วันศุกร์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2553

99 ประโยคดีๆ ของคำว่ารัก



1. คนที่บอกว่าตัวเองมี"รักแท้" คือคนที่ไม่รู้จัก คำว่า “รัก" เลย

2. ถ้าสีต่างๆคือตัวแทนของความรู้สึก ความรักที่บริสุทธิ์ ไม่ใช่ความรักที่ไม่มีสี แต่กลับเป็นสิ่งที่มีสีเยอะที่สุดบนโลก

3. ถ้าแผ่น VCD คือ ความรัก คงจะไม่มีเทคโนโลยีใดๆบนโลกที่จะ อ่านมันได้เข้าใจที่สุด

4. ความรักจะกลายเป็นสิ่งไร้ค่า ถ้าเอามาเป็นตัวแทนของคำโกหก

5. ถ้าเสตอริโอ เป็นความรักของคนคนหนึ่งที่มีให้คุณ จงจำไว้ว่า ถ้าตราบใดที่ คุณ ยังไม่เปิด Volume คุณจะไม่มีวันรู้เลยว่าจริงๆแล้วเขารักคุณหรือไม่

6. ความรักเป็นบ่อเกิดของความเกลียด แต่จงจำไว้ ถ้าไม่มีเกลียด ก็จะไม่มีรัก

7. Sex ไม่ใช่การแสดงออกของความรัก แต่เป็นเพียงส่วนประกอบส่วนหนึ่งของความรักเท่านั้น

8. ทุกครั้งที่คุณด่าคนที่แอบรักคุณว่า "โง่" คุณรู้ไหมว่า คุณ โง่ กว่าเขา 10 เท่า

9. "คนรักกัน" ก็เหมือนไม้บรรทัด ที่ ทั้งสองด้านมี เรา และ เขายืนอยู่ ถ้าไม่ลองเดินเข้าหากัน มันก็เป็นแค่ "คนที่เห็นหน้ากัน" เท่านั้น


10. ถ้าความรักเปรียบได้ดั่งไม้บรรทัด ที่ทั้งสองด้านมี เราและ เขายืนอยู่ จงเดินเข้าหากันในระยะที่เท่ากัน อย่าทำให้ความสมดุลของความรัก ต้องหักลง

11. ในช่วงเวลาที่คุณยืนอยู่คนละด้านของไม้บรรทัดแห่งความรัก.. จงตะโกนใส่เขาเสียบ้าง ให้เขาได้รู้ว่าคุณยังอยู่ตรงนี้ อยู่บนไม้บรรทัดแห่งความรักของกันและกัน

12. ในห้องนอนห้องหนึ่ง ถ้าคุณผู้ชายบอกเหล่าคุณผู้หญิงว่า "รักแล้วให้ไม่ได้หรอ?" จงจำไว้ว่า มัน "อาจ" จะเป็นการให้ความรักของเขา กลับคืนสู่เขาตลอดไปก็ได้

13. หัดเชื่อในลมปากของคำโกหกที่เบาๆ ดีกว่าต้องมาเจอการกระทำที่ร้ายแรง

14. ชีวิตที่ยังมีความหวัง ก็เปรียบได้กับ กลีบ ดอกไม้ ที่ยังล่องลอยอยู่ในอากาศได้ เพราะสายลมที่ชื่อว่า "รัก"

15. ทุกครั้งที่ผู้หญิงคนหนึ่งเสียความบริสุทธิ์ ให้แก่ผู้ชาย จงจำไว้ว่า ได้เกิดการสูญเสียของสิ่งที่ชื่อว่า "ความไม่ไว้วางใจ" ไปแล้ว และ "ความไว้วางใจ" ได้เข้ามาแทนที่ในหัวใจของผู้หญิงคนนั้นแล้ว

16. และถ้าเมื่อไหร่ ที่ความ "ไว้วางใจ" นั้นถูกหักหลังลงอย่างร้ายกาจ... สิ่งสุดท้ายที่จะเข้ามาแทนที่ คือ "ความเสียใจอย่างสุดจะหามิได้" นั่นเอง

17. คนที่คุณรัก อาจไม่ใช่คนที่รักคุณมากที่สุดบนโลกใบนี้

18. ในช่วงเวลา 1 วินาทีที่คุณคิดจะนอกใจ... เท่ากับคุณกำลังจะให้คนที่รักคุณคนหนึ่งต้องเสียใจไป 1 ปี

19. ความรักไม่มีนิยามที่ตายตัว ตั้งแต่วันแรกที่มันกำเนิดขึ้นมาบนโลกแล้ว


20. ถ้าใครที่บอกว่า มันผู้นั้นคือผู้ที่เข้าใจในความรักมากที่สุด คนผู้นั้น ไม่เคยเข้าใจในอะไรเลย

21. ความรักไม่มีนิยาม แต่มีความหมาย หลากร้อยหลายพัน Species

22. ไม่มีใครบนโลกสามารถให้นิยามแก่ความรักได้ แต่ ให้นิยามแก่ความรักของ "ตนเอง" ได้

23. โชคชะตา ไม่ได้เป็นส่วนประกอบที่ทำให้เกิดความรัก แต่เป็นสิ่งที่ทำให้ความรัก โผล่ขึ้นมาให้คุณได้เห็น

24. พรหมลิขิต เขียนทุกอย่างขึ้นมาในชีวิตคุณ แต่มันไม่อาจเขียนให้คุณรักใครได้

25. โชคชะตา กัน พรหมลิขิต เป็นแค่สองสิ่งที่มารวมกัน เพื่อให้คนสองคนได้เจอกันเท่านั้น

26. ความรักสามารถเป็นอะไรก็ได้ที่คุณอยากให้เป็น แค่เพียงคุณจะนึกถึงมันออก

27. 99.99% ของผู้ชายบนโลก รักผู้หญิงที่ภาพรวม ไม่ใช่ความรู้สึก และนิสัย หรือรูปร่างเพียงอย่างเดียว

28. 99.99% ของผู้หญิงบนโลก ที่จะไม่รักผู้ชายที่ไม่มีอะไรเลย ให้เธอ

29. แก้วน้ำ คือตัวอย่างของความรักที่ไม่มีวันเต็ม


30. ธรรมชาติของผู้ชาย คือ ความรักต่อสิ่งที่สวยงามในผู้หญิง

31. ธรรมชาติของผู้หญิง คือ ความรักต่อสิ่งที่ตนเองเป็นเจ้าของ

32. หายากนักที่จะหาคู่รักสักคู่บนโลกที่ ใช้ "Eye Contact" ในการสื่อสารต่อกันได้

33. ความเร็วของแสง คือ เลขที่เอาไว้แทนค่า ความไวต่อความเจ้าชู้ ของผู้หญิงที่มีต่อผู้ชาย

34. ความรัก ไม่ใช่ Sex

35. ความรัก กับ Sex เหมือนกระดาษ 1 แผ่น ที่ ด้านหนึ่ง คือ "ความรัก" และอีกด้านหนึ่ง คือ "Sex" ซึ่งจะทำให้คุณได้รู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องเดียวกัน แต่เป็นเรื่องที่อยู่ใกล้กันที่สุดนั่นเอง

36. ความรักที่มากที่สุดที่คุณจะได้จากเพื่อน คือ "เพื่อนรัก" เท่านั้น

37. คนที่กลัวความรัก คือคนที่กลัวทุกสิ่งบนโลกใบนี้

38. ความหึงหวง ไม่ใช่การแสดงความเป็นเจ้าของ แต่เป็น ส่วนหนึ่ง ของ คำพูดที่บอกกับอีกคนหนึ่งว่า " ฉันรักเธอนะ และไม่อยากให้เธอไปไหน"

39. ความรัก เหมือนแม่น้ำที่ ไหล ย้อนกลับได้ ในคืนที่ ความเงียบเหงากัดกร่อนหัวใจจนเกินทน

afraidoflove


40. เหตุผลของการหักหลัง เริ่มมาจาก การที่ "ไม่ได้รักจริง"

41. เจ็บเร็ว แต่ดีกว่าช้ำนาน

42. ความรักไม่ใช่ทุกสิ่งในชีวิต มันเป็นแค่ประสบการณ์ ถาวร ในความทรงจำ

43. เลือกที่จะรักมากกว่า เลือกที่จะ หลง

44. ถ้าใครบอกคุณว่า เขามีความรักเท่า ดวงดาวบนท้องฟ้า ที่ให้คุณ น่ะ.. มันไมได้รวมถึง ดาวหาง กับ ดวงอาทิตย์ ที่จะเก็บไว้ให้คนอื่น ด้วย (แถมใหญ่กว่า ตั้งหลายเท่า )

45. และถ้าเขาบอกว่ารักคุณเท่ามหาสมุทร เท่านั้นแหละมันได้ที่เก็บซ่อน สิ่งมีชีวิตในน้ำ (แห่งความรัก) ที่ไม่ใช่คุณ เป็นจำนวน หลาย ล้านๆๆ แล้ว

46. การอกหักคือประสบการณ์แห่งชีวิต

47. การอกหัก 1 ครั้งดีกว่า การต้องเก็บซ่อนความรักไว้ในใจ ถึง 1 แสนสองหมื่น 4 พัน เท่า

48. คนที่มีความรัก ไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่มีคู่ครอง แต่ทุกคน มีความรัก ได้เหมือนกัน

49. ค่ายเพลงแห่งความรักที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยคือ Bakery Music


50. ความเหงา เป็นผลพลอยได้ จาก ความเสียใจที่เกิดจากความรัก

51. ผู้หญิงควรจะทำหนังสือ “พฤติกรรมแปลกประหลาดในด้านความรักของผู้หญิง" ให้คุณผู้ชาย อ่านเสียบ้างจริงๆ ตามที่ รอน บอก ในหนังสือ Harry Potter เล่ม 5

52. หนัง หรือ ภาพยนตร์ คือ สื่อที่ถูกนำมาแสดง เรื่องราวของความรักเยอะที่สุด

53. ไม่มีใครเข้าใจในรูปแบบของความรักของตน เท่าตัวของเราเอง... หรือแม้แต่คนที่รักเรา และ เรารัก

54. จุดอ่อนที่สุดของผู้หญิงในเรื่องความรักคือ "คิดมาก"

55. จุดอ่อนที่สุดของผู้ชายในเรื่องความรักคือ "การพยายามใช้โทรจิตบอกเหตุผล แทนคำพูด"

56. ผู้หญิงไม่ได้มาจากดาวศุกร์ และผู้ชายไม่ได้มาจากดาวอังคาร เพราะความรักของมนุษย์ เกิดขึ้นบนโลก

57. ผู้ชายจะเลวกว่า ห ม า เมื่อ เชื่อฟังผู้หญิงน้อยกว่า สุนัขนั่นเอง

58. รัก โลภ โกรธ หลง เป็นสิ่งที่อยู่ด้วยกัน แต่เลือกที่จะเก็บบางอย่างไว้ในใจได้

59. การโทรศัพท์ไปคุย กับคนรัก เป็นเวลา 18 ช.ม. อาจไม่เท่ากับ SMS ที่ส่งไปทำให้ คนรักยิ้มได้


60. ไม่มีสูตรใดบนโลกจะเอามาใช้คำนวณได้ว่า คนที่เป็นแฟนเรา รักเราแค่ไหนกัน

61. ยาที่ดีที่สุดเวลาที่ทะเลาะกับแฟนคือ "การนึกถึง 10 นาทีแรกที่ได้เป็นแฟนกัน"

62. เมื่อถึงเวลาที่ไม่เข้าใจกัน ไม่มีคำพูดใดๆ ดีกว่า คำว่า "ขอโทษ"

63. พร่ำบอกรัก พันล้านครั้ง ไม่เท่า บอกรักจากใจ แค่ครั้งเดียว

64. สำหรับผู้หญิง แหวนที่นิ้วนางซ้าย คือเครื่องหมายแห่งความผูกพัน

65. สำหรับผู้ชาย แหวนที่นิ้วนางซ้าย คือเครื่องหมายแห่งการตีตรา

66. คนที่ฆ่าตัวตายเพราะความรัก คือคนที่ไม่เคยเห็นค่าและไม่รู้จักในความรักเลย

67. บางคนเปรียบผู้หญิง เหมือนหนังสือ ที่รอให้มีคนมาค้นหาอ่าน บางคนอาจเป็นแค่กระดาษเพียงแค่แผ่นเดียว ในขณะที่บางคน อาจเป็นหนังสือ หลายหมื่นหน้าที่จะไม่มีวันอ่านหมด ... แล้วคุณรู้บ้างไหม? ว่า แฟนคุณ อ่านไปถึงหน้าไหนแล้ว???

