วันเสาร์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

สวยแบบนี้!! ต้องขอลิ้มลองและสัมผัส

เด็กดีดอทคอม :: สวยแบบนี้!! ต้องขอลิ้มลองและสัมผัส; tags:  ท่องเที่ยว, ธรรมชาติ, เมืองไทย, ไทย, หัวหิน, วัด, Thailand, น้ำตก, ทะเล

เริ่มต้นด้วยการเข้าวัดขอพร แล้วไปชมศิลปะ วัฒนธรรมกันก่อน

เด็กดีดอทคอม :: สวยแบบนี้!! ต้องขอลิ้มลองและสัมผัส; tags:  ท่องเที่ยว, ธรรมชาติ, เมืองไทย, ไทย, หัวหิน, วัด, Thailand, น้ำตก, ทะเล

หลังจากนั้นก็เดินเข้าป่าไปส่องสัตว์ต่างๆ

เด็กดีดอทคอม :: สวยแบบนี้!! ต้องขอลิ้มลองและสัมผัส; tags:  ท่องเที่ยว, ธรรมชาติ, เมืองไทย, ไทย, หัวหิน, วัด, Thailand, น้ำตก, ทะเล

ต่อด้วยขึ้นภูเขาไปชมความสวยงามบนยอดเขา

เด็กดีดอทคอม :: สวยแบบนี้!! ต้องขอลิ้มลองและสัมผัส; tags:  ท่องเที่ยว, ธรรมชาติ, เมืองไทย, ไทย, หัวหิน, วัด, Thailand, น้ำตก, ทะเล

ไปดูสิ่งก่อสร้างกันบ้างดีกว่า

เด็กดีดอทคอม :: สวยแบบนี้!! ต้องขอลิ้มลองและสัมผัส; tags:  ท่องเที่ยว, ธรรมชาติ, เมืองไทย, ไทย, หัวหิน, วัด, Thailand, น้ำตก, ทะเล

สายน้ำนอกจากความเย็นช่ำแล้วยังมีความสวยงาม อีกด้วย

เด็กดีดอทคอม :: สวยแบบนี้!! ต้องขอลิ้มลองและสัมผัส; tags:  ท่องเที่ยว, ธรรมชาติ, เมืองไทย, ไทย, หัวหิน, วัด, Thailand, น้ำตก, ทะเล

ทะเลน้ำใสมาก น่าโดดลงไปเล่นน้ำจังเลย

เด็กดีดอทคอม :: สวยแบบนี้!! ต้องขอลิ้มลองและสัมผัส; tags:  ท่องเที่ยว, ธรรมชาติ, เมืองไทย, ไทย, หัวหิน, วัด, Thailand, น้ำตก, ทะเล

ธรรมชาติเมืองไทยเราสวยที่สุดเลย

คมมีดจากลมปากมนุษย์...ข้อคิดดีมากๆ

6 วิธี ทำให้ตัวเองดูเป็นคนฉลาด

คนคุณภาพ

ทำตัวเองให้ดูเป็นคนมีคุณภาพ โดยเริ่มจากรับผิดชอบงานที่ตัวเองได้รับมอบหมายให้ดีซะก่อน แล้วค่อยคิดที่จะยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือคนอื่น



ฉลาด อย่างถูกต้อง

หากเราต้องการให้คนอื่นมองว่าเรา เป็นคนฉลาด อย่าทำผิดศีลธรรมเป็นอันขาด ไม่ใช่เพราะโกงหรือหลอกลวงคนอื่นว่าเราฉลาด เพราะความฉลาดต้องมาจากความฉลาดอย่างถูกต้องเท่านั้น ถึงจะเรียกได้ว่าเป็นความฉลาดที่ยั่งยืน


เด็กดีดอทคอม :: 6 วิธี ทำให้ตัวเองดูเป็นคนฉลาด; tags:  เรื่องน่ารู้,ไลฟ์สไตน์,เลือก,วิธี,สุขภาพ,เคล็ดลับ,ร่างกาย,ประโยชน์,จิต ใจ,แจ่มใส,เหมาะสม,ผ่อนคลาย,เสน่ห์,ชาย,หนุ่ม,หญิง,สาว,วิธีแก้,ประเภท,คน, ฉลาด6 วิธี ทำให้ตัวเองดูเป็นคนฉลาด

