วันอังคารที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2553

น่ารักสุดขีดกับมือถือ LG GS290 Cookie Fresh

เรามาเริ่มต้นแกะกล่องเจ้า LG GS290 Cookie Fresh กันดีกว่าครับ สิ่งแรกที่เห็นได้ชัดคือ วัสดุที่ใช้ก็ผมว่าพอสมราคา สมกับระดับของมันครับ เน้นความเป็นพลาสติกทุกเรือนร่าง การประกอบโดยรวมถือว่าแน่นหนาใช้ได้ ออกแบบเรียบง่าย ถือจับตัวเครื่องได้ถนัดมือ น้ำหนักไม่มากไม่น้อยเกินไป ขนาดลำตัวถือว่าพอดี ๆ มือสุภาพสตรีแน่นอนครับ

ด้านหน้า -
เห็นเรียบร้อย ๆ แบบนี้แต่ก็มีแอบป่องกลางทีเดียวนะเมื่อมองด้านหน้าตรง ๆ มีหน้าจอบริเวณตรงกลาง ตรงกลางคือลำโพงสำหรับสนทนาและเป็นลำโพงสปีคเกอร์ไปใน ไล่มาจากด้านบนก็คือช่องหูฟังสนทนา

ด้านล่างของจอสัมผัส -
ใต้หน้าจอแสดงผลเป็นปุ่มการ ทำงานได้แก่ปุ่มรับสายหรือโทรออก, ปุ่มเรียกโฮมสกรีน, ปุ่มวางสายหรือปิดการใช้งานโปรแกรม

และส่วนล่างถัดจากพื้นที่สีดำที่อยู่ตรงกลาง ตรงนั้นต้องมองดี ๆนะครับ (โปรด อย่าเข้าใจผิดว่าปุ่มตรงกลางเป็นจอยสติ๊กนะ)

ด้านหลัง -
พื้นที่ด้าน หลังเป็นสีเทาเรียบๆ มีเพียงแค่เลนส์ถ่ายภาพ ไม่มีไฟแฟลชใด ๆ ทั้งสิ้น เรียบง่ายดีมากครับ

ด้านบนของตัว เครื่อง -
มีช่องเสียบหูฟังมาตรฐาน 3.5 มิลลิเมตรที่ใช้หูฟังใดๆในท้องตลาดมาใช้งานได้, ถัดมาอีกนิดพบกับช่องใส่สายห้อยคอ


ด้านล่างของตัว เครื่อง -
มีเพียงแค่ไมค์เท่านั้น


ด้านซ้ายของตัวเครื่อง-
ปุ่ม ปรับระดับเสียงหรือใช้งานเป็นปุ่มซูมในโหมดกล้องถ่ายภาพหรือบันทึกวีดี โอ

ถัดลงมาด้านล่างจะเจอช่องเสียบ microSD card


ด้านขวาของตัวเครื่อง -
ช่อง สำหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์สาย USBที่สามารถเสียบชาร์จและเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ได้ด้วย และยังเป็นที่สิงสถิตของปุ่มล๊อกหน้าจอและปุ่มชัตเตอร์กล้องด้วย

การถอดฝาหลัง -
ทำได้โดย การกดตัวล๊อกที่อยู่บนหัวเครื่องแล้วง้างฝาหลังออกมา จากนั้นก็ดึงฝาหลังขึ้นทางหัวเครื่อง เมื่อเปิดฝาหลังออกมาจะพบกับช่องวางแบตเตอรี่ซึ่งแบตเตอรี่ เหนือช่องวางแบตเตอรี่มีช่องใส่การ์ด microSD ซึ่งรองรับความจุได้สูงสุดถึง 32 กิ๊กะไบต์ และข้างๆกันเป็นช่องใส่ซิมการ์ด ซึ่งทั้งสองช่องสามารถถอดเปลี่ยนตัวการ์ดได้ทันที แต่สำหรับซิมการ์ดถ้าถอดเปลี่ยนแล้วต้องปิดเครื่องก่อนแล้วจึงเปิดเครื่อง ใหม่อีกครั้ง

2 Mega Pixels Digital Camera

กล้องดิจิตอลของ LG GS290 Cookie Fresh มีความละเอียดที่ 2 ล้านพิกเซล แต่ไม่มีระบบออโต้โฟกัส และไฟส่องสว่างแบบ LED มาให้ จึงต้องเลือกใช้ Night Mode สำหรับถ่ายภาพ

ในกรณีที่แสงสว่างไม่เพียงพอ การเข้าสู่โหมดถ่ายภาพจะต้องเข้าไปเลือกในเมนูหลักเสียก่อน โดยจะมีปุ่มชัตเตอร์อยู่ที่ด้านซ้ายของตัวเครื่อง หรือ สัมผัสไอคอนรูปกล้องที่หน้าจอเพื่อถ่ายภาพก็ได้ สำหรับลูกเล่นในการถ่าย ภาพก็มีให้เลือกหลากหลาย

ด้าน โทรศัพท์ รายละเอียด

  • ระบบ Quadband (GSM 850/900/1800/1900 MHz)
  • จอสัมผัส TFT-LCD TFT 262,144 สี 240 x 400 พิกเซล (3.0")
  • กล้องดิจิตอล 2 ล้านพิกเซล
  • เครื่องเล่นเพลง
  • ระบบควบคุมการทำงานแบบ Gesture Control รองรับการสั่งงานด้วยการแสดงท่าทางด้วยมือของผู้ใช้
  • วิทยุ FM Stereo ในตัว พร้อมรองรับการใช้งานระบบ RDS (Radio Data System)
  • เสารับสัญญาณวิทยุในตัว สามารถใช้งานวิทยุได้ทันทีโดยไม่ต้องต่อสายหูฟังก่อน
  • มี 4 สีมาตรฐานให้เลือก (Silver, Orange/White, Purple/White และ Blue/Light Silver)

เมนูหลักของ LG GS290 Cookie Fresh แยกเมนูออกเป็น 4 หมวด แบ่งเป็นหมวดการติดต่อ (COMMUNICATION), หมวดมัลติมีเดีย (ENTERTAINMENT), หมวดยูทิลิตี้ (UTILITIES) และ หมวดการตั้งค่า (SETTINGS)
สำหรับหน้า จอเมนูรวมนี้สามารถหมุนเครื่องเพื่อให้แสดงผลเมนูทั้งหมดในแบบไอ คอนเล็กๆได้เต็มหน้าจอในแนวนอน แต่ว่าจะไม่มีชื่อเมนูบอกไว้ ในหลายเมนูจะมีแถบการจัดการ
ซึ่งจะมีปุ่มจัดการ ชื่อเมนู(ซึ่งอาจจะมีตัวเลือกเก็บไว้บางเมนู) และปุ่มย้อนกลับ เอาละครับส่วนที่เหลือเรามาดู เมนูในแต่ละหมวดกันดีกว่าครับ แต่ผมว่ามันก็เป็นโปรแกรมพื้นฐานทั่วไปของโทรศัพท์สมาร์ทโฟน

หน้า Homescreen 3 หน้าต่าง 3 รสให้ใช้งานกัน
1. Widget แบบใหม่ที่มีโครงสร้างแบบ Theme หมายความว่ามันจะไม่ให้คุณลากไอคอน Widget เข้าไประเกะระกะไว้ที่ไหนก็ได้
2. Cartoon Live Square ฟังชื่อแล้วดูใช้ยาก ๆ เหมือนกัน แต่มันคือการเก็บข้อมูลการใช้งานผ่านตัวการ์ตูนสัตว์หรือตัวการ์ตูนคนเอาไว้ นั่นเอง ในที่นี้ผมทดลองใช้แบบตัวการ์ตูนรูปสัตว์น่ารักมากครับ
3. เป็นหน้ารายชื่อคนโปรด Favorite สูงสุดได้ 8 รายชื่อ วิธีใช้ไม่ยากเย็นนักเพียงแค่เลือกรายชื่อเพื่อนที่โทรบ่อย ๆ เพียงเท่านั้นครับ

มาดูโปรแกรมที่ให้มากันบ้างว่ามีโปรแกรมอะไรที่น่าสนใจ ผมจะไม่เล่าให้ฟังนะว่ามันใฃ้งานยังไง แต่จะให้ดูหน้าตาเฉย ๆ ว่ามีอะไรบ้างอยากรู้ก็ต้องไปลองใช้นะ

หมวดการติดต่อ (COMMUNICATION)
มนูรายชื่อ : เมนูสมุดโทรศัพท์ และในหน้าแรกเป็นการแสดงผลรายชื่อทั้งหมดแบ่งตามลำดับอักษร ในแต่ละรายชื่อจะแสดงรูปภาพประกอบ พร้อมปุ่มโทรออกสีเขียวที่ด้านข้างรายชื่อกดสร้างรายชื่อใหม่ได้รวดเร็ว