68. ไม่มีคน ที่ไม่มีความรัก บนโลก

69. ทางออกที่ดีที่สุดเมื่อเริ่มจะรัก คือ เชื่อในความรัก ของเขา ให้เท่ากับของเรา

Paint_Your_Love.jpg picture by Empathy_Love


70. การกอด เป็นการแสดงความรักที่อบอุ่นที่สุด

71. ความรักกับมิตรภาพ เมื่อนำมาชั่งน้ำหนัก ล้วนเท่ากัน แต่คนที่ทำให้มันแตกต่างกัน คือ การกระทำของคุณ

72. หนังรักที่ดังและดีที่สุดในประเทศไทยคือ Noting Hill และ My Sassy Girl

73. เก็บคำว่า "ขอโอกาส" เอาไว้ ถ้าคำว่า "ขอโทษ" ยังไม่หลุดออกจากปากของคุณ

74. ไม่มีผู้หญิงคนไหนชอบคำว่า "โกหก"

75. ไม่มีผู้ชายคนไหนชอบคำว่า "เธอดีเกินไป" และ "เราไปด้วยกันไม่ได้"

76. เพื่อนกับแฟน มีลักษณะคล้ายๆกัน ในขณะที่ เพื่อนมี มิตรภาพ และ แฟน มี ความรัก

77. ความรักที่แท้จริง ไม่มีเหตุผล ของการรักกัน

78. จงอย่าถาม ว่า "รักเราไหม?" แต่จงถามว่า "รักแค่ไหน?"

79. ความรัก ของพ่อแม่มีอยู่ในทุกที่.. แล้วความรักของเราอยู่ตรงไหน?

With Love... by suchitra prints(away for a few days).


80. อย่าสนใจว่า "เราจะรักกันนานแค่ไหน?" แต่จงคิดว่า "เราจะรักอย่างไร?"

81. อย่าคิดถึงวันพรุ่งนี้ แต่จงคิดถึง ความรัก ในอีก สิบนาทีข้างหน้า

82. ถ้ามีอะไร จะสารภาพ อย่ารอให้ กำลังจะตาย แล้ว ค่อยโทรไปบอก

83. ไม่มีคำว่า "สายไป" สำหรับความรัก มีแต่คำว่า "มันไม่มีทางแล้ว" เท่านั้น

84. คนพิเศษ ไม่จำเป็นต้องพิเศษ สำหรับใคร แต่ พิเศษสำหรับเรา

85. ไม่มีความรักที่สมบูรณ์แบบ

86. ถ้าแค่การพูดคำว่ารัก มันยากนักล่ะก็ จงเก็บความเสียใจ เอาไว้ ตลอดไป ไว้คู่กัน

87. คุณไม่รู้หรอกว่า เขาจะเป็นเช่นไร จนกว่า คุณจะได้รักเขา

88. อย่าให้เขา และเรา เป็น คนนำ แต่จงให้ความรักเป็นตัวนำพาไป

89. อย่า มอง ความรักเป็นแค่คำพูดคำหนึ่ง ให้มอง ความรัก เป็น คำที่มีความหมายสำหรับเรา


90. ไม่มีใครรู้จักอีกฝ่ายหนึ่งได้ภายในวันเดียว ไม่งั้น คุณคงต้องต่อสายเสียบปลั๊ก แล้ว ดาว์นโหลด ข้อมูลจากอีกฝ่ายมา

91. ความรักที่อยู่ห่างไกลกันไม่มีในโลกยุคนี้ ถ้าคุณ ยังรู้จัก โทรหา ส่ง Mail หรือ SMS ให้แก่กันบ้าง

92. ความคิดถึง เกิด ขึ้นเพราะ ความรักที่ไม่มีที่ระบาย.. และเป็นเพียง ส่วนประกอบเล็กๆ น้อยๆของความรัก

93. จงอย่าพูดว่า "แค่นี้หรือ?" ... และ "เท่านี้หรือ?" จงพูดว่า "นี่คือเหตุผลหรือ?"

94. พื้นฐานของความรักที่ดี ประกอบ ด้วย "ความเชื่อใจ" "ความเข้าใจ" และ "การตัดสินใจ"

95. ทุกครั้งที่คุณจะถามอะไร กับคนรัก จงยอบรับและทำความเข้าใจในสิ่งที่เขาจะตอบเสียก่อน

96. ของขวัญ ในทุกโอกาส ไม่ใช่ตัววัดระดับความรัก แต่เป็นการแสดงออกรูปแบบหนึ่ง

97. ความผิดพลาดในความรัก มันจะเป็นแค่บทเรียน ถ้าทำความเข้าใจมัน

98. จงเชื่อในความรัก ก่อนที่จะ เชื่อในเหตุผล

99. สุดท้าย ความรักสำหรับผม ไม่ใช่สิ่งที่สวยงามหรือไม่สวยงาม ไม่ใช่ สิ่งที่ดี หรือไม่ดี ไม่ใช่ ดอกไม้ ไม่ใช่ภูเขา ไม่ใช่ท้องฟ้า ไม่ใช่ สายลม และพายุ ไม่ใช่ ใครสักคน ไม่ใช่หนังสือ ไม่ใช่ซีดี ไม่ใช่คำพูด หรือ การกระทำ ไม่ใช่ ชีวิต ไม่ใช่ สิ่งของ และไม่ใช่โลกใบนี้..แต่มันเป็น เพียง

"ความรู้สึก.. สำหรับ คนที่คุณรัก..เท่านั้น.."


9 เหตุผลทำไมคุณไม่มีความรัก




1. หลงใหลกับสิ่งไม่แท้จริง
ถามตัวเองดูนะว่าคุณละเลยความ จริง ความสวยงามแท้จริง ชีวิตในด้านลึกรึเปล่า วันๆเรามัวแต่เสพสิ่งต่างๆ ทั้งข้าวของต่างๆที่เราพากันอยากได้ จนทำให้เราลืมนึกถึงเรื่องจิตใจกันไป นานเข้าก็เบื่อ เบื่อโน่นเบื่อนี่รวมทั้งเบื่อการต้องไปเดทด้วย ก็เลยทำให้คุณไม่อยากไป แล้วอย่างนี้จะมีความรักได้อย่างไรกันล่ะคะ หันกลับมาสนใจกับชีวิตในความเป็นจริงกันเถอะค่ะ

2. ไม่เข้าใจเพศตรงข้าม
เดี๋ยวนี้เรื่องความเท่าเทียมกัน ของผู้หญิงผู้ชายมาแรงมาก ใครๆก็พูดกันถึงแต่เรื่องนี้ ผู้หญิงทำงานเก่งขึ้นทุกวัน บางครั้งมันเลยทำให้เราขาดความเคารพในความแตกต่างของเพศหญิงและชายไป เรามองข้ามไปว่าหญิงและชายสามารถสร้างความรัก ความรวมกันเป็นหนึ่งได้เมื่ออยู่ด้วยกัน ความห่างระหว่างเพศสูงขึ้นเรื่อยๆ เราเลยอาจรู้สึกว่า "ฉันเจ๋งกว่าเธอ" หรือ "ผู้ชายไม่มีวันทำให้ฉันมีความสุขได้หรอก" เราก็เลยไม่เปิดรับเพศชายเข้ามาในชีวิตเสียที เอาล่ะ เรายอมรับกันได้ในส่วนหนึ่ง แต่โดยเนื้อแท้อย่าลืมว่าผู้ชายเกิดมาเพื่อปกป้องผู้หญิง ให้เขาทำหน้าที่ของเขาเถอะนะ

3. ฉันอยู่คนเดียวได้
คุณอาจรู้สึกว่าก็ไม่เห็นจะต้องการ ใครในชีวิตเลย ถ้าเราต้องการใครมาให้ความรัก อยู่ข้างๆเรา หรือคอยปลอบใจเรานั่นหมายถึงว่าเราเป็นผู้หญิงอ่อนแอ และมันเหมือนเป็นบัญญัติของสังคมที่คอยบอกเราตลอดว่าผู้หญิงอ่อนแอน่ะ เป็นสิ่งไม่ดี คุณก็เลยพยายามทำตัว โอเคว่าฉันเข้มแข็ง ไม่มีใครฉันก็อยู่ได้ต่อไป แต่ในที่สุดก็รู้สึกเหงาจนได้

4. ไม่กล้าเปิดใจ
ความไร้เดียงสาอย่าง หนึ่งของคนเราก็คือ เวลาเราได้เปิดใจ เปิดเผยความรู้สึกลึกๆกับใคร มันอาจเป็นความกลัวที่สุดที่ซ่อนอยู่ก็ได้ แต่ทุกวันนี้พวกเรากลับเลือกปิดกั้นความรู้สึกจริงๆตรงนั้นไว้ พยายามทำตัวปกติ และนั่นล่ะเป็นตัวทำลายวิญญาณที่แท้จริงของเราไป ก็ในเมื่อเราไม่เปิดใจก่อน แล้วใครเขาจะมาเข้าใจ เขาจะก้าวเข้าสู่ความเป็นคุณได้อย่างไรล่ะ

5. ตัดสินคนง่ายไป
"โอ้ย! แค่สิบห้านาทีฉันก็รู้แล้วว่าหมอนี่เป็นคนยังไง" ประโยคนี้คุ้นๆกับคุณไหม ทุกครั้งที่คุณเจอชายหนุ่มคุณจะกำลิสท์ความต้องการในตัวชายหนุ่มของคุณในมือ ไว้ตลอด และมันยังเป็นความต้องการที่ต่อรองไม่ได้ด้วยนะ เช่น เขาจะต้องเป็นผู้ชายสูง เขาจะต้องจบปริญญาโท เพียงแค่เขาไม่มีคุณสมบัติตามลิสท์คุณ คุณก็จะบอกว่า "ไม่เอาแล้ว คนนี้ไม่ใช่แน่นอน" คุณยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขามีมุมมองความรักเป็นยังไง เขามองโลกยังไง เขาอาจจะเป็นคนที่ดีที่สุดของคุณก็ได้ การที่เราไปตัดสินคนอย่างรวดเร็วเนี่ยก็เหมือนคุณสร้างกำแพงให้ตัวเองนั่น แหละ มันเป็นทางที่ง่ายที่สุดและเร็วที่สุดเพื่อคุณจะได้ป้องกันได้ว่าเขาจะไม่ ตัดสินคุณไปก่อนไง คุณจะไดไม่ต้องรู้สึกแย่กับตัวเอง

6. ความสัมพันธ์ฉันต้องดีที่สุด
คุณอาจ จะมีความสุขในงานที่ทำ คุณประสบความสำเร็จในชีวิต คุณมีครอบครัวที่อบอุ่นมาก แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า คุณจะต้องตั้งความหวังว่าความสัมพันธ์คุณจะต้องดีมากๆๆๆๆ ผู้ชายคนนั้นจะต้องเพอร์เฟคสุดๆไปด้วย เพราะลองถามตัวเองจริงๆ คุณอาจได้คำตอบว่างานที่ฉันทำก็ไม่ได้ดีที่สุดกว่าคนอื่นตรงไหน ฉันเองก็ไม่ได้มีชีวตสมดุลไปซะทุกอย่าง และที่สำคัญฉันก็ไม่ได้เป็นผู้หญิงเพอร์เฟคที่สุดซักหน่อย เพราะฉะนั้นแทนที่เราจะมองหาแต่สิ่งที่ดีที่สุด ลองเปลี่ยนเป็นมองสิ่งที่ดีเฉยๆก็พอดีมั้ย และใครจะรู้ สิ่งนั้นล่ะอาจะเป็นความมหัศจรรย์ที่สุดในชีวิตคุณก็ได้

7. จะมีความรักต้องพร้อม
อีกเหตุผลหนึ่งที่คุณไม่มีความรัก ก็อาจเป็นเพราะว่า คุณมักรอให้ความรักเข้ามาตอนที่คุณต้องพร้อมในทุกด้านก่อน คุณต้องรอเวลาให้เรียนจบ มีอาชีพที่ดี และมีความเป็นอยู่แบบที่คุณอยากจะเป็น เหล่านี้จะมาก่อนความรักของคุณ ลองมองย้อนไปที่ความรักของพ่อแม่เราดูสิ ว่านั่นน่ะเป็นความรักที่เกิดขึ้นผิดเวลาก็ได้ ผิดสถานที่ก็ได้ ความสำคัญของการที่เราได้อยู่กับคนที่ใช่มันจะมาก่อนเหตุผลอื่นเสมอ เรื่องมีความรัก เรื่องแต่งงานเลยเป็ฯเรื่องไม่ยากเย็นอะไรนัก

8. ใช้หัวคิดมากกว่าหัวใจ
ยิ่งนานวัน เข้า ก็ยังไม่มีความรัก เราก็จะต้องคอยไปหาหนังสืออ่านบ้าง พยายามคุยกับผู้รู้ทั้งหลาย ยิ่งถ้าเจอเพื่อนคนไหนแต่งงานสำเร็จไป เราก็จะยิ่งเจอความคิดมากมายชวนสับสนยิ่งนัก เอ! แล้วฉันจะดำเนินการตามแผนไหนดี ความรักมันเลยกลายเป็นเรื่องของหัวคิดมากกว่าหัวใจไปซะงั้น เหตุผลต่างๆจะมาก่อนความรู้สึกจริงๆ จากใจ ไฟรักเลยมอดหายไปได้

9. วางแผนมากไป
แทนที่ความรักจะเป็น เรื่องของธรรมชาติหัวใจ ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ปล่อยให้หัวใจพาไป ความรักกลับกลายมาเป็นเรื่องการวางแผน คุณจะคอยมีความคิดอยู่ในหัวว่า "โอ้! อาทิตย์หน้าฉันก็สามสิบแล้ว ปีหน้าเนี่ยล่ะเหมาะที่สุดที่ฉันจะมีความรัก" หรือ "ฉันมีเวลาว่างแค่ชั่วโมงเดียวหลังจากเรียนโยคะที่จะไปออกเดท เพราะหลังจากนั้นฉันต้องไปเรียนศิลปะอีก" ความรักเลยเป็นเหมือนงานอดิเรกของคุณไป คุณเลือกจะไปเดทตอนคุณสะดวกเท่านั้น ถ้าตารางคุณยุ่งแล้วก็อย่าหวังว่าหนุ่มไหนจะแทรกเวลาของคุณมาได้แล้วกัน

ยิ้มในแบบของคุณ




"รอยยิ้มแบบของคุณ"

รอยยิ้มเป็นสิ่งแรกบนใบหน้าที่ใครๆสามารถมองเห็นได้ รอยยิ้มสามารถสร้างความประทับใจแก่ผู้พบเห็นทั่วไป

แต่ คนเรามักมีรอยยิ้มที่ต่างกัน แล้วรู้ไหมว่า? รอยยิ้มที่พบเห็นบนมุมปากของทุกคน สามารถบอกนิสัยได้ด้วย...