อัพเด ทข่าวใหม่เสมอ

ติดตามข้อมูลข่างสารใหม่ๆ อย่างสม่ำเสมอ อ่านหนังสือพิมพ์ให้มากกว่า 1 ฉบับต่อวัน ถ้าเป็นไปได้ยามว่างก็ลองหานิตยาสารดีๆซักเล่มมานั่งอ่าน ให้หัวสมองได้ทำงานบ้าง



ใช้ เหตุผล...และคิดก่อนทำ

เคยเห็นคนโกรธ โมโหร้าย ใช้แต่อารมณ์โดยไม่ฟังเหตุผลหรือเปล่า สถาพคงไม่น่ามองแน่ๆ แล้วถ้าเป็นเรา เราจะทำอย่างนั้นหรอ อย่าลืมซะว่า เหตุผล มาก่อนอารมณ์มันดีกว่าเป็นไหนๆ คนฉลากที่ไหนเค้าก็ทำกันทั้งนั้น ถ้างั้นก็ขึ้นอยู่กับตัวเราแล้วล่ะว่า จะเลือกที่จะฉลาด หรือโง่ ล่ะ


เด็กดีดอทคอม :: 6 วิธี ทำให้ตัวเองดูเป็นคนฉลาด; tags:  เรื่องน่ารู้,ไลฟ์สไตน์,เลือก,วิธี,สุขภาพ,เคล็ดลับ,ร่างกาย,ประโยชน์,จิต ใจ,แจ่มใส,เหมาะสม,ผ่อนคลาย,เสน่ห์,ชาย,หนุ่ม,หญิง,สาว,วิธีแก้,ประเภท,คน, ฉลาด6 วิธี ทำให้ตัวเองดูเป็นคนฉลาด

nobody's perfect

เตือนตัวเองอยู่เสมอว่าnobody's perfectจงรู้จักที่จะเรียนรู้จากความผิด พลาดที่ผ่านมา เพื่อใช้เป็นสิ่งเตือนความจำ น้องๆเคยได้ยิน คำว่า ผิดเป็นครูหรือเปล่าจ๊ะ นั่นแหละ เค้าต้องการจะสอนว่า ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจะสอนเราให้เราเก่งและฉลาดขึ้น เพื่อพร้อมจะเผชิญหน้าต่ออุปสรรค์ต่างๆ



ไม่ เหมือนใคร

คิดซะว่า ตัวเรามีแค่คนเดียวไม่ซ้ำใคร อย่าเอาตัวเองไปเปรียบกับคนอื่น ข้อดีข้อเสีย จุดด้อยจุดเด่น ของแต่ละครย่อมไม่เหมือนกันอีกเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นเป็นตัวของตัวเองกันดีกว่า ลองดึงจุดเด่น และข้อดี ของตัวเราออกมาใช้ดูซิ แล้วจะพบว่า ตัวเองมีค่าขึ้นอีกเยอะเลย

4 วิํธีดับร้อนจากท่าน ว.วชิรเมธี

เหตุการณ์บ้านเมืองกำลังร้อน ระอุขนาดนี้
วันนี้พี่นัทมีธรรมะดีๆ จากท่าน ว.วชิรเมธี มาดับร้อนในใจกันจ้า



พร 4 ข้อ ดับความร้อนใจของท่าน ว.วชิรเมธี


ใครที่ไม่ได้ไปนั่งฟังการบรรยายธรรมะโดยท่าน ว.วชิรเมธี ท่านได้ให้พร 4 ข้อ ดังนี้

เด็กดีดอทคอม :: 4  วิํธีดับร้อนจากท่าน ว.วชิรเมธี; tags: Fw mail  ,คิด,ดีๆ,,art,แง่มุม,แง่คิด,ไอเดีย,ขำๆ,รัก,แนวคิด,love,เพื่อน,คน สำคัญ,แบบ,ประเภท,คำพูด,ปาก,มีด,วาจา,มนุษย์,ธรรมะ4 วิํธีดับร้อนจากท่าน ว.วชิรเมธี


