วันจันทร์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2553

The Door ~ ประตู 2 บาน

เรื่อง ประตูสองบาน
โดย กะว่าก๋า


ประตูมี หลายแบบความทุกข์และปัญหาก็มีหลายแบบเช่นกัน


บาง ครั้งเราใช้ชีวิตแบบดึงทั้งที่ประตูบอกว่าผลัก

และใช้ชีวิตแบบผลัก ทั้งที่ประตูบอกให้เลื่อน

ประตูเปิดไม่ออก ปัญหาผลักไม่ออก
ไม่ ใช่เป็นเพราะปัญหาแก้ไม่ได้ หรือประตูเปิดไม่ได้

หากแต่เป็นที่ตัวเราไม่เคยใช้ "ความคิด"
เพื่อค้นหาวิธีการเปิดประตูอย่างถูกต้องเลย











วันอาทิตย์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ไข่ปลาที่แพงที่สุดในโลก

ไข่ปลาคาร์เวียร์ ไข่ แพงที่สุดในโลก
(Most expensive caviar eggs)

ภาพประกอบ

ปลาสเตอร์เจียน (Stergian) จะพบได้ตามชายฝั่งทะเลของยุโรปตอนเหนือ และ ทวีปอเมริกาเหนือ ปลาชนิดนี้จะเข้ามาผสมพันธุ์ และถือกำเนิดในแหล่งน้ำจืด เมื่อโตพอควรก็จะอพยพไปอาศัย และเติบโตในทะเล ขนาดใหญ่ที่สุดที่เคยพบยาวกว่า 11 ฟุต น้ำหนักกว่า 400 กิโลกรัม เป็นปลาที่มีอายุยืนมากที่สุดชนิดหนึ่งของโลก มีหลักฐานที่เชื่อถือได้ว่าปลาบางตัวมีอายุยืนยาวกว่า 100 ปี (ข้อมูลนี้อ้างอิงจากหนังสือ THE GUINNESS BOOK OF ANIMAL FACTS AND FEATS)
ปลาสเตอร์เจียน
จัดได้ว่าเป็นปลาดึกดำบรรพ์พวกหนึ่งที่มีวิวัฒนาการมากว่า 200 ล้านปี ซึ่งปลาในทุกวันนี้ก็มีรูปร่างคล้ายคลึงกับบรรพบุรุษ มีการเปลี่ยน แปลงที่น้อยมากในปัจจุบัน คาเวียร์ที่มีชื่อเสียงจะมาจากฝั่งทะเลแคสเปียน ในแถบอาเซอร์ไบจัน อิหร่าน และ รัสเซีย คาเวียร์มีหลายประเภท และหลายสี โดยคาเวียร์สีทอง ที่มาจากปลาสเตอร์เลต ( sterlet, ชื่อวิทยาศาสตร์ : Acipenser ruthenus ) เป็นคาเวียร์ที่หายาก นิยมรับประทานกันในหมู่กษัตริย์ โดยในปัจจุบันคาเวียร์ชนิดนี้แทบจะหาไม่ได้ เนื่องจากมีการล่ามากจนเกินไป และทำให้เกิดการสูญพันธุ์

ปลาสเตอร์เจียน (Stergian) ปลากระดูกแข็งขนาดใหญ่ชนิดหนึ่ง ในอันดับปลาฉลามปากเป็ด หรือ อันดับปลาสเตอร์เจียน(Acipenseriformes) อาศัยได้อยู่ทั้งน้ำจืด น้ำกร่อย และทะเลเมื่อยังเล็กจะอาศัยอยู่ในแหล่งน้ำจืด ทะเลสาบ หรือ ตามปากแม่น้ำ แต่เมื่อโตขึ้นจะว่ายอพยพสลงสู่ทะเลใหญ่ และเมื่อถึงฤดูวางไข่ก็จะว่ายกลับมาวางไข่ในแหล่งน้ำจืด

สเตอร์เจียน เป็นปลาที่มนุษย์ใช้เป็นอาหารมานานแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งไข่ปลา ที่เรียกว่า ไข่ปลาคาเวียร์(Caviar) ซึ่งนับเป็นอาหารราคาแพงที่สุดชนิดหนึ่งของโลกสเตอร์เจียน มีรูปร่างคล้ายปลาฉลาม มีหนามแหลมสั้น ๆ บริเวณหลังและเส้นข้างลำตัว (Llateral line) มีหนวดทั้งหมด 2 คู่อยู่บริเวณปลายจมูก ปลายหัวแหลม ปากอยู่ใต้ลำตัว หากินตามพื้นน้ำโดยอาหารได้แก่ สัตว์น้ำขนาดเล็กต่าง ๆ สเตอร์เจียนจะพบแต่เฉพาะซีกโลกทางเหนือซึ่งเป็นเขตหนาวเท่านั้น ได้แก่ ทวีปเอเชียตอนเหนือ ทวีปยุโรปตอนเหนือ ทวีปอเมริกาเหนือตอนเหนือ สถานะปัจจุบันของปลาชนิดนี้ในธรรมชาติใกล้สูญพันธุ์เต็มที แต่ปัจจุบันสามารถเพาะขยายพันธุ์ได้แล้วในบางชนิดสเตอร์เจียน มีทั้งหมด 27 ชนิด (Species) ใน 3 สกุล (Genus) โดยชนิดที่ใหญ่ที่สุด คือ ปลาสเตอร์ เจียนขาว (Huso huso) พบในรัสเซีย สามารถโตเต็มที่ได้ถึง 5 เมตร หนักกว่า 900 กิโลกรัม และมีอายุยืนยาวถึง 210 ปี นับเป็นปลาที่มีอายุยืนยาวที่สุดในโลก เท่าที่มีการบันทึกมา และเป็นชนิดที่ให้ไข่รสชาติดีที่สุดและแพงที่สุดด้วย ส่วนชนิดที่เล็กที่สุด คือ สเตอร์เจียนแคระ (Pseudoscaphirhynchus hermanni) ที่โตเต็มที่มีขนาดไม่ถึง 1 ฟุตเสียด้วยซ้ำ นอกจากนี้แล้ว สเตอร์เจียนยังนิยมเลี้ยงเป็นปลาสวยงามอีกด้วย

เกร็ด ความรู้จากไข่ปลาคาร์เวียร์

ไอคอนประกอบ ไข่ปลาคาร์เวียหมดอายุ เร็วก่อนจะซื้อจึงควรแน่ใจว่าสามารถกินทันก่อนหมด
ไอคอนประกอบ ไข่ปลาคาร์เวียร์แบ่งเกรดได้ 3 เกรด เกรด O (ไข่ปลาคาร์เวียร์สีดำ darkest color ) เกรด OO (ไข่ปลาคาร์เวียร์สีปานกลาง medium toned ) เกรด OOO ( ไข่ปลาคาร์เวียร์สีเหลืองสุกสว่าง lightest color )
ไอคอนประกอบ ไข่ปลาคาร์เวียร์ ไม่ได้ผลิต จากปลาคาร์เวียร์ แต่คำว่าคาร์เวียร์เป็นชื่อเรีัยกรวมถึงไข่ปลาแซลมอน และไข่ปลาสเตอร์เจียน ที่ผ่านการแช่ในน้ำเกลือ
ไอคอนประกอบ ไข่ปลาแซลมอน ( Salmon) ใช้ผลิตไข่ปลาคาร์เวียร์สีแดง
ไข่ปลาสเตอร์เจียน ( Sturgeon ) ใช้ผลิตไข่ปลาคาร์เวียร์สีดำ

คาร์เวียร์

รูป ไข่ปลาคาร์เวียร์ สีแดง และสีดำ

beluga

รูป ปลาบีลูก้า สเตอร์เจียน ที่ใช้ทำไข่ปลาคาร์เวียร์สีดำ และสีเหลืองเกรด OOO

sockeye

รูป ปลาแซลมอน ที่ใช้ทำไข่ปลาคาร์เวียร์สีแดง




ขอบคุณบทความ
http://wowboom.blogspot.com/2009/04/most-expensive-caviar-eggs.html
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=lekkykenny

HTC เตรียมความพร้อม เปิดตัว Desire HD ภายใน 15 กันยานี้??

:: HTC Desire HD ::

HTC Desire HD

ล่าสุดในแหล่งข่าว ได้รับข้อมูลที่น่าจะเกี่ยวข้องกับการเปิดตัวอะไรบางอย่าง โดนมีกำหนดการวันที่ 15 กันยายนที่จะถึงนี้ ซึ่งหลากหลายข่าวก็เชื่อกันว่าน่าจะเป็นการเปิดตัวมือถือรุ่นใดรุ่นหนึ่งที่ มีข่าวหลุดออกมามากในแวดวงอินเทอร์เน็ต

HTC Desire HD

โดยก่อนหน้านี้ ที่ได้มีรูปภาพและวีดีโอของ HTC Desire HD หลุดออกมาให้ชมกันอย่างมากมายในอินเทอร์เน็ตทำให้เชื่อกันว่าในงานเปิดตัว สินค้าอะไรบางอย่างที่จะถึงนี้ จะมีการเปิดตัวของ HTC Desire HD อย่างแน่นอน แต่ถึงอย่างไรก็ต้องติดตามข้อมูลที่เป็นแหล่งอย่างแน่ชัดกับ HTC ในกลางเดือนหน้านี้ ซึ่งอาจจะมีข้อมูลใดเพิ่มเติมก็เป็นได้

♣ มาชู พิชชู แผ่นดินสวรรค์ที่สาบสูญของชาวอินคา ♣



บนยอดเขา สูงในเขตประเทศเปรู ในทวีปอเมริกาใต้ มีอาณาจักรโบราณที่ซุกซ่อนตัว
จาก โลกภายนอกเป็นเวลาหลายร้อยปี จนเพิ่งได้ถูกค้นพบเมื่อประมาณ 100 ปีที่ผ่าน
มา นี่เอง อาณาจักรแห่งนี้คือ "มาชู พิชชู" (Machu Picchu) ของพวกชนเผ่าอินคาที่
สร้างเมือง ณ ที่แห่งนี้เมื่อประมาณ 500 กว่าปีมาแล้ว...

สถานที่แห่งนี้มีชื่อ เสียงโด่งดังจากงานสถาปัตยกรรมที่อยู่บนยอดเขาสูงเสียดฟ้า
และยังผสมผสาน เข้ากับธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่และงดงามได้อย่างกลมกลืน



พวกชาว เผ่าอินคาได้สร้างมาชูพิชชูสร้างขึ้นราวปี ค.ศ.1460-1470 บนเทือกเขาแอนดิส
สูง กว่าระดับน้ำทะเล 2,350 เมตรเหนือผืนป่าอเมซอน มีทำเลที่ดีในการป้องกันข้าศึกเป็น
อย่างดี มีป้อมปราการเป็นชั้นๆ มีส่วนที่ทำการกสิกรรม บ้านเรือน ตลาดร้านค้าและศาสนสถาน
ประกอบด้วย อาคารรวม 200 หลัง ซึ่งแสดงถึงความสามารถด้านการก่อสร้างเป็นอย่างดี



นอกจากนี้การก่อสร้างมาชูพิชชูยังแสดงถึงอัจฉริยภาพ ของชาวอินคาในการสร้างระบบ
ชลประทานเพื่อทำการเกษตรทั้งที่อยู่บนยอดเขา สูง มีการทำการเกษตรกรรมแบบขั้น
บันไดตามไหล่เขา เพาะปลูกข้าวโพดและมันฝรั่ง...


ในยุคนั้นมีผู้อยู่อาศัยราว 1,200 คน จากการขุดค้นพบซากมัมมี่พบว่าส่วนใหญ่เป็นหญิง
ถึงประมาณ 80% ซึ่งได้รับการคัดเลือกให้เป็นเทพีพรหมจารีสำหรับสุริยเทพ ส่วนที่เหลือ
จะ เป็นพระและเด็ก ชาวอินคาไม่รู้จักการใช้ล้อเลื่อน ดังนั้นวิธีการขนหินที่มีขนาดใหญ่
จำนวนมากมาทำการก่อสร้างจึงยังคงเป็น ปริศนามาจนทุกวันนี้...



คน ทั่วไปมักสับสนระหว่างชนพื้นเมืองเผ่ามายากับเผ่าอินคา พวกมายาอาศัยอยู่ใน
ทวีปอเมริกา เหนือตอนกลาง แถบประเทศเม็กซิโก กัวเตมาลา ฮอนดูรัส ขณะที่
พวกอินคา อาศัยอยู่ในทวีปอเมริกาใต้ ชาวอินคาไม่เคยสร้างพีระมิด ผิดกับพวกมายา
ที่ นิยมสร้างพีระมิด ฉะนั้นจึงไม่พบพีระมิดในทวีปอเมริกาใต้

หลังจากที่พวกอินคาสร้างและอาศัยอยู่ในมาชูพิชชู เพียงไม่นาน
นครนี้ก็กลายเป็นเมืองร้างปราศจากผู้คนเป็นเวลากว่า 300-400 ปี
กลายเป็นเมืองที่สูญหายเหลือแต่เพียงเรื่องเล่าในตำนานปรับปราเท่า นั้น

เมื่อชาวสเปนเข้ามาปกครองเปรูเป็น อาณานิคมในปี ค.ศ.1532 ได้ทำลายอาณาจักร
อินคาอย่างราบคาบ แต่ชาวสเปนกลับไม่เคยทราบและค้นพบมาชูพิชชูแห่งนี้
จึงทำให้ทั้ง เมืองอยู่ในสภาพสมบูรณ์ดีอยู่และซุกซ่อนตัวอยู่ในป่าดงดิบ

จนกระทั่งเมื่อประมาณ 100 ปีที่ผ่านมา ศาสตราจารย์ด้านประวัติศาสตร์
แห่งมหาวิทยาลัย Yale ชื่อ Hiram Bingham ซึ่งสนใจประวัติศาสตร์และ
โบราณคดีของพวกชาวอินคา จึงได้ออกเดินทางแกะรอยเพื่อค้นหาเมือง
ในตำนานที่สาบสูญ เขาได้ค้นพบมาชูพิชชูในป่าทึบบนยอดเขาสูง และ
ได้เปิดเผยสู่สาธารณชนผ่าน ทางหนังสือชื่อ The Lost City of Incas
ซึ่งโด่งดังและขายดีจนทำให้ โบราณสถานแห่งนี้มีชื่อเสียงไปทั่วโลก

ปัญหา ปัจจุบันของมาชูพิชชูคือจำนวนนักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาล
แต่ละปีจะมีนัก ท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมปีละ 4 แสนกว่าคนและมากขึ้นเรื่อยๆ
นี่คือรายได้ หลักของประเทศเปรู แต่สิ่งที่ตามมาคือผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
บริเวณนั้น ทำอย่างไรจึงจะพัฒนาแนวคิดเรื่องการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เพื่อ
สร้าง รายได้และยังคงรักษาไว้ให้เป็นสมบัติของโลกและคนรุ่นหลังได้ตลอดไป


















กินรังนก 34 ขวด มีคุณค่าทางอาหารเท่ากับนม 1 กล่อง




แล้วจะจ่ายแพงกว่าทำไม

กินรังนก 34 ขวด=3800บาท มีคุณค่าทางอาหารเท่ากับนม 1 กล่อง =10บาท...แล้วจะกินเพื่อ..!!??

ใกล้ ถึงวันแม่แล้ว ...... ต้องอ่านคะ
เลือกของให้แม่กันดีๆ นะ
แต่ "คนดี....สำคัญกว่าทุกสิ่ง"นะจ๊ะ

ดู โฆษณารังนก แล้วเครียดมาก
ครีเอทีฟ เปลี่ยนจุดขายได้ไหม
รักแม่มาก ซึ้งมาก รวยมาก
ซื้อรังนกเนื้อทองเกรดเอ ให้แม่ยกกระเช้า...
กตัญญู รู้คุณ อย่างตอบแทน

....ความ จริง.....
ส่วนประกอบของรังนก ซึ่งทำการวิเคราะห์โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทยพบว่า

รัง นกประกอบด้วย
น้ำ 5.11% โปรตีน 60.9% แคลเซียม 0.58% โปแตสเซียม 0.03%

สำหรับรังนกสำเร็จรูปพร้อมบริโภคที่มีจำหน่ายใน ท้องตลาด ซึ่งประกอบไปด้วยรังนก 1% น้ำตาลกรวด
12% นั้น เมื่อสถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ถ้ามองในแง่โภชนาการแล้ว ผลจากการ
วิเคราะห์สารอาหารของรังนกสำเร็จรูปทั้ง 2 ขนาดที่มีขายในท้องตลาด จะเห็นว่าพลังงานที่ได้จากรัง
นกสำเร็จรูปนี้ได้ จากน้ำตาลทรายกรวดที่เติมลงไป และมีปริมาณน้อยกว่าไข่ไก่ 1 ฟอง หรือประมาณ 1
ใน 3 ของนม 1 กล่อง ในแง่ของโปตีน ถ้าต้องการให้ได้โปรตีนเท่ากับไข่ไก่ 1 ฟอง ต้องกินรังนกถึง
26 ขวด (2,900 บาท) หรือถ้าจะให้ได้เท่ากับนม 1 กล่อง ต้อกินรังนกถึง 34 ขวด ( 3,800
บาท) หรืออีกนัยหนึ่งมีโปรตีนในรังนกสำเร็จรูป 1 ขสด (70-75 มล.) เท่ากับนมสดปประมาณ 1/2
ช้อนโต๊ะ ในถั่วลิสง 2 เมล็ด หรือน้อยกว่า 1/4 ฟอง ของไข่นกกระทา


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ ดาราเดลี่

10 พฤติกรรมที่ทำให้ร่างกายเสียสมดุล




บางครั้งสิ่งต่างๆ ที่เราทำเป็นประจำทุกวันก็ทำร้ายโครงสร้างของร่างกายให้เสียมสมดุลโดยที่เรา ไม่รู้ตัว ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวเป็นพฤติกรรมของคนทำงานแทบทั้งสิ้น เรามาดูกันค่ะว่าพฤติกรรมที่ว่านั้นมีอะไรบ้าง แล้วลองตรวจเช็คดูนะคะว่าคุณทำในสิ่งเหล่านี้กี่ข้อ

1. ใส่รองเท้าส้นสูงเกิน 1 นิ้วครึ่ง สาวๆที่นิยมใส่รองเท้าส้นสูงเกินกว่า 1 นิ้วครึ่งคงต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสียใหม่แล้วล่ะค่ะเพราะการสวมรองเท้า ส้นสูงๆ จะทำให้แนวกระดูกสันหลังช่วงล่างแอ่นมากกว่าปกติ ทำให้โครงสร้างของร่างกายผิดปกติและทำให้มีอาการปวดหลังตามมา


2. นั่งไขว่ห้า นี่ก็เป็นอีกพฤติกรรมที่มีคนนิยมทำกันมาก แต่ทราบไหมคะว่าการนั่งไขว่ห้างเป็นการทิ้งน้ำหนักตัวลงที่ก้นข้างใดข้าง หนึ่ง ซึ่งจะส่งผลให้กระดูกคดอย่างแน่นอนค่ะ


3. นั่งกอดอก
เวลาที่รู้สึกว่ามือไม้เกะกะ ไม่รู้จะจัดการอย่างไรดี การกอดอกไว้เป็นวิธีที่นิยมใช้กันมาก ซึ่งการกอดอกจะทำให้หลังช่วงบนสะบัก และ หัวไหล่ ถูกยืดออก หลังช่วงบนจะค่อมและงุ้มไปด้านหน้าทำให้กระดูกคอยื่นไปด้านหน้า ซึ่งมีผลต่อเส้นประสาทที่ไปหล่อเลี้ยงแขน จึงอาจทำให้มืออ่อนแรง หรือมีอาการชาได้ นอกจากนี้ยังมีผลต่อหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมองด้วย เพราะถ้ากระดูกคอผิดรูปไปก็จะทำให้กล้ามเนื้อคอเกร็ง การไหลเวียนของเลือดที่ไปเลี้ยงสมองจึงถูกจำกัด ซึ่งจะนำไปสู่อาการปวดศรีษะ หรืออาจทำให้เป็นไมเกรนเรื้อรังได้


4. นั่งเก้าอี้ไม่เต็มก้น
หลายคนคงจะเคยมีพฤติกรรมแบบนี้มาแล้ว การนั่งเก้าอี้ไม่เต็มก้นจะทำให้กล้ามเนื้อหลังต้อทำงานหนัก เพราะฐานในการรับน้ำหนักตัวแคบ ในทางตรงข้าม ถ้านั่งเก้าอี้ให้เต็มก้นคือเลื่อนก้นให้เข้าไปถึงด้านในสุดจนติดพนักพิง จะทำให้กล้ามเนื้อหลังทำงานน้อยลง และเกิดการรองรับน้ำหนักตัวได้เต็มที่


5. นั่งหลังงอ
บางครั้งเราไม่ได้ตั้งใจที่นั่งหลังงอแต่พอนั่งไปนานๆ เราก็ค่อยๆ งอหลังลงโดยที่ไม่รู้ตัว การนั่งทำงานหลังงอหรือนั่งกลังค่อมเป็นเวลานานจะทำให้กล้ามเนื้อเกร็งค้าง เกิดการคั่งของกรดแลกติค ทำให้มีอาการเมื่อยล้า ปวด และมีปัญหาเรื่องกระดูกผิดรูปตามมา


6. สะพายกระเป๋าหนักๆ ด้วยไหล่ข้างเดียว
มักจะเป็นกลุ่มคุณผู้หญิงเสียเป็นส่วนใหญ่ เพราะมีของจุกจิกใส่ไว้ในกระเป๋ามากมาย การสะพายกระเป๋าหนักๆ ด้วยไหล่ข้างเดียวนานๆ จะทำให้ร่างกายต้องทำงานหนักเพียงซีกเดียว ซึ่งจะส่งผลให้กระดูกคดได้ ทางที่ดีควรสลับข้างกันสะพายบ้างหรือเปลี่ยนมาใช้วิธีถือแทนการสะพายพยายาม ทำให้ร่างกายทั้งสองซีกมีความสมดุล และถ้าเป็นไปได้ก็ไม่ควรสะพายหรือหิ้วของหนักๆ นานๆ


7. หิ้วของหนักๆ ด้วยนิ้ว
โดยเฉพาะคนที่ชอบใช้เพียงบางนิ้วในการหิ้วของ การใช้นิ้วหิ้วของหนักบ่อยๆ จะทำให้เกิดพังผืดยึดตามข้อนิ้วมือ เพราะจริงๆ แล้วกล้ามเนื้อมือและนิ้วเป็นกล้ามเนื้อมัดเล็กมีหน้าที่หลักคือ ใช้หยิบ, จับของเบาๆ หากต้องใช้จับหรือหิ้วของหนักๆ จะทำให้เส้นเอ็นมีการเสียดสีและเกิดพังผืดขึ้นในที่สุด ถ้าหิ้วของหนักมากๆ จะทำให้กล้ามเนื้อมัดอื่นๆ ถูกรั้ง และเกี่ยวโยงไปถึงกระดูกคอ ทำให้กล้ามเนื้อเกร็งมากกว่าปกติ ซึ่งจะมีผลต่อการทรุดของกระดูกและกดทับเส้นประสาทได้


8. ยืนหลังแอ่น และ ยืนหลังค่อม
จำทำให้แนวกระดูกช่วงล่างแอ่นและทำให้เกิดอาการปวดหลังตามมา การยืนที่ถูกต้องคือ ยืนหลังตรง แขม่วท้องเล็กน้อย รวมถึงขณะเดินและนั่งก็ให้แขม่วท้องเล็กน้อยอยู่ตลอดเวลา เพื่อเป็นการักษาแนวกระดูกช่วงล่างไม่ให้แอ่นและทำให้ไม่ปวดหลัง


9. ยืนพักขา
เป็นการยืนโดยทิ้งน้ำหนักตัวลงไปที่ขาข้างใดข้างหนึ่งเพียงข้างเดียว ทำให้กล้ามเนื้อขาข้างนั้นๆ ต้องแบกรับน้ำหนักมากเกินไป และทำให้กระดูกเชิงกรานบิดเบี้ยว ส่งผลให้กระดูกสันหลังคดได้การยืนที่ถูกต้องคือต้องลงน้ำหนักที่ขาทั้ง 2 ข้างเท่าๆ กัน โดยยืนให้ขากว้างเท่าสะโพก จะทำให้เกิดความสมดุลของโครงสร้างร่างกายกล้ามเนื้อขาทั้งสองข้างจะไดรับ น้ำหนักเท่าๆ กัน


10. นอนขดตัว หรือ นอนตะแคง
จะทำให้กระดูกสันหลังไม่อยู่ในแนวตรง ท่านอนที่ถูกต้องที่สุดคือ ท่านอนหงาย โดยให้หน้าขนานกับเพดาน ไม่หงายไปด้านหลัง หรือ งอมาด้านหน้ามากเกินไป หมอนหนุนศรีษะก็ต้องไม่แข็งหรือนิ่มจนเกินไป ควรมีหมอนรองใต้เข่าเพื่อลดความแอ่นของกระดูกสันหลังช่วงล่าง หากจำเป็นต้องนอนตะแคง ให้หาหมอนข้างมาก่าย โดยก่ายให้ขาทั้งหมดอยู่บนหมอนข้างเพื่อรักษาแนวกระดูกให้อยู่ในแนวตรง

วันเสาร์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ตั้งกระทู้ วิธีคิด อย่างคนเก่ง

- มองโลกในแง่ดี และทำทุกสิ่งอย่างเต็มกำลังด้วยรอยยิ้มและความเบิกบาน ทำตัวให้สดชื่นมีชีวิตชีวาและกระตือรือร้นอยู่เสมอ พร้อมที่จะเผชิญกับทุกสถานการณ์ จะช่วยให้สามารถจัดการกับทุกเรื่องที่ผ่านเข้ามาได้

- มีศรัทธาในตัวเอง จงเชื่อมั่นในความเก่งของตัวเอง

- ขอท้าคว้าฝัน ความตั้งใจจริงและทุ่มสุดตัว จะเป็นแรงผลักดันที่จะทำให้สานฝันสู่ความจริงได้

- ค้นหาบุคคลต้นแบบ เพื่อเป็นมาตรฐานที่ดีในการดำเนินรอยตาม ศึกษาแนวคิด วิธีการทำงาน จุดเด่น แล้วอาจนำมาปรับใช้ให้เข้ากับชีวิตได้บ้าง

- เริ่มต้นงานใหม่ทุกวันด้วยรอยยิ้มสดใส เพราะรอย ยิ้มทำให้ใคร ๆ อยากเข้ามาคบหาด้วย การเจรจา ติดต่องานก็มักจะลงเอยด้วยความสำเร็จ

เผยโฉม 10 หุ่นยนต์ไฮเทค ผู้ช่วยหน้าใหม่ สังคมมนุษย์

เผยโฉม 10 หุ่นยนต์ไฮเทค ผู้ช่วยหน้าใหม่ สังคมมนุษย์



ภาพพจน์คำว่า "หุ่นยนต์" ไม่จำเป็นต้องหมายถึง "จักรกลอัจฉริยะ" ที่มีความสามารถประกอบรถยนต์ได้เป็นคันๆ ภายในเวลาไม่กี่นาที มีหน้าตา-อากัปกิริยาคล้านมนุษย์ 100 เปอร์เซ็นต์ หรือบุกตะลุยไปสำรวจจักรวาล เพราะอีกกระแสธารที่มาแรงในแง่มุมการพัฒนาหุ่นยนต์ไฮเทค ณ ปัจจุบัน ยังหมายถึงหุ่นยนต์ที่สามารถทำหน้าที่เป็น "ผู้ช่วย" ในชีวิตประจำวันของผู้คนในสังคมโลกทั่วๆ ไป รวมถึงผู้พิการและคนชรา เฉกเช่นเดียวกับหุ่นยนต์ 10 รุ่นที่นำเสนอในวันนี้ ล้วนแล้วแต่เป็น "สุดยอด" หุ่นยนต์-จักรกลในหมวดหมู่สาขาของตนเอง



1."หุ่นยนต์ริบะ" (Riba) นักอุ้มมือหนึ่ง

พัฒนาโดย : สถาบันกายภาพและเคมี ประเทศญี่ปุ่น

หน้าที่ : ช่วยอุ้ม หรือเคลื่อนย้ายผู้ป่วยที่ร่างกายอ่อนแอเกินกว่าจะลุกนั่ง ยืน หรือเดิน ด้วยตัวเอง

ปีที่คาดว่า จะใช้งานจริง : พ.ศ.2554

แขนกลริบะ ติดตั้งมอเตอร์ทรงพลังและเซ็นเซอร์ 454 ตัว ช่วยให้หุ่นยนต์รุ่นนี้สามารถยกและเคลื่อนย้าย "ผู้ป่วย" ที่มีน้ำหนักตัวมากถึง 61 กิโลกรัม

โทชิฮารุ มุคาอิ ผู้คิดค้นริบะ วางเป้าหมายเพิ่งพละกำลังความแข็งแรงของระบิให้สูงขึ้นในปีหน้า เมื่อเริ่มต้นทดลองนำไปใช้งานตามเนิร์สซิ่งโฮม หรือสถานดูแลผู้สูงอายุทั่วประเทศญี่ปุ่น

พื้นผิวของริบะ ออกแบบไม่ให้ทำอันตรายต่อผิวหนังของผู้ป่วย เพราะใช้โฟมยูรีเทนห่อหุ้มโครงสร้างเหล็กเอาไว้

ริบะยังถูกตั้งโปรแกรมให้จดจดใบหน้าและ เสียงของผู้ป่วยได้ด้วย เพื่อให้สั่งงานได้สะดวกขึ้น เช่น ถ้าตั้งชุดคำสั่งเสียงเอาไว้ว่า "ริบะ อุ้มฉันไปที่โซฟา" มันก็จะเคลื่อนมาอุ้มผู้ป่วยจากเตียงไปยังโซฟา ตามโปรแกรมที่ตั้งไว้



2."เพอร์เอ็มเอ็มเอ" (PerMMA) รถเข็นผสานแขนกล

พัฒนาโดย : มหาวิทยาลัยพิตสเบิร์ก สหรัฐอเมริกา

หน้าที่ : เป็นรถเข็นพยาบาล ช่วยเคลื่อนย้ายผู้ป่วยและป้อนอาหารผู้พิการ ซึ่งกระดูกสันหลังได้รับบาดเจ็บ

ปีที่คาดว่าจะใช้งานจริง : พ.ศ.2563

ภายหลังจาก รอรี่ เอ. คูเปอร์ ประสบอุบัติเหตุ ต้องกลายเป็นอัมพาต อวัยวะท่อนล่างใช้การไม่ได้ ก็ค้นพบความจริงเช่นเดียวกับมนุษย์ล้อคนอื่นๆ ว่า ถึงมือกับแขนจะยังใช้งานได้ตามปกติ หรือใกล้เคียงกับปกติ แต่การหยิบจับวัตถุต่างๆ ก็ยังไม่ค่อยสะดวก

ยิ่งถ้าผู้ป่วยอัมพาต ซึ่งท่อนแขนกระดิกไม่ได้เลย กระดิกได้แต่นิ้ว การใช้ชีวิตประจำวันยิ่งยากขึ้นไปใหญ่

นั่นคือ แรงบันดาลใจให้คูเปอร์ตั้งทีมคิดค้นรถเข็น Personal Mobility and Manipulation Appliance (PerMMA) ขึ้นมา โดยติดตั้งแขนกลหุ่นยนต์เข้ากับรถเข็นทั้งสองข้าง ควบคุมการทำงานผ่านจอยสติ๊ก จอสัมผัส และสั่งด้วยเสียง ตั้งความหวังว่าด้วยแขนไฮเทคนี้ คนอัมพาตจะใช้ชีวิตประจำวันสะดวกขึ้น เช่น สวมเสื้อผ้า ไปซื้อของ ทำอาหาร



ล่าสุด แขนของ PerMMA รับน้ำหนักได้ราว 2.7 ก.ก. แต่ทีมของคูเปอร์จะเพิ่มประสิทธิภาพให้ถึง 68 ก.ก. ต่อไป



3."กอมปาอี" (Kompai) พยาบาลคนชรา

พัฒนาโดย : โรโบซอฟท์ ฝรั่งเศส

หน้าที่ : ช่วยเตือนให้ผู้สูงอายุทานยาตรงเวลา และโทรศัพท์เรียกขอความช่วยเหลือในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน

ปีที่คาดว่าจะใช้งานจริง : พ.ศ.2554

โร โบซอฟท์ออกแบบลักษณะหน้าตา "กอมปาอี" ให้ดูน่ารักเป็นมิตร คอยทำหน้าที่อยู่เคียงข้างคนชราในสังคมปัจจุบันที่ลูกหลานไม่ค่อยมีเวลาให้ ผู้เฒ่าผู้แก่

ระบบควบคุมหลักมีสองส่วน คือ

1. สั่งงานด้วยเสียง

2. สั่งผ่านจอสัมผัส (ทัชสกรีน) ซึ่งเพียงแค่จิ้มไอค่อนคำสั่งที่ต้องการ ระบบในตัวหุ่นรุ่นนี้จะเชื่อมต่อสัญญาณผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ตไปยังโรง พยาบาล หรือสถานีตำรวจในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน

นอกจากนั้น "กอมปาอี" ยังมีโปรแกรมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ทำให้คนชราเชื่อมสัญญาณบอกอาการกับแพทย์ได้โดยไม่ต้องเดินทางออกจากบ้าน และยังตั้งโปรแกรมให้เคลื่อนไปเสียบกับปลั๊กไฟได้โดยอันโนมัติ เมื่อกระแสไฟฟ้าใกล้หมด



4."เฮิร์บ" (Herb) พ่อบ้านไร้ชีวิต

พัฒนาโดย : อินเทลแล็บ เมืองพิตสเบิร์ก สหรัฐฯ และมหาวิทยาลัยคาร์เนกี เมลลอน

หน้าที่ : พ่อบ้าน

ปีที่คาดว่าจะใช้งานจริง : พ.ศ.2568

นัก วิทยาศาสตร์อินเทล-ม.คาร์เนกี เมลลอน พัฒนา "เฮิร์บ" ต่อยอดมาจากพาหนะสองล้อยุคใหม่ "เซ็กเวย์" ทำให้การเคลื่อนที่มีความสมดุล ล้มยาก

เมื่อประกอบเข้ากับโปรแกรมคอมพิวเตอร์อัจฉริยะหลายลักษณะ ทั้งระบบจดจำใบหน้าและแยกแยะวัตถุ ช่วยให้มันทำงานและเลือกหยิบจับสิ่งของมาบริการเจ้านายได้ดีขึ้น

ผู้ พัฒนากำลังเขียนคำสั่งให้หุ่นตัวนี้แปรสภาพเป็น "พ่อบ้าน" โดยสมบูรณ์ นอกจากจะหยิบอาหาร-เครื่องดื่มจากครัวมาเสิร์จแล้ว

ยังสามารถเอาผ้าไปซักในเครื่องซักผ้า รวมทั้งนำผ้าออกมาตากได้ด้วย



5."เทเมอร์" (Tamer) นักบำบัดคลายความกังวล

พัฒนาโดย : มหาวิทยาลัยบริติช โคลัมเบีย

หน้าที่ : นักบำบัดเด็ก

ปีที่คาดว่าจะใช้งานจริง : พ.ศ.2557

"หุ่น ยนต์กระต่ายขนฟูติดเซ็นเซอร์รุ่นนี้ จะตอบสนองไวต่อการสัมผัสเป็นพิเศษ เพื่อช่วยบำบัดเด็กๆ ซึ่งป่วยเป็นโรคจิตเวชในกลุ่ม Anxiety Disorder (โรควิตกกังวล) โดยช่วยทำให้เด็กๆ หายเครียด" คารอน แมคลีน นักวิทยาศาสตร์บริติช โคลัมเบีย ในฐานะหัวหน้าทีมพัฒนาเทเมอร์ กล่าว



วิธีใช้งาน แพทย์ต้องนำเซ็นเซอร์มาสวมติดไว้กับตัวคนไข้

ข้อมูลจาก เซ็นเซอร์ดังกล่าว เช่น อัตราการเต้นของหัวใจและระดับเหงื่อตรงปลายนนิ้ว จะส่งผ่านไปถึงตัวหุ่นยนต์เทเมอร์ พร้อมกับสั่งให้มันแสดงปฏิกิริยาโต้ตอบเพื่อหันเหเบี่ยงเบนความสนใจให้เด็ก คลายความกังวล

อาทิ กระดิกตัวเล่นด้วย กระดิกหูและคลายหูออก เมื่อระดับความเครียดของเด็กลดลงและหันมาลูบไล้ขนของหุ่นอย่างอ่อนโยน

ขณะเดียวกัน แพทย์ก็จะรู้ระดับความกังวลของเด็ก ผ่านลักษณะการเคลื่อนไหวของหุ่นยนต์ด้วย



6."ไซคล็อปส์" (Cyclops) ดวงตาจำลอง

พัฒนา โดย : สถาบันเทคโนโลยีแคลิฟอร์เนีย สหรัฐฯ

หน้าที่ : ใช้เป็นเครื่องมือทดสอบการตั้งโปรแกรม ช่วยให้คนตาบอดมองเห็นได้อีกครั้ง

ปีที่คาดว่าจะใช้งาน : ภายในปีนี้

"ไซ คล็อปส์" เป็นรถหุ่นยนต์สี่ล้อราคา 7 แสนบาทรุ่นแรกของโลก ซึ่งพัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้ทดลองระบบฝังเรตินาเทียมลงไปบนดวงตา เพื่อให้คนตาบอดสามารถกลับมามองเห็นอีกครั้ง

ข้อดี คือ ช่วยให้นักวิจัยไม่ต้องผ่าตัดทดสอบกับตาจริงๆ ของมนุษย์

โดยกล้องบน ไซคล็อปส์นั้นจะแสดงภาพเหมือนกับที่ตาคนเรามองเห็นจริงๆ

ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่ผลทดสอบออกมาว่า หุ่นรุ่นนี้แยกแยะความต่างของวัตถุไม่ออก นักวิจัยจะรู้ทันที และค่อยๆ แก้ไขโปรแกรมให้ถูกต้องยิ่งขึ้น



7. ไรเซอร์ (Riser) นักกายภาพบำบัดคนใหม่

พัฒนาโดย : มหาวิทยาลัยบริติช โคลัมเบีย

หน้าที่ : นักกายภาพบำบัด

ปีที่คาดว่าจะใช้งาน : พ.ศ.2558

"ไร เซอร์" ถือเป็นระบบทำกายภาพบำบัดหนึ่งเดียวในโลก ที่จำลองสถานการณ์ต่างๆ ที่คนไข้ต้องเผชิญได้หลากหลาย

ต้นกำเนิดการพัฒนา เพื่อให้คนที่เป็นอันพาต หรือกล้ามเนื้อสูญเสียเรี่ยวแรง หลังเกิดภาวะเส้นเลือดสมองตีบ สามารถเรียนรู้-ฟื้นฟูทักษะการทรงตัวและเดินเหินให้กลับมาเป็นปกติเร็วขึ้น

โดย หลังจากคนไข้ขึ้นไปยืนบน "ฐานรอง" หรือ "แพล็ตฟอร์ม" คาดสาดรัดเรียบร้อย พร้อมกับสวม "แว่นตาแสดงภาพเสมือนจริง" ระบบจะทำการจำของเหตุการณ์เคลื่อนไหว 6 ทิศทางให้คนไข้ฝึกทรงตัว

เช่น เดินขึ้นเขา เดินขึ้นที่สูง เดินขึ้นลิฟต์ หรือเล่นวินเซิร์ฟ

การฝึกเช่นนี้ช่วยฟื้นฟูสมดุลของร่างกาย ของผู้ป่วยได้ดีขึ้นตามลำดับ



8."เรเวน 2" (Raven 2) หุ่นยนต์นักผ่าตัด

พัฒนาโดย : มหาวิทยาลัยวอชิงตันและมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย วิทยาเขตซางตาครูซ

หน้าที่ : ผู้ช่วยแพทย์ผ่าตัด

ปี ที่คาดว่าจะใช้งาน : พ.ศ.2556

"เรเวน" เป็นชื่อระบบผ่าตัดทางไกลที่ช่วยให้ "ศัลยแพทย์" สองคนทำการผ่าตัดคนไข้บนเตียงโดยไม่ต้องมาอยู่ในห้องผ่าตัด

เช่น หมอใหญ่คนแรกอาจนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ และโยกคันบังคับมือกลอยู่ในเมืองเอ ผ่าตัดคนไข้ที่อยู่ในโรงพยาบาลเมืองบี ส่วนหมออีกคนก็นั่งควบคุมแขนผ่าตัดอยู่ในเมืองซี

ล่าสุด เรเวนต่อยอดขึ้นไปอีกขั้น เมื่อเพิ่มแขนกลผ่าตัดเป็น 4 แขน

ขณะนี้อยู่ระหว่างเขียนโปรแกรมให้แพทย์ ควงคุมแขนกลทั้ง 4 ได้อย่างนุ่มนวล และไม่เคลื่อนไหวชนกันเอง



9. "คาร์ดิโออาร์ม" (Cardioarm) ยอดนักวินิจฉัยภายใน

พัฒนาโดย : บ.คาร์ดิโอโรโบติกส์ สหรัฐฯ และม.คาร์เนกี เมลลอน

หน้าที่ : กล้องส่องวินิจฉัยโรคและเก็บข้อมูลอวัยวะภายใน

ปีที่คาดว่าจะใช้งาน : พ.ศ.2555

โฮ วี่ โคเส็ต วิศวกร ม.คาร์เนกี เมลลอน ออกแบบกล้องวิดีโอขนาดจิ๋ว เส้นผ่านศูนย์กลางเพียง 1 เซนติเมตร หนักไม่ถึง 3 ออนซ์ ต่อกับสายเคเบิลใช้สอดเข้าไปส่องตรวจความผิดปกติของอวัยวะภายใน

ทั้ง ผ่านทางลำไส้ หลอดลม หรือผ่าตัดเล็กเพื่อสอดกล้องเข้าไปสำรวจอวัยวะสำคัญ เช่น หัวใจ

สายเคเบิล นั้นหมุนได้รอบตัว เพราะติดตั้งมอเตอร์ ซึ่งบังคับผ่านจอยสติ๊กอีกชั้นหนึ่ง



10."ไทโซ" (Taizo)

พัฒนาโดย : สถาบันความก้าวหน้าด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสากรรม ประเทศญี่ปุ่น

หน้าที่ : ผู้ฝึกสอนออกกำลังกาย

ปี ที่คาดว่าจะใช้งาน : พ.ศ.2554

ดูจากภายนอก หุ่นยนต์ "ไทโซ" อาจดูเหมือนมนุษย์หิมะ มากกว่าเทรนเนอร์ หรือครูสอนออกกำลังกาย

แต่ ภายในหุ่นยนต์ ความสูง 2 ฟุตตัวนี้ มีข้อต่อเทียมถึง 26 ชิ้น ทำให้มันเคลื่อนไหวคล่องแคล่วถึงขนาดทำท่าทางฝึก "โยคะ" ได้

ข้อดี ของ ไทโซ คือ ทำงานได้อย่างไม่มีวันเหน็ดเหนื่อ เมื่อแบตเตอรี่หมดใน 2 ชั่วโมง ก็ชาร์จไฟใหม่และทำงานต่อได้ทันที

เหมาะสำหรับทำหน้าที่นำคนชรา และเด็กๆ ออกกำลังตามท่ากายบริหาร 30 ท่าที่ตั้งโปรแกรมเอาไว้ อย่างเหมาะสมตามระดับอายุผู้ปฏิบัติตาม และปรับระดับช้า-เร็วได้ด้วย ป้องกันไม่ให้หักโหมจนเกินไป


ข้อมูล : popsci.com
และ : ข่าวสด

ช็อค! โลกเน็ตตะลึงพบศพเด็กดับอนาถผ่าน Google Street View

:: ช็อค! โลกเน็ตตะลึงพบศพเด็กดับอนาถผ่าน Google Street View::

ใครสั่งใครสอนเนี่ยอยากเจอตัวจริงๆสำหรับน้อง Azura เด็กสาววัย 9 เก้าขวบจากแดนผู้ดีเมืองอังกฤษที่อยากจะแกล้งแหย่เพื่อนข้างบ้านของเธอ เลยจัดการลงไปนอนแผ่สองสลึงแกล้งตายบนถนนเสียอย่างนั้น เรื่องนี้ก็คงจะเป็นเรื่องเล่นสนุกของเด็กทั่วไปถ้าไม่บังเอิญมีรถตู้ของ Google Street View ที่ทำหน้าที่บันทึกภาพตรอกซอกซอยผ่านมาถ่ายเอาร่างไร้วิญญาณ (หลอกๆ) ของคุณน้องพอดี

งานนี้เล่นเอาชาวบ้านในแถบนั้นที่เปิดมาเจอภาพน่าสลดใจใน Google โทรหาตำรวจกันจ้าละหวั่นว่ามีเด็กที่ไหนไม่รู้มานอนเสียชีวิตอยู่ริมถนนแถว บ้านอิชั้น ที่น่าแปลกอีกอย่างก็คือคนของ Google ที่ถ่ายภาพนี้เอาไว้ได้ทำไมไม่ลงไปดูน้องเขาหรือจะแจ้งตำรวจอะไรก็ว่ากันไป ก็คงต้องขอเตือนคุณพ่อคุณแม่ทั้งหลายก็พึงระวังไว้ให้จงดีไม่อย่างนั้นลูก หลานตัวดีของคุณอาจได้กลายเป็นคนดังบนอินเตอร์เน็ตรายต่อไปก็ได้ (รู้แม่จะตีก้นลายเลยเอาสิ...)

ที่มา: newslite.tv

หุ่นสวยด้วยแอปเปิ้ล

1 รู้หรือไม่ว่าในแอปเปิ้ลมีสารที่เรียกว่า เบต้าแคโรทีน วิตามินซี เพคติน (ไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำ) และกรดมาลิค กับกรดทาร์ทาริก ซึ่งทั้งหมดนี้มีส่วนช่วยในการย่อยอาหารประเภทโปรตีน และไขมัน ต้นเหตุที่ทำให้น้ำหนักของคุณผู้หญิงเพิ่มขึ้น แถมในสารเพคตินยังมีคุณสมบัติพิเศษช่วยลดความอยากอาหาร และลดคอเลสเตอรอลได้อีกด้วย

2 ในแอปเปิ้ลมีแป้ง และน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวถึง 75% จึงทำให้ร่างกายสามารถดูดซึม และนำไปใช้ได้อย่างรวดเร็วภายในเวลาเพียงแค่ 10 นาที ฉะนั้นการกินแอปเปิ้ลเพียง 1 ลูก ก็สามารถช่วยลดความอยากอาหารของคุณสาวๆ ลงได้

3 สารเพคตินที่อยู่ในแอปเปิ้ล เป็นไฟเบอร์ที่สามารถละลายในน้ำได้ ซึ่งจากการวิจัยพบว่า เมื่อกรดในกระเพาะอาหารทำการย่อยสลายไขมัน และแยกคอเลสเตอรอล ออกมาเรียบร้อยแล้ว สารเพคตินจากแอปเปิ้ลจะทำหน้าที่คอยดักจับคอเลสเตอรอลเพื่อนำไปทิ้งก่อนที่ ร่างกายจะดูดซึมกลับเข้าไปอีกครั้ง แถมสารเพคตินยังทำหน้าที่ลดคอเลสเตอรอลในผู้หญิงได้ดีกว่าผู้ชายอีกด้วย

4 สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน และคนที่ต้องการควบคุมน้ำตาลในเลือด ?แอปเปิ้ล? คือผลไม้ทางเลือกที่คุณต้องไม่มองข้าม เพราะในแอปเปิ้ลจะมีน้ำตาลธรรมชาติที่ทำให้น้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ ต่างกับในอาหารทั่วไป อย่าง น้ำผึ้ง ที่ปริมาณของน้ำตาลจะเพิ่มสูงขึ้นรวดเร็วทันทีเมื่อร่างกายได้รับเข้าไป

วันพฤหัสบดีที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ข่าวรั่ว iPad รุ่นใหม่เพิ่มกล้องด้านหน้า

รายงานข่าวจากเว็บไซต์ AppleInsider ระบุว่า ไอแพด (iPad) แท็บเล็ตรุ่นที่สองของแอปเปิ้ล (Apple) มีโอกาสอย่างมากที่จะมาพร้อมกับกล้องด้านหน้า ซึ่งไม่พบในเวอร์ชันแรก โดยหลักฐานของข้อมูลดังกล่าวมาจากเอกสารเกี่ยวกับ iPad ของ Apple ซึงก่อนหน้านี้มีการตรวจพบว่า โครงสร้างตัวถังภายในเครื่องมีการเว้นช่องใส่กล้องไว้แล้วด้วย

ทางเว็บไซต์แหล่งข่าวยังเปิดเผยอีกด้วยว่า กล้องที่มาพร้อมกับ iPad จะสามารถปิด (disable) การทำงานได้อีกด้วย ซึ่งจากเอกสารของ Apple ในหัวข้อ "Performance QA Engineer, iPad Media" ได้อธิบายว่า "เรากำลังมองหาวิศวกรซอฟต์แวร์ที่มีพื้นฐานการทดสอบทางเทคนิคที่ดีเยี่ยม เพื่อทดสอบความสามารถในการบันทึกวิดีโอ และเสียง ตลอดจนกรอบคุณภาพของการเล่นไฟล์เหล่านี้"

ผู้ สมัครจะต้องมีประสบการณ์ในการตรวจสอบคุณภาพ และมีความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีกล้องดิจิตอล (ทั้งภาพนิ่ง และวิดีโอ) เพื่อพัฒนา และวางกรอบการทดสอบสำหรับขั้นตอนการเล่นไฟล์ทั้งสองชนิดนี้ด้วย จากข้อมูลใน เอกสารดังกล่าว ทางเว็บไซต์คาดว่า iPad รุ่นที่สอง น่าจะมาพร้อมกับกล้องที่อยู่ด้านหน้า เพื่อสนับสนุนแอพพลิเคชัน FaceTime สำหรับการประชุมวิดีโอที่ได้รับความสนใจจากผู้ใช้ iPhone 4 ด้วย

ข้อมูลจาก: AppleInsider

สิ่งเล็กเล็ก ที่เรียกว่ารัก

วันที่เข้าฉาย2010-08-12
แนว หนังโรแมนติค
ผู้กำกับพุฒิพงศ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร
นักแสดงมาริโอ้ เมาเร่อ, ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์

/////////////////////////////////

น้ำ (ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก) สาวน้อย ม.1 วัย 14 หน้าตาธรรมดาๆ กระเดียดไปทางไม่สวย หรือเรียกง่ายๆ ว่า ขี้เหร่นั่นแหละ แต่เธอดันไปแอบชอบ พี่โชน (มาริโอ เมาเร่อ) พี่ม.4 ที่หล่อ เท่ ที่สุดในโรงเรียน แล้วแถมยังใจดีอีกตะหาก ทำให้น้ำมีคู่แข่งเป็นสาวๆ ทั้ง ม.ต้น และ ม.ปลาย ที่มีแต่คนสวยๆ เต็มไปหมด แต่น้ำไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เธอพยายามลุยทำทุกอย่าง สู้ทุกรูปแบบเพื่อที่จะ….เก่ง…และ…สวย แล้วเด่นขึ้นในโรงเรียนให้ได้ เพราะแอบหวังในใจเล็กๆ ว่าถ้าทำสำเร็จพี่โชนอาจจะหันมามองเธอซักครั้ง

น้ำ ทำตั้งแต่เอามะขามเปียกมาขัดผิว สมัครเป็นนางรำ แม้จะถูกคัดออก หัดเป่าคาริเน็ต แล้วสมัครเข้าวงโยธวาทิต เพื่อที่จะได้อยู่ใกล้ๆ พี่โชน ด้วย ความช่วยเหลือของเพื่อนๆ แก๊งหน้าแย่ ในที่สุด น้ำ ก็ได้เป็นดรัมเมเยอร์มือหนึ่งของโรงเรียนจนตอนที่เรียนอยู่ม.3………เธอได้เป็น ดาวของโรงเรียนจริงๆ!!!!!

น้ำ ตกเป็นเป้าสายตาของหนุ่มๆ ทั้งโรงเรียน มีคนเข้ามาจีบเป็นสิบๆ คน ยกเว้นคนที่เธอรอคอยอยู่คนเดียว…..โชน

……..แล้วเรื่องราวความรักของน้ำจะเป็นอย่างไร โชนจะหันมาสนใจเธอมั้ย สุดท้ายแล้วความรัก ความฝัน กับความเป็นจริง จะได้พบกันเมื่อไหร่ เวลาคงเป็นคำตอบของทุกอย่างเอง


เกร็ดภาพยนตร์

“สิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่ารัก” (First Love) ภาพยนตร์ที่จะพาคุณกลับไปสัมผัสกับหมายและความรู้สึกดีๆ เมื่อครั้งที่คุณได้รู้จักกับ “ความรัก”

คำสั้นๆ แต่ส่งผลมากมายมหาศาลต่อหัวใจ ผลงานการกำกับร่วมกันของ “เสนาเพชร” หรือ “พุฒิพงศ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร” หลังจากอยู่ในวงการมาอย่างยาวนาน ก็ได้กำกับภาพยนตร์เป็นครั้งแรกสมความตั้งใจ โดยกอดคอเพื่อนซี้ “วศิน ปกป้อง” มาร่วมกันกำกับหนังเรื่องนี้

ซึ่งได้หนุ่มสุดฮ็อต “มาริโอ้ เมาเร่อ” มาสวมบทพระเอกมาดกวน รวมไปถึงสาวน้อย “ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์” สาวน้อยหน้าใสที่เคยขโมยหัวใจหนุ่มๆ จากมิวสิควีดีโอ “14 อีกครั้ง” (เสก โลโซ)”, เพลงๆ นี้ (สิงโต เดอะสตาร์) รวมไปถึงภาพยนตร์อย่าง “5 หัวใจฮีโร่” และ “เชือดก่อนชิม” มาประกบคู่กับหนุ่มโอ้

รวมไปถึงนักแสดงตลกอย่าง “ตุ๊กกี้ ชิงร้อยฯ” ในบทบาทคุณครูสุดฮาปะทะความสวยกับนางเอกสุดเซ็กซี่ “เจี๊ยบ-พิจิตรา สิริเวชพันธ์” รวมไปถึงทีมนักแสดงวัยใสหน้าใหม่อีกคับคั่ง ที่จะมาร่วมกันพาคุณกลับไปสู่บรรยากาศรักแรก ที่ใครหลายคนอาจลืมเลือนไปจากหัวใจ อย่าลืมมาร่วมกันไปสัมผัสฝันเล็ก..เล็ก ที่ต้องค้นลึก..ลึก ของสาวตัวนิด..นิด แต่จิตใจมหาศาล

แนะนำนักแสดงหลัก

มาริโอ้ เมาเร่อ รับบทเป็น โชน
นัก เรียนรุ่นพี่ม.4 หล่อเหลา เอาการ เท่ห์ ดูดี เรียกว่ามีทุกอย่างที่สาวๆ ใฝ่ฝัน ใจดี พูดน้อย เล่นฟุตบอลเก่งเหมือนพ่อ แต่ไม่ยอมเป็นตัวโรงเรียนเพราะกลัวเหมือนพ่อที่เตะลูกโทษไม่เข้าทำให้ จังหวัดตนต้องแพ้ และไม่เคยเข้ารอบลึกๆ อีกเลย

พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์ รับบทเป็น น้ำ


เด็กสาวม.ต้น ปีร่าเริงอารมณ์ดีหน้าตาปลวกๆ พอประมาณ ทำอะไรทำจริง?? มีความตั้งใจสูง รักเพื่อน ชอบภาษาอังกฤษเพราะที่บ้านเปิดเกสท์เฮ้าส์เล็กๆ ให้ฝรั่งเช่า แอบหลงรักโชนทุกลมหายใจ ถึงขนาดลงทุนซื้อคู่มือมัดใจ และปฏิบัติตามคู่มือนั้นแบบทุกกระเบียดนิ้ว

อัครณัฐ อริยฤทธิ์วิกุล รับบทเป็น ท็อป
เป็นเพื่อนเก่าของโชนเพิ่งเข้าตอน ม.ปลาย ขี้เก๊ก ชอบคุยโอ่ โอ้อวดโชคดีที่มีความหล่อเป็นทุน บวกความเจ้าชู้เป็นหลักทำให้สาวๆ หลายคนชอบเหมือนกันมาปิ๊งน้ำตอนที่สวยสุดเป็นดรัมเมเยอร์แล้ว

กชามาศ พรหมสาขา ณ สกลนคร รับบทเป็น ปิ่น
ปิ่นรุ่นพี่ม.4 สวยห้าวเท่ห์ เป็นคนพูดตรง ชอบคนเซอร์ๆ สวยแบบนางแบบเลยล่ะ ดีกับน้ำมากเลย ช่วยทุกอย่างจนน้ำสวยขึ้นทันตา

ตุ๊กกี้-สุดารัตน์ บุตรพรม รับบทเป็น ครูอิน
ครูสอนภาษาอังกฤษ และกิจกรรมเข้าจังหวะ หน้าตาโบราณ ชาวบ้านเรียกเห่ย แต่อารมณ์ดี แอบผลักดันน้ำอยู่ห่างๆ เพราะรู้สึกเหมือนตัวเองที่แอบชอบครูพล


พิจิตรา สิริเวชพันธ์ รับบทเป็น ครูอร
ครูสอนภาษาไทย, รำไทย, สวยสุดโต่ง มักจะปะทะคารมเล็กๆ กับครูอินเสมอ เพราะชอบครูพลเหมือนกัน และแข่งกันทางด้านวิชาการกับครูอินเสมอ

พีรวัชร์ เหราบัตย์ รับบทเป็น ครูพล
ครูพละอารมณ์ดี ชอบช่วยเหลือคนอ่อนแอกว่า มีน้ำใจไปไหนมา? มักจะมีของฝากให้บรรดาครูๆ เสมอ เป็นที่หมายปองของครูอินกับครูอร

สิ่งเล็กเล็ก ที่เรียกว่ารัก

สิ่งเล็กเล็ก ที่เรียกว่ารัก

สิ่งเล็กเล็ก ที่เรียกว่ารัก

http://movie.mthai.com/movie-profile/movie-fixture/53542.html

3 มาตรการแก้กลโกงโอนเงินผ่าน ATM




กทช.ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกแนวทางป้องกันการฉ้อ โกงธุรกรรมทางการเงิน

คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับผู้บริโภค กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว และ ผู้ให้บริการวงจรเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตกว่า 12 ราย ได้ประชุมเพื่อหาแนวทางป้องกันการฉ้อโกงธุรกรรมทางการเงิน ได้ออก 3 แนวทางเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว คือ

1.ขอความร่วมมือกับ ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือทุกรายในการส่งเอสเอ็มเอสเตือนไปยังผู้ใช้ที่มี อยู่เกือบ 60 ล้านราย

2. เปิดช่องทางร้องเรียนผ่านเลขหมาย 1200 1155 และ 1135

3. ให้ ISP ตรวจการใช้งานของลูกค้าที่มีปริมาณทราฟฟิกสูงผิดปกติ แล้วแจ้งสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม เพื่อประสานไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ


และ จะจัดระเบียบผู้ให้บริการโทรผ่านโครงข่ายอินเทอร์เน็ต เนื่องจากเป็นช่องทางที่ใช้ในการหลอกลวง โดยในปัจจุบันมีผู้ประกอบการอินเทอร์เน็ตที่ได้รับใบอนุญาติแล้ว 200 ราย และจะนำแนวทางการจัดระเบียบเสนอที่ประชุม กทช.ต่อไป

9 กลยุทธ์ในการดำเนินชีวิต




ชีวิตที่จะประสบความ สำเร็จไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องอาศัยเคล็ดลับขั้นตอนต่าง ๆ มากมาย และเป็นความจริงที่ว่าเราเป็นผู้กำหนดชะตาชีวิตของเราเอง เป็นคนเลือกเส้นทางชีวิต และนั่นคือสิ่งที่ยากที่สุด เพราะไม่มีใครรู้ว่าเส้นทางที่กำลังเดินนั้นจะนำเราไปสู่เป้าหมายที่เราต้อง การรึเปล่า ถ้าเป็นเช่นนั้น การที่เรารู้กฎเกณฑ์การใช้ชีวิต จะช่วยให้เราได้รับประโยชน์สูงสุดจากเวลาทุก ๆ นาที เพราะกฎเหล่านี้เปรียบเสมือนแผนที่ชีวิตในการใช้เวลา เพื่อเลือกลงมือทำในสิ่งที่สำคัญตรงตามเป้าหมายในชีวิตของเรา

กฎข้อ 1 เราคือ คนเลือกที่จะเป็นผู้ประสบความสำเร็จ หรือผู้ที่ล้มเหลว
ถ้าเราสังเกตดูดี ๆ จะพบกับความจริงที่ว่า ในชีวิตเรามีเส้นทางให้เราเลือกเดินเพียง 2 ทางเท่านั้น คือ เส้นทางที่นำไปสู่ความสำเร็จ กับเส้นทางที่นำเราไปสู่ความล้มเหลว สำหรับเส้นทางสู่ความสำเร็จไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ และไม่มีคำว่า " บังเอิญ " สำหรับความสำเร็จ แต่ต้องการอาศัยความพากเพียรอย่างหนักและต่อเนื่อง ซึ่งคนส่วนใหญ่ก็มักจะยอมแพ้เสียก่อน ดังนั้น ถ้าเราเลือกเส้นทางที่นำเราไปสู่ความสำเร็จ วิธีที่ง่ายที่สุด คือ ศึกษาว่า ผู้ที่ประสบความสำเร็จเขามีเส้นทางในการดำเนินชีวิตอย่างไร เช่น ถ้าอยากเป็นนักธุรกิจ ก็ต้องมีการศึกษาเก็บข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจที่เราทำอย่างละเอียดลุ่มลึก เป็นต้น สำหรับบางคนที่คิดว่าตัวเองได้พยายามแล้วแต่ก็ยังล้มเหลวอยู่ ขอให้ไตร่ตรองประเด็นที่จะกล่าวถึงอย่างละเอียด แล้วท่านเองคือผู้เลือกที่จะประสบความสำเร็จหรือล้มเหลว
ลักษณะของผู้ ที่ล้มเหลว
1. มีข้อมูลน้อยเกี่ยวกับเป้าหมาย เช่น ในการนำสินค้ามาขาย จำเป็นต้องมีความรู้ด้านการตลาด รู้จักกลุ่มเป้าหมาย รู้แนวโน้มของเศรษฐกิจ เพราะถ้าขาดความรู้ ขาดข้อมูลที่ถูกต้อง ทันสมัย โอกาสที่จะล้มเหลวก็ย่อมเกิดขึ้นได้ง่าย
2. ขาดทักษะในการเข้าใจผู้อื่น ซึ่งมีกฎเกณฑ์ตายตัวที่มนุษย์ทุกคนรู้สึกเช่นเดียวกัน ดังนี้
1. สิ่งที่มนุษย์ทุกคนกลัวมากที่สุด คือ กลัวการถูกปฏิเสธ ฉะนั้นเมื่อคนที่เราต้องคบค้าติดต่อ ขออะไรแล้วเราให้ได้ยอมได้ก็ควรให้ เพื่อรักษามิตรภาพเอาไว้
2.
กฎข้อ 2 เราคือผู้สร้างประสบการณ์ให้ตัวเราเอง
เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าสถานการณ์จะเลวร้ายขนาดไหน เราก็ยังคงเป็นผู้เลือกที่จะสุขหรือทุกข์ต่อเหตุการณ์หนึ่ง ๆ ฉะนั้น ถ้าเราอยากมีความสุข เราจะไม่ปล่อยให้สถานการณ์ภายนอกควบคุมพฤติกรรม ความคิด ความรู้สึกของเรา เพราะเราคนเดียวเท่านั้นที่มีสิทธิ์เลือกที่จะ " สุข " หรือ " ทุกข์ "
ดังนั้น เราทุกคนมี เสรีภาพในการเลือก บนโลกใบนี้มีทางเลือกให้เราเลือกมากมาย แต่คนส่วนใหญ่มักคิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างไม่มีการเปลี่ยนแปลง จึงไม่กล้าที่จะเลือกเส้นทางใหม่ ๆ สร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้ชีวิต ซึ่งความจริงแล้วเราสามารถเลือกได้ตลอด เช่น ในหนึ่งวัน เราก็เลือกได้ว่าจะไปไหน ทำอะไร ให้ความสนใจอะไร สมมติถ้าเราอยู่กับคน 100 คนเราก็เลือกได้ว่าจะเลือกไว้วางใจใคร ฟังใคร ไม่สนใจใคร จะเห็นด้วย หรือจะคัดค้านในใจ เป็นต้น

กฎข้อ 3 ปฏิกิริยาต่างตอบแทน
อาจมีคนสงสัยว่า เราจะเลือกประสบการณ์ของเราได้จริง ๆ หรือ คำตอบก็อยู่ในกฎข้อนี้ คือ ขึ้นอยู่กับหลักต่างปฏิบัติ ต่างตอบแทนเท่าเทียมกัน เช่น เมื่อมีคนพูดจาไม่ดีกับเรา แล้วเราพูดกับเขาอย่างไร เราเลือกที่จะโต้ตอบในแบบเดียวกับเขา หรือ เลือกที่จะพูดอ่อนหวานกลับไป แน่นอนประสบการณ์ที่เราเลือก ก็คือผลจากการกระทำของเรานั่นเอง ดังนั้น ถ้ามองดี ๆ ตัวเราเองเป็นคนเชื้อเชิญปฏิกิริยาภายนอก เช่น เราไม่ยิ้มให้ เขาก็ไม่ยิ้มให้เรา เป็นต้น และแต่ละคนก็จะมีวิธีการปฏิบัติกับผู้อื่น ที่แตกต่างกันไป เพื่อช่วยให้หายสงสัยว่าทำไมโลกจึงได้ปฏิบัติกับคุณในแบบต่าง ๆ ขอยกตัวอย่างคนประเภทต่าง ๆ เช่น
• คนที่คิดว่าตัวเองสำคัญที่สุด มักจะเป็นคนไม่มีน้ำใจ ซึ่งทำให้เพื่อน ๆ ไม่ค่อยชอบ และเมื่อไหร่ที่คนประเภทนี้พบกับความทุกข์ก็จะไม่มีใครเข้ามาให้กำลัง เพราะท่านไม่เคยใส่ใจ หรือใยดีใคร
• คนที่คิดว่าตัวเองไม่ได้รับการไว้วางใจจากคนอื่น ๆ ซึ่งเป็นไปได้ว่า คนเหล่านี้ทำตัวเป็นคนอ่อนแออยู่ตลอดเวลา บ่นถึงปัญหาส่วนตัว ร้องไห้เสียใจ เมื่อคนอื่นเห็นก็เกิดความไม่ไว้วางใจ จึงไม่มอบหมายงานให้เรา เพราะพฤติกรรมของเราเองคือตัวกำหนด
• คนที่คิดว่าตัวเองไม่เคยได้รับการช่วยเหลือ คนเหล่านี้มักมีลักษณะ เป็นพวกหนีปัญหาไปวัน ๆ ใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อย ไม่คิดแก้ปัญหาของตัวเองอย่างจริงจัง ซึ่งตามปกติคนเราจะช่วยเหลือคนที่ช่วยเหลือตัวเองอย่างที่สุดก่อน ดังนั้น ถ้าเรายังไม่สามารถดึงศักยภาพในตัวมาใช้แก้ปัญหาแบบสุด ๆ ก็อย่าหวังได้รับความช่วยเหลือจากผู้อื่น และยังใช้ชีวิตไปเรื่อยเปื่อย หรือหนีปัญหาไปวัน ๆ

กฎข้อ 4 จะแก้ไขปัญหาได้ต่อเมื่อเรายอมรับความจริงได้
ทางเดียวที่จะแก้ปัญหาได้ คือ การยอมรับว่าเกิดปัญหา ซึ่งคนส่วนใหญ่มักไม่กล้ามองปัญหา ไม่กล้ายอมรับว่าตัวเองคือสาเหตุของปัญหา นอกจากปัญหาจะไม่ได้รับการแก้ไขแล้ว ก็เหมือนยิ่งไปสร้างปมปัญหาใหม่เพิ่มขึ้นอีก ความทุกข์นั้นก็ยังแต่จะก่อให้เกิดความทุกข์ต่อไป เช่น เป็นผู้บริหารแต่ไม่ยอมรับว่า ตัวเองบริหารงานไม่เก่ง ก็ย่อมทำให้บริษัทขาดทุน แต่ถ้ายอมรับได้ ก็จะเกิดทางแก้ไข อาจไปจ้างมืออาชีพมาทำแทน เป็นต้น ดังนั้น การกล้าที่จะยอมรับความจริง คือ การเริ่มต้นแก้ปัญหา

กฎข้อ 5 ชีวิตนี้ให้รางวัลกับการกระทำเสมอ
มีคนจำนวนมากที่รู้สึกว่าตัวเอง เป็นนักคิดที่ชาญฉลาดแต่ทำไมชีวิตยังอยู่ห่างจากเป้าหมายที่ต้องการเหลือ เกิน นั่นเป็นเพราะ คุณไม่เคยลงมือทำ และเป็นความจริงที่ว่า โลกใบนี้ไม่สนใจคนที่มีความคิดดี แต่จะสนใจการกระทำที่ดีมากกว่า ดังนั้น ถ้าคุณมีความคิดดี ๆ เมื่อไหร่การลงมือทำ เป็นหนทางเดียวที่จะทำให้คุณได้ในสิ่งที่คุณต้องการ
สำหรับบางคนที่คิดอย่างรอบคอบแล้ว แต่ยังไม่มีแรงหรือกำลังมากพอที่จะสานฝันให้กลายเป็นจริง ทางแก้ คือ ให้ถามตัวเองทุกวันว่า ตอนนี้อายุเท่าไหร่แล้ว ? เหลือเวลาในชีวิตอีกกี่ปี ? ถ้าไม่รีบลงมือตอนนี้อาจไม่ทันการณ์ ?
และถ้าคุณคิดว่าสิ่งที่จะทำมันยาก จึงทำให้คุณเกิดความกลัว ไม่กล้าลงมือทำ แสดงว่าคุณยังขาดความเข้าใจว่า ชีวิตนี้เป็นเรื่องยาก แต่ไม่มีสิ่งใดที่ยากเกินความสามารถถ้าคุณปรารถนาสิ่งนั้นจริง ๆ

กฎข้อ 6 ทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับมุมมองของเรา ให้รับรู้อย่างเดียว
เราเป็นคนเลือกที่จะให้ความหมายกับชีวิตของเราเอง เพราะทุกสิ่งทุกอย่างที่เราเห็น หรือคิด เป็นเพียงสิ่งที่มนุษย์สมมติขึ้น และความทุกข์จริง ๆ ก็ไม่มี มีแต่ความคิดของเราที่ตีความเหตุการณ์ต่าง ๆ ดังนั้น ถ้าเราอยากให้ชีวิตเราเต็มไปด้วยความสุข เราก็เลือกมองแต่เรื่องดี ๆ งาม ๆ แทนการมองโลกในแง่ร้าย ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่คนส่วนใหญ่ใช้ตีความต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่งมีวิธีการสร้างมุมมองแบบ Positive ง่าย ๆ ดังนี้
• เขียนบันทึกสิ่งดีงามที่เกิดขึ้นกับคุณในแต่ละวัน ถึงแม้จะเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ตาม เช่น ตื่นมารู้สึกดีที่วันนี้ ฝนไม่ตก เป็นต้น
• ค้นหาความหมายใหม่ ๆ ให้กับชีวิตอยู่เสมอ ๆ ซึ่งจะช่วยทำให้เรามีพลังชีวิตมากขึ้นอีกด้วย เช่น มีชีวิตอยู่เพื่อเป็นความหวังให้พ่อแม่ เป็นต้น

กฎข้อ 7 ชีวิตต้องการการบริหารจัดการจะปล่อยไปตามชะตากรรมไม่ได้
คนส่วนใหญ่มักตามแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน โดยมองข้ามความจริงที่ว่า ชีวิตต้องการการจัดการ ควรมีการวางแผนทั้งระยะสั้นและระยะยาว เพื่อป้องกันปัญหาไว้ล่วงหน้า ในการวางแผนเราต้องพูดคุยกับผู้จัดการชีวิตของเรา ซึ่งก็คือ ตัวเราเอง โดยการตั้งคำถามกับตัวเอง ดังนี้
• เราได้เคยค้นหาและดึงเอาศักยภาพสูงสุดของเราออกมาใช้เพื่อก่อประโยชน์หรือ ยัง ?
• เราเคยหาทางสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้กับชีวิตหรือไม่ ?
• เราเป็นคนที่อดทนต่อปัญหาอย่างเดียว หรือแก้ปัญหาได้ด้วย ?
ซึ่ง เป็นธรรมดาที่คนที่กล้าแก้ปัญหาต้องกล้าที่จะตัดสินใจและรับผิดชอบต่อผลที่ จะเกิดขึ้น จึงเป็นสาเหตุให้คนส่วนใหญ่เลือกที่จะอยู่สบาย ๆ ซึ่งก็หมายความว่า คุณเลือกที่จะเป็นผู้แพ้ แต่ถ้าคุณพอใจกับสถานะดังกล่าวก็ไม่มีใครสามารถไปเปลี่ยนแปลงคุณได้

กฎข้อ 8 พลังอำนาจของการให้อภัย
ในบรรดาอารมณ์ทั้งหมดของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็น ความรู้สึกเบื่อ ความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ เป็นต้น ความโกรธ คืออารมณ์ที่ทรงพลังและทำให้มนุษย์เป็นทุกข์มากที่สุด ซึ่งเปรียบเสมือนการจุดไฟเผาผลาญตัวเอง จะรู้สึกร้อนรนอยู่ตลอดเวลา ทำให้ผู้ที่ตกอยู่ในกองเพลิงแห่งความโกรธเกลียดอาฆาต หมดพลังงานไปอย่างเปล่าประโยชน์ ซึ่งถ้ายังไม่สามารถออกจากกองไฟแห่งความอาฆาตนี้ได้ ในที่สุดจะพบว่าคุณได้เผาผลาญโอกาสแห่งความสำเร็จของคุณหมดไปแล้ว ตอนนี้เหลือเพียงที่ว่างสำหรับความล้มเหลวเท่านั้น ดังนั้น ถ้าคุณไม่อยากทำลายชีวิตตัวเองด้วยความโกรธ ก็จงมอบความรักให้กับคนอื่น ๆ บ้าง ก็เพราะ ความอาฆาตพยาบาท เป็นสิ่งที่ละวางได้ยากมาก การให้อภัยจึงเป็นหลักการสำคัญสำหรับความเป็นผู้นำ

กฎข้อ 9 คนเราจะได้อะไรมาอย่างน้อย ๆเราต้องรู้จักสิ่งนั้นก่อน ต้องเรียกมันให้ถูกก่อน
คนที่จะประสบความสำเร็จได้ขั้นแรก ต้องรู้จัดตัวเองเป็นอย่างดี จึงจะรู้ว่า ตัวเองต้องการอะไรจากชีวิต ในการสร้างอนาคตให้ตัวเอง จำเป็นต้องสร้างเป็นภาพ ต้องเห็นภาพตัวเองในอนาคตให้ได้ จึงจะรู้ว่าตัวเองต้องการอะไร ซึ่งความต้องการหรือเป้าหมายในชีวิตของแต่ละคนย่อมแตกต่างกันไป บางคนอยากเป็นนักการเมือง บางคนอยากเป็นเจ้าของโรงแรม เป็นต้น สำหรับการหาcore value มีอยู่ 2 ประเภท คือ ตามกระแส หรือทวนกระแส ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ดังนั้น หัวใจสำคัญที่จะทำให้คนประสบความสำเร็จ คือ การรู้จักตัวเอง เพราะถ้าคุณวางแผนชีวิตอย่างดี แผนนั้นอาจทำให้คุณหลงทางเป็น สิบ ๆ ปีก็ได้ถ้าคุณขาดความเข้าใจตัวเองสิ่งที่มนุษย์ทุกคนต้องการมากที่สุด คือ ต้องการเป็นที่ยอมรับให้เกียรติจากผู้อื่น ต้องการ รู้สึกว่าตัวเองมีความสำคัญ และเคารพในความเป็นมนุษย์
3. มนุษย์ทุกคนมองทุกเรื่องจากมุมมองของประโยชน์ส่วนตัว ซึ่งไม่ใช่เฉพาะเรื่องเงินทอง อาจเป็นเรื่องอุดมการณ์ ดังนั้น เมื่อเราต้องการให้ใครทำงานอะไร ต้องชี้ให้เขาเห็นว่าจะได้รับประโยชน์อะไรจากการทำงานนั้น ๆ
4. มนุษย์ทุกคนจะทำงานได้เต็มที่ต่อเมื่อเข้าใจในสิ่งที่จะต้องทำ เพราะถ้าเขาไม่เข้าใจต่อให้เขาอยากทำก็ทำไม่ได้ ก่อให้เกิดความขัดข้องใจ ดังนั้น วิธีการให้งานควรบอกรายละเอียดให้ชัดเจนเพราะลูกน้องไม่ว่าจะเก่งเพียงไร ก็ไม่อาจอ่านใจเจ้านายได้ และลึก ๆ ไม่มีลูกน้องคนไหนไม่อยากให้งานออกมาไม่ดี
5. เวลามองคนให้มองในเรื่องคุณภาพ มองที่ความรู้ความสามารถ เราไม่ควรมองคนแค่ภายนอกหรือชาติวงศ์ตระกูล
6. คนเรามักไว้วางใจบุคคลที่รักชอบพอเรา เวลาเราไม่เกลียดใครเขาก็จะไว้วางใจเรา แต่เมื่อไหร่ที่เรารู้สึกอิจฉาริษยา อีกฝ่ายก็ไม่ไว้ใจเรา เพราะจิตอีกดวงหนึ่งสามารถรู้สึกได้ บางครั้งไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูดได้ แต่จะมีความรู้สึกอึดอัดเกิดขึ้น
7. มองคนให้ลึกถึงจิตใจ โดยใช้ความรู้สึกของเราเป็นเครื่องตรวจสอบ เพราะมนุษย์ทุกคนมีหน้ากาก หลายชั้น ดังนั้นเราไม่ควรมองคนแค่ภายนอก เพราะคนที่หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใสพูดจาดี แต่อาจมีจิตใจโหดร้ายก็ได้หรือบางคนหน้าตาเรียบเฉย แต่ในใจเขาอาจดีก็ได้ ดังนั้น เราต้องมองคนที่จิตใจมิใช่เพียงหน้าตา

มาลองดูซิว่า...เป็นเหมือนกันรึเปล่า ?



+++ Hamster +++

+++ Playlist +++


MusicPlaylistRingtones
Create a playlist at MixPod.com

+++ coming soon +++