เมนูโทรเข้า-ออก : ซึ่งเป็นฟังก์ชันพื้นฐานสุดๆ เลย อย่าบอกนะว่าใครซื้อโทรศัพท์มาไม่โทร เดี๋ยวจะโดน ดูจากอินเทอร์เฟชแล้วจะเห็นว่าปุ่มตัวเลขมีขนาดใหญ่เหมาะกับนิ้วมือพอดีเลย
เมื่อ กดตัวเลข เครื่องก็จะทำการค้นหารายชื่อทันที เมื่อกดโทรออก ก็จะโชวร์รูปภาพ (ถ้ามี) ชื่อและเบอร์โทร ส่วนถ้ามีคนโทรเข้า ก็จะเห็นดังภาะพนั่นแหละ มีปุ่มฟังก์ชันให้เลือกเพิ่มเติม

ไม่ว่าจะเป็นเปิดเสียงสนทนาออกลำโพง ปิดเสียง พักสาย โน้ต ค้นหารายชื่อ จบการสนทนา

เมนู : ข้อความ เมนูใช้งานข้อความสั้น, ข้อความมัลติมีเดีย, ข้อความวีดีโอเมล์ พิมพ์ข้อความได้สะดวกผ่านแป้นพิมพ์ QWERTY จำลองบนหน้าจอ

หมวด มัลติมีเดีย (ENTERTAINMENT)
เมนูเพลง : เมนูการใช้งานเครื่องเล่นเพลง เครื่องเล่นเพลงของ LG GS290 Cookie Fresh รองรับการแสดงภาพปกอัลบั้มขนาดใหญ่ สามารถตั้งค่าการเล่นทั้ง เล่นซ้ำ เล่นแบบสุ่ม

เมนูกล้อง : เมนูการใช้งานกล้องดิจิตอลเพื่อถ่ายภาพนิ่ง

เมนูเกมส์ : เมนูเกมส์และแอปพลิเคชั่น โดยมีโฟลเดอร์ M-Toys เป็นเกมส์ประเภทโมชั่นเซนเซอร์, โฟลเดอร์เกมส์ซึ่งต้องโหลดเพิ่มเติมทีหลัง และ โฟลเดอร์แอปฯ เก็บแอปพลิเคชั่น

เมนูวิทยุ FM : เมนูการใช้งานวิทยุ สำหรับภาครับวิทยุ FM นั้นสามารถเปิดรับฟังได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียบชุดหูฟังสเตอริโอ และสามารถเลือกบันทึกรายการวิทยุเก็บไว้ฟังได้อีกด้วย


หมวด ยูทิลิตี้ (UTILITIES)
เมนูปฏิทิน : เมนูแสดงวันที่และจำนวนรายการนัดหมายกับการทำงานในแต่ละวัน เมื่อกดปุ่มจัดการจะมีให้เลือกนัดหมายใหม่, งานใหม่, ตั้งวันหยุด, ไปที่วันอื่นๆ, ตัวค้นหาวันที่, ลบนัดหมาย, ลบงาน, ลบรายการทั้งหมด และ ตั้งค่า หากกดปุ่มปฏิทินจะมีแบ่งแยกเป็น หมวดการแสดงผลปฏิทินรายเดือน, รายสัปดาห์, ตารางเวลา, รายการต่างๆ และ งานทั้งหมด

เมนูBrowser : เบราว์เซอร์ เมนูใช้งานอินเตอร์เน็ตในรูปแบบ Full HTML พร้อมฟังก์ชั่นบุ๊คมาร์คเว็บไซต์โปรด อ่านข่าวสาร RSS ตั้งค่าเบราว์เซอร์ แสดงประวัติเว็บไซต์ที่เคยเข้าชมด้วยรูปภาพ


หมวดการตั้งค่า (SETTINGS)
เมนูโปรไฟล์ : เมนูการใช้งานโปรไฟล์ตามความเหมาะสมในสถานที่ ณ ขณะนั้น ในหน้าหลักมี 4 โปรไฟล์ที่มีมาในเครื่องอยู่แล้ว ได้แก่ ปกติ, เงียบ, นอกอาคาร และ โหมด Flight มีปุ่มโปรไฟล์ใหม่ สำหรับการเพิ่มโปรไฟล์ได้เองอีก แล้วเข้าไปปรับแต่งโปรไฟล์ตามความเหมาะสม

จุดเด่น
1. มี Interface S-Class ที่สวยงาม และใช้งานง่าย
2. เครื่องมีน้ำหนักเบามองภาพรวมแล้วแข็งแรงดี
3. ราคาเบาสบาย เมื่อเทียบกับเสปคเครื่อง คุ้มค่า

จุดด้อย
1. กล้องถ่ายภาพไม่มีระบบออโต้โฟกัส และ ไฟแฟลชมาให้
2. วัสดุที่ใช้ประกอบดูเป็นพลาสติกไปนิด

ลิปสติก เลือกผิดเท่ากับกินน้ำมันรถ ???

ริมฝีปากไม่ต่างกับผิว เพราะสามารถดูสุขภาพดี ชุ่มชื่น และสามารถแพ้ได้เหมือนกันถ้าเราเลือกลิปสติกแบบไม่ระวัง ทั้งเผลอๆ ยังทำลายได้ขนาดที่ว่าทั้งปากลอก บวม และผิดรูปได้ทีเดียว

เคยสังเกตไหมว่า ทำไมนะ ลิปสติกบางยี่ห้อ ทาแล้วปากเราถึงรู้สึกดี แต่บางยี่ห้อกลับรู้สึกไม่ชุ่มชื่น แถมยังเกิดลอกขุยอีกต่างหาก แต่สุดท้ายแล้ว เราก็ลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท แล้วให้ความสำคัญกับครีมบำรุงผิวหน้าที่ดูเหมือนจะสำคัญกว่าสำหรับเรา

ปากเราบางกว่าผิว
รู้หรือเปล่า ว่าริมฝีปากของเราที่ดูเหมือนจะแพ้อะไรๆ ได้ยากกว่าผิวหน้านั้น จริงๆ แล้ว ปากคนเรามีความบางกว่าผิวหน้าถึง 3 เท่า เพราะมีเซลล์ประกอบกันอยู่ 5 ชั้น ในขณะที่ผิวหน้ามีความหนาถึง 16 ชั้น แต่เรากลับนำลิปสติกสีจัดๆ มาย้อมริมฝีปากได้อย่างไม่หวาดกลัวทีเดียว

เรื่องของเรื่องก็คือ ปากของเราไม่มีขนปกคลุม ไม่มีต่อมเหงื่อ แต่มีความไวต่อการสัมผัสและอุณหภูมิอย่างมากเพราะมีเส้นประสาทอยู่มากมาย แถมยังใกล้กับกระเพาะอาหาร ทำให้เราเผลอกินทั้งลิปมัน ลิปกลอส และลิปสติกสีๆ ทั้งหลายไปไม่ต่ำกว่า 1.8 กิโลกรัม (หรือมากเกือบ 3 กิโลกรัม) ภายในหนึ่งช่วงชีวิต (ข้อมูลจากนิตยสาร Glamour) และที่น่ากลัวก็คือ ลิปสติกส่วนใหญ่ผลิตมาจากสารเคมีล้วนๆ ทั้งเผลอๆ อาจมีตะกั่วผสมอยู่ด้วย

แต่ผู้หญิงกับลิปสติกเป็นของคู่กัน อย่างน้อยๆ เราก็มีลิปมันหรือลิปบำรุงทั้งหลายพกไว้กันคนละชิ้น ยิ่งในที่อากาศเย็นๆ อย่างในออฟฟิศหรือห้องที่เปิดเครื่องปรับอากาศด้วยแล้ว ปากก็ยิ่งขาดออกซิเจนทำให้เกิดสีคล้ำ ไม่สดใส และหลุดลอกได้ การเลือกใช้ลิปสติกชนิดที่ให้การบำรุงบ้างจึงช่วยเราได้มากทีเดียว

เลือกบำรุงยังไงดีนะ
อย่างน้อยๆ หากเราเป็นคนไม่ชอบทาลิปสติกเอาเสียเลย หรือต่อให้ชอบสีสันจัดจ้านขนาดไหน การปล่อยให้ริมฝีปากพักบ้างแล้วเติมมอยเจอร์ไรเซอร์ให้เสียหน่อย ก็ช่วยให้ผิวส่วนนี้ชุ่มชื่น สุขภาพดีไม่แพ้ผิวหน้าเราได้
และจะว่าไป แล้ว อวัยวะส่วนนี้ยิ่งต้องการการบำรุงที่เข้มข้นและอ่อนโยนมากเป็นพิเศษด้วยซ้ำ ฉะนั้นแล้วทุกครั้งที่เลือกลิปสติก ไม่ว่า ลิปกลอส ลิปส์มัน หรือลิปส์ทรีตเม้น สามสูตรต่อไปนี้คือกุญแจสำคัญที่สาวๆ ใช้ได้เสมอนั่นคือต้องเข้มข้น อ่อนโยน และป้องกัน

