วันอาทิตย์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2553

รายละเอียดพร้อมรีวิวอุปกรณ์ Playstation Move อย่างเป็นทางการ

รายละเอียดพร้อมรีวิวอุปกรณ์ Playstation Move อย่างเป็นทางการ

Playstaion MOVE First Impression



วันนี้ ได้มีโอกาสทดลองอุปกรณ์เสริมน้องใหม่ล่าสุดของ Playstaion 3 ที่มีชื่อว่า Playstation MOVE มาครับ ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีการออกข่าวเรื่องประสิทธิภาพและการเปิดเผยหน้าตาสุดท้าย มาให้ได้เห็นกันไประลอกใหญ่แล้ว ความเห็นของผู้เล่นที่เฝ้ารอก็แบ่งออกไปได้หลายทางมีทั้งชื่นชอบ มีทั้งโบกมือบายตั้งแต่แรกเห็น บางก็ว่าลอก Wii มาทั้งดุ้นเลย ฯลฯ แต่การมาทีหลังจะ "ดังกว่า" หรือไม่นั้นลองอ่านดูครับ

ความรู้สึกยาม เมื่อแรกพบ เหมือนเห็นไมโครโฟนขนาดเล็กที่มีปุ่มกลมๆไรไม่รู้สีขาวขุ่นอยู่ด้านบน ซึ่งพอจับดูแล้วถึงรู้ว่ากลมๆนั้นไม่ได้แข็งอย่างที่นึกไว้ มันนุ่มเหมือนยางหรือซิลิโคนนี่แหละ พอจับจนเพลินแล้วก็ถึงเวลาลองใช้งานเจ้า MOVE เสียที โดยเกมที่เราได้ลองเล่นก็คือ Sport Champion (ไม่มีคำว่า Resort นะจ๊ะ ^^)



ภายในเกมจะมีมินิเกมที่เอากีฬาที่มีอยู่จริงมาดัดแปลงเพื่อเพิ่มความสนุกเมื่อได้เล่นกับ MOVE โดยแบ่งออกเป็นดังนี้

1.ยิงธนู เกมนี้เราจะต้องเล็งธนูยิงพวกผลไม้ ถุงเงิน เป้าต่างๆที่โผล่ขึ้นมาจากพื้น โดยต้องแข่งกับคนข้างๆ เน้นความว่องไว และแม่นยำ
ความ เห็น:เป็นเกมที่รู้สึกว่าเล่นแล้วสนุกที่สุดใน Sport Champion เลยนะ ได้อารมณ์เหมือนยิงธนูจริงๆเลย ยิ่งเราต้องเอื้อมมือด้านหลังเพื่อหยิบลูกธนูไปใส่เอง แล้วง้างธนูเพื่อเล็ง พอยิงโดนจะรู้สึกดีแบบพิลึกเลยแหละ แต่ทั้งหมดนี้เราก็ต้องไวกว่า แม่นกว่า คู่แข่งคนข้างๆเราด้วยนะ เพราะเขาก็อาจจะเล็งเป้าเดียวกับคุณอยู่ก็ได้



2.ขว้างจักร จริงๆบอกว่าขว้างจักรฟังดูอาจจะไม่ตรงซะเท่าไร ต้องเรียกว่า ฟริสบี้กอล์ฟมือ ถึงจะถูก เพราะว่าเกมนี้มีกฎและกติกาเหมือนตีกอล์ฟทุกอย่าง แต่เปลี่ยนจากลูกกอล์ฟเป็นการขว้างจานบินฟริสบี้ลงตระกร้าแทน
ความเห็น: นี่ก็เป็นอีกเกมที่แสดงประสิทธิภาพของ MOVE ได้เป็นอย่างดี เพราะทุกองศาข้อมือที่คุณบิด ความสูง ความต่ำในการขว้าง ทุกท่าเท่าที่คุณจะคิดได้นั้น จะส่งผลต่อทิศทางที่จานฟริสบี้จะบินไป ซึ่งความสนุกจะอยู่ที่การขว้างด้วยท่าแปลกๆแต่ดันใช้งานได้เนี่ยสิ

3.ปิงปอง เกมตีปิงปองที่มีกฎกติกาเหมือนกีฬาปิงปองทั่วๆไป
ความ เห็น: โดยรวมแล้วการใช้งาน MOVE ในเกมนี้ค่อนข้างใกล้เคียงกับระดับเกมปิงปองของอีกค่ายพอสมควร เพียงแต่ว่า MOVE ดูจะละเอียดกว่ามากในการใช้ท่าต่างๆ คุณจับหน้าไม้เพื่อตัดลูก หรือจะท็อปสปินก็ยังได้ เวลาตบแล้วโยกไปทางซ้ายหรือขวาก็ได้ผล แถมยังจับไม้แบบไม้จีนก็ได้ด้วยนะ

4.ฟันดาบ มินิเกมต่อสู้ที่มีโล่ห์และดาบมาให้ได้ใช้กัน แล้วฟันอีกฝ่ายให้พลังหมดก่อน เราก็จะเป็นฝ่ายชนะ
ความ เห็น : เป็นอีกเกมที่ใช้ MOVE ได้มันส์มากๆครับ เราสามารถเอามือซ้ายยกโล่ขึ้นมากันเมื่ออีกฝ่ายโจมตีมา ซึ่งทิศทางที่เราจะกันต้องตรงเป๊ะๆกับที่เขาเล็งมานะ เช่น ขาซ้าย ขาขวา เอว หัวไหล่ กลางหัว ฯลฯ แล้วใช้มือขวาที่ถือดาบฟันลงไป เราสามารถเล็งได้ทุกองศาเช่นเดียวกัน จะฟันข้าง หรือทิ่มแทงก็ยังได้ เมื่อสะสมเกจก็มีการใช้ท่าไม้ตายได้ด้วย เล่นเพลินมากแป๊บเดียวเมื่อยแขนโดยไม่รู้ตัวเลย -_-

5.วอลเล่ย์บอลชายหาด ที่ให้อารมณ์วอลเล่ย์บอลกันสุดๆ
ความ เห็น: เกมนี้เราได้ใช้ MOVE ออกท่าทางเหมือนกำลังเล่นวอลเล่ย์บอลกันจริงๆเลย ทั้งท่าอันเดอร์ เซ็ต ตบ เสริฟ์ พุ่งรับลูกหรือกระโดดบล็อค ถึงแม้จะไม่ได้บังคับทิศทางตัวละคร แต่แค่เซ็ตให้เพื่อนช่วยตบได้ก็รู้สึกสนุกแล้วละ รวมๆแล้วเกมนี้ไม่ได้ใช้ประสิทธิภาพของ MOVE ซักเท่าไร



6.เปตอง กีฬาที่ไม่เคยเล่นและไม่ค่อยรู้กติกามาก่อนเลย แต่หลักในการชนะก็คือ เราต้องโยนลูกของเราไปใกล้ลูกเป้าหมายให้มากที่สุด โดยนับรวมคะแนนจาก 3 ลูกที่โยนไป ใครมากสุดชนะ เย้
ความเห็น : เป็นเกมที่เล่นแล้วสนุกน้อยที่สุดใน 6 เกมนี้แล้วล่ะ แต่ก็ไม่ได้ขี้เหร่อะไร การกะน้ำหนักของแรงในการโยนลูกเหล็กนั้นสำคัญมาก เพราะมันจะรู้สึกเหมือนคุณโยนลูกเหล็กจริงๆเลย เบาไปก็หล่นตุบ แรงไปก็ออกนอกกรอบ แต่ถ้าแรงพอดีแต่ดันโยนสกรูถอยหลังลูกก็ไม่ไหล เหมาะมากที่จะเล่นไป คุยไป ดื่มน้ำชาไปด้วยนะ

หลังจากทดลองเล่นเกม ดังกล่าวไปแล้วประมาณ 4 ชั่วโมง (เวลาผ่านไปไวจริงๆ) ก็รู้สึกได้ถึงทั้งข้อดี และข้อเสียของเจ้าตัว MOVE Motion เหมือนกันนะ โดยผมจะขอแบ่งเป็นส่วนๆตามนี้ละกันครับ

ข้อดี

1.น้ำหนักเบา น่าจะใกล้เคียงกับจอย PS3 Dualshock3 คงเป็นเพราะไม่ได้ใช้ถ่าน AA น่ะนะ
2.ลูกกลมๆ มีไฟสวยงามหลากหลายสีตามแต่เกมและสถานการณ์ (เช่นโดนโจมตีไฟจะกระพริบ) หรือตามแต่ว่าตอนนี้มันคือจอยลำดับที่เท่าไร
3.การควบคุมที่ดูมีความละเอียดและจับสัมผัสได้ดี แม้แต่การขยับมือเพียงเล็กน้อยก็จับได้อย่างแม่นยำ
4.การ ใช้คู่กับกล้อง PS Eye ทำให้มีลูกเล่นในเกมมากขึ้นเช่น บันทึกภาพขณะเล่น ,ส่งเสียง,หรือพูดคุยกับพูดเล่นคนอื่นตอน Online กันก็ยังได้ (กล้องมีไมโครโฟนในตัว)
5.สามารถใช้ PS3 Dualshock3 แทน MOVE Navigation (จอยของมือซ้าย)ได้ด้วย
6.เกมออกมาพร้อม MOVE ในวันแรกค่อนข้างเยอะ

ข้อจำกัดที่ทำให้ดูยุ่งยาก

1.ตัว MOVE ไม่มีปุ่มทิศทาง ทำให้เวลาเลือกเมนูต่างๆนั้นต้องกดปุ่มทริกเกอร์ (นิ้วชี้)แล้วเลื่อน MOVE ขึ้นลงซ้ายขวาแทน (ความไวในการเลือกอยู่ที่น้ำหนักในการกดนิ้วชี้) ซึ่งปัญหานี้แก้ได้ด้วยใช้ตัว Navigation หรือ DualShock3 ในการเลือก
2.ตัว MOVE ไม่มีการแสดงอย่างชัดเจนว่าจอยตัวไหนเป็นจอยลำดับที่เท่าไร ถึงแม้จะรู้ว่าดูที่สีของไฟ แต่สีมันก็เปลี่ยนไปตามแต่ละเกม ทำให้เกิดความสับสนกันได้ในกรณีที่เล่น 4 คน ซึ่งแก้ได้ด้วยการกดปุ่ม MOVE ค้างเอาไว้แล้วจะแสดงลำดับของจอยให้
3.เนื่องด้วยบางเกมตัวกล้องนั้นจะ ใช้การจับแสงและสีของตัว MOVE เป็นหลัก ทำให้ถ้าสภาพแวดล้อมมีแสงสีที่ใกล้เคียงกันอาจจะเกิดการคำนวณผิดพลาดในเกม ได้ ซึ่งแก้ได้ด้วยการหลีกเลี่ยงไม่ให้แสงสีเหล่านั้นเข้ามาอยู่ในรัศมีของกล้อง
4.ถึง แม้จะสามารถใช้จอย DualShock3 แทนตัว Navigation ได้ แต่ก็ไม่ได้ทุกเกม บางเกมต้องใช้ MOVE 2 อันในการเล่น บางเกมต้องใช้ Navigation