1. ยิ้มมุมปาก : คือ การยิ้มเผยมุมปากขึ้นเล็กน้อย คนที่ชอบยิ้มแบบนี้ ว่ากันว่าเป็นคนมีความน่าค้นหาอยู่ในตัว เป็นคนลึกซึ้ง ฉลาดเฉลียว และที่น่ากลัวมากๆ คือคนประเภทนี้ อ่านใจคนเก่ง และถ้าหากให้เค้า หรือเธอโน้มน้าวใจใครสักคน รับรองได้ผลแน่นอน...

2. ยิ้มเม้มปาก : คือ การยิ้มแบบไม่เห็นฟัน เป็นรูปปากเลย คนที่ยิ้มลักษณะนี้ เป็นคนที่มีโลกส่วนตัวสูงมากเลยทีเดียว ระมัดระวังตัวกับสิ่งรอบข้าง หรืออาจเรียกว่า เป็นคนขี้ระแวงเอามากๆ รักสันโดษชอบอยู่คนเดียวเงียบๆ กับธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมที่สงบๆ เบื่อง่าย ไม่ค่อยมีความกระตือรือร้นสักเท่าไร และด้วยความที่มีโลกส่วนตัวสูง ทำให้ไม่ค่อยมีเพื่อนฝูงมาก ส่วนการที่จะทลายกำแพง เพื่อข้ามสะพานแห่งมิตรภาพ ถือว่าเป็นเรื่องยาก แต่ถ้าเป็นเพื่อนกันแล้ว คุณก็มั่นใจได้เลยว่า คนที่ยิ้มเม้มปาก จะเป็นเพื่อนที่ดีคนหนึ่งของคุณเลยที่เดียว

3. ยิ้มเยือกเย็น : มีลักษณะเป็นคนน่าเชื่อถือ คนประเภทนี้ไม่ได้เป็นคนที่มั่นใจตัวเองนักหรอก แต่คนส่วนมาก จะเป็นคนซื่อๆ ไม่มีเล่ห์เหลี่ยม และเป็นนักประนีประนอม

4. ยิ้มยั่วยวน : มักพบในบทบาทการแสดง หรือตามนิตยสารแฟชั่นต่างๆ แต่ในชีวิตจริง ถ้าคุณยิ้มแบบนี้ แสดงว่าคุณเป็นคนช่างฝัน และ หลงใหลในเรื่องของศิลปะมากๆเลย

5. ยิ้มตาหยี : เป็นยิ้มที่ดูน่ารัก... น่าหยิก...คนที่ยิ้มลักษณะนี้ เป็นคนที่มองโลกในแง่ดีสุดๆ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใดก็ตาม มีอารมณ์ขันชนิดที่เรียกว่า เส้นตื้นเอามากๆ เป็นคนร่าเริง สดใส เฮฮา ไม่ชอบมีเรื่องกับใคร มีเพื่อนฝูงมาก ใครที่ได้อยู่ใกล้เป็นต้องชอบ และเต็มไปด้วยรอยยิ้มทั้งวัน แถมยังเป็นคนที่รู้จักนำประสบการณ์ในอดีต มาปรับปรุงแก้ไข เพื่อใช้ในปัจจุบัน และอนาคตได้อย่างเยี่ยมยอดอีกด้วย...

6. ยิ้มเปิดเผย : คือ ยิ้มแบบเห็นฟันชัดเจน ครบ 32 ซี่ เปิดปากเต็มที่ ใครเป็นเจ้าของรอยยิ้มนี้ ขอบอกว่า คุณเป็นคนที่ชอบการแสดงออก และมีความกระตือรือร้นมากๆ ชอบที่จะพบปะเช่นกัน เพราะคุณ เป็นคนที่คอยสร้างสีสัน ให้กับคนรอบข้างได้อย่างดีทีเดียว

ผู้ชายสังเกตเห็นอะไรผู้หญิงบ้างใน 6 วินาทีแรก



เชื่อหรือไม่ว่า เพียงแค่ 6 วินาทีหลังจากได้เจอเรา ผู้ชายมีความสามารถที่จะสังเกตสังกาผู้หญิงเราได้ถึง 6 อย่าง แม้จะคร่าวๆ แต่มันอาจจะเป็นความประทับใจแรกหรืออาจจะไม่ใช่ ฉะนั้นก่อนจะออกเดทอย่าลืมที่จะสำรวจตัวคุณเอง ว่าคุณมีลักษณะนิสัยหรือการแสดงออกเป็นอย่างไรบ้าง นี่เพื่อตัวคุณเองนะ ไม่ใช่เขา


1. รอยยิ้ม

รอย ยิ้มก็สามารถบ่งบอกอะไรได้หลายอย่าง อาทิ เป็นรอยยิ้มหวานพิมพ์ใจ แต่จริงใจหรือเปล่า ดูจงใจเกินไป เหมือนบังคับให้ตัวเองยิ้ม หรือมันอาจจะบอกได้เลยว่า มื้ออาหารก่อนหน้านี้คุณทานอะไรไป เราแนะนำว่า ให้ฝึกยิ้มบ่อยๆ จนกลายเป็นสิ่งที่คุณรู้สึกไม่ฝืนใจหรือเขินอาย และหัดพกหมากฝรั่งติดกระเป๋าไว้บ้าง เพื่อความมั่นใจ


2. ผมของคุณ
ใช่ ว่าผู้ชายจะรู้จักว่าผมแตกปลายเป็นยังไง ฉะนั้นสิ่งที่เขามองดูก็คือ 1. ผมดูนิ่มมั้ย 2. หากอยู่ใกล้ กลิ่นดีหรือไม่ ฉะนั้น จงรู้จักบำรุงผมของคุณบ้างในบางโอกาสที่คุณหาได้ และอย่าลืมว่า การสระผมให้สะอาดก็เป็นสิ่งที่ทำให้คุณมั่นใจว่าจะไม่มีกลิ่นเหงื่อจากหนัง ศรีษะโชยไปให้ใครได้ดม


3. ความฉลาด

ใช่แล้ว คุณเข้าใจถูกต้องที่ผู้ชายชอบมองหน้าอกผู้หญิง แต่เหนือกว่านั้นน่ะเหรอ เขายังสังเกตเห็นอีกว่า คุณปลดกระดุมมากเกินไปหรือไม่ หรือจงใจใส่เสื้อคอกว้างเพื่อให้คุณผู้ชายได้มองเห็นอย่างชัดเจน ซึ่งคุณผู้หญิงทั้งหลายไม่จำเป็นเลยที่ต้องทำอย่างนั้น เพียงแต่คุณรู้จักเลือกเสื้อผ้าที่พอดีกับตัวแต่ไม่เน้นหน้าอกเกินงาม ก็ทำให้คุณดูดีขึ้นเป็นกอง


4. การแต่งหน้าของคุณ
หากคุณแต่ง หน้าจัดเกินไป มันยิ่งทำให้หน้าคุณดูเหมือนไปเพ้นท์มามากกว่า เขาอาจจะคิดว่าคุณกำลังอยากปกปิดอะไรภายใตเมคอัพหนาเตอะนั่น แต่งหน้าเพียงให้พอสวยงาม อย่ามากเกินไป แต่คุณก็ยังจำเป็นต้องแต่งหน้า สำหรับคนที่ไม่ชอบการแต่งหน้าเลย อาจจะต้องมีแป้งพัพและลิปกลอส หรือจะเป็นบรัชออน เพราะการแต่งหน้าทำให้คุณดูเป็นผู้หญิงมากกขึ้น


5. ผิวของคุณ

คุณอาจจะกังวลกับ เรื่องสิวที่คุณเห็นว่ามันเม็ดใหญ่เป้งซะขนาดนี้ แต่ก็เป็นไปได้ว่าผู้ชายอาจจะไม่ได้สนใจก็ได้ เขาอาจจะมองข้ามและหันไปเห็นผิวคล้ำแดดที่คุณไม่เคยรู้สึกอยากจะบำรุงผิวเลย ต่างหากล่ะ


6. กระเป๋า

กระเป๋าของผู้หญิงส่วนใหญ่แล้วจะใบใหญ่ และมีของมากมาย เหมือนเป็นกระเป๋าของโดราเอม่อน ยังไงยังงั้น หากคุณไม่รู้จักจัดการกับกระเป๋า เป็นต้นว่า เศษกระดาษ เศษห่อลูกอม หรือของในกระเป๋ากว่าจะหาเจอแต่ละอย่างใช้เวลาอย่างมากมาย มันก็เป็นไปได้ว่า คุณไม่ใช่คนที่ชอบทำความสะอาดซักเท่าไร


ครั้ง ต่อไปที่จะออกเดท หรือหากยังไม่มีคู่ ก็ให้ดูแลตัวเองทั้งเรื่องของความงามและอื่นๆที่จะช่วยให้คุณออกเดทได้อย่าง มั่นใจมากขึ้น ที่สำคัญ อย่าลืมว่าคุณทำเพื่อคุณเอง ฉะนั้นจงเป็นตัวของตัวเองแต่ จงดูแลและใส่ใจเรื่องเล็กน้อยๆเสียตั้งแต่ตอนนี้จะดีกว่า


เพราะเราอยากให้ คุณออกเดทอย่างมั่นใจ ให้กำลังใจผู้หญิงทุกคนค่ะ ขอเพียงคุณรักตัวเองมากพอที่จะทำเพื่อตัวเองและนั่นจะส่งผลไปอีกหลายๆอย่าง ที่คุณอาจจะคาดไม่ถึงก็ได้

วันพฤหัสบดีที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2553

วิ่งตาม ความรัก

สมัยตอนเป็นเด็ก.. จำได้ว่าในวิชาพละศึกษา
คุณครูสั่งให้เราวิ่งรอบ สนามกันคนละ 20 รอบ.. เพื่อจับเวลาของแต่ละคน ..
แถมยังมีรางวัลมาล่อใจ อีกด้วยว่า.. ใครเข้าเส้นชัยได้คนแรก..
จะมีคะแนนพิเศษเพิ่มให้

พอเริ่มออกสตาร์ท..

ฉันก็สังเกตเห็นเพื่อนหลายคน ..พยายามจะเบียดตัวเอง..ขึ้นมาอยู่แถวหน้าสุด.. เพื่อที่จะได้เปรียบคนอื่นในช่วงออกตัว

แล้วพอครูบอกว่า..วิ่งได้-เท่านั้นแหละ ..
เพื่อนหลายคนของฉัน..ก็ วิ่งปรู๊ดออกไปแบบไม่คิดชีวิต

ส่วนฉัน -- โน่น วิ่งอยู่หลังสุด
ไม่ได้ช้า..เพราะเหนื่อย ..หรือเพราะวิ่งไม่เก่ง ..
แต่ฉันกำลังรู้สึกสนุกสนาน..กับการวิ่งจับ เวลาซะเหลือเกิน ..
เพราะฉันวิ่งไป- คุยไป ..กับเพื่อนซี้รู้ใจ..แบบไม่สนเวลา ..
ฉันสนใจความสนุกสนาน..ระหว่างการ วิ่งมากกว่า

บางที..เห็นคนข้างหน้า..ที่วิ่งนำมาหลายรอบ..กำลังชะลอความเร็ว ..เพราะเหนื่อยหอบ ..
ก็อดที่จะขอวิ่งแซงหน้าบ้างไม่ได้ ..