เข้มข้น - เพราะเป็นผิวส่วนที่ไม่มีต่อมเหงื่อ และต่อมไขมันเหมือนผิวหนัง ริมฝีปากเราจึงต้องการมอยเจอร์ไรเซอร์ที่เข้มข้นเป็นพิเศษในการบำรุง และปกป้องผิวส่วนนี้ไม่ให้แห้งกร้านจนเกินไป อย่างน้อยๆ เราควรบำรุงด้วยลิปส์ ทรีตเม้นต์ทั้งก่อนออกจากบ้าน หรือก่อนนอนเพื่อให้ไม่เกิดการหลุดลอก และรักษาความชุ่มชื่นไว้เสมอ

อ่อน โยน - น่ากลัวที่ว่าหากเรากินลิปสติกเข้าไปได้มากมายขนาดนั้น แถมลิปสติกมีส่วนผสมหลักเป็นปิโตรเลียมเจล ก็ไม่ต่างจากการที่เรากินน้ำมันรถเข้าไปทุกวันนั่นเอง ทางที่ดีควรเลือกลิปบำรุงที่ใช้สารสกัดจากธรรมชาติเป็นหลัก ที่เดี๋ยวนี้ก็มีให้เลือกมากมาย เช่นสารสกัดที่ได้มาจากน้ำผึ้ง น้ำมันรำข้าว ขี้ผึ้ง เป็นต้น

ป้องกัน - ถ้าผิวแพ้แดดได้ ริมฝีปากก็แพ้ได้เช่นกัน แถมยังลอกและแห้งง่ายกว่าด้วย ฉะนั้นแล้วถ้าไลฟ์สไตล์เราต้องเจอแสงแดดบ่อยๆ การได้ลิปทรีตเม้นต์ที่มีสารกันแดดก็จะช่วยเรื่องการเผาไหม้ หรืแม้แต่การป้องกันมะเร็งผิวหนังที่มาจากรังสียูวีได้

ตาหวานฉ่ำ ด้วยท่าบริหารง่ายๆ

พนักงานออฟฟิศอย่างเราๆ ใช้เวลากว่า 7 ชั่วโมง อยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ แบบนั่งจ้องงานตรงหน้า เหมือนเล่นเกมจับผิดมิปาน สายตาก็ย่อมเหนื่อยล้าเหมือนขาที่วิ่งมาทั้งวัน บางทีอาจจะแสดงอาการปวดตา ปวดหัวเป็นระยะๆ หรือว่าอาจจะไม่เป็นอะไรเลยก็ได้ แต่ถึงอย่างนั้นก่อนที่ตาสวยของเราจะกลายเป็นตาแบบหมีแพนด้า หยุดเล่นเกมจับผิดสักครู่ แล้วมาเริ่มการบริหารสายตากันดีกว่าค่ะ

การบริหารลูกตา กล้ามเนื้อตา และสมองรับภาพ
การบริหารทั้งสามส่วนนี้จะช่วยให้คุณสามารถมองภาพต่างๆ ได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น สิ่งแรกที่ต้องทำเลยก็คือ วางมือจากแป้นคอมพิวเตอร์ หลบหน้าจากจอคอมพิวเตอร์ทุกๆ 1 ชั่วโมง จะดีที่สุด

1.การบริหารลูกตา
หลับตาใช้อุ้งนิ้ว ย้ำว่า ‘อุ้งนิ้ว' นวดเบาๆ วนรอบตาสัก 1 นาที หรือกระพริบตาถี่ๆ ทุกการใช้สายตาครบ 1 ชั่วโมง เพราะการกะพริบตาจะช่วยขับฟิล์มน้ำตาออกมาเคลือบตาของเราให้แลดูวิ้งๆ ปิ๊งๆ ตลอดเวลานั่นเอง

2.การบริหารกล้ามเนื้อตา
กล้ามตาของเรา เป็นส่วนหนึ่งของกล้ามเนื้อต่างๆ ที่ต้องการ ‘การพักผ่อน' มากกว่ากล้ามเนื้อส่วนอื่นๆ ด้วยซ้ำ เพราะว่าเราต้องใช้กล้ามตาแทบตลอดเวลา แม้กระทั่งตอนนอน อยากรู้ก็ลองสังเกตตอนคนที่บ้านของคุณหลับดูสิ... ยามที่เขาหลับสนิท เปลือกตาของเขาจะขยุกขยิกไปมา นั่นคือ ‘ช่วงกลอกตาเร็ว' นั่นเอง เห็นหรือเปล่าว่า ใช้กล้ามตามากจริงๆ แต่ไม่ต้องห่วง เรามีวิธีการดูแลตาให้สุขภาพดี ด้วยสูตร ‘จักษุสปา' สไตล์อายุรวัฒน์มาแนะนำกันค่ะ

สูตรจักษุสปา
เริ่มกันตั้งแต่ตื่นนอนเลย ต่อจากนี้ตื่นมาแทนที่จะขยี้ตา เปลี่ยนเป็นเอาตาซุกลงไปกับฝ่ามือเบาๆ ทิ้งไว้สัก 1 นาที เพื่อเป็นการปรับสายตาให้พร้อมกับการมองเห็นความจริงทุกประการ พอมาถึงที่ทำงาน ทำงานไปได้สักชั่วโมง ลุกขึ้นเดินไปเดินมาบ้าง กะพริบตาเพื่อให้ฟิล์มน้ำตาออกมาเคลือบลูกตา ก่อนพักเที่ยงก็กะพริบตาถี่ๆ อีกสัก 10 วินาที

ช่วงบ่าย สายตาเริ่มล้า ให้หลับตาปี๋ๆ เลย แล้วเบิ่งตาโต ทำสลับกันครั้งละ 10 วินาที เป็นเวลาประมาณ 1 นาที หรือจะใช้อุ้งมือนุ่มๆ (รอบนี้อุ้งมือนะ!) ของเรากดตาไว้เบาๆ สัก 1 นาทีก็พอ จะให้สดชื่นสายตาอีกสักหน่อยก็หาผ้าเย็นเช็ดหน้านุ่มๆ ชุบน้ำเย็นๆ มาประคบสายตาของเราไว้ประมาณ 10 นาที จะทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้น


ก่อนเลิกงาน หลังจากปิดคอมพิวเตอร์แล้ว ให้นั่งหลับตา หาที่มืดนั่งเงียบๆ สักพัก เพื่อเป็นการพักลูกตา และสมองส่วนรับภาพ เมื่อถึงบ้านแล้ว ดูทีวีได้ตามปกติ แต่ไม่ควรปิดไฟทั้งห้องจนมืด เพราะแสงจากทีวีจะจ้ามาก เป็นผลเสียต่อจอตาของเรา ที่สำคัญควรปิดสวิตช์ตา ไม่เกิน 5 ทุ่ม นอนพักได้แล้ว


ก่อนเข้านอน ให้ทำการขอบคุณสายตาที่ถูกใช้งานมาทั้งวัน ด้วยการพนมมือทั้งสองขึ้นมา เอานิ้วจรดกัน แล้วเอาอุ้งนิ้วทั้งสองมาประทับกับเปลือกตาที่หลับลง นวดวนเบาๆ ตามเข็มนาฬิกาสัก 1 นาที หากคนที่ตาแห้งก็เพิ่มเป็น 2 นาที พอตื่นนอนก็วนทำแบบครั้งแรก รับรองงานนี้ ‘ตาหวานฉ่ำ' แน่ๆ


3.บริหารสมองรับภาพ
ง่ายๆ เพียงแค่ ‘กลอกตา' ไปมา แบบซ้ำๆ อย่ารีบ เดี๋ยวตาลาย ให้กลอกจากซ้ายไปขวา และบนลงล่าง ทำท่าแบบนี้เป็นการฝึกสมองไปในตัวด้วยค่ะ

ดูแลสุขภาพตาด้วย ‘จักษุโภชนา'
จำเป็นต้องกินผัก ‘เขียวจัด' อย่างคะน้า เพราะจะมีวิตามินเอเยอะ และ ‘เหลืองแจ๊ด' จำพวก ข้าวโพด ฟักทอง แครอท ซึ่งจะมีธาตุที่ชื่อ ‘ลูทีน' กับ ‘ซีแซนทิน' เป็นธาตุที่บำรุงสายตาโดยเฉพาะ ระวังเรื่องของการอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ หรืออยู่ใกล้กระจกสะท้อน เพราะอาจเป็น ‘ต้อ' ได้ ให้ตรวจสอบว่า โต๊ะคอมพิวเตอร์ของเรา ตำแหน่งที่นั่งดีหรือยัง ตรวจสอบการสะท้อนของแสงที่เข้าตาของเรา ด้วยการปิดคอมพิวเตอร์แล้วเปิดไฟห้อง ดูว่าหน้าจอมีแสงไฟสะท้อนเข้าตาหรือเปล่า ถ้ามี ก็ต้องปรับตำแหน่งคอมพิวเตอร์จนกว่าจะไม่มีแสงสะท้อน