สรุปโดยรวมแล้วก็ถือว่าเจ้า MOVE เป็นอุปกรณ์เสริมที่ค่อนข้างครบครันเลยทีเดียว ดีไซน์ถึงแม้จะดูสวยแบบแปลกๆ แต่ก็ปฎิเสธไม่ได้จริงๆว่าผมหลงรักเจ้าลูกกลมที่ส่องแสงไฟได้หลายสีอันนี้ มากๆ บวกกับประสิทธิภาพของความแม่นยำในการบังคับอีก แถมในอนาคตข้างหน้าก็ยังมีกองทัพเกมที่จะออกมารองรับเจ้า MOVE อีกพรึ่บเลย ใครที่มี PS3 อยู่ที่บ้านและอยากให้พ่อแม่พี่น้องปู่ย่าน้าอาหลาน ได้มาลองเล่นเกมอย่างที่เราชอบแล้วละก็ ลองใช้ MOVE เป็นสื่อกลางดูสิครับ ไม่แน่คุณอาจจะได้เล่นเกมน้อยลงเพราะโดนแย่งก็ได้นะ ^^

ภาพนี้คุ้นๆแฮะ



เครดิต : ขอขอบคุณร้านเกมฟรีกส์ ที่ให้การเอื้อเฟือสถานที่และตัว MOVE ในการทดลองเล่นครั้งนี้ด้วย http://www.gamefreakshop.com

8 วิธีให้คุณหันมาดื่มน้ำง่ายขึ้น

ปกติเราส่วนใหญ่ก็ทราบก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่า การดื่มน้ำเป็นสิ่งที่ดี แต่หลายคนก็ไม่เคยชิน และทำให้เป็นกิจวัตรประจำวันไม่ได้สักที วันนี้เราเลยมีเคล็ดลับดี ๆ ที่จะช่วยให้คุณดื่มน้ำได้ง่ายขึ้น มาฝากกันค่ะ

1. ดื่มน้ำให้เหมือนเป็นกิจวัตร พยายามดื่มน้ำทุกเช้าหลังตื่นนอนให้เหมือนเป็นกิจวัตรประจำวัน เพราะการดื่มน้ำตอนเช้าจะช่วยกระตุ้นให้คุณรู้สึกอยากดื่มน้ำมากไปตลอดทั้ง วัน ทั้งยังช่วยเรื่องการขับถ่ายอีกด้วย

2. บีบน้ำมะนาวใส่นิด ๆ หากคุณรู้สึกแปลก ๆ กับรสชาติที่จืดชืดของน้ำเปล่า ขอแนะนำให้คุณหามะนาวมาบีบลงไปในน้ำเปล่าซักเล็กน้อยก่อนดื่ม เพื่อช่วยเพิ่มรสชาติให้กับน้ำ

3. ทำให้มันใสอยู่เสมอ หมั่นตรวจดูปัสสาวะของคุณหลังเสร็จธุระ เพื่อให้มั่นใจว่ามันยังใสอยู่เสมอ เพราะความใสนั้นเหมือนเป็นดัชนีวัดว่า ร่างกายของคุณได้รับน้ำอย่างเพียงพอ แต่เมื่อไรก็ตามที่ปัสสาวะของคุณมีสีเหลืองเข้ม นั่นหมายความว่าร่างกายของคุณกำลังอยู่ในภาวะขาดน้ำ

4. ถ้าร้อนนัก ก็ดื่มซะ เมื่อคุณกำลังอยู่ในอารมณ์ที่เดือดดาล ขอแนะนำให้ดื่มน้ำอุ่น เพราะบางครั้งการเลือกเครื่องดื่มก็เป็นเรื่องของจิตวิทยา การที่คุณได้ถือเครื่องดื่มอุ่น ๆ สักแก้วไว้ที่มือ อาจช่วยให้คุณลดอารมณ์เดือดดาลลงได้มากกว่าเครื่องดื่มปกติ ยิ่งกว่านั้น ในกาแฟและน้ำชายังมีสารคาเฟอีน ซึ่งเป็นสารที่ช่วยเพิ่มอัตราการกำจัดน้ำออกจากร่างกายของคุณ ในรูปของปัสสาวะ

5. ดื่มน้ำเมื่อคุณถูกความตะกละจู่โจม บางครั้งความรู้สึกหิวของคนเราก็เป็นความกระหายแบบหลอก ๆ หรือแค่รู้สึกตะกละเท่านั้น ดังนั้นคุณสามารถแก้อาการนี้ได้ด้วยการหาน้ำดื่มซัก 1- 2 แก้ว เพื่อช่วยให้คุณรู้สึกเหมือนได้กินอะไรรองท้อง

6. เริ่มปฏิบัติจากขั้นตอนง่าย ๆ อย่าคาดหวังว่าคุณจะสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมการดื่มน้ำได้ จากหน้ามือเป็นหลังมือ คือจากคนที่ไม่ดื่มน้ำเลยมาดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว แต่คุณควรเริ่มจากการดื่มน้ำ 1 แก้วในตอนเช้าของวัน ตามด้วยการดื่มน้ำอีก 1 แก้วก่อนนอนจนเป็นนิสัย จากนั้นค่อยๆเพิ่มปริมาณการดื่มน้ำระหว่างวันให้มากขึ้น

7. ถูก และ ถูก อย่าลืมว่า น้ำดื่มตามภัตตาคารนั้นมีให้บริการฟรี แบบไม่อั้น

8. หมั่นหาแก้วน้ำที่มีน้ำเต็มแก้ว 1 ใบมาวางไว้ข้างตัวคุณเสมอ ขณะคุณกำลังทำงาน เพราะมันจะทำให้คุณสะดวกต่อการหยิบขึ้นมาจิบไปเรื่อยๆ ขณะทำงานโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะเวลาที่คุณต้องสุมหัวคิดงานกับเพื่อน ๆ หรือเป็นอีกหนึ่งวิธีแก้ปัญหาหากคุณไม่ต้องการให้มือของคุณอยู่ว่าง

เห็นไหมคะว่า การดื่มน้ำไม่ยากอย่างที่คุณคิด และน้ำมีประโยชน์มาก ๆ ในชีวิตประจำวัน อย่าลืมนะคะ หันมาใส่ใจสุขภาพก่อนที่จะสายเกินแก้ เพียงแค่พยายามดื่มน้ำให้ได้วันละ 8 แก้วเท่านั้นค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา

อาหารต้านเซลลูไลท์

ไขมันใต้ผิวหนังดูคล้ายผิวเปลือกส้ม "เซลลูไลท์" มักคืบคลานเข้ามาแฝงตัวอยู่อย่างเงียบเชียบ ครั้นพอสังเกตเห็นหรือสัมผัสถึงความขรุ ขระของเจ้า ก็มักจะสายเกินไปเสียแล้ว ข้อเสนอแนะต่อไปนี้จะช่วยคุณกำจัดเจ้าเซลลูไลท์ได้ด้วยวิธีง่ายๆ นั่นคือการใส่ใจเรื่องอาหารการกิน ควบคู่ไปกับการออก กำลังและดูแลสุขภาพเท่านั้นเอง


กินอาหารกระชับผิว
เน้นกินผักผลไม้สดเอาไว้ให้มาก เพราะวิตามินซีและวิตามินอีนั้นมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่จะทำให้ผิวหนังกระชับขึ้น

เสริมสร้างการไหลเวียน
การกินอาหารที่มีกรดไขมัน รวมทั้งน้ำมันปลา ถั่ว เมล็ดพืช และน้ำมัน ก็จะช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิตได้

หมั่นกินอาหารโปรตีนไขมันต่ำเป็นประจำ
เซล ลูไลท์เป็นเซลที่สะสม ของเหลวได้มากกว่าเซลล์ทั่วไป จึงมีทั้งของเหลว ไขมัน และสารพิษอยู่ ทำให้ระบบการไหลเวียน ของโลหิตกับน้ำเหลืองไม่คล่องตัว ซึ่งสารอัลบูมินที่มีอยู่ในอาหารกลุ่มโปรตีนไขมันต่ำจำพวกถั่วสามารถช่วยลด ระดับของเหลวนี้ได้ อย่าลืมอาหารรสเค็มลงด้วยค่ะ

ลดอาหารมันและหวาน
อาหารทั้งมันทั้งหวานนั้นจะไปเพิ่มอนุมูลอิสระ ทำให้ผิวหนังของคุณหย่อนยานลง เกิดริ้วรอย และยิ่งเป็นอาหารที่มันเยิ้ม และหวานเจี๊ยบก็ยิ่งจะไปเพิ่มแคลอรีให้กับร่างกายด้วย ซึ่งทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นพึงนึกไว้เสมอว่าเซลลูไลท์ก็คือไขมันธรรมดาๆ นั่นเอง

10 เรื่องที่มักเข้าใจผิดเกี่ยวกับการใช้คอมฯ


อันดับ10 : Optical เม้าส์เสีย
เรื่อง นี้เกิดขึ้นบ่อย สำหรับผู้ใช้งาน Optical เม้าส์ ซึ่งเป็นเม้าส์ที่ใช้แสงเลเซอร์ในการตรวจสอบการใช้งาน สาเหตุที่ทำให้การทำงานมีปัญหา หรือใช้เม้าส์ไม่คล่อง นั่นคือ การใช้แผ่นรองเม้าส์ที่มีลายการ์ตูน หรือมีลวดลายมากเกินขึ้น ทำให้แสงเลเซอร์ที่ใช้ในการตรวจสอบผิดพลาด ทางแก้ไขก็คือ ให้เลิกการใช้งานแผ่นลองเม้าส์ไปเลย

อันดับ9 : Format ฮาร์ดดิสก์ ทำให้เครื่องเสียเร็ว
โดย ปกติแล้ว การ Format ฮาร์ดดิสก์ เป็นการจัดเรียงข้อมูลใหม่ แน่นอนช่วงการ Format ฮาร์ดดิสก์ย่อมทำงานหนัก แต่ก็ใช้เวลาไม่นานนัก (และส่วนใหญ่ก็ไม่ได้มีใครทำบ่อยๆ) ดังนั้น การจะ Format ฮาร์ดดิสก์ เพื่อติดตั้ง Windows ใหม่ ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี และรับรองว่า หลัง Format แล้ว คอมพิวเตอร์ของคุณ จะทำงานได้เร็วขึ้น เมื่อซื้อเครื่องคอมฯ ใหม่เลยทีเดียว


อันดับ8 : คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คราคาแพงกว่าตั้งโต๊ะ
ถ้า เป็นสมัยก่อน คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค จะมีราคาแพงกว่าคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ ถึง 2-3 เท่าตัว แต่ปัจุจบัน ความนิยมในการใช้งานเปลี่ยนไป ความต้องการมีจำนวนมากขึ้น ทำให้มีผู้ผลิตจำนวนมาก เปลี่ยนมาผลิตคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คมากขึ้น ทำให้ราคาในปัจจุบันใกล้เคียงกันแล้ว สำหรับคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คและตั้งโต๊ะ บางร่นอาจถูกกว่าด้วยซ้ำไป

อันดับ7 : ซื้อโปรแกรมแบบรวมมิตร ถูกกว่า
คุณทราบหรือไม่ว่า โปรแกรมแบบรวมมิตร ที่หนึ่งแผ่น มีหลากหลายโปรแกรม และราคาก็อยู่ในหลักแค่ร้อยบาท ส่วนใหญ่เป็นโปรแกรมที่ผิดกฏหมาย


อันดับ6 : จู่ๆ เครื่องคอมฯ ก็ทำงานช้าปกติ สงสัยใกล้เสีย
หลายๆ คนมักเข้าใจผิดว่าเครื่องมีปัญหาจาก ฮาร์ดแวร์ ซึ่งความเป็นจริง อาจเป็นไปได้ แต่ปัญหาส่วนใหญ่ที่พบในปัจจุบัน ส่วนใหญ่มาจากไวรัส แทบทั้งสิ้น ไม่เชื่อลองรันตรวจสอบไวรัสจากโปรแกรม antivirus ในเครื่องคอมฯ ของคุณดู

