสำหรับล้างไข่ด้วย

9 ล้างนอกล้างใน ผลไม้ที่กินทั้งเปลือกได้ เช่น มะเฟือง สตรอเบอร์รี่ ฝรั่ง ควรล้างหลายๆ ครั้ง ใช้แปรงขนอ่อนถูเบาๆ ให้ทั่วแล้วล้างน้ำเกลือหรือน้ำสุก ส่วนผลไม้ที่ต้องปอกเปลือกก่อนจึงกินได้ เช่น มะม่วง มะละกอ สับปะรด ควรนำมาล้างก่อน จึงค่อยปอกเปลือก เพราะถ้าไม่นำมาล้างก่อน สิ่งสกปรกบนผลไม้จะติดไปกับมือหรือมีดขณะปอกผลไม้ได้ ทำให้เนื้อผลไม้สกปรก

10 ยาสีฟันสารพัดประโยชน์ องุ่นปกติมักจะมีคราบเหมือนยางเป็นฝ้าขาวๆ ล้างยังไงก็ไม่ออก วิธีล้างให้เด็ดผลองุ่น ออกจากพวงใส่ภาชนะบีบยาสีฟัน (อะไรก็ได้) พอสมควร ขยี้ให้ทั่วมือ ใส่น้ำพอสมควร แล้วล้างด้วยน้ำเปล่าจนสะเด็ดน้ำ

นอกจากนี้ยังมีการใช้ด่างทับทิม 5 เกล็ดต่อน้ำ 4 ลิตร ใช้น้ำปูนใสอิ่มตัวผสมน้ำเท่าตัว ใช้เกลือ 2 ช้อนโต๊ะผสมน้ำ 4 ลิตร และใช้น้ำซาวข้าวล้างผัก แช่ผักทิ้งไว้ ซึ่งก็ล้วนแต่ช่วยลดสารพิษอันก่อให้เกิดโรคต่อระบบขับถ่าย ลำไส้ ได้ดี ใครสะดวกแบบไหนก็ใช้ได้ตามความถนัด วิธีที่ดีที่สุดคือ เลือกที่สะดวก ปลอดภัย และให้ประสิทธิภาพในการชำระล้างสารพิษได้มากที่สุด

รายละเอียดพร้อมรีวิวอุปกรณ์ Playstation Move อย่างเป็นทางการ

รายละเอียดพร้อมรีวิวอุปกรณ์ Playstation Move อย่างเป็นทางการ

Playstaion MOVE First Impression



วันนี้ ได้มีโอกาสทดลองอุปกรณ์เสริมน้องใหม่ล่าสุดของ Playstaion 3 ที่มีชื่อว่า Playstation MOVE มาครับ ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีการออกข่าวเรื่องประสิทธิภาพและการเปิดเผยหน้าตาสุดท้าย มาให้ได้เห็นกันไประลอกใหญ่แล้ว ความเห็นของผู้เล่นที่เฝ้ารอก็แบ่งออกไปได้หลายทางมีทั้งชื่นชอบ มีทั้งโบกมือบายตั้งแต่แรกเห็น บางก็ว่าลอก Wii มาทั้งดุ้นเลย ฯลฯ แต่การมาทีหลังจะ "ดังกว่า" หรือไม่นั้นลองอ่านดูครับ

ความรู้สึกยาม เมื่อแรกพบ เหมือนเห็นไมโครโฟนขนาดเล็กที่มีปุ่มกลมๆไรไม่รู้สีขาวขุ่นอยู่ด้านบน ซึ่งพอจับดูแล้วถึงรู้ว่ากลมๆนั้นไม่ได้แข็งอย่างที่นึกไว้ มันนุ่มเหมือนยางหรือซิลิโคนนี่แหละ พอจับจนเพลินแล้วก็ถึงเวลาลองใช้งานเจ้า MOVE เสียที โดยเกมที่เราได้ลองเล่นก็คือ Sport Champion (ไม่มีคำว่า Resort นะจ๊ะ ^^)



ภายในเกมจะมีมินิเกมที่เอากีฬาที่มีอยู่จริงมาดัดแปลงเพื่อเพิ่มความสนุกเมื่อได้เล่นกับ MOVE โดยแบ่งออกเป็นดังนี้