สายตาเป็นเรื่องที่มองข้ามไปไม่ได้เลย อย่าบอกว่าหขี้เกียจทำการบริหาร หรือไม่ว่างจากงานตรงหน้า หากวันหนึ่งสายตาของคุณแย่แล้ว คุณจะเอาสายตาดีๆ ของคุณมาทำงานต่อได้อย่างไร จริงหรือเปล่าคะ


ขอขอบคุณ
นพ.กฤษดา ศิรามพุช ผอ.ศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ

♣ เริ่มต้นที่ใจตรงกัน จบลงที่ปากไม่ตรงกับใจ ♣




ทันทีทีเราเริ่มทำ ตัวซับ ซ้อน
ชีวิตของ เราก็จะดูซับซ้อน
ทันทีที่เราเริ่มไม่จริงใจ กับตัวเอง
เราก็จะรู้สึกว่า "ทำไม..ชีวิตมันยากจัง"
ทั่งๆที่วันทุก วัน
เมื่อหิว ก็กิน
เมื่อง่วง ก็นอน
เมื่อตื่น ก็ไปเรียน
...ไป ทำหน้าที่กันตามปกติ



เมื่อรัก....
ทันที ที่เราเริ่ม ทำตัวซับซ้อน
ความรักของเราก็จะดูซับ ซ้อนไปด้วย
ทันทีที่เราเริ่ม เรียกร้องเอาแต่ใจ
เราก็จะต้องเสี่ยง กับความผิหวัง เมื่อเขาไม่เอาใจ




ทันที่ที่คำว่า "ไม่" แปลว่า "ใช่"
และคำว่า "ใช่" ได้แปลว่า "ไม่"
และจะหวังให้อีกฝ่ายเดาใจที่แสนซับซ้อนของเราให้ออก
"ปัญหา" ก็จะเริ่มเกิด
ความรักระหว่างคนสอง คน จุดเริ่มต้นอยู่ที่
"ใจ ตรงกัน"
ใน ขณะที่จุดจบ อาจอยู่ที่
"ปากไม่ตรงกะใจ"



คำความรักให้ง่าย
ด้วย การจริงใจต่อ กัน
เอาแต่ใจให้น้อย...แล้วเอาใจใส่ให้มากๆ
แล้วจะรู้ ว่า "รักแล้ว..ยิ่งรัก" นั้นมีอยู่จริง

ยิ่งมีเพื่อนเก่ามาก ยิ่งมีความสุขมาก




ถ้าหากว่า ท่านอยากรู้ว่า ตัวเองมีความรู้สึกเป็นสุขสูงเท่าใด ให้ลองนับดูว่าท่านมีเพื่อนเก่าเพื่อนแก่อยู่กี่คน เพราะยิ่งได้มากคนเท่าใด ก็แสดงว่ายิ่งมีความสุขมากเท่านั้น


นักวิจัย มหาวิทยาลัยนอตติงแฮมแห่งอังกฤษ ได้พบในการศึกษาวิจัย ผู้ที่มีความสุขในชีวิตมากที่สุด จะมีเพื่อนเก่าเพื่อนแก่มากหน้าหลายตา ผู้ที่นับเพื่อนเก่าแก่ได้อย่างน้อย มากถึง 10
คน ย่อมเป็นผู้ที่มีความสุขมากกว่าคนที่หาได้ไม่เท่าจำนวนนิ้วมือ

หัวหน้าของคณะนักวิจัย ดร
.ริชาร์ด ทันนีย์ กล่าวว่า "การ มีเพื่อนฝูงสนิทเก่าแก่อยู่จำนวนหนึ่ง มีส่วนเกี่ยวพันกับความสุขของบุคคล" เพราะคนที่รู้สึกพอใจกับชีวิตตนเองมากที่สุดจะสามารถมีเพื่อนตายได้มากกว่า ผู้ที่รู้สึกพอใจในชีวิตตนเองต่ำที่สุด ไม่น้อยกว่าสองเท่า
เขากับคณะได้ศึกษาจากผลของ การสำรวจ ที่ได้ทำให้กับสำนักงาน สลากกินแบ่งแห่งชาติ โดยได้สอบถามผู้คน จำนวนไม่ต่ำกว่า 1,760 คน ถึงเรื่องความสัมพันธ์กับมิตรสหาย รวมทั้งความรู้สึกเป็นสุขและพอใจในชีวิตของตนเองด้วย

ได้ผลออกมาว่า ผู้ที่นับเพื่อนเก่าแก่ได้เกิน 5
คนขึ้นไป มีโอกาสจะมีความสุขได้ถึงร้อยละ 40 ยิ่งมีถึงระหว่าง 5 - 10 คน ก็จะมีโอกาสมากขึ้นเป็นร้อยละ 50 และยิ่ง มีเกิน 10 กว่าคนขึ้นไป ก็ยิ่งมีโอกาสที่จะมีความสุขสูงขึ้นกว่าอย่างมาก


15 ข้อคิดดีๆ รักษาจิตใจ




1. คนเรามีความรู้สึกรัก ชอบ โกรธ เศร้า ไม่ต่างกัน
ขึ้น อยู่กับว่าเวลาไหนมันจะแสดงออกมามากน้อยเพียงใดเท่านั้น "
คนที่จะ หัวเราะได้เสียงดัง ข้างในคงต้องขำบ้างพอสมควร คนที่น้ำตาจะไหลได้
ข้าง ในคงมีเรื่องปวดร้าว....ถ้าไม่นับการร้องไห้ที่มาจากความปิติ "


2.โลก สอนมนุษย์ว่าทุกสิ่งต้องมีการเปลี่ยนแปลง
...แต่โลกก็กลับสอนให้มนุษย์ ผูกพัน

3. คนที่ตลกหัวเราะสดใส ก็คือคนเดียวกับคนที่สามารถร้องไห้ฟูมฟายได้
เพียงแต่คุณจะได้เห็นหรือ เปล่าเท่านั้น อาจจะเคยได้ยินว่า "
คนที่หัวเราะได้ดังที่สุด ก็คือคนที่สามารถร้องไห้ได้ดังที่สุดเช่นกัน"


4. เด็กๆ จะมองว่าผู้ใหญ่ซีเรียส ในขณะที่ผู้ใหญ่จะบอกว่า เด็กไร้สาระ
เพราะเด็ก ไม่เคยเป็นผู้ใหญ่มาก่อน วันหนึ่งเค้าคงจะรู้ว่า
ทำไมถึงต้องมีเรื่อง ซีเรียส
สำหรับผู้ใหญ่ซึ่งได้ผ่านวัยเด็กมาแล้วอาจจะลืมไปว่า ณ วันที่ผ่านมา"
สาระ"ในชีวิตของเ-า คืออะไร

5. ครอบครัวไทยมักจะเลี้ยงลูกผู้หญิงให้เป็นฝ่ายถูกเลือก
คอยสั่งสอนให้ทำ ตัวเรียบร้อย ไม่อย่างนั้นจะไม่มีใครเลือกไปเป็นคู่ครอง....
แต่ความจริง แล้วผู้ชายและผู้หญิง เราต่างเลือกซึ่งกันและกันมากกว่า

6. เพื่อนที่ดีที่สุด คือคนที่คุณสามารถนั่งอยู่ริมระเบียงด้วยกันโดยไม่พูดอะไรกันซักคำ
แต่ สามารถเดินจากไป ด้วยความรู้สึกเหมือนได้คุยกันอย่างประทับใจที่สุด

7.ใครหลายคนไม่กล้าเข้าไปปลอบโยนให้คำปรึกษากับเพื่อน
เพราะ คิดว่าเราไม่รู้จะบอกเค้ายังไง
เพราะเราเป็นแค่เพื่อน....แต่ความจริง แล้วคุณเป็นตั้งเพื่อนต่างหาก


8. ผู้ชายที่ร้องไห้ และยอมรับว่าตัวเองร้องไห้เขาคือสุภาพบุรุษที่สุด
อย่างน้อยการซื่อสัตย์ กับความรู้สึกของตัวเอง... คือความกล้าหาญสุดยอด

9. ก่อนที่วันนี้ คุณจะทำความรู้จักกับผู้คนใหม่ๆ
อย่า ลืมสำรวจตัวเองก่อนว่า
ในช่วงเวลาที่ผ่านมา... ทำใครหล่นหายไปจากชีวิตหรือเปล่า


10. เงินไม่ใช่พระเจ้า แต่ทำให้เรามีทางเลือกมากขึ้น

11. มีสติ สตางค์อยู่ ก็ปลีกเวลาไปใช้เสียบ้าง
อีกหน่อยไม่มีสติแต่มีสตางค์...ก็ สายไปเสียแล้ว


12. เวลาที่เรารักใคร เราจะรู้สึกตัวเล็กเหลือเกิน...เวลาใครรักเรา
เราจะรู้สึกตัวใหญ่เหลือ เกิน...แต่ถ้าเราเจอคนที่เรารักเขาและเขาก็รักเรา
เราจะผลัดกันตัวเล็ก ตัวใหญ่

13. วันที่คุณเข้มแข็งและแข็งแรงพอ
อย่า ลืมเป็นผู้ฟังที่ดีให้กับคนที่มีปัญหาด้วย "เอาไหล่ให้เขาพิง
เอามือให้ เขาจับ".....100 คำพูดดี ดี ไม่เท่ากับ 1 สัมผัสที่มีค่าหรอกนะ


14. คุณรู้ไหมว่า อายุคนเราเฉลี่ย 76 ปีนั่นคือแค่ 3,952
อาทิตย์เท่านั้น คุณหมดเวลาไปกับการนอนถึง 1317 อาทิตย์
ซึ่งเท่ากับว่าคุณเหลือเวลาที่ ใช้ดำเนินชีวิตแค่ 2,635 อาทิตย์เท่านั้นเอง

15. ลองฉลองวันเกิดกับครอบครัวสักปี แล้วคุณจะได้รู้ว่า
เมื่อตอนที่คุณ ร้องไห้จ้าในวันเกิดวันแรก
คนในครอบครัวคุณมีความสุขกันขนาดไหน.......