หรือบางที..หันไปเห็นเพื่อนที่วิ่งรั้งท้ายตลอด..
ก็จะพยายามวิ่งให้ ช้าลง ..รอให้เขาวิ่งทัน..จะได้คุยไปด้วยกันหลายๆ คน….สนุกดี

หรือบางที..รู้สึกไม่อยากแซงคนข้างหน้าขึ้นมาเฉยๆ..
เพราะว่าวิ่งตาม หลังเขา.. จะได้แอบนินทาเขาได้.. สนุกไปอีกแบบ

จะทำลายสถิติไหม ..ไม่รู้หรอก..
รู้แต่ว่า..วิ่งช้าๆ-มันไม่เหนื่อย เร็ว ..และขอแค่วิ่งให้ถึงเส้นชัย..ก็พอ

*

คงคล้ายคล้าย..กับ ‘ความรัก’..กระมัง
ทุกคน..มี 'เส้นชัย' ของตัวเอง..มีสถิติ-ที่ตัวเองพอใจ
แต่..คนที่เข้าเส้นชัยก่อน ..ใช่ว่า..จะคว้า 'ความรักที่ดี' ได้ก่อนเสมอไป..
และสถิติที่ดี.. ก็ไม่ได้การันตีว่า.. 'ความรัก' จะสมบูรณ์แบบ

ในขณะที่..สังคมทุกวันนี้..ปลูกฝังให้เราวิ่งแซงคนอื่น ๆ เสมอ ..
สอน ว่า...อย่าพยายามให้ใครแซงหน้า..
เพราะนั่นหมายถึง.. ทำให้เราพลาดโอกาสดีๆ ในชีวิตไป

แต่..สังคมของ ‘ความรัก’..สอนให้คนรู้จักผ่อนจังหวะก้าว..ให้ช้าลง ..แต่หนักแน่นขึ้น

โลกภายนอก..บอกให้เรารู้ว่า ..
'อย่า วิ่งตามใคร..ถ้าไม่แน่ใจว่า..จะตามเขาได้ทัน ..
เพราะมันเสียแรงเปล่า.. และโง่เหลือเกิน'

แต่.. 'โลกของความรัก' ..
ใคร อีกหลายคน...สมัครใจที่จะเป็น 'คนโง่'.. เพื่อวิ่งตาม 'คนที่ตัวเองรัก' ให้ทัน
..ทั้งที่รู้แก่ใจว่า.. 'ไม่มีวันนั้น'

เพื่อนรักคนหนึ่งของฉัน.. มี ‘เส้นชัย’..ในหัวใจของเธอเอง

คนรักของเธอ..เป็นนักวิ่ง ฝีเท้าดี ..เพราะตั้งแต่อยู่กันมา ..เขาออกวิ่งก่อนเธอเสมอ ..
ไม่เคยบอก ล่วงหน้า.. และไม่เคยชะลอความเร็วลงเลย ..
แต่ความเร็วของเขา..ก็ไม่มาก ไปกว่า.. 'ความรัก' ที่เธอมี

'ความรัก' ทำให้เธอวิ่งเร็วขึ้น.. ใกล้เขามากขึ้น..
และไม่ยอมปล่อยให้เขาทิ้ง ระยะ..จนคลาดสายตาเธอ

แต่..เมื่อเกือบที่จะถึงตัว เขา ..เธอก็จะเลือกที่จะ 'วิ่งให้ช้าลง'
..ราวกับว่า..จะวิ่งเหยาะๆ ..ตามเขาไปเรื่อยๆ

เธอแซงหน้าเขาได้ ..แต่เธอไม่ทำ..
แม้แต่จะวิ่งให้ทันเขา-ในแนวเดียวกัน ..เธอก็ทำได้..แต่เธอไม่ทำ

‘เหตุผล’..ที่ฟังดูเหมือนง่ายของเธอ..ทำเอาใจฉันนิ่งงัน
‘ถ้าวิ่งให้ ทันเขา ...หรือแซงหน้าเขาไป ...ฉันก็คงมองไม่เห็นเขาในชีวิตอีก
แต่ถ้า ฉันวิ่งตามเขาห่างๆ แบบนี้ ...เท่ากับว่า..
ฉันยังได้เห็นความเป็นไปของ เขา ..ยังมีเขาอยู่ในสายตา ..ในชีวิต
แม้ว่า..เขาจะไม่เคยหันหลังกลับ มา.. แล้ววิ่งให้ช้าลงเลย..ก็ตาม'

'แล้วทำไม..ไม่เข้าใกล้เขากว่านี้ ..
ทำไมต้องเว้นระยะห่างแบบนี้ ด้วย.. เธอเป็นคนรักของเขานะ'
คำถามของฉัน..ทำให้แววตาของเพื่อนรัก.. ปรากฏรอยเศร้า … แต่ปากยิ้ม

'ฉันกลัวเขารู้ตัว.. แล้ววิ่งหนีฉันไป-ไกลยิ่งกว่านี้ ..
ถึงวันนั้น..ฉันอาจเหนื่อยจนหมด แรง..ที่จะวิ่งตามอีกต่อไปแล้ว

ห่างแบบนี้ดีกว่า ..ฉันได้เห็นเขา ..มันอุ่นใจ ..
หรือถ้าวันหนึ่ง..เขาล้มลง… ฉันจะได้วิ่งเข้าไปช่วยพยุงได้ทัน
และถ้ามันจะทำให้เขาเห็น 'ความจริงใจ' ของฉัน..
เขาอาจจะชวนฉันวิ่งไปพร้อมกันอีกครั้ง.. ถ้าเขาหายดีแล้ว'

ความรัก..ทำให้คนมีความหวัง..อยู่เสมอ
ในขณะเดียวกัน ..มันก็ทำให้คนบางคน 'โง่งมงาย' เสียเต็มประดา
ถ้าเพื่อน..เลือกที่จะ วิ่งออกนอกเส้นทาง.. แล้วไปตั้งต้นใหม่..กับ 'ใครสักคน' ที่เขาพร้อมจะวิ่งไปกับเพื่อน.. ป่านนี้เพื่อนของฉัน..คงเข้าเส้นชัยไปนาน แล้ว

แต่..เพื่อนยังคงเต็มใจ..ที่จะวิ่งตามเขาไปเรื่อยๆ
แม้ว่าบางที..อาจ จะไม่มีวันนั้น .. วันที่เพื่อนเข้า.. 'เส้นชัยแห่งความรัก'
เพราะบาง ที….. ‘เส้นชัย’..อาจไม่มีความหมายต่อคนบางคน..
หากว่า..เขาเข้าเส้นชัย ..แต่ได้ทำ 'หัวใจ' หล่นหายไป..ระหว่างทาง

เมื่อ 'ความสุข' คือ… การโง่ที่จะรักและวิ่งตาม
ในสังคมของความรัก… ฉันจึงมองเห็นคนที่ 'วิ่งช้า'
..และปรารถนาจะเป็น 'ผู้ตาม' ด้วยความเต็มใจ..อยู่เสมอ

ความรัก ..ไม่ใช่สิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิต
แต่ .. ‘ความรัก’..เป็นสิ่งที่ทำให้ชีวิต....มีค่ามากที่สุด

ตอนนี้..ก็คงจะพอรู้..
ถึงความรู้สึกของ ‘การวิ่งตาม’..บ้างแล้วนะ..

อยากเป็น 'คนวิ่งตาม'...
โดยที่ไม่รู้จักเหนื่อยบ้าง..เหมือนกัน

หยิบหมอก หยอกดอกกระเจียว” - มิ.ย. ถึง ส.ค. นี้เท่านั้น


ภาพ จาก http://jakkr.multiply.com/photos/album/61/61

ททท. ขอเชิญทุกท่านร่วม “หยิบหมอก หยอกดอกกระเจียว”

ภาพ จาก http://doctorkrit.multiply.com/photos/album/15/15

จังหวัดชัยภูมิ ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานนครราชสีมา และหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง ขอเชิญทุกท่านร่วม “หยิบหมอก หยอกดอกกระเจียว” งานเทศกาลท่องเที่ยวดอกกระเจียวงามจังหวัดชัยภูมิ ประจำปี 2553 ในระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน - 31 สิงหาคม 2553 ณ อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม อำเภอเทพสถิต และ อุทยานแห่งชาติไทรทอง อำเภอหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ


ภาพ จาก http://www.pixpros.net/forums/showthread.php?t=34712

“งานเทศกาลท่องเที่ยวดอก กระเจียวงาม จังหวัดชัยภูมิ ประจำปี 2553” ที่จัดขึ้นตลอดเดือนมิถุนายน - เดือนสิงหาคม 2553 ณ อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม อำเภอเทพสถิต และ อุทยานแห่งชาติไทรทอง อำเภอหนองบัวระเหวจังหวัดชัยภูมิ เป็นกิจกรรมที่จัดต้อนรับฤดูฝน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับชุมชนในท้องที่สามารถสร้างการรับรู้ให้กับนักท่องเที่ยว และผู้ที่สนใจทั่วไปที่เดินทางมาเยือนดินแดนชัยภูมิเกิดความประทับใจอย่าง ไม่รู้ลืม

กิจกรรมที่น่าสนใจอื่นๆ อาทิ ขบวนแห่กระเจียวคืนทุ่ง การแสดงดนตรีจากนักเรียนของอำเภอเทพสถิต การแข่งขันเดินเพื่อการกุศล การแข่งขันแรลลี่(โดยหอการค้าจังหวัดชัยภูมิ) การปีน - ไต่หน้าผา “ผาก่อ - รัก” ชมสวนหินงามป่าหินล้านปีที่มีการเปลี่ยนแปลงไปตามธรรมชาติ ปั้นแต่งตามแต่จะสุดจินตนาการ การแสดง และจำหน่ายสินค้าที่มีชื่อเสียงของจังหวัดชัยภูมิ อีกทั้งทุ่งดอกกระเจียวสีขาว สีเขียวและสีชมพูอมม่วง น้ำตกไทรทอง และจุดชมวิวผาหำหดของอุทยานแห่งชาติไทรทอง ก็เป็นอีกสถานที่ที่รอการมาเยือนของนักท่องเที่ยวให้เดินทางท่องเที่ยวให้ สนุก เติมความสุขให้กับชีวิตได้เป็นอย่างดี




ภาพ จาก http://www.pixpros.net/forums/showthread.php?t=34712

ข้อมูลจาก
http://thai.tourismthailand.org/festival-event/grand-content-7581.html

แก้วน้ำ1ใบ ให้อะไรกับคุณ ???















อวัยวะเรา ก็ต้องตอกบัตรเข้างานนะ

เวลา กับ ร่างกาย ของคน

01.00 น. – 03.00 น. เป็นเวลาของตับ
ขอบอก เลยว่า . . . ทุกคนควรนอนหลับพักผ่อนให้เป็นประจำในช่วงเวลานี้ให้ได้ เพราะตับจะหลั่งสาร มีราโทนิน ที่จะทำให้หน้าอ่อนกว่าวัย เห็นมั้ยละว่าสำคัญแค่ไหน ที่สำคัญห้ามกินเด็ดขาดในเวลานี้เพราะจะทำให้ตับต้องทำงานหนักและเสื่อม เร็ว

03.00 น. – 05.00 น. เป็นเวลาของปอด
สิ่งที่ดี ที่สุดที่ควรทำคือ ตื่นนอน ลุกขึ้นมาจากเตียงแล้วออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ซะหน่อย เขาบอกว่าถ้าตื่นนอนช่วงนี้เป็นประจำจะทำให้ผิวพรรณดี

05.00 น. – 7 .00 น. เป็นเวลาของลำไส้ใหญ่
เพราะ ฉะนั้นควรขับถ่ายให้เป็นนิสัยทุกเช้า ถ้าคนไหนมีโรคประจำตัวคือท้องผูกกว่าจะถ่ายแต่ละทียากเย็นเหลือเกิน แนะนำว่าให้ลองดื่มน้ำผึ้งผสมมะนาว น้ำ 1 แก้ว + น้ำผึ้ง 1 ช้อน + น้ำมะนาว 4-5 ลูก

07.00 น. – 09.00 น. เป็นเวลาของกระเพาะอาหาร
จึงควรกิน อาหารเช้าในช่วงเวลานี้ทุกวัน เพราะถ้าปล่อยให้ท้องว่าง กระเพาะอาหารจะอ่อนแอกลายเป็นคนตัดสินใจช้า ขี้กังวล ที่สำคัญจะหน้าแก่เร็วกว่าไว น่ากลัวมากๆๆ

09.00 น. – 11.00 น. เป็นเวลาของม้าม
พูดน้อย กินน้อย และไม่นอนหลับ

11.00 น. – 13.00 น. เป็นช่วงเวลาที่หัวใจทำงานหนักที่สุด
ควรทำใจ ให้สบาย หลีกเลี่ยงสิ่งทึ่จะทำให้เครียด พยายามไม่ใช้ความคิดหนัก ถ้าต้องเครียดกับงานตรงหน้ามากนักก็ผ่อนคลายซะบ้าง

13.00 น. – 15.00 น. เป็นช่วงเวลาของลำไส้เล็ก
งดกิน อาหารทุกประเภทให้ลำไส้เล็กได้พักผ่อน

15.00 น. – 17.00 น. เป็นเวลาของกระเพาะปัสสาวะ
ออกกำลัง กายหรืออบตัวให้เหงื่อออก อย่ากลั้นปัสสาวะ

17.00 น. – 19..00 น. เป็นเวลาของไต
อาบน้ำทำ ให้ร่างกายสดชื่น ไม่ควรออกกำลังกายหนัก

