วันจันทร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ตั้งกระทู้ ชีวี่ Shewee อุปกรณ์ยืนฉี่ สำหรับ คุณผู้หญิง

ชีวี่ Shewee อุปกรณ์ยืนฉี่ สำหรับ คุณผู้หญิง มีขายแล้ว

ชีวี่ Shewee


ในที่สุด ผู้หญิงอย่างเราก็ยืนฉี่ได้ ( แอ๊ะ นี่มันดีหรือเปล่าน๊า ) ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เพราะเจ้าอุปกรณ์ ชีวี่ มาถึงบ้านเราแล้ว ในโซนยุโรป อเมริกา นิวซีแลนด์ นี่ฮ็อตสุดๆ เพราะเป็นอุปกรณ์ใหม่ ที่กิ๊ปเก๋ น่าตาเห็นแล้วซี๊ดเหลือเกิ๊น

ชีวี่ Shewee


ว่าแต่ แล้วเจ้า ชีวี่ นี่มีประโยชน์ตรงไหนล่ะ หลายคนคงสงสัย แต่ขอบอกว่า มันมีประโยชน์ และ ยังช่วยดูแลผู้หญิงอย่างเราได้อย่างลึกซึ๊งเชียวล่ะ ชีวี่ เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่เพิ่งผ่าตัด หรือ หลังคลอด ทำให้ปัสสาวะได้สะดวกยิ่งขึ้น รวมไปถึงการที่สาวๆ ต้องเข้าห้องน้ำสาธารณะที่ไม่สะอาด ช่วยลดความเสี่ยงที่จะติดเชื้อต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

ชีวี่ Shewee


วิธีการใช้งาน ก็ไม่ยุ่งยาก เริ่มจากหันหน้าเข้าหาโถส้วม (คล้ายกับผู้ชายยืนฉี่) จากนั้นถอดกางเกงให้กว้างพอสำหรับอุปกรณ์ หรือถกกระโปรงเฉพาะด้านหน้าขึ้น แล้งดึงกางเกงลงเล็กน้อย ( ไม่ต้องถอดออก ) โดยใช้ปลายของ ชีวี่ สอดไปด้านหลัง แล้วจับด้านท่อปลายปัสสาวะ เพื่อกำหนดให้ไหลไปสู่ทิศทางที่ต้องการ หลังจากเสร็จแล้วก็ทำความสะอาดโดยใช้สบู่อนามัย ก่อนจะนำไปใช้ครั้งต่อไปเท่านั้นเอง

ชีวี่ Shewee


สาวๆ คนไหนสนใจ อยากมีไว้ครอบครองสักชิ้น ก็เข้าไปดูรายละเอียดได้ที่นี่จ้า www.sheweethailand.com

เรียบเรียงโดย Women.mthai.com

Intel ผุด Dual-Core Atom ตัวแรก!!!

รายงานข่าวล่าสุด ปฎิเสธไม่ได้ว่า พระเอกที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของเน็ตบุ๊ค (Netbook) ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาก็คือ โพรเซสเซอร์อะตอม (Atom) ของอินเทล (Intel) ซึ่งเมื่อพูดถึง netbook ทุกคนก็จะนึกถึง Atom โดยที่ผ่านมา มันเป็นโพรเซสเซอร์ที่มีแกนทำงานเดียว (single core) จนถึงวันนี้...

แต่แล้วเมื่อวานนี้ ทาง Intel ได้ประกาศเปิดตัวโพรเซสเซอร์ Atom ที่มีการทำงานแบบสองแกน (Dual-Core) ตัวแรกนั่นคือ N550 ซึ่งทำงานที่สัญญาณนาฬิกา 1.5GHz และใช้เทคโนโลยีการผลิตแบบเดียวกับ Corei3, Corei5 และ Corei7 นั่นหมายความว่า netbook รุ่นใหม่จะทรงพลังในการประมวลผลมากกว่าเดิม แต่คงไม่แรงเท่ากับโพรเซสเซอร์สองคอร์บนโน้ตบุ๊ค ความจริงก่อนหน้านี้ ทาง Intel ได้เคยออกชิป Dual-core Atom มาแล้วนั่นคือ Atom D330 (1.6GHz) แต่ดูเหมือนจะไม่ค่อยเปรี้ยงป้างสักเท่าไร โดยมีการใช้ในเน็ตบุ๊ค Asus EeePC 1201N และเน็ตทอป

Intel ผุด Dual-Core Atom  ตัวแรก!!!

ประเด็น คือ N550 จะเป็นชิป Dual-core Atom ตัวแรกที่ใช้แพลตฟอร์ม PineTrail ซึ่งโดยพื้นฐานจะหมายถึงประสิทธิภาพในการใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ที่เป็น คุณสมบัติจำเป็นของ netbook ทั้งนี้ N550 จะทำงานบน 2 แกนหลักของโพรเซสเซอร์รวม 4 เธรด (thread) ของการทำงานพร้อมกัน (2 เธรดต่อแกน) นอกจากนีั้ มันยังมีแคช L2 เป็น 2 เท่า (2 x 512KB) และชิปเซตกราฟิกตัวเดียวกันกับ Atom N455 นั่นคือ Intel GMA3150 ส่วนควบคุมการทำงานของหน่วยความจำ (memory controller) ของ N550 จะสนับสนุนหน่วยความจำ DDR3 (800-MHz) เช่นเดียวกับ N455 แต่สามารถมองเห็นหน่วยความจำได้มากขึ้นเป็น 2 เท่าคือ 2GB

Intel ผุด Dual-Core Atom  ตัวแรก!!!

ผู้ ผลิต netbook หลายรายได้แก่ Acer, Asus, Lenovo และ LG ได้เปิดตัวเน็ตบุ๊คที่ใช้โพรเซสเซอร์นี้แล้ว ในขณะที Fujitsu, HP, MSI, Samsung และ Toshiba กำลังจะออกตามมาในสัปดาห์หน้า โดยผู้ผลิตบางรายอ้างว่า N550 จะทำให้สมรรถนะการทำงานของเครื่องแรงกกว่าเดิม 20% ในขณะที่ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ได้นานขึ้น 15 - 20 นาที สรุปโดยความหมายที่ชุดเจนก็คือ คุณยังได้ประสบการณ์ความเร็วของเครื่องที่เป็นเน็ตบุ๊ค (ไม่เท่าโน้ตบุ๊ค) แต่ประสิทธิภาพการทำงานเร็วขึ้นกว่าเดิม อย่างไรก็ดี netbook ที่ใช้ N550 จะสามารถให้ประสบการณ์ในการเล่นเกมส์ สตรีมมิ่งวิดีโอ (youtube, Hulu) ตลอดจนแอพพลิเคชันต่างๆ ได้เป็นอย่างดี สำหรับพาเหรดเน็ตบุ๊คสายพันธ์ดูอัลคอร์จะมีขนาดหน้าจอ 10 นิ้ว ประหยัดพลังงาน และไม่แพง โดยราคาน่าจะอยู่ที่ประมาณ 350 เหรียญฯ (11,000 บาท)

ข้อมูลจาก: pcmag

เดือดร้อนเรื่องเงินทำยังไงกันดี?