ผู้หญิงเข้าใจยาก...?




วันนี้ที่หยิบเอาเรื่องนี้มาให้ลองอ่านกัน ก็เพราะว่ามันอาจทำให้หลายๆ คู่เข้าใจกันได้บ้างหากต้องทะเลาะกันและไม่รู้ใจอีกฝ่ายหนึ่ง
“ผู้หญิง 3 แบบที่คุณอาจไม่เข้าใจ”

หลายครั้งที่ผู้หญิงมัก แสดงอาการแปลก ๆ เอาแน่เอานอนไม่ได้ โดย เฉพาะในยามที่รู้สึกไม่พอใจกับอะไรบางอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนรัก เมื่อใดก็ตามที่ผู้หญิงรู้สึกว่าคนรักของตนเปลี่ยนแปลงไป โดยสงสัยว่าอาจจะมีใครอีกคนเข้ามาทำให้เค้าเปลี่ยนไป การแสดงออกของแต่ละคนจะแตกต่างกัน

แบบที่ 1 ระเบิดอารมณ์

ผู้หญิง แบบนี้มักจะเก็บอารมณ์ไม่ค่อยได้ จะต้องซักถามเอาคำตอบทันที บางรายจะชวนทะเลาะ แสดงความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด และคาดคั้นเอาคำตอบ พูดกันจนกว่าจะเคลียร์ ถ้าหากพูดกันไม่จบก็อาจจะมีการไปราวีบุคคลที่ 3 หรือกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตตามมา (ประเภทแฟนข้าใครอย่าแหยม แต่ถ้าข้าไม่ได้ ใครก็อย่าหวังจะได้เลย เอากันให้ตายไปข้าง)

แบบที่ 2 คิดมากและน้อยใจคนเดียว

ผู้หญิง แบบนี้มักจะเป็นคนคิดมาก และแอบน้อยใจคนเดียว จนกลายเป็นไม่มีความสุข และรู้สึกว่าตนเองไร้ความสำคัญ หรืออีกฝ่ายหมดรักตัวเองแล้ว มักจะไม่แสดงออกโดยตรง แต่จะมาในรูปของการงอน เงียบ หลบหน้าหลบตา ไม่รับโทรศัพท์ หรือขาดการติดต่อ แต่จะไม่ตีโพยตีพาย บางรายหากแน่ใจว่าคนรักไม่รักตนอีกแล้วก็จะตัดใจและจากไปเงียบๆ โดยไม่มีคำร่ำลา (เพราะทำใจไม่ได้และเห็นว่าไม่มีประโยชน์ที่จะพูดกัน หากเค้าหมดรักก็ไม่อยากที่จะรั้งเอาไว้ เพราะมีแต่จะเสียใจไปเปล่า ๆ)

แบบที่ 3 ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ผู้หญิง แบบนี้ จะไม่ตีโพยตีพายตั้งแต่แรก แต่จะคอยสังเกตพฤติกรรมเงียบ ๆ โดยไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตัว เมื่อพบว่าตัวเองเข้าใจผิดก็จะเฉยซะ แต่ถ้าเข้าใจถูกก็จะเปิดใจพูดกัน หากฝ่ายชายเคลียร์ตัวเองได้ก็จบ ไม่เช่นนั้นก็อาจต้องเลิกรากันไป (เพราะผู้หญิงแบบนี้มองว่าตัวเองก็มีศักดิ์ศรี เมื่อเขามีคนอื่นแล้ว ก็ไม่ควรจะเสียเวลากันต่อไปอีก สู้หาแฟนใหม่มาดามใจดีกว่า)

ซึ่งไม่ ว่าจะเป็นแบบใดก็ตาม คุณผู้ชายทั้งหลายก็ควรจะระวังเอาไว้ อย่าปล่อยให้ความระแวงเข้ามาในใจแฟนของคุณ ไม่เช่นนั้นคุณอาจจะเสียคนที่คุณรักไปก็ได้ มีอะไรก็พูดอธิบายให้คนรักของคุณเข้าใจ เพราะบางทีสิ่งที่คุณคิดว่าไม่มีอะไร อาจจะกลายเป็นสิ่งที่กำลังทำลายความรักของคุณอยู่ก็ได้

คิดถึงสิ่งที่มีอยู่...แทนคิดถึงสิ่ง ที่ต้องการ




พวกเราส่วนใหญ่ก็เป็นเช่นนี้ เราต้องการสิ่งนั้นสิ่งนี้
ถ้าไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ
เราจะคิดถึง แต่สิ่งต่าง ๆ ที่เราไม่มีซึ่งทำให้เรายิ่งไม่พอใจ

ถ้าเราได้ในสิ่ง ที่ต้องการ
เราก็จะคิดในทำนองเดียวกันนี้อีกแต่ในสถานการณ์ใหม่

ดัง นั้นแม้เราได้ในสิ่งที่ต้องการ
เราก็ยังไม่มีความสุขอยู่นั่นเอง
เรา ไม่สามารถค้นพบความสุขได้
หากยังถวิลหาความปรารถนาใหม่ ๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด


โชคยังดีที่ยังมีวิธีที่จะนำไปสู่ ความสุขได้ วิธีนี้ก็คือ
การเปลี่ยนจากเน้นความคิดถึงแต่สิ่งที่เราต้อง การไปเป็นสิ่งที่เรามีอยู่แทน

เช่นเดียวกับการที่ท่านคาดหวังให้ สามีหรือภรรยาของท่านแตกต่างจากที่เป็นอยู่
ก็ให้พยายามนึกถึงคุณสมบัติ อันดีงามของเขาหรือเธอแทน

หรือแม้แต่การบ่นว่าเกี่ยวกับเงินเดือน ที่ท่านได้รับ
ท่านก็ควรรู้สึกยินดีที่มีงานทำ

หรือแทนที่จะคิด หวังไปพักร้อนที่ฮาวาย
ก็ให้ลองนึกถึงความสนุกสนานที่ท่านได้รับขณะอยู่ ใกล้บ้าน

ท่านจะเห็นได้ว่าความต้องการของท่านมีไม่สิ้นสุด
ทุก ครั้งที่สังเกตเห็นตัวเองกำลังตกอยู่ในสภาพ
"ฉันหวังว่าชีวิตจะแตกต่าง ไปจากที่เป็นอยู่"

ก็ให้ลองยุติความคิดนั้น
และเริ่มคิดเสีย ใหม่
หายใจเข้าลึก ๆ
และนึกถึงสิ่งดีงามทั้งปวงที่ผ่านเข้ามาใน ชีวิต

เมื่อท่านใส่ใจในสิ่งที่มีอยู่แทนที่จะสนใจในสิ่งที่ต้องการ
ท่าน จะได้รับในสิ่งที่ต้องการมากขึ้นอยู่ดี

ถ้าท่านใส่ใจในคุณสมบัติอัน ดีงามของคู่สมรส
เขาหรือเธอจะยิ่งทำตัวให้น่ารักมากขึ้น

ถ้า ท่านพอใจกับงานที่ทำอยู่มากกว่าการบ่นว่า
ท่านจะทำงานได้ดีขึ้น มีผลงานมากขึ้นและบางที
อาจได้รับการเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง

ใน ที่สุดถ้าท่านพยายามหาทางสนุกสนานขณะอยู่ใกล้บ้าน
มากกว่าคิดถึงการไป เที่ยวฮาวายจริง ๆ
ก็จงใช้เวลาสนุกสนานกับมันอย่างเต็มที่

