วันจันทร์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

เทคนิคสุดยอด แก้ ปัญหากวนใจ ของ Windows



อันดับที่ 10

ไดรฟ์ CD/DVD หายไปไหนแว้ว!?

เพราะว่า Windows XP มีเรื่องที่ต้องจดจำเยอะแยะไปหมด ฉะนั้น…บางทีเฮียเค้าเลยเกิดอัลไซเมอร์รับประทาน ลืมไดรฟ์ CD/DVD ของคุณไป แม้ว่ามันจะเห็นอยู่ทนโท่ใน Device Manager ก็ตาม ในกรณีนี้ให้คุณเปิด RegEdit แล้วไปที่ HKEY-LOCAL_MACHINESYSTEMCurrentConstrolSetControlCl ass{4D36E965-E325-11CE-EBC1-08002BE10318} แล้วลบค่าใน UpperFilters กับ LowerFilters ออกไป จากนั้นรีบูทเครื่อง 1 ครั้ง คุณต้องติดตั้งโปรแกรมเขียนแผ่นใหม่ด้วยแหละ…ซวย 2 ชั้นของจริง





อันดับที่ 9

ไฟล์ไม่ได้มาตรฐานไสหัวไปให้หมด!!


อะจ๊าก! ค้างอีกแล้ว…มันเกิดอะไรขึ้น? คุณไม่เพียงแค่อยู่ให้ห่างจาก driver ที่ไม่ได้มาตรฐานอย่างเดียวเท่านั้น ไฟล์ที่ไม่ได้มาตรฐานก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เก ิดปัญหาได้ไม่แพ้กัน เพราะว่าระบบ PC มีการออกแบบที่ดีเยี่ยม (จริงแล้วห่วยสุดๆ ) แบบว่าไฟล์ระบบอาจถูกทับโดยการติดตั้งโปรแกรมหรืออุป กรณ์ต่างๆ หรือไม่ก็อาจถูกอัพเดทจากโปรแกรมหรือ malware ตัวร้ายได้เสมอ ดังนั้นคุณอาจต้องสแกนฮาร์ดดิสก์ของคุณแม้ไม่อยากทำเ ลยก็ตาม เพียงคลิก Run แล้วพิมพ์ sigverif โปรแกรม File Signature Verification ก็จะเปิดขึ้นมา ให้คุณคลิก Start เพื่อเริ่มทำงานได้เลย อย่าลืมเตรียมแผ่นติดตั้ง XP ไว้ให้พร้อมด้วยนะ 88241ff.jpg “หากระบบของคุณบูทช้า และคุณก็ไม่ต้องการติดตั้งระบบใหม่ ลองฟังก์ชัน Hibernate แทนการปิดเครื่องดูสิ”






อันดับที่ 8

อยากลบไฟล์งี่เง่าที่ลบยังไงก็ลบไม่ออก


หากคุณไม่สามารถลบไฟล์ด้วยวิธีธรรมดาๆ แล้ว ให้เปิด Command Prompt แล้วเปลี่ยน path ไปให้ถึงที่ที่ไฟล์เจ้าปัญหานั้นอยู่ จากนั้นสั่งปิด explorer.exe โดยใช้โปรแกรม Task Manager เลือกแท็บ Processes กลับไปที่ Command Prompt แล้วพิมพ์ DEL เว้นวรรค ตามด้วยชื่อไฟล์ที่ต้องการลบ New Task แล้วพิมพ์คำว่า explorer.exe?เสร็จแล้วก็เปิด Task Manager คลิก File เพื่อให้หน้าจอเดสก์ท็อปกลับมาเป็นอย่างเดิม






อันดับที่ 7

หลีกเลี่ยงปัญหาตอนบูทเครื่อง

หากระบบของคุณบูทช้าแบบสุดๆ และคุณก็ไม่ต้องการติดตั้งระบบใหม่ งั้นลองฟังก์ชัน Hibernate แทนการปิดเครื่องดูสิ คุณสามารถเปิดการใช้งานนี้ได้โดยไปที่ Power Options (ซึ่งอยู่ใน Display Properties ของ Screen Saver) จากนั้นเมื่อคุณคลิก Turn Off Computer ให้กด [Shift] ค้างไว้แล้วเลือก Stand By เพื่อใช้คำสั่ง Hibernate นี้






อันดับที่ 6

สำรองพื้นที่ฮาร์ดดิสก์ไว้ขณะกำลังเขียนแผ่น CD/DVD

หากคุณสังเกตได้ว่าทุกครั้งที่เขียนแผ่น CD หรือ DVD พื้นที่ฮาร์ดดิสก์จะลดลงไปเรื่อยๆ นั่นหมายความว่าโปรแกรมเขียนแผ่นกำลังใช้พื้นที่ฮาร์ ดดิสก์ในการเก็บอิมเมจไฟล์ไว้ตรงไหนสักแห่งในเครื่อง PC ของคุณ ลองกลับไปดูตัวเลือกของโปรแกรมแล้วปิดคำสั่งเล่นซ่อน หาไฟล์อิมเมจนี้ซะ อ้อ! ปกติแล้วมันน่าจะเก็บไฟล์ไว้ที่ My Documents ไม่ก็ Program Files





อันดับที่ 5

ป้องกันการติดตั้ง driver

หากคุณต้องการเก็บ driver ของอุปกรณ์ที่ไม่ได้มาตรฐานหรืออยู่ในขั้นทดลองให้พ้ นจากระบบของคุณ คุณก็สามารถสั่งให้ Windows XP จัดการปิดบัญชีเรื่องนี้ได้เลย ให้เปิด System Properties แล้วคลิกแท็บ Hardware และเลือก Driver Signing ที่นี่คุณสามารถสั่งปิดกั้น driver ที่ไม่ได้เรื่องทั้งหมด (หรือจะให้มีข้อความขึ้นเตือนก่อนก็ได้) สั่งให้ป้องกันทั้งระบบ หรือไม่อนุญาตให้ผู้ใช้ระบบคนอื่นๆ มาติดตั้ง driver ซี้ซั้วและอาจทำให้คุณตกที่นั่งลำบากได้





อันดับที่ 4

ลืมรหัสผ่าน ทำไงดี?

หากคุณทำรหัสผ่านของ User Account หาย รีบูทเข้า Safe Mode เลือก log on user เป็น Administrator ปกติ account นี้จะถูกซ่อนอยู่ (ซึ่งคุณจะได้สิทธิ์และอำนาจเป็นผู้ดูแลระบบ) และหากคุณไม่เคยสร้าง account นี้ตอนติดตั้ง XP ก็กดเข้าไปได้เลย ไม่ต้องใส่รหัสผ่าน จากนั้นเปิด Control Panel แล้วสั่ง reset the User Account passwords เท่านี้ก็เรียบร้อย





อันดับที่ 3

เชื่อมต่อสัญญาณเน็ตเวิร์กไร้สายไม่ได้

หากคุณไม่สามารถเชื่อมต่อเน็ตเวิร์กไร้สายได้ทั้งๆ ที่การทำงานของ WiFi ก็บอกคุณอยู่โท่งๆ ว่ามันมีสัญญาณเต็มเปี่ยม บางทีปัญหาอาจจะมาจากโปรแกรม Wireless Zero Configuration ของอีตา Microsoft ก็ได้ ให้คุณคลิกขวาที่ My Computer เลือก Manager แล้วขยาย Services and Applications ออกมา ภายใต้ Services หาคำว่า Wireless Zero Configuration แล้วดับเบิ้ลคลิก คุณจะมาโผล่ที่แท็บ General สั่ง Stop เพื่อหยุดการทำงานของมัน รอสักครู่แล้วสั่งเปิดการทำงานของมันใหม่ driver อุปกรณ์ไร้สายน่าจะทำงานถูกต้องแล้ว และคุณก็น่าจะเชื่อมต่อสำเร็จแล้ว





อันดับที่ 2


ส่ง Error Reporting ไม่ได้


มันเป็นฟังก์ชันที่ดีมากๆ ที่ให้เราๆ สามารถส่งข้อมูลว่าโปรแกรมไหนเสียยังไงไปให้ Microsoft ได้ แต่บางทีฟังก์ชัน Error Reporting ก็เสียซะเองนี่สิ มันเป็นเรื่องที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าโปรแกรมออนไลน์ ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นเกมหรืออินเตอร์เน็ตบราว เซอร์ ก็มักจะมีปัญหาระบบภายในอยู่บ่อยๆ หากต้องการให้มันหายเป็นปกติ ก็ใส่ซีดีติดตั้ง XP เข้าไปแล้วพิมพ์คำว่า sfc/scannow ตรงหน้าต่าง Run เท่านี้ก็เรียบร้อย






อันดับที่ 1


วิธีใช้งาน CHKDISK แบบเร็ว


เมื่อแน่ใจว่าฮาร์ดดิสก์เกิดอาการเพี้ยนๆ ไม่ว่าจะเป็นอาการแปลกๆ ตอนบูทเครื่อง, เปิดโปรแกรมไม่ค่อยขึ้น หรือมีข้อความแปลกๆ ไม่ได้รับเชิญปรากฎขึ้นมา คงต้องใช้ Chkdsk ที่มากับ Windows XP เพื่อสแกนตรวจหาปัญหาใน sector ของฮาร์ดดิสก์และซ่อมมันให้เรียบร้อย แม้ว่าคุณสามารถเปิดโปรแกรมได้จาก Recovery Console แต่ยังมีวิธีที่ง่ายกว่านั้น เพียงคลิกขวาที่ My Computer แล้วเลือก Properties มองหาช่องที่เขียนว่า Tools แล้วคุณจะเห็นปุ่มที่ใช้เรียกมันขึ้นมา หากคุณต้องการสแกนไดรฟ์หลัก คุณจะต้องสั่งรีบูทเครื่องหลังจากเสร็จสิ้นการสแกนด้วย


วันอาทิตย์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

จะรู้ได้อย่างไรว่า BB เครื่องที่เราใช้ เป็นระบบปฏิบัติ

เคยไหมครับที่ Blackberry ของคุณช้า หรือใช้บางทีก็แฮงก์ไป แล้วทำไมเพื่อนๆ คนอื่นๆ ก็ใช้รุ่นเดียวกับเราแต่ก็ไม่เจอปัญหานี้