1.ยิงธนู เกมนี้เราจะต้องเล็งธนูยิงพวกผลไม้ ถุงเงิน เป้าต่างๆที่โผล่ขึ้นมาจากพื้น โดยต้องแข่งกับคนข้างๆ เน้นความว่องไว และแม่นยำ
ความ เห็น:เป็นเกมที่รู้สึกว่าเล่นแล้วสนุกที่สุดใน Sport Champion เลยนะ ได้อารมณ์เหมือนยิงธนูจริงๆเลย ยิ่งเราต้องเอื้อมมือด้านหลังเพื่อหยิบลูกธนูไปใส่เอง แล้วง้างธนูเพื่อเล็ง พอยิงโดนจะรู้สึกดีแบบพิลึกเลยแหละ แต่ทั้งหมดนี้เราก็ต้องไวกว่า แม่นกว่า คู่แข่งคนข้างๆเราด้วยนะ เพราะเขาก็อาจจะเล็งเป้าเดียวกับคุณอยู่ก็ได้



2.ขว้างจักร จริงๆบอกว่าขว้างจักรฟังดูอาจจะไม่ตรงซะเท่าไร ต้องเรียกว่า ฟริสบี้กอล์ฟมือ ถึงจะถูก เพราะว่าเกมนี้มีกฎและกติกาเหมือนตีกอล์ฟทุกอย่าง แต่เปลี่ยนจากลูกกอล์ฟเป็นการขว้างจานบินฟริสบี้ลงตระกร้าแทน
ความเห็น: นี่ก็เป็นอีกเกมที่แสดงประสิทธิภาพของ MOVE ได้เป็นอย่างดี เพราะทุกองศาข้อมือที่คุณบิด ความสูง ความต่ำในการขว้าง ทุกท่าเท่าที่คุณจะคิดได้นั้น จะส่งผลต่อทิศทางที่จานฟริสบี้จะบินไป ซึ่งความสนุกจะอยู่ที่การขว้างด้วยท่าแปลกๆแต่ดันใช้งานได้เนี่ยสิ

3.ปิงปอง เกมตีปิงปองที่มีกฎกติกาเหมือนกีฬาปิงปองทั่วๆไป
ความ เห็น: โดยรวมแล้วการใช้งาน MOVE ในเกมนี้ค่อนข้างใกล้เคียงกับระดับเกมปิงปองของอีกค่ายพอสมควร เพียงแต่ว่า MOVE ดูจะละเอียดกว่ามากในการใช้ท่าต่างๆ คุณจับหน้าไม้เพื่อตัดลูก หรือจะท็อปสปินก็ยังได้ เวลาตบแล้วโยกไปทางซ้ายหรือขวาก็ได้ผล แถมยังจับไม้แบบไม้จีนก็ได้ด้วยนะ

4.ฟันดาบ มินิเกมต่อสู้ที่มีโล่ห์และดาบมาให้ได้ใช้กัน แล้วฟันอีกฝ่ายให้พลังหมดก่อน เราก็จะเป็นฝ่ายชนะ
ความ เห็น : เป็นอีกเกมที่ใช้ MOVE ได้มันส์มากๆครับ เราสามารถเอามือซ้ายยกโล่ขึ้นมากันเมื่ออีกฝ่ายโจมตีมา ซึ่งทิศทางที่เราจะกันต้องตรงเป๊ะๆกับที่เขาเล็งมานะ เช่น ขาซ้าย ขาขวา เอว หัวไหล่ กลางหัว ฯลฯ แล้วใช้มือขวาที่ถือดาบฟันลงไป เราสามารถเล็งได้ทุกองศาเช่นเดียวกัน จะฟันข้าง หรือทิ่มแทงก็ยังได้ เมื่อสะสมเกจก็มีการใช้ท่าไม้ตายได้ด้วย เล่นเพลินมากแป๊บเดียวเมื่อยแขนโดยไม่รู้ตัวเลย -_-

5.วอลเล่ย์บอลชายหาด ที่ให้อารมณ์วอลเล่ย์บอลกันสุดๆ
ความ เห็น: เกมนี้เราได้ใช้ MOVE ออกท่าทางเหมือนกำลังเล่นวอลเล่ย์บอลกันจริงๆเลย ทั้งท่าอันเดอร์ เซ็ต ตบ เสริฟ์ พุ่งรับลูกหรือกระโดดบล็อค ถึงแม้จะไม่ได้บังคับทิศทางตัวละคร แต่แค่เซ็ตให้เพื่อนช่วยตบได้ก็รู้สึกสนุกแล้วละ รวมๆแล้วเกมนี้ไม่ได้ใช้ประสิทธิภาพของ MOVE ซักเท่าไร