และ ถ้าไม่ได้ไปท่านก็ยังคงมีชีวิตที่เปี่ยมไปด้วยความสุขอยู่ดี

ลอง เขียนบันทึกความทรงจำเตือนตัวเอง
ให้เริ่มคิดถึงสิ่งที่ท่านมีอยู่...
ยิ่ง กว่าสิ่งที่ท่านต้องการให้มากขึ้น

ถ้าทำได้เช่นนี้ชีวิตของท่าน...
จะ ดีขึ้นกว่าเดิมมาก

เนื่องจากบางทีอาจจะเป็นครั้งแรกในชีวิต
ที่ ท่านจะได้พบว่า...
ความรู้สึกพอใจในสิ่งที่ตนเองมี
อยู่นี้...
มี ความหมายที่แท้จริงอย่างไร

จาก Don't sweat the small stuff… and it's all small stuff 100
( ข้อคิดเพื่อชีวิตสุขสงบ) RICHARD CARLSON, PH.D. เขียน
ผศ. ดร. ปริญญ์ ปราชญานุพร แปลและเรียบเรียง

วันอาทิตย์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2553

Sony VAIO J ตัวใหม่หัวใจ i7

:: Sony ::

Sony VAIO J ตัวใหม่หัวใจ i7

All in one ตัว ใหม่ที่มาพร้อมกับ Core i7 -620M 2.66 GHz มีนาดหน้าจอที่ใหญ่สะใจถึง 21.5 นิ้ว และเป็นระบบ Touchscreen ความ ละเอียดสูงสุดถึง 1920x1080 ดีไซน์บางเฉียบ เหมาะแก่การใช้งาน หน่วยความจำสูงถึง 500GB อัพแรมได้สูงสุด 8GB

เพื่อรองรับการใช้งานที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นงานมัลติมีเดีย หรือ 3D Animation เพราะมีการ์ดจอแยกจากค่าย NVDIA อีกด้วย

Sony VAIO J ตัวใหม่หัวใจ i7

VAIO J มี ระบบปฏิบัติการติดตัวมาคือ Windows 7 Premium โดยราคาเปิดตัวอยู่ที่ $900 (ประมาณ 30,000 บาท) ซึ่งถือว่าไม่สูงมากจนเกินไปสำหรับค่ายของ Sony โดยจะมี การเปิดตัวครั้งแรกที่ประเทศญี่ปุ่น แต่บ้านเราอาจจะต้องรออีกสักพัก

ค้นหาตัวเอง และทำให้ตัวคุณโดดเด่นกว่าใคร

บุคลิก, เดท, หาแฟน, ดูดี, ชาย,  หญิง, ความรัก

1. ถามตัวเองว่า คุณเป็นใคร เสร็จแล้วเขียนคำตอบที่ได้ลงในกระดาษ ฉันคือ ...................... ถ้าคุณตอบว่า คุณเป็นพนักงานบริษัท เป็นน้องสาว เป็นสาวโสด ลองตอบใหม่อีกที คุณเป็นใคร ฉันคือ .......................... งงไหม ว่ามันคืออะไร คุณเป็นใคร เป็นคำถามที่ทำให้คุณมีคำถามมากมายในหัวตามมา เช่น คุณหมายความว่ายังไง หมายถึงชื่อของฉันเหรอ อายุ? เพศ? อาชีพ? สังคมที่ฉันอยู่? กลายเป็นคำถามที่ตอบยากไปเลยเพราะเรามักจะไม่ค่อยได้มองตัวเองมากนัก ลอกนึกดูสิว่า จริงๆ แล้วมีอะไรในตัวคุณที่ไม่เหมือนใครบ้าง ลองลิสท์ออกมาเป็นข้อๆ แล้วคุณจะค่อยๆ ค้นพบว่าผู้ชายแบบไหนที่เหมาะสมกับผู้หญิงแบบคุณที่สุด

2. หาข้อดีข้อเสียของตัวเองให้เจอ (อย่าเข้าข้างตัวเอง) เขียนอะไรก็ได้ที่คุณพอจะนึกออก สิ่งที่พ่อแม่เคยพูด เพื่อนเคยบอกบ่อยๆ หรือลองสังเกตตัวเองสิว่าคุณมีข้อดีข้อเสียตรงไหนหรือถ้าคุณคิดไม่ออกจริงๆ ลองถามเพื่อนสนิทดูก็ได้ ฉันถามเธอจริงๆ นะ เธอคิดว่าฉันมีข้อเสียอะไรบ้างที่ควรปรับปรุง และมีอะไรบ้างที่เป็นข้อดี

3. ยอมรับในสิ่งที่คุณเป็น ไม่ว่าจะดีหรือแย่แค่ไหน เพราะนั่นก็คือตัวคุณ คุณอาจไม่สวย ขาโต ผมฟู หุ่นก็ตรงเปรี๊ยะเป็นไม้กระดาน แต่ก็ได้งานทำที่แสนดี ใครๆ ก็อิจฉา คิดเอาไว้แค่นี้ก่อน แล้วค่อยทำข้อต่อไป

บุคลิก, เดท, หาแฟน, ดูดี, ชาย,  หญิง, ความรัก

4. รักษาข้อดีของคุณเอาไว้ให้นานๆ รู้จักภูมิใจและเปิดเผยมันออกไป คุณจะเก็บสิ่งดีๆ ไว้กับตัวให้เป็นความไปทำไม เช่น ถ้าคุณเป็นคนสนุกสนาน อารมณ์ดี แต่พอเวลาเจอคนที่ไม่รู้จัก คุณจะหยิ่งใส่แบบไม่รู้ตัว คนอื่นก็ต้องมองว่าคุณเป็นผู้หญิงเชิ่ดๆ เริ่ดๆ แน่ๆ ทั้งที่จริงๆ แล้วคุณน่ารักจะตาย

5. ลองเปลี่ยนแปลงข้อเสียที่คุณมี และแก้ไขให้ดีขึ้น อะไรที่ทำให้คุณเสียความมั่นใจ เช่น ถ้าคุณน้ำหนักเกินจริงๆ ก็ลองลุกขึ้นมาลดน้ำหนักตั้งแต่วันนี้ แต่ไม่ใช่ด้วยเหตุผล เพราะคุณอยากสวย แต่เพื่อสุขภาพของตัวเอง แล้วคุณจะรู้สึกมั่นใจในตัวเองมากขึ้น หรือถ้าคุณเป็นคนแต่งตัวโบราณ อัน้หมายถึงโบราณจริงๆ ไม่ใช่สไตล์วินเทจย้อนยุคแบบนั้น คุณยอมรับไหมว่าคุณอาจดูเป็นผู้หญิงเชยๆ ในสายตาของคนอื่นส่วนคุณเห็นด้วยไหม ถ้าเห็นด้วยพยักหน้าไปเลย นี่ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร ถ้าการเปลี่ยนแปลงบางอย่างไม่ได้ทำให้คุณรู้สึกแย่ ลองเปลี่ยนดู ยกเว้น บางอย่างที่เปลี่ยนไม่ได้ เช่น ความสูง ความฉลาดที่มีอยู่ในตัว พ่อแม่พี่น้องของคุณ นั้นเป็นสิ่งที่เป็นตัวคุณและไม่มีวันเปลี่ยนแปลง

6. หัดพกความมั่นใจในตัวเองติดตัว ไม่ว่าจะพูดหรือทำอะไรออกไป ขอให้คุณเชื่อมั่นว่าดีที่สุดแล้ว ถ้าผิดพลาดไปก็แก้ตัวใหม่ อย่าไปท้อ แล้วคุณจะรู้ว่าคุณก็ทำให้ชายหนุ่มตกหลุมรักได้ง่ายๆ เหมือนกัน

7. บอกตัวเองให้รู้จักมองโลกแง่ดี ลองคิดดูสิว่าถ้าตัวเราเองยังเกลียดตัวเราเอง ว่าตัวเองไม่ดีสารพัด แล้วคนอื่นจะมาเห็นความดีของเราได้ยังไง

8. ลองหยุดเปรียบเทียบกับคนอื่นดูบ้าง ถ้าคุณเป็นคนเห็นคนอื่นดีกว่าตัวเอง แล้วคุณจะรู้สึกว่าชีวิตดีขึ้น ยิ่งถ้าคุณเป็นคนมองโลกแง่ร้ายเสมอ วิธีนี้จะทำให้คุณรู้สึกชีวิตตัวเองดีขึ้นมากๆ