1. อย่าเป็นนักจับผิด


คนที่คอยจับผิดคนอื่น แสดงว่า หลงตัวเอง ว่าเป็นคนดีกว่าคนอื่น ไม่เห็นข้อบกพร่องของตนเอง
"กิเลสฟูท่วมหัว ยังไม่รู้จักตัวอีก"
คนที่ชอบจับผิด จิตใจจะหม่นหมอง ไม่มี โอกาส "จิตประภัสสร" ฉะนั้น จงมองคน มองโลกในแง่ดี
"แม้ในสิ่งที่เป็นทุกข์ ถ้ามองเป็น ก็เป็น สุข"

2. อย่ามัวแต่คิดริษยา


"แข่งกันดี ไม่ดีสักคน ผลัดกันดี ได้ดีทุกคน"
คนเราต้องมีพรหมวิหาร 4 คือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา
คน ที่เราริษยาเป็นการส่วนตัว มีชื่อว่า "เจ้ากรรมนายเวร" ถ้าเขาสุข เราจะทุกข์ ฉะนั้น เราต้อง ถอดถอน
ความริษยาออก จากใจเรา เพราะไฟริษยา เป็น "ไฟสุมขอน" (ไฟเย็น) เราริษยา 1 คน เราก็มีทุกข์ 1 ก้อน
เราสามารถถอดถอนความ ริษยาออกจากใจเราโดยใช้วิธี "แผ่เมตตา" หรือซื้อโคม มา แล้วเขียนชื่อคนที่เราริษยา แล้วปล่อยให้ลอยไป

3. อย่าเสียเวลากับ ความหลัง


90% ของคนที่ทุกข์ เกิดจากการย้ำคิดย้ำทำ "ปล่อยไม่ลง ปลงไม่เป็น"
มนุษย์ที่สลัดความหลัง ไม่ออก เหมือนมนุษย์ที่เดินขึ้นเขาพร้อมแบกเครื่อง เคราต่างๆ ไว้ที่หลังขึ้นไปด้วย
ความทุกข์ที่เกิดขึ้นแล้ว จงปล่อยมันซะ" อย่าปล่อยให้คมมีดแห่งอดีต มากรีดปัจจุบัน"
"อยู่กับปัจจุบันให้เป็น" ให้กายอยู่กับ จิต จิตอยู่กับกาย คือมี "สติ" กำกับตลอดเวลา

4. อย่าพังเพราะไม่ รู้จักพอ


"ตัณหา" ที่มีปัญหา คือ ความโลภ ความอยากที่ เกินพอดี เหมือนทะเลไม่เคยอิ่มด้วยน้ำ ไฟไม่เคยอิ่มด้วยเชื้อ ธรรมชาติของตัณหา คือ "ยิ่งเติมยิ่งไม่เต็ม"
ทุกอย่างต้องดูคุณค่าที่ แท้ ไม่ใช่คุณค่าเทียม เช่น คุณค่าที่แท้ของนาฬิกาคืออะไร คือไว้ดูเวลา ไม่ใช่มีไว้ ใส่เพื่อความโก้หรู
คุณ ค่าที่แท้ของโทรศัพท์มือถือคืออะไร คือไว้สื่อสาร แต่องค์ประกอบอื่นๆ ที่เสริมมาไม่ใช่ คุณค่าที่แท้ ของโทรศัพท์
เราต้องถามตัวเองว่า "เกิดมาทำไม" "คุณค่าที่แท้จริงของการเกิดมาเป็นมนุษย์อยู่ตรงไหน" ตามหา "แก่น" ของชีวิตให้เจอ
คำว่า "พอดี" คือถ้า "พอ" แล้วจะ "ดี" รู้จัก "พอ" จะมีชีวิตอย่างมีความสุข


ท่านที่ได้รับโปรดส่งต่อไปให้แก่คนที่ท่านรักแลปรารถนาดี เป็นบุญเป็นกุศลยิ่งนัก
สัพพะ ทานัง ธัมมะธานัง ชินาติ
'การใ ห้ธรรมะเป็นทาน ชนะการให้ทั้งปวง'
จงดลบันดาล ให้ท่านและครอบครัว จงประสบแต่ความสุข ความเจริญ ด้วยอายุ วรรณะ สุขะ พละ
และปฏิภาณธนสารสมบัติทุกประการ