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก : iphoneinthailand.com

ส่วนหนึ่งเพราะเครื่องคุณนั้นอาจจะผลิตกันคนละรุ่น คนละประเทศก็ได้ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่สินค้าเดียวกันอาจจะมีผลิตจากหลายๆ ที่ ดังนั้นการที่ผลิตจากหลายที่ก็อาจจะส่งผลให้ระบบปฏิบัติการในเครื่องของคุณ เป็นคนละเวอร์ชันกัน ซี่งนั่นก็ทำให้ฟังก์ชันการทำงานของแต่ละคนก็จะต่างกันไปด้วย

แล้วอย่าง นี้จะรู้ได้อย่างไรว่าเครื่องรุ่นไหนเป็นอย่างไร โดยจะยกตัวอย่างจาก BlackBerry Bold 9700 ก็แล้วกัน (ส่วนรุ่นอื่นๆ ก็เข้าใจว่าใช้หลักการเดียวกันได้)

  1. ไปที่เมนู Option
  2. เลื่อน ขึ้นไปที่ About
  3. ดูที่บรรทัดที่สามจะเป็นเวอร์ชันครับ เช่น v5.0.0.743 (Bundle 1254), Platform 5.1.0.165 ซึ่งถ้าแปลเป็นความหมายแบบที่คนทั่วไปอ่านรู้เรื่องก็คือ ซอฟต์แวร์ที่เครื่องนี้ใช้เป็นแพ็เกจเวอร์ชัน 1254 ใช้แอพพลิเคชันเวอร์ชัน 5.0.0.743 และเป็นซอฟต์แวร์แพลตฟอร์มที่ 5.1.0.165
  4. เอาหล่ะเมื่อรู้ แล้วว่าเครื่องของเราใช้เป็นเวอร์ชันอะไร ต่อไปเราก็ต้องเข้าไปตรวจสอบจากเว็บไซต์ของ Blackberry ว่าตอนนี้เวอร์ชันใหม่ล่าสุดเป็นเวอร์ชันอะไร ด้วยการเข้าไปที่ http://na.blackberry.com/eng/support/downloads/download_sites.jsp
  5. จาก นั้นก็เลื่อนเพจก็จะแบ่งไปตามทวีปของใครของมัน ได้แก่ Africa, Asia Pacific, Europe, Latin America/South America, Middle East และ North America ซึ่งแน่นอนว่าเราก็เลือกไปที่ Asia Pacific
  6. ทีนี้เราก็ดู ว่าเราใช้โอปอเรเตอร์ใครอยู่ ซึ่งแน่นอนว่าตอนนี้ก็มีอยู่ 3 รายคือ AIS Thailand, DTAC Thailand, True Move คุณใช้ของใครก็เลือกไปที่คนนั้นครับ ในที่นี้จะเลือกเป็น AIS Thailand
  7. พอคุณเลือกเสร็จ ก็จะมาโผล่หน้า Software Download for AIS Thailand แล้วก็เลือกรุ่นโทรศัพท์
  8. แน่ นอนว่าตัวอย่างนี้เป็น BlackBerry Bold 9700 ก็เลือกไปที่ BlackBerry Bold 9700 smartphone แล้วกด Next
  9. ทีนี้หล่ะคุณก็จะได้รู้แล้วว่าเครื่อง ที่คุณใช้อยู่นั้นเป็นระบบปฏิบัติการรุ่นล่าสุดหรือยัง ซึ่งจากการที่มองดูในเว็บไซต์ก็พบว่าเวอร์ชันล่าสุดก็คือ BlackBerry Handheld Software v5.0.0.1254 (EastAsia) พอดี

เฮ! สหรัฐผลิต เลือดเทียม ใช้แทนเลือดจริงได้

โดยสร้างขึ้นจากเซลล์ที่ ได้มาจากสายรก

วารสารข่าววิทยาศาสตร์ “ป๊อปปิวล่าร์ ไซแอนต์” ของสหรัฐฯ รายงานว่า มวลมนุษย์กำลังได้รับข่าวดี หลังจากที่แผนกวิจัยกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้คิดค้นทำเลือดเทียมซึ่งมีคุณสมบัติไม่แพ้ของจริง และมั่นใจว่าจะได้รับการอนุมัติจากองค์การอาหารและยาให้นำไปใช้ในแผนกคนไข้ ฉุกเฉิน ในโรงพยาบาลทุกแห่ง โดยนักวิจัยได้สร้างเลือดเทียมขึ้นจากเซลล์ที่ได้มาจากสายรก และนำมาเข้าเครื่องเลียนแบบกับที่ไขกระดูกผลิตเม็ดเลือดแดงที่ใช้ประโยชน์ ได้จำนวนมากขึ้น

ทั้งนี้ บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพ อาทีรีโฮไซต์ ผู้ได้รับอนุญาติผลิตเลือดเทียมในปริมาณมากๆ อ้างว่า เลือดที่ผลิตได้สามารถไหลเวียนในร่างกายเช่นเดียวกับเม็ดโลหิตแดงตาม ธรรมชาติ ซึ่งในการผลิตนั้น รกสายหนึ่งจะสามารถนำไปผลิตโลหิตได้ถึงประมาณ 20 ยูนิต เทียบได้กับทหารที่ได้รับบาดเจ็บในสนามรบปกติที่ต้องให้เลือดประมาณคนละ 20 ยูนิต อย่างไรก็ตาม โรงพยาบาลต่างๆสามารถสำรองเลือดเทียมไว้ในกรณีฉุกเฉินได้

เรียบเรียงข่าวโดย Mthai news

MThai

ข้อคิดดีๆ ที่คุณอาจมองข้าม




รักเริ่มต้นด้วยรอย ยิ้ม ... เติบโตด้วยการจุมพิต ... และจบลงด้วยน้ำตา
อย่าเสียน้ำตาให้กับคนที่ไม่เคยเสียน้ำตาให้คุณ
เพื่อนที่ดีนั้นหายาก แต่ยากกว่าในการจะลาจากและเป็นไปไม่ได้ที่จะลืมเลือน

สิ่งที่ทำยากสุด คือ การมองดูคนที่คุณรักไปรักคน อื่น
อย่า ให้อดีตยึดคุณไว้้ คุณจะพลาดสิ่งดีๆ ที่จะผ่านมา
คนบางคนสามารถทำให้โลกนี้ี้ เป็นโลกที่แสนพิเศษ เพียงแค่มีเค้าอยู่ในโลกใบนี้เท่านั้น

อย่าขมวดคิ้วเลย เธอไม่รู้หรอกว่า... มีใครบางคนหลงรักรอยยิ้มของเธอ
ไม่ มีใครสมบูรณ์แบบ จนกระทั่งคุณตกหลุมรักเค้าแล้ว

เพื่อนที่ดีเหมือนดวงดาว คุณจะไม่ได้เห็นพวกเขาตลอดเวลา แต่คุณจะรู้ว่าเขาอยู่ที่
นั่นเสมอ

คุณจะทำอย่างไร ???
เมื่อคุณรู้ว่าเพียงคนๆ เดียวที่จะทำให้คุณหยุดร้องไห้ได้ คือคนที่ทำให้คุณร้องไห้
เพื่อนที่ดีที่สุดเหมือนใบไม้ 4 กลีบ ยากที่จะพบและโชคดีที่พบมัน
สัมพันธภาพที่แท้จริง ไม่มีวันจบสิ้น ….

ฉันเป็นใคร ???



























 Credit       :        Cartoon   I-Phan

♣ อยู่คนเดียวบ้างก็ดีนะ ♣



"ฉัน ชอบอยู่บ้านคนเดียว ชอบดูทีวีคนเดียว กินข้าวคนเดียว หรือแม้กระทั่งไปดูหนัง เดินเล่นคนเดียวในวันหยุด" ถ้าเป็นคุณ คุณคิดว่าพฤติกรรมของสาวคนนี้ดูขมขื่นไปมั้ย หากคำตอบ คือ ใช่ เราขอให้คุณเปลี่ยนความคิดเสียใหม่ เพราะการอยู๋คนเดียว ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องเป็นคนที่มีปัญหา ไม่มีคนคบ แต่นั่นอาจเป็นวิธีสำหรับคนฉลาดในการรู้จักให้เวลากับตัวเองก็ได้


"การ อยู่คนเดียว"
ในที่นี่ ไม่ได้หมายรวมถึงว่า คุณต้องปฏิเสธการสร้างความสัมพันธ์กับคนอื่น เพราะการมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นถือเป็นด้านหนึ่งที่สำคัญของชีวิต ขณะที่เราต้องรู้จักสร้างสมดุลระหว่างสองสิ่งนี้ และนี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมคุณต้องรู้จักให้เวลากับตัวเองบ้าง



1. เพื่อค้นพบตัวเอง



การ ใช้เวลาอยู่กับตัวเองทำให้คุณมีเวลาพอที่จะค้นหาตัวตน และเข้าใจความเป็นตัวคุณมากที่สุด บางครั้งคนเรามัวแต่ชื่นชมกับศาสตร์ที่พยายามจะเข้าใจคนอื่น แต่ลืมไปว่าสิ่งที่สำคัญกว่านั้น คือ การเข้าใจตัวเองต่างหาก รู้ว่าจริงๆ แล้วเราชอบหรือไม่ชอบอะไร โดยปราศจากอิทธิพลจากภายนอกมาเกี่ยวข้อง



2. เพิ่มความนับถือในตัวเอง



การ อยู่คนเดียวเป็นการเพิ่มอิสระให้กับตัวคุณ รวมทั้งยิ่งถ้าคุณได้ใช้ความเป็นตัวคุณเลือกและตัดสินใจอะไรด้วยแล้ว จะยิ่งเป็นการเพิ่มความมั่นใจในตัวคุณไปอีก ซึ่งมันจะค่อยแทรกซึมไปสู่การใช้ชีวิตด้านอื่นๆของคุณด้วย โดยเฉพาะเวลาที่คุณต้องอยู่ร่วมกับคนอื่น