บุคลิก, เดท, หาแฟน, ดูดี, ชาย,  หญิง, ความรัก

9. บุคลิกภายนอกไม่ได้บ่งบอกว่าเราเป็นคนแบบไหน บ่อยไปที่คุณพบว่าคนที่คุณกำลังพูดคุยด้วยไม่เหมือนกับที่คุณรู้สึกตั้งแต่ แรก เช่น เห็นหน้าโหดๆ ของเขาครั้งแรกคุณก็คิดไปว่าเขาคงพูดจาห้วนๆ เป็นประเภทขวางโลกแน่ๆ แต่เอาเข้าจริงเขาอาจตรงกันข้ามกับที่คุณคิดเลยก็ได้ หรืออย่างดาราฮอลลีวู้ดหลายคนก็ไม่ได้เกิดมาสวยหล่อเพียงอย่างเดียว นิโคลัส เคจ อาจไม่ได้เป็นหนุ่มหล่อที่ใครเห็นก็ต้องกรี๊ด แต่เขาก็ยังเป็นดาราฮอลลีวู้ดมาแล้วไม่รู้กี่สมัย จนถึงตอนนี้ความดังของเขาก็ยังไม่ตกลงไปเลย เพราะ 1. เขาเป็นคนมีความสามารถ หลายบทบาทการแสดงของเขาทำให้เราอึ้งมาแล้วไมรู้กี่ครั้ง 2. นอกจากเขาเป็นคนอบอุ่น รักครอบครัว 3. เขาแตกต่างจากคนอื่น

10. จำไว้ว่าไม่มีใครเหมือนกันหมดบนโลกนี้ เสน่ห์ของคุณก็ไม่จำเป็นต้องเหมือนคนอื่น ไม่มีผู้ชายคนไหนอยากเดทกับผู้หญิงที่ไม่มีความเป็นตัวของตัวเอง คุณไม่จำเป็นต้อิดเหมือนเขา ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยหมดทุกอย่าง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าต่อไปนี้จะต้องตั้งหน้าตั้งตาคัดค้านเขาไปหมดทุก เรื่อง ก็แค่เปิดเผยความรู้สึกส่วนตัวของคุณ ถ้าเขาชวนคุณไปทานอาหารญี่ปุ่น ซึ่งคุณไม่ชอบ คุณก็บอกเขาไปตรงๆ ได้ว่า คุณไม่ถนัดอาหารญี่ปุ่น ลองเป็นอาหารไทย หรืออิตาเลียนแทนจะได้ไหม แบบนี้รับรองว่าชายหนุ่มจะรู้สึกดีแน่ๆ ลองคิดกลับกันว่า ถ้าคุณเดทกับชายหนุ่มคนหนึ่ง ที่ไม่ว่าคุณจะคิดเห็นอะไร เขาก็เห็นด้วยไปหมด คุณบอกเขาว่าอันนี้อร่อยเขาก็อร่อยด้วย คุณเล่ามุขตลกฝืดจัดให้เขาฟัง เขายังหัวเราไปกับมุขฝืดๆ ของคุณ (ขนาดคุณเองยังว่าแป้กเลย) หรือเวลาคุณบอกอะไรเขาก็ทำตามที่คุณบอกหมด ผู้ชายแบบนั้นคุณจะอยากควงมาเป็นคู่ชีวิตด้วยไหมล่ะ เขาก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน

11. แสดงความฉลาดให้เขาเห็น แต่แบบเนียนๆ ไม่ต้องทำให้เขารู้สึกหน้าแตก ผู้ชายทุกคนชอบผู้หญิงฉลาด ยิ่งถ้าคุณทำให้เขาประหลาดใจได้บ่อยๆ เขาจะยิ่งรู้สึกว่าคุณน่าค้นหา และผู้ชายก็ชอบความตื่นเต้นโดยกำเนิดซะด้วยสิ ถึงตอนนี้คุณอาจมีชายหนุ่มเข้ามาทำความรู้จัก บางคนอาจขอเดทกับคุณ และเขาอาจกำลังแปลกใจอยู่ว่า คุณไปอยู่ที่ไหนมา ทำไมเขาถึงเพิ่งมีโอกาสเจอคนน่ารักแบบคุณช้าขนาดนี้ ไม่น่าเชื่อเลยว่าคุณยังโสด

อันตรายในไอศกรีม

ไอศกรีม อาหารว่างเย็นๆ ที่เป็นของโปรดของเด็กๆ หรือแม้กระทั่งผู้ใหญ่หลายคน ต่างชื่นชอบในรสชาติของไอศกรีมกันทั้งนั้น แต่หารู้ไม่ว่า สารสังเคราะห์จากสารเคมีบางอย่าง ที่ใช้เป็นสารเติมแต่งรสชาติและแต่งแต้มสีสันในไอศกรีมบางยี่ห้อนั้น ได้นำพาสิ่งที่เป็นอันตรายต่อร่างกายของผู้บริโภคเสียแล้ว

ไอศกรีม, ไอศครีม, ไอติม,  สารเติมแต่ง, อันตราย, ร่างกาย, ผู้บริโภค

ที่เลวร้ายกว่านั้น ผู้ผลิตไอศกรีมหัวใสบางราย ยังได้นำไขมันที่เหลือจากโรงฆ่าสัตว์มาใช้เป็นส่วนผสมในไอศกรีม ซึ่งไขมันจากสัตว์นั้นมีจำนวนของไขมันอิ่มตัวที่สูง เป็นไขมันชั้นเลวที่หากบริโภคไปมากๆ จะก่อให้เกิดโรคอ้วนและไขมันอุดตันในเส้นเลือดได้ สำหรับสารสังเคราะห์จากสารเคมีที่เป็นอันตราย และได้มีการนำมาผสมในไอศกรีมนั้น มีดังต่อไปนี้

1. ไดอิธิลกลูคอล( Diethyl Glucol) สารเคมีราคาถูกที่ใช้ในการตีไขมันให้กระจายแทนการใช้ไข่ สารชนิดนี้เป็นสารกันเยือกแข็งที่ใช้กันน้ำแข็งไม่ให้ละลายเร็ว และใช้ในน้ำยากัดสีด้วย

2. อัลดีไฮด์ ซี71(Aldehyde-C71) เป็นสารที่ใช้ในการสร้างกลิ่นที่ไม่ค่อยมีในประเทศไทย เช่น เชอร์รี่ และเพื่อให้ไอศกรีมเป็นของเหลวติดไฟง่าย และยังนำไปใช้ทำสีอะนิลีน จำพวกพลาสติกและยาง

3. ไปเปอร์โอรัล( Piperoral) ใช้แทนกลิ่นวานิลลา เป็นสารเคมีเดียวกับที่ใช้ผสมในยาฆ่าเหาและหมัด

4. อิธิลอะซีเตท (Ethyl acetate) ใช้สร้างกลิ่นรสสับปะรด อีกทั้งยังใช้เป็นตัวทำความสะอาดหนังและผ้าทอ กลิ่นของสารเคมีตัวนี้ก่อให้เกิดโรคปอดเรื้อรัง ตับ และหัวใจที่ผิดปกติ

5. บิวธีรัลดีไฮด์(Butyraldehyde) ใช้สร้างกลิ่นรสเมล็ดในผลไม้เปลือกแข็งเช่น ถั่วต่างๆ สารนี้เป็นสารที่ใช้เป็นสารประกอบสำคัญในกาวยาง

6. แอนนิล อะซีเตท(Anyle acetate) สารนี้จะให้กลิ่นกล้วยหอม และเป็นสารที่ใช้ทำลายล้างไขมัน 7. เบนซิล อะซีเตท(Benzyle acetate) เป็นสารที่ใช้สร้างกลิ่นและรสสตรอเบอร์รี่เป็นสารละลายไนเตรท ทำให้เกิดความอยากอาหาร

สารเคมีที่กล่าวมาทั้งหมด เช่น สารกันเยือกแข็ง ตัวทำละลายน้ำมัน น้ำยาลอกสี ยาฆ่าเหาและฆ่าหมัด นั้น ไม่ใช่ว่าในไอศกรีมทุกยี่ห้อจะมีสารเหล่านี้ทั้งหมด บางยี่ห้ออาจจะผสมสารตัวนี้หรือตัวอื่น นอกจากสารที่กล่าวมาข้างต้น ยังมีการใช้สารให้ความหวาน คือ แซคคารินหรือน้ำตาลเทียม เติมเพื่อให้มีสีและกลิ่นที่หอมหวาน ซึ่งสารแซคคารินนั้นได้มีการ พิสูจน์แล้วว่า มีส่วนสนับสนุนทำให้เกิดมะเร็งได้เช่นกัน ไอศกรีมนั้นเป็นอาหารขยะชนิดหนึ่งที่สามารถก่อให้เกิดอันตรายพอสมควร ทั้งนี้ ก็ต้องขึ้นอยู่กับจิตสำนึกของผู้ผลิตบางราย และความพอดีในการบริโภคของตัวผู้บริโภคเอง ที่ต้องดูแลเรื่องการบริโภค ให้ได้สัดส่วนที่พอดีกับความต้องการของร่างกายอาหารขยะ!! ก็คือขยะที่ร่างกายเราไม่จำเป็นต้องกิน ก็สามารถอยู่ได้ไม่ใช่หรือ??