เก้าอี้ แห่งชีวิต Chairs of Life‏

เวลาที่ ผ่านไปไว้อย่างกับโกหก ดูภาพนี้แล้ว

อาจ ได้ข้อคิดอะไรให้กับชีวิตมากขึ้น






ลองดูซิว่า ชีวิตที่ผ่านมาเราได้ทำอะไรที่เป็นประโยชน์ให้แก่ตัวเองและคนอื่นบ้าง

อย่าปล่อยให้เวลาผ่านไปอย่างไร้ค่า

เพราะเราไม่อาจย้อนกลับไปนั่งเก้าอี้ตัวเดิมๆ ได้อีกต่อไปแล้ว....

เคยเสียสละอะไรบ้าง

ข้อดีที่ทุกครั้งได้ลองเสียสละดูคือ ความอิ่มเอมที่เราได้ลงแรงทำเพื่อคนอื่น แอบภูมิใจอยู่เล็กๆ ว่า เราเองก็สร้างประโยชน์ได้เหมือนกัน

ทุกคนมักมองความสุขว่าเป็น สิ่งที่ได้รับมา เช่น มีคนมาให้ของเรา,มาช่วยเหลือเรา,มาสนใจเรา นั่นคือความสุข แต่ความสุขก็สามารถเกิดขึ้นได้ แม้ในยามที่เรากำลังหยิบยื่นให้ผู้อื่น
การ ให้ แทบจะมีความหมายเดียวกับ การเสียสละ เมื่อใดก็ตามที่เราพยายามเพื่อคนอื่น สิ่งนั้นก็จะมีค่าตั้งแต่เจตนาของเราแล้ว

ความสุข ความสบายที่ต้องลดทอนลงไป เราสามารถแปรเปลี่ยนให้เกิดเป็นความเสียสละได้ อยากให้ความต้องการที่แบ่งเบาช่วย เหลือผู้อื่น อยู่ในความคิดและหัวใจของน้องๆ ทุกคน เพราะเรี่ยวแรงเล็กๆ จากเรา 1 คน ถ้ารวบรวมเข้าด้วยกันได้ ก็จะกลายเป็นพลังของการเสียสละที่ยิ่งใหญ่และมีอานุภาพสูง สามารถช่วยเหลือผู้คน สังคม หรือส่วนรวมได้

การสละความสุข ผลประโยชน์ หยาดเหงื่อแรงกาย-ใจเพื่อส่วนรวม ยิ่งมีค่ากว่า เพราะผลที่ได้รับจะไม่ตกอยู่ที่คนๆ เดียว แต่จะหลั่งไหลไปสู่คนจำนวนมาก


เด็กดีดอทคอม ::  เคยเสียสละอะไรบ้าง; tags: แก้ไข, น่ารู้, วัยรุ่น, ความขัดแย้ง, ยุติ,  ปัญหา, เสียสละเคยเสียสละอะไรบ้าง



อีกเหตุการณ์หนึ่ง เมื่อเกิดการโต้แย้งถกเถียงและต่างฝ่ายอยากมุ่งแต่จะทำร้าย ทำลาย เพื่อจะแย่งชิงเอาชนะกัน

การเสียสละดูจะเป็นเรื่องที่ควรหยิบยกนำมาใช้ ความบาดหมางต่างๆ บางเรื่องอาจไม่ไต้องผู้ชนะหรือผู้แพ้ เราสามารถที่จะเสมอได้ ปัญหา ที่ยุติลงได้จริงนั่นล่ะคือ ผลเสมอ
และฝ่ายที่เสียสละก็ไม่สมควร ที่จะถูกตีตราว่าเป็นฝ่ายพ่ายแพ้

แต่ การ สละสิ่งใดๆ ใช่เพียงการ ให้แบบไม่ลืมหู ลืมตา เรื่องของสิทธิ์ส่วนตัวที่พึงได้รับของเรา ก็สำคัญด้วยเช่นกัน การเสียสละจนเสียจุดยืนหรือกลายเป็นความ ยากเย็นฝืนใจ จะเหมือนสิ่งที่เบียดเบียนตนเองมากกว่า