อันดับ 1 ยืมเพื่อนๆ พ่อแม่ พี่น้อง ญาติๆ คนข้างๆ ฯลฯ
ขอ ปรบมือให้กับวิธีที่นิยมที่สุด หากคุณเดือนร้อนเรื่องเงิน เชื่อเลยว่า ไม่มีใครปฏิเสธว่าไม่เคยยืมเงินเพื่อน พ่อแม่ พี่น้อง แฟน หรือกระทั่งเจ้านายแสนดี จะยืมมากยืมน้อย หากกระเป๋าแบนจริงๆ ก็ต้องแบมือทั้ง 2 ข้าง ขอกันตรงๆ เลยทีเดียว ซึ่งบุคคลเหล่านี้ เชื่อว่าเต็มใจให้คุณยืม หากคุณเป็นลูกหนี้ชั้นดี การันตีโดยคนที่ถูกยืมมาก่อนแล้วล่ะก็... ง่ายมาก และที่สำคัญ ยืมแล้วก็ต้องรีบคืน ยิ่งคืนเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี ภาษีดีกว่าคืนช้า เพราะคราวหน้าคราวหลังอาจจะอดได้

อันดับ 2 บัตรเครดิตช่วยคุณได้
อันที่จริงแล้ว พนักงานออฟฟิศอย่างเราๆ มีจำนวนมากกว่าครึ่งที่มีบัตรเครดิตอยู่ในกระเป๋าแทนเงินสด เพราะมันสามารถใช้จ่ายได้สะดวก ไม่ต้องใช้เงินสดของตัวเอง (เงินสดตรงนี้ เผื่อค่าเดินทาง ค่าอาหารสำหรับระหว่างการทำงาน) เพราะฉะนั้นแล้ว เวลาเดือนร้อนเรื่องเงินก็หยิบบัตรนี้ขึ้นมาจ่ายไปก่อนเท่านั้นเอง ซึ่งมันคือการสร้างวินัยในการใช้จ่ายของคุณไปในตัว โดยคุณอาจจะคิดว่า คุณสามารถเก็บเงินสดได้ แต่จริงๆ แล้ว คุณได้ใช้เงิน (อนาคต) ไปหมดแล้วนั่นเอง แต่ถือว่ามาเป็นอันดับ 2 เพราะมันช่วยจ่ายได้จริงๆ

อันดับ 3 บัตรกดเงินสด เอาแบงค์สีๆ ออกมาจ่ายก่อนได้เลย
ตาม มาติดๆ สำหรับบัตรกดเงินสด หากเงินในกระเป๋าหมดแล้ว ก็แค่เดินไปกดเงินสดในบัตรออกมาใช้เท่านั้น ตามวงเงินที่คุณได้รับ ซึ่งวิธีนี้เหมาะกับพนักงานออฟฟิศกินเงินเดือนไม่น้อยเลย เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่เงินสด (เงินเดือน) หมด คุณก็สามารถยืมเงินจากบัตรนี้ได้ แทนที่จะไปขอยืมกับคนอื่นๆ ซึ่งมันต่างกันแค่เรื่องของการจ่ายดอกเบี้ยที่ต้องมีเพิ่ม เพราะยืมคนที่บ้านไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ย แต่ยืมบัตรกดเงินสดต้องเสียดอกเบี้ยอย่างแน่นอน แต่มันก็ดีตรงที่ว่า ทำให้เราต้องบังคับตัวเองว่าอย่ายืม ใช้ให้พอ อย่าใช้เยอะนั่นเอง

อันดับ 4 ทุบกระปุก แกะเอาเงินสดสำรองมาใช้
หลายๆ คนคงมีเงินออมเผื่อฉุกเฉินอยู่อีกบัญชีที่แยกเอาไว้อยู่แล้ว อาจจะมาในรูปแบบของการฝากประจำ เก็บเป็นเงินสดสำรองจ่าย หรือการซื้อทองคำเก็บ เราก็นับรวมว่ามันเป็นเงินฉุกเฉิน ซึ่งหากไม่พอจ่ายจริงๆ เงินส่วนนี้ก็จะถูกดึงออกมาใช้จ่ายแทนไปก่อน เดือนถัดไปก็ค่อยนำมาทบคืน

อันดับ 5 หาเงินเพิ่มในช่องทางอื่นๆ
วิธีง่ายๆ หากตังค์หมด ก็คือการหาเพิ่ม ซึ่งแต่ละคนก็มีวิธีการหาเพิ่มที่ต่างกัน หากต้องการเร็วหน่อยก็แค่เปิดตู้เสื้อผ้า รื้อค้นเสื้อผ้าสภาพดีไม่ค่อยได้ใส่ ขนไปขายตามตลาดนัดเปิดท้าย เช่น ตลาดปัฐวิกรณ์ หรือไปซื้อเครื่องประดับผู้หญิงราคาเบาๆ จากสำเพ็งมาขาย แม้กระทั่งการขายของออนไลน์ก็ทำได้ไม่ยากและได้เงินเร็ว ไม่ต้องเสียเวลา ไม่ต้องลงทุนมาก (เพราะแทบไม่มีให้ลงทุนอยู่แล้ว) ก็ได้เงินมาหมุนในเดือนนั้น แต่ระหว่างรอเงิน อาจจะต้องทนอาการแห้งไปก่อน แต่วิธีนี้อาจจะต่อยอดกลายเป็นธุรกิจที่สองในอนาคตได้


ทางที่ดีก็คือ ควบคุมรายจ่ายให้ดีๆ อย่าใช้เกินงบประมาณที่ตัวเองตั้งไว้ในแต่ละเดือน ต้องรู้จักการควบคุมรายจ่าย ท่องไว้ว่า สิ้นเปลือง สิ้นเปลือง ให้ซื้อเฉพาะของจำเป็นเท่านั้น หากจะเลือกซื้อของใหญ่เข้าบ้าน ก็เลือกวิธีการกู้เงินหรือเลือกทำบัตรผ่อนสินค้า โดยเฉพาะสินค้าที่มีราคามากกว่า 3 แสนบาทขึ้นไป ก็จะเป็นหนทางที่ทำให้คุณสามารถวางแผนการใช้เงินในแต่ละเดือนได้อย่างรัดกุม ขึ้น และไม่ต้องมากังวลว่าเดือนนี้กระเป๋าจะแบนก่อนสิ้นเดือน เพราะใกล้สิ้นเดือน ก็เหมือนจะสิ้นใจกันไปอย่างนั้น

สมองเล็กโง่ สมองใหญ่ฉลาด

เป็นที่ยอมรับแล้วว่าสมองมนุษย์เป็นหนึ่งในสิ่งประดิษฐ์ทาง ธรรมชาติที่ซับซ้อนที่สุดในจักรวาล ทำหน้าที่สั่งการและประสานความเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงทั้งหมดของร่างกาย รวมทั้งการรับและแปลความรู้สึกทั้งมวล เราจึงให้ความสำคัญกับสมองมาก มากจนบางครั้งเกิดความเชื่อที่ผิดเกี่ยวกับสมอง เช่นเชื่อว่าขนาดสมองเป็นตัวบ่งชี้ถึงความฉลาด และรีบสรุปว่าใครสมองเล็กคนนั้นต้องโง่ ใครสมองใหญ่คนนั้นต้องฉลาด

โดยทั่วไปสมองมนุษย์มีน้ำหนักเพียง ๓% ของน้ำหนักตัว และจะหยุดขยายขนาดเมื่อมนุษย์คนนั้นอายุได้ ๑๕ ปีซึ่งในเวลานั้นสมองจะมีน้ำหนักราว ๑.๔ กิโลกรัม

จากการศึกษาพบว่าขนาดของสมองและระดับสติปัญญาของมนุษย์ไม่มีความเกี่ยว ข้องหรือสัมพันธ์กันแต่ประการใด เพราะความแตกต่างในด้านความฉลาดจะเริ่มตั้งแต่แรกตลอด ทารกแรกคลอดมีเซลล์ประสาทประมาณ ๑ แสนล้านเซลล์ และมีเซลล์ที่เชื่อมต่อกันเหมือนรังผึ้งอีก ๑ ล้านล้านเซลล์ ในขวบปีแรกของคนเรา สมองจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างน่าทึ่ง เกิดการสร้างเซลล์ประสาทเชื่อมโยงนับล้านจุด หากเด็กได้รับการกระตุ้นสร้างเสริมประสบการณ์อย่างจริงจัง ถูกต้อง และต่อเนื่องในระยะนี้ เด็กจะเฉลียวฉลาดขึ้นอย่างรวดเร็ว

ในที่สุดแล้ว ประสบการณ์และการกระตุ้นการเรียนรู้ คือการสร้างความฉลาดของคน ไม่ใช่ขนาดของสมองครับ

เลิกเชื่อได้แล้วนะครับว่า สมองเล็กโง่ สมองใหญ่ฉลาด อย่าให้เป็นตราบาปของใครไปชั่วชีวิตเลย

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : วิทยาศาสตร์รอบตัว(จาก สสวท.)

หน้าแบบนี้ แว่นแบบไหนดี?