อันดับ5 : เปิด-ปิด เครื่องคอมฯ ทำให้เครื่องพังเร็ว
ความ เป็นจริงแล้ว การเปิด-ปิด เครื่องคอมพิวเตอร์ อาจมีส่วนทำให้คอมฯ มีปัญหาได้บ้าง ถ้าการเปิด-ปิด เกิดไฟช๊อตระหว่างขั้นตอนการเปิด-ปิด (วิธีที่ถูกต้องห้ามทำการเปิด-ปิดแบบทันที ควรเว้นระยะไว้สักครู่ก่อน เปิด-ปิด)


อันดับ4 : โปรแกรมแอนตี้ไวรัส (Antivirus) ติดตั้งแล้ว จะไม่ติดไวรัส
โปรแกรม นี้ไม่ฟรีแน่นอน แต่ต้องการของฟรี ก็มีให้เลือกมากมาย (ค้นหาได้จากเว็บไอที-ไกด์ ของเรา) และทีสำคัญหลังติดตั้งโปรแกรม Antivirus แล้ว หลายๆ คนมักเข้าใจผิดว่า เครื่องคอมฯ ของเราจะไม่ติดไวรัสแล้ว ซึ่งความเป็นจริง ยังต้องมีขั้นตอนการใช้งาน การอัปเดท และอื่นๆ อีกมาก อย่าเพิ่งเข้าใจผิดน่ะครับ

อันดับ3 : ติดตั้งโปรแกรมใหม่ๆ ทำให้เครื่องคอมฯ ทำงานเร็วขึ้น
ความ คิดนี้โดยส่วนใหญ่ เป็นความคิดไม่ถูกต้อง เพราะโปรแกรมที่มีการพัฒนาใหม่ๆ (ส่วนใหญ่) โดยเฉพาะ Microsoft Windows / Office ต้องการคุณสมบัติของคอมพิวเตอร์ที่สูงขึ้นเสมอ ดังนั้น ถ้าติดตั้งในเครื่องคอมฯ สเปคเดิมๆ รับรอง ทำงานช้าลงแน่นอน


อันดับ2 : โปรแกรม Microsoft Office เป็นของฟรี
โปรแกรม นี้ก็เช่นเดียวกัน Microsoft Office เป็นโปรแกรมรวม ซึ่งประกอบด้วย Microsoft Word, Excel, PowerPoint และโปรแกรมอื่นๆ แล้วแต่รุ่นย่อยของ Microsoft Office โปรแกรมเหล่านี้ ไม่ใช่ของฟรี และราคาก็ค่อนข้างสูงมาก เมื่อเทียบกับระบบปฏิบัติการ Windows (ถ้าต้องการของฟรี สามารถใช้โปรแกรมประเภท Office ที่เป็นฟรีแวร์ได้เช่นกัน)

อันดับ1 : ระบบปฏิบัติการ Windows เป็นของฟรี
หลายๆ คนมักเข้าใจผิดว่า เมื่อซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์แล้ว เราจะได้ระบบปฏิบัติการ Windows แถมมาด้วย ซึ่งความเป็นจริงแล้ว คอมพิวเตอร์ที่มีแบรนด์ดังๆ มักแถมมาให้ตอนซื้อเครื่องคอมฯ (แต่ลึกๆ แล้ว เขาได้บวกไปแล้วกับตัวเครื่อง) สำหรับราคาของระบบปฏิบัติการ Windows อยู่ในราคาหลายพันบาท



ที่มาท็อปเทนไทยแลนด์

เพิ่มพลังใจ...เติมไฟให้ชีวิต



เพิ่มพลังใจ...เติมไฟให้ชีวิต


1. สำหรับสามีที่นอนกรนตอนกลางคืน...
....เพราะเขานอนหลับอยู่ที่บ้านกับเรา และไม่ได้ไปค้างที่อื่นน่ะสิ (คิดอย่างนี้จะทำให้เราทนฟังเสียงกรนไปได้อีกนานเลย)


2. สำหรับลูกสาวที่บ่น บ่น เพราะต้องช่วยคุณแม่ล้างจาน

...เพราะนั่นหมายถึงว่า เธอน่ะอยู่บ้านและไม่ได้อยู่ตามถนน


3. สำหรับเงินภาษีที่ต้องเสีย

...เพราะนั่นหมายถึงว่า ฉันยังมีงานทำอยู่


4. สำหรับความรกและยุ่งเหยิง หลังจากงานปาร์ตี้

...เพราะนั่นหมายความว่า ฉันมีเพื่อนๆ มากมาย


5. สำหรับเสื้อผ้าที่คับไปหน่อย
...เพราะนั่นหมายความว่า ฉันมีพอจะกิน (อาจจะมากเกินไปนะ อิอิ)


6. สำหรับเงาที่ตามฉันตลอดเวลา ที่ฉันทำงาน

...เพราะนั่นหมายความว่า ฉันได้มีโอกาสอยู่กลางแสงแดดบ้าง


7. สำหรับพื้นบ้านและหน้าต่าง ที่ต้องเช็ดถูทำความสะอาด

...เพราะนั่นหมายความว่า ฉันมีบ้าน


8. สำหรับเสียงต่อต้านและคัดค้านต่อรัฐบาล

...เพราะนั่นหมายความว่า ฉันมีสิทธิ์ที่จะพูดและแสดงความคิดเห็นอย่างเปิดเผย


9. สำหรับที่จอดรถที่สุดท้ายที่อยู่ไกลโข

...เพราะนั่นหมายความว่า ฉันมีแรงที่จะเดินด้วยเท้า และยังโชคดีที่มีรถขับด้วย


10. สำหรับเสียงดังจากข้างบ้าน

...เพราะนั่นหมายความว่า หูฉันยังดีอยู่


11. สำหรับผ้ากองโตที่จะต้องซักและรีด

...เพราะนั่นหมายความว่า ฉันมีเสื้อผ้าที่จะใส่มากมาย


12. สำหรับความเหน็ดเหนื่อยและเมื่อยล้า

...เพราะนั่นหมายความว่า ฉันได้ใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ ได้ทำงานหนักมาทั้งวัน


13. สำหรับนาฬิกาปลุกตอนเช้า

...เพราะนั้นหมายความว่า ฉันยังมีชีวิตอยู่

● วันแรกของวันที่เหลือ ●



ปรัชญาเต๋า; บอกว่า "คนเราไม่เคยนึกถึงตีนเมื่อรองเท้าไม่กัด"


คนเรามักมองไม่เห็นของดีที่ตนมีอยู่จนเมื่อสูญเสียมันไปแล้ว


ไม่เห็นคุณค่าของสองแขน จนกระทั่งมันอยู่ในเฝือก


ไม่เห็นคุณค่าของงาน (ที่เราว่าแย่ๆ) จนกระทั่งตกงาน


ไม่เห็นคุณค่าคนรัก (ที่เราว่าไม่เพอร์เฟ็กท์)


จนกระทั่งเธอหรือเขาไปแต่งงานกับคนอื่น


ไม่เห็นคุณค่าของพ่อแม่ (ที่เราว่าขี้บ่น) จนกระทั่งไปงานศพของท่าน


สิ่งที่คนจำนวนมากเลือกทำคือ บ่นว่าตนเองไม่มีความสุข ไม่ประสบความสำเร็จ


ไม่รวย ไม่ได้เป็นเจ้าของสิ่งนั้นสิ่งนี้ และเอ่ยประโยคยอดฮิตว่า


"มันไม่แฟร์เลย"


บางที ทุกครั้งที่เรารู้สึกว่าโลกไม่มีความยุติธรรม ก่อนที่เราจะบ่น


ลองมองตัวเราเองดูดีๆ เราจะพบว่า เรามีอะไรดีๆ หลายอย่างที่คนอื่นไม่มี


เราสามารถทำ "หนึ่งวันเดียวกัน" ของเราให้มีความหมายได้


ก็ต่อเมื่อเราเห็นคุณค่าของสิ่งที่เรามี และใช้วันนี้


วันแรกของวันที่เหลืออย่างคุ้มค่าที่สุด


เพราะวันแรกของชีวิตที่เหลือนี้ช่างสั้นเหลือเกิน


และเพราะเราไม่มีทางรู้ว่าเรามี "วันแรกของวันที่เหลือ" อยู่อีกสักกี่วัน

แล้วจะหวังอะไรกับคนอื่น





ล้ำเส้น...ไม่เป็นไร ถ้ารู้จักถอยออกมา



ล้ำเส้น...ไม่เป็นไร ถ้ารู้จักถอยออกมา


ล้ำเส้น...ไม่เป็นไร ถ้ารู้จักถอยออกมา

"ความสนิทกัน" นำเรื่องดี ๆ มาสู่ชีวิตเราหลายเรื่อง
ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์แบบใด เมื่อสนิทกันก็เกิดความไว้ใจ ความเชื่อใจ
และก็สบายใจที่จะไปไหนมาไหน ด้วยกัน และแชร์หลาย ๆ อย่างร่วมกัน
แต่ก็เป็นเพราะ "ความสนิท" เดียวกันนี่แหละ ที่เหรียญอีกด้วนหนึ่งคือ
"สามารถทำร้ายกันได้ ง่ายขึ้น"
เหมือนลิ้นกับฟัน เหมือนช้อนกับส้อม
ที่พอใกล้ ก็ง่ายที่จะกระทบ

เปรียบเช่นวงกลมสองวง
เป็นไปได้เสมอ ที่จะเคลื่อนมาล้ำเส้นกันเอง
ด้วยบางทีต่างคนก็ต่างลืมว่าในความสนิทนั้น ไม่ได้หมายความว่า เราควรก้าวก่าย
ทุกเรื่องในชีวิต

"ถามไถ่" ต่างจากการ "สอบ ปากคำ"
"โทรหา"
ต่างจากการ "โทรจิก"
"โทร ตาม"
และเมื่อเหตุการณ์ "ล้ำเส้น" เกิดขึ้น
ก็ จะเกิดความรู้สึกอึดอัด ความรู้สึกที่ไม่เหมือนเดิม ความไม่เข้าใจ
และ บางทีก็ก่อให้เกิดรอยร้าวในความสัมพันธ์นั้น ๆ
แต่ถามว่า...นี่คือ เรื่องร้ายแรงที่สุดไหม
คำตอบคือ
"ไม่"
ซ้ำยังถือ เป็นเรื่องธรรมดา ที่ช้อนกับส้อมย่อมเผลอกระทบกระทั่งกันได้เสมอ
แม้เรา จะระมัดระวังเพียงใดก็ตาม

ประเด็นที่สำคัญ คือทันทีที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งล้ำเส้น
ต้องรู้จักการขยับก้าวถอยออกมา รู้จักที่จะขอโทษ และพร้อมจะคืนพื้นที่ส่วนตัวให้อย่างเคารพ
ไม่ใช่ดึง ดันที่จะล้ำเส้นยิ่งขึ้นไปอีก
"ด้วยไม่ว่าจะเป็นความรักแบบใด"
ความ รักที่แท้จริง
"ย่อมไม่ใช่การยึดครองโลกทั้งใบของอีกคน"

วันพฤหัสบดีที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2553

เทคนิคใส่เสื้อผ้าให้ดูผอมเพรียว

- ใส่เสื้อผ้าสีเข้มหรือชุดสีดำ

ช่วยพรางรูปร่างได้ แต่ก่อนที่จะไปซื้อมาใส่ ควรสำรวจว่าซีซั่นนี้เสื้อผ้าสีเข้มสีใดที่มาแรง อาจเป็นสีน้ำเงินเข้มหรือเทาเข้มก็ได้

- รองเท้าส้นสูง
มีส่วนช่วยมาก เพราะจะทำให้ขาดูเรียวขึ้นและช่วยยกสะโพกขึ้นได้เล็กน้อย

- คาดเข็มขัดเส้นโต
ความมหัศจรรย์ของเข็มขัดเส้นใหญ่ เพราะแค่ขนาดต่างกัน ก็ทำให้เรือนร่างเปลี่ยนได้เช่นกัน

- ผิวสีแทน
หาครีมทาผิวสีแทน มาทาส่วนเกินสักนิด อย่าทาทั้งตัว แต่ให้นึกถึงการทำไฮไลต์เข้าไว้แล้วเรือนร่างจะดูมีมิติขึ้น

- หาจุดเด่นของตัวเองและเผยให้ดูโดดเด่นที่สุด
ถ้า เป็นคนมีหน้าอกก็ให้ใส่ชุดเข้ารูปเล็กน้อย หรือถ้าเป็นสาวขาเรียวเลือกใส่สกินนี่จะดีที่สุด เพราะเมื่อจุดเด่นชัดเจน จุดด้อยจะจางหายไปทันที

เพียงเท่านี้ก็สามารถเลือกใส่เสื้อผ้าให้ดูผอมเพรียวกันได้แล้ว.