3.บางครั้งก็ไม่ จำเป็นต้องใช้การประนีประนอม



บ่อย ครั้งที่คนเราพยายามใช้ความประนีประนอมเมื่อต้องอยู่ร่วมกับบุคคลอื่น เรามักจะอดทนทำงานร่วมกับคนอื่นเพื่อให้บรรลุข้อตกลงหรือเป้าหมายใดๆ แทนการใช้เวลานั่งกินอาหารค่ำพร้อมดูรายการทีวีสุดโปรด เพราะบางครั้ง การใช้เวลากับตัวเองก็เหมือนการปล่อยให้เราได้ตามใจตัวเอง ทำในสิ่งที่ต้องการ หรือสิ่งที่เรารักโดยไม่มีข้อแม้ใดๆ



4.ทำให้ตัว เองกลับไปเป็นเด็กวัยรุ่นอีกครั้ง



จะ มีซักวัยมั้ยที่คุณเลือกหลบหนีจากผู้คน เพื่อปลดปล่อยความเป็นตัวุณ ทิ้งความเครียดไว้เบื้องหลัง แล้วพักผ่อนอย่างเต็มที่ ซึ่งช่วงเวลานั้นเหมือนเป็นการ รีสตาร์ท เพื่อเปิดโอกาสให้ตัวคุณได้เข้าถึงความต้องการที่แท้จริงของตัวเอง ซึ่งบางครั้งอาจเป็นสิ่งที่คนอื่นต่อต้าน



5.มีมุมมองที่สดใส



การ อยู่กับตัวเองทำให้คุณมีเวลาที่จะชำระล้างจิตใจ สลัดความคิดทั้งปวง และเป็นการเปิดให้เห็นความรู้สึกที่มาจากใจของคุณ โดยปราศจากอิทธิพลของคนอื่น เป็นช่วงเวลาที่คุณจะได้สะท้อนดูว่าอะไรรคือสิ่งที่สำคัญในชีวิตของคุณ และจริงๆ แล้วคุณรู้สึกอย่างไรกับสถานการณ์ในชีวิตประวันที่คุณต้องเผชิญเป็นประจำ



6. เห็นคุณค่าในสิ่งที่คุณรักมากขึ้น



การ อยู่คนเดียวเป็นการปลดปล่อยตัวคุณให้มีช่วงเวลาที่จะได้ซาบซึ้งกับช่วงเวลา ที่ได้อยู่กับคนอื่น ยิ่งถ้าคุณไม่เคยมีเวลาที่อยู่กับตัวเอง คุณย่อมปรารถนามัน ซึ่งมันเป็นเรื่องสำคัญที่คุณจะต้องหาสมดุลระหว่างมันให้ได้ เพราะหากคุณสามารถทำได้ คุณจะมีความสุขกับการมีความสัมพันธ์กับคนอื่นมากขึ้น


บทความชีวิต ==> คนดี & คนโง่



บทความ ชีวิต ==> คนดี & คนโง่


คน ดี กับ คนโง่

คนดี กับ คนโง่
มากมายหลายครั้งที่ถูกมอง เป็นคนประเภทเดียวกัน

โดยไม่รู้ตัวเลยว่า ตอนนี้ตกอยู่ในสภาพไหน

อย่าง เช่นตอนนี้ ยังไม่เข้าใจว่า ตัวเองจัดอยู่ในประเภท คนดี หรือ คนโง่
คิด ๆ ดูแล้ว คนดีกับคนโง่ มีความหมายใกล้เคียงกัน
แต่ มันจะถูกตีความหมายในด้านใดเท่านั้น


คนดี เป็นคนดีในทุกๆ ด้าน แม้กระทั่งความรู้สึกที่เรียกว่า รัก
ดีแม้กระทั่งยอมรับในทุกๆสิ่งที่คนรักเป็น
ยอม มองข้ามข้อเสียไป นี่คือ นิสัยบางส่วนของคนดี


คนโง่ อาจเป็นได้ทั้งคนดี และคนเลว
แต่ความโง่ จะปรากฏก็ต่อเมื่อมีเหตุการณ์หนึ่งมาสะกิดใจ
เพื่อบอก ตัวเองว่า ตัวเองกำลังตกอยู่ในประเภท คนโง่



บางคน ยอมให้คนรักคิดว่าตนเองเป็นคนโง่
เพราะความเชื่อใจมากเกินไป มั่นใจในคนรักมากเกินไป
แต่มันก็ไม่ผิดที่จะไว้ใจ หรือเชื่อใจในคนที่รักมากที่สุด
ขึ้นอยู่กับคนที่เรารักมากกว่า ว่าเขาซื่อสัตย์กับความรักของเรามากแค่ไหน
หากเขาไม่ซื่อสัตย์กับความ รักที่เราให้ เอาความรักของเราไปเป็นเกมส์
เอาไปเป็นสิ่งทดแทนจากใครอีก คน


เมื่อนั้น คนดี จะกลายเป็น คน โ ง่ ทันที
โง่ที่ ไม่เคยรับรู้ว่า ความรู้สึก กำลังถูกทำลาย
ด้วยฝีมือของคนที่เรา รัก มากที่สุด



ช่วง ที่รู้ว่าตนเองเป็น คนดี หรือ คนโง่
มันคงจะเป็นช่วงเวลาที่มองเห็น ทุกอย่างได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ยอมเปิดตา และยอมฟังความคิดเห็นจากคนรอบๆ ข้าง
และจะได้รู้ในทันทีว่า ความโง่ มันคงไม่ต่างอะไรกับ ความดี


คนดี น่ายกย่อง น่านับถือ เพราะมีจิตใจที่งดงาม
คนโง่ น่ายกย่อง น่านับถือ เพราะ ยอมให้คนรัก เรียกว่า " หน้าโง่ "


โอกาส

วันพฤหัสบดีที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

50 นิยามของความรักในเเต่ละอารมณ์ของคนเรา

1.ความรักคือ โชคอย่างหนึ่งเพราะใช่ว่าทุกคนจะมีได้

2.ความรักเป็นได้ทั้งมือเเละผ้าพันเเผลเวลาเสียใจ
3.ความรักคือ สิ่งเติมเต็มให้ชิวิตไม่รู้สึกขาดอะไรไปอย่างนึง
4.ความรักคือ ความหวัง กำลังใจ เเละศรัทธาในกันเเละกัน
5.ความรัก มีความลับอยู่อย่างหนึ่งว่าไม่ได้รักในสิ่งที่ทำให้เรามีความสุขเเต่มีความ สุขใน สิ่งที่เรารักต่างหาก
6.ความรักคือ ศิลปะ ที่คนมีรักเท่านั้นที่จะเข้าใจเเละเห็นคุณค่า
7.ความรักคือ โอกาส ที่เราจะได้พิสูจน์จิตวิญญาณของตัวเอง
8.ความรักคือ สิ่งที่ทำให้คนฉลาดกลายเป็นคน** ทำให้คน**กลายเป็นคนฉลาด
9.ความรัก เมื่อสูญเสียไปเเล้วก็ยังดีกว่าไม่เคยรัก
10.ความรัก มิได้เป็นการก้าวนำหรือก้าวตามเเต่เป็นการก้าวไปพร้อมๆกัน

11.ความรักทำให้คนเราเป็นอิสระจาก กฎเกณฑ์เดิมๆของชีวิต
12.ความรักทำให้จดจำคืนพิเศษคืนเดียวไปตลอดชีวิต เพราะทุกคืนที่ไร้ความรักก็มิอาจเทียบเท่าได้กับคืนนี้เพียงคืนเดียว
13.ความ รักคือการยอมเป็นน้ำเย็นในขณะที่อีกฝ่ายร้อนเป็นไฟ
14.ความรักที่มีมา เป็นปีๆก็สามารถพังทลายลงได้เพียงเสี้ยววินาที
15.ความรักจะยาวนานหรือ จะเเสนสั้นทุกอย่างขึ้นอยู่กับวิธีที่รัก
16.ความรักกว่าจะพบเจอได้นั้น เเสนยากอย่าให้มันจบสิ้นเพียววันเดียว
17.ความรักสามารถเกิดขึ้นใหม่ได้ ตลอดเวลาเหมือนถ่านไฟเก่าที่กำลังคุโชน
18.ความรักต่อให้บอกกันทุกวัน ว่ารักก็ไม่มีคำว่ามากเกินไปหรอกเเต่ความเกลียดสิบอกกันครั้งเดียวก็คงไม่ อยากได้ยินอีกต่อไป
19.ความรักถ้าไม่รักเเล้วต่อให้พูดมากเท่าใดก็ไม่ สามารถรักกันได้
20.ความรักสามารถให้อภัยกันได้เสมอโดยไม่มีเงื่อนไขว่า กี่ครั้ง

21.ความรักรักได้เเต่อ ย่าหลงเพราะถ้าหลงเวลาเลิกเเล้วจะเจ็บปวด
22.ความรักอยู่เหนือคำทำนาย เเละจะไม่มีวันเป็นไปตามคำพยากรณ์ได้
23.ความรักคือสิ่งแปลกใหม่ที่จะทำ ให้มุมมองของคุณเปลี่ยนไปจากเดิม
24.ความรักทำให้คุณอยู่นิ่งๆเงียบๆได้ นานกว่าเดิม
25.ความรักคือสิ่งที่ทำให้เกิดประกายไฟในหัวใจ
26.ความ รักคือการเริ่มคิดเป้าหมายเเห่งชีวิต
27.ความรักคือการร่วมฝัน ร่วมปันใจเเละก้าวไปในชีวิต
28.ความรักคือการอยู่เคียงข้างกันเสมอไม่ ว่าอีกฝ่ายจะตกต่ำเพียงใด
29.ความรักไม่ว่าจะเป็นเเบบไหนยังไงมันก็ต้อง มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
30.ความรักเป็นนามธรรมที่มองไม่เห็นเเต่สัมผัส ไได้ด้วยหัวใจ

31.ความ รักทำให้วันเลวร้ายไม่เป็นวันเลวร้ายที่สุด
32.ความรักทำให้วันที่เเสน เศร้ากลายเป็นวันที่สุขที่สุดได้
33.ความรักเป็นสมบัติล้ำค่าที่ไม่ สามารถจะหาได้ง่ายตามท้องถนน
34.ความรักทำให้อะไรดีงามได้เสมอ
35.ความ รักที่รีบร้อนมักจะพบกับจุดสิ้นสุดได้รวดเร็วเสมอ
36.ความรักคือสิ่งที่ เเม้จะทำความเจ็บปวดให้เเต่ก็ไม่มีใครที่กลัวหรือเกลียดชัง ความรัก
37.ความ รักไม่ได้จบลงเเค่การเเต่งงานหรือมีSEXเท่านั้น
38.ความรักคือสิ่งที่ คุณจะพบได้เองโดยมิต้องเเสวงหา
39.ความรักคือสิ่งที่ยืนยาวกว่าชีวิตคน คนนึง
40.ความรักส่วนมากมักจะเติบโตมาจากความเป็นเพื่อนเเละมักจะยืนยาว เสมอ



41.ความรักในยามเเรกรักคือช่วงเวลาของ รักที่หวานหอมมากที่สุด

42.ความรักครั้งเเรกเเละครั้งสุดท้าย มักจะเป็นรักในตนเอง
43.ความรักทำให้คนกลายเป็นกวี และศิลปิน
44.ความ รักไม่ใช่การมองตากันเเต่เป็นการมองไปในทิศทางเดียวกัน
45.ความรักไม่ ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใดก็ไม่มีคำว่าสายไป
46.ความรักคือสิ่งมหัศจรรย์ที่ เกิดขึ้นในชีวิตคุณ
47.ความรักทำให้ทุกอย่างสว่างเเละสดใส
48.ความ รักคือการพึงพอใจในสิ่งที่รัก
49.ความรักจะมีคุณค่าได้ต่อเมื่อคนที่รัก ต้องให้เกียรติ์ซึ้งกันเเละกัน
50.ความรักบางทีก็เป็นสะพานทอดไปสู่การ เเต่งงาน

รองเท้าแตะ และ หนุ่มๆ (คำแนะนำการเลือกรองเท้าไปทะเล)

อย่า...

- อย่า...เลือกรองเท้าปีนเขา
ฮิตอยู่พักใหญ่ รองเท้าที่ดูเหมือนแตะ แต่จริงๆ แล้วออกแบบมาเพื่อการปีนเขาที่สมบุกสมบัน หน้าตาของมันเหมือนกับนำเอารองเท้าปีนเขาฉบับเต็ม มาตัดด้านหน้า-หลัง-ข้างออกให้เห็นนิ้ว เห็นส้นเท้า ซึ่งถ้าไม่ได้จะไปทำกิจกรรมแบบที่ว่า ก็จะเป็นรองเท้าที่ประหลาดเกินจำเป็นสำหรับจะคีบไปเดินเล่นริมทะเล

- อย่า...เลือกรองเท้าแข็ง
ประเภทนี้ก็ไม่ต่าง จากแบบแรก รองเท้าพวกเบอร์เคนสต๊อกหรือเตวาสน่ะ เก็บเอาไว้สวมกับขาสั้นเสื้อยืดเวลาไปเดินช็อปปิ้งที่แห้งๆ เหอะ ก็รองเท้าแบบนี้แม้จะสวมสบาย ใส่เท่ แต่จริงๆ แล้วหาได้สะเทินน้ำสะเทินบกไม่ เจอน้ำทะเลเข้ามีพังนะครับ แถมพกด้วยการอมน้ำซึ่งทำให้กว่าจะแห้งต้องใช้เวลา และตามมาด้วยกลิ่นอับๆ อันน่าสะพรึง...อาจกลายเป็นที่รังเกียจของสังคมได้

- อย่า...เลือกรองเท้าแบรนด์กีฬา
เว้นเสียแต่ว่า คุณจะเป็นนักกีฬาทีมชาติที่หลบไปพักร้อน เหตุผลง่ายๆ ก็คือ มันมักจะดูไม่ดี ไม่เหมือนวันที่มาพักผ่อนนอนชายหาด แต่ดูราวกับคุณเพิ่งฝึกซ้อมกีฬาเสร็จ แล้วก็ออกมาเดินเล่นมากกว่า

- อย่า...สวมถุงเท้าแล้วใส่แตะ
ไม่รู้ว่าใครเป็น คนชักนำแฟชั่นแบบนี้เข้ามาในวงการ แต่ว่ามันดูขำมากเลย จะไปเที่ยวทะเลทั้งที ยังอุตส่าห์สวมถุงเท้าเต็มยศ แต่เพื่อความสบายเลยเลือกใส่รองเท้าแตะ เอาอย่างไหนก็เลือกสักทางเถอะนะ

ควร...

แตะ

- ควร...เลือกรองเท้ารูปตัวเอกซ์

รองเท้าแตะแบบที่คาดบนหลังเท้าเป็นรูปตัวเอกซ์ (X) นับว่าเป็นรูปแบบง่ายๆ แต่แอบเก๋ อย่างน้อยก็ไม่ “สิ้นคิด” หนีบมาได้แค่รองเท้าฟองน้ำละน่า รองเท้าแตะสวมๆ คาดเป็นรูปตัวเอกซ์สวมเข้า ถอดออกง่ายๆ ไม่มีออปชันมากมาย เลือกชนิดที่ไม่ลื่น โดยเฉพาะประเภทที่ทำจากหนังปลอมอย่าไปซื้อมาใส่ทีเดียว อาจจะลื่นเวลาเปียกน้ำให้เสียลุคได้ แถมยังอาจจะดูเหมือนขโมยรองเท้าคุณลุงมาใส่อีรกต่างหาก

- ควร...เลือกรองเท้าหนีบสไตล์บราซิล
รองเท้า แตะคีบๆ ที่เรียกกันติดปาก อย่าง ตราช้างดาว ก็ยังพอฮิตติดกระแสอยู่ แต่ถ้าจะให้อินสุดๆ ก็คือ รองเท้าคีบสไตล์ “บราซิลเลียน ธ็อง” (Brazilian Thong) ก็คือ ฟลิปฟลอปแบบที่มีสีสันสดใส รวมทั้งอาจมีลวดลายสนุกสนาน เหมาะกับบรรยากาศริมทะเลสุดๆ รองเท้าแบบนี้ถูกๆ ก็มี สามารถเลือกซื้อได้ครบเจ็ดสีเจ็ดวัน ใส่ไม่ซ้ำกันยังได้

- ควร...เลือกรองเท้าแตะคุณภาพ
นั้น ไม่ได้หมายความว่า จะต้องไปปิดบัญชีธนาคารมาทุ่มทุนซื้อรองเท้าแตะหนังแท้เก๋ๆ สักคู่ แต่รองเท้าแตะผลิตจากหนังแท้ สไตล์แกลดิเอเตอร์ จะเป็นรองเท้าแตะที่อยู่คู่เท้าพวกเราไปอีกนานแสนนาน ชนิด...คู่เดียว เปรี้ยวได้ทั้งชายหาดและริมฟุตปาทเชียว

ความลับของผู้ชาย




ความลับของผู้ชาย

โดย. ไดแอน เฮลส์
รีดเดอร์ส ไดเจสท์ มิถุนายน 2549 หน้า 81-87.

ใครๆ ก็บอกว่าผู้ชายมาจากดาวอังคาร (หนังสือขายดีของ ดร.จอนห์ เกรย์ ที่เขียนถึงความแตกต่างของหญิงชาย เพื่อให้เกิดการยอมรับและเข้าใจ ลดความขัดแย้ง ในการสร้างสัมพันธภาพระหว่างกัน) วันๆ คิดแต่เรื่องกีฬา เบียร์ และเรื่องบนเตียง (บางทีอาจสลับกันก็ได้) พวกผู้ชายไม่ยอมถามเส้นทางเมื่อหลง ไม่เปิดเผยความรู้สึกในใจจริงไหม รายงานพิเศษของเราจะตีแผ่ความลับของผู้ชายซึ่งคุณอาจต้องประหลาดใจ

ลูกผู้ชายต้องเข้มแข็ง และความเชื่อเกี่ยวกับอารมณ์ความรู้สึกของชาย

ใครสะอื้นไห้เวลาดู หนังเศร้า ใครจะเป็นจะตายเวลาอกหัก ไม่น่าเชื่อว่าคำตอบคือผู้ชาย ผลการศึกษาเผยว่าผู้ชายมีอารมณ์ความรู้สึกซับซ้อนและเข้าใจยากไม่แพ้ผู้หญิง บางครั้งอาจลึกลับจนแม้ตัวเขาเองก็ไม่เข้าใจ นับประสาอะไรกับผู้หญิง

แม้อารมณ์จะเป็นจุด เด่นที่สุดของผู้หญิงแต่ผู้ชายก็มีความอ่อนไหวและมีประสบการณ์ด้านอารมณ์ได้ มากพอๆกัน ในการศึกษาภาวะด้านอารมณ์ของผู้ใหญ่ 500,000 คน กลุ่มตัวอย่างเพศชายระบุว่ารู้สึกอ่อนไหวสูงพอๆ กับกลุ่มตัวอย่างเพศหญิง การศึกษาคู่สามีภรรยาพบว่าทั้งสองอ่อนไหวต่อความเครียดของคู่สมรสมากเท่าๆ กัน แต่ก็สามารถปลอบโยนอีกฝ่ายได้ดีไม่แพ้กัน

แม้หญิงชายอาจถอน หายใจ ร้องไห้ เฮฮา กราดเกรี้ยว ตะโกน หรือแสดงความรำคาญได้บ่อยพอกัน แต่ทั้งสองเพศมีวิธีแสดงอารมณ์ต่างกัน “อารมณ์เป็นฉากหลังในชีวิตของผู้ชายขณะที่เป็นฉากหน้าในชีวิตของผู้หญิง” ดร. จอช โคลแมน นักจิตวิทยาผู้เขียนหนังสือ สามีจอมขี้เกียจ กล่าวว่า “ฮอร์โมนเทสโทสเทอโรน ส่งผลต่อความรู้สึกของผู้ชายซึ่งจัดหมวดหมู่สิ่งต่างๆ และมองทุกอย่างเป็นเหตุเป็นผลมากกว่า ดูเหมือนหญิงจะโอนอ่อนตามอารมณ์มากกว่าชายซึ่งพยายามจัดการกับอารมณ์เหล่า นี้ เมื่อเป็นเช่นนี้ ผลประโยชน์ก็ตกอยู่กับทั้งสองฝ่าย ความสัมพันธ์ดีขึ้นและทั้งคู่ก็มีความสุขมากขึ้น”

กลไกในสมอง

เมื่อ 13 ปีที่แล้ว คริส ชโรเดอร์ นักธูรกิจวัย 48 มีชีวิตเพียบพร้อม สุขภาพแข็งแรงมีงานที่ชอบ มีภรรยาและลูกสุดที่รักสองคน แต่ภายในหนึ่งเดือน ทุกอย่างก็พังทลายลง เมื่อเขาป่วยเป็นไวรัสตับอักเสบจนต้องเข้าพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล จากนั้นก็ถูกปลดออกจากงาน ชีวิตแต่งงานอับปางลง เขาคาดไม่ถึงว่าชีวิตจะเลวร้ายถึงเพียงนี้ คริสทวนความหลังว่า “ผมดำเนินชีวิตต่อไปแบบซังกะตาย แต่ไม่แสดงความรู้สึกในใจมากนัก ผมไม่เฉลียวใจเลยว่าเราควรปลดปล่อยความกลัดกลุ้มออกมาบ้าง และไม่รู้ด้วยว่าควรปล่อยอย่างไร”

ทำไมผู้ชายขาดความ ละเอียดอ่อนทางอารมณ์ คำตอบคือต้องโทษสมอง ดร. เดวิด พาวเวล ประธานศูนย์ปฏิบัติการด้านสุขภาพนานาชาติ อธิบายว่า สมองของหญิงมีการสื่อสารระหว่างซีกซ้ายซึ่งควบคุมระบบเหตุผลกับซีกขวาซึ่ง ควบคุมการทำงานของอารมณ์ได้ดีกว่าสมองของชาย

ทั้งหมดนี้อาจเป็น เหตุผลว่าทำไมผลการศึกษาในกลุ่มสังคมต่างวัฒนธรรม 125 ฉบับ จึงระบุว่าเด็กชายกับผู้ชายตีความสารที่ได้สื่ออกมาเป็นคำพูด เช่น อากัปกิริยา สีหน้า และน้ำเสียงของคู่สนทนาผิดพลาดกว่าผู้หญิง ผู้ชายยังมีปฏิกิริยาต่ออารมณ์น้อยกว่าและลืมได้เร็วกว่า การทดลองที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดพบว่า ภาพสะเทือนอารมณ์ก่อให้เกิดปฏิกิริยาในสมองของหญิงมากกว่าชาย สามสัปดาห์ต่อมา ผู้หญิงยังจำรายละเอียดของภาพได้มากกว่า นักวิจัยตั้งข้อสันนิษฐานว่าผลการศึกษานี้น่าจะอธิบายว่าทำไมผู้หญิงจึงพร่ำ บ่นเรื่องหยุมหยิมที่สามีลืมไปตั้งนาแล้ว

การหย่าร้างซึ่งที่ จริงส่งผลกระทบต่อจิตใจของชายมากกว่าหญิงนั้น บางครั้งทำให้ผู้ชายต้องสำรวจอารมณ์ของตัวเองเสียใหม่ “นานหลายปีที่ผมต่อสู้กับความกลัดกลุ้ม ซึ่งสุมแน่นอยู่ในใจโดยไม่รู้ตัว แต่เมื่อใด ที่คุณตระหนักว่ามีอารมณ์บางอย่างคุกรุ่นอยู่ในใจ คุณจะรู้สึกว่าเก็บกักไว้เหมือนเดิมได้ยาก ตอนนี้ผมใช้ชีวิตให้มีค่าขึ้น รับรู้สมองฝ่ายความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น ถ้ารู้อย่างที่รู้ก่อนหน้านี้ ผมคงจะเป็นสามีที่ดีกว่านี้” นี่คือคำสารภาพของคริสซึ่งแต่งงานใหม่เมื่อไม่นานนี้หลังครองสถานะม่ายร่วม สิบปี

น้ำตาลูกผู้ชาย
ครั้งแรกที่โรเบิร์ต เวสต์โอเวอร์ วัย 41 เห็นพ่อร้องไห้ คือวันที่เขาสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนาวิกโยธินซึ่งทั้งพ่อและปู่เคยเรียน มาก่อน เนื่องจากเติบโตมากับพี่น้องผู้ชายสามคนในครอบครัวทหาร โรเบิร์ตจึงได้รับการปลูกฝังให้กินเร็ว พูดดังฟังชัดชอบการแข่งขันและเก็บกดความรู้สึก “การแสดงอารมณ์เป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับผู้ชาย” โรเบิร์ตกล่าว

เด็กชายทุกคนได้รับ การสั่งสอนแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก พออายุหนึ่งขวบก็เริ่มสบตาน้อยกว่าเด็กหญิง และหันไปสนใจกับสิ่งที่เคลื่อนไหว เช่น รถยนต์ มากกว่าจะมองหน้าคน พ่อ-แม่แสดงความรู้สึกกับลูกชายน้อยกว่ากับลูกสาว (ยกเว้นอารมณ์โกรธ) เด็กชายจึงรู้จักคำศัพท์เกี่ยวกับ “อารมณ์” น้อยกว่าเด็กผู้หญิง เวลาอยู่ในสนามเด็กเล่นนอกบ้าน เด็กชายถูกสอนว่าต้องกลั้นน้ำตาและไม่ขี้ขลาด เมื่อเข้าโรงเรียนใบหน้าของเด็กชาย ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเปิดเผยไม่ต่างจากเด็กหญิงเริ่มแสดงอารมณ์น้อยลงเรื่อยๆ

พอโตเป็นผู้ใหญ่ ชายจะพูดน้อยลง อย่างน้อยเวลาอยู่หน้าสาธารณชน ชายจะพูดเพื่อแสดงว่าตนเหนือกว่าผู้อื่น ตรงข้ามกับผู้หญิงซึ่งจะพูดเพื่อดึงดูดความสนใจคนรอบข้าง แม้แต่กับเพื่อนส่วนใหญ่ ผู้ชายก็อาศัยคำพูดเป็นเครื่องแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านงานช่าง กีฬา รถยนต์ คอมพิวเตอร์ “ผู้หญิงพูดเพื่อให้หัวสมองปลอด โปร่ง แต่ผู้ชายคิดก่อนพูด” นายแพทย์มาร์ก กูลส์ทัน จิตแพทย์และผู้แต่งหนังสือ เคล็ดลับหกประการให้สัมพันธภาพยืนยาว (The 6 Secrets of Lasting Relationship) “ถ้าไม่คิดก่อนพูดผู้ชายอาจหลุดปากพูดอะไรโง่ๆ ออกไปจนเสียหน้า หรืออาจพูดไม่เข้าหูคนจนกลายเป็นเรื่องชกต่อย ทางที่ดีคือไม่พูดอะไรเลย”

อะไรซ่อนอยู่ภายหลัง หน้ากากเหล็กและความเงียบขรึมของผู้ชาย ความอ่อนแอไงละ ผู้เชี่ยวชาญลงความเห็นว่าผู้ชายส่วนใหญ่รู้สึกไม่มั่นคงโดยตัวเองยากจะยอม รับ และไม่มั่นคงเกินกว่าที่ภรรยาคาดเดาไว้ “ผู้ชายทุกคนมีความกลัวลับๆ อยู่อย่างหนึ่งว่าจะไร้สมรรถภาพและความกล้าหาญ เรียกว่ากลัวตัวเองจะไม่เป็นชายอย่างที่ควรจะเป็น หมอกูลส์ทันกล่าว “ผู้ชายรู้ว่ามีหน้าที่เป็นหัวหน้าครอบครัว ถ้าข้าวของในบ้านพังจะต้องซ่อมได้ เมื่อรู้สึกว่าตนไร้ความสามารถก็จะถอยห่างและปลีกตัวออกไป”

กฎเกณฑ์และบทบาท ระหว่างชายหญิงเริ่มผ่อนปรนบ้างแล้ว ชายบางคนกล้าพอจะเปิดเผยความอ่อนแอของตน แต่หลายคนยังสับสนว่าควรเปิดเผยแค่ไหน “ผู้หญิงบอกว่าอยากให้พวกเราเปิดเผยความรู้สึก” โรเบิร์ตกล่าว “แต่เดี๋ยวก็บอกว่าอยากเห็นเราเป็นหลักอันมั่นคงให้เธอ เหมือนเรียกร้องให้เรากระโดดไปมาระหว่างความสุดโต่งสองขั้ว ซึ่งสับสนมาก ผู้ชายไม่มีแนวทางหรือตัวอย่างว่าควรปฏิบัติอย่างไรจึงจะได้ชื่อว่าเปิดเผย ความรู้สึกและเข้มแข็งไปพร้อมกัน"

ทำไมผู้ชายระเบิดอารมณ์

แม้ผู้หญิงจะรู้สึก โกรธบ่อยพอๆ กับผู้ชาย แต่ความฉุนเฉียวก็ยังเป็นอารมณ์ประจำตัวเพศชายอยู่ดี “ลูกยังพูดถึงตอนที่ผม “เบรกแตก” อยู่เลย” คิม การ์เรทัน พนักงานบริษัทวัย 54 ปี ซึ่งเคยระเบิดอารมณ์สุดขีดในร้าน เมื่อพนักงานนำอาหารเย็นชืดมาเสิร์ฟ