19.00 น. – 21.00 น. เป็นเวลาของเยื่อหุ้มหัวใจ
ควรหยุดทำ งาน พักผ่อนทำสมาธิและสวดมนต์

21.00 น. – 23.00 น. เป็นเวลาของพลังงานรวม
ทำให้ร่าง กายอบอุ่นนอนหลับให้ร่างกายพักผ่อนเต็มที่

23.00 น. – 01.00 น. เป็นเวลาของถุงน้ำดี
นอนหลับ ให้สนิท (ถ้าไม่หลับช่วงนี้มีโอกาสเกิดโรคมากมายและร่างกายจะทรุดโทรมไว)

-------------------

รวม คติเตือนใจ



รวม คติเตือนใจ
* ใจดีมีแต่ให้ ใจไร้ชึงการให้คือใจยักใจมาร

* ตั้งใจสูงเกินไป มักทำให้ใจเราท้อแท้

* ความเข้าใจ คือหัวใจของการกระทำต่างๆ

* อยากสร้างความดี จะต้องมีขันติ ยอมรับคำติได้ ด้วยใจที่สงบได้ จะพบทางออกที่ดีๆ

* ชอบแต่คำชม ระวังจะขื่นขมในวันหน้า

* ดูชะตาชีวิตในวันหน้า ให้ดูความนึกคิดในวันนี้ทำดีแล้วหรือ

* คนเช่นไรก็มักคิดมักพูดไปในทางนั้น

* มีดีช่วยแบ่งปัน สร้างความสำพันร์ให้เหนียวแหน้น

* ดีไม่กลัว กลัวแต่ไม่ดี มีดีแต่ไม่กลัว กลัวแต่ไม่มีดีอะไรสักอย่าง

* เรียนที่โรงเรียนไหน ก็ไม่เท่าเรียนที่จิตใจของตน

* ยึดไว้ไม่วาง จ้างใครก็ช่วยไม่ได้ (นอกจากตน)

* รู้แล้วกับไม่ทำ รู้จำกับไม่ปฏิบัติ ก็ได้แต่ปริยัต ไม่เกิดผล

* สิ่งดีควรใช้ สิ่งที่ไร้ควรหลีก

* เที่ยวไปทั่ว ยังไม่รู้ทั่วถึงความคิดของตนเอง

* ไฟนั้นมันเผาตน แต่ยังกังวนที่จะไปดับที่ไหนกันเล่า

* เหตุ และผลย่อมที่จะปลนกัน เมื่อมีเหตุ ผลย่อมจะมีแน่

* กลัวลูกมันเหนื่อยตนเหนื่อย กลัวลูกมันตายตนจะตายก่อน

* ต้นไม้นั้นให้ชีวิต แต่คนยังคิดที่จะทำลาย

* เดินช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม
เดินอย่างงาม เดินตามแบบทำมะชาติตรง
เดินอย่างคนทะนง คงต้องเชิดหน้า
เดินอย่างมีปัญหา หน้ายุ่งให้เห็นกัน
เดินอย่างเห็นทุกวัน คือแทบพันกันเข้าด้วยขาทั้งสอง

* คิดได้แต่ไม่ดี ก็ยังดีได้แต่ไม่เคยคิด (แก้ไข)

* ผิดถูกนั้นสำคัญสไหน แม้ไม่นำไปปฏิขัติให้เกิดผล

* รู้ทำรู้คิดแต่สิ่งที่ดี ชีวีก็มีสุขได้

* รู้เท่าทันจิต ความคิดไม่วุ่นวาย รู้ถึงความตาย ย่อมคลายจากความยึดมั่น

* ไม่มีต้นไม้ กายคงยืนอยู่ไม่ได้นาน

* มีลมหายใจได้ เพราะใครให้อากาศบริสุทธิ์

* อย่ามัวหวังแต่คอยกำลังใจ ให้ทำไปด้วยใจที่มั่นคงจะไปกว่า
อย่ามัวหวังแต่คอยกำลังใจจากใคร เมื่อไม่ได้ย่อมจะเสียใจ และสิ้นกำลังที่จะเดินต่อ

* อยากรู้ให้ถาม อยากงามให้แต่ง อย่าแข็งไปด้วยมานะ ย่อมจะได้รับในสิ่งที่ดีๆ

* ยิ่งตามก็ยิ่งไกล ยิ่งเอาใจก็ยิ่งเสีย

* รู้รักรู้หลงคงไม่นั่งเศร้า รู้เค้าแต่ไม่รู้เราคงต้องเศร้าเป็นแน่

* อยากลืมแต่ไม่รู้กับยิ่งจำ รู้ทำย้ำคิดชีวีคงลืมได้

* เริ่มแรกคิดแหกก็คงเศร้า จะเอาได้จากที่ไหน

* มีน้ำใจใครๆก็รัก ใจที่หนักย่อมรักษาบุญไว้ได้

* คิดผิดคิดใหม่ คิดให้จะได้บุญ

* คิดทำเพื่อผู้อื่นวันคืนก็มีแต่สุข คิดทำเพื่อตนทุกข์นั้นจะล้นออกมาให้เห็น

* ให้ธรรมะเป็นทาน ย่อมชนะมารทั้งปวง (โดยเฉพาะมารที่อยู่ในจิตใจ)

* ศึกษาธรรมะชนะการศึกษาทั้งปวง

* คิดแต่ข้อดีของเค้า เราจะต้องหม่นหมอง ตรองตรม

* รู้แล้วอย่าลืมบอกเพื่อน เตือนแล้วอย่าลืมกระทำนะครับ

* อยากสอนคนอื่นให้สอนตนก่อน อยากให้คนอี่นรู้ และเข้าใจตนต้องรู้ก่อน

* พึงตนก็พ้นพัย พึงใจก็พ้นทุกข์

* พึงคนอื่นสุขก่อนผ่อนทุกข์ที่หลัง พึงตนทุกข์ก่อนสุขตามมาทีหลัง

* ได้ของดีแล้วมักช่า กินยาบ้ายิ่งช่ายิ่งบ้าไปใหญ่

* มีเงินน้อยก็ทุกข์ มีเงินมากก็ทุกข์ แล้วสุขนั้นอยู่ไหน (อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลอยู่ในจิตใจดวงนี้ไงครับ)

* ได้ของขังชีวิตพังมาก็มาก อยากได้ลาภจนลืมตัวกระทำผิด

* ของดีแท้นั้นย่อมเบาสบาย ของที่พาจิบหายนั้นย่อมที่จะหนักมาก (หนักทั้งกายหนักทั้งใจ)

* รักสาตัวรักสาใจนั้นยังยากแล้ว แล้วใยเล่าเฝ้าหาสิ่งมาเพิ่มให้หนักหนา
เพราะยิ่งคิดก็ยิ่งระอา เมื่อรู้ว่าไม่ใช่สุขที่แท้เอ๋ย

* พูดดี คิดดี ทำดี ย่อมจะบังเกิดสิ่งดีขึ้น

* โชคอยู่ที่เรา อย่ามัวไปเฝ้าจากที่ไหนให้เหนื่อยเปล่า

* บวชด้วยปากพูดมันง่าย แต่บวชด้วยใจนั้นมันยากยิ่ง
พูดย่อมง่ายกว่ากระทำ รู้ธรรมนำชีวิตให้สดใส

* หากไม่รู้คิด ชีวิตต้องหมองม่น

* รู้เลือกรู้ทำ ย่อมทำให้ชีวิตนั้นสดใส

* เวลามีน้อย อย่ามัวเฝ้าหาแต่สิ่งที่ไร้สาระเลย

* จิตยังไม่แน่วแน่ ระวังจะแพ้กิเกสเอาง่ายๆ

* ได้มาแปล็บเดียวก็เบื่อ ไม่เชื่อก็ลองดูเถิด

* ฉลาดเพิ่มกิเลส ปัญญาลดกิเลส ฉลาดเพิ่มทุกข์ ปัญญาเพิ่มสุข

* หวังแต่สิ่งอื่นคนอื่น สักวันคงต้องกลืนน้ำตา

* ของดีนั้นหายาก เพราะลำบากมัวหากันแต่ภายนอก

* สิ่งดีมีแต่นำสุขมาให้ สิ่งจังไรนำแต่ภัยมาถึงตัว

* ยกเงินไว้ที่สูง เพื่อนฝูงแตกกระเจริง ยิ่งคิดว่าเงินเป็นที่พึง จึงละพึงชึงพระธรรมคำสอน

* มีเงินน้อยก็ทุกข์ มีเงินมากก็ทุกข์ แล้วสุขนั้นอยู่ที่ใด

* รู้ภัยไม่พกเงินมาก รู้ยากจน ต้องขยัน อดทน และประหยัด

* คนหลงเงิน ไม่ใช่เงินหลงคน คนไม่ดี ไม่ใช่เงินไม่ดี

* เงินจะดี เพราะรู้จักใช้ เงินจะบั่นไร เพราะใช้ไม่เป็น

* เขียนอยากให้เข้าใจ มิใช่เขียนไปเพื่อความเพิดเพลิน

* หนทางตรงกับไม่เดิน แต่กับชอบเดินทางที่เพิดเพินกันหนักหนา

* ผู้อิ่มย่อมรู้จักให้ ผู้ที่รู้จักจิตใจย่อมเข้าใจในความทุกข์ของผู้อื่น

* ให้ธรรมะเป็นทาน ไม่ควรคิดประมาณในผลบุญนั้นมีเท่าไหร่

* ด้วยใจที่สงบย่อมจะพบกับทางสว่าง หนทางคงยังยาวไกล หากไม่ใส่ใจในการปฏิบัติ

* สุขเพราะไม่ยึด เพราะยึดนั้นจึงทุกข์

* รู้หนักให้ปล่อยวาง รู้ทางให้รีบเดิน อย่ามัวแต่เมินเฉย เวลาเลยจะไม่ทัน

* อยากลืมคนรัก ให้ตะนักข้อเสียของเค้ามากๆ

* สุดยอดของเงินทอง คือวิชชาความรู้ สุดยอดของสัตตรูคือตัวเราเอง


* พูดเพราะเป็นหวง ไม่รักไม่หวง ไม่เอาบ้วงมาแขวนคอหรอกครับ

* ยิ่งใช้ก็ยิ่งกว้าง ยิ่งกว้างก็ยิ่งสงบ

* บัณฑิตไม่คิดถือสา คนมีปัญญารู้จักพิจาระณาดีชั่ว

* เรื่องไม่ดีนั้นเชื่อง่าย ยิ่งเป็นเรื่องการตายยิ่งเชื่อกันใหญ่

* ส่วนเรื่องดีนั้นเชื่อได้อยาก อยากลอง อยากพิสูตก่อนจึงจะเชื่อ

* เรื่องเพียงน้อยนิด เก็บไปคิดเป็นเรื่องใหญ่

* การมีธรรม และปฏิบัติ ย่อมที่จะขจัดความทุกข์ให้สิ้นไปได้

* อกุศลกรรมไม่ควรก่อ ที่ความก่อคืออุศลกรรมจะนำชีวิตให้เป็นสุข

* รู้เลือกรู้รักสา
รู้นำพาชีวิต
รู้คิดก่อนตัดสินใจ
รู้ไปตามทางที่ถูกต้อง
รู้มองทางไกล
รู้เรื่องอะไรไม่เท่ารู้เรื่องของกฏแห่งกรรม

* ใจดีย่อมยิ้มได้ง่าย ใจง่ายมักจะเจอทุกข์ภายหลัง

* อยากให้เค้าเป็น ตนเป็นก่อน
อยากให้เค้าดี ตนดีก่อน
อยากให้เค้าสุข ตนสุขก่อน
อยากให้เค้าทุกข์ ตนทุกข์ก่อน

* ทุกข์น้อยเพราะสละมาก ทุกข์มากเพราะสละน้อย

* ฝึกตนพ้นพัย ฝึกจิตใจพ้นทุกข์

* ทุกข์อยู่ที่ตัวเรา อย่าไปมัวเมาเฝ้าเพ่งแต่ผู้อื่น

* ทุกข์อยู่ที่ตน ตนเท่านั้นที่แก้ได้

* อย่าแพ้ในสิ่งที่ยังไม่ทำ อย่าจำแต่เรื่องที่ไร้สาระ อกุศลให้ละ อยากเป็นพระจะต้องใจดีๆ

* รักษาตัวพ้นจากโรคพัย รักษาใจพ้นจากทุกข์ ทุกข์นั้นอยู่ข้างใน ใช่ใครที่มัวหากันแต่ภายนอก

* ทำตัวดี ย่อมจะมีประโยชน์ หากมัวคิดแต่จะโกรธ โทษนั้นจะยิ่งมีมาก

* ทุกความเห็นย่อมมีความหมาย หากได้พินิพิจารณาให้ถี่ถ้วน

* บัณฑิตไม่คิดก่อเวรกรรม ย่อมกระทำแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์