โนเกียแนะนำ App ใหม่ ตอบสนองการใช้ชีวิตแม้กระทั่งยามหลับใช้ฟรีบนมือถือโนเกีย

โนเกียแนะนำแอพพลิเคชั่น ใหม่ๆ ดาวน์โหลดได้ฟรีบนมือถือโนเกีย ตอบสนองคนรุ่นใหม่ ที่โทรศัพท์มือถือเข้ามามีบทบาทในชีวิตแม้กระทั่งยามหลับ



เริ่มจาก Happy Nap แอพที่ช่วยให้คุณแอบงีบกลางวันแล้วตื่นมาทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะเป็นที่ยอมรับว่าคนที่ได้นอนกลางวัน จะมีการทำงานของสมองส่วนต่างๆ สูงตลอดวัน หากคุณกังวลว่าการงีบของคุณจะเลยเถิดลองให้ Happy Nap เป็นผู้ช่วยปลุกคุณดีกว่า แค่กดเข้าสู่แอปพลิเคชั่นและตอบตกลงให้ตั้งเวลาปลุก HappyNap จะปลุกคุณในระยะเวลาที่เหมาะสมในการงีบ นั่นคือประมาณ 30 นาที ดาวน์โหลดได้ที่
http://store.ovi.com/content/26813

สำหรับ คนชอบเดินทาง ท่องเที่ยว Here and Now เป็นแอพพลิเคชั่นที่บอกตำแหน่งปัจจุบันว่าคุณอยู่ตรงไหนบนโลกใบ นี้ รวมถึงสภาพอากาศ ณ ตอนนั้น นอกจากนี้ยังสามารถตรวจสอบข้อมูลกิจกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นในย่านนั้น รวมถึงโปรแกรมหนังที่เข้าฉาย พร้อมทั้งยังมีคู่มือการท่องเที่ยวของ Lonely Planet และคู่มือแนะนำร้านอาหารของ Hungry Go Where ทำให้คุณไม่ต้องกังวลว่าจะฝากท้องไว้ที่ไหนในที่ที่ไม่คุ้นเคย ดาวน์โหลดได้ที่ http://store.ovi.com/content/29773

โดย สามารถใช้ควบคู่ ไปกับ TripAdvisor แอพพลิเคชั่นจากเว็บไซต์ท่องเที่ยวชื่อดังที่เป็นดั่งเพื่อนเดินทางคู่ใจของ นักเดินทางมืออาชีพ โดยสามารถหาข้อมูลเกี่ยวกับโรงแรม ร้านอาหาร สถานที่น่าสนใจ รวมถึงค่าโดยสารเครื่องบินที่ถูกที่สุดให้อีกด้วย พร้อมมั่นใจไปกับผู้ใช้งานกว่า 35 ล้านคนทั่วโลกที่แชร์ประสบการณ์กับสถานที่ต่างๆ ให้ได้อ่านดาวน์โหลดได้ที่ http://store.ovi.com/content/45400

หาก ต้องออกไปผจญภัย ยามค่ำคืน ก็ไม่ต้องกังวลกับความมืดอีกต่อไป เพราะเรามี Bright Light Touch ที่จะแปลง มือถือของคุณให้เป็นไฟฉายส่องสว่าง หรือในสถานการณ์ไฟดับ คุณก็ไม่ต้องควานหาเทียนไขในความมืดอีกต่อไป ดาวน์โหลดได้ที่ http://store.ovi.com/content/12867



สำหรับผู้ที่รักการพักผ่อน ผ่านเสียงเพลง Playlist DJ จะเป็นดีเจส่วนตัวที่ช่วยจัดเพลงตามอารมณ์ของคุณโดยจะสร้างลิสต์เพลงให้กับ คุณโดยอัตโนมัติ เพียงแค่คุณปรับแต่งแถบอารมณ์ที่คุณ กำลังรู้สึกอยู่ในขณะนั้น และตั้งค่าแถบอิควอไลเซอร์ 4 สี 4 อารมณ์ เช่น สีเหลืองแทนความสุข สีแดงแทนอารมณ์รัก สีม่วงแทนอารมณ์เศร้าเหงา เพียงแค่นี้คุณก็จะได้ฟังเพลงตามอารมณ์ของคุณ ดาวน์โหลดได้ที่ http://store.ovi.com/content/17257 สำหรับผู้ใช้ Nokia X6 และ Nokia X3 แอพพลิเคชั่นนี้ถูกติดตั้งไว้ในเครื่องให้พร้อมใช้งาน แล้ว

ผู้ใช้ โทรศัพท์มือถือโนเกียสามารถดาวน์โหลดแอพพลิ เคชั่นเหล่า นี้ได้ฟรีที่ Ovi Store โดยรุ่นที่รองรับ ได้แก่ Nokia N97, Nokia N97mini, Nokia X6, Nokia X3, Nokia C6, Nokia 5800 XpressMusic, 5530 XpressMusic และ Nokia 5233 เป็นต้น โดยสามารถตรวจสอบรุ่นที่รองรับจากหน้าเว็บของแต่ละแอพพลิเคชั่น ได้

ที่มา : Nokia

แม่เจ้า !! คู่หู Nokia มาอีกแล้ว มันคือ E68….??

จะบอกว่าจริงๆ แล้วมันคือ N-KIA E68 ลูกพี่ใหญ่จากจีนก็ย่อส่วน เจ้า Nokia E5 ลงมาเป็น E68 ในบัดดล มันอาจจะทำให้คุณต้องเก็บ E5 ไปเลยก็ได้ และเนื่องจากว่ามันเป็น HD Voice เนื่องจากว่า ชื่อของ Nokia เป็นชื่อที่คุ้นกันดีอยู่แล้วในวงการโทรศัพท์มือถือ ทางลูกพี่ใหญ่ก็ตั้งชื่อให้มันคล้ายๆ กันหน่อยเพื่อสะกิดลูกค้ากลุ่มที่ชอบไอเดียแปลกๆ จากโทรศัพท์มือถือ อย่างเจ้า E68 ตัวนี้

คุณสามารถจะสนุกกับมันได้อย่างเพลิดเพลินเลยทีเดียวไม่ว่าจะเป็น จอแบบสไลด์ได้ OS ที่ทำให้คุณต้องชอบแน่นอน ดูแล้วก็อึ้งๆ กันเลย ไปดูวิดีโอกัน แล้วจะต้องอึ้งรอบ 2



เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ เป๋าฮื้อ


หอยเป๋าฮื้อ หรือหอยโข่งทะเล หรือชื่อภาษาอังกฤษว่า อะบาโลน (abalone) เป็นหอยโข่งทะเลฝาเดียวอาศัยตามก้อนหินแถบชายฝั่งทะเล จัดเป็นอาหารที่อุดมคุณค่าโปรตีน และตามความเชื่อตามประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นได้ใช้หอยชนิดนี้เขียนตัวอักษร ถึงพระเจ้า นอกจากนี้หอยเป๋าฮื้อยังเป็นสัตว์กินพืช มีอายุยืน ทำให้มีราคาแพงมาก ในอดีตผู้ที่จะได้กินจึงจะมีแต่พวกจักรพรรดิ์และขุนนางผู้ใหญ่ แต่ ในปัจจุบันหอยเป๋าฮื้อเป็นอาหารทั่วไปที่นิยมกินกันในโอกาสสำคัญเนื่อง บางคนยังมีความเชื่อว่าเป็นอาหารสิริมงคล จึงทำให้มีการบริโภคอย่างแพร่หลายมากขึ้นซึ่งเป็นที่นิยมกันมากในประเทศ แถบเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี จีน ไต้หวัน กับหลายประเทศในแถบยุโรปและอเมริกา

ในประเทศไทยเอง ก็ได้มีฟาร์ม ทำการเพาะเลี้ยงหอยเป๋าฮื้อสายพันธุ์น้ำอุ่น ที่กำลังเป็นที่นิยมของตลาดในปัจจุบัน คือ ฮาลิโอติส ไดเวอร์สิคัลเลอร์ (Haliotis diversicolor) เป็นหอยเป๋าฮื้อพันธุ์ไต้หวันที่เลี้ยงง่าย โตเร็ว ทนต่อโรค และเป็นความต้องการของตลาด โดยมีตลาดหลักคือ ญี่ปุ่น จีน ฮ่องกง ไต้หวัน

The National Registration Authority for Agricultural and Veterinary Chemicals (NRA) ของรัฐบาลประเทศออสเตรเลีย ได้ประเมินว่าเนื้อหอยเป๋าฮื้อชนิดผง มีสารสำคัญที่ชื่อว่า Glycosaminoglycans หรือที่เรียกกันว่า GAGs ทำ หน้าที่เป็นตัวหล่อลื่นให้แก่ข้อ


มีงานวิจัยจากประเท สฝรั่งเศสพบว่าหอยเป๋าฮื้อ พบว่ามีปริมาณ GAGs อยู่ประมาณ 43 % ซึ่งอยู่ในรูปแบบของ Heparan sulfate, Chondroitin/dermatan sulfate and Hyaluronic acid

มีรายงานวิจัยถึง GAGs ในรูปแบบของ Chondroitin Sulfate กับกลุ่มคนไข้ที่เป็นโรคเกี่ยวกับกระดูกข้อเข่าจำนวน 622 คน พบว่ากลุ่มที่ได้รับ Chondroitin Sulfate สามารถลดการสึกหรอของกระดูกอ่อนของข้อได้ดีกว่าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ






ขอขอบคุณข้อมูลจากDevil

การควบคุมอารมณ์

การควบคุมอารมณ์ คือ การเรียนรู้ที่จะจัดการกับอารมณ์ของตนเองอย่างเหมาะสมสร้างสรรค์ และเป็นที่ยอมรับของสังคม นักเรียนอยู่ในช่วงวัยรุ่นที่มีอารมณ์ไม่มั่นคงนัก จึงมักสูญเสียการวบคุมตนเองได้ง่าย