6.เปตอง กีฬาที่ไม่เคยเล่นและไม่ค่อยรู้กติกามาก่อนเลย แต่หลักในการชนะก็คือ เราต้องโยนลูกของเราไปใกล้ลูกเป้าหมายให้มากที่สุด โดยนับรวมคะแนนจาก 3 ลูกที่โยนไป ใครมากสุดชนะ เย้
ความเห็น : เป็นเกมที่เล่นแล้วสนุกน้อยที่สุดใน 6 เกมนี้แล้วล่ะ แต่ก็ไม่ได้ขี้เหร่อะไร การกะน้ำหนักของแรงในการโยนลูกเหล็กนั้นสำคัญมาก เพราะมันจะรู้สึกเหมือนคุณโยนลูกเหล็กจริงๆเลย เบาไปก็หล่นตุบ แรงไปก็ออกนอกกรอบ แต่ถ้าแรงพอดีแต่ดันโยนสกรูถอยหลังลูกก็ไม่ไหล เหมาะมากที่จะเล่นไป คุยไป ดื่มน้ำชาไปด้วยนะ

หลังจากทดลองเล่นเกม ดังกล่าวไปแล้วประมาณ 4 ชั่วโมง (เวลาผ่านไปไวจริงๆ) ก็รู้สึกได้ถึงทั้งข้อดี และข้อเสียของเจ้าตัว MOVE Motion เหมือนกันนะ โดยผมจะขอแบ่งเป็นส่วนๆตามนี้ละกันครับ

ข้อดี

1.น้ำหนักเบา น่าจะใกล้เคียงกับจอย PS3 Dualshock3 คงเป็นเพราะไม่ได้ใช้ถ่าน AA น่ะนะ
2.ลูกกลมๆ มีไฟสวยงามหลากหลายสีตามแต่เกมและสถานการณ์ (เช่นโดนโจมตีไฟจะกระพริบ) หรือตามแต่ว่าตอนนี้มันคือจอยลำดับที่เท่าไร
3.การควบคุมที่ดูมีความละเอียดและจับสัมผัสได้ดี แม้แต่การขยับมือเพียงเล็กน้อยก็จับได้อย่างแม่นยำ
4.การ ใช้คู่กับกล้อง PS Eye ทำให้มีลูกเล่นในเกมมากขึ้นเช่น บันทึกภาพขณะเล่น ,ส่งเสียง,หรือพูดคุยกับพูดเล่นคนอื่นตอน Online กันก็ยังได้ (กล้องมีไมโครโฟนในตัว)
5.สามารถใช้ PS3 Dualshock3 แทน MOVE Navigation (จอยของมือซ้าย)ได้ด้วย
6.เกมออกมาพร้อม MOVE ในวันแรกค่อนข้างเยอะ

ข้อจำกัดที่ทำให้ดูยุ่งยาก

1.ตัว MOVE ไม่มีปุ่มทิศทาง ทำให้เวลาเลือกเมนูต่างๆนั้นต้องกดปุ่มทริกเกอร์ (นิ้วชี้)แล้วเลื่อน MOVE ขึ้นลงซ้ายขวาแทน (ความไวในการเลือกอยู่ที่น้ำหนักในการกดนิ้วชี้) ซึ่งปัญหานี้แก้ได้ด้วยใช้ตัว Navigation หรือ DualShock3 ในการเลือก
2.ตัว MOVE ไม่มีการแสดงอย่างชัดเจนว่าจอยตัวไหนเป็นจอยลำดับที่เท่าไร ถึงแม้จะรู้ว่าดูที่สีของไฟ แต่สีมันก็เปลี่ยนไปตามแต่ละเกม ทำให้เกิดความสับสนกันได้ในกรณีที่เล่น 4 คน ซึ่งแก้ได้ด้วยการกดปุ่ม MOVE ค้างเอาไว้แล้วจะแสดงลำดับของจอยให้
3.เนื่องด้วยบางเกมตัวกล้องนั้นจะ ใช้การจับแสงและสีของตัว MOVE เป็นหลัก ทำให้ถ้าสภาพแวดล้อมมีแสงสีที่ใกล้เคียงกันอาจจะเกิดการคำนวณผิดพลาดในเกม ได้ ซึ่งแก้ได้ด้วยการหลีกเลี่ยงไม่ให้แสงสีเหล่านั้นเข้ามาอยู่ในรัศมีของกล้อง
4.ถึง แม้จะสามารถใช้จอย DualShock3 แทนตัว Navigation ได้ แต่ก็ไม่ได้ทุกเกม บางเกมต้องใช้ MOVE 2 อันในการเล่น บางเกมต้องใช้ Navigation