* บัณฑิตมักแสวงหา คนมีปัญญามักนำพาไปหาแต่สิ่งที่ดีงาม

* บัณฑิตไม่คิดงก จะมิสร้างนรกให้เกิดขึ้นในดวงจิต

* รู้คิดรู้ฝัน รู้ลงมือทำถึงจะสำเร็จ

* สุดยอดของเงินทอง คือวิชชาความรู้ สุดยอดของสัตตรูคือตัวเราเอง

* พูดเพราะเป็นหวง ไม่รักไม่หวง ไม่เอาบ้วงมาแขวนคอหรอกครับ

* ยิ่งใช้ก็ยิ่งกว้าง ยิ่งกว้างก็ยิ่งสงบ

* บัณฑิตไม่คิดถือสา คนมีปัญญารู้จักพิจาระณาดีชั่ว

* เรื่องไม่ดีนั้นเชื่อง่าย ยิ่งเป็นเรื่องการตายยิ่งเชื่อกันใหญ่

* ส่วนเรื่องดีนั้นเชื่อได้อยาก อยากลอง อยากพิสูตก่อนจึงจะเชื่อ

* เรื่องเพียงน้อยนิด เก็บไปคิดเป็นเรื่องใหญ่

* การมีธรรม และปฏิบัติ ย่อมที่จะขจัดความทุกข์ให้สิ้นไปได้

* อกุศลกรรมไม่ควรก่อ ที่ความก่อคืออุศลกรรมจะนำชีวิตให้เป็นสุข

* รู้เลือกรู้รักสา
รู้นำพาชีวิต
รู้คิดก่อนตัดสินใจ
รู้ไปตามทางที่ถูกต้อง
รู้มองทางไกล
รู้เรื่องอะไรไม่เท่ารู้เรื่องของกฏแห่งกรรม

* ใจดีย่อมยิ้มได้ง่าย ใจง่ายมักจะเจอทุกข์ภายหลัง

* อยากให้เค้าเป็น ตนเป็นก่อน
อยากให้เค้าดี ตนดีก่อน
อยากให้เค้าสุข ตนสุขก่อน
อยากให้เค้าทุกข์ ตนทุกข์ก่อน

* ทุกข์น้อยเพราะสละมาก ทุกข์มากเพราะสละน้อย

* ฝึกตนพ้นพัย ฝึกจิตใจพ้นทุกข์

* ทุกข์อยู่ที่ตัวเรา อย่าไปมัวเมาเฝ้าเพ่งแต่ผู้อื่น

* ทุกข์อยู่ที่ตน ตนเท่านั้นที่แก้ได้

* อย่าแพ้ในสิ่งที่ยังไม่ทำ อย่าจำแต่เรื่องที่ไร้สาระ อกุศลให้ละ อยากเป็นพระจะต้องใจดีๆ

* รักษาตัวพ้นจากโรคพัย รักษาใจพ้นจากทุกข์ ทุกข์นั้นอยู่ข้างใน ใช่ใครที่มัวหากันแต่ภายนอก

* ทำตัวดี ย่อมจะมีประโยชน์ หากมัวคิดแต่จะโกรธ โทษนั้นจะยิ่งมีมาก

* ทุกความเห็นย่อมมีความหมาย หากได้พินิพิจารณาให้ถี่ถ้วน

* บัณฑิตไม่คิดก่อเวรกรรม ย่อมกระทำแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์

* บัณฑิตมักแสวงหา คนมีปัญญามักนำพาไปหาแต่สิ่งที่ดีงาม

* บัณฑิตไม่คิดงก จะมิสร้างนรกให้เกิดขึ้นในดวงจิต

* รู้คิดรู้ฝัน รู้ลงมือทำถึงจะสำเร็จ

* ใจง่ายเสียตัว ใจกลัวๆทำอะไรมักไม่ถูก

* สิ่งที่เห็นอาจไม่จริง สิ่งที่คิดอาจไม่ใช่ ต้องใช้วิจารนะยานครับ

* พบ พราก จาก ลา เป็นทำมะดาของโลกครับ

* ยิ่งงามก็ยิ่งเผ็ด แต่ว่ายิ่งเผ็ดก็ยิ่งชอบ ออแปลกดี

* ดูให้ดีๆ อย่าให้ความหลงบังตาจนมองไม่เห็น

* เมตตาพาให้เรียนรู้
เมตตาพาให้ตนได้ฝึกฝน
เมตตาพาให้เกิดสันติสุข
เมตตาพาให้ใจสงบ
เมตตาพาให้เกิดปัญญา
เมตตาพาให้เกิดวิริยะ
เมตตาพาให้เกิดขันติ
เมตตาพาสัทจะ
เมตตาพาให้เกิดอธิฐาน
เมตตาพาให้ใจเป็นสุข
เมตตาพาให้เกิดอุเบกขา
เมตตาพาให้พ้นทุกข์

* ผู้เก่งธรรมย่อมนำความสุขมาสู่ประชา และอ่อนน้อมถ่อมตนเสมอ
ผู้เก่งทางโลก มักอวดองทนงตัว ยกตนข่มท่าน

* สิ่งดีนั้นควรเก็บไว้ สิ่งจั่งไรให้วางเสีย

* ชีวิตเปรียบเหมือนเดินอยู่บนเส้นด้าย จะต้องค่อยๆยับย้ายไปอย่างละมัดละวังที่สุด

* ความสุขคือการปล่อยวาง
ความสุขคือการชนะความอยาก
ความสุขคือความสงบ
ความสุขคือความโล่งโป่งเบาสบาย
ความสุขเกิดจากการได้เรียนรู้ธรรมชาติว่าเป็นอย่างไร
ความสุขคือการให้
ความสุขคือการได้ช่วยเหลือเกื้อกูลผู้อื่น
ความสุขคือการระชั่ว กระทำแต่ความดี
ความสุขคือการไม่ยึดมั้นถือมั้น
ความสุขคือการได้ให้อภัย
ความสุขคือการไม่โกรร เกลียด ชิงชัง อิจฉาริษยา จองเวร
ความสุขคือการไม่โลภ อยากได้สิ่งของที่เป็นของคนอื่น
ความสุขคือการมีสันธ ความพอใจในสิ่งที่ตนเองมี

* จิตสงบย่อมพบกับสิ่งที่สดใส จิตที่เหลวไหลไพนั้นย่อมเกิดมี
สิ่งที่ดีนั้นจะไม่ไกลพ้น หากเดินตามทางสายกลางที่พระพุทธเจ้ามอบให้


* รู้ตัวพ้นทุกข์ ไม่รู้ตัวทุกข์ล้น

* สละสิ่งที่ไม่สำคัญ เพื่อสิ่งที่สำคัญกว่า สละสิ่งที่สำคัญน้อย เพื่อสิ่งที่สำคัญมาก

* ของดีอยู่ในตัว อย่ามัวแต่ไปหาภายนอกเลย

* คิดก่อนทำ ย้ำก่อนตัดสินใจ

* ใช้ชีวิตแบบไร้สาระ แล้วจะละความชั่วได้อย่างไร

* สุขได้เพราะตน พ้นได้เพราะรู้ และปฎิบัติ

* ทำดีมักสงสัยจั่ง ทีทำชั่วไม่ยักกะสงสัยอย่างนี้บ้างหนอ

* ทำดีนั้นมัวแต่คิดอาย ทำชั่วไม่เห็นจะอายมั้งล่ะ

* ความสุขแค่น้อยนิด อย่าได้คิดทำกรรมชั่ว

* สิ่งดีๆมักไม่ยึด มักยึดแต่สิ่งที่ไม่ดีชีวีต้องหมองหม่น

* เวลาจะมีมาก ถ้าไม่อยากในสิ่งที่ไร้สาระ
เวลาจะมีมาก ถ้ารู้อยากในสิ่งที่เป็นประโยชน์
เวลาจะมีค่า ถ้าว่าสิ่งไหนดี และเลือกทำ

* จิตที่สงบย่อมเป็นสุข จิตที่มักสนุกย่อมพบกับความวุ้นวาย

* มองให้เป็น เห็นประโยชน์ทั้งสองอย่าง
มองอย่างผู้รู้ คือรู้ทั้งดี และชั่วเอาไว้เป็นแบบ พร้อมเตือนตน

* มองเป็นเห็นประโยชน์ มองไม่เป็นเห็นแต่โทษ
มองเป้นย่อมยั่งมิตให้ยืน ขืนมองแต่สิ่งที่ไม่ดี ไมตรีก็จางหาย
มองให้เห็นหลายแง่ ถึงจะแก้ความวิตกกังวนได้
หันกับมามองกายกับใจเรา เฝ้าระวังไม่ให้เกิดอกุศลแล้วหรือ

* รู้จิตรู้ใจเค้า ยังไม่เท่ากับรู้ใจตนเอง

* เมื่อรู้เรา เค้านั้นก็เช่นเดียวกัน

* จิตใจดีย่อมมีเมตตา จิตใจริษยาพาให้เกิดทุกข์

* สิ่งที่อยู่ใกล้ตัวมักมองไม่เห็น มักจะเห็นแต่สิ่งที่ไกลตัวมากกว่า

* อยากได้ให้ไป อยากเข้าใจให้ถาม

* สิ่งดีๆยังมีอีกมาก หากไม่ให้ตัวมานะมีเป็นตัวกลั้น

* รู้มากเค้าไม่ว่าดี แต่มั่งมีเค้ามักว่าดีเสมอ

* ยอมรับความผิด จึงคิดเปลี่ยนแปลงตน

* ถ้ารู้ทำไมทำไม่ได้ แต่เมื่อเอาให้ทำเหมือนรู้

* สิ่งที่คิดว่าง่ายมันยากก็มี สิ่งที่คิดว่ายากมันง่ายก็มี

* สิ่งที่ได้มาง่ายมักไม่ยั้งยืน สิ่งที่ยั้งยืนมักจะเสียแรงเสียเหงื่อมาก

* ไม่ลองก็ไม่รู้ ไม่ดูก็ไม่เห็น ไม่ทำหรือจะเป็น รู้เห็นเป็นเช่นไรเล่า ต้องให้เจ้าพิสูธดู

* วันนี้วันพระ แล้วท่านได้ละสิ่งที่ไม่ดีออกจากใจแล้วหรือยัง

* ใจที่สงบย่อมจะพบกับความสุข ใจที่มักสนุกย่อมพบกับความวุ้นวาย

* แต่งความดีกันวันละนิด ชีวิตจะได้ชืนบาน

* จ่ายให้น้อยหน่อย ชีวิตจะไม่ลำบาก

* ดีไม่กลัว กลัวแต่ไม่ดี

* มีน้อยก็ใช้น้อย มีมากก็ใช้มาก ไม่มีแล้วจะเอาที่ไหนมาใช้เล่า

* ดีนั้นชอบช่วยเหลือ ใจเสือนั้นชอบขูดรีด


* อยากให้แต่พ่อแม่เห็นใจ แล้วเราเคยเห็นใจท่านมั้ย

* ชีวิตจะเป็นพิษ เพราะความคิดไม่เป็นประโยชน์

* รู้ดีไม่เท่าทำดี ทำดีไม่เท่าใจดี ใจดีไม่เท่าใจที่สงบ และมีเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา

* ทางดีไม่ชอบเดิน ทางที่เพิดเพลินชอบเดินดีๆ

* จะจนหรือลวย สุดท้ายต้องม้วยมรนาเหมือนกันนั้นแหละ

* มีสองดีกว่ามีหนึ่ง ถ้ามีสองไม่สามัคคีมีหนึ่งดีกว่าแน่

* โลกร้อนเพราะใจคนมันร้อน โลกจะสงบเย็นได้ ใจคนจะต้องเย็นสงบ

* ต้นไม้เป็นบ่อเกิดของอาหาร และยา ความเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา เป็นบ่อเกิดของปัญญา และความสงบสุข

* ลูกคือดวงใจของพ่อแม่ แล้วพ่อแม่คืออะไรหนอของลูกรัก

* ต้นไม้ไม่มีคนมีชีวิตอยู่ได้ แต่คนไม่มีต้นไม้จะมีชีวิตอยู่ได้มั้ย
ต้นไม้คือผู้ให้ชีวิตแก่คน แต่คนกับตอบแทนด้วยการตัดไม้ทำลายป่าหนอ

* เป็นลูกไม่ควรผลานพ่อแม่ เป็นเฒ่าแก่ไม่ควรข่มเหงลูกน้อง

* รู้เลือกรู้คิด จิตก็เบิกบาน รู้จักให้ทาน ความเบิกบานยิ่งเพิ่มล้น


* ชีวิตมีแต่รับก็นับว่าเสื่อมมาก
ชีวิตมีแต่ให้ก็ไร้ชึงความสมดุล
ชีวิดเจริญจะต้องไม่เพิดเพินทั้งการให้ และการรับ