การควบคุมอารมณ์ไม่ใช่ เป็นการเก็บกด ไม่แสดงออกทางอารมณ์เลย แต่เป็นการเรียนรู้ที่จะจัดการกับสถานการณ์อย่างมีเหตุผล แสดงออกในทางที่สังคมยอมรับ และมีผลเสียต่อตนเองทั้งทางร่างกายและจิตใจน้อยที่สุด ฉะนั้นการที่วัยรุ่นแสดงความก้าวร้าว หรือเก็บกดอารมณ์เอาไว้ จึงมิใช่การควบคุมอารมณ์อย่างเหมาะสม เพราะความก้าวร้าวนั้นสังคมไม่ยอมรับ ในขณะเดียวกันการเก็บกดอารมณ์ก็ย่อมเกิดผลเสียด้านจิตใจต่อตัววัยรุ่นเอง

ดังนั้นวัยรุ่นควรเรียนรู้ความเหมาะสมในการแสดงอารมณ์ในแบบที่สังคมยอมรับ

การควบคุมอารมณ์มี 2 ด้าน ได้แก่

1. การควบคุมวิธีการแปลความหมายเหตุการณ์ต่างๆ ที่เราให้เกิดอารมณ์

2. ควบคุมการแสดงออกต่อเหตุการณ์นั้นๆ

การช่วยให้วัยรุ่นควบคุมอารมณ์ มีแนวทางปฏิบัติ 3 ประการ คือ

1. ให้วัยรุ่นยอมรับว่ามีอารมณ์ และกำลังพยายามควบคุมอยู่

2. ใช้สติปัญญาพิจารณาการตอบสนองทางอารมณ์ตามความจริง เช่น ถ้ากำลังอิจฉาก็ให้ยอมรับว่าอิจฉา แม้ว่าจะพยายามปกปิดคนอื่นอยู่ก็ตาม แล้วก็พิจารณาตามความเป็นจริง โดยไม่มีอคติเข้าข้างตนเอง และระบายความไม่พอใจต่างๆ ด้วยการพูดออกมาถึงความรู้สึกที่มีอยู่นั้นกับคนที่เข้าใจ สามารถพูดคุยกันได้ หรืออาจใช้เทคนิคการผ่อนคลายอารมณ์ ก็จะสามารถควบคุมอารมณืไว้ได้มาก

3. พิจารณาที่สาเหตุ หลีกเลี่ยงสาเหตุ และหาแนวทางปรับใจเพื่อเผชิญกับอารมณืทางลบ

สรุปได้ว่า อารมณ์ทุกอารมณ์นั้นเกิดขึ้นได้กับบุคคลทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย โดยอารมณ์ในแง่ลบ เช่น อารมณ์โกรธ และอารมณ์เศร้าที่มักทำให้เกิดผลเสียต่อบุคคลมาก ดังนั้นบุคคลจึงควรที่จะสำรวจตัวเอง และยอมรับว่าตนเองกำลังอยู่ในสภาวะอารมณ์อะไร และฝึกหัดที่จะระบายและควบคุมตัวเองได้อย่างเหมาะสม และเป็นไปในทางสร้างสรรค์ หรือรู้จักที่จะยับยั้งหรือควบคุมอารมณืที่ไม่เหมาะสมให้ได้





ขอขอบคุณข้อมูลภายใต้ความร่วมมือของสหวิชา ดอท คอม และ วิชาการดอทคอม

21 ข้อน่าคิดว่า จริงไหม??





1.รักเริ่มต้นด้วยรอยยิ้ม เติบโตด้วยการจุมพิต และจบลงด้วยน้ำตา

2.อย่าเสียน้ำตาให้กับคนที่ไม่เคยเสียน้ำตาให้คุณ

3.ถ้าความรักไม่ใช่เกม,ทำไมจึงมีผู้เล่นเกมรักหลายคน

4.เพื่อนที่ดีนั้นหายาก แต่ยากกว่าในการจะลาจาก และเป็นไปไม่ได้ที่จะลืมเลือน

5.คุณไปได้ไกลเท่าที่คุณผลักดันตัวเอง


6.การกระทำดังกว่าคำพูด

7.สิ่งที่ทำยากที่สุด คือ การมองดูคนที่คุณรัก ไปรักคนอื่น

8.อย่าให้อดีตยึดคุณไว้ คุณจะพลาดสิ่งดีๆที่จะผ่านมา

9.ชีวิตนั้นสั้นนัก ถ้าครั้งหนึ่งในชีวิต คุณไม่หยุดมองดูมันให้กว้างๆ ทั่วๆ สักครู่ คณจะพลาดมัน

10.เพื่อนที่ดีที่สุดเหมือน ใบไม้สี่กลีบ(สัญลักษณ์แห่งความโชคดี) ยากที่จะหาพบ และ โชคดีที่มีมัน


11.คนบางคนทำให้โลกนี้เป็นโลกที่แสนพิเศษเพียงแค่มีเค้าอยู่ในโลกใบนี้เท่านั้น

12. มิตรแท้ คือ พี่-น้อง ที่พระเจ้า ลืมให้มาเกิดในครอบครัวเดียวกันกับเรา เท่านั้นเอง

13.เมื่อคุณเจ็บปวดที่จะมองกลับหลัง และ หวาดกลัวที่จะมองไปข้างหน้า เพียงคุณ มองไปข้างๆ เพื่อนที่ดีที่สุดของคุณจะอยู่ที่นั่น

14.สัมพันธภาพที่แท้จริงไม่มีวันจบสิ้น

15.เพื่อนจะคงอยู่ตลอดไป


16.เพื่อนที่ดีเหมือนดวงดาว คุณจะไม่ได้เห็นพวกเขาตลอดเวลา แต่คุณจะรู้ว่าเขาอยู่ที่นั่นเสมอ

17.อย่าขมวดคิ้วเลย เธอไม่เคยรู้หรอกว่ามีใครบางคนหลงรักรอยยิ้มของเธอ

18.คุณจะทำอย่างไร เมื่อคุณรู้ว่าเพียงคนๆเดียวที่จะทำให้คุณหยุดร้องไห้ได้ คือคนที่ทำให้คุณร้องไห้

19.ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ จนกระทั่งคุณตกหลุมรักเขาแล้ว (เมื่อคุณหลงรักใคร คุณจะคิดว่าเขาสมบูรณ์แบบ)

20.ทุกสิ่งทุกอย่างจะ OK ตอนจบ ถ้าไม่แล้ว แสดงว่านั่นยังไม่ใช่จุดจบ

21.คนส่วนมากผ่านมาและผ่านไปในชีวิตคุณ แต่มีเพียงเพื่อนเท่านั้นที่ทิ้งรอยเท้าไว้ในหัวใจคุณ



fw mail

วันพุธที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2553

วิธีทำผม ออกงาน สไตล์คุณหนูดูสดใส

วิธีทำผม ออกงาน สไตล์คุณหนูดูสดใส

.

ทรงผม

ขั้นตอนที่ 1

แบ่งผมเป็น 3 ช่อ จับผมขึ้นมานิดหน่อยให้เริ่มถักเยื้องไปด้านซ้ายนิดหน่อย

.

.

ทรงผม

ขั้นตอนที่ 2

เมื่อถักจนถึงปลายผมแล้ว ให้ใช้ยางรัดผมไว้ก่อน แล้วจึงไปถักอรกข้างนึงต่อ

.

.

ทรงผม

ขั้นตอนที่ 3

เมื่อถักเสร็จทั้ง 2 ข้างแล้ว ผมด้านหลังที่เหลือให้แบ่งผมเป็นอีกช่อนึง จัดตำแหน่งให้อยู่ช่วงหลังใบหู

.


ทรงผม

.

ขั้นตอนที่ 4

แล้วจึงรวบเปียทั้ง 2 ข้างมามัดไว้ด้วยกัน

.

.


ทรงผม

ขั้นตอนที่ 5

หางเปียที่เหลือให้พันรอบผมไว้ เพื่อปิดบางรัดผม จะได้สวยงาม

.


.

ทรงผม

.

.

ทรงผม

ขั้นตอนที่ 6

คราวนี้จะเริ่มดัดปลายผมที่เหลือ เพื่อกันไม่ให้ผมเสีย ควรฉีดเปรย์ไว้ก่อน


ทรงผม

.

.

ขั้นตอนที่ 7

ใช้ที่ม้วนผม ค่อยๆม้วนเข้าให้เป็นลอนด้วยการม้วนไปด้านหน้า

.

ทรงผม

.

ขั้นตอนที่ 8

ใช้นิ้วจัดช่อผม ยีให้เกิดวอลลุ่ม ผมจะได้พองมากขึ้น เท่านี้ก็ได้ทรงผมสวยน่ารักสดใสแล้ว

.

ทรงผม

ทำงานแบบไหนจึงไม่ป่วย





ในบรรดาโรคสมัยใหม่ ที่เข้าข่ายโรคที่ไม่ใช่โรค ที่นับวันจะทวีจำนวนสูงขึ้น และคุกคามชีวิตของ "คนทำงาน" มากขึ้นทุกวัน "โรคที่เกิดจากการทำงาน" เป็น หนึ่งในบรรดาดาวเด่นเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นโรคที่เกิดจากสภาพแวดล้อมในที่ทำงาน อุปกรณ์สำนักงาน หรือแม้แต่สารพิษต่างๆ ที่เกิดได้จากงานเฉพาะด้าน


น.พ.หทัย ชิตานนท์ ประธาน สถาบันส่งเสริมสุขภาพไทย มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ให้ข้อมุลกรณีของผู้สูบบุหรี่ในอาคาร นอกจากจะล่องลอยอยู่ในอากาศแล้ว ยังเกาะติดกับผนัง ม่าน พรม และเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ซึ่งจะค่อยๆ ระเหยออกมาในอากาศ

"ควันบุหรี่ในอาคารสำนักงาน ไม่ได้ให้ผลร้ายในทันที หากเมื่อวานนี้ในห้องนี้มีคนมานั่งสูบบุหรี่ และวันนี้คุณเดินเข้ามาในห้อง ก็ยังได้รับอันตรายจากพิษของบุหรี่เข้าไปด้วย เพราะสารพิษของบุหรี่ยังอยู่ได้นานถึง 48 ชั่วโมง ในกรณีที่เป็นห้องปรับอากาศ ที่ไม่มีการระบายอากาศที่ดีด้วยนะ"

นอกจากสารพิษ อย่างเช่นควันบุหรี่ในสภาพแวดล้อมแล้ว เรื่องของ อุปกรณ์สำนักงาน ก็เป็นแหล่งที่มาแห่งโรคอีกประเภทหนึ่ง โดยเฉพาะอุปกรณ์สำนักงานที่มีประจำทุกแห่งในทุกสำนักงาน อย่าง"คอมพิวเตอร์" จากผลการศึกษาของนักวิจัยแห่งมหาวิทยาลัยสตอกโฮล์มในสวีเดน ระบุว่าตัวการที่เกิดอาการภูมิแพ้ คือสารประกอบทางเคมีที่มีชื่อว่า "triphenyl phophate" ซึ่งใช้กันอย่างแพร่หลาย ทั้งในจอโทรทัศน์และคอมพิวเตอร์ ในขณะเดียวกัน สารตัวนี้ก็ทำให้เกิดปฏิกริยาของโรคภูมิแพ้ อาทิ คัน คัดจมูกและปวดศรีษะ