เป็นอีกคำที่ พี่มิ้งชอบ เพราะเมื่อใดก็ตามเกิดคำนี้ขึ้นมา สิ่งตามมาล้วนเป็นไปในทางบวกแทบทั้งนั้น น้องๆ ลองสละแรง สละเวลา สละสิ่งของหรืออะไรก็ตาม ที่สามารถสละได้ โดยไม่เบียดเบียนตัวเองและผู้อื่นดูบ้างสิครับ อาจจะสัมผัสความสุขจากการให้ หลังจากการเสียสละก็ได้นะ

เด็กดีดอทคอม :: เคยเสียสละอะไรบ้าง; tags: แก้ไข,  น่ารู้, วัยรุ่น, ความขัดแย้ง, ยุติ, ปัญหา, เสียสละ

ระวังตาบอด เพราะคอนแทคเลนส์แฟชั่น

ระวังตาบอด เพราะคอนแทคเลนส์แฟชั่น


ระวังตาบอด เพราะคอนแทคเลนส์แฟชั่น
(momypedia)
โดย: Olivier

"จักษุแพทย์เตือนอย่าทดลองใส่คอนแทคเลนส์ตามแฟชั่น ดูแลไม่ดีมีสิทธิติดเชื้อจนตาบอด"

คอนแทคเลนส์ เมื่อก่อนเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ปรับสายตาสำหรับผู้มีปัญหาสายตาเท่านั้น แต่ปัจจุบันกลายเป็นแฟชั่นบนดวงตาที่นิยมกันมากในหมู่วัยรุ่น ไม่ว่าจะเป็น คอนแท็กต์เลนส์ที่ใส่แล้วปรับสีดวงตาเป็นสีต่างๆ ได้ดังใจ ไม่ว่าจะเป็นสีน้ำตาล เทา ฟ้า เขียว หรือคอนแท็กต์เลนต์บิ๊ก อายส์ ที่ใส่แล้วดวงตาจะกลมโต ดูแล้วคิกขุ อาโนเนะ

การ ซื้อหาคอนแทคเลนส์เหล่านี้ง่ายกว่าแต่ก่อนมาก ไม่ใช่มีเฉพาะร้านขายแว่นเท่านั้น สามารถพบเห็นได้ที่แผงลอยตามแหล่งแฟชั่น หรือสั่งซื้อตามอินเตอร์เน็ต ราคาก็มีให้เลือกตั้งแต่หลักร้อยจนถึงหลักพัน

อย่าง ไรก็ดี การซื้อคอนแท็กต์เลนส์มาใส่เองเป็นเรื่องที่อันตรายมาก แพทย์เตือนว่าคนสายตาปกติไม่ควรใส่คอนแท็กต์เลนส์ ไม่ว่าจะด้วยจุดประสงค์อะไรก็ตาม ควรคำนึงว่าคอนแท็กต์เลนส์เป็นสิ่งที่ต้องสัมผัสกับดวงตาของเราโดยตรง เพราะดวงตาองเราเป็นสิ่งที่บอบบางมาก อาจทำให้เกิดปัญหาเคืองตา คันตา ตาเป็นแผล และอาจติดเชื้อหากรักษาความสะอาดไม่ดีพอ

ทั้งนี้ นพ.วิชัย ประสาทฤทธา ภาควิชาจักษุวิทยา รพ.รามาธิบดี กล่าวว่า หากมีการดูแลรักษาความสะอาดของคอนแทคเลนส์ตามคำแนะนำอย่างถูกต้อง อันตรายต่างๆ ก็จะไม่มี แต่ในกรณีที่ผู้สวมใส่ไม่ได้ปฏิบัติตามคำแนะนำเรื่องการรักษาความสะอาด โดยเฉพาะการสวมใส่คอนแทคเลนส์ในเวลานอนหลับ ทำให้ดวงตาได้รับออกซิเจนน้อยลง และออกซิเจนจะไปเลี้ยงกระจกตาได้น้อยกว่าปกติ จึงเกิดการติดเชื้อขึ้น และเนื่องจากเป็นเลนส์สัมผัสทำให้อาการติดเชื้อมีความรุนแรงและลุกลามอย่าง รวดเร็วจนถึงขั้นทำให้ตาบอด