* เวลาอยู่ที่ใจ ถ้าอยากจะต้องมีแน่

* สิ่งดีๆยังมีอีกเยอะ อย่าได้เอาสิ่งเปอะเพียงนิดเดีวยมาปิดกลั้นไว้

* หัวใจจะเป็นธรรม เพราะไม่กระทำโดยความรำเอียง

* ชีวิตมีน้อยนิด อย่าได้คิดสร้างกรรมชั่วเลย

* เกิดมาเป็นคน ถึงจะจนก็ยังดีกว่าสัด

* ได้ดีอย่าลึมตน ได้เกิดเป็นคนอย่าลืมทำความดี

* ความไม่เคยเกิดจากไม่ทำ ความไม่จำเกิดจากไม่ท่อง และทำให้เป็นนิสัย

* คนที่อ่อนน้อม ย่อมพร้อมที่จะเป็นฝ่ายรับที่ดีได้เสมอ

* มองโลกในสองแง่ ความจริงแท้ก็จะบังเกิด

* คิดอยากแต่มั่งมี ความดีก็เริ่มหาย คิดอยากแต่สบาย ร่างกายก็เริ่มอ่อนแอ

* อารมณ์อยู่เหนือจิต มีแต่ทุกข์
จิตอยู่เหนืออารมณ์ จึงมีสุบได้

* บัณฑิตไม่คิดทำร้าย ถึงจะถูกให้ร้ายก็ไม่หมายจะเอาคืน

* สิ่งใดไม่เรียนรู้จริง ก็ยากอยู่ที่จะละได้
สิ่งใดไม่เรียนรู้จริง ก็ยากยิ่งที่จะเข้าใจ
สิ่งใดไม่ได้สำผัส ก็ยากยิ่งที่จะรู้สึกได้


* มีสองดีกว่ามีหนึ่ง มีสองหากไม่สามักคีมีหนึ่งยังจะดีกว่า

* รู้มากนั้นมากหลง หลงมากนั้นมักมืด

* อยากรู้ให้ทดลอง อยากช้ำชองต้องทำเรื้อยๆ

* รู้คัดในสิ่งที่ดี
รู้เลือกในสิ่งที่ถูกต้อง
รู้ไม่ข้องกับสิ่งเสพติด
รู้ปฏิเสธในการทำชั่ว
รู้ตัวไม่หลงตัวเอง
รู้ตัวไม่ข่มเหงคนอื่น
รู้จักฝืนใจตน ให้พ้นจากอำนาจกิเลส


* ไม่ว่าอะไร เมื่อไม่สนใจย่อมจะคิดว่าไม่มีเวลา

*รู้ให้รู้รับ ถึงนับว่าเป็นบัณฑิตบัณฑิตควรคิดการไกล คนจังไรคิดแค่ใกล้นิดเดีวย

* คนที่มักสนุก เลยต้องคลุกเค้ากับเหล้าเบียร์
ถ้าได้ดื่มเบียร์ ต้องเสียทรัพย์อัพทั้งปัญญา
แล้วยังนำมา ชึงชะตาที่เสื่อมถอยด้อยด้วยกิเลสหนาปัญญาเสื่อม

* รู้มากไม่ทำ มักจะทำให้ตนหลง
รู้น้อยแต่คิดทำ มักจะทำผิดพลาด
รู้มากแล้วทำ ย่อมที่จะเกิดผล

* สร้างความกล้าให้กับตัวสักนิด เพื่อพิชิดความกลัวให้จางไป

*สิ่งที่ไม่รู้บางทีอยู่แค่เอื้อม ถ้าไม่เสื่อมจากทางสายกลาง


* สิ่งที่ไม่เข้าใจยังมีอีกมาก สิ่งที่อยากรู้ยังมีอีกเยอะครับ
แต่ในสิ่งที่มากและเยอะนั้น แต่หาสิ่งที่มีคุณค่านั้นมีน้อยนัก

* รู้ต้องรู้แจ้ง แทงตลอด
รู้ต้องรู้แน่ ใช่แต่ว่าท่าทีเหลว
รู้ต้องเผื่อแผ่ ใช่แต่ แพ้ความตะหนี่
รู้ๆดีแต่ไม่ทำ ต้องช้ำใจในภายหลัง

* งามนอกดูดี แต่มีค่าน้อย งามในไม่ค่อยดู แต่อยู่คู่กันได้นาน

* ไม่ให้ก็ไม่รู้ ไม่ลองอยู่กับสัดก็ไม่เห็น อยากเป็นคนมีเมตตา จะต้องค้นหา และปฏิบัติธรรม

* อยากรู้ให้ถาม อยากงามให้แต่ง อยากแบ่งอยากให้ ต้องรู้ใช้รู้ประหยัด

* ชีวิตคือการเรียนรู้ รู้เรียนรู้ศึกษานำพาชีวิตไปสู่ฝั่งพระนิพพาน

* รู้ดีรู้ชั่ว รู้ตัวรู้ตื่น วันคืนล่วงไปๆ ใครจะช่วยเจ้าได้หนอ

*เหตุ และผล คงต้องค้นคิดพิจาราณาด้วยปัญญาทุกปัญหามีทางแก้ ถ้าไม่แพ้คิดถอยก่อน คงได้ดี

* รู้แล้วเปลี่ยน เรียนแล้วนำไปใช้ ฝึกหัดให้ได้ ใช้ให้เป็นก็จะเห็นผล

* สอนตนให้รู้ฝืนใจ
สอนตนให้ทำสิ่งที่เป็นกุสล
สอนตนให้พ้นจากอบาย
สอนตนให้คลายจากความยึดมั้นถือมั้นในตัวตน
สอนตนเพื่อความหลุดพ้นแห่งวัฏสงสาร

* ผู้ให้ย่อมจะได้มิต ผู้คุ้นคิดย่อมที่จะได้ปัญญา

* สอนตนรู้ผลของกรรมดี สอนตนอย่าได้มีจิตริษษา

* ปัญหา ก็คือ ปัญญา ปัญญา คู่มา กับปัญหา

* ยิ้มได้เพราะใจผ่องใส คนมักใหญ่ใจนั้น จะขุ่นมัว

*ชีวิตจะมืดมิดอยู่ ถ้าไม่รู้ว่าหลงตัว ชีวิตจะเมามัว เพราะตัวหลงครอบคุมอยู่

* รู้ตัวนั้นแหละดี รู้ว่า ไม่ดีจึงแก้ไขตัว ไม่ให้คิดชั่วทำชั่ว แล้วตัวก็จะสดใสเอง

* เริ่มวันนี้ได้วันนี้ เริ่มพรุ่งนี้ก็ได้พรุ่งนี้ เมื่อมีโอกาศ อย่าได้ประมาด เพราะเป็นหนทางแห่งความตาย

* คนขี้เกลียดมักจะเบียดเบียนผู้อื่น คนที่ฝืน และเพียนนั้นย่อมจะทำสำเร็จ

* รู้เข็ดรู้จำ รู้ไม่ทำช้ำรู้สำนึกผิด คิดเปลี่ยนแปลงแก้ไข ชีวิตจะได้สดใส และเป็นสุขได้

*หากท่านไม่พูดแล้วใครจะรู้ได้ คนที่รู้ได้นั้นก็คือผู้ที่ถึงที่สุดแห่งธรรมแล้ว

*เพราะความมักได้เพียงน้อยนิด ชีวิตเลยต้องอัปเฉา
เพราะความมักได้ของฟรี ก็เลยต้องมีแต่เรื่องทุกข์
เพราะคิดว่าเป็นทางสุข ทุกข์นั้นจึงประจักให้เห็น

*อิจฉาตาร้อน เร้าร้อนไปทั้งตัว
เพราะเหตุกลัว กลัวเขาได้เขาดีไปกว่าตน
เพราะความร้อนรน เฝ้าเผาตนต้องดิ้นรนจะเบียดเบียน
ใช้คำพูดคำด่าเพื่อติเตียน เพียนเพื่อชนะคนอื่นก็เป็นพอ

* อิจฉาตาร้อน เร้าร้อนไปทั้งตัว
เพราะเหตุกลัว กลัวเขาได้เขาดีไปกว่าตน
เพราะความร้อนรน เฝ้าเผาตนต้องดิ้นรนจะเบียดเบียน
ใช้คำพูดคำด่าเพื่อติเตียน เพียนเพื่อชนะคนอื่นก็เป็นพอ

*ดีน้อย เสียมาก อย่าต้องลำบากแบกหาบเลย ให้ละว่างและเมินเสย ใยเล่าเลยจะเกิดทุกข์ให้เห็นกัน

* สิ่งที่ดีๆนั้นควรจำ แล้วนำไปปฏิบัติให้เกิดผล
อย่ามัวแต่เฝ้าจับผิดแต่คน ทางหลุดพ้นคือความดี
แสงสีสวยนั้นขาวดี เป็นแสงนำทางสู่ทางสว่าง สอาด สงบ

* ความดีใยเราเจ้าต้องกลัว สิ่งที่ควรกลัวนั้นก็คือ ใจตัวคิดทำบาปมากกว่าครับ

* ฝึนตนพ้นภัย ฝึนใจพ้นทุกข์ เมื่อเจอทุกข์ ย่อมจะชุกหาที่เพิ่ง

*ทำดีนั้นมันยาก มักมากนั้นมันง่าย จะทำให้กิเลสสลาย จะต้องฝึกทั้งกายฝึกทั้งใจ
คอยจ้องแต่จับผิด คิดแต่เรื่องชั่ว มั่วแต่สิ่งที่ไม่ดี ชีวีก็มีแต่ทุกข์

*กินเพื่ออยู่ ตน และผู้อื่นไม่เดือดร้อน อยู่เพื่อกิน ชีวิตตน และผู้อื่นต้องร้อนยิ่ง

* ใช้อย่างผู้รู้คิด ชีวิตมีความหมาย ชีวิตจะอันตราย ก็หญิงชาย รู้แต่ใช้

*ความรู้อยู่ที่ปาก ถ้าอยาก ก็ใช้ปากเป็นทางเพื่อรู้

*จงดูให้เห็นเป็นเช่นกับครู แล้วเฝ้าดูให้เห็นเปลี่ยนให้เป็นประโยชน์
แล้วคุณก็จะไม่เกิดความโกรธ แล้วหลงไปโทษแต่ตัวเขาครับ

*พูดมากก็ย่อมที่จะผิดมาก มักมากก็ย่อมที่จะทุกข์มากครับ

* รู้จักเลือกรู้จักคิด จะนำพาชีวิตให้สดใส

* ชีวิตอยู่ได้ด้วยความเปลี่ยนแปลง หากไร้ชึงการเปลี่ยนแปลงแล้วจะอยู่ไม่ได้

* อยากได้ลูกดี ตนเองต้องดีก่อน อยากให้คนอื่นดี เราก็ต้องดีก่อน

* ความอยากนั้นไม่มีวันจบ หากไม่รบกับกิเลสให้ดับกันไปข้างหนึ่ง

* ได้มาเดียวก็เบื่อ ไม่เชื่อก็ตรองดูอดีต มีอะไรทำให้พอใจได้นานไหม

* ใจคับ โลกมันแคบ ใจไม่แคบโลกมันกว้าง

* กำไว้มันเหนื่อย เมื่อยนักก็ปล่อยวางเสียบ้างจะได้รู้สึกดี

* คิดว่าเค้าเป็นครู สอนทั้งดีชั่วให้รู้จัก

* ยามกินยังรู้จักเลือก ยามเห็นทำไมไม่รู้จักเลือกหนอ

* สิ่งที่ล้ำค่าอีกสิ่งหนึ่ง นั้นก็คือบทเรียของชีวิต

* ทุกข์เกิดจากตัวเรา ให้เข้าไปดู และแก้ไขไพนั้นก็จะลด และหมดลงในที่สุด

* ชีวิตไม่สดุด หรือตำความทุกข์เข้าอย่างจั่ง ชีวิตก็ยังหลงระเริงอยู่เป็นแน่แท้

* เชื่อไม่ควรเฉย ไม่เชื่อไม่ควรละเลย และกล่าวหา

* คำว่าไม่เคย เพราะไม่ทำจะเคยได้อย่างไร
คำว่าไม่เป็น เพราะไม่ทำได้อย่างไร
คำว่าไม่เห็น เพราะไม่ทำ ไม่ปฏิบัติจริงจัง และถึงทีจะเห็นได้อย่างไร
ทุกคำที่กล่าวๆเพราะไม่รู้ เป็นเพียงแค่คำแก้ตัวเพื่อหลบหลีกปัญหา

* ย้ำทำย้ำคิด ทำสิ่งที่เป็นกศล ผลบุญจะได้เต็มไวๆ

* อยากรู้ควรตามไปดู ไม่ควรอยู่ และนิงเฉย เวลาจะนั้นย่อมล่วง และไม่เคยคิดคอยใคร

* ไปทางตรงใช่ว่าลัด ไปทางอ้อมใช่เหลวไหลชะเมื่อไหร่

* มีน้อยก็ว่าไม่มี มีมีมากก็ว่าไม่มี แล้วคุณคิดว่ามีเท่าไหร่นั้นถึงจะพอ

* ความท้อแท้ ทำให้แพ้เอาง่ายๆ

* เดินสายกลาง เป็นทางสายเอก

* คิดไม่ตก อย่าเก็บรถไว้ในใจ มีอะไร ค่อยๆเปิดใจปรึกษากัน

* ความคิดเป็นบ่อเกิดของการกระทำ ความคิดนำการกระทำจึงเกิด ความคิดประเสิถย่อมเกิดความสุขตามมา

ร้ายเพราะความโลภ
ร้ายเพราะอวิชชา
ร้ายเพราะหว่ง
ร้ายเพราะหลง
ร้ายเพราะหึง
ร้ายเพราะเกลียดชัง
ร้ายเพราะอิจฉา ริษยา
ร้ายเพราะอยากได้ อยากครอบครอง
ร้ายเพราะรัก

♣ เติมชีวิต .. ด้วยรัก ♣



หลายครั้งหลายหนที่เราเจ็บปวดเพราะรัก...เพราะรักเป็นทุกข์ นั้นหรือ...