สรุปโดยรวมแล้วก็ถือว่าเจ้า MOVE เป็นอุปกรณ์เสริมที่ค่อนข้างครบครันเลยทีเดียว ดีไซน์ถึงแม้จะดูสวยแบบแปลกๆ แต่ก็ปฎิเสธไม่ได้จริงๆว่าผมหลงรักเจ้าลูกกลมที่ส่องแสงไฟได้หลายสีอันนี้ มากๆ บวกกับประสิทธิภาพของความแม่นยำในการบังคับอีก แถมในอนาคตข้างหน้าก็ยังมีกองทัพเกมที่จะออกมารองรับเจ้า MOVE อีกพรึ่บเลย ใครที่มี PS3 อยู่ที่บ้านและอยากให้พ่อแม่พี่น้องปู่ย่าน้าอาหลาน ได้มาลองเล่นเกมอย่างที่เราชอบแล้วละก็ ลองใช้ MOVE เป็นสื่อกลางดูสิครับ ไม่แน่คุณอาจจะได้เล่นเกมน้อยลงเพราะโดนแย่งก็ได้นะ ^^

ภาพนี้คุ้นๆแฮะ



เครดิต : ขอขอบคุณร้านเกมฟรีกส์ ที่ให้การเอื้อเฟือสถานที่และตัว MOVE ในการทดลองเล่นครั้งนี้ด้วย http://www.gamefreakshop.com

8 วิธีให้คุณหันมาดื่มน้ำง่ายขึ้น

ปกติเราส่วนใหญ่ก็ทราบก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่า การดื่มน้ำเป็นสิ่งที่ดี แต่หลายคนก็ไม่เคยชิน และทำให้เป็นกิจวัตรประจำวันไม่ได้สักที วันนี้เราเลยมีเคล็ดลับดี ๆ ที่จะช่วยให้คุณดื่มน้ำได้ง่ายขึ้น มาฝากกันค่ะ

1. ดื่มน้ำให้เหมือนเป็นกิจวัตร พยายามดื่มน้ำทุกเช้าหลังตื่นนอนให้เหมือนเป็นกิจวัตรประจำวัน เพราะการดื่มน้ำตอนเช้าจะช่วยกระตุ้นให้คุณรู้สึกอยากดื่มน้ำมากไปตลอดทั้ง วัน ทั้งยังช่วยเรื่องการขับถ่ายอีกด้วย

2. บีบน้ำมะนาวใส่นิด ๆ หากคุณรู้สึกแปลก ๆ กับรสชาติที่จืดชืดของน้ำเปล่า ขอแนะนำให้คุณหามะนาวมาบีบลงไปในน้ำเปล่าซักเล็กน้อยก่อนดื่ม เพื่อช่วยเพิ่มรสชาติให้กับน้ำ

3. ทำให้มันใสอยู่เสมอ หมั่นตรวจดูปัสสาวะของคุณหลังเสร็จธุระ เพื่อให้มั่นใจว่ามันยังใสอยู่เสมอ เพราะความใสนั้นเหมือนเป็นดัชนีวัดว่า ร่างกายของคุณได้รับน้ำอย่างเพียงพอ แต่เมื่อไรก็ตามที่ปัสสาวะของคุณมีสีเหลืองเข้ม นั่นหมายความว่าร่างกายของคุณกำลังอยู่ในภาวะขาดน้ำ

4. ถ้าร้อนนัก ก็ดื่มซะ เมื่อคุณกำลังอยู่ในอารมณ์ที่เดือดดาล ขอแนะนำให้ดื่มน้ำอุ่น เพราะบางครั้งการเลือกเครื่องดื่มก็เป็นเรื่องของจิตวิทยา การที่คุณได้ถือเครื่องดื่มอุ่น ๆ สักแก้วไว้ที่มือ อาจช่วยให้คุณลดอารมณ์เดือดดาลลงได้มากกว่าเครื่องดื่มปกติ ยิ่งกว่านั้น ในกาแฟและน้ำชายังมีสารคาเฟอีน ซึ่งเป็นสารที่ช่วยเพิ่มอัตราการกำจัดน้ำออกจากร่างกายของคุณ ในรูปของปัสสาวะ

5. ดื่มน้ำเมื่อคุณถูกความตะกละจู่โจม บางครั้งความรู้สึกหิวของคนเราก็เป็นความกระหายแบบหลอก ๆ หรือแค่รู้สึกตะกละเท่านั้น ดังนั้นคุณสามารถแก้อาการนี้ได้ด้วยการหาน้ำดื่มซัก 1- 2 แก้ว เพื่อช่วยให้คุณรู้สึกเหมือนได้กินอะไรรองท้อง

6. เริ่มปฏิบัติจากขั้นตอนง่าย ๆ อย่าคาดหวังว่าคุณจะสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมการดื่มน้ำได้ จากหน้ามือเป็นหลังมือ คือจากคนที่ไม่ดื่มน้ำเลยมาดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว แต่คุณควรเริ่มจากการดื่มน้ำ 1 แก้วในตอนเช้าของวัน ตามด้วยการดื่มน้ำอีก 1 แก้วก่อนนอนจนเป็นนิสัย จากนั้นค่อยๆเพิ่มปริมาณการดื่มน้ำระหว่างวันให้มากขึ้น