ข้อแรก ห้ามใส่แว่นที่มีรูปทรงคล้ายกับรูปหน้าคุณเด็ดขาดในทางตรงข้ามสิ่งที่คุณ ต้องทำคือ เลือกแว่นที่ขัดแย้งกับรูปหน้าของคุณ เพื่อปรับให้ภาพรวมของรูปหน้าดูสมดุลและพอดีกัน

• ใบหน้ารูปกลม ห้ามใส่แว่นกลมเพราะจะยิ่งเพิ่มความกลมของใบหน้าให้ชัดขึ้นอีก แว่นทรงใหญ่สามารถใส่ได้ แต่ต้องเลือกเชฟเหลี่ยมหรือแบบวงรีที่มีส่วนหนึ่งตัดเป็นเหลี่ยม

• ใบหน้ารูปไข่ เป็นความโชคดีของคนรูปหน้าเรียวจริงๆ ใส่แว่นตากันแดดออกมาดูสวยกับทุกทรง

• ใบหน้าเหลี่ยม หลักเลี่ยงแว่นเหลี่ยมไว้เลย ควรเลือกแว่นที่มี curve สวยๆ เพื่อนำมาเบรกความเหลี่ยมของรูปหน้า

• ใบหน้ายาว รูปหน้านี้มีความใกล้เคียงกับรูปหน้าเรียว แต่อาจมีปัญหาที่หน้าผากโหนกสูงหรือมีคางยื่น แว่นที่เหมาะกับคนรูปหน้านี้ ควรจะเป็นแว่นขนาดใหญ่ที่สุดกว่าทุกรูปหน้าที่กล่าวมาก่อนหน้านี้ เพื่อลดพื้นที่หน้าลง ช่วยปรับเสปซหน้าให้พอดี แต่จะเลือกใส่เป็นเชฟไหนก็ได้ ทรงเหลี่ยม ทรงกลม ทรงเชิด ได้หมดค่ะ

"คนไทยควร เลือกแว่นตากันแดดเมื่อพอใส่แล้วเห็นคิ้วขึ้นมานิดนึง อย่าปล่อยให้เฟรมบดบังคิ้วหมด เพราะจะทำให้หน้าดูสั้นมาก ควรใส่แว่นที่เผยให้เห็นคิ้วบ้าง จะเห็นแค่หางคิ้วหรือหัวคิ้วนิดนึงก็ได้"


ขอบคุณ : never-age.com

อันตรายที่มากับความหวาน

1. ภาวะเลือดเป็นกรด
เกิด จากการที่มีน้ำตาลเชิงเดี่ยวจากน้ำตาลทราย น้ำผึ้ง ผลไม้ นม วิ่งเข้าสู่กระแสเลือดเป็นจำนวนมาก จนทำให้เลือดมีสภาวะเป็นกรด ร่างกายต้องแก้ปัญหาโดยการดึงแร่ธาตุจากส่วนต่างๆ เข้ามาในเลือด เพื่อปรับความเป็นกรดให้สมดุล ร่างกายจึงขาดสารอาหารจนอ่อนเพลีย หมดเรี่ยวหมดแรง กระดูกเปราะ นี่คือเหตุผลว่าทำไมสาวหวานถึงได้บอบบาง ป่วยง่ายหายช้ากันนัก

2. ฟันผุ
คน ที่มีน้ำตาลเกาะอยู่ที่ผิวเคลือบฟันตลอดวัน มักจะฟันผุและมีกลิ่นปาก เพราะคราบน้ำตาลที่เกาะอยู่ก็คืออาหารโต๊ะจีนสุดหรูท ี่แบคทีเรียในช่องปาก ช้อบ..ชอบ

3. อารมณ์เสีย หงุดหงิด ขี้โมโห
นี่คือลักษณะเด่นของคนที่ชอบความหวานเลยเชียว เพราะการมีน้ำตาลในเลือดมากทำให้ตับอ่อนต้องทำงานหนั ก และขับอินซูลินออกมามากเกินไป เมื่อมีอินซูลินในสมองมาก เราจะเครียดจนกลายเป็นคนขี้โมโห ควบคุมอารมณ์ สติ ไม่ค่อยได้

4. ง่วงเหงาหาวนอนตลอดเวลา
เมื่อมีน้ำตาลในเลือดมากจนเลือด เป็นกรด ร่างกายจะไม่ส่งเลือดแบบนั้นขึ้นไปเลี้ยงสมอง ทำให้สมองขาดเลือด เราจึงง่วงซึม คิดอะไรไม่ออกไปทั้งวัน

5. อ้วน
น้ำตาล ก็คือคาร์โบไฮเดรตรูปแบบหนึ่ง เมื่อมันเข้าสู่ร่างกายจะถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นไขมัน และถูกส่งไปสะสมอยู่ตาม หน้าท้อง สะโพก ต้นขา และที่อื่นๆ ที่คุณไม่อยากให้มี

6. เป็นโรคติดเชื้อได้ง่ายขึ้น
เพราะน้ำตาลก็คืออาหารของ เชื้อโรค คนที่ชอบความหวานจึงมักจะแผลหายช้ากว่าคนอื่น และถึงหายก็มักจะเป็นแผลเป็น เพราะเชื้อโรคที่บาดแผลได้ของดีมาเพิ่มพลังนี่เอง

7. ความดันสูง
หลัง จากร่างกายเปลี่ยนน้ำตาลเป็นไขมันแล้ว กรดไขมันเหล่านี้จะถูกส่งไปเกาะอยู่ตามอวัยวะภายในอย ่างหัวใจ ตับ และไต ทำให้อวัยวะสำคัญทำงานไม่สะดวก ความดันเลือดจึงค่อยๆ สูงขึ้นจนอาจเป็นอันตรายร้ายแรงได้

8. ปวดหัวเรื้อรัง
เป็น ไมเกรน สิวขึ้น เกิดแผลพุพอง เป็นตะคริว เวลาที่มีรอบเดือน มีโอกาสเป็นเบาหวาน วัณโรค โรคหัวใจ และมะเร็งตับได้ตลอดเวลา

กายบริหารหน้าคอมพิวเตอร์กันเถอะ

หากต้องนั่งทำงานจมเก้าอี้อยู่หน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานก็จะทำให้เกิด อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะบริเวณต้นคอ แขน ไหล่ หลัง สะโพก รวมทั้งกล้ามเนื้อตาหากผู้อ่านจะต้องนั่งทำงานจมเก้าอี้อยู่หน้า คอมพิวเตอร์เป็นเวลานานโดยไม่ลุกเดิน หรือเปลี่ยนอิริยาบถ ก็จะทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะบริเวณต้นคอ แขน ไหล่ หลัง สะโพก รวมทั้งกล้ามเนื้อตา

ผลร้ายที่ตามมามี มากขนาดนี้ คงต้องเรียนรู้วิธีกายบริหารง่าย ๆ ทำได้ที่หน้าคอมพิวเตอร์กันหน่อย




เริ่ม จากท่ายืดแขน
เพียงประสานมือทั้งสองข้างเข้าด้วยกัน หงายฝ่ามือขึ้นฟ้า ยืดแขนตั้งเหนือศีรษะ หลังตรง และเอียงลำตัวไปทางซ้าย ค้างไว้ 2 วินาที ก่อนสลับไปทางขวา ค้างไว้เช่นเดียวกัน ทำสลับไปมา 2 รอบ

ต่อ ด้วยท่าเอียงคอ ก้มศีรษะลง 2 วินาที แล้วเงยศีรษะขึ้นด้านบนอีก 2 วินาที ก่อนเอียงศีรษะไปทางซ้าย และทางขวา ค้างไว้ด้านละ 2 วินาที ทำสลับไปมา 2 รอบ

เปลี่ยน เป็นท่าหมุนไหล่
วางแขนเหยียดตรงข้างลำตัว ยกไหล่สองข้างขึ้น หมุนไปด้านหลัง ก่อนปล่อยลง ทำซ้ำในทิศทางตรงกันข้าม ทำสลับไปมา 2 รอบ

ไม่รอช้าทำท่าเอียงข้าง
เพียงห้อยแขนไว้ข้างลำตัว เอียงไหล่ และลำตัว ซ้าย-ขวา สลับกัน ทำสลับไปมา 2 รอบ

จากนั้นทำท่างอข้อเท้า
ให้ยกขาข้างหนึ่งขึ้นจากพื้นแล้วเหยียดตรง เหยียดข้อเท้าให้ปลายเท้าชี้ออกไปข้างหน้า งอปลายเท้ากลับท่าเดิม แล้วเปลี่ยนข้าง ทำสลับไปมา 2 รอบ