หากมองให้ดี ๆ รักอาจจะไม่เป็นตัวกำหนดทุกข์นั้นได้.. แต่เป็นการคาดหวังจากฝ่ายหนึ่งมากกว่า...ลองย้อนถามตัวเองซิว่า "ทุก ๆ ครั้งที่เราร้องไห้ เราผิดหวัง เป็นเพราะเรารักเขาหรือเป็นเพราะว่า เขาไม่รักเรามากอย่างที่เราต้องการกันแน่"

ความรักไม่เคยทำร้ายใคร... แต่เป็นความคาดหวังจากความรักนั้นมากเกินไป... ความ รักที่เราคาดหวังมากจะย้อนกลับมาทำร้ายเราทุกครั้งที่เราคาดหวังสูงเกินไป..




ไม่มีใครใน โลกที่สามารถเป็นอย่างเจ้าชาย...เจ้าหญิงในฝันของเราได้... การเรียกร้องจากอีกฝ่ายรังแต่จะทำให้เจ็บปวดกันทั้งคู่... เมื่อใดที่รู้สึกท้อแท้หรือหมดกำลังใจ...จากการร้องหาความรักจากผู้อื่น ...

ลองมองย้อนกลับมาที่ตัวเราเอง... แล้วลองสร้างความรักให้เกิดขึ้นภายในของตัวเองดูบ้าง...

ไม่จำเป็นต้องเป็นฝ่ายได้รับอยู่ ตลอดเวลา ... ความรักภายในตัวของตัวเอง...ไม่ต้องใช้เงินใช้ทองซื้อมา... หากแต่ก่อขึ้นมาง่าย ๆ ...และมีล้นเหลือมากพอที่จะแบ่งปันให้ผู้อื่น... โดยไม่จำเป็นต้องคาดหวังจะได้สิ่งตอบแทนมา ...




เมื่อใดที่ รักใครสักคน...ลองให้ความรักแก่เขาเท่าที่เราจะทำได้... โดยไม่ต้องคาดหวังถึงสิ่งที่จะได้รับกลับมา ไม่จำเป็นเลยที่เรียกร้องให้เขารักเราตราบเท่าเทียมที่เรารักเขา... เพียงแค่แบ่งปันรักในใจเท่านั้น... เราก็จะสัมผัสจากคำว่าความสุขจากความรัก...จากการให้อย่างแท้จริง



นอกจาก นี้เราจะสามารถควบคุมความสุขของตัวเองให้อยู่ในมือของตัวเองได้... ไม่จำเป็นต้องให้ความสุขของเราอยู่ในมือของคนอื่นที่แล้ว ๆ มา... เพราะเขาเองเป็นบ่อเกิดของความรัก... เป็นคนให้ มิได้เป็นฝ่ายรับ.. และยิ่งให้มากเท่าไร...เราก็ยิ่งได้ความรักกลับคืนมากเท่านั้น...




เมื่อเราบริสุทธิ์ใจที่จะให้รักกับใครก็ตาม...อีกฝ่ายก็จะรู้สึกสบายใจที่จะ ให้รักแก่เรา... โดยไม่ต้องคำนึงว่าเราต้องการอะไรตอบแทนจากเขากันแน่...



แต่สิ่ง ที่สำคัญที่สุด...คือ... ความรักและการให้เป็นบ่อเกิดของความสุขได้ด้วยตัวของมันเอง ... ไม่จำเป็นต้องใช้ใครก็ตามเป็นคนสร้างความสุขให้เราอีกแล้ว... เพราะทั้งความรักและความสุขทั้งหมด...มันอยู่ที่เรานั่นเอง...

ถ้าท้อเป็นเพียงถ่าน ถ้าผ่านจึงเป็นเพชร


ถ้าท้อเป็นเพียงถ่าน ถ้าผ่านจึงเป็นเพชร


เพชรมีค่ามากกว่าถ่านหลายล้านเท่า
ทั้ง ๆ ที่เพชรเป็นธาตุคาร์บอนเหมือนกัน
ไม้ผ่านการอบการเผา ไม่นานก็กลายเป็นถ่าน
แต่เพชรผ่านความร้อน ไม่ต่ำกว่า 5,000 องศาฟาเรนไฮน์
ได้รับความกดดันมากกว่า 1 ล้านปอนด์ต่อตารางนิ้ว
ด้วยระยะเวลาอันยาวนาน จนกระทั่งกลายเป็นเพชร
เพชรที่เป็นเครื่องประดับอันงดงาม
พร้อม ๆ กับเป็นของที่มีความแข็งมากที่สุดในโลก

ถ้าท่านกำลังได้รับความกดดันอยู่ จงอดทน จงอดทน
ถ้าท่านกำลังถูกเคี่ยวถูกสับอยู่ ให้คิดว่าเพียงแค่นิ้ว
จะทำให้เป้าหมายเราสั่นคลอนได้หรือ ?
ถ้าสถานการณ์กำลังบีบคั้น แสดงว่าชัยชนะกำลังรออยู่ข้างหน้า
ถ้ายังถูกโหมกระหน่ำอีกให้รู้ตัวว่า
ท่านกำลังใกล้จะเป็นเพชรเต็มที่แล้ว....

ในสถานการณ์เช่นนี้ หากหยุดคิดพิจารณาอย่างมีสติ
ย่อมจะเกิดปัญญาพบหนทางสว่างได้เสมอ
จงมุ่งมั่นอาจหาญสง่างาม เสมือนดั่งเพชร
แม้เพชรจะตกอยู่ในสภาวะทุกข์ยากลำบาก อ้างว้างและโดดเดี่ยว
แต่เพราะเพชรไม่เคยย่อท้อต่อสู้เรื่อยไป
ให้ถือว่าทุกอย่างเป็นบทเรียนและบทฝึกตัวเองเสมอ จนกาลเวลาผ่านไป
เพชรจึงภูมิใจในตัวของมันเอง และด้วยความอดทนถึงที่สุดนั่นเอง
เพชรจึงเป็นอัญมณีล้ำค่า ควรแก่การประดับมงกุฎของพระราชาผู้ยิ่งใหญ่
จากอดีต.... ปัจจุบัน....ตลอดไปในอนาคต

เพชรแท้ ย่อมไม่กลัวการพิสูจน์


♣ เขาคือคนที่เราควรอยู่ด้วย แน่แล้วหรือ ? ♣



ถ้า กำลังรู้สึกว่าเดี๋ยวนี้เราและเขาทะเลาะกันเป็นประจำ และการสื่อสารล่มสลายอย่างหนัก ดังนั้นคงต้องถามตัวเองด้วยคำถามสำคัญเหล่านี้ว่า ความสัมพันธ์นี้คุ้มค่าพอที่จะเก็บรักษาเอาไว้หรือไม่


มากพอที่จะลองพยายามคืนชีวิตชีวาให้ชีวิต เซ็กส์หรือเปล่า บางครั้งเซ็กส์ไม่เวิร์คเพราะปัญหาที่หนักหนาสาหัส นั่นคือเราและเขาเข้ากันไม่ได้เอาซะเลย ลองถามตัวเองดูสิว่า มันคุ้มไหมที่จะเยียวยาชีวิตเซ็กส์ของเราโดยด่วน ถ้าคำตอบคือไม่...ก็อาจถึงเวลาโบกมือลาเสียที



1.เขาเป็น เพื่อนหรือเปล่า
เราเลือกอยู่กับคนที่เราจะไม่คบเป็น เพื่อนหรือเปล่า ที่น่าแปลกใจคือมีคนจำนวนหนึ่งที่ทำแบบนี้ ลองหยุดคิดถึงประเด็นนี้สักนิดไม่แน่ว่ามันอาจช่วยไม่ให้ปวดใจและเปลืองเวลา ในชีวิตมากไปกว่านี้ ตามปกติคนเรามักมีสเปคเอาไว้ในหัวแล้วจึงมองหาสิ่งที่พอไปได้กับไอเดียที่ คิดเอาไว้ ผู้ชายมักเลือกผู้หญิงที่สวยเริ่ดสุดๆแต่อารมณ์แปรปรวนและเข้ากับเพื่อน ผู้หญิง (ที่นิสัยน่ารัก) ของตัวเองไม่ได้เลย ส่วนผู้หญิงอาจจะเลือกผู้ชายกำยำล่ำบึกดูแมนแต่ดูแลเธอไม่ดี ในขณะที่มีเพื่อนผู้ชายเป็นพวกจ้อไม่หยุด แล้วรู้อะไรไหมคะ เวลามีปัญหากับแฟน แทนที่จะพูดกันตรงๆ ทั้งผู้หญิงและผู้ชายจะนำเรื่องคับข้องใจมาถกกับเพื่อนฝูงมากกว่า เพราะความที่เข้ากันได้ไงคะ เวลาทะเลาะกับแฟนสาวก็ยังมีผู้ชายที่โทรมาปรับทุกข์กับเพื่อนหญิงซึ่ง ปลอดภัย ที่จะคุยด้วยได้



2.เขาทำให้ ชีวิตเราดีขึ้นหรือเปล่า
นี่คือคำถามง่ายๆอีกหนึ่งคำ ถามที่คนมักละเลยไม่ใส่ใจเวลาที่รีบร้อนมีคู่รัก ในยามที่เป็นโสดเราไม่ต้องตอบคำถามนี้กับใคร ไม่ว่าอะไรก็เป็นไปได้ทั้งนั้น การเลือกอยู่กับคนผิดคือการเสียเวลาในชีวิตอย่างมหาศาล เพราะคนที่เราอยู่ด้วยควรทำให้เรารู้สึกเป็นอิสระ ไม่มีอะไรวิเศษเยี่ยงนี้อีกแล้ว และอีกคำถามที่ควรถามตัวเองคือ อยู่กับเขาแล้วเราสนุกมีความสุขไหม รีบถามตัวเองเสียแต่เดี๋ยวนี้ เพราะต่อไปภายภาคหน้าช่วงโปรโมชั่นก็จะหมดไป คนน่ะเปลี่ยนแน่อยู่แล้วแต่บรรยากาศในความสัมพันธ์ละเปลี่ยนไปหรือเปล่า ของแบบนี้ไม่ได้เปลี่ยนปุบปับในวันสองวัน มันต้องใช้เวลาถึงจะมองเห็น ถ้าตอนนี้รู้สึกว่าตัวเองระทมทุกข์อยู่ละก็ ลองนั่งลงเผชิญหน้ากับมัน อย่าละเลยเมินเฉย จัดการคุยกับอีกฝ่ายดีกว่าค่ะ



3.เราไว้ใจเขา ได้ไหม
ถ้าไว้ใจได้ก็วิเศษไปเลยค่ะ เพราะความไว้ใจคือรากฐานที่สำคัญของความสัมพันธ์อันสมบูรณ์แข็งแรง และยังเกี่ยวเนื่องไปถึงเซ็กส์เยี่ยมๆอีกด้วย แต่ถ้าคำตอบคือ ไม่ ก่อนอื่นต้องพิจารณาว่าใครเป็นฝ่ายไม่ไว้ใจใคร เราเป็นคนขี้หึงหรือเปล่า อารมณ์เก่าๆในอดีตยังตามมาหลอกหลอนหรือไม่ เราเป็นคนขี้ระแวงหรือเปล่า บางครั้งเขาพยายามสร้างความมั่นใจให้เราแต่เรากลับเมินซะนี่ หรือว่าสังหรณ์ของเราถูก เขาอาจนอกใจอยู่ก็ได้ หากเราวิเคราะห์เจาะลึกดูแล้วพบว่าเขาเป็นคนที่ไว้ใจไม่ได้อย่างแรง ก็ควรตีจากทันที แต่ถ้ายังไม่มั่นใจ แค่รู้สึกตะหงิดๆ ก็น่าจะลองถามเพื่อนฝูงโดยย้ำว่าขอคำตอบที่ซื่อสัตย์ตรงไปตรงมา และอย่าลืมเตรียมตัวรับกับคำตอบที่อาจสร้างความปวดร้าวใจ



คำถาม ที่ง่ายสุดๆ
ถ้าหากคำถามทั้งสามข้อข้างบนดูเหมือนหนัก หนาสาหัสเกินไป แต่ใจก็ยังอยากได้คำตอบถึงสถานะของความสัมพันธ์ ขอแนะนำให้ลองพิจารณาดูคนรักแล้วถามตัวเองด้วยคำถามง่ายๆสั้นๆว่า



ฉันมี ความสุขหรือเปล่า
เท่านี้ก็รู้แล้วว่า เขาคือคนที่เราควรอยู่ด้วยต่อไปหรือไม่.

+++ Hamster +++

+++ Playlist +++


MusicPlaylistRingtones
Create a playlist at MixPod.com

+++ coming soon +++