7. ถูก และ ถูก อย่าลืมว่า น้ำดื่มตามภัตตาคารนั้นมีให้บริการฟรี แบบไม่อั้น

8. หมั่นหาแก้วน้ำที่มีน้ำเต็มแก้ว 1 ใบมาวางไว้ข้างตัวคุณเสมอ ขณะคุณกำลังทำงาน เพราะมันจะทำให้คุณสะดวกต่อการหยิบขึ้นมาจิบไปเรื่อยๆ ขณะทำงานโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะเวลาที่คุณต้องสุมหัวคิดงานกับเพื่อน ๆ หรือเป็นอีกหนึ่งวิธีแก้ปัญหาหากคุณไม่ต้องการให้มือของคุณอยู่ว่าง

เห็นไหมคะว่า การดื่มน้ำไม่ยากอย่างที่คุณคิด และน้ำมีประโยชน์มาก ๆ ในชีวิตประจำวัน อย่าลืมนะคะ หันมาใส่ใจสุขภาพก่อนที่จะสายเกินแก้ เพียงแค่พยายามดื่มน้ำให้ได้วันละ 8 แก้วเท่านั้นค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา

อาหารต้านเซลลูไลท์

ไขมันใต้ผิวหนังดูคล้ายผิวเปลือกส้ม "เซลลูไลท์" มักคืบคลานเข้ามาแฝงตัวอยู่อย่างเงียบเชียบ ครั้นพอสังเกตเห็นหรือสัมผัสถึงความขรุ ขระของเจ้า ก็มักจะสายเกินไปเสียแล้ว ข้อเสนอแนะต่อไปนี้จะช่วยคุณกำจัดเจ้าเซลลูไลท์ได้ด้วยวิธีง่ายๆ นั่นคือการใส่ใจเรื่องอาหารการกิน ควบคู่ไปกับการออก กำลังและดูแลสุขภาพเท่านั้นเอง


กินอาหารกระชับผิว
เน้นกินผักผลไม้สดเอาไว้ให้มาก เพราะวิตามินซีและวิตามินอีนั้นมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่จะทำให้ผิวหนังกระชับขึ้น

เสริมสร้างการไหลเวียน
การกินอาหารที่มีกรดไขมัน รวมทั้งน้ำมันปลา ถั่ว เมล็ดพืช และน้ำมัน ก็จะช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิตได้

หมั่นกินอาหารโปรตีนไขมันต่ำเป็นประจำ
เซล ลูไลท์เป็นเซลที่สะสม ของเหลวได้มากกว่าเซลล์ทั่วไป จึงมีทั้งของเหลว ไขมัน และสารพิษอยู่ ทำให้ระบบการไหลเวียน ของโลหิตกับน้ำเหลืองไม่คล่องตัว ซึ่งสารอัลบูมินที่มีอยู่ในอาหารกลุ่มโปรตีนไขมันต่ำจำพวกถั่วสามารถช่วยลด ระดับของเหลวนี้ได้ อย่าลืมอาหารรสเค็มลงด้วยค่ะ

ลดอาหารมันและหวาน
อาหารทั้งมันทั้งหวานนั้นจะไปเพิ่มอนุมูลอิสระ ทำให้ผิวหนังของคุณหย่อนยานลง เกิดริ้วรอย และยิ่งเป็นอาหารที่มันเยิ้ม และหวานเจี๊ยบก็ยิ่งจะไปเพิ่มแคลอรีให้กับร่างกายด้วย ซึ่งทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นพึงนึกไว้เสมอว่าเซลลูไลท์ก็คือไขมันธรรมดาๆ นั่นเอง

10 เรื่องที่มักเข้าใจผิดเกี่ยวกับการใช้คอมฯ


อันดับ10 : Optical เม้าส์เสีย
เรื่อง นี้เกิดขึ้นบ่อย สำหรับผู้ใช้งาน Optical เม้าส์ ซึ่งเป็นเม้าส์ที่ใช้แสงเลเซอร์ในการตรวจสอบการใช้งาน สาเหตุที่ทำให้การทำงานมีปัญหา หรือใช้เม้าส์ไม่คล่อง นั่นคือ การใช้แผ่นรองเม้าส์ที่มีลายการ์ตูน หรือมีลวดลายมากเกินขึ้น ทำให้แสงเลเซอร์ที่ใช้ในการตรวจสอบผิดพลาด ทางแก้ไขก็คือ ให้เลิกการใช้งานแผ่นลองเม้าส์ไปเลย