การสวมใส่คอนแทคเลนส์ที่เหมาะสม

1.สามารถสวม ใส่ได้ในระยะเวลา 8-12 ชั่วโมงติดต่อกัน

2.ดูแลทำความ สะอาดโดยใช้น้ำยาล้างคอนแทคเลนส์ น้ำยาสลายคราบโปรตีน และน้ำยาแช่ฆ่าเชื้อ โดยการแช่ฆ่าเชื้อต้องทำไม่ต่ำกว่าวันละ 4 ชั่วโมง

อย่าง ไรก็ตาม ในปัจจุบันมีการโฆษณาว่าน้ำยาทำความสะอาดคอนแทคเลนส์บางชนิดมีคุณสมบัติเป็น ทั้งน้ำยาล้างทำความสะอาด สลายคราบโปรตีน และแช่ฆ่าเชื้อ ซึ่งประสิทธิภาพของน้ำยาดังกล่าวจะไม่ดีเท่ากับการใช้น้ำยาแยกเฉพาะในการทำ ความสะอาดแต่ละขั้นตอน เป็นเพียงกลยุทธ์การโฆษณาทางการตลาดของผู้ประกอบการเท่านั้น จึงแนะนำให้แยกใช้น้ำยาทำความสะอาดแต่ละขั้นตอน เพื่อยืดอายุการใช้งานคอนแทคเลนส์ และป้องกันการติดเชื้อ

โดย คอนแทคเลนส์รายเดือนนั้นมีอายุการสวมใส่ 1- 1 เดือนครึ่งขึ้นอยู่กับการดูแลทำความสะอาด หากไม่รักษาความสะอาดให้ดีเพียงแค่ 2 สัปดาห์ก็อาจจะมีสิ่งสกปรกตกค้างจนต้องเปลี่ยนคู่ใหม่ แต่หากรักษาความสะอาดเป็นอย่างดีก็จะทำให้อายุการใช้งานนานขึ้นไปด้วย

สำหรับ ผู้ที่ใช้คอนแทคเลนส์เป็นประจำ หากมีอาการมองเห็นภาพพร่ามัว เคืองตา ตาแดง ให้เอาคอนแทคเลนส์ออกจากดวงตาและไปพบจักษุแพทย์ทันที เพราะอาจเกิดอาการติดเชื้อ และลุกลามจนถึงขั้นตาบอดได้

ข้อแนะนำ สำหรับผู้ใส่คอนแทคเลนส์แฟชั่น

"สำหรับคอนแทคเลนส์แฟชั่น ที่เป็นที่นิยมของวัยรุ่นในการสวมใส่นั้น แม้ตัวคอนแทคเลนส์จะไม่มีอันตรายใดๆ แต่ผู้สวมใส่ต้องดูแลให้ถูกต้อง และไม่ควรจะทดลองสวมใส่หากไม่มีความจำเป็น เพราะคอนแทคเลนส์ไม่เหมือนเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่จะทดลองสวมใส่เปลี่ยนไป ตามแฟชั่น เนื่องจากเป็นสิ่งที่สัมผัสกับดวงตาหากดูแลไม่ดีอาจจะเกิดผลเสียต่อดวงตาตาม มา ที่สำคัญห้ามผู้สวมใส่คอนแทคเลนส์ทุกชนิด ใส่คอนแทคเลนส์นอนหลับอย่างเด็ดขาด"


ขอขอบคุณข้อมูลจาก

ฝึกโยคะหลังมะเร็ง เสริมภูมิคุ้นกันแข็งแกร่ง

ผลการศึกษาในสหรัฐพบว่า ผู้รอดชีวิตจากมะเร็งหากฝึกโยคะอาจช่วยให้นอนหลับสนิทและมีกำลังมากขึ้น

คณะนักวิจัยศูนย์การแพทย์ มหาวิทยาลัยโรเชสเตอร์ ศึกษากับผู้รอดชีวิตจากมะเร็ง 400 คน ส่วนใหญ่รับการรักษามะเร็งเต้านมด้วยเคมีบำบัด จากนั้นสุ่มแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกฝึกหฐโยคะและโยคะแบบผ่อนคลายสัปดาห์ละ 2 ครั้งเป็นเวลา 1 เดือน อีกกลุ่มปฏิบัติตัวตามปกติ ปรากฏว่ากลุ่มแรกสามารถลดการใช้ยานอนหลับและหลับได้สนิทขึ้นร้อยละ 22 นอกจากนี้ยังรู้สึกเหนื่อยลดลงถึงครึ่งหนึ่ง