คอมพิวเตอร์ จึงอาจเป็นต้นเหตุสำคัญที่แพร่กระจายสารเคมีที่ทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ โดยเฉพาะสถานที่ทำงานที่มีเนื้อที่จำกัด ดังนั้นการระบายอากาศที่ดีจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ผลการวิจัยพบว่า มีเครื่องคอมพิวเตอร์ถึง 10 ยี่ห้อ ใน 18 ยี่ห้อ ที่ทำการทดสอบ มีระดับของสารเคมีที่ว่านี้ สูงมาก

ต้นตอของโรคจากที่ทำงานที่สำคัญ ที่ปัจจัยหนึ่ง มากจาก "ตึก" หรืออาคารสำนักงานนั่นเอง องค์การอนามัยโลกรายงานว่า ร้อยละ 30 อาการหรือตึกที่สร้างขึ้นใหม่ จะมีปัญหาคุณภาพของอากาศภายในอาคาร อันเป็นที่มาของอาการตึกเป็นพิษ

โรคแพ้ตึกหรือตึกเป็นพิษ มีสาเหตุใหญ่ๆ อยู่ 3 ประการด้วยกัน คือ การระบายอากาศในตึกหรืออาคารไม่ดี ประเด็นต่อมาคือ ตึกหรืออาคารมีการใช้วัสดุก่อสร้างและตกแต่งจากวัสดุสังเคราะห์ ซึ่งเป็นบ่อเกิดของสารพิษต่างๆ สุดท้าย เกิดจากก๊าซพิษที่ปล่อยออกจากตัวมนุษย์กว่า 100 ชนิด เช่น คาร์บอนมอนนอกไซด์ ไฮโดรเจน ฯลฯ

ปัจจุบันการออกแบบตึก พยายามที่จะลดการนำอากาศจากภายนอกเข้ามาในตัวอาคาร เพื่อประหยัดพลังงานในการทำความเย็น เมื่อระบบระบายอากาศไม่ดี มลพิษต่างๆ ในอากาศจะหมุนเวียนอยู่ภายใน นำพิษภัยมาสุ่สุขภาพของผุ้ที่อยู่ภายในอาคารสำนักงาน นอกจากนี้ การตกแต่งอาคารสำนักงานและบ้านเรือน ที่ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากไม้อัดและกระดานไฟเบอร์เข้าแทนที่ไม้ธรรมชาติ การใช้พรมสังเคราะห์ปุพื้น ซึ่งมีส่วนผสมของกาวหรือเรซิน เพื่อการยึดเกาะที่คงทนถาวร ก็ล้วนปล่อยสารพิษออกสู่อากาศ โดยที่พนักงานที่พนักงานที่ทำงานกันอยู่ในอาคาร ไม่มีโอกาสรู้ตัวเลย

โรคที่น่าสนใจอย่างมากโรคหนึ่ง ที่จัดอยู่ในกลุ่มโรคจากการทำงาน คือโรค ลิเจียนแนร์ (Legionnaires' disease) เป็นโรคติดเชื้อทางระบบทางเดินหายใจ มีสาเหตุมาจากเชื้อแบคทีเรีย "ลิจิโอเนลลา นิวโมฟิลา" จะอาศัยอยู่บริเวณที่มีน้ำขังนิ่ง อุณหภูมิระหว่าง 20-40 องศาเซลเซียส ค่าความเป็นกรด-ด่าง ระหว่าง 5.0-8.5 มีคลอรีนตกค้าง ต่ำกว่า 1 มิลลิกรัมต่อลิตร แหล่งน้ำที่เป็นแหล่งเพาะเชื้อได้เป็นอย่างดี คือ หอหล่อเย็น ถังพักน้ำ อ่างน้ำพุ-น้ำวน หัวก๊อกฝักบัว เครื่องทำน้ำร้อน เครื่องพ่นความชื้นหรือแอร์น้ำ แอร์ ถาดรองน้ำแอร์ ฯลฯ

อาการของผุ้ ที่ได้รับเชื้อ หากร่างกายอ่อนแออยู่แล้วก็จะเจ็บป่วย โดยจะมีความรุนแรงอยู่ 2 ลักษณะ คืออาการจะคล้ายเป็นไข้หวัดใหญ่ มีไข้ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ลักษณะนี้จะไม่รุนแรงนัก อีกลักษณะหนึ่งคือป่วยเป็นโรคลิเจียนแนร์ ซึ่งรุนแรงและอันตราย อาการจะคล้ายกับปอดบวมหรือปอดอักเสบ มีไข้สูง ไอ มีเสมหะ หายใจลำบาก หนาวสั่น ปวดศรีษะ ปวดกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย เจ็บหน้าอ ติดเชื้อในปอด หากอาการรุนแรง อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้

กลุ่มคนที่เสี่ยงต่อการติด เชื้อจนป่วยเป็นโรคลิเจียนแนร์ ได้แก่ ผุ้สูงอายุวัย 50 ปีขึ้นไป ผู้ที่สูบบุหรี่จัด ผุ้ที่ดื่มเหล้าจัด ผุ้ที่ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะ เช่น ไต หัวใจ ผุ้ที่ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแออันเนื่องมาจากเป็นมะเร็ง หรือติดเชื้อเอชไอวี ผุ้ที่อยู่ระหว่างรักษาโรคบางชนิด เช่น โรคระบบทางเดินหายใจ เบาหวาน มะเร็ง และการล้างไต

การปรับวิถีชีวิตใหม่ เป็นทางออกหนึ่งที่น่าจะช่วยผ่อนเบาปัญหาของโรคที่เกิดจากการทำงานลงได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการอยู่ในสภาพแวดล้อมที่สะอาด รวมทั้งปรับกายใจให้มีระบบภูมิต้านทานที่ดีขึ้น เป็นเกราะกั้นภัยด่านแรก ไม่ให้เชื้อโรคต่างๆ ทะลวงเข้าไปถึงตัวได้

อย่างที่ดร.สาทิส อินทรกำแหง ได้กล่าวไว้ชัดเจนว่า "เรา ต้องหาทางแก้ไขด้วยตัวเราเอง หลีกเลี่ยงอากาศไม่ดี หาเวลาว่างในการพักผ่อนให้กับตัวเอง อย่าเครียดมาก เท่านี้เราก็จะเป็นบุคคลหนึ่งซึ่งมีสุขภาพดี"





ที่มา นิตยสารชีวจิต

ประดิษฐ์กล้องช่วยคนตาบอดสำเร็จแล้ว




ก่อนหน้านี้มีข่าวว่า มีการคิดค้นประดิษฐ์กล้องจิ๋ว เพื่อช่วยให้คนพิการทางสายตากลับมาเห็นได้อีก บัดดนี้สำเร็จแล้ว



ซึ่งคาดว่าผู้ที่สายตาพิการ อาจจะมีโอกาสมองเห็นได้อีกครั้งหนึ่ง โดยการใช้กล้องที่กำลังมีผู้คิดประดิษฐ์ขึ้น ....


นักวิจัยเอลิสะเบธ โกลด์ริง ของสถาบันเทคโนโลยี แมสซาชูเสตต์ร่วมกับร็อบ เวบบ์ แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด แห่งอเมริกา ได้ประดิษฐ์ "
เครื่องช่วยการมอง" มีขนาดเท่ากับกระเป๋าหิ้ว ประกอบด้วยจอแอลซีดีและกล้องถ่ายภาพดิจิตอล ช่วยให้คนตาบอดมองเห็นได้

มันทำงานโดยป้อนภาพที่เห็นไปยังจอแอลซีดี อันเป็นจอที่ใช้ไดโอดเปล่งแสงสร้างความสว่างให้เกิดภาพ จอจะรวบรวมข้อมูลที่ได้รับทั้งหมดให้กลายเป็นจุดเดียว แล้วป้อนไปให้ที่ดวงตา ช่วยให้ผู้ตาบอดมองเห็นสิ่งนั้น


นักพัฒนาทั้งคู่กล่าวแจ้งว่า ในการทดลอง กล้องทำให้ผู้พิการทางสายตามองเห็นหน้าเพื่อนของตน และถึงกับถ่ายภาพได้



ตัวกล้องมีรูปร่างสี่เหลี่ยมโตประมาณ 5
นิ้ว ตั้งอยู่บนขาตั้ง เจ้าของแจ้งว่า ยังมีราคาถูกมากกว่าเครื่องส่องตรวจส่วนในของตาด้วยเลเซอร์ ซึ่งมีราคาอยู่ระหว่าง 140,000 ถึง 3,500,00 บาท


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

10 ข้อเท็จจริงที่หายไปในประวัติศาสตร์

10.โทมัส อัลวา เอดิสัน ไม่ใช่คนประดิษฐ์หลอดไฟคนแรกของโลก

ในความเป็นจริงแล้ว โทมัส อัลวา เอดิสัน (Thomas Alva Edison) ไม่ได้เป็นผู้ริเริ่มประดิษฐ์หลอดไฟฟ้าตามที่คนทั่วไปเข้าใจแต่อย่างใด หลักการของหลอดไฟฟ้าถูกพัฒนามาก่อนหน้านี้โดยนักประดิษฐ์หลายท่าน เช่น จูเซ็ปป์ สวอน (Juseph Swan) หรือ ไฮน์ริช เกอเบิล (Heinrich Goebel) อย่างไรก็ตามเอดิสันได้คำนึงถึงการนำหลอดไฟฟ้าไปใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน อย่างจริงจัง โดยเอดิสันได้ทำให้อายุการใช้งานของหลอดไฟฟ้ายาวนานพอที่จะนำไปใช้ได้อย่าง สะดวกสบายในบ้านเรือนหรือร้านค้า นอกจากนั้นเอดิสันยังได้สร้างระบบผลิตและแจกจ่ายไฟฟ้าอีกด้วย

นอกจาก นี้ยังมีเรื่องที่น่าสนใจเกี่ยวกับเอดิสันอีกว่า สิ่งประดิษฐ์ภายใต้ชื่อของเขาและจดสิทธิบัตรเป็นจำนวนถึง 1,093 ชิ้น ส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่เขาคิดค้นขึ้นมาเอง แต่เป็นการพัฒนาจากสิ่งประดิษฐ์ดั้งเดิมที่คิดค้นขึ้นโดยลูกจ้างของเขา เพราะเหตุนี้ทำให้เขาถูกวิพากษ์วิจารณ์อยู่เสมอ ในเรื่องการอ้างผลงานเป็นของตัวแต่ผู้เดียว โดยไม่แบ่งปันให้กับผู้คิดค้นดั้งเดิม

9.เธอคือโป๊บ??

เมื่อวันก่อนผมได้ดูภาพยนตร์เรื่อง เธอคือโป๊บ (Pope Joan) ที่สร้างจากเค้าโครงในตำนาน(โดยเนื้อเรื่องเอามาจากนิยายอีกที) เป็นเรื่องราวในตำนานของหญิงสาวที่แต่งตัวเป็นพระชายและไปกรุงโรมเพื่อศึกษา ในที่สุดเธอก็ได้เป็นพระสันตะปาปา แต่เธอคลอดบุตรในขณะกำลังขึ้นม้า

ภาพยนตร์ เรื่องนี้โดนแบนหลายประเทศมาก(ยกเว้นไทย) เพราะว่าเนื้อหาค่องข้างหมิ่นศาสนามา หนังพยายามบอกว่าเรื่องพระสันตะปาปาเป็นเรื่องจริง หากแต่ปัจจุบันเรื่องราวของพระสันตะปาปาหญิงโจน (Pope Joan หรือ Popess Joan) ยังเป็นที่ถกเถียงกันว่า มีตัวตนจริงๆหรือไม่ โดยตำนานกล่าวว่าพระสันตะปาปาหญิงโจนมี ชื่อเดิมคือโจฮานนา แองลิกัส (Johanna Anglicus) โดยใช้ชื่อผู้ชายว่าจอห์น (John) เกิดที่ไมนส์ (Mainz) เป็นผู้เชียวชาญศิลปวิทยาหลากหลายแขนง จนไม่มีผู้ทัดเทียม และภายหลังเธอเดินทางไปโรม ก็เปิดสอนวิชาศิลปศาสตร์จนที่เคารพรักแก่บรรดาศิษย์ จากนั้นก็เล่นการเมืองและถูกเลือกโดยพระสันตะปาปา ในขณะที่เธอเป็นพระสันตะปาปา เธอตั้งครรภ์โดยคนรักของเธอ โดยไม่รู้ว่า เมื่อไรจะถึงกำหนดคลอด เธอให้กำเนิดทารกเพศชาย และโดนการตัดสินของกระบวนการยุติธรรมของกรุงโรม เธอต้องโดนลงโทษ โดยการผูกติดกับขาม้าแล้วก็ถูกลากไป และโดนโยนก้อนหินโดยประชาชนครึ่งหนึ่ง แต่ไม่มีหลักฐานว่าที่ที่ฝังเธอเป็นที่ศักดิ์สิทธิ์ อาจจะเนื่องมากจากเหตุผลที่ว่า เธอเป็นผู้หญิง หรือมาจากความโง่ของหลักฐานก็ตาม และเรื่องราวของเธอถูกเขียนโดย(Martin of Opava) ใน Chronicon Pontificum et Imperatum แต่กระนั้นนักประวัติศาสตร์ และผู้เคร่งศาสนา ต่างไม่เชื่อว่า มีพระสันตะปาปาหญิงโจนมีตัวตนจริงๆ เป็นเพียงเรื่องโกหกและเป็นตำนานลอย ๆ เท่านั้น สาเหตุเพราะเรื่องนี้ไม่ได้ถูกพบในเอกสารที่เชื่อถือได้

8.รูปร่างที่แท้จริงของเทวรูปโคโลสซูสเป็นอย่างไรกันแน่?

นี้คือสิ่งมหัศจรรย์ที่ขาดหายไปในประวัติศาสตร์ยุคโบราณ เทวรูปโคโลสซูสเป็นที่เกาะโรดส์ ประเทศกรีก หล่อด้วยทองบรอนซ์ ในท่ายืน สูง 100 ฟุตโดยเฉพาะฐานที่รองรับรูปหล่อนั้นสูงกว่าตึก 5 ชั้น พระหัตถ์ขวาถือดวงประทีป ตั้งอยู่หน้าเมืองโรดส์ประเทศกรีก สร้างโดยกษัตริย์แชรัสแห่งลินดัส เชื่อกันว่าเป็นรูปปั้นที่คอยกั้นอ่าวของเกาะแห่งนี้ของกรีกในทะเลเอเจียน สร้างเสร็จหลังจากใช้เวลา 12 ปี แล้วเสร็จเมื่อประมาณ 280 ปีก่อนคริสตกาล และต้องพังทลายลง เพราะแผ่นดินไหว ถูกทอดทิ้งเป็นเวลา 900 ปี จนถูกขายเป็นเศษเหล็ก ให้แก่ชาวเมืองซาราเซน เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการสงคราม จนเราไม่ได้เห็นสิ่งมหัศจรรย์นี้เลยแม้แต่ซาก ส่วนภาพที่เห็นเป็นเพียงจินตนการของคนวาดเท่านั้น แต่ที่น่าเหลือเชื่อคือเอกสารหลายชิ้นพรรณารูปปั้นนี้ไม่เหมือนกันเลย บ้างก็บอกว่ารูปปั้นอ้าขาจนเรือรอดได้ บ้างก็บอกว่ารูปปั้นไม่ได้อ้าขา

7. แรงงานสร้างพีระมิดไม่ใช้ทาส?

จากที่เราอ่านประวัติศาสตร์เรามักเห็นฉากแรงงานสร้างพีระมิด โดยหนังสือบอกว่าพวกเขาเป็นทาสและมีคนโบยแส้ที่ด้านหลังใช่เปล่าครับ หากแต่ปัจจุบันความคิดนี้ต้องเปลี่ยนไปเมื่อนักโบราณคดีค้นพบสุสานในอียิปต์ ซึ่งช่วยพิสูจน์ว่าแรงงานที่ช่วยกันสร้างพีระมิดนั้นไม่ใช่ทาสอย่างที่เคย เข้าใจ แต่เป็นคนที่ได้รับการเอาใจใส่เป็นอย่างดี มีการจ่ายค่าแรงรวมถึงมีการจัดอาหารให้รับประทาน 3 มื้อต่อวันเป็นอย่างดี อีกทั้งการสร้างสุสานใกล้กับที่ฝังศพของกษัตริย์ แสงให้เห็นว่าแรงงานเหล่านี้ไม่ใช่ทาสแต่อย่างใด โดยคาดว่าแรงงานเหล่านั้นน่าจะเป็นชาวนา ชาวไร่ผู้มีความเชื่อว่าสิ่งที่ตนกำลังทำนั้น มีส่วนช่วยให้องค์ฟาโรห์ได้ไปจุติบนสวรรค์ และเมื่อถึงเวลาที่ตนจะจากโลกนี้ไปบ้าง เทพฟาโรห์ก็จะได้พิทักษ์ปกป้องตนต่อไป

6.ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับไวกิ้ง

ไวกิ้งที่เราได้เห็นภาพยนตร์หลายเรื่องนั้น ส่วนใหญ่มักตัวใหญ่น่ากลัวสวมหมวกขนสัตว์ โหดร้ายป่าเถื่อนชอบปล้นทรัพย์ฆ่าและข่มขื่นหญิงชาวบ้าน อีกทั้งตัวสกปรก ไร้สมอง เรียกได้ว่าเป็นฝันร้ายของยุโรปอย่างแท้จริง

นี้คือความรู้ที่ผิด จากการศึกษาประวัติศาสตร์พบว่าไวกิ้งไม่โหดร้ายอย่างที่คุณคิด ไวกิ้งไม่ใช่นักรบอย่างเดียว หากแต่เป็นพ่อค้าและนักตั้งถิ่นฐานที่มีส่วนสำคัญในการพัฒนายุโรปกลาง พวกเขาอาบน้ำสัปดาห์ละครั้ง ในวันเสาร์เท่านั้น(อย่าลืมว่าอากาศยุโรปมันหนาว) ที่น่าสนใจคือส่วนใหญ่พวกเขาสูงแค่ 170 ซม. ซึ่งไม่สูงอย่างที่เราเข้าใจกัน ผมและหนวดสีทองที่เราเห็นในภาพยนตร์เป็นเพียงอุดมคติความเชื่อในวัฒนธรรม ไวกิ้งที่ใช้สบู่พิเศษในการแต่งไม่ใช้เป็นมาตั้งแต่เกิด อีกทั้งพวกเขาไม่ได้อาศัยเฉพาะสแกนดิเนเวีย พวกเขาอพยพไปหลายพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น รัสเซีย, แอฟริกา หรือแม้แต่อเมริกาเหนือ ส่วนพฤติกรรมที่ฆ่าและข่มขืนปล้มทรัพย์นั้นเป็นส่วนน้อยเท่านั้น แต่สิ่งที่เชื่อถือได้คือพวกนักบวชในยุโรปไม่ชอบพวกนี้เท่าไหร่ เนื่องจากครั้งหนึ่งพวกไวกิ้งเคยทำลายวัดและฆ่าพวกพระบาทหลวงหลายคน(ภายหลัง ไวกิ้งก็เข้ารีตเป็นคริสต์ศาสนิกชน)

5.ครีโอพัตราไม่ใช่คนอียิปต์

คลีโอพัตรา ที่ 7 ฟิโลปา หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ คลีโอพัตรา) เป็นราชินีแห่งอียิปต์โบราณ และเป็นสมาชิกคนสุดท้ายของราชวงศ์ปโตเลมีแห่งมาเซโดเนีย แต่จนบัดนี้ยังมีหลายคนเข้าใจว่าเธอเป็นคนอียิปต์(อย่างน้อยก็การ์ตูน ญี่ปุ่นล่ะ) เพราะว่าเธอเป็นชาวกรีกแท้ๆ บิดาของพระนางคือปโตเลมีที่ 12 โอเลเตส และคาดว่าพระมารดาเป็นเชษฐภคินีของโอเลเตส ทรงพระนามว่า คลีโอพัตราที่ 5 ทรีฟาเอ พระนางทรงมีความเฉลียวฉลาดมาก ทรงแตกฉานถึง 14 ภาษา เช่น ภาษาฮิบรู ภาษาละติน ภาษามาซิโดเนีย ภาษาเอธิโอเปียน ภาษาซีเรีย ภาษาเปอร์เซีย ภาษาอียิปต์ ซึ่งแม้แต่ในราชวงศ์ก็น้อยคนนักที่จะแตกฉานในภาษานี้ และเธอเป็นผู้ปกครองอียิปต์คนสุดท้ายที่มีเชื้อสายกรีก

4.คิงอาเธอร์มีตัวตนในประวัติศาสตร์จริงเหรอ?

กษัตริย์อาเธอร์ (King Arthur) เป็นกษัตริย์อังกฤษผู้มีชื่อเสียงโด่งดังในตำนานเล่าขานในฐานะวีรบุรุษในยุค กลาง ซึ่งได้ปกป้องเกาะบริเตนจากการรุกรานของชาวแซ็กซอนในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 6 รายละเอียดส่วนใหญ่เกี่ยวกับกษัตริย์อาเธอร์ปรากฏอยู่ในเรื่องเล่าขาน ตำนานพื้นบ้าน และวรรณกรรมที่แต่งขึ้นโดยส่วนมากมักเกินจริงไปหน่อย เช่น มีพ่อมดเมอร์ลินเป็นผู้ช่วยทำสงคราม, อาเธอร์สามารถต่อสู้ตามลำพังด้วยมือเปล่า และสังหารศัตรูไปถึง 960 คน และแน่นอนเรื่องราวภูมิหลังที่แท้จริงทางประวัติศาสตร์ของตำนานกษัตริย์อา เธอร์เป็นที่ถกเถียงในหมู่นักวิชาการมาเป็นเวลานานแล้ว หลายคนเชื่อว่าอาเธอร์เป็นบุคคลที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งระหว่างปลายคริสต์ศตวรรษที่ 5 ถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 6 แต่กระนั้นก็ยังขาดหลักฐานสนับสนุนที่หนักแน่นเพียงพอ(ปละหลักฐานส่วนใหญ่ เป็นของปลอม) นักประวัติศาสตร์ในยุคหลังโดยมากจึงไม่นับว่าอาเธอร์เป็นหนึ่งในกษัตริย์ที่ มีตัวตนจริง นักประวัติศาสตร์ จนมีนักประวัติศาสตร์ออกมาบอกว่า "ไม่มีบุคคลใดในกรอบประวัติศาสตร์และตำนานที่จะทำให้นักประวัติศาสตร์เสีย เวลามากเท่านี้”

3.เลดี้โกไดวา มีตัวตนอยู่จริงเหรอ??