บริจาคเลือด ส่งผล ดีมากกว่าที่คิด

ในช่วงระยะหลัง ๆ เรามักได้ยินข่าวสภากาชาดไทยประกาศขอ บริจาคเลือด บ่อยครั้งขึ้น สะท้อนให้เห็นว่า ความต้องการการบริจาคเลือดยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง เนื่องใน วันบริจาคโลหิต โลก (Worlk Blood Donor Day) ในวันที่ 14 มิ.ย. ที่ผ่านมา เราไปดูกันดีกว่าว่า การบริจาคเลือดมีความสำคัญอย่างไร แล้วคุณจะรู้ว่า การบริจาคเลือดนั้นส่งผลดีมากกว่าที่คุณคิด

บริจาคเลือด, เลือด,  บริจาคโลหิต, วันบริจาคโลหิตโลก,  WORLK BLOOD DONOR DAY, 14 มิ.ย.

ปกติคนเราจะมีเลือดอยู่ในร่างกายประมาณ 70-80 มิลลิลิตรต่อน้ำหนัก 1 กิโลกรัม หากเรา เสียเลือดไม่เกิน 15% เช่น บริจาคเลือด ก็จะไม่เกิดอันตรายต่อร่างกาย แต่ถ้าเราเสียเลือดเกิน 50% แล้วไม่ได้น้ำเกลือ ไม่ได้พลาสมา หรือน้ำเหลือง และไม่ได้เลือด ก็จะต้องเสียชีวิต..

ในการบริจาคเลือดแต่ละครั้ง ควรทิ้งช่วง 3 เดือน ซึ่งเลือดที่บริจาคไป ไม่เพียงแต่ทำให้ได้ ลือดไปช่วยชีวิตผู้ป่วยเท่านั้น แต่ยังสามารถแยกเป็นพลาสมา หรือน้ำเหลืองไปช่วยผู้ป่วยได้อีก ทางด้วย เลือดที่บริจาคมีทั้งเม็ดเลือดแดง และน้ำเหลือง ปกติเราก็จะนำเลือดของผู้บริจาคมาปั่น แยกเป็นเม็ดเลือดแดง และน้ำเหลือง ถ้ามีอุบัติเหตุเข้ามา แพทย์ส่วนใหญ่ก็จะต้องให้น้ำเกลือ หรือให้ น้ำเหลืองไว้ก่อน จนกว่าจะทราบว่าผู้ป่วยหมู่เลือดอะไร ยูนิตไหนที่เข้ากันได้

ผลดีอีกประการทีมีต่อร่างกายของผู้บริจาค คือ จะทราบเลยว่าตัวเองนั้นเลือดเข้มข้นปกติ หรือเปล่า เพราะเราต้องตรวจก่อนว่ามีเลือดมาก และเข้มข้นเพียงพอ ซึ่งนั่นจะทำให้เราได้รับทราบถึง สภาพร่างกายทั่วไปด้วย เช่น ความดันเป็นอย่างไร ปอด หัวใจเต้นปกติหรือเปล่า นอกจากนั้นการ เสียเลือดก็จะไปกระตุ้นให้ไขกระดูกสร้างเม็ดเลือดออกมาใหม่

การบริจาคเลือดเหมือนการไปกระตุ้นให้ไขกระดูกทำงาน และ สร้างเม็ดเลือดใหม่ออกมาตลอด เวลา จะทำให้ไขกระดูกรู้หน้าที่ เวลาที่เราเสียเลือดขึ้นมา ไขกระดูกก็จะรีบทำงานสร้างเม็ดเลือดใหม่ ๆ ออกมาอยู่ในกระแสเลือด หล่อเลี้ยงร่างกายและทำให้ร่างกายแข็งแรงตลอดเวลา ..

เทคนิคการเลือกคอเสื้อให้เข้ากับรูปร่าง

เสื้อคอกลมสูง
เหมาะ กับสาวที่มีคอยาว ส่วนสาวๆ ที่รู้็ตัวว่าคอสั้น คอสองชั้น หรือมีหน้าอกใหญ่ควรหลีกเลี่ยงเสื้อคอทรงนี้ไปเลยค่ะ

เสื้อคอวี
เหมาะ สำหรับสาวทุกรูปร่าง ใส่แล้วทำให้ดูหุ่นเพรียวยิ่งขึ้น แต่สำหรับสาวที่คอยาวมากๆ ขอบอกไว้ก่อน ไม่ควรใส่เสื้อแบบนี้นะค่ะ

เสื้อคอเต่า
จะ ช่วยให้ลำตัวดูยาวขึ้น ทำให้สาวที่ตัวไม่สูงมากนัก ดูสูงขึ้นได้ (อ้าว...สาวตัวเล็ก รีบไปจัดหามาไว้ในครอบครองเลยนะค่ะ) สาวที่มีคอสองชั้นก็ไม่ควรใส่แบบนี้นะ

เสื้อคอกลมลึก
เหมาะ สัมหรับสาวไหล่แคบ สาวหุ่นทรงรูปแพร การใส่เสื้อแบบนี้ทำให้สาวคอสั้นใส่แล้วมีลำคอมากขึ้น

เสื้อคอเหลี่ยม
เหมาะ สำหรับคนสะโพกกว้าง จะช่วยให้หุ่นดูสมดุลมากขึ้น ทั้งยังทำให้คอดูยาวมากขึ้นด้วยนะค่ะ

เสื้อคอปาด
เหมาะ สำหรับสาวที่มีไหล่แคบและมีสะโพกใหญ่ เพราะจะช่วยทำให้ไหล่ดูกว้างขึ้น และสะโพกดูสมดุลยิ่งขึ้น

อาหารที่ควรกินในช่วงลดน้ำหนัก


สาวๆ ที่กำลังลดน้ำหนักหรือคนที่กำลังรักษาน้ำหนักและสุขภาพควรที่จะให้ความสนใจ กับอาหารการกินของเรานะคะ

emotion คาร์โบ ไฮเดรต

ควรเป็นข้าวซ้อมมือ ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีต เพราะมีเส้นใยสูง ซึ่งเป็นการป้องกันไม่ให้ร่างกายดูดซึมไขมันได้เร็วนัก และร่างกายต้องใช้พลังงานในการย่อยมากกว่าแป้งขัดสีหรือข้าวขาวธรรมดาด้วย ค่ะ ทำให้อิ่มนาน นอกจากนี้ยังมีวิตามินบีสูง ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการเผาผลาญอาหารของร่างกายให้สูงขึ้นด้วยค่ะ

emotion โปรตีน

ควรเป็นเนื้อปลาต่างๆ ไก่ไม่ติดหนัง เต้าหู้ หรือเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน
เพื่อให้ได้รับไขมันน้อยลง ย่อยง่าย โดยเฉพาะปลาและเต้าหู้จะให้พลังงานต่ำ จึงเหมาะอย่างยิ่งที่จะกินในช่วงลดน้ำหนัก แต่ไม่ควรนำไปทอดนะคะ ยังไงก็อ้วนค่ะ เพราะการทอดต้องใช้น้ำมันเยอะ

ลดความอ้วนemotion ใย อาหาร

แต่ละมื้อควรมีผักซึ่งควรเลือกผักที่มีน้ำ เยอะ ไม่หวานมาก ควรเลือกประเภทใบมากกว่าประเภทหัว ผลไม้ก็ไม่ควรทานที่มีรสหวานมาก เช่น ทุเรียน องุ่น มะม่วงสุก เงาะ ลำใย จะมีปริมาณน้ำตาลสูงค่ะ

emotion กิน ผักผลไม้ที่ช่วยในการเผาผลาญอาหาร

ได้แก่ธัญพืชต่างๆ เช่นถั่วเขียว ถั่วเหลือง อัลมอนด์ถั่วแดง หรือถั่วเมล็ดแห้ง เช่น ถั่วลิสง อัลมอนด์ แมคาเดเมีย วอลนัท เป็นต้น เป็นพืชที่มีใยอาหารและวิตามินบีสูง จึงช่วยกระตุ้นการเผาผลาญร่างกาย แต่ก็อย่ากินมากนะคะ ถั่วเมล็ดแห้งก็ยังมีไขมันสูงค่ะ

emotion น้ำมัน มะกอก

เป็นน้ำมันที่มีกรดโอเมก้า 3 และไขมันไม่อิ่มตัวสูง เมื่อเข้าไปในร่างกายก็จะไปจับอนุมูลอิสระและสารพิษต่างๆ มาเผาผลาญได้ดี แต่วันนึงไม่ควรกินเกิน 1 ช้อนโต๊ะค่ะ

emotion ดื่มน้ำให้ได้วันละ 2 ลิตร

น้ำเป็นตัวช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้ง่ายขึ้น เนื่องจากช่วยในการขับถ่ายของเสียออกจากร่างกาย หากเราท้องผูก ร่างกายจะเกิดการดึงสารอาหารกลับ ซึ่งมักจะเป็นไขมัน ซึ่งทำให้การลดน้ำหนักทำได้ยากขึ้น ดังนั้นเราจึงควรถ่ายทุกวัน

+++ Hamster +++

+++ Playlist +++


MusicPlaylistRingtones
Create a playlist at MixPod.com

+++ coming soon +++