อันดับ9 : Format ฮาร์ดดิสก์ ทำให้เครื่องเสียเร็ว
โดย ปกติแล้ว การ Format ฮาร์ดดิสก์ เป็นการจัดเรียงข้อมูลใหม่ แน่นอนช่วงการ Format ฮาร์ดดิสก์ย่อมทำงานหนัก แต่ก็ใช้เวลาไม่นานนัก (และส่วนใหญ่ก็ไม่ได้มีใครทำบ่อยๆ) ดังนั้น การจะ Format ฮาร์ดดิสก์ เพื่อติดตั้ง Windows ใหม่ ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี และรับรองว่า หลัง Format แล้ว คอมพิวเตอร์ของคุณ จะทำงานได้เร็วขึ้น เมื่อซื้อเครื่องคอมฯ ใหม่เลยทีเดียว


อันดับ8 : คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คราคาแพงกว่าตั้งโต๊ะ
ถ้า เป็นสมัยก่อน คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค จะมีราคาแพงกว่าคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ ถึง 2-3 เท่าตัว แต่ปัจุจบัน ความนิยมในการใช้งานเปลี่ยนไป ความต้องการมีจำนวนมากขึ้น ทำให้มีผู้ผลิตจำนวนมาก เปลี่ยนมาผลิตคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คมากขึ้น ทำให้ราคาในปัจจุบันใกล้เคียงกันแล้ว สำหรับคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คและตั้งโต๊ะ บางร่นอาจถูกกว่าด้วยซ้ำไป

อันดับ7 : ซื้อโปรแกรมแบบรวมมิตร ถูกกว่า
คุณทราบหรือไม่ว่า โปรแกรมแบบรวมมิตร ที่หนึ่งแผ่น มีหลากหลายโปรแกรม และราคาก็อยู่ในหลักแค่ร้อยบาท ส่วนใหญ่เป็นโปรแกรมที่ผิดกฏหมาย


อันดับ6 : จู่ๆ เครื่องคอมฯ ก็ทำงานช้าปกติ สงสัยใกล้เสีย
หลายๆ คนมักเข้าใจผิดว่าเครื่องมีปัญหาจาก ฮาร์ดแวร์ ซึ่งความเป็นจริง อาจเป็นไปได้ แต่ปัญหาส่วนใหญ่ที่พบในปัจจุบัน ส่วนใหญ่มาจากไวรัส แทบทั้งสิ้น ไม่เชื่อลองรันตรวจสอบไวรัสจากโปรแกรม antivirus ในเครื่องคอมฯ ของคุณดู

อันดับ5 : เปิด-ปิด เครื่องคอมฯ ทำให้เครื่องพังเร็ว
ความ เป็นจริงแล้ว การเปิด-ปิด เครื่องคอมพิวเตอร์ อาจมีส่วนทำให้คอมฯ มีปัญหาได้บ้าง ถ้าการเปิด-ปิด เกิดไฟช๊อตระหว่างขั้นตอนการเปิด-ปิด (วิธีที่ถูกต้องห้ามทำการเปิด-ปิดแบบทันที ควรเว้นระยะไว้สักครู่ก่อน เปิด-ปิด)


อันดับ4 : โปรแกรมแอนตี้ไวรัส (Antivirus) ติดตั้งแล้ว จะไม่ติดไวรัส
โปรแกรม นี้ไม่ฟรีแน่นอน แต่ต้องการของฟรี ก็มีให้เลือกมากมาย (ค้นหาได้จากเว็บไอที-ไกด์ ของเรา) และทีสำคัญหลังติดตั้งโปรแกรม Antivirus แล้ว หลายๆ คนมักเข้าใจผิดว่า เครื่องคอมฯ ของเราจะไม่ติดไวรัสแล้ว ซึ่งความเป็นจริง ยังต้องมีขั้นตอนการใช้งาน การอัปเดท และอื่นๆ อีกมาก อย่าเพิ่งเข้าใจผิดน่ะครับ

อันดับ3 : ติดตั้งโปรแกรมใหม่ๆ ทำให้เครื่องคอมฯ ทำงานเร็วขึ้น
ความ คิดนี้โดยส่วนใหญ่ เป็นความคิดไม่ถูกต้อง เพราะโปรแกรมที่มีการพัฒนาใหม่ๆ (ส่วนใหญ่) โดยเฉพาะ Microsoft Windows / Office ต้องการคุณสมบัติของคอมพิวเตอร์ที่สูงขึ้นเสมอ ดังนั้น ถ้าติดตั้งในเครื่องคอมฯ สเปคเดิมๆ รับรอง ทำงานช้าลงแน่นอน