Godiva 800Px Lady - By John เรือลำเลียงถ่านหิน

http://www.sarakadee.com/web/modules.php?name=Sections&op=viewarticle&artid=930

เล ดี้โกไดวา (Lady Godiva) เป็นสตรีสูงศักดิ์ผู้เป็นสัญลักษณ์แห่งเมืองโคเวนทรี (ประเทศอังกฤษมีชีวิตอยู่ในช่วงปี ค.ศ. 997-1067 เธอเป็นภรรยาของลีโอฟริก เอิร์ลแห่งเมอร์เซียและลอร์ดแห่งเมืองโคเวนทรี ผู้มีอำนาจสูงสุดในแผ่นดินอังกฤษ เป็นคนละโมบและกดขี่ชอบเก็บภาษีประชาชนอย่างบ้าเลือด แม้เลดี้โกไดวาเฝ้าขอร้องสามีให้ลดภาษี แต่เขาไม่เคยยอม

จนกระทั้ง วันหนึ่งลีโอฟริกได้คิดสนุกเลยบอกเลี้โกไดวาว่าถ้าเธอกล้าเปลือยกายขี่ม้า รอบเมือง เขาจะยอมลดภาษีให้ตามที่ขอ ซึ่งการการกระทำดังกล่าวสำหรับผู้หญิงอังกฤษสมัยกลางย่อมถือเป็นเรื่องต่ำ ช้าอย่างยิ่ง แต่เลดี้โกไดวาก็ตัดสินที่จะยอมทำตามดังกล่าว โดยเธอได้กระจายข่าวบอกชาวเมืองให้พวกเขาร่วมมือด้วยการปิด ประตูหน้าต่างหลบอยู่ในที่พักอาศัยขณะเธอขี่ม้าผ่านเปลือยกาย ซึ่งชาวบ้านก็ร่วมมือเป็นอย่างดี(ความจริงมีชายคนหนึ่งแอบดูนาง หากแต่เขาถูกสวรรค์ลงโทษด้วยการทำให้ตาบอดในเวลาต่อมา และชายคนนั้นชื่อทอม จนเกิดสำนวนว่า “ทอมนักถ้ำมอง” Peeping Tom ในเวลาต่อมา) จนนางสามารถทำสิ่งที่สามีบอกได้สำเร็จ และส่งผลให้สามีของเธอยกเลิกภาษาตามสัญญาที่ว่าไว้ อีกทั้งเธอก็ไม่ถูกประณามซ้ำยังชกลายเป็นวีรสตรีของชาวเมืองไปในทันที ทุกวันนี้ที่จัตุรัสกลางเมืองโคเวนทรีมีอนุสาวรีย์เลดี้โกไดวาตั้งอยู่อย่าง โดดเด่นเป็นสัญลักษณ์ที่ชาวเมืองภาคภูมิใจ ในวันที่ 31 พฤษภาคม ค.ศ. 1678 สภาเมืองโคเวนทรีได้เริ่มจัดให้มีขบวนแห่ "เลดี้โกไดวา" บันทึกไว้เป็นครั้งแรก โดยจัดหาผู้หญิงมาสวมผ้าสีเนื้อรัดกายให้ดูคล้ายเปลือยเปล่า นั่งบนหลังม้าแห่ไปรอบเมืองเพื่อรำลึกการกระทำอันงดงามของโกไดวา

ใน ขณะเดียวกัน นักประวัติศาสตร์ร่วมสมัยหลายคนไม่คิดว่าเรื่องของโกไดวาได้เกิดขึ้นจริง เนื่องจากหลักฐานระบุไว้เพียงว่าเธอเป็นภรรยาของเอิร์ลลีโอฟริก และข้อมูลยังบ่งชี้ว่าทั้งคู่ต่างก็มีน้ำใจงามและเคร่งศาสนา เช่นในปี 1043 ท่านเอิร์ลและเลดี้ได้บริจาคเงินพร้อมที่ดินเพื่อสร้างวัดในนิกายเบเนดิกที นที่โคเวนทรี ซึ่งตั้งอยู่บริเวณเดียวกับโบสถ์โคเวนทรีที่ถูกระเบิดทำลายไปบางส่วนใน สงครามโลกครั้งที่ 2 วัดแห่งนี้ประดับด้วยพลอยล้ำค่างดงามอย่างที่ไม่มีวัดใดในอังกฤษยุคนั้น เทียบได้ และในช่วงทศวรรษ1050 ทั้งสองยังบริจาคที่ดินและเงินมหาศาลเพื่อสร้างวัดและโบสถ์อีกหลายแห่ง เช่นที่ลินคอล์นเชียร์ ลีโอมินสเตอร์ และอีฟแชม นักประวัติศาสตร์หลายคนจึงไม่คิดว่าท่านเอิร์ลจะโหดหินจนโกไดวาต้องเปลือย ร่างขี่ม้าขอความเป็นธรรมให้ประชาชน

ส่วนผู้ที่เชื่อว่าตำนานนี้เป็น เรื่องจริงก็จะอิงบันทึกเกร็ดประวัติศาสตร์อังกฤษฉบับภาษาละตินที่ชื่อ Flores Historiarum (Flowers of History) ของโรเจอร์แห่งเวนโดเวอร์ (Roger of Wendover) ในคริสต์ศตวรรษที่ 13 ที่ระบุเรื่องราวของเลดี้โกไดวาไว้ตามที่ระบุข้างต้น ซึ่งนักประวัติศาสตร์บางคนแย้งว่าเวนโดเวอร์เป็นเพียงผู้บันทึกตำนานและ เกร็ดประวัติศาสตร์ แต่ไม่ใช่นักประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขาเขียนบันทึกนี้ขึ้นเมื่อ 2 ศตวรรษหลังการตายของโกไดวา ข้อความดังกล่าวจึงไม่มีน้ำหนักพอให้เชื่อถือ แม้จะมีบันทึกระบุว่าครั้งหนึ่งลีโอฟริกได้ยกเลิกภาษีให้ประชาชนจริง และประทับตราด้วยตราประจำตัวของเขาเองเลยก็ตาม ส่วนคนอื่นก็เสริมว่าบางทีเลดี้โกไดวาอาจไม่ได้ปลดเปลื้องเสื้อผ้า หากแต่ปลดเชิงสัญลักษณ์ คือปลดทั้งเครื่องประดับกายและผม เพราะเมื่อสตรีสูงศักดิ์ปราศจากเครื่องประดับก็เท่ากับลดเกียรติของตนลง เทียบเท่าสตรีสามัญ

อย่างไรก็ตาม เรื่องราวของโกไดวาจะเป็นเพียงตำนานหรือความจริงย่อมยากที่จะพิสูจน์ไม่ต่าง จากทุกตำนานในโลก หากเหนือข้อเท็จจริงย่อมเป็นคุณค่าของตำนานที่ถูกส่งผ่านมากับกาลเวลา เฉกเช่นเรื่องของเลดี้โกไดวาที่เนื้อหาแท้จริงได้แทรกตัวอยู่ทั้งในบทกวี รูปปั้น ภาพเขียนของจิตรกรหลายยุคสมัย หรือกระทั่งในกระดาษห่อช็อกโกแลตยี่ห้อโกไดวา

2.สวนอีเดนอยู่ที่ไหนกันแน่?

สวนอีเด็น หรือ สวนเอเดน (Garden of Eden) เป็นสถานที่บรรยายไว้ในพระธรรมปฐมกาลว่าเป็นสถานที่มนุษย์สองคนแรกที่พระ เจ้าสร้างอาดัม และ อีฟ โดยสวนนั้นบรรยายไว้ว่าสวยงามราวกับสวรรค์ มีพืชพรรณอาหารอุดมสมบูรณ์เต็มไปด้วยสัตว์ป่า แม่น้ำใสสะอาด แต่ปัญหาคือถ้าสถานที่นี้มีจริง มันจะอยู่จุดไหนของโลกกันแน่ โดยหลายคนเชื่อว่าสวนอีเดนนี้อยู่ในโมโสโปเตเนีย ทางภาคกลาง เนื่องจากบันทึกการสร้างโลกในพระธรรมปฐมกาลได้กล่าวถึงที่ตั้งของสวนอีเด็น ว่าอยู่ในบริเวณแม่น้ำสำคัญสี่สาย: แม่น้ำพิชอน แม่น้ำกิฮอน แม่น้ำไทกริส และแม่น้ำยูเฟรติสซึ่งอยู่ในบริเวณอาร์เมเนีย, ยอดเขาอาระรัต, เยเรวาน หรือที่ราบสูงอาร์เมเนีย) (พระธรรมปฐมกาล บทที่ 2 ข้อที่ 10-14) ซึ่งอยู่ในบริเวณประเทศอิรักในปัจจุบัน ซึ่งน่าจะเป็นบริเวณคอเคซัสโบราณโดยเฉพาะบริเวณใกล้กับอาร์เมเนีย แต่ที่ตั้งของแม่น้ำทั้งสี่ยังเป็นที่ถกเถียงกันและยังไม่มีหลักฐานเป็นที่ แน่นอนที่สนับสนุนที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของแม่น้ำนอกจากที่กล่าวในพระธรรมปฐม กาลเอง และ วรรณกรรมยิว-คริสเตียนเช่น “จูบิลี” สมมุติฐานอื่นก็ว่าตั้งอยู่ที่เมโสโปเตเมีย ทวีปแอฟริกา หรือ อ่าวเปอร์เซีย สมมุติฐานหลังมาจากหลักฐานของลุ่มแม่น้ำสี่สายที่มาพบกันที่เป็นที่ผลิต ทองคำ และยางไม้หอม ซึ่งตรงกับการพรรณนาการสร้างโลกดังกล่าว

1 Prester John

เพรสเตอร์ จอห์น เป็นชื่อของกษัตริย์ในตำนานยุคกลางของยุโรปครับ โดยเชื่อว่ากษัตริย์องค์นี้อยู่ในดินแดนหนึ่งในเอเชีย หรืออาจเป็นแอฟริกา โดยดินแดนแห่งนั้นเป็นเดินแดนแห่งความเพียบพร้อม ไม่มีคนจน ไม่มีโจร ไม่มีคนพูดโกหกหรือมุ่งร้ายต่อกัน นอกจากจะเป็นกษัตริย์แล้วเพรสเตอร์ จอห์นยังเป็นประมุขศาสนาอีกด้วย ทำให้ดินแดนแห่งนี้มีคนนับถือศาสนาคริสต์อย่างเคร่งครัด กล่าวกันว่าเขาสืบเชื้อสายจากมากี 3 ท่านที่เดินไปให้พรแก่พระเยซูเมื่อครั้งประสูติบนโลกอีกด้วย เรื่องราวของเพรสเตอร์ จอห์นและอาณาจักรอันสมบูรณ์นั้นได้ถูกกล่าวถึงในบันทึกของบาทหลวงชาวเยอรมัน ท่านหนึ่ง ในสมัยเกิดสงครามครูเสดหลังชาวคริสต์ยึดดินแดนศักดิ์สิทธิจากชาวมุสลิม พวกเขาพยายามค้นหาอาณาจักรแห่งนี้ หากแต่ไม่พบ แต่เชื่อกันว่าดินแดนแห่งที่ว่าน่าจะเป็น อินเดีย หรือไม่ก็เอธิโอเปีย หรือจะอยู่ในอบิสซิเนีย

ผู้แต่ง : Cammy

+++ Hamster +++

+++ Playlist +++


MusicPlaylistRingtones
Create a playlist at MixPod.com

+++ coming soon +++