หันมาทำท่างอมือ
ยกแขนข้างหนึ่งขึ้น แล้วเหยียดตรงไปด้านหน้า งอข้อมือขึ้นตั้งฉากกับท่อนแขน แล้วเหยียดลงเช่นเดิม เปลี่ยน ทำสลับไปมา 2 รอบ

สุด ท้าย
ผ่อนคลายกล้ามเนื้อตา ด้วยการใช้ฝ่ามือปิดตา พร้อมกับหลับตาลง สูดหายใจเข้า-ออกลึก ๆ 8-10 ครั้ง เลื่อนฝ่ามือลง แล้วเปิดตา จากนั้นให้กระพริบตาถี่ ๆ



เมื่อรู้วิธี กายบริหารง่าย ๆ อย่างนี้แล้ว ลองเจียดเวลาเพียงนิด ยืดเส้น ยืดสาย คลายเมื่อยระหว่างการทำงาน

ความพอดีกับนิยามของคำว่า...เพื่อน


บางครั้งในชีวิตคนเราเกิดเรื่องไม่คาดคิดเสมอและ มีบางทีที่ตัวเราเองก็ไม่เข้าใจอะไรสักอย่ง ทั้งที่บางทีเราคิดว่าสิ่งนั้นเราทำถูกต้อง
และทำเพื่อความสบายใจของใคร บางคน แต่มันกลับไม่ใช่ ตรงกันข้ามสิ่งที่เราทำ กลับนำความเสียใจมาสู่ใครคนนั้น
มีใครบอก ได้ไหมว่านิยามของคำว่า " เพื่อน" ของแต่ละคนเป็นไงยัง ไง ตอบได้ไหมล่ะ....?
แล้วเคยเจอเพื่อนอย่างในนิยามที่ตนเองคิดไว้ หรือเปล่า...?


จำเป็นไหมถ้าเรามี ปัญหาเราจะต้องบอกเพื่อนทุกเรื่อง และจำเป็นไหม
ที่ตัวเราจะปิดบัง เพื่อนทุกเรื่่องเหมือนกัน


บางทีความต่างที่เกิดขึ้นระหว่างเพื่อนกับเพื่อนอาจเป็น เพราะนิยามของคำว่า
"เพื่อน" ของเรามันต่างกัน



ตอน นี้ผมเองก็ไม่รู้เหมือกันว่า "ความพอดีระ ห่างเพื่อนกับเพื่อน" ขึดจำกัดมันอยู่ตรงไหน นี้ละมั้งที่ทำให้ความเป็นเพื่อนของเราที่ต่างฝ่ายแสดงออก
มีความแตกต่าง กัน บางทีสิงที่เราแสดงออกมาอาจสร้างความเบื่อหน่ายและสร้างความรำคาญใจให้อีก ฝ่าย ทั้งที่เราคิดว่าสิ่งนั้นถูกและดีต่อเพื่อน
เราจึงไม่รู้ว่าความพอ ดีของเพื่อนแต่ละคนมันอยู่ตรงไหนบางทีเราอาจทะเลาะกันบ้าง ไม่เข้าใจกันบ้าง และนี้ก็เป็นอีกหนึ่ง
ที่ทำให้เราได้รู้จักคำว่า "เพื่อน" มากขึ้นเรื่อยๆ

เราไม่สามารถทำ ให้เพื่อนรักเราทุกคนได้ ตรงกันข้ามเราสามารถทำให้เพื่อนทุกคนเกลียดเราได้ เพียงแค่ข้ามคืน


หลาย คนอาจเจอและรู้แล้วว่าขีดจำกัดความพอดีกับคำว่า"เพื่อน" ที่ทำให้เพื่อน
มัน อยู่ตรงไหน แต่ฉันเองยังไม่แน่ใจและจะพยายามค้นหาต่อไป

"เพื่อน"

♣ ความรักของฉันก็มีเท่านี้แหละ ♣



ฉันไม่มั่นใจว่าฉันจะรักเธอตลอดไป
แต่ ฉันจะรักเธอให้มากที่สุดเท่าที่ฉันจะรักใครคนหนึ่งได้

ความรักของ ฉันไม่ใช่ความรักที่ไม่หวังผลตอบแทน
เพราะมันเป็นความรักที่ต้องการความ รักของเธอตอบแทน

ฉันไม่มั่นใจว่าฉันจะดูแลเธอได้ดีกว่าใครๆ
แต่ ฉันจะดูแลเธอมากกว่าที่ฉันดูแลตัวฉันเอง

ฉันไม่ สั­­าว่าฉันจะอยู่กับเธอตลอดเวลา
แต่ทุกครั้งที่เธอ เสียใจฉันสั­­าว่าฉันจะอยู่เคียงข้างเธอ

ฉันไม่ มั่นใจว่าฉันจะไม่ทำให้เธอร้องไห้
แต่ฉันมั่นใจว่าฉันจะทำให้เธอยิ้มได้


ฉันคงจะไม่บอกรักเธอทุกวัน
แต่ฉันนั้นจะรักเธอทุกวินาที

ฉัน จะไม่ขอให้เธอฝันดีทุกคืน
เพราะฉันไม่รู้ว่าฝันดีของเธอจะมีฉันอยู่ใน นั้นด้วยรึเปล่า
แต่ถ้าคืนไหนที่เธอฝันร้าย
ฉันจะเข้าไปช่วยเธอใน ฝันเสมอ

ความรักของฉันมันคงไม่มีค่าอะไร
ถ้าหากว่าเธอไม่สนใจ มัน

ความรักของคนอื่นที่ให้ฉันก็ไม่มีค่าอะไร
เพราะว่ามันไม่ ได้มาจากเธอ

ฉันไม่ได้ต้องการให้คนรักของฉันดีเลิศเลออะไรมากมาย
ฉัน ขอแค่คนที่ฉันรักนั้นคิดถึงฉันมากกว่าที่เขาคิดถึงคนอื่น
และฉันก็คิด ถึงเค้ามากกว่าที่ฉันคิดถึงคนอื่นเช่นกัน

ความรักของฉันไม่ได้มีมาก มายล้นฟ้า
เพราะความรักของฉันนั้นมีเพียงพอสำหรับเธอคนเดียว

วันอาทิตย์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2553

(สาว) เรียบร้อย ร้ายกว่าที่คิด

1.เรียบร้อย (จน) เกินงาม

- ข้างนอกงาม ตั้งแต่...หัวจรดเท้าก็จริง แต่ว่า..พวกคุณเธอก็ใช่เล่นเหมือนกัน

*(( แต่มันก็ตรงกันข้าม ))

- สมัยนี้พวกคุณเธอ...ช่างกล้า กล้าที่จะแหกกฎ แต่...ด้วยความที่เธอบางคนเป็นศิษย์รักอาจารย์ ก็โชคดีไป แต่...ความโชคดีของเธอนั้นไม่ได้จะโชคดีเสมอไปนะจ้ะ (ลับหลังพ่อแม่-อาจารย์) พวกคุณเธอจะคิดอยู่เสมอว่า..ทำไมล่ะ..เรียบร้อยล่ะ จะใส่กางเกงขาสั้นคืบเดียวไม่ได้รึไง..แบบพวกร้ายๆแรงๆแบบพวกเธอไม่ได้รึไง กัน!!!


2.เรียบร้อย แต่..แอ๊บแบ๊ว ใสซื่อ

- ช่วงนี้ มันเทรนแอ๊บแบ๊ว นี่เนอะ!! จะห้ามพวกเธอก็ไม่ได้...เพราะสาวเรียบร้อยบางคนก็อยากจะอินเทรนจนเกินงาม มั่งแหละ..ในที่นี้(ต่ำกว่า 18 ก็ถือว่า..เกินงามในเรื่อง แต่งตัวไปนิดนะจ๊ะ) ถ้าจะให้ดี อย่า..ตามเทรน(แต่งหน้าจัดจนเกินงาม) ควรพอดีกับอายุของเรา...เดี๋ยวหนุ่มๆที่เห็นก็จะหาว่าเป็น ป้าได้ น้ะจ้ะ!! ขอบอก...

3.เรียบร้อยข้างนอก แต่..ข้างในร้ายลึก

- ผู้หญิงก็เปรียบเหมือนดอกไม้ ภายนอกงดงาม แต่ภายในมีพิษร้ายแรง..น้องๆหนูๆ หรือ เพื่อนๆ คนใด ลองสังเกตได้จาก เพื่อนในห้องและที่ทำงานดู จะสมัยนี้หรือสมัยไหน..สาวเรียบร้อยก็แซงหน้าสาวร้ายแรงๆไปได้ เพราะพวกเธอพกความเรียบร้อยมามัดใจหนุ่มๆได้อย่างแนบเนียน..

*(( แต่มันก็ตรงกันข้าม ))

- แทนที่พวกเธอจะมีชัยกลับมาได้..แต่..ความจริงก็คือความจริง เรียบร้อย แต่..ร้ายลึก อย่างพวกเธอ หนุ่มที่ไหนจะขอคบเป็นแฟนล้ะจ้ะ


4.เรียบร้อย...แอบซ่อนชู้(NO! กิ๊ก)

- ไม่ว่าเรื่องเล็ก เรื่องใหญ่ ก็ไม่มีสาวประเภทไหน สู้ สาวข้อ 4 ไปได้ พวกเฮมีความน่ารัก เรียบร้อย แต่..ที่สำคัญที่ไม่เหมือนข้ออื่นคือ..เธอสามารถกินละก็ปลูกสตอเบอร์รี่ได้ วันละไร่ ..เชียว ก็แหม๊....(ขอเว่อร์นิดนึงน้ะจ้ะ) การที่เป็นคนเรียบร้อยด้วยแล้ว หนุ่มๆก็พากันจีบพวกเธอกันยกใหญ่...แต่ว่า..การ ที่หนุ่มๆมาจีบเธอนั้น หนุ่มๆต่างเห็นว่า...ก็ผู้หญิงคนนี้ เรียบร้อย ขนาดนี้ ใครที่ไหนจะไม่ชอบ..

*(( แต่มันก็ตรงกันข้าม ))

- หลังๆ หนุ่มๆ แต่ละคน เริ่มจับผิดสาวๆที่คอยทำตัว ให้ตัวเองเรียบร้อยสมบูรณ์แบบ อยู่ตลอดเวลา แต่..ทว่า พวกเธฮนั้นไม่แคร์ ยิ่งหาได้เยอะยิ่งดี เลยทำให้ ผู้หญิงเรียบร้อย..สมัยนี้ มีความเห็นกันว่า...ผู้ชาย (โง่) เป็นเรื่องปกติซะแล้ว..

หรือว่า BlackBerry ควรเปลี่ยนไปใช้ Android?

เป็นบทวิเคราะห์จาก Business Insider ครับ เค้าบอกว่า BlackBerry OS 6 ไม่สามารถตีเสมอ iOS หรือ Android ได้ในแง่ซอฟต์แวร์ ถ้าปล่อยเป็นแบบนี้ต่อไป RIM จะซ้ำรอย Palm ในที่สุด

หรือว่า BlackBerry  ควรเปลี่ยนไปใช้ Android?

ทางออกที่เสนอคือให้ BlackBerry เปลี่ยนมาใช้ระบบปฏิบัติการเป็น Android ด้วยเหตุผลดังนี้

  • ไม่มีใครซื้อ BlackBerry เพราะตัว BlackBerry OS อยู่แล้ว
  • จุดขายสำคัญคือระบบอีเมลและ BBM สามารถพอร์ตไปยัง Android ได้
  • การย้ายไป Android จะช่วยให้ RIM มีแอพจำนวนมากทันทีโดยไม่ต้องลงทุนเอง
  • การรวมกันของ Android/BlackBerry จะช่วยให้แพลตฟอร์มมีฐานผู้ใช้มากขึ้น ดึงดูดนักพัฒนามากขึ้น

แน่นอนว่านี่เป็นเพียงข้อคิดเห็น เพราะในความเป็นจริง RIM ยังมีระบบปฏิบัติการ QNX ไว้เป็นทางเลือกอีกอัน หาก BlackBerry OS ไปไม่รอด

ที่มา - Business Insider

สูตรสวยหน้าใส....จากธรรมชาติ

สูตรขจัดสิวหัวดำ

นำมะเขือเทศสดมาปั่นรวมกับข้าวโอ๊ตให้เข้ากันแล้วผสมน้ำผึ้งสัก เล็กน้อย นำมาทา บนใบหน้าให้ทั่ว เน้นเป็นพิเศษบริเวณที่มีสิวหัวดำ แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำอุ่น

มาร์คพอกหน้าสูตรใบเตย

นำใบเตย4-5 ใบมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆแล้วนำไปปั่นรวมกับไข่ไก่ 2ช้อนโต๊ะจะได้มาร์คพอกหน้า เป็นครีมข้นๆ หอมกลิ่นใบเตย พอกหน้าไว้ประมาณ 5-10 นาที แล้วล้างหน้าตามปกติ

ถนอมผิวหน้าด้วยโยเกิร์ต

ล้างหน้าให้สะอาด ซับเบาๆด้วยผ้าขนหนู แล้วใช้มือแตะโยเกิร์ต(ให้ใช้ชนิดที่ไม่ผสมเนื้อผลไม้) มาพอกให้ทั่วผิวหน้า เว้นรอบปากและดวงตา นวดและคลีงเบาๆ พอกไว้ประมาณ 20 นาที จึงล้างออก หมั่นทำสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ผิวจะเปล่งปลั่งสดใสอมชมพูทีเดียวค่ะ

ครีมพอกหน้าสำหรับสาวผิวมันและผิวผสม

ให้ใช้แตงกวา1 ผล ไขไก่ 1 ฟอง (ใช้เฉพาะไข่ขาว) และมะนาว 1 เสี้ยว หั่นแตงกวาเป็นแว่นบางๆ นำไปปั่นพร้อมกับไข่ขาวและบีบน้ำมะนาวลงไป ปั่นจนละเอียดเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน นำมาพอกให้ทั่วใบหน้า เว้นรอบปากและดวงตาไว้

ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาทีแล้วจึงล้างหน้าตามปกติ หมั่นทำบ่อยๆ ทุกสัปดาห์ จะช่วยลดความมันส่วนเกิน และยังช่วยสมานผิวหน้า กระชับรูขุมขน ช่วยให้ผิวหน้าเรียบเนียน เต่งตึง และนวลนุ่มชุมชื่น

ลบรอยกระด่างดำบนใบหน้าด้วยมะละกอสุก

นำมะละกอสุกมายีให้ละเอียด พอกหน้า ทิ้งไว้ สัก 10 นาที แล้ว จึงล้างออก จะช่วยให้ ใบหน้าที่มีรอยด่างดำดูดีขึ้น

สูตรรักษาฝ้า

คั้นน้ำมะขามเปียก ให้ค่อนข้างใสสักหน่อย ตั้งไฟอ่อน รอจนสุก จึงใส่น้ำผึ้งลงไปคนให้เข้ากัน ขั้นตอนนี้ต้องทำพร้อมกัน คือมือหนึ่งเท อีกมือก็คนให้ทั่ว นำมาทาหน้า วันละ 1 ชั่วโมง ช่วยรักษาฝ้า และทำให้ผิวหน้านวลใสขึ้น

สูตรสาวหน้าใส

ส่วนผสม น้ำผึ้ง น้ำมะนาว ผสมน้ำผึ้ง 1 ถ้วย น้ำมะนาว 1 ช้อนชา เข้าด้วยกัน นำมานวดให้ทั่วใบหน้า มะนาว จะช่วยขจัดเซลล์ผิว เหมือนครีมที่มีส่วนผสมAHA เลยละค่ะ ส่วนน้ำผึ้ง ทำให้ผิวนุ่ม ชุ่มชื่น นวดประมาณ 15 นาที

สูตรลดริ้วรอย

เลือกใช้ผลไม้ที่หาง่าย จะเป็นแอปเปิ้ล กล้วยหอม แตงกวา หรือมะเขือเทศก็ได้ค่ะ ใช้ปริมาณ 1 ถ้วย นำมาปอกเปลือกและเอาเมล็ดออก นำไปปั่นให้เนื้อละเอียด นำเนื้อผลไม้ที่เตรียมไว้ มาพอกให้ทั่วหน้า ทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างออก และล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นอีกครั้ง จะทำให้ผิวหน้าเนียนนุ่ม เกลี้ยงเกลา แลดูสดใส

สูตรกระชับรูขุมขน

กล้วยหอม แตงกวา มะเขือเทศ (เลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่ง) ปอกเปลือก เอาเมล็ดออก แล้วหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ เติมนมเปรี้ยวหรือน้ำผึ้งลงไป นำไปปั่นจนละเอียดเป็นเนื้อครีม นำมาพอกให้ทั่วใบหน้าและลำคอ ทิ้งไว้ ประมาณ 15 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำอุ่น จะช่วยทำความสะอาดใบหน้า และช่วยกระชับรูขุมขน และบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น

สูตรขจัดสิวเสี้ยน

นำไข่ขาว มาทาบาง ๆ บริเวณที่มีสิวเสี้ยน แล้วใช้กระดาษทิชชูหรือกระดาษซับหน้าแค่ชั้นเดียว วางทับลงไป รอให้แห้ง แล้วค่อย ๆ ดึงกระดาษออก โดยดึงจากมุมด้านล่าง สิ้วเสี้ยนที่เคยเป็นเสี้ยนหนามตำใจจะหลุดออกมาอย่างง่ายดายค่ะ

คลีนเซอร์สำหรับทุกสภาพผิว

โยเกิร์ต 1/2 ถ้วยน้ำมันดอกทานตะวัน 1 ช้อนโต๊ะน้ำมะนาว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ (คั้นสด ๆ นะคะ)นำส่วนผสมทั้งหมด มาผสมให้เข้ากัน พอกให้ทั่วหน้าทุกเช้าและก่อนนอน แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาดจะช่วยทำความสะอาดผิวหน้าได้อย่างล้ำลึก และบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นอีกด้วย

เพื่อน มีกี่แบบ ใครที่ควรคบ


" เพื่อน " เป็นส่วนสำคัญของมนุษย์ทุกคน บางคนจะเป็นจะตายก็เพราะเพื่อนนี่แหละเป็นผู้ชี้ขาด ไม่ใช่พ่อแม่พี่น้อง หรือสมาชิกในครัวเรือน เพราะธรรมชาติของมนุษย์ สามารถพูดคุยทุกเรื่องกับเพื่อนได้ แต่กับคนในครอบครัวกลับไม่กล้า แต่ใช่ว่ามีเพื่อนมากจะดีเสมอไป เพราะมีเพื่อนมาก เรื่องก็ย่อมมากตามจำนวนเพื่อน ตรงข้ามหากไม่มีเสียเลย ให้อยู่คนเดียวคงเหงาไม่ใช่เล่น

ยิ่งยุคนี้เศรษฐกิจฝืด เคือง มีเพื่อนเอาไว้บ่นเรื่องเงินๆ ทองๆ ก็ยังดีกว่าไม่มีที่ระบาย จากการรวบรวมด้วยการจำแนกเพื่อนออกตามสันดาน เอ๊ย...ลักษณะนิสัยต่างๆ จากบันทึกของคนสมถะเอง " เพื่อน" มีหลายชนิดมาก ท่านผู้ชม นับตั้งแต่

เพื่อนที่แสนจะเอาเปรียบ ไล่เรียงมาตั้งแต่เห็นแก่ตัว , เห็นแก่ได้ และเห็นแก่กิน แม้จะไม่อยากมีเพื่อนประเภทนี้เท่าไหร่ แต่ไม่รู้เป็นไง ทุกคนเป็นต้องมีเพื่อนอย่างนี้ปะปนอยู่เสมอกระนั้น อันความเห็นแก่ตัว ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร เพราะมนุษย์ทุกคน มีสัญชาตญาณของการรักษาตัวรอดเป็นยอดดีด้วยกันทั้งนั้น แต่ถ้าดีกรีของความเห็นแก่ตัวไม่แรงกล้าเท่าไหร่ จะมีคนอยากคบค้าสมาคมกับเรามากขึ้น

การมีเพื่อนแบบนี้ (ไม่รู้ว่าสมควรให้เป็นเพื่อนดีไหม) ก็เก๋ไปอย่าง เพราะช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้รู้จักความเป็นคนมากขึ้น หากมัวแต่มีเพื่อนดีๆ แต่ไม่มีเลวซะเลย เราคงมองไม่เห็น เส้นแบ่งระหว่างสองสิ่งนี้สิจ๊ะ

เพื่อนช่างนินทา-พูดจา ไร้สาระ แบบนี้ยิ่งหาง่ายเข้าไปใหญ่ ในสังคมต้องมีคนเหล่านี้ ไม่งั้นคงแห้งแล้งน่าดู การนินทาก็บอกอยู่ในตัวแล้วว่า สามารถพูดได้ทั้งเรื่องจริงและไม่รู้จริง คนฟังก็ควรไปเจาะหูให้เกิดน้ำหนักถ่วงดุล เพื่อเตรียมรับสถานการณ์ ไว้ล่วงหน้า

เพื่อนปากร้าย ใจดี อย่างนี้น่าคบกว่าเพื่อนที่ปากและใจร้ายทั้งคู่

เพื่อน ปากหวาน ดูดี แต่ร้ายลึก หาได้ตามองค์กรทั่วไป แต่เชื่อขนมกินได้ว่า คนแบบนี้ต้องมีอย่างอื่นดีสักประการหนึ่ง ไม่งั้นคงไม่มีใครอยากคุยด้วย

เพื่อน ซื่อสัตย์และจริงใจ เป็นสุดยอดปรารถนาที่ทุกคนหมายปอง

ที่มา http://www.teenrama.com/around/f_old_around28.htm

สารอาหารสำหรับคุณผู้ชาย



การบริโภคอาหาร ที่ดีช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารจำเป็นเพียงพอ มีน้ำหนักตัวเหมาะสม ลดภาวะเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ ที่มักจะเกิดในผู้ชาย ได้แก่ โรคหัวใจ โรคต่อมลูกหมากโต มะเร็ง โรคหลอดเลือดสมอง ความดันโลหิตสูง และโรคเกาต์

การสร้างสุขภาพที่ดีให้กับคุณผู้ชายในด้านโภชนาการ สิ่งแรกที่ควรปฏิบัติให้เป็นนิสัยคือการกินอาหารให้หลากหลายครบทั้ง 5 หมู่ ซึ่งได้แก่ ข้าว แป้ง เนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ และน้ำมัน แต่ไม่ควรกินอาหารซ้ำๆ เพราะนอกจากร่างกายจะได้รับแต่สารอาหารที่เหมือนเดิม ยังมีข้อเสียที่แย่ไปกว่านั้นคือถ้าอาหารจานโปรดที่กินเป็นประจำมีสารปน เปื้อน ร่างกายจะสะสมสารพิษนั้นไว้ เมื่อมีมากจนถึงระดับที่ร่างกายรับไม่ไหวก็จะเป็นผลเสียต่อสุขภาพ

ผู้ชายทุกช่วงวัยตั้งแต่เด็กถึงผู้ใหญ่ควรกินอาหารให้ครบทุกมื้อ โดยมื้อที่สำคัญที่สุดคือมื้อเช้า ไม่ว่าคุณจะรีบเร่งเพียงใดก็ควรมีอาหารรองท้องไว้บ้าง เช่น นมกล่อง ขนมปัง หรือผลไม้ ถ้าไม่กินอาหารเช้าเลยจะทำให้ประสิทธิภาพของการเรียนรู้หรือการทำงานลดน้อย ลง อ่อนเพลีย ไม่สดชื่น ไม่มีสมาธิ หงุดหงิดง่าย คุณควรวางแผนการรับประทานไว้ล่วงหน้าซึ่งจะช่วยให้กินอาหารได้ครบ 3 มื้อ ถึงแม้บางมื้ออาจไม่ได้ครบทั้ง 5 หมู่ก็ตาม แต่ก็ยังดีกว่าการอด เพราะจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ ไม่มีอาหารไปบำรุงสมอง นอกจากนี้ควรดื่มน้ำวันละ 6-8 แก้ว หลีกเลี่ยงอาหารขยะ และออกกำลังกายเป็นประจำ

ทั้งนี้สารอาหารบางอย่างนอกจากจะทำหน้าที่เป็นอาหารแล้ว ยังช่วยให้ร่างกายของผู้ชายแข็งแรง สามารถป้องกันโรคได้โดยไม่ต้องพึ่งพาผลิตภัณฑ์อาหารเสริม

แคลเซียม (Calcium ) : ปริมาณที่ควรได้รับวันละ 800 มิลลิกรัม
แคลเซียมเป็นแร่ธาตุสำคัญ หากร่างกายขาดแคลเซียมจะทำให้เกิดตะคริว ความดันโลหิตสูง โรคกระดูกพรุน ถึงแม้ว่าผู้หญิงจะมีโอกาสเป็นโรคนี้ได้มากกว่า แต่แคลเซียมก็เป็นแร่ธาตุที่จำเป็นของผู้ชายด้วยเช่นกัน เพราะแคลเซียมเป็นส่วนประกอบหลักของกระดูกและฟัน ซึ่งมีปริมาณมากที่สุดในร่างกายของเรา ผู้ชายที่ดื่มเหล้า กาแฟเป็นประจำทำให้ร่างกายนำแคลเซียมไปใช้ได้น้อย เป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้ชายได้รับแคลเซียมไม่เพียงพอ
อาหาร : มีมากในผักใบเขียวเข้ม เช่น ใบยอ คะน้า ผักชี งา ปลาที่รับประทานได้ทั้งกระดูก ถั่วเหลือง เต้าหู้ นมและผลิตภัณฑ์จากนม เช่น โยเกิร์ต ชีส
ตัวอย่างรายการอาหาร : ผัดเต้าหู้ถั่วงอก เครื่องดื่มงาดำ ก๋วยเตี๋ยวราดหน้า ยำปลาข้าวสาร ห่อหมก มิลค์เชค

สังกะสี (Zinc) : ปริมาณที่ควรได้รับวันละ 15 มิลลิกรัม
สังกะสีช่วยสร้างฮอร์โมนเพศชาย ในร่างกายของผู้ใหญ่มีสังกะสีประมาณ 2-3 กรัม มีมากที่ตับ ต่อมลูกหมาก น้ำอสุจิ และผิวหนัง ระดับของสังกะสีจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับอาหารที่เรากินในแต่ละวัน การขาดสังกะสีทำให้สมรรถภาพทางเพศลดลง มักพบในผู้ที่มีภาวะโภชนาการต่ำและผู้ที่สูบบุหรี่ ดื่มเหล้าเป็นประจำ การกินอาหารหลากหลายในปริมาณที่เหมาะสมจะช่วยให้ร่างกายได้รับสังกะสีอย่าง เพียงพอ
อาหาร : หอยนางรมมีปริมาณสังกะสี มากกว่าอาหารอื่นๆ หลายเท่า แต่ก็มีโคเลสเตอรอลสูงด้วยเช่นกัน ไม่ควรกินหอยนางรมพร้อมกับอาหารที่มีโคเลสเตอรอลสูง เช่น ไข่ เครื่องในสัตว์ เป็นต้น อาหารอื่นๆ ที่มีสังกะสีสูง ได้แก่ เนื้อวัว ไก่ จมูกข้าวสาลี ถั่วลิสง ธัญพืช งา และชีส
ตัวอย่างรายการอาหาร : ไก่ย่าง สเต๊กเนื้อ ถั่วลิสงต้ม ยำทะเล

แมกนีเซียม (Magnesium ) : ปริมาณที่ควรได้รับวันละ 420 มิลลิกรัม
แมกนีเซียมช่วยรักษาสมดุลให้ฮอร์โมนเพศ ช่วยให้การทำงานของเอนไซม์ต่างๆ ในร่างกายมีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัว การดื่มเหล้าและสูบบุหรี่มักทำให้ร่างกายขาดแร่ธาตุตัวนี้ ถ้าขาดมากจะทำให้บุคลิกภาพเปลี่ยนไป มือสั่น กล้ามเนื้อเกร็ง ดังนั้นผู้ชายจึงควรกินอาหารที่มีแมกนีเซียมให้เพียงพอในแต่ละวัน
อาหาร : มีมากในถั่วเหลืองและผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง เช่น เต้าหู้ต่างๆ จมูกข้าวสาลี มันฝรั่ง ปลาทะเล ถั่วลิสง นม ผักโขม
ตัวอย่างรายการอาหาร : แกงจืดเต้าหู้หลอด มันฝรั่งบด ผักโขมอบชีส ปลากะพงนึ่งมะนาว

โครเมียม (Chromium) : ปริมาณที่ควรได้รับวันละ 50-200 ไมโครกรัม
โครเมียมช่วยให้ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดเหมาะสม ช่วยให้ฮอร์โมนอินซูลินทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการนำน้ำตาลที่เรากินไปเผาผลาญ ทำให้ลดความเสี่ยงต่อการเป็นเบาหวานและภาวะโคเลสเตอรอลสูง ในทางตรงข้ามถ้าขาดโครเมียมปริมาณมากอาจทำให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้นได้
อาหาร : เมล็ดข้าวที่ไม่ได้ขัดสี เนยแข็ง อาหารทะเล หอยนางรม ตับสัตว์ มันฝรั่ง
ตัวอย่างรายการอาหาร : ข้าวซ้อมมือ ชีสแซนด์วิช ผัดกะเพราหมูใส่ตับ

ซีลีเนียม (Selenium) : ปริมาณที่ควรได้รับวันละ 0.05-0.2 มิลลิกรัมต่อวัน
ซีลีเนียมเป็นแร่ธาตุที่ร่างกายต้องการน้อย แต่ทำหน้าที่สำคัญและมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมหาศาล ทำงานร่วมกับวิตามินอีในการสร้างเสริมความต้านทานหรือเพิ่มภูมิคุ้มกันให้ กับร่างกาย เพื่อป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง ทำให้หัวใจทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและชะลอความเสื่อมของเซลล์
อาหาร : ปลาแซลมอน ปลาฮาลีบัท หอยแครง ถั่ว บริวเวอร์ยีสต์ กระเทียม เห็ด จมูกข้าวสาลี ชีส น้ำอ้อย
ตัวอย่างรายการอาหาร : ผัดเห็ดรวมมิตร หมูทอดกระเทียม ปลาแซลมอนอบ

น้ำมันปลา (Omega-3)
เป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวชนิดหนึ่งที่มีประโยชน์กับผู้ชาย ช่วยลดระดับของไตรกลีเซอไรด์ ทำให้เลือดไม่แข็งตัว ลดความดันโลหิต ลดภาวะเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ และช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน การกินปลาทะเลอย่างน้อย 100 กรัม สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง จะทำให้ร่างกายได้รับโอเมก้า-3 ประมาณ 4-6 กรัมต่อสัปดาห์
อาหาร : มีมากในปลาทะเล เช่น ปลาเก๋า ปลาทู ปลาอินทรีย์ ปลากะพง ปลาโอ การปรุงด้วยการต้ม ย่าง นึ่ง แทนการทอด จะช่วยสงวนคุณค่าของโอเมก้า-3 ไว้ได้มากที่สุด
ตัวอย่างรายการอาหาร : ข้าวต้มปลาเก๋า ปลาอินทรีย์ย่าง ต้มยำปลาทู ปลานึ่งมะนาว ปลาแซลมอนย่าง

ไลโคปีน (Lycopene)
เป็นสารประกอบที่มีมากในพืชตระกูลแคโรทีนอยด์ (carotenoid) มีประโยชน์ต่อสุขภาพในเรื่องของการลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคต่อมลูกหมากโต มะเร็งต่อมลูกหมาก และมะเร็งปอดซึ่งพบมากในผู้ชาย
อาหาร : พบมากในผักผลไม้ที่มีสีส้ม แดง เช่น มะเขือเทศ แตงโมจินตหรา เกรพฟรุตสีชมพู ฝรั่งสีชมพู มะละกอ แคนตาลูป น้ำมะเขือเทศ ซอสมะเขือเทศ เป็นต้น การปรุงอาหารโดยเฉพาะมะเขือเทศที่ผ่านความร้อนจะมีปริมาณไลโคปีนมากกว่าการ รับประทานสดๆ
ตัวอย่างรายการอาหาร : ผัดเปรี้ยวหวาน สปาเกตตีซอสมะเขือเทศ ซุปมะเขือเทศ

โฟเลต (Folate) : ปริมาณที่ควรได้รับวันละ 400 ไมโครกรัม
เป็นสารอาหารที่สำคัญสำหรับสมอง ช่วยควบคุมการทำงานของสมองให้มีประสิทธิภาพ ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง และทำให้ผู้ชายมีอารมณ์ดี
อาหาร : โฟ เลตเป็นสารอาหารในกลุ่มวิตามินบี จึงสูญเสียได้ง่าย การสงวนคุณค่าของโฟเลตทำได้โดยการปรุงอาหารเร็วๆ รับประทานทันที มีมากในบรอกโคลี หน่อไม้ฝรั่ง ส้ม แคนตาลูป แครอท ฟักทอง ตับสัตว์
ตัวอย่างรายการอาหาร : ผัดบรอกโคลี ฟักทองผัดไข่ สลัดผลไม้ ตับบด






สระผมกระตุ้นโลหิตไหลเวียน





แค่การสระผมเพื่อขจัดสิ่งสกปรกพร้อมการนวดคลึงหนังศีรษะก็สามารถกระตุ้นการ ไหลเวียนของโลหิตบริเวณศีรษะได้ ซึ่งสามารถสัมผัสผลลัพธ์เหล่านั้นได้จากความรู้สึกโล่งสบายศีรษะ บ้างก็ช่วยคลายอาการปวดศีรษะได้

สำหรับวิธีกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตดังกล่าว มีเทคนิคเพียงเล็กน้อย

โดยหลังจากการชโลมให้เส้นผมและหนังศีรษะเปียกชุ่ม ใส่แชมพูหรือครีมนวดบำรุงแล้ว ให้ใช้นิ้วนวดวนเป็นวงกลม ๆ ตั้งแต่บริเวณหน้าผาก นวดวนเลื่อนไปให้เลยเข้าแนวเส้นผม

ต่อด้วยการ วางอุ้งมือทั้งสองข้างที่หนังศีรษะในตำแหน่งเหนือใบหู แล้วใช้อุ้งมือยกหนังศีรษะขึ้น จากนั้นนวดเป็นวงกลมให้ทั่วศีรษะสักครู่ แล้วล้างแชมพูหรือครีมนวดออกด้วยน้ำเย็น

อยากรู้ว่าการกระตุ้นการ ไหลเวียนโลหิตบริเวณหนังศีรษะด้วยการนวดอย่างมีเทคนิคให้ความรู้สึกผ่อนคลาย ได้เพียงใด ลองนำวิธีที่นำมาบอกกล่าวไปทดลองปฏิบัติด้วยตนเองดู.

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์เด ลินิวส์

น้ำทับทิม’ ป้องกันสมองเสื่อม





‘มุมสุขภาพ-กินดี’ สรรหาเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพมาปิดท้ายให้เข้าธีมของสัปดาห์ที่ว่ากันถึง ‘อาการสมองเสื่อม’ ซึ่งสามารถป้องกันด้วย ‘ทับทิม’ ผลไม้มากคุณค่า สีสันสวยงาม โดยคุณพล ตัณฑเสถียร ฟู้ดสไตลิสต์คนดัง สร้างสรรค์เป็นเครื่องดื่มแก้วเก๋ ชื่อ ‘Red Shooter’…

ทับทิม เป็นผลไม้ที่มีสรรพคุณป้องกัน อาการหลง ๆ ลืม ๆ ทั้งยังช่วยบำรุงผิวพรรณ ในส่วนของเมล็ดยังอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระตัวการก่อมะเร็ง

นอก จากทับทิมแล้ว เครื่องดื่มแก้วนี้ยังต้องการส่วนผสมเพื่อเพิ่มคุณค่าเข้าไปอีก มีทั้งแตงโม มะนาว ส้ม และสับปะรด ที่เปี่ยมไปด้วยวิตามินซี ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ และทำให้แผลหายเร็วอีกด้วย

สรุปส่วน ผสมที่ต้องเตรียม คือ....

  • ทับทิม
  • แตงโม
  • มะนาว
  • ส้ม
  • สับปะรด


ขั้นตอนในการทำ เริ่มจากการแกะเมล็ดทับทิมออกจากผล แล้วใส่รวมกันในผ้าขาวบาง บีบคั้นเอาแต่น้ำ ส่วนผลไม้ชนิดอื่นๆ นำไปคั้นเอาแต่น้ำเช่นกัน เมื่อได้ส่วนผสมทั้งหมดแล้วให้นำไปผสมรวมกัน จากนั้นนำไปเขย่ารวมกับน้ำแข็งก้อนใหญ่เพียงชั่วครู่ ก็จะได้เครื่องดื่มรสเปรี้ยวอมหวานที่เย็นจับใจ ดื่มได้ทันที.


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์เด ลินิวส์

ช็อกโกแลตดุแลตับ





นักวิจัยชาวสเปนค้นพบว่า ดาร์กช็อกโกแลตอาจกลายมาเป็นยารักษาโรคตับแข็งอย่างมีประสิทธิภาพได้ในอนาคต

โดยพวกเขาได้ทดลองให้ผู้ป่วยโรคตับแข็งระยะสุดท้ายรับประทาน ดาร์กช็อกโกแลตเป็นประจำหลังอาหาร และพบว่าผู้ป่วยมี ความดัน เลือดในช่องท้องและตับเพิ่มขึ้นหลอดเลือดที่เสื่อมสภาพในเซลล์ตับ จึงถูกฟื้นฟูและขยายตัว ทั้งนี้เป็นเพราะในผลโกโก้ที่นำมาผลิตช็อกโกแลตนั้นมีสารต้านอนุมูลอิสระ หลายชนิด ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยทำความสะอาดและขยายหลอดเลือดนั่นเอง นับว่าเป็นการจุดประกายความหวังการรักษาโรคตับได้เป็นอย่างดี

นิตยสาร Health & Cuisine

วิธีทำผม ออกงาน สไตล์คุณหนูดูสดใส

วิธี ทำผม ออกงาน สไตล์คุณหนูดูสดใส

.

ทรงผม

ขั้นตอนที่ 1

แบ่งผมเป็น 3 ช่อ จับผมขึ้นมานิดหน่อยให้เริ่มถักเยื้องไปด้านซ้ายนิดหน่อย

.

.

ทรงผม

ขั้นตอนที่ 2

เมื่อถักจนถึงปลายผมแล้ว ให้ใช้ยางรัดผมไว้ก่อน แล้วจึงไปถักอรกข้างนึงต่อ

.

.ทรงผม

ขั้นตอนที่ 3

เมื่อถักเสร็จทั้ง 2 ข้างแล้ว ผมด้านหลังที่เหลือให้แบ่งผมเป็นอีกช่อนึง จัดตำแหน่งให้อยู่ช่วงหลังใบหู

.


ทรงผม .

ขั้นตอนที่ 4

แล้ว จึงรวบเปียทั้ง 2 ข้างมามัดไว้ด้วยกัน

.

.


ทรงผม

ขั้นตอนที่ 5

หางเปียที่เหลือให้พันรอบผมไว้ เพื่อปิดบางรัดผม จะได้สวยงาม

.


.

ทรงผม

.

.

ทรงผม

ขั้นตอนที่ 6

คราวนี้จะเริ่มดัดปลายผมที่เหลือ เพื่อกันไม่ให้ผมเสีย ควรฉีดเปรย์ไว้ก่อน


ทรงผม .

.

ขั้นตอนที่ 7

ใช้ที่ม้วนผม ค่อยๆม้วนเข้าให้เป็นลอนด้วยการม้วนไปด้านหน้า

.

ทรงผม .

ขั้นตอนที่ 8

ใช้นิ้วจัดช่อผม ยีให้เกิดวอลลุ่ม ผมจะได้พองมากขึ้น เท่านี้ก็ได้ทรงผมสวยน่ารักสดใสแล้ว

.

ทรงผม

+++ Hamster +++

+++ Playlist +++


MusicPlaylistRingtones
Create a playlist at MixPod.com

+++ coming soon +++