นักวิจัยยังไม่ทราบแน่ชัดว่า เหตุใดโยคะจึงให้ผลดังกล่าว สันนิษฐานว่าการฝึกโยคะอาจช่วยให้ผู้รอดชีวิตจากมะเร็งมีปฏิสัมพันธ์ทาง สังคมมากขึ้น เพราะก่อนหน้านี้พบว่า โยคะช่วยให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนความเครียดลดลง อย่างไรก็ดี แนะนำให้ฝึกกับครูสอนที่ได้รับการรับรอง พร้อมย้ำว่าไม่ใช่การฝึกโยคะทุกรูปแบบจะให้ผลเช่นนี้ คณะนักวิจัยจะนำผลการศึกษานี้ไปเสนอต่อที่ประชุมประจำปีของสมาคมมะเร็งวิทยา อเมริกันในต้นเดือนหน้า

โซนี่ไทยเปิดตัว VAIO P รุ่นใหม่ล่าสุด สัมผัสประสบการณ์ใหม่ กับฟังก์ชั่นใช้งานสบายเพียงปลายนิ้ว

(กรุงเทพฯ / 18 พ.ค. 53) - บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด พร้อมสร้างไลฟ์สไตล์สนุกสดใส ไปกับการใช้งานคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คในทุกที่ด้วย VAIO P รุ่น VPCP115KG สุดยอด Pocket Style PC รุ่นล่าสุด กับน้ำหนักที่เบาเพียง 618 กรัม และขนาดที่เล็กจนสามารถใส่ในกระเป๋าเสื้อแจ็คเกท หรือกระเป๋าถือได้อย่างสบาย VAIO P รุ่นใหม่นี้มาพร้อมสีสันสดใสสะดุดตาให้เลือกถึง 4 สี คือ ส้ม ชมพู ขาว และดำ



สัมผัสประสบการณ์ใหม่จากการใช้งาน VPCP115KG ที่สะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วย Mobile Grip Style ที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้สามารถใช้งานได้ง่ายขึ้นในทุกการเคลื่อนไหว นอกจาก Stick Pointer ที่อยู่ตรงกลางคีย์บอร์ดแล้ว ยังมี Touch Pad พิเศษ และปุ่ม Mouse ที่อยู่ด้านข้างหน้าจอทั้ง 2 ข้าง ช่วยให้คุณใช้งานได้เพียงปลายนิ้ว

นอกจากนั้น VAIO P รุ่นใหม่ ยังติดตั้ง accelerometer ระบบเซ็นเซอร์ที่จะตอบสนองการเคลื่อนไหวในมุมต่าง ๆ ของเครื่อง เมื่อพลิกด้านของ VAIO จากแนวนอนเป็นแนวตั้ง หน้าจอก็จะหมุนปรับให้ ซึ่งทำให้ง่ายในการอ่านเอกสาร หรือหน้าเว็บที่เป็นแบบแนวตั้ง และปุ่มเมาส์ที่อยู่ด้านล่างจะกลายเป็นปุ่มเปลี่ยนหน้าให้ทันที เมื่อใช้งานในแนวตั้ง เหมือนคุณถือหนังสืออ่านอยู่ช่วยปรับหน้าจอให้สามารถหมุนหน้าจอได้เพื่ออ่าน หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ได้สะดวกโดยการพลิกตัวเครื่อง หรือช่วยให้ backward หรือ forward เว็บเพจได้โดยการเอียงเครื่องไปทางซ้ายหรือขวาเท่านั้น และทัชแพดที่บริเวณขอบจอด้านขวาและปุ่มเมาส์คลิกซ้ายขวาที่ขอบจอด้านซ้าย ช่วยให้ผู้ใช้สามารถใช้งานเพียงแค่


ขยับข้อมือ ก็สามารถเลื่อนดูรูปถ่าย เปลี่ยนหน้าเอกสาร หรือย้อนกลับไปหน้าเว็บที่ต้องการได้ทันที VAIO P รุ่นใหม่ มีดีