วันศุกร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

เทคนิคการใส่กางเกงขาสั้นให้ดูดี



รูปร่างมาตราฐาน

สาวๆ ที่มีรูปร่างอย่างนี้อย่าเพิ่งมั่นใจว่ากางเกงทรงไหนก็ใส่แล้วดูดีนะคะ เพราะการเลือกกางเกงขาสั้นยาวระดับเข่าที่เป็นทรงกระบอกตรงๆ จะทำให้ต้นขาของคุณดูใหญ่ขึ้น ทางที่ดี คุณควรเลือกกางเกงขาสั้น ที่ออกแนวขากางเกงสอบไปตามเรียวขาเลยดีกว่า และปลายกางเกงบานออกเล็กน้อย จะช่วยทำให้รูปร่างของคุณดูเรียวบางและเพรียวขึ้นค่ะ

รูปร่างเล็กกะทัดรัด

สาว รูปร่างเล็กบอบบาง อาจดูเหมือนไม่มีปัญหาในการใส่เสื้อผ้าเลย ก็จริง แต่ว่าในการเลือกกางเกงขาสั้นถ้าจะให้เหมาะกับรูปร่าง ควรเลือก กางเกงขนาดสั้นนิดนึงและพอดีตัวหน่อย เพราะจะทำให้ช่วงขาดูยาวขั้น หากสวมกางเกงที่ไม่สั้นมากแถมยังติดแถบผ้าระบายรุ่ยร่าย ช่วงเรียวขาของคุณก็จะถูกกลืนหายไปในเนื้อผ้าด้วย

ช่วงล่างใหญ่

เรื่อง ต้นขาใหญ่หรือบั้นท้ายดินระเบิดนั้นเป็นปัญหาที่ทิ่มแทงใจสาวๆ มาหลายยุคหลายสมัย เวลาที่อยากจะนุ่งสั้นก็พยายามปกปิดด้วยกางเกงทรงหลวมขนาดใหญ่ ผิดถนัดเลยค่ะ...เพราะจะยิ่งทำให้ช่วยล่างของคุณดูใหญ่มากขึ้นกว่าเดิมอีกนะ ค่ะ ควรเลือกกางเกงเอวต่ำพอดีตัว ยาวระดับเข่า แต่อย่าให้ช่วงขาสอบจนเกินไป เท่านี้ก็จะช่วยอำพรางต้นขา และส่วนล่างที่ใหญ่ได้ค่ะ

รูปร่างอวบอ้วน

สาวๆ ที่มีรูปร่างแบบนี้บางรายอาจจะได้แค่มองกางเกงขาสั้นอย่างอาลัย ประมาณว่าขาดความมั่นใจไปอย่างเลยใช่ไหมค่ะ! เพราะใส่กางเกงขาสั้นแล้วรู้สึกขาดความเชื่อมั่นอย่างแรง แต่จะบอกว่าคุณสาวๆ คิดผิดค่ะ จริงๆ แล้วใช่ว่าจะไม่มีกางเกงขาสั้นที่เหมาะกับสาวร่างอ้วนนะคะ ควรเลือก กางเกงขนาดสั้นที่ไม่รัดตัวจนเกินไป ให้ออกหลวมนิดๆ และปลายขากางเกง รอบต้นขาบานเล็กน้อยค่ะ เท่านี้ก็สวยได้แล้วล่ะ

♣ อนาคตของความรัก ♣



ถ้ารู้ว่าจุดจบ ความรัก ... ไม่ได้สวยงามอย่างที่ฝัน
ก็คงไม่มีใคร อยากฝ่าฟันไปให้ถึง

คง จบลงตั้งแต่ยังไม่เริ่ม ยังไม่ซึ้ง ตราตรึง
และคงไม่ทำให้ใครคนหนึ่ง ... ต้องปวดใจ



ถ้าสามารถหยั่ง รู้ อนาคตของความรัก
ก็คงจะลด ความรักลงไปได้
คงไม่ทุ่มเทให้หมด ทั้งกายและใจ
และคงไม่ต้องมานั่งเสียใจเหมือนเช่นตอนนี้นะเธอ


อนาคต… ความรัก ไม่มีใครรู้
ดังนั้นต้อง … รักษาหัวใจที่มีอยู่อย่าให้หาย
แม้บาง ครั้งอาจเจ็บปวดมากมาย
แต่ … อยากให้คุณอดทนรักษาไว้ให้ดีก่อนก่อนมาจากลา



แม้ … ความรักที่คุณจักรักษาไว้
มันได้หายไป ในเวลาถัดมา
แต่ก็อยากให้คุณทำใจและคิดเสมอว่า …
ไม่ มีใคร … จักรู้ค่า อนาคตความรักเป็นเช่นไร


วันนี้ … อาจเลิกรัก หรือ ปวดร้าวใจ
วันหน้า … รักเราอาจกลับมารักกันได้เช่นเดิม



อ่านกลอนนี้แล้ว ทำให้รู้สึกว่า…
อนาคตนั้นช่างน่ากลัวนัก
แต่ถ้าเรามัวแต่กลัว ก็อาจทำให้คุณไม่กล้ามีความรัก

อย่าเป็นคนกำหนด อนาคตความรัก
ว่า ความรักของคุณต้องยืนยาว ต้องมั่นคง
ต้องบอกรักกันตลอด...
แต่จงรัก กันไว้ พยามยามเข้าอกเข้าใจกันให้มากที่สุด
ใช้ความอดทน ... และไว้เนื้อเชื่อใจกันให้มาก
เมื่อเป็นแบบนี้แล้ว ... คุณก็จะมองเห็นอนาคตของความรัก
ว่าต้องยั่งยืนแน่นอน

หลากหลายข้อคิด ...เพื่อชีวิตที่ดีกว่า




Don't Look Down Yourself.
อดีตไม่สำคัญว่าเราเป็นใคร สำคัญที่ว่าวันนี้เราต้องการเป็นใคร
จงเคารพนับถือในความสามารถของตัวเอง ยกย่องและให้เกียรติตัวเอง

สมองของคนเราเหมือนพื้นดินที่ว่างเปล่า
เมื่อ เราปลูกอะไรลงไปเราก็จะได้ผลเป็นอย่างนั้น ... จงปลูกฝังแต่สิ่งดีๆ
ลงไป ในสมอง คำพูดใดๆ ที่เราเคยได้ยินซ้ำๆ ซากๆ เกิน 37 ครั้ง
มันจะกลายเป็น "อุปนิสัย" ของเราทันที

สิ่ง ที่น่ากลัวที่สุดในโลกคือ "สิ่งแวดล้อม" อย่าปล่อยให้ความคิด
หรือคำพูด ของคนบางคนมาตัดสินชีวิตของเรา
ในโลกนี้ไม่มีใครมีอิทธิพลกับตัวเราเอง นอกจากตัวเราเอง


ชีวิตไม่ใช่เกมส์กีฬา ไม่มีเวลาพักครึ่ง ไม่มีการขอเวลานอก และที่สำคัญคือ
‘เปลี่ยน ตัวผู้เล่นไม่ได้’ ไม่มีใครเกิดมา ‘ล้มเหลว’ มีแต่ ‘ล้มเลิก’

คนฉลาด.. ต้องโง่เป็น คนโง่ไม่เป็น..จะไม่มีทางฉลาด


เพียง คุณคิดว่าคุณทำได้ คุณก็ทำได้ตั้งแต่ที่คุณคิด แต่หากคุณคิดว่าคุณทำไม่ได้
คุณ ก็ทำไม่ได้ตั้งแต่ที่คุณคิด สิ่งที่เลวร้ายที่สุดของมนุษย์
คือความรู้ เท่าไม่ถึงการณ์ ‘ทางจิต’ ที่ตอกย้ำตัวเองว่า.. ทำไม่ได้


แม้แต่ "คิด" ยังไม่กล้าที่จะคิด แล้วชีวิตจะประสบความสำเร็จได้อย่างไร?
จง กล้าที่จะเผชิญความล้มเหลว.. ความล้มเหลวคือครูที่ทดสอบตัวเรา
If you want to have success, you have no choice.


มนุษย์ คือจุดศูนย์กลางของเส้นรอบวงที่ไม่มีขีดจำกัด .. ทำไม?
มนุษย์เหมือนกัน จึงประสบความสำเร็จไม่เท่ากัน นั่นเป็นเพราะ
มนุษย์แต่ละคนได้รับโอกาส ทางความคิดที่แตกต่างกัน

คนสำเร็จมองปัญหาเป็นโอกาส คนล้มเหลวมองโอกาสเป็นปัญหา
คนสำเร็จจะปรับตัวเองไปหาโลกภายนอก คนล้มเหลวจะให้โลกภายนอกปรับตัวเข้าหาตัวเอง


Team work is less ‘E-GO’ and more ’WE GROW’
คนสำเร็จระดับผู้บริหาร เป็นผู้นำขององค์กรต่างๆ ในโลกนี้ กว่า 85%
ทั่วโลกล้วนแล้วแต่มิใช่คน เก่ง แต่เป็นคนดีทั้งสิ้น คนเก่ง.. มักจะมี 'อัตตา'
จะไม่ยอมปรับตัวเข้า หาโลก ไม่รับฟังความคิดเห็นของคนอื่น
ไม่ยอมรับการพัฒนา..ความรู้ และสิ่งใหม่ๆ ‘ปกครองคนไม่ได้’
คนเก่ง..ใช้เวลา 2-3 ปีก็สอนให้เก่งได้.. แต่..คนดีต้องใช้เวลา ‘ชั่วชีวิต’ สอนกัน
คนเก่งมักจะขาดความจงรักภักดี ไม่มีความกตัญญู

"ความรู้" เป็นเพียง "พลังอำนาจแฝง" ชนิดหนึ่งเท่านั้น "ความรู้"
จะกลายเป็น "พลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่" ได้ก็ต่อเมื่อมันถูกนำ ไปใช้อย่างชาญฉลาดเท่านั้น

ช่องว่างของหัวใจ




ความรักบางทีบางครั้งก็เอาใจ ยากจนต้องจับเข่ามานั่งคุยกันทีเดียวว่ามันเป็นอย่างไร

แต่ ในความเป็นจริงมันไม่ง่ายอย่างงั้นล่ะสิ ออกจะเข้าใจยากแต่เป็นความยากที่อยากเข้าใจนะ กว่าเราจะเจอใครสักคนกว่าจะใช้เวลาศึกษาดูใจกันและกันก็ใช้เวลาไม่น้อย

เชื่อ ใจได้แน่ว่าแต่ล่ะคนที่เดินทางมาพบความรักหรือบางคนที่กำลังตามหาความรัก อยู่ใครๆก็อยากเจอรักแท้กันทั้งนั้น

ไม่มีใครหรอกที่นึกสนุกอยาก เป็นทางผ่านของใคร ท้ายที่สุดทุกคนก็อยากมีตัวจริงกันทั้งนั้น ทุกคนต่างก็มีหัวใจแน่นอนว่ามันจะคู่อะไรไปไม่ได้นอกจากความรัก หัวใจและความรู้สึกของคู่กัน มันมีอิทธิพลจนน่าประหลาดใจทำให้คนหนึ่งคนทำอะไรๆได้อย่างไม่น่าเชื่อ

น่า แปลกใจที่คนหนึ่งคนจะทำอะไรเพื่อคนอีกหนึ่งคนโดยที่คนๆนั้นไม่ได้เป็นญาติ หรือรู้จักกันมาก่อนแม้แต่น้อย และก็น่าแปลกหรือเกินว่าผู้คนมากมายนับพันนับหมื่นคนที่ผ่านเข้ามาและเจอะ เจอกันเพียงหนึ่งคนเท่านั้นที่มีความหมายสำหรับหัวใจ

กว่าจะเจอก็ ยากแล้วแต่ตอนคบกันก็เป็นอาไรที่ต้องใช้เวลากันอีกมากมายทีเดียว เชื่อหมดใจเลยว่าคงต้องมีบ้างที่มีคำถามนี้เข้ ามาในใจกันบ้างในเวลาอย่างนี้

"เค้า ใช่สำหรับเราหรือเปล่า"

เจอคำถามนี้ทีไรเป็นต้องมา นั่งนึกทบทวนกันทีเดียว ถ้าพูดโดยทั่วไปแล้วก็คงต้องดุจากอายุสักนิด บางคนอาจแย้งว่าทำไมเด็กรักจริงไม่เป็นเหรอ มันก็เป็นไปได้แต่การตัดสินใจยังไงในช่วงที่เรามีภาวะที่สมบูรณ์ย่อมน่าจะดี กว่า แต่ถึงเราจะมีตัวเลขในระดับที่เรียกว่าเป็นผู้ใหญ่หลายคนก็คงอดไม่ได้ที่จะ ถามตัวเองอยู่ดีว่าเค้าคนนั้นใช่หรือยัง แต่เราไม่เคยรู้เลยว่า คำตอบไม่เคยอยู่ไกลตัวเราเลยอยู่ใกล้จนมองข้ามไปออกบ่อยด้วยซ้ำ เมื่อสมองคือเหตุผลแต่บางครั้งสมองก็ไม่อาจเข้าใจความรู้สึก หัวใจคือสิ่งที่รับรู้แต่บางครั้งก็สับสนเกินกว่าจะแยกเยอะผิดชอบชั่วดี เวลาคือคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับสมองและหัวใจ

แต่จะเป็นการดีกว่าไหม ที่เราจะมานั่งเปรียบเทียบคนรักของเราว่าดีพอหรือยัง เราน่าจะมาทำสิ่งดีๆให้กับคนที่รักเราน่าดีกว่า หลายครั้งที่เรามัวแต่เปรียบเทียบเค้ากับใคร เราก็ไม่ต่างอะไรกับคนที่ไม่รู้จักพอ ไม่มีอะไรดีพอถ้าเราไม่รู้จักคำว่า "พอดี" ความรักจริงแล้วมันอบอุ่นกว่านั้น เพราะจริงๆแล้วชีวิตเราก็ไม่ได้ต้องการอะไรมากมายไปกว่า ลมหายใจที่แบ่ง ปันแก่กันและกัน ก็มีเท่านี้ วินาทีนี้เรามองข้ามความรู้สึกดีๆของใครๆไปบ้างรึเปล่า ความดีมันกลายเป็นความคุ้นเคยไปไหม เราชินกับอะไรๆดีๆในชีวิตอยู่รึเปล่า มันคงเศร้าเกินไปที่ใครหนึ่งคนกำลังคิดถึงคุณอยู่ท่ามกลางสายตาที่คุณกำลัง มองมองข้ามไปอย่างนี้ และไม่ว่าเค้าจะไม่ได้ดีเท่าที่คุณวาดหวังไว้แต่จะดีกว่าไหมที่คุณยกข้ออ้าง อะไรๆออกไปซึ่งมันมาบดบังความงดงามของความรักของคุณที่คุณมีต่อเค้า เมื่อถึงวันที่มีอะไรเปลี่ยนไป ก็จะได้ยิ้มอย่างสบายใจได้ว่าเราได้ทำดีที่สุด แล้ว.......................................

รักคือรักจากใจใช่คำพูด
รักคือการพิสูจน์ที่มีค่า
รัก ถึงแม้เลยผ่านกาลเวลา
รักคือการรักษาให้มั่นคง

ใส่ใจสักนิดกับการเลือก"รองเท้า"


เพราะเท้าเป็นอีกหนึ่งอวัยวะที่ต้อง รับบทหนักตลอดทั้งวัน และสิ่งที่ช่วยปกป้องเท้าของเราได้ดีก็คือ"รองเท้า" โดยรองเท้าที่สวมจะต้องมีความเหมาะสมกับเท้าด้วย เพราะไม่เช่นนั้นรองเท้าอาจกลายเป็นตัวก่อปัญหาให้กับเราแทนได้

ผศ.พญ.นวพร ชัชวาลพาณิชย์ ภาควิชาเวชศาสตร์ฟื้นฟู คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาลมหาวิทยาลัยมหิดล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญการรักษาโรคเท้า (Foot Problems) ให้เคล็ดลับในการเลือกซื้อ รองเท้าให้เหมาะสมในแต่ละบุคคล




คนที่มักปวดฝ่าเท้าด้านหน้า : ปัญหานี้พบบ่อยในผู้หญิงที่ใส่รองเท้าส้นสูงเป็นประจํา ดังนั้นผู้ที่มีอาการนี้จึงควรใส่รองเท้าส้นเตี้ยมีพื้นนิ่ม และมีหน้ารองเท้ากว้าง เพื่อลดการบีบและเสียดสีของเท้า

คนที่มีเท้าแบน : ฝ่าเท้าแบนทําให้ปวดบริเวณกลางฝ่าเท้า เนื่อง จากเอ็นซึ่งทําหน้าที่ยกอุ้งเท้าถูกดึงยืด ดังนั้นควรสวมรองเท้าที่เสริมอุ้งเท้า (พื้นรองเท้านูนขึ้นตรงอุ้งเท้า) เพื่อช่วยเส้นเอ็นพยุงอุ้งเท้า

คนที่ มีอุ้งเท้าสูง : คนอุ้งเท้าสูงจะมีปัญหาปวดบริเวณฝ่าเท้าด้านหน้า และส้นเท้า เพราะการรับน้ำหนักของอุ้งเท้าส่วนกลางหายไป รองเท้าจึงควรมีลักษณะเสริมอุ้งเท้า เพื่อช่วยกระจายน้ำหนักจากฝ่าเท้าด้านหน้าและส้นเท้ามาที่อุ้งเท้า และควรเลือกรองเท้าที่มีพื้นนิ่มและมีความยืดหยุ่น

คนที่มักปวดส้นเท้า : การปวดส้นเท้าส่วนใหญ่เกิดจากจุดยึดพังผืดบริเวณส้นเท้าอักเสบ ซึ่งมักปวดมากในการเดินก้าวแรกหลังตื่นนอน เพราะพังผืดถูกยืดทันทีทันใด รองเท้าที่เหมาะกับปัญหานี้ ควรมีพื้นนิ่มมีส้นเล็กน้อย เพื่อถ่ายน้ำหนักไปยังเท้าส่วนหน้า ควรใส่รองเท้าที่มีการเสริมอุ้งเท้า และควรนวดฝ่าเท้าก่อนลุกจากเตียง

คน ที่เป็นเบาหวาน : ผู้ป่วยเบาหวานมักมีปลายประสาททํางานผิดปกติ ทําให้เท้าชา มีนิ้วเท้าหงิกงอทําให้ฝ่าเท้าด้านหน้ารับน้ำหนักมาก และนิ้วเท้าเสียดสีกับหัวรองเท้า จึงควรเลือกใส่รองเท้าพื้นนิ่ม มีหัวลึกและกว้าง ห้ามใช้รองเท้าคีบเพราะอาจทําให้เกิดแผลบริเวณร่องนิ้วเท้าได้โดยไม่รู้ตัว และควรเลือกรองเท้าที่ปรับความกระชับได้ เพราะเท้ามักบวมๆ ยุบๆ ฉะนั้น ความนุ่มสบายและความยืดหยุ่นของรองเท้าจึงมีผลต่อเท้าและข้อเท้าโดยตรง เพราะถ้าพื้นนุ่มสบาย ยืดหยุ่น ก็จะลดการสะท้อนมาที่ข้อและสะโพกน้อยลง การเดินแต่ละก้าวปกติจะมีแรงกระแทกสะท้อนกลับมาปริมาณที่มาก เมื่อสวมรองเท้าที่ยืดหยุ่นมาก ก็จะช่วยลดลงได้มาก

"รองเท้า" เป็นได้ทั้งตัวก่อปัญหา และตัวแก้ปัญหา ขึ้นอยู่กับว่าเราเลือกรองเท้าให้เหมาะสมกับเท้าของเราหรือไม่!!

สาเหตุของการเป็น‘โรคอ้วน’


ในสภาวะของสังคมปัจจุบันทำให้เกิดปัญหา สุขภาพกันมากมายมีโรคหนึ่งครับที่เป็นภาวะจากความสมบูรณ์ที่เกินไป ส่วนสาเหตุที่ทำให้เป็นโรคอ้วนก็ มีต่อไปนี้

1. เกิดจากสาเหตุภายนอก

เป็นสาเหตุใหญ่ทีเดียวครับที่เกิดโรคอ้วน เพราะการตามใจปากมากเกินไป กินมากเกินความต้องการของร่างกาย อาหารที่กินก็เป็นพวก เนื้อ ไขมัน แป้ง หรือของหวาน สิ่งเหล่านี้จะถูกเก็บสะสมไว้ในร่างกายครับ ถ้ามีมากเกินไปก็จะกลายเป็นไขมันพอกพูนตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย แล้วก็ออกกำลังกายน้อยกินแล้วนอนเลย

2. มาจากสาเหตุภายใน

พบได้จากความผิดปกติ ของต่อมไร้ท่อ เช่นต่อมใต้สมอง ต่อไทรอยด์ ทำให้มีไขมันตามบริเวณต้นแขน ต้นขา และหน้าท้อง

3. เพราะกรรมพันธุ์


ซึ่งพบได้น้อยกรรมพันธุ์นี้พิสูจน์ไม่ได้ แต่ถ้าพ่อและแม่อ้วนทั้งสองคน ลูกจะมีโอกาสอ้วนได้ถึงร้อยละ 80 ถ้าพ่อหรือแม่คนใดคนหนึ่งอ้วน ลูกมีโอกาสอ้วนได้ถึงร้อยละ 40 เท่านั้น

4. โรคประจำตัว


เช่น เบาหวานความดันสูง

5. จากการกินยาบางชนิดก็ส่งผลกระทบให้อ้วนได้

ผู้ป่วยบางโรคได้รับฮอร์โมน สเตียรอยด์เป็นเวลานาน ก็ทำให้อ้วนได้และในผู้หญิงที่ฉีดยาหรือกินยาคุมกำเนิดก็ทำให้อ้วนง่ายเช่น กันจะเห็นว่าสาเหตุแห่งความอ้วนนั้นไม่มีอะไรมากเลยครับ บางคนอ้วนเพราะเจ็บป่วยบางโรค และยาบางชนิด แต่คนอ้วนจำนวนมากในโลกไม่ว่าจะหญิงหรือชาย วัยรุ่นหรือสูงวัยต่างอ้วนเพราะตัวเองไม่คุมจิตใจ ตามใจปาก

อยากกินไอ้นั้นไอ้นี่ไปหมด ปล่อยเนื้อปล่อยตัว ไม่ออกกำลังกาย นั่งๆนอนๆ เที่ยว เล่น กิน แล้วก็เป็นบังอรเอาแต่นอน สุดท้ายโรคอ้วนก็พาเพื่อนตามมา ทั้งเบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง ฯลฯ ล้วนแต่เป็นเพื่อนร่วมโลก(โรค) ที่ร้ายๆ ทั้งนั้น พร้อมที่จะคร่าชีวิตได้ทุกเมื่อ เมื่อเป็นโรคเหล่านี้แล้วก็ต้องดูแลรักษากันไปตลอดชีวิต ยังไงก็หันมาใส่ใจกับสุขภาพกันหน่อยนะครับอย่ามองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย เพราะสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญ

วันพฤหัสบดีที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

Samsung Galaxy S Pro มันมาแล้ว ในนาม Epic 4G

หลังจากมีข่าวเรื่อยๆ เกี่ยวกับ Samsung Galaxy S Pro ล่าสุดก็ได้มีการเปลี่ยนชื่อเป็น Samsung Epic 4G แล้ว โดยประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการระหว่าง Sprint และ Samsung ซึ่ง Samsung Epic 4G เป็นโทรศัพท์ 4G ตัวแรกที่มาพร้อมกับคีย์บอร์ดแบบ QWERTY

โดยสเปคของ Samsung Epic 4G เหมือนกับ Samsung Galaxy S ทุกประการ ซึ่งจะมาพร้อมกับ Android 2.1 และในอนาคตอันใกล้จะได้รับการอัพเกรดเป็น Android 2.2


โดย เจ้า Samsung Epic 4G จะมาพร้อม:

- จอ Super AMOLED ที่ใหญ่โตอลังการถึง 4 นิ้ว
- กล้อง 5 ล้านพิกเซลพร้อม LED Flash ที่สามารถถ่ายวีดีโอแบบ 720p ได้ นอกจากนั้นยังมีกล้องหน้า VGA สำหรับ Video Call
- QWERTY Keyboard แบบสไลด์แ
ต่เครื่องหนาเพียง 14.2 มิลลิเมตรเท่านั้น
- ทำงานด้วย CPU Hummingbird ความเร็ว 1 GHz
- มี WiFi, Accelerometer 6 แกน
- หน่วยประมวลผล ความเร็ว 1 GHz หน่วยความจำ ROM 1 GB
- ระบบปฏิบัติการ Android 2.1 (ซึ่งน่าจะอัพเป็น 2.2 ได้แน่ๆ)


Samsung Epic 4G รองรับระบบนำทาง GPS พร้อมเข็มทิศในตัว มีเซนเซอร์ปรับแสงสว่างหน้าจอ, เซนเซอร์เปิด/ปิดแสงไฟหน้าจออัตโนมัติระหว่างสนทนา และ เซนเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวตัวเครื่อง 6 แกน สนับสนุนแอปพลิเคชั่นมาตรฐานจาก Google Mobile Services และดาวน์โหลดโปรแกรมเพิ่มเติมทาง android Market


สำหรับเจ้า Epic 4G นี้จะวางขายกับทาง Sprint เร็วๆนี้

น้ำดื่ม มีวันหมดอายุด้วยหรือ

.......น้ำดื่ม "เก่า" ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของผู้บริโภคแต่อย่างใด แต่เหตุผลที่ บริษัทผู้ผลิตน้ำดื่มบรรจุขวด เลือกที่จะ ระบุ วันหมดอายุ ไว้บนผลิตภัณฑ์ของตน ก็เพื่อให้ ผู้บริโภคมั่นใจว่าพวกเขาได้ซื้อ สินค้าที่ใหม่ สด ถูกสุขอนามัย ไม่ต้องสงสัยเลยว่า บริษัทที่ระบุ วันหมดอายุ ย่อมได้เปรียบ เหนือบริษัทคู่แข่ง ที่ไม่ให้ความสนใจ ในเรื่องนี้ โดยเฉพาะ ในยุคปัจจุบัน ที่ผู้บริโภค สินค้าเพื่อสุขภาพ มีจำนวนเพิ่มสูงขึ้น

.....ในความเป็นจริง การเสื่อมสภาพที่สำคัญ ของน้ำดื่ม น่าจะมีอยู่ เพียงประการเดียว คือ การสูญเสีย ก๊าซคอร์บอนไดออกไซด์ ที่ทำให้ น้ำดื่ม เป็นฟองฟู่ เจ้าหน้าที่ ควบคุมคุณภาพ ของบริษัท เปอริเอ้ อธิบายว่า น้ำดื่มบรรจุขวด ส่วนใหญ่ จะระบุ วันหมดอายุไว้ สองปี หลังจากวันผลิต เพราะว่า ภาชนะบรรจุบางประเภท จะเสื่อมสภาพ เมื่อถึงเวลานั้น โดยเฉพาะ ขวดพลาสติก ซึ่งอาจทำให้ รสชาติของน้ำ เสียไป

ตัวน้ำดื่มเองนั้น ไม่เสื่อมสภาพ แต่อย่างใด ผู้ผลิตน้ำดื่มบรรจุขวด ในสหรัฐฯ บางราย ยืนยันว่า ถ้าเก็บรักษา น้ำดื่มบรรจุขวด ให้พ้นจาก อุณหภูมิที่ร้อน หรือเย็นจัด น้ำดื่มบรรจุขวด จะไม่มีวัน หมดอายุเลย

.....วันหมดอายุ ยังช่วยให้ ผู้บริโภค มั่นใจได้ว่า น้ำดื่มอัดก๊าซ ที่ซื้อมา จะยังเป็นฟองฟู่ เมื่อเปิดออกดื่ม ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ สามารถซึมผ่าน ภาชนะบรรจุพลาสติก ออกไปได้ ด้วยเหตุนี้ เบียร์จึงผลิตออกจำหน่ายในกระป๋องอะลูมิเนียม และขวดแก้ว แทนที่จะเป็น ภาชนะพลาสติก

......สำหรับน้ำดื่มบรรจุขวดของไทย ซึ่งคุณภาพ ดีบ้าง ไม่ดีบ้างนั้น เคยมีผู้ร้องเรียนว่า น้ำดื่มบางยี่ห้อ มีตะไคร่ อยู่ที่ก้นขวด บริษัทผู้ผลิต ให้คำตอบว่า น้ำดื่มบรรจุขวด แม้จะผ่าน การกรอง มาอย่างดี ขนาดไหนก็ตามแต่ถ้าปล่อยให้ ถูกแสงแดด เป็นเวลานาน ๆ ก็มีโอกาสที่จะ เกิดตะไคร่ได้ บางบริษัท จึงระบุ วันหมดอายุ ไว้ด้วยเพื่อกันไม่ให้ เกิดเหตุดังกล่าวขึ้น

แช่น้ำสะอาดช่วยลดสารตก ค้างได้ถึง 72 %


ปัจจุบันหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านอาหารและโภชนาการกับสุขภาพในทุก ประเทศสนับสนุนและรณรงค์ให้ประชาชนบริโภคผักให้มากขึ้นเพื่อสุขภาพที่ดี แต่ต้องคำนึงถึงสิ่งปนเปื้อนสารพิษที่เกิดจากการเพาะปลูก วิธีการลดปริมาณสารพิษก่อนบริโภคมีหลายวิธี แต่ละวิธีได้ผลแตกต่างกัน ดังนี้


1. ลอกหรือปอกเปลือก แล้วแช่น้ำสะอาดนาน 5-10 นาที จากนั้นล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้งลดปริมาณสารพิษตกค้างได้ร้อยละ 27-72 วิธีนี้จะสูญเสียวิตามินไปด้วย เนื่องจากการปอกเปลือก

2. การใช้ความร้อน ลดปริมาณสารพิษตกค้างได้ร้อยละ 48-50

3. แช่น้ำด่างทับทิมนาน 10 นาที (ด่างทับทิม 20-30 เกล็ด ผสมน้ำ 4 ลิตร) ล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง ลดปริมาณสารพิษตกค้างได้ร้อยละ 35-43

4. ล้างด้วยน้ำไหลจากก๊อก นาน 2 นาที ลดปริมาณสารพิษตกค้างได้ร้อยละ 25-39 5. แช่น้ำซาวข้าว นาน 10 นาที และล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้งลดปริมาณสารพิษตกค้างได้ร้อยละ 29-38

♣ ความรักเริ่มต้นทำไมต้องสุข ... จุดจบทำไมต้องเศร้า ♣



โดด เดี่ยวเดียวดายให้มีสุข
ความรักของเราแต่ละคนอาจเริ่มต้นจากการพบกันโดยบังเอิญ
มีเพื่อนแนะนำให้รู้จักกันตอนไปงานเลี้ยง งานวันเกิดเพื่อน
ทำงานที่เดียวกัน หรือรู้จักมักคุ้นกันตั้งแต่ยังเด็ก ฯลฯ


ไม่ว่าเราจะพบเจอกันด้วยเหตุการณ์ แบบไหน
การเริ่มต้นของความรักก็มักเริ่มจากความสุขและความงดงามเสมอ
มีความทรงจำและความประทับใจในกันและกันจนต้องสานสัมพันธ์ต่อ
ทำความรู้จักตั้งแต่ผิวเผินจนมาเป็นคนรักกันในที่สุด



แต่ใครจะไปรู้ว่าความรักครั้งนี้จะลงเอยอย่างไร
ไม่ว่าจุดเริ่มต้นจะเป็นเช่นไร สุดท้ายก็มีแต่ความเศร้าอยู่ดี

แม้เราจะพยายามทำใจให้ยอมรับกับความไม่แน่นอนบ้างแล้วส่วนหนึ่ง
แต่เมื่อถึงเวลานั้นจริงๆ ก็ไม่มีใครห้ามน้ำตาไม่ให้มันไหลได้เลยสักคน


ความรักนั้นมักถูกมองว่า เป็นเรื่องใหญ่ที่สุดอย่างหนึ่งในชีวิต
จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ทุกคนจะให้ความสำคัญกับมันมากเป็นพิเศษ
และพยายามสืบเสาะหาใครคนนั้นที่จะมาเป็นคู่ชีวิต
เพื่อที่จะมาร่วมสร้างความสุข เสียงหัวเราะ มอบรอยยิ้ม
มอบสิ่งดีๆ ให้แก่กัน สร้างอนาคตที่สดใส
ใช้วันคืนและแบ่งปันความสุขความทุกข์ที่มีร่วมกัน


เมื่อถึงวันนั้นเราจึงต้องพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้มันอยู่กับเราไปนานๆ
แต่ความรักมันก็เหมือนเรื่องอื่นๆ ในชีวิตที่เราได้แต่ทำให้ดีที่สุดเท่านั้น
รักกันให้ดีๆ ทำแต่สิ่งดีๆ พูดแต่สิ่งดีๆ มอบแต่สิ่งดีๆ ให้คนที่เรารัก


แต่มันจะลงเอยอย่างไรก็เป็นเรื่องของอนาคตที่ไม่อาจกำหนดผลได้
จะสมหวังหรือผิดหวังก็เป็นเพียงสิ่งที่สามารถจะเกิดขึ้นได้ทั้งสองทาง
เราคงไม่อาจไปทัดทานอะไรได้


หากเขาเป็นคนที่ใช่...สุดท้ายมันก็คือใช่
แต่หากเขาไม่ใช่...จะยื้ออย่างไรก็คงอยู่กับเราได้ไม่นานนัก
กับคำถามที่ว่าความรักมักเริ่มต้นด้วยความสุข และจุดจบจะต้องเศร้า
จึงไม่ใช่เรื่องจริงเสมอไป. . .

กว่าจะรู้..ก็ต่อเมื่อ...

แง่คิดดีๆ ในการใช้ชีวิต

วันพุธที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

Meizu M9 แอนดรอยด์รูปงาม กระชากใจ

Meizu ชื่อนี้เป็นที่รู้จักกันมาตั้งแต่สมัย iPhone รุ่นแรกออกใหม่ๆเพราะ Meizu คือโทรศัพท์เจ้าแรกๆที่ทำหน้าตาคล้ายกับ iPhone ตั้งแต่สมัยที่ iPhone ยังไม่ออกจำหน่าย อย่างไรก็ตามผู้ใช้ Meizu ในบ้านเราเองก็มีอยู่จำนวนไม่ใช่น้อย และเมื่อมาถึงยุคที่แอนดรอยด์ เฟื่องฟู ก็คงจะหลีกไม่ได้ที่ทาง Meizu จะต้องขอโดดมาร่วมแจมด้วย และด้วยกระแส iPhone 4 ที่แรงดีไม่มีตก งานนี้ Meizu เองก็ตเรียมปล่อยรุ่น M9 ซึ่งมีหน้าตาสวยไม่ใช่เบา น่าจะจัดว่าสวยอันดับต้นๆในบรรดา แอนดรอยด์ แทบทั้งหมด วันนี้เลยขอพามาชมภาพหน้าตาของ M9 ที่เพิ่งจะหลุดออกมาได้ไม่กี่วันนี้ให้ชมกันครับ ส่วน Spec เครื่องรุ่นนี้ก็ไม่เบาเพราะเกาะกระแส 1 GHz ตามสมัยนิยม และมีหน้าจอที่ 3.6 นิ้วแบบ Multi Touch อีกด้วย ส่วนอินเตอร์เฟสของ Meizu นั้นยังไม่มีการยืนยันว่าจะเป็นแบบในภาพหรือไม่นะครับ แต่โดยรวมๆเชื่อว่า Meizu M9 น่าจะสวยถูกใจหลายๆคนเลยหละ

-Network GSM /WCDMA 900MHz/1800MHz/1900MHz/2100MHz
- Dimensions 113x59,5x11 mm
- Language English, Simplified Chinese
- LCD Screen 3.6-inch vibrant color (720px * 480px)
Touch Sensitive Multi-Touch Screen

ลูก เล่นพิเศษ

- sensor (accelerometers)
- InfraRed promixity sensor (similarly to the br /> - Multi-touch crystal clear wide screen LCD display

- Weight (w/Battery) 118 grams
- Operating System Android 2.1
- CPU/RAM PC110 1GHz, 512MB RAM+512ROM
- SIM Slots 1 SIM Slot
- Data Connections WAP, GPRS, SMS (MMS may
- Built-in/Included Memory 16GB internal storage
- TV out
- Voice Recording Voice Recording Supported
- Batteries 1 x 1350mAh BA1350 lithium polymer rechargeable
- Talk Time per Charge 370 minutes
- Stand-by Time per Charge 179 hours
- 5 megapixel camera (with auto-focus),

เปิดตัว บับเบิ้ลไบก์ รถสามล้อพลังไฟฟ้า

จีนเปิดตัว "บับเบิ้ลไบก์" รถสามล้อพลังไฟฟ้า ราคาเยา



ข้อดีของวิกฤตราคาน้ำมันพุ่ง ทะยานอันเนื่องมาจากน้ำมันใกล้หมดโลกและกลไกตลาดเสรีในปัจจุบันจนทุกคนแทบจะ ชินชากันอยู่แล้ว คือ เป็นตัวเร่งให้เกิดนวัตกรรมพลังงานทางเลือกใหม่เร็วขึ้นจากค่าใช้จ่ายที่คน เมืองและชนบท ตลอดจนอุตสาหกรรมต้องแบกรับมากที่สุดเห็นจะหนีไม่พ้นจากยวดยานพาหนะทั้งหลาย นำไปสู่การคิดค้นน้ำมันไบโอดีเซล รถยนตร์ระบบไฮบริดจ์ ที่ผสมผสานระหว่างพลังงานสองอย่าง ที่ฮอตฮิตติดตลาดที่สุดก็หนีไม่พ้นไฟฟ้ากับน้ำมัน

มา ถึงคิวนวัตกรรมจากแผ่นดินมังกรเปิดตัวพาหนะพลังไฟฟ้าล้วนอย่าง "สามล้อ" ชื่อว่า "บับเบิ้ลไบก์" ออก แบบมาสำหรับเป็นพาหนะสำหรับเคลื่อนที่ไปตามถนนที่แออัดยัดเยียดไปด้วยรถยนต์ ในเมืองใหญ่ของจีน ใช้แบต เตอร์รี่ลิเธียม ไออน เป็นแหล่งสะสมประจุไฟฟ้า วิ่งได้ไกลราว 100 กิโลเมตร ชาร์จประจุจากปลั๊กไฟบ้านแรงดัน 220 โวลต์ ราว 6-8 ชั่วโมง ทำความเร็วสูงสุดได้ 45 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อาจฟังดูไม่หวือหวา แต่หลายคนที่ใช้บริการสามล้อในไทยบ่อยๆ คงรู้ว่ามันมีความหมายขนาดไหนในชั่วโมงเร่งด่วนยามที่รถนั้นติดกันเป็นตังเม แถวย่านใจกลางเมือง นอกจากนี้ ยังมีหลังคาที่เปิดและปิดได้แบบรถสปอร์ตอีกด้วย ด้านผู้พัฒนาระบุว่า กำลังพัฒนาบับเบิ้ลไบก์อีกรุ่นหนึ่งที่มีราคาสูงกว่า แต่ใช้เวลาชาร์จประจุเพียง 3 ชั่วโมงและวิ่งได้ไกลราว 200 กิโลเมตร

แรก เริ่มเดิมทีนั้นผู้ออกแบบต้องการให้บับเบิ้ลไบก์เป็นสามล้อสำหรับใช้ในฤดู หนาวของจีนซึ่งอุณหภูมินั้นเย็น ยะเยือกต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส ส่งผลให้เชื้อเพลิงและน้ำมันเครื่องเริ่มแข็งตัว รวมทั้งถนนปกคลุมด้วยหิมะทำให้ลื่น ไม่เหมาะต่อรถยนต์สี่ล้อ และจักรยานยนต์สองล้อทั้งหลาย โดยบับเบิ้ลไบก์มีคุณสมบัติยึดเกาะถนนที่ดีกว่า ด้วยล้อทั้งสาม น้ำหนักที่เบา และจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำ นวัตกรรมดังกล่าวได้รับรางวัลชนะเลิศการออกแบบดาวแดง "เรด สตาร์ ดีไซน์ อวอร์ด" ประจำปี 2552 ออกวางจำหน่ายในราคาย่อมเยาว์ราว 5,000 หยวน หรือราว 24,000 บาท

เตือนภัย ถอดรองเท้าส้นสูง เปลี่ยนใส่ส้นแบน อันตราย!




เตือนภัย ถอดรองเท้าส้นสูง เปลี่ยนใส่ส้นแบน อันตราย!



สาวๆ ทุกคนต่างรู้ดีว่าการสวมส้นสูงนานๆ เป็นภัยต่อสุขภาพขาและเท้า เมื่อหมดการทำงานในแต่ละวันจึงรีบเปลี่ยนจากส้นสูงมาสวมส้นเตี้ยทันที แต่หารู้ไม่ว่าการเปลี่ยนอย่างกะทันหันดังกล่าว แทนที่จะเป็นผลดีต่อขาและเท้า กลับกลายเป็นการทำร้ายน่องและเส้นเอ็นโดยไม่รู้ตัว

งานวิจัยของ ศาสตราจารย์มาร์โก นาริซี จากมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์เมโทรโพลิแทน สหรัฐอเมริกา ชี้ว่า ผู้หญิงที่ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่บนส้นสูงปรี๊ด กล้ามเนื้อขาจะขมวดตัวและอ่อนแอถาวรณ์ โดยผู้หญิงที่ใส่ส้นสูง 5 วันต่อสัปดาห์เป็นเวลากว่า 2 ปี กล้ามเนื้อน่องจะหดตัวถึงร้อยละ 13 ไม่เว้นแม้แต่ผู้หญิงที่สวมส้นเตี้ยกว่า 2 นิ้ว เมื่อเปลี่ยนไปเดินบนรองเท้าส้นแบนทันที กล้ามเนื้อน่องจะยืดออกอย่างที่ไม่เคยชินซึ่งทำให้ปวดและตึง

นักวิจัยแนะว่า ให้สวมส้นสูงออกกำลังขาขึ้นลงบันได โดยก้าวขาขวาขึ้น 1 ขั้น ตามด้วยขาซ้ายก้าวขั้นถัดไป ขยับขาขวาให้ส้นรองเท้าเลยขั้นบันไดออกมา เมื่อรู้สึกว่าน่องยืดตัว ก็สลับทำอีกข้าง ข้างละหลายๆ ครั้ง

โรคภัยไข้เจ็บ 12 ราศี...แปลกดี!!!


ราศี เมษ (21 มีนาคม - 19 เมษายน)
อาการปวดศีรษะและ โรคไมเกรน เป็นโรคที่ชาวเมษควรระวัง เพราะตามการเดินทางของดวงดาวจะมีอิทธิพลปกคลุมร่างกายส่วนศีรษะทั้งหมด ยิ่งประกอบกับความที่เป็นคนคิดมาก เครียดจัด ไม่ยอมทานอาหารตรงตามเวลา อาการปวดหัวจึงมักจะมาเยี่ยมเยียนอยู่เป็นประจำ

โรคหวัดและไซนัสอักเสบ ก็เป็นอีกหนึ่งปัญหาสุขภาพของชาวเมษ จึงควรดื่มน้ำหัวบีต แครอท และชาสมุนไพรคาโมมายล์เป็นประจำ

ราศี พฤษภ (20 เมษายน - 20 พฤษภาคม)
ด้วยความที่เป็นคน ทานเก่ง ชอบกินจุบจิบตลอดเวลาทำให้ปัญหาใหญ่เป็นเรื่องรูปร่าง ซึ่งพอคิดจะลดก็มักตบะแตก ไม่เคยสำเร็จสักที เพราะฉะนั้นจึงควรนำความมุ่งมั่น ความดันทุรังที่เป็นนิสัยพื้นฐานประจำตัว ก็นำมาปรับใช้ให้เป็นประโยชน์กับการลดน้ำหนัก ซึ่งถ้าทำได้เชื่อว่า คราวหน้าส่องกระจกคุณอาจจะตะลึงคิดว่านางฟ้าแปลงกายมาอยู่ตรงหน้า

ปัญหาเรื่องคอ เป็นอีกปัญหาสำคัญของชาวพฤษภ ยิ่งเมื่ออยู่ในที่เย็นหรือเกิดอาการเครียดจัดจะปวดเมื่อยตามคอได้ง่าย ซึ่งวิธีแก้คือใช้มือนวดเบาๆใต้ติ่งหู ต่อมไทรอยด์ทำงานไม่ปกติ ก็เป็นอีกโรคที่มักมาก่อกวนชาวราศีนี้ทำให้ระบบการเผาผลาญของร่างกายทำงาน ไม่ปกติ ควรทานปลาหรืออาหารที่มีไอโอดีนเยอะ ๆ

ราศี เมถุน (21 พฤษภาคม - 22 มิถุนายน)
ชาวราศีเมถุนมี จุดอ่อนอยู่ที่หลังและไหล่ ทำให้มักเกิดอาการตึงเส้นเอ็นบริเวณข้อมือบ่อยๆ ยิ่งถ้าต้องนั่งทำงานหรืออยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ เพราะฉะนั้นจึงควรหาอุปกรณ์เสริม เช่น หาเบาะนิ่มๆมารองข้อมือเวลาใช้คอมพิวเตอร์ หรือเก้าอี้ที่นั่งสบายมีพนักตรงปรับระดับอย่างพอเหมาะกับโต๊ะทำงาน นอนไม่หลับ ถือเป็นโรคที่รุนแรงสำหรับชาวราศีนี้ เพราะไม่ใช่แค่หลับ ๆตื่นๆ แต่จะถึงขั้นตาค้าง สมองทำงานตลอดเวลา จนร่างกายทรุดโทรมอ่อนเพลีย

วิธีแก้คือลด ละ เลิก เครื่องดื่มกระตุ้นร่างกายทั้งหลาย โรคหลอดลมอักเสบ หวัดลงปอด หืด ปอดอักเสบ ถุงลมโป่งพองและโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ซึ่งอากาศบริสุทธิ์และการออกกำลังกายเป็นประจำจะช่วยสร้างเกราะป้องกันได้

ราศี กรกฎ (23 มิถุนายน - 22 กรกฎาคม)
อาการต่างๆ ก่อนมีประจำเดือน ไม่ว่าจะเป็นปวดท้อง อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย เป็นโรคที่มักเกิดกับชาวกรกฎ ด้วยสาเหตุที่ดาวเคราะห์ประจำราศีเป็นดวงจันทร์ และร่างกายมีระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนสูง ส่งผลให้หน้าอก เต้านมและต่อมน้ำนมมักเกิดอาการผิดปกติ จึงควรทานวิตามินและอาหารเสริมเป็นประจำ

อีกทั้งโรคกระเพาะ ลำไส้อักเสบและโรคที่เกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร จึงควรใส่ใจในพฤติกรรมการทานให้มาก

ราศี สิงห์ (23 กรกฎาคม-22 สิงหาคม)
ปวดเมื่อยตามกล้าม เนื้อหลังและส่วนต่างๆ ของร่างกาย เนื่องจากนิสัยดื้อรั้น ชอบทำทุกอย่างด้วยตนเอง ไม่ยอมยืดหยุ่น ทำให้ร่างกายเมื่อยล้าและเคล็ดขัดยอกอยู่บ่อยๆ

ชาวราศีสิงห์มักมีน้ำหนักตัวมากเกินพอดี เพราะพอเครียดก็มักระบายออกกับมันฝรั่ง ไอศกรีม หรือขนมหวานทั้งหลาย ทำให้เป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือดตีบ ซึ่งหากยังเลิกการทานเพื่อระบายความเครียดไม่ได้ควรเปลี่ยนมาทานผัก ผลไม้ หรือมันฝรั่งทอดปราศจากเกลือและไขมันต่ำแทน

ราศี กันย์ (23 สิงหาคม-20 กันยายน)
ด้วยความที่เป็นคน ร่าเริง ชอบทำกิจกรรม ออกกำลังกายอยู่เป็นประจำ ทำให้โรคต่างไม่ค่อยมารุมเร้ากวนใจคุณมากนัก

แต่สำหรับโรคนอนไม่หลับถือเป็นกรณียกเว้น คุณมักจะตื่นกลางดึกแล้วนอนไม่หลับอยู่บ่อยๆ ลองอาบน้ำอุ่นจัดก่อนนอน หลีกเลี่ยงอาหารมื้อหนักหลังสี่โมงเย็น หรือดื่มนมและน้ำผึ้งอุ่นๆ ก่อนนอน

ราศี ตุลย์ (21 กันยายน-22 ตุลาคม)
จากนิสัยที่คุณเป็น คนชอบทานของหวานและอาหารมันๆ เป็นประจำแต่ไม่ยอมออกกำลังกาย ส่งผลให้ไตทำงานหนักมากกว่าปกติ จึงควรดูแลไตเป็นพิเศษ โดยดื่มน้ำวันละ6-8แก้ว หลีกเลี่ยงอาหารพวกเนื้อ ปลา เป็ด ไก่ แล้วแทนที่ด้วยผักผลไม้สีเขียวและสีเหลือง รับรองถ้าทำตามไตคุณจะยิ้มระรื่นเลยทีเดียว

เนื่องจากผิวหนัง และไตของชาวราศีนี้อยู่ใต้อิทธิพลของดาวศุกร์ จึงมักส่งผลให้ไขมันและส่วนเกินที่ถูกขับออกมาจากไตถูกปลดปล่อยทางร่างกาย ผิวหนังเป็นเหงื่อและสิว การดูแลใบหน้าให้สะอาดจึงเป็นสิ่งที่ชาวตุลควรใส่ใจให้มากเป็นพิเศษ

ราศี พิจิก (23 ตุลาคม-22 พฤศจิกายน)
ชาวราศีพิจิกมี นิสัยชอบกลั้นการขับถ่ายๆ ไว้นานๆ แถมยังชอบอาหารที่มีไขมันสูง แบบที่เห็นเป็นไม่ได้ต้องวิ่งเข้าหาทันที ทำให้โรคท้องผูกมักมาเยือนบ่อยๆ จนบางครั้งอาจเรื้อรั้งไปถึงริดสีดวงทวาร ทางที่ดีควรปรับเปลี่ยนกิจวัตรประจำวัน และทำระบบขับถ่ายให้เป็นกิจวัตร

ราศี ธนู (23 พฤศจิกายน-20 ธันวาคม)
ด้วยความที่เป็น คนทุ่มเทเต็มที่กับเรื่องกิน เรื่องดื่มเป็นพิเศษ ทำให้ชาวราศีนี้มีโอกาสเป็นโรคตับอักเสบ โรคตับแข็งและโรคพิษสุราเรื้อรังมากกว่าชาวราศีอื่น เพราะฉะนั้นเลิกดื่มซะเถอะ

ราศีธนูหมายถึงร่างกายส่วนตับและถุงน้ำดี ทำให้ชาวราศีธนูมีโอกาสเป็นโรคนิ่วในถุงน้ำดีสูง ซึ่งโรคนี้มักทำให้คุณเกิดอาการปวดท้องประมาณ 15 นาทีถึง 1 ชั่วโมงหลังรับประทานอาหารเสร็จ ถ้าอยากให้อาการดีขึ้นลองทานอาหารประเภทโปรตีน คาร์โบไฮเดรต หรือวิตามินเสริมที่ช่วยให้เกิดการดูดย่อยไขมันได้ดี

ราศี มังกร (21 ธันวาคม - 19 มกราคม)
ลักษณะและบุคลิก ที่ดูก้าวร้าวของคนราศีนี้ มักส่งผลมาจากลักษณะทางกายภาพของส่วนกระดูกและข้อต่อที่ไม่ค่อยมีความ ยืดหยุ่น ทำให้เมื่อยิ่งแก่ตัว หรือเริ่มเข้าสู่ช่วงครึ่งหลังของชีวิต จะเป็นโรคเกี่ยวกับข้อต่อและกระดูก ทางที่ดีควรบริโภคแคลเซียม วิตามินดีและออกกำลังกายเป็นประจำ แต่จะให้เจ๋งกว่าควรรีบทำก่อนอายุ 35 ไม่งั้นจะสายเกินแก้

โรคข้ออักเสบ เป็นโรคที่ก่อให้เกิดความอ่อนเพลีย ทรมานและเจ็บปวดมากที่สุดโรคหนึ่งสำหรับชาวราศีมังกร เพราะไม่สามารถรักษาได้โดยตรง ทำได้เพียงให้ยาลดอักเสบและบวมตามข้อเท่านั้น ดังนั้นการเลือกอาหารบริโภค ฝึกโยคะ ทำสมาธิ สร้างจินตนาการจะเป็นตัวช่วยในการบรรเทาปวดอีกวิธีที่ยอดเยี่ยมทีเดียว

ราศี กุมภ์ (20 มกราคม - 18 กุมภาพันธ์)
โรคข้อเท้าบวม ข้อเท้าเคล็ด หลอดเลือด (ดำ) ขอด จากทิศทางของดวงดาวทำให้ชาวราศีกุมภ์ มักมีอาการบวมที่ข้อเท้า หรือบริเวณต่ำกว่าหัวเข่าลงมา

ดังนั้นจึงควรนวดขาทุกวัน ตั้งแต่นิ้วเท้าจนถึงต้นขาด้วยน้ำมันวิตามินอี หรือน้ำมันหอมระเหยมะนาวผสมกับลาเวนเดอร์ เพื่อบริหารให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น

ราศี มีน (19 กุมภาพันธ์ - 20 มีนาคม)
ชาวราศีมีนมัก มีระบบต่อมน้ำเหลืองทำหน้าที่หลักในระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทำให้มีโอกาสเป็นโรคเกี่ยวกับระบบต่อมน้ำเหลือง ได้มาก แต่ทางแก้ไม่ยาก แค่ดื่มน้ำ สมุนไพร ชาและเครื่องดื่มบำรุงร่างกาย จากการที่โหมงานหนัก ชอบคิดมากในเรื่องไม่เป็นเรื่อง ทำให้ชาวราศีมีนจะรู้สึกเหนื่อยอ่อนและเวียนศีรษะอยู่บ่อยๆซึ่งเป็นส่วน หนึ่งของภาวะเลือดจางและขาดธาตุเหล็ก แต่เพียงแค่รับประทานอาหารทดแทนธาตุเหล็ก เสริมสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดงก็จะบำบัดได้มาก

ช่วงเวลาที่รัก .. หายไป

ภาพความทรงจำ
เป็นสิ่งที่มีค่ามากสำหรับคนบางคน
โดย เฉพาะคนที่มีความรักและมันคงเป็นช่วงเวลาดีๆ ที่ใครบางคนมอบให้กับคนที่รัก
ยิ่ง เป็นช่วงเวลาที่หลายคนหวงแหน
ต้องระลึกไว้ในความทรงจำ ต้องถนอมดูแลให้เป็นอย่างดี

ฉันเองก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ เคยมีภาพแห่งความทรงจำดีๆ เหล่านั้น
ถึงแม้ว่าภาพแห่งความ ทรงจำในวันนั้น ฉันจะยังตัดใจมันไม่ได้ซักเสียที ในวันนี้
เพราะว่ามี ความสุขกับการได้คิดถึงอะไรดีๆ ที่ผ่านไป
โดยลืมนึกไปว่าสิ่งที่ผ่านไปแล้ว จะไม่มีวันย้อนกลับคืนมาได้อีก
หากจะต้องตัดใจลืมหรือเดิน จากอดีตมาก็ไม่ได้อีก
เพราะเหตุผลที่ว่า “เสียดายเวลา” ที่คบกันมา

หลายๆ คนหรือใครบางคนคบกันมานาน
จนแทบจำไม่ได้ว่า เคยยิ้มให้กับความรักครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่
เพราะหลังๆ มาก็อยู่แต่กับความทุกข์ จนนึกภาพความสุขไม่ออก
แต่ที่ไม่กล้าเลิกเพราะ ยังคิดถึงวันเก่าๆ แค่เสียดายเวลาที่คบกันมาเนิ่นนาน
โดยไม่คิดเลยว่า
ทุกๆ วันของวันนี้ พรุ่งนี้และวันต่อๆไป ก็จะกลายเป็นเพียงวันเก่าๆ ที่น่าเสียดาย
และ…เวลาที่น่าเสียดายก็จะเพิ่มขึ้น
และจริงๆ แล้ว วันคืนในอดีต ไม่ได้สร้างประโยชน์อะไรให้กับเราเลย
นอกจากมีไว้ให้ นึกถึง อาจจะทำให้เรายิ้มได้บ้าง แต่ทำให้เราคาดหวังไม่ได้

เพียงเราหวังว่าวันหนึ่ง วันเหล่านั้นจะกลับมา
หรือไปเฝ้าฝันว่าความสุขเหล่านั้นยังคงเป็น ปัจจุบัน
หรือเรากำลังหลอกตัวเองว่าตอนนี้ทุกอย่างยังคงเป็นเหมือนเดิม
ขอ ให้ยอมรับมันเถอะว่าทุกอย่างได้ผ่านไปแล้ว และจบไปแล้ว
ความทรงจำเป็น เพียงภาพลวงตาเท่านั้น

วลาที่ผ่านมาไม่ว่าจะเนิ่นนานเท่าไรก็ไม่ได้มีความหมายมากไปกว่า..
หนึ่ง วันข้างหน้า ที่เราจะต้องมีชีวิตใหม่
ที่เราจะต้องเริ่มต้นใหม่
ถึง แม้ว่าวันนี้เขาจะไม่ได้อยู่เคียงข้างเราอีกแล้ว
แต่ขอให้เรานึกย้อนกับ ไปว่าเมื่อก่อนทำไมเราถึงอยู่ได้โดยไม่มีเขาล่ะ

"หากจะเสียดายวันเวลาคบกัน
ให้ เสียดายเวลาในวันข้างหน้า ที่จะอดทนคบไป ทั้งที่ไม่มีอะไรแล้วที่จะดีขึ้นไปกว่า
แล้วเรายังจะมาเสียดายเวลาใน อดีตทำไม"

เราต้องอยู่กับปัจจุบัน เพื่อที่จะสร้างอนาคตให้ตัวเองให้คิดเสียว่า เวลา 10 ปี กับวันคืนที่เคยหวานชื่น ไม่ได้ยิ่งใหญ่ไปกว่า 1 วันแห่งการเริ่มต้น 1 วันแห่งการแปรเปลี่ยนชีวิตของเราทั้งชีวิต ให้ ดีกว่าที่เป็น

ในวันหนึ่งเราอาจรอคอยใครบาง คนอยู่

ใครที่เขาเข้ามาเปลี่ยนแปลง ชีวิตเราไปจากเดิม

เราอาจจะเดินไปเจอใครอีกฝั่ง ของปลายขอบฟ้า

หรือเขาอาจจะอยู่เคียงเพียง หางตา

ไมมีใครรู้หรอว่า ปลายขอบฟ้าของความรักจะเป็นเช่นไร

ถ้าเราโชคดี อาจจะมีความรักที่ดี ทำให้มีความสุข

แต่ถ้าเราโชคร้ายล่ะ คนที่เคยรู้สึกเสียใจกับความรักเหล่านั้น

อาจจะชดใช้วันเวลาที่เคยผิด พลาดด้วยความเจ็บปวด

อย่างที่ใครบางคนไม่เคยเข้าใจ

ในวันที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไป
เรา อาจจะเสียใจกับสิ่งไม่อาจหวงคืนมาได้
แต่ในวันหนึ่งข้างหน้า เราจะต้องขอบคุณความเจ็บปวด
เราจะขอบคุณวันที่ไม่มีใคร และไม่ว่าวันที่ผ่านมาจะเจ็บสักเพียงใด
โอบกอดตัวเองเอาไว้ในวันที่ไม่มี ใคร
ปลอบตัวเองว่าในวันที่รักเปลี่ยนไป
โชคชะตาอาจพาใครอีกคนเข้ามา
คน ที่จะมองย้อนกลับมา มองเห็นหัวใจที่มีค่า ของความรักเรา

สิ่งที่ควรรู้
















         Credit     :       FWM

รักให้เป็น รักยังไง




“ความรัก” ต้องวางอยู่บนรากฐานแห่งความมีสติ
รักอย่างมีปัญญา เพราะจะทำให้ผู้รักมีความสุข เป็นอิสระ
ไม่มีจิตใจที่คับแคบ ที่จะผูกมัดรัด “เขา” เอาไว้เป็นของ “เรา”


คงต้องหันกลับมามองความรักกันใหม่…

เริ่มจาก “ใจ” ของเราก่อน ลองหันกลับมามองตัวเองอย่างจริงใจ
และมีเมตตา ว่าเรา “รัก” ตัวเราเองเป็นหรือเปล่า…

ลองมองดูซิ ว่าเราดูแลกาย จิตและวิญญาณ ของเราดีอยู่หรือไม่…
เราเบียดเบียนตัวเรา เองจนเกิดทุกข์บ้างไหม…

เราต้องเริ่ม “รัก” ตัวเองให้เป็นเสียก่อน…
ถ้าเรา “รัก” ตัวเรา เราจะมีเมตาต่อตัวเอง…

เราจะไม่เบียดเบียนหรือทำร้ายใจของ เราให้ขุ่นมัว…
แล้วเราจะรักตัวเองอย่างไม่เห็นแก่ตัว แต่ระมัดระวังใจเราอย่างดี..
ใจอย่างนี้จะเข้มแข็งและมีพลังแห่งความรัก กว้างขวางยิ่งใหญ่…

ต้องเตือนใจเราเองอยู่เสมอว่า “เราจะรักอย่างมีสติ”….
พร้อมด้วย ปัญญา จะต้องไม่ติดอยู่ในความหลงไหลไร้สติ…
ที่มุ่งคิดแต่จะให้เขากลับ มาตอบสนองเรา เราจึงจะมีความสุข…
เพราะถ้าเป็นเช่นนั้น เรานั่นเองแหละที่จะเจ็บปวดและเกิดทุกข์…

จงเป็นสุขที่ได้รักเถิด รักอย่างไม่มีเงื่อนไข…
รักอย่างไม่คิดยึดครองไว้เป็นของตน..
และ รักอย่างไม่ต้องการสิ่งใดตอบแทน…

ถ้าทำได้…จะเป็นความรักที่ยิ่ง ใหญ่…
ไม่คับแคบหากแต่ งดงามอย่างกว้างขวาง ….
ไม่มีที่สุด…ไม่มี ประมาณ…..

“รักใด ยิ่งรัก ยิ่งทุกข์ ตายอยู่บนกองทุกข์ อย่าบุกต่อ
รักใด ยิ่งรัก ยิ่งหมดทุกข์ เยือกเย็น อยู่เหนือทุกข์ ขอให้รุก ให้ดี…”

รักแท้แพ้ระยะทาง...จริงหรือ?




"รักแท้..แพ้ระยะทาง" ...จริงหรือ?!?

คำตอบที่ได้สำหรับแต่ละคู่รักเกี่ยวกับเรื่องนี้คงแตกต่างกัน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่านักต่อนักแล้วที่หลายคู่รัก มีอันต้องเลิกรากันไปเพราะความห่างเนื่องจากระยะทางเป็นตัวแปร...และความ เหงาก็ดูเหมือนจะเป็นปัจจัยถัดมาที่ทำให้ใจคนอ่อนไหว โลเล จนเข้าตำรา "รักแท้ แพ้ใกล้ชิด" ในที่สุด!!!

ความห่างเป็นปัจจัยที่อันตรายที่สุด ทำไมถึงกล่าวเช่นนี้?

การ ที่คนสองคนคบกัน มันก็ย่อมเหมือนลิ้นกับฟันที่จะต้องมีการกระทบกระทั่งกันบ้างเป็นธรรมดา แต่เมื่อคุณอยู่ไกลกันแล้ว มันง่ายมากที่จะทำให้ความสัมพันธ์กับคนรักต้องระหองระแหง หากคุณทั้งสองคนไม่มั่นคงเพียงพอ

ถ้า ถามว่าอยู่ด้วยกันแล้วจะไม่กระทบกระทั่งกันเลยหรือ คำตอบคือ ไม่ใช่

หาก แต่ว่าถ้าคุณอยู่ด้วยกัน คุณคงทำอะไรได้มากกว่าอยู่ไกลกันเป็นแน่ เพราะถ้าคุณต้องอยู่ห่างกันคนละประเทศ สิ่งที่คุณจะทำได้คือ โทรศัพท์.. คุณจะทำได้แค่พูดและรับฟัง โต้ตอบการสนทนา แต่คุณไม่สารมารถรับรู้ืถึงอารมณ์ หรืออวัจนะภาษากริยา สีหน้า ของฝ่ายตรงข้ามเลย และแน่นอน คุณก็ไม่สามารถใช้มันได้เช่นกัน (คุณสามารถรับรู้ถึงอารมณ์ของฝ่ายตรงข้ามได้จากน้ำเสียง แต่มันเทียบกับการคุยกันซึ่งๆ หน้าไม่ได้เลย) ซึ่งในบางครั้งการมีปากเสียงกันด้วยเรื่องเล็กๆ อาจกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้เมื่อคุณอยู่ไกลกัน

นอกจากเรื่องของการกระทบกระทั่งกัน คุณมั่นใจได้อย่างไรว่า ความรู้สึกของอีกฝ่ายไม่ได้เปลี่ยนไปเพราะความไกลกัน "ระแวง"

คำ นี้คงผุดขึ้นในใจของคุณเมื่อคุณอ่านมาถึงตรงนี้ ใช่แล้ว..ต่อให้รักกันขนาดไหน ไว้ใจกันแค่ไหนแต่เมื่ออยู่ไกลกัน สิ่งนี้มันต้องเกิดขึ้นในใจของคุณไม่มากก็น้อย หรือไม่จริง?? หากแต่ว่าคุณทั้งสองคนจะสามารถให้ความมั่นใจต่อกันได้มากแค่ไหน ถ้าคุณเป็นคนที่มั่นคงในความรักของคุณ บางครั้งคุณต้องบอกให้คนรักของคุณทราบ เพราะถ้าไม่บอก ไม่ให้ความมั่นใจกับอีกฝ่ายแล้ว คนรักของคุณจะทราบได้อย่างไร นี่เป็นอีกกรณีหนึ่งคือ การไม่พูด

ต่างคนต่างคิดกันเอง เข้าใจกันไปคนละอย่างจากการที่คิดว่า "เค้าน่าจะรู้น่า" แต่จะบอกให้ว่าสำหรับบางเรื่องนั้น "ไม่ใช่!!" ฉะนั้น การพูดกันคือสิ่งที่ดีที่สุด ความรู้สึกที่เคยมีให้ การให้อภัย การมองข้ามเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ความคิดถึง ที่เคยมีให้ครั้งเมื่ออยู่เคียงข้างกัน อาจจะถูกบั่นทอนลงได้ เนื่องจากระยะทาง และความห่างกัน ความรักความทุ่มเทที่เคยมีให้ ก็จะลดน้อยลงก็เป็นได้

การรักษา ระยะห่างให้ทั้งสองฝ่ายรู้สึกว่าอยู่ใกล้กันตลอด อาจเป็นหนึ่งในทางเลือกที่จะป้องกันสิ่งต่างๆ เหล่านี้ได้

แต่ มันจะทำได้มากแค่ไหน มันก็ต้องขึ้นอยู่กับคนทั้งสองคน บางครั้งการแสดงออกถึงการให้ความสำคัญกับอีกฝ่าย ก็เป็นสิ่งสำคัญ มันก็เป็นเหมือนกับการให้ความมั่นใจกับคนรักของคุณ การบอกรัก การกล่าวคำว่า คิดถึง บางคนมองว่าเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็น

ใน เมื่อคบกันแล้ว ก็น่าจะรู้อยู่แล้วนี่ว่า.. เรื่องแบบนี้ไม่จำเป็นต้องบอกหรอก.. หากคุณเคยรู้สึกหัวใจพองโต ยามเมื่อคนที่คุณรักบอกรักหรือคิดถึงคุณบ้าง..

และ คุณมีความสุขเมื่อได้ยินเช่นนั้น แน่นอนว่าอีกฝ่ายคงจะรู้สึกไม่ต่างอะไรจากคุณ หากคุณได้บอกกับเค้า และหมั่นรดน้ำต้นรักของคุณ มากกว่าปล่อยให้มันแห้งตายเถอะนะ คุณจะได้ไม่ต้องเสียใจภายหลัง

วันอังคารที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

10 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก (ที่เราไม่ค่อยรู้จักเท่าไหร่)

เรียงจาก 10-1

10. Banaue Rice Terraces

บันไดข้าวที่บานาเวนั้นเป็นการเกาะสลักภูเขาทั้งลูกในการอยู่ในจังหวัดอี ฟูเกา ประเทศฟิลิปปินส์ เพื่อใช้ในการปลูกข้าว จากประวัตินั้นมันมีอายุกว่าพันปี สมัยก่อนนั้นการทำนาจะต้องใช้พื้นที่ราบ หากแต่พื้นที่ภูมิประเทศนี้เต็มไปด้วยเขาสูงมีที่ราบน้อย น้ำและเนื้อที่ในการทำการเกษตรจึงเป็นปัญหา ด้วยภูมิปัญญาชาวบ้าน จึงได้คิดวิธีทำนาแบบขั้นบันไดขึ้นตามไหล่เขา โดยสกัดไหล่เขาให้เป็นชั้น ๆ ลดหลั่นลงมาเป็นขั้นบันได เพื่อช่วยเพิ่มเนื้อที่ในการเพาะปลูก เป็นการรักษาหน้าดินไม่ให้ถูกชะล้างไป อีกทั้งยังช่วยแก้ปัญหาเรื่องน้ำทั้งในแง่การชลประทานโดยการเก็บกักน้ำฝน และยังช่วยป้องกันน้ำท่วมอีกด้วย โดยนาข้าวที่บานาเวนั้นเป็นภูเขาสูงอยู่เหนือน้ำทะเล 5,000 ฟุต นาข้าวแต่ละแห่งมีเนื้อที่ 10,360 ตารางกิโลเมตร และในปี ค.ศ.1985 องค์การยูเนสโกได้จัดสถานที่นี้เป็นมรดกของโลก

9. Sigiriya

คีริยา เป็นเมืองใหญ่โบราณมหึมาของศรีลังกา สร้างขึ้นโดยพระเจ้ากัสสัปปะ ประมาณ ค.ศ. 470 โดยพระองค์ได้สร้างเมืองนี้ขึ้นอยากให้มันเป็นโลกศักดิ์สิทธ์ของพระองค์ เป็นสวรรค์ตนเองอยู่บนตำแหน่งสูงสุด และมันก็เป็นไปตามนั้นจริงๆ เพราะมันที่ใหญ่อลังการมาก ครอบคลุมพื้นที่กว่า 1,300,000 ตารางเมตร มีถนน มีระบบชลประทาน และสถานที่เกี่ยวกับศาสนามากมาก หนึ่งในนั้นนั่นก็คือถ้ำที่พระองค์ทรงสร้างเพื่อมอบแก่พุทธสาวกได้ปฏิบัติ ธรรม0 แต่สิ่งที่น่าอัศจรรย์ที่สุดก็คือที่ใจกลางเมือง มีภูผาหินขนาดยักษ์ ที่เป็นที่ตั้งของพระราชวังกับป้อมปราการอันน่าเกรงขามและทิวทัศน์ตระการตา สวยงาม ฐานของป้อมที่ก่อด้วยอิฐ มีอายุมากกว่า 1,500 ปี ฮินดู และเป็นหนึ่งในมรดกโลกของศรีลังกา

8. Torun


เมืองทอรูน เป็นเมืองทางเหนือในประเทศโปแลนด์ ที่ยังคงสภาพเป็นเมืองเก่าสมันกลางไว้ได้ ที่นี้เป็นบ้านเกิดของนิโคเลาส์ โคเปอร์นิคัส( Nicolaus Copernicus)นักดาราศาสตร์ที่เสนอทฤษฏีว่าโลกเป็นจุดศูนย์กลาง โดยอายุของเมืองนี้มีมาอย่างยาวนานถึง 1,100 ปี ซึ่งเป็นที่ตั้งถิ่นฐานเก่าของโปแลนด์ โดดเด่นคือเป็นเมืองศูนย์กลางค้าและสถานที่เก่าแก่มากมาย และไม่เปลี่ยนแปลงตามยุคสมัยแต่อย่างใด

7. Tower of Hercules

10  สิ่งมหัศจรรย์ของโลก

ประภาคารเฮอร์คิวลิส เป็นประภาคารและสถานที่ทางเข้าของ 'ลา คอรุญญา' ท่าเรือสำคัญ ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของสเปน เมืองแห่งนี้สร้างขึ้นโดยชาวโรมันมาถึงบริเวณเมืองนี้ในศตวรรษที่ 2 ก่อนคริสตกาล ผู้อาศัยในนิคมนี้ได้สร้างตำแหน่งทางยุทธศาสตร์ไว้ และในไม่ช้าเมืองนี้ก็มีความสำคัญขึ้นในการค้าทะเล และหอหอเฮอร์คิวลิส เป็นประภาคารที่เปิดทำการต่อเนื่องมาเป็นเวลาเกือบ 1,900 ปี ซึ่งในบริเวณเดียวกันมีสวนประติมากรรม หินแกะสลักจากเหล็กและสุสานมุสลิม ในยุคที่อาณาจักรโรมันยังเรืองอำนาจ ถือเป็นลักษณะเฉพาะตัวที่บ่งบอกถึงประภาคารโบราณสมัยกรีก-โรมัน ซึ่งยังคงให้เห็นความสมบูรณ์แบบของรังวัดในโครงสร้างและการทำหน้าที่แต่ละ ส่วนสอดคล้องต่อเนื่อง

6. Ajanta Caves

10  สิ่งมหัศจรรย์ของโลก

ถ้ำอชันตา ได้ชื่อว่าเป็นวัดถ้ำในพุทธศาสนาที่งดงามและเก่าแก่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ท่ามกลางเทือกเขาสลับซับซ้อน ในบริเวณฝั่งตะวันตกของที่ราบสูงเดกกัน โดยวิธีการสร้างนั้นเป็นขุดเจาะเข้าไปในหินบาซอลต์ (แกรนิตแข็ง) โดยขุดจากหินก้อนเดียวจนเป็นวิหารขนาดใหญ่โดยใช้สิวและค้อนเท่านั้น ระยะเวลาการเจาะทั้งหมด 800 ปี เริ่มเจาะตั้งแต่สมัยพุทธศตวรรษที่ 3 จนกลายเป็นถ้ำมากกว่า 30 ถ้ำ เรียงตัวต่อเนื่องกันยาวหลายร้อยเมตรบนเชิงเขาสูงวงโค้งรูปพระจันทร์เสี้ยว ภายในมีวิหารขนาดใหญ่ภายในเต็มไปด้วยงานแกะสลักหิน เป็นเจดีย์ เป็นพระพุทธรูป เป็นเรื่องราวต่างๆ ในพุทธประวัติและชาดกเต็มไปหมด โดยไม่ผุพังตามกาลเวลาแม้แต่น้อย โดยสถานที่แห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่อยู่ของสงฆ์เพื่ออยู่อย่างสันโดษ แต่แล้วสถานที่แห่งหนึ่งก็เริ่มหมดความสำคัญลง เมื่อพระพุทธศาสนาเสื่อม ขาดการดูแล และถูกทิ้งร้างไปในที่สุด และได้เลือนหายไปจากความทรงจำของชาวอินเดีย จนมาถูกค้นพบโดยกองทหารอังกฤษ นำโดยร้อยเอกจอห์น สมิธ เมื่อ 1819

5. Valley of Flowers


เป็นสถานที่มาท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่อยู่ในเทือกเขาหิมาลัย ในรัฐ Uttaranchal ซึ่งอยู่ทางเหนือของอินเดีย ประเทศอินเดีย ที่ถูกยอมรับว่าเป็นสถานที่มีชื่อเสียง สวยงามอย่างกับสวรรค์บนดินจนถูกนำมาบรรยายในวรรณคดีมาหลายศตวรรษและปรากฏใน ศาสนาฮินดูมาช้านานเพราะที่นั้นมีทะเลสาบศักดิ์สิทธิ์เฮ็มกุน (Hemkund Sahib)ที่พวกพราหมณ์ชอบนำน้ำในแม่น้ำนี้มาประกอบพิธีกรรมทางศาสนาประจำ(ใคร เคยดูสารคดีตามรอยพระพุทธเจ้าอาจคุ้นๆ) อีกทั้งนักพฤษศาสตร์ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เพราะที่นั้นเต็มไปด้วยพรรณไม้ ดอกไม้นานาพันธุ์ และสถานที่แห่งนี้ได้ถูกประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติในปี 1982 และเป็นมรดกโลก

4. Metéora

10  สิ่งมหัศจรรย์ของโลก

เมทิโอร่า ตั้งอยู่บริเวณตอนกลางของประเทศกรีซ เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยวชมเป็นจำนวนมา ด้วยความเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สร้างอยู่บนก้อนหินใหญ่สูงสง่า โดยอดีตสถานที่แห่งนึ้ถูกใช้เป็นที่พํานักของนักบวชคริสตนิกายออร์โธด็อก ซ ซึ่งไดสร้างอารามไว้บนยอดเขาด้วยมีความเชื่อที่ว่า จะได้ใกล้ชิดกับสวรรค และเป็นการง่ายต่อการป้องกันศาสนาอื่นมารุกรานอีกด้วย ด้วยความโดดเด่นของการสร้างสรรค์ของศิลปะแบบไบแซนไทน์ เมทิโอร่า จึงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก โดยองค์การยูเนสโก้ใน ปี 1988

3.Bagan

10  สิ่งมหัศจรรย์ของโลก

พุกาม เป็นเมืองในประเทศพม่า เคยเป็นที่ตั้งอาณาจักรโบราณพุกาม (1044 - 1287) เป็นอาณาจักรแห่งแรกในประวัติศาสตร์พม่า ปัจจุบันตั้งอยู่ในเขตมัณฑะเลย์ (Mandalay Division) อยู่ห่างประมาณ 90 ไมล์ หรือ 145 กิโลเมตร ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของมัณฑะเลย์ แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ เขตเมืองเก่า (เขตที่ตั้งอาณาจักรพุกาม) เขตเมืองใหม่ (เขตที่อยู่อาศัยปัจจุบัน) และยองอู (เขตพาณิชยกรรมและเศรษฐกิจ) มีสนามบินชื่อ สนามบินยองอู เป็นสนามบินประจำเมือง รายได้หลักของเมืองคือ การท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ มีนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกมาเยือนที่นี่เสมอทุกช่วงปี โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากแถบเอเชียด้วยกัน เนื่องจากพุกามได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งทะเลเจดีย์ที่สวยงามและมีคุณค่า หรือ ดินแดนแห่งเจดีย์สี่พันองค์ เพราะในสมัยรุ่งเรืองเคยมีเจดีย์มากมายถึง 4,446 องค์ ปัจจุบันเหลือแค่เพียง 2,217 องค์ น่าเสียดายตอนนี้พุกามเป็นเมืองที่ยังไม่ได้รับการรับรองจากองค์การยูเนสโก ให้เป็นมรดกโลก ทั้ง ๆ ที่มีคุณสมบัติเต็มพร้อม ปัจจุบันรัฐบาลทหารพม่ากำลังพยายามเร่งเสนอชื่อและเตรียมความพร้อมให้เป็น มรดกโลกทางศิลปวัฒนธรรมแห่งต่อไป

2. Leptis Magna

10  สิ่งมหัศจรรย์ของโลก

เมืองเลปติส เมกนา ตั้งอยู่ทางตะวันออกของกรุงทริโปลีในประเทศลิเบียถูกขนาม นามว่าเป็น อาณาจักรโรมันที่มีชื่อเสียงและงดงามมากที่สุดในแอฟริกา ซึ่งปัจจุบันยังคงสภาพ ความรุ่งโรจน์ ด้วยเพราะอาณาจักรถูกสร้างโดยหินปูน จึงทำให้ทนต่อการเกิดแผ่นดินไหวนับครั้ง ไม่ถ้วน จุดเด่นของเมืองมิใช่เพียงแค่ความงาม เท่านั้น แต่ผังเมืองที่ถูกออกแบบมาอย่างดี ไม่ว่า จะเป็นถนน, อาคารซึ่งถูกประดับตกแต่งอย่างงดงาม, โรงอาบน้ำโรมัน ซึ่งถูกวางผังไว้ในตำแหน่ง เหมาะสม, สภาประชุม, หอประชุมสำหรับขุนนาง หรือไม่ว่าจะเป็น โรงละคร หรือคอมเพล็กซ์

สำหรับการพักผ่อนเพลิดเพลินของประชาชน แสดงให้เห็นถึงความรุ่งเรืองที่สุดของอาณาจักร เล ปติส เมกนา ในช่วงเวลา ปี 111 ก่อนคริสต์กาล จนถึงช่วงที่รุ่งเรืองที่สุด ปี ค.ศ. 211 โดยกษัตริย์ Septimus Severus อาณาจักรเริ่มเสื่อมสลายในช่วงศตวรรษที่ 4 และท้ายที่สุดโดนทรายแห่ง อาหรับลบเลือนไปจากโลกภายนอกปัจจุบัน อาณาจักรเลปติส เมกนา ถูกค้นพบอีกครั้งโดยนัก โบราณคดีชาวยุโรป และยังคงสภาพสมบูรณ์ไว้อย่างชัดเจน จน องค์การยูเนสโก้ประกาศเป็น มรดกโลกในปี ค.ศ.1982

1.The Library of Celsus

10  สิ่งมหัศจรรย์ของโลก

ห้องสมุดเซลซุสตั้ง เมืองเอเฟซุส ประเทศตุรกี ซึ่งเมืองเอเฟซุสเป็นถิ่นที่อยู่ของมนุษย์มาตั้งแต่สมัยปลายยุคโลหะ ในราวศตวรรษที่ 7 ก่อนคริสตกาล ภายใต้การปกครองของอาณาจักรลิเดีย เอเฟซุสเป็นเมืองที่รุ่งเรืองและมั่งคั่งที่สุดในแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และรุ่งเรืองถึงขีดสุดอีกครั้งภายใต้การปกครองของโรมัน เป็นเมืองใหญ่ที่สุด 1 ใน 5 ของจักรวรรดิโรมัน และใหญ่ที่สุดในเขตเอเชีย... และห้องสมุดเซสซุสก็เป็นหนึ่งในโบราณสถานที่หลงเหลืออยู่ในอาณาจักรแห่งนี้ ปัจจุบันเหลือเฉพาะด้านหน้าของอาคารเท่านั้น ห้องสมุดเซลซุส เป็นอาคาร 2 ชั้น สร้างในปี ค.ศ.114-117 โดย ดิเบริอุส จูลิอุส อาควิลา เพื่ออุทิศให้กับ 'ดิเบริอุส จูลิอุส เซลซุส' ผู้เป็นบิดา โดยฝังโลงศพหินเอาไว้ที่ใต้หอสมุดและใช้เป็นแหล่งรวบรวมความรู้ แสดงให้เห็นความยิ่งใหญ่ในอดีต ห้องสมุดแห่งนี้มีทางเข้า 3 ทาง โดยบริเวณประตูทางเข้ามีรูปแกะสลักเทพี 4 องค์ประดับอยู่ ได้แก่ เทพีแห่งปัญญา เทพีแห่งคุณธรรม เทพีแห่งความเฉลียวฉลาด และเทพีแห่งความรู้ รูปแกะสลักเทพีทั้ง 4 องค์นี้เป็นของจำลอง ส่วนของจริงนักโบราณคดีชาวออสเตรียได้นำกลับไปออสเตรีย และตั้งแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์กรุงเวียนนา

+++ Hamster +++

+++ Playlist +++


MusicPlaylistRingtones
Create a playlist at MixPod.com

+++ coming soon +++