แล้วทำไมผู้ชายหลายคน ถึงแสดงอาการกราดเกรี้ยว “ความโกรธมีสาเหตุมาจากจิตใจที่สับสนเมื่อต้องเก็บกดอารมณ์บางอย่างไว้ ชายทุกคนพยายามเก็บความรู้สึกเพราะกลัวว่าการเปิดเผยเพียงเล็กน้อยอาจนำไป สู่การปอกเปลือกจนหมดใจ” ดร. เคนแนท ดับเบิลยู. คริสเตียน นักจิตวิทยาและผู้เขียนศัตรูตัวร้ายของคุณ (Your Own Worst Enemy) กล่าว “ถ้าคุณไม่หาทางปลดปล่อยมันออกมาบ้างหรือหาวิธีจัดการอย่างถูกต้องอารมณ์ เหล่านี้จะเป็นเหมือนไฟคุกรุ่น รอเวลาลุกโหมขึ้นมาเมื่อชีวิตของคุณพังครืนลง เพราะปัญหาบางอย่าง”

ชีวิตคิมพังทลาย เมื่อสี่ปีก่อนหลังหมอลงความเห็นว่าเขาเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก สิ่งที่ตามมาก็เหมือนกับสิ่งที่เกิดกับชายหลายคนเมื่อรู้ว่าตัวเองป่วยหนัก คิมตระหนักว่าชีวิตเขาไม่มีอะไรต้องเสีย มีแต่ได้เท่านั้น ขอเพียงปล่อยให้ตัวเองมีอารมณ์ตามจริง “ผมกล้าแสดงอารมณ์ทุกอย่าง” คิมกล่าว “ถ้าโกรธ ผมก็ระบายด้วยคำพูดเจ็บแสบแล้วก็ปล่อยให้ผ่านไป ผมใช้อารมณ์ขันเป็นทางออกและกลับไปติดต่อกับเพื่อนเก่าๆ ตั้งคำถามเกี่ยวกับชีวิต แสวงหาความหมายทางจิตวิญญาณ ชีวิตผมเต็มไปด้วยความสุขและรื่นรมย์”

ลองวิธีนี้

ผู้ชายสามารถแสดง อารมณ์โดยไม่ต้องร้องไห้หรือรู้สึกกลัว ต่อไปนี้เป็นวิธีเริ่มต้น

หาวิธีแสดงอารมณ์ อย่างสร้างสรรค์หางานอดิเรกอย่างวาดรูปหรือเล่นดนตรีผลงานศิลปะอันยิ่งใหญ่ จำนวนมากเป็นการสร้างสรรค์ของเพศที่ได้ชื่อว่าเก็บกดที่สุด

ระบายความเครียดและ โกรธด้วยการออกกำลัง “เมื่อรู้สึกกดดันสุดขีดจนอยากเอาหัวชนฝา ให้รีบหาทางออกกำลัง บางทีแค่สิบนาทีอาจยังไม่พอ”

แสดงอารมณ์ออกไป “นิดหน่อย” เริ่มจากความรู้สึกที่คุณควบคุมได้หาคนที่เข้าใจและใช้คำว่า “นิดหน่อย” เช่น เศร้า “นิดหน่อย” หรือ กลัว “นิดหน่อย” อย่างนี้จะปลอดภัยกว่าการเปิดเผยจนหมดเปลือก

เดินหน้าเข้าชน “แทนที่จะหลีกเลี่ยงอารมณ์ที่คุณไม่แน่ใจว่าจะจัดการได้ ทางที่ดีคือเดินหน้าเข้าหา” ดร. ทราวิส แบรดเบอรี่ นักจิตวิทยา กล่าว “การจัดการกับอารมณ์ของตนเป็นเรื่องที่อาศัยเวลาและการฝึกฝนเพราะเป็นการฝึก สมอง แต่ยิ่งทำก็ยิ่งง่าย”

ผู้หญิงต้องรู้

“ชายก็เหมือนปู เสฉวน” คริสกล่าว “ถ้าเปิดเผยความรู้สึกแล้วต้องเจ็บปวดเพิ่ม เราจะหดกลับเข้าไปในกระดองและไม่โผล่หัวออกมาอีก เราไม่ยอมให้ใครมาถากถางหรือเยาะเย้ยเราต้องบ่มตัวเองอยู่นานกว่าจะรู้สึก ปลอดภัย” ต่อไปนี้เป็นวิธีที่ผู้หญิงสามารถทำได้เพื่อช่วยให้ผู้ชายข้างกายรู้สึกสบาย ใจที่จะแสดงความรู้สึก

เวลาพูด ให้อยู่”เคียงข้าง” แทนที่จะ “ประจันหน้า” นักจิตวิทยากล่าวว่า การยืนเผชิญหน้ากับผู้ชายจะทำให้เขารู้สึกว่าถูกท้าทายและยั่วยุ เพราะฉะนั้น แทนที่จะนั่งตรงข้ามกับสามี ควรนั่งข้างๆ เขา

ทำกิจกรรมประเภท กีฬาร่วมกัน เวลาปั่นจักรยานหรือเดินป่า ปราการในหัวใจผู้ชายจะอ่อนบางลง ดังนั้น จึงควรปล่อยให้เรื่องราวต่างๆ ผุดขึ้นมาอย่าเร่งเร้าให้พูดเวลาเดิน เพราะเขาอาจปิดปากเอาดื้อๆ

หัดดูหนังชีวิตแบบ ผู้ชาย หนังชีวิตเกี่ยวกับกีฬาทำให้ผู้ชายไม่น้อยซึ้งถึงกับน้ำตาซึม “กีฬาเป็นเครื่องยึดโยงระหว่างผู้ชายกับพ่อ สำหรับผู้ชายนี่คือรากฐานสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างเขากับพ่อ” อย่าพยายามวิเคราะห์หรือวิจารณ์ชีวิตวัยเด็กของเขา

อย่ากดดันให้เขาพูด ว่าผจญอะไรมาบ้างในวันเลวร้ายสุดๆ “ถ้าวันไหนทุกอย่างแย่ไปหมด เขาเองก็ไม่อยากพูดถึงความเจ็บปวดแบบนี้หรอก” นักจิตวิทยากล่าว “จะมีประโยชน์อะไรกับการนั่งคุยเรื่องหดหู่ตลอดค่ำในเมื่อไม่ช่วยให้แก้ ปัญหาได้”

แสดงออกไม่ต้องพูด การพูดคุยอาจเป็นวิธีแสดงอารมณ์ที่ผู้หญิงนิยมใช้มากที่สุด “ผู้ชายแสดงอารมณ์ด้วยภาษากาย” นักจิตวิทยากล่าวว่า “เพศสัมพันธ์เป็นวิธีแสดงความรักอีกอย่าง” แทนที่จะบีบคั้นให้ผู้ชายถ่ายทอดความรู้สึกออกมาเป็นคำพูดทางที่ดีควรหัดพูด ภาษาของเขา

หาทางทำให้เขาทราบเมื่อคุณต้องการกำลังใจ นักจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยโทเลวิจัยพบว่าสามีอาจอ่อนแอและต้องการกำลังใจไม่ ต่างจากภรรยา เพียงขึ้นอยู่กับจังหวะเวลาเท่านั้น “ผู้ชายไม่ถึงกับไม่รู้ร้อนรู้หนาว แต่ภรรยาต้องทำให้เขาทราบว่าตัวภรรยาเองต้องการอะไรและเมื่อไหร่”

บอกสามีว่าเขามี ความหมายต่อคุณเพียงไร “เวลาอยู่ด้วยกันตามลำพังให้ถามสามีว่า “ทุกวันนี้ ฉันทำให้คุณรู้สึกชื่นชมและให้เกียรติคุณน้อยกว่าเมื่อตอนเจอกันครั้งแรก หรือเปล่า” จิตแพทย์แนะ “บอกเขาว่าคุณรู้สึกว่าตัวเองรู้สึกโชคดีมากที่ทีเขามาร่วมชีวิตด้วย และขอโทษด้วยที่ไม่ได้บอกให้รู้เช่นนั้นบ่อยๆ เชื่อว่าคุณผู้ชายจะต้องถึงอ้าปากค้างแน่นอน”


*******************************************

ผิวหน้าของคุณอยู่ในประเภทไหนกันแน่

ถ้าคุณอยากให้ผิวพรรณดูเปล่งปลั่ง สดใสแบบสาวสุขภาพดี สิ่งแรกที่คุณต้องรู้อย่าง แน่ชัดให้ได้ก็คือสภาพผิวของคุณอยู่ในประเภทไหน


เพื่อที่จะได้รู้ทิศทางว่าจะต้องบำรุงดูแลอย่างไร ถ้าคุณมีผิวผสมแต่นึกว่าตัวเองเป็นคนผิวแห้ง แล้วเลือกใช้แต่ผลิตภัณฑ์สำหรับคนผิวแห้ง ก็อาจส่งผลร้ายมากกว่าผลดีได้ฉะนั้น ถ้าคุณยังไม่แน่ใจว่าผิวของคุณอยู่ในประเภทไหน เราก็มีวิธีตรวจสอบผิวมาบอกคุณแล้ว

ขั้นแรกก็ล้างหน้าด้วยเจลล้างหน้า สำหรับผิวธรรมดาทั่วไป โดยล้างผิวหน้าด้วยน้ำเย็น ซับหน้าให้แห้ง แล้วปล่อยทิ้งไว้อย่างนั้นประมาณ 20 นาที จากนั้นก็ตรวจดูผิวหน้าในที่ที่มีแสงสว่างเพียงพอ

- ถ้าผิวหน้ามีความมันทั่วทั้งใบหน้า ก็แสดงว่าคุณเป็นคนผิวมัน

- ถ้าคุณเห็นความมันเฉพาะบริเวณที-โซน ก็แสดงว่าคุณมีผิวผสม

- ถ้าคุณมองไม่เห็นความมันเลย ก็แสดงว่าคุณยังมีผิวปกติ

- ถ้าผิวหน้าของคุณจะรู้สึกตึงๆ หรือลอกเป็นขุยขาวๆ ก็แสดงว่าคุณเป็นคนผิวแห้ง

ลองไปทดสอบกันดูนะค่ะ จะได้ทราบว่าเราผิวของคุณเป็นประเภทไหน และจะได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่เข้ากับผิวของคุรได้อย่างถูกต้องเพื่อสุขภาพผิวที่ ดี

วันพุธที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

12 ข้อชีวิตเปลี่ยน..(แน่นอน)

aa

>1. นั่งสมาธิอย่างน้อยวันละ15นาที (หรือเดินจงกรมก็ได้)

อานิสงส์---เพื่อ สติปัญญาที่เฉลียวฉลาดขึ้นทั้งภพนี้และภพหน้าเพื่อจิตใจที่สว่างผ่อนปรนจาก กิเลส
ปล่อยวางได้ง่าย จิตจะรู้วิธีแก้ปัญหาชีวิตโดยอัตโนมัติ ชีวิตจะเจริญรุ่งเรืองไม่มีวันอับจน ผิวพรรณ
ผ่องใส สุขภาพกายและจิตแข็งแรง เจ้ากรรมนายเวรและญาติมิตรที่ล่วงลับจะได้บุญกุศล

>2.สวดมนต์ด้วยพระคาถาต่างๆอย่างน้อยวันละ ครั้งก่อนนอน
อานิสงส์---เพื่อ ให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง ชีวิตหน้าที่การงานเจริญก้าวหน้า เงินทองไหลมาเทมา
แคล้วคลาดจากอุปสรรคทั้งปวง จิตจะเป็นสมาธิได้เร็ว แนะนำพระคาถาพาหุงมหากา, พระคาถา
ชินบัญชร, พระคาถายอดพระกัณฑ์ไตรปิฎก เป็นต้น เมื่อสวดเสร็จต้องแผ่เมตตาทุกครั้ง

>3.ถวาย ยารักษาโรคให้วัด, ออกเงินค่ารักษาให้พระตามโรงพยาบาลสงฆ์
อานิสงส์---ก่อให้เกิดสุขภาพ ร่มเย็นทั้งครอบครัว โรคที่ไม่หายจะทุเลา สุขภาพกายจิตแข็งแรง อายุยืน
ทั้ง ภพนี้และภพหน้า ถ้าป่วยก็จะไม่ขาดแคลนการรักษา

>4.ทำ บุญตักบาตรทุกเช้า
อานิสงส์---ได้ช่วยเหลือศาสนาต่อไปทั้งภพนี้และภพหน้า ไม่ขาดแคลนอาหาร ตายไปไม่หิวโหย
อยู่ในภพที่ไม่ขาดแคลน ข้าวปลาอาหารอุดมสมบูรณ์

>5.ทำหนังสือหรือสื่อต่างๆเกี่ยวกับธรรมะ แจกฟรีแก่ผู้คนเป็นธรรมทาน
อานิสงส์---เพราะธรรมทานชนะการให้ทานทั้งปวง ผู้ให้ธรรมจึงสว่างไปด้วยลาภ ยศ สุขสรรเสริญ
ปัญญา และบุญบารมีอย่างท่วมท้น เจ้ากรรมนายเวรอโหสิกรรมให้ ชีวิตจะเจริญรุ่งเรืองอย่างไม่คาดฝัน

>6.สร้างพระ ถวายวัด
อานิสงส์---ผ่อน ปรนหนี้กรรมให้บางเบา ให้ชีวิตเจริญรุ่งเรือง สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง แคล้วคลาดจากอุปสรรคทั้งปวง ครอบครัวเป็นสุข ได้เกิดมาอยู่ในร่มโพธิ์ของพุทธศาสนาตลอดไป

>7.แบ่ง เวลาชีวิตไปบวชชีพรามณ์หรือบวชพระอย่างน้อย9วันขึ้นไป
อานิสงส์---ได้ตอบแทนคุณพ่อแม่ อย่างเต็มที่ ผ่อนปรนหนี้กรรมอุทิศผลบุญให้ญาติมิตรและเจ้ากรรมนายเวรสร้างปัจจัยไปสู่ นิพพานในภพต่อๆไป ได้เกิดมาอยู่ในร่มโพธิ์ของพุทธศาสนา จิตเป็นกุศล

>8.บริจาคเลือดหรือร่างกาย
อานิสงส์---ผิวพรรณผ่องใส สุขภาพแข็งแรง ช่วยต่ออายุ ต่อไปจะมีผู้คอยช่วยเหลือไม่ให้ตกทุกข์ได้ยากเทพยดาปกปักรักษา ได้เกิดมามีร่างกายที่งดงามในภพหน้าส่วนภพนี้ก็จะมีราศีผุดผ่อง

>9.ปล่อยปลาที่ซื้อมาจากตลาดรวมทั้งปล่อยสัตว์ไถ่ชีวิตสัตว์ต่างๆ
อานิสงส์---ช่วยต่ออายุ ขจัดอุปสรรคในชีวิต ชดใช้หนี้กรรมให้เจ้ากรรมนายเวรที่เคยกินเข้าไป
ให้ ทำมาค้าขึ้น หน้าที่การงานคล่องตัวไม่ติดขัด ชีวิตที่ผิดหวังจะค่อยๆฟื้นคืนสภาพที่สดใส เป็นอิสระ

>10.ให้ทุนการศึกษา, บริจาคหนังสือหรือสื่อการเรียนต่างๆ,อาสาสอนหนังสือ
อานิสงส์---ทำให้มีสติปัญญาดี ในภพต่อๆไปจะฉลาดเฉลียวมีปัญญา ได้มีโอกาสศึกษาเล่าเรียนอย่างรอบรู้สติปัญญาสมบูรณ์พร้อม

>11.ให้เงินขอทาน, ให้เงินคนที่เดือดร้อน (ไม่ใช่การให้ยืม)
อานิสงส์---ทำให้เกิดลาภไม่ ขาดสายทั้งภพนี้และภพหน้า ไม่ตกทุกข์ได้ยาก เกิดมาชาติหน้าจะร่ำรวยและไม่มีหนี้สิน ความยากจนในชาตินี้จะทุเลาลง จะได้เงินทองกลับมาอย่างไม่คาดฝัน

>12.รักษา ศีล 5 หรือศีล 8
อานิสงส์---ไม่ ต้องไปเกิดเป็นเปรตหรือสัตว์นรก ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ผู้ประเสริฐครบบริบูรณ์ ชีวิตเจริ ญ
รุ่งเรือง กรรมเวรจะไม่ถาโถม ภัยอันตรายไม่ย่างกราย เทวดานางฟ้าปกปักรักษา

รวบผมตึง...ระวังโรคเครียดถามหา

สาวๆ ที่ชอบมัดผมแน่นตึงมากๆ แล้วเจอกับอาการมึนหัว งุงงง ปวดตึงบริเวณต้นคอและท้ายทอยอยู่บ่อยๆ ขอให้บอกตัวเองไว้เลยว่า นี่อาจเป็นการส่งสัญญาณเตือนถึงความเครียดภายใต้หนังศีรษะก็เป็นได้

ใครที่ชอบมัดผมหรือคาดผมจนตึงแน่นอยู่เป็นประจำ ทรงผมสุดเนี้ยบนี้อาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่นำไปสู่อาการปวดหัวเรื้อรัง และทำให้เกิดโรคเครียดตามมาโดยไม่รู้ตัวนะค่ะ


การรัดผม คาดผม หรือมัดผมจนตึงแน่นเป็นประจำ จะทำให้หนังศีรษะถูกเหนี่ยวรั้งมากขึ้น นอกจากจะทำให้ความกว้างของหน้าผากมากขึ้น (อาจเป็นนางเอกหนังจีน "แมนจู" ได้โดยไม่รู้ตัวนะ) เพราะรากผมถูกทำลายจากแรงดึงแล้ว ยังทำให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงบริเวณศีรษะไม่สะดวก นำไปสู่อาการปวดหัวเรื้อรังและโรคเครียดได้

วันจันทร์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

มุมมองใหม่ของความ รัก

คนเราทุกคนต้องการความรักเป็นความต้องการพื้นฐาน เมื่อมีความรักแล้วก็ต้องการความสุข จนเผลอไผลคิดไปว่า รักคือความสุข ซึ่งในความเป็นจริงนั้น ความรักให้ได้ทั้งสุขและทุกข์ อยู่ที่เรารักอย่างไรและคาดหวังอะไรจากความรัก

ดังนั้นความรักสำหรับแต่ละคนจึง มีมุมมองที่แตกต่างกัน แต่หากต้องการสร้างความสุขให้กับตัวเองแล้วล่ะก็ สาวๆ ควรสร้างมุมมองความรักใหม่ๆ ให้กับตัวเอง อย่าเอาความสุขทั้งชีวิตไปฝากไว้กับใคร มีความรักแค่เพื่อ "เติม เต็ม" ก็พอ

เด็กดีดอทคอม ::  มุมมองใหม่ของความรัก

>>> เวลา ที่มีความรักควรมีความสุขได้ด้วยตัวเอง คนอื่นที่เข้ามาเติมความสุขให้ ถือเป็นเพียงโบนัสที่เพิ่มเข้ามาก็พอค่ะ

>>> เวลา ที่มีความรักควรทำให้ผู้อื่นเกิดความสุขด้วย ไม่ใช่คิดถึงแต่ความสุขของเราฝ่ายเดียว เช่น เมื่อคนที่เรารักไม่รักเรา แต่เขามีความสุขของเขา แม้เราจะเศร้าก็ยังคิดได้ว่า อย่างน้อยก็ได้เห็นคนที่เรารักมีความสุข

เด็กดีดอทคอม ::  มุมมองใหม่ของความรัก

>>> ลด ความคาดหวัง คนธรรมดาๆ อย่างเราคงตัดความคาดหวังไม่ได้ง่ายๆ แต่ถ้าเรายิ่งคาดหวังจากอีกฝ่ายน้อยลงเท่าไหร่ โอกาสที่เราจะสุขสมหวังก็ยิ่งมากขึ้น

>>> ยอมรับความแตกต่าง ทั้งด้านสรีระและความคิดของผู้อื่น ความคิดไม่ตรงกันนั้น ถือเป็นเรื่องธรรมชาติ หากฝ่ายหนึ่งไม่พยายาม ทำให้อีกฝ่ายคิดเหมือนกัน และพยายามเข้าใจว่าเหตุใดจึงคิดต่างกัน ปัญหาก็จะไม่เกิด หากเข้าใจและยอมรับได้แล้ว เมื่อเห็นเขาทำตัวไม่ถูกใจ ไม่น่ารัก ขี้บ่น ใจร้อน เราก็จะปรับตัวให้เข้ากับเขาและมอบความรักให้ได้ง่ายขึ้น (เป็น เรื่องที่ดีมากๆ ถ้าใครทำได้)

>>> ยอม รับความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ความรักจึงจะยืนยาว เพราะความเปลี่ยนแปลงเป็นธรรมดาของโลก ความรักที่เคยจี๋จ๋าหวานแหวว อาจจืดจางลง แต่ยังคงความผูกพันและสัมพันธ์อันดี หรือแม้จะเลิกรา บางคู่ก็ยังเป็นเพื่อนรู้ใจต่อกันได้ (ข้อ นี้พี่เหมี่ยวคอนเฟิร์มค่ะ)

>>> ไม่ ควรทำแต่สิ่งที่ตัวเองชอบ หรือสิ่งที่ตนคิดว่าดีให้คนอื่นเพียงอย่างเดียว จะต้องมองถึงความต้องการของเขาด้วย จะได้ไม่ต้องมาน้อยใจว่าเราอุตส่าห์หวังดี ยอมเหน็ดเหนื่อยทำเพื่อเขา แต่เขากลับไม่เห็นคุณค่า

>>> ความ เกรงใจ เป็นองค์ประกอบสำคัญ ควรเอาใจเขามาใส่ใจเรา เพราะคนใกล้ชิดสนิทกัน มักคิดว่าจะสามารถทำอะไรตามใจ ตัวได้แทบทุกเรื่อง จนลืมนึกถึงความรู้สึกของอีกคนไป

>>> พูด จาชื่นชมในสิ่งดีของกันและกัน เป็นอีกหนึ่งวิธีมอบความรักที่ควรทำ บางคนละเลยว่าอยู่ด้วยกันมานาน เรื่องดีเขาคงรู้อยู่แล้วไม่ต้องชม จึงเอาแต่พูดถึงสิ่งไม่ดี หรืออยากให้อีกฝ่ายเปลี่ยนแปลง เอาแต่บ่นโดยไม่เคยชม คนฟังก็ท้อใจเหมือนกันนะคะ

>>> ถ้า รักแล้วไม่แสดงออกเลยอีกฝ่ายก็คงไม่รู้ เพราะเขาไม่มีตาทิพย์ แต่การแสดงความรู้สึกแค่ไหน อย่างไร คงต้องดูว่าเป็นสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการด้วย ส่วนความต้องการของเราก็ควรบอกตรงๆ ไม่ใช่คาดหวังให้คู่ของเราเป็นหมอดู คอยเดาใจ บอกไปตรงๆ ดีที่สุด

เลิกดื่มน้ำเย็นกันเถอะ

บางครั้งที่เหน็ดเหนื่อยมีเหงื่อมาก กระหายน้ำ การดื่มน้ำเย็นเข้าไปในทันทีอาจไม่ให้ผลดีต่อร่างกายนักการดื่มน้ำวันละ 8-10 แก้วต่อวันจะมีประโยชน์ เพราะน้ำช่วยหล่อลื่นให้ระบบต่างๆทำงานได้ดีขึ้น ระบบขับถ่ายดี ผิวพรรณสดใส แต่สิ่งสำคัญคือ ต้องเป็นน้ำที่สะอาดบริสุทธิ์ ที่อุณหภูมิเดียวกับอุณหภูมิห้อง

การดื่มน้ำเย็นเกินไปเข้าสู่ร่างกาย จะทำให้เส้นเลือดที่อยู่ในระบบทางเดินอาหารหดตัวลง กว่าเซลล์จะปรับตัวและขยายตัวเพื่อดูดซึม ต้องใช้เวลานานพอสมควรในการปรับอุณหภูมิก่อนดูดซึม จึงมักเกิดอาการจุกหน้าอกเมื่อกระหายน้ำแล้วดื่มน้ำเย็นจัดเข้าไป ขณะที่น้ำธรรมดาที่อุณหภูมิห้อง ( 35 ºc ) ร่างกายจะสามารถดูดซึมไปใช้ในระบบหมุนเวียนเลือดได้เลย

ปัญหาขอบตาดำ....แก้ไขยังไงดี

ดวงตาเป็นหน้าต่างของดวงใจ เป็นประโยคที่ได้ยินเป็นประจำ การที่เราจะมองใครคนหนึ่งว่าสวยหรือไม่ ตาก็เป็นจุดที่สำคัญจุดหนึ่ง ถ้าใครมีดวงตาที่ผ่องใส ผิวหนังรอบตาไม่มีมลทิน ก็ทำให้หน้าดูสวยไปแล้วครึ่งหนึ่ง แต่ถ้าใครมีปัญหาขอบตาคล้ำ ก็ทำให้ใบหน้าดูหมอง ไม่สดใส ความสวยงามก็ลดลงไปแล้ว

ดังนั้น การรักษาผิวรอบดวงตาที่หมองคล้ำทำให้กลับมาสดใสจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น ปัญหาใต้ตาคล้ำ เป็นสิ่งที่พบได้บ่อยๆ ในคนไทย ก่อนจะมาถึงการรักษา ควรจะต้องทราบถึงสาเหตุเสียก่อน เพื่อให้การรักษาได้ผลดีขึ้น และเป็นการป้องกันไม่ให้รอยดำเป็นมากขึ้น

สาเหตุของขอบตาดำ

ขอบตาดำ มีอยู่ด้วยกันหลายสาเหตุ บางคนมีสาเหตุจากหลายๆ สาเหตุ

- กรรมพันธุ์ ถ้าคนไทยมีขอบตาดำ แล้วลองหันไปมองญาติพี่น้อง พ่อแม่ของคุณดูว่าเป็นแบบเดียวกับที่คุณเป็นหรือไม่ ถ้าเป็นละก็ การรักษาและป้องกันอาจจะยาก

- ภูมิแพ้ คนที่เป็นภูมิแพ้ จะพบว่าเส้นเลือดดำที่อยู่รอบตาจะขยายใหญ่มากกว่าคนทั่วไป และเส้นเลือดดำเหล่านี้นี่เองที่เป็นสาเหตุให้ขอบตาของคนที่เป็นโรคภูมิแพ้ ดูคล้ำกว่าคนทั่วไป

- การระคายเคืองแถวๆ รอบตา เช่น การขยี้ตาบ่อยๆ เพราะการขยี้ตาจะกระตุ้นเซลล์สร้างเม็ดสีให้เพิ่มจำนวนขึ้นบริเวณนั้น

- แพ้ครีมทารอบดวงตา บางคนอาจแพ้สารบางอย่างในครีม ซึ่งไม่สามารถบอกได้ว่า ใครจะแพ้สารตัวใด ใครบ้างที่จะเป็น ถ้ารู้ว่าแพ้คงต้องหยุดการทาครีมดังกล่าว ถ้าไม่ทราบอาจต้องพึ่งการทดสอบว่าแพ้สารที่ต้องสงสัยหรือไม่

- อดนอน สาเหตุนี้เป็นสาเหตุที่พบบ่อยในสภาพสังคมปัจจุบัน ใครที่รู้ตัวว่าอดนอนบ่อยๆ หรือนอนดึก ก็ขอให้นอนเร็วขึ้น เพื่อที่ขอบตาจะได้ดูสดใสกว่าเดิม

- เป็นปานโอตะ ปานโอตะคือ เซลล์เม็ดสีที่อยู่ในชั้นหนังแท้ พบในบางคนที่มีความผิดปกติที่เซลล์สร้างเม็ดสีอยู่ผิดที่ ซึ่งมักพบบริเวณรอบๆ ตา โดยมากมักจะเป็นข้างเดียว แต่มีบางคนอาจเป็นได้ทั้ง 2 ข้าง ทำให้ขอบตาดูเขียวคล้ำ

การรักษาขอบตาดำ

ถ้าไม่ใจร้อน รักษาแบบได้ผลช้าๆ ก็ใช้เป็นยาทาใต้ตาที่มีส่วนผสมของ Whitening เช่น วิตามินซี แต่ถ้าต้องการให้เห็นผลดีมากขึ้น และได้ผลเร็วๆ การรักษาด้วยเลเซอร์ หรือเครื่องแสงเข้มข้น เป็นวิธีที่ได้ผลดี เลเซอร์ที่ใช้รักษาขอบตาดำได้ ที่นิยมมากที่สุดคือ Nd-yag laser

นอกจากนี้เลเซอร์ตัวนี้ยังสามารถรักษาภาวะปานโอตะได้ด้วย หลังยิงเลเซอร์ ผิวบริเวณนั้นจะเป็นสะเก็ด และสะเก็ดจะหลุดออกภายใน 1-2 อาทิตย์ และผิวของตาที่คล้ำก็จะดูขาวขึ้น เครื่องแสงเข้มข้น คล้ายกับเลเซอร์ แต่ต่างกันที่หลังจากยิงเสร็จแล้วจะไม่เป็นแผล แต่อาจจะเป็นสะเก็ดฝอยๆ เล็กน้อย แต่เครื่องนี้ไม่สามารถรักษาภาวะปานโอตะได้

ขอบตาดำเป็นเรื่องที่ต้องรักษากันนาน และถ้าไม่รู้จักดูแลตัวเองให้ดี นอนหลับไม่เพียงพอ ไม่ช้าขอบตาก็กลับมาดำได้อีก ดังนั้น การดูแลเอาใจใส่รอบดวงตาเสียแต่เนิ่นๆ ก่อนที่จะเริ่มเป็นจึงเป็นสิ่งที่ดีที่สุด

+++ Hamster +++

+++ Playlist +++


MusicPlaylistRingtones
Create a playlist at MixPod.com

+++ coming soon +++