อันดับ2 : โปรแกรม Microsoft Office เป็นของฟรี
โปรแกรม นี้ก็เช่นเดียวกัน Microsoft Office เป็นโปรแกรมรวม ซึ่งประกอบด้วย Microsoft Word, Excel, PowerPoint และโปรแกรมอื่นๆ แล้วแต่รุ่นย่อยของ Microsoft Office โปรแกรมเหล่านี้ ไม่ใช่ของฟรี และราคาก็ค่อนข้างสูงมาก เมื่อเทียบกับระบบปฏิบัติการ Windows (ถ้าต้องการของฟรี สามารถใช้โปรแกรมประเภท Office ที่เป็นฟรีแวร์ได้เช่นกัน)

อันดับ1 : ระบบปฏิบัติการ Windows เป็นของฟรี
หลายๆ คนมักเข้าใจผิดว่า เมื่อซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์แล้ว เราจะได้ระบบปฏิบัติการ Windows แถมมาด้วย ซึ่งความเป็นจริงแล้ว คอมพิวเตอร์ที่มีแบรนด์ดังๆ มักแถมมาให้ตอนซื้อเครื่องคอมฯ (แต่ลึกๆ แล้ว เขาได้บวกไปแล้วกับตัวเครื่อง) สำหรับราคาของระบบปฏิบัติการ Windows อยู่ในราคาหลายพันบาท



ที่มาท็อปเทนไทยแลนด์

เพิ่มพลังใจ...เติมไฟให้ชีวิต



เพิ่มพลังใจ...เติมไฟให้ชีวิต


1. สำหรับสามีที่นอนกรนตอนกลางคืน...
....เพราะเขานอนหลับอยู่ที่บ้านกับเรา และไม่ได้ไปค้างที่อื่นน่ะสิ (คิดอย่างนี้จะทำให้เราทนฟังเสียงกรนไปได้อีกนานเลย)


2. สำหรับลูกสาวที่บ่น บ่น เพราะต้องช่วยคุณแม่ล้างจาน

...เพราะนั่นหมายถึงว่า เธอน่ะอยู่บ้านและไม่ได้อยู่ตามถนน


3. สำหรับเงินภาษีที่ต้องเสีย

...เพราะนั่นหมายถึงว่า ฉันยังมีงานทำอยู่


4. สำหรับความรกและยุ่งเหยิง หลังจากงานปาร์ตี้

...เพราะนั่นหมายความว่า ฉันมีเพื่อนๆ มากมาย


5. สำหรับเสื้อผ้าที่คับไปหน่อย
...เพราะนั่นหมายความว่า ฉันมีพอจะกิน (อาจจะมากเกินไปนะ อิอิ)


6. สำหรับเงาที่ตามฉันตลอดเวลา ที่ฉันทำงาน

...เพราะนั่นหมายความว่า ฉันได้มีโอกาสอยู่กลางแสงแดดบ้าง


7. สำหรับพื้นบ้านและหน้าต่าง ที่ต้องเช็ดถูทำความสะอาด

...เพราะนั่นหมายความว่า ฉันมีบ้าน


8. สำหรับเสียงต่อต้านและคัดค้านต่อรัฐบาล

...เพราะนั่นหมายความว่า ฉันมีสิทธิ์ที่จะพูดและแสดงความคิดเห็นอย่างเปิดเผย


9. สำหรับที่จอดรถที่สุดท้ายที่อยู่ไกลโข

...เพราะนั่นหมายความว่า ฉันมีแรงที่จะเดินด้วยเท้า และยังโชคดีที่มีรถขับด้วย


10. สำหรับเสียงดังจากข้างบ้าน

...เพราะนั่นหมายความว่า หูฉันยังดีอยู่


11. สำหรับผ้ากองโตที่จะต้องซักและรีด

...เพราะนั่นหมายความว่า ฉันมีเสื้อผ้าที่จะใส่มากมาย


12. สำหรับความเหน็ดเหนื่อยและเมื่อยล้า

...เพราะนั่นหมายความว่า ฉันได้ใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ ได้ทำงานหนักมาทั้งวัน


13. สำหรับนาฬิกาปลุกตอนเช้า

...เพราะนั้นหมายความว่า ฉันยังมีชีวิตอยู่

● วันแรกของวันที่เหลือ ●



ปรัชญาเต๋า; บอกว่า "คนเราไม่เคยนึกถึงตีนเมื่อรองเท้าไม่กัด"


คนเรามักมองไม่เห็นของดีที่ตนมีอยู่จนเมื่อสูญเสียมันไปแล้ว


ไม่เห็นคุณค่าของสองแขน จนกระทั่งมันอยู่ในเฝือก


ไม่เห็นคุณค่าของงาน (ที่เราว่าแย่ๆ) จนกระทั่งตกงาน


ไม่เห็นคุณค่าคนรัก (ที่เราว่าไม่เพอร์เฟ็กท์)


จนกระทั่งเธอหรือเขาไปแต่งงานกับคนอื่น


ไม่เห็นคุณค่าของพ่อแม่ (ที่เราว่าขี้บ่น) จนกระทั่งไปงานศพของท่าน


สิ่งที่คนจำนวนมากเลือกทำคือ บ่นว่าตนเองไม่มีความสุข ไม่ประสบความสำเร็จ


ไม่รวย ไม่ได้เป็นเจ้าของสิ่งนั้นสิ่งนี้ และเอ่ยประโยคยอดฮิตว่า


"มันไม่แฟร์เลย"


บางที ทุกครั้งที่เรารู้สึกว่าโลกไม่มีความยุติธรรม ก่อนที่เราจะบ่น


ลองมองตัวเราเองดูดีๆ เราจะพบว่า เรามีอะไรดีๆ หลายอย่างที่คนอื่นไม่มี


เราสามารถทำ "หนึ่งวันเดียวกัน" ของเราให้มีความหมายได้


ก็ต่อเมื่อเราเห็นคุณค่าของสิ่งที่เรามี และใช้วันนี้


วันแรกของวันที่เหลืออย่างคุ้มค่าที่สุด


เพราะวันแรกของชีวิตที่เหลือนี้ช่างสั้นเหลือเกิน


และเพราะเราไม่มีทางรู้ว่าเรามี "วันแรกของวันที่เหลือ" อยู่อีกสักกี่วัน

แล้วจะหวังอะไรกับคนอื่น





ล้ำเส้น...ไม่เป็นไร ถ้ารู้จักถอยออกมา



ล้ำเส้น...ไม่เป็นไร ถ้ารู้จักถอยออกมา


ล้ำเส้น...ไม่เป็นไร ถ้ารู้จักถอยออกมา

"ความสนิทกัน" นำเรื่องดี ๆ มาสู่ชีวิตเราหลายเรื่อง
ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์แบบใด เมื่อสนิทกันก็เกิดความไว้ใจ ความเชื่อใจ
และก็สบายใจที่จะไปไหนมาไหน ด้วยกัน และแชร์หลาย ๆ อย่างร่วมกัน
แต่ก็เป็นเพราะ "ความสนิท" เดียวกันนี่แหละ ที่เหรียญอีกด้วนหนึ่งคือ
"สามารถทำร้ายกันได้ ง่ายขึ้น"
เหมือนลิ้นกับฟัน เหมือนช้อนกับส้อม
ที่พอใกล้ ก็ง่ายที่จะกระทบ

เปรียบเช่นวงกลมสองวง
เป็นไปได้เสมอ ที่จะเคลื่อนมาล้ำเส้นกันเอง
ด้วยบางทีต่างคนก็ต่างลืมว่าในความสนิทนั้น ไม่ได้หมายความว่า เราควรก้าวก่าย
ทุกเรื่องในชีวิต

"ถามไถ่" ต่างจากการ "สอบ ปากคำ"
"โทรหา"
ต่างจากการ "โทรจิก"
"โทร ตาม"
และเมื่อเหตุการณ์ "ล้ำเส้น" เกิดขึ้น
ก็ จะเกิดความรู้สึกอึดอัด ความรู้สึกที่ไม่เหมือนเดิม ความไม่เข้าใจ
และ บางทีก็ก่อให้เกิดรอยร้าวในความสัมพันธ์นั้น ๆ
แต่ถามว่า...นี่คือ เรื่องร้ายแรงที่สุดไหม
คำตอบคือ
"ไม่"
ซ้ำยังถือ เป็นเรื่องธรรมดา ที่ช้อนกับส้อมย่อมเผลอกระทบกระทั่งกันได้เสมอ
แม้เรา จะระมัดระวังเพียงใดก็ตาม

ประเด็นที่สำคัญ คือทันทีที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งล้ำเส้น
ต้องรู้จักการขยับก้าวถอยออกมา รู้จักที่จะขอโทษ และพร้อมจะคืนพื้นที่ส่วนตัวให้อย่างเคารพ
ไม่ใช่ดึง ดันที่จะล้ำเส้นยิ่งขึ้นไปอีก
"ด้วยไม่ว่าจะเป็นความรักแบบใด"
ความ รักที่แท้จริง
"ย่อมไม่ใช่การยึดครองโลกทั้งใบของอีกคน"

+++ Hamster +++

+++ Playlist +++


MusicPlaylistRingtones
Create a playlist at MixPod.com

+++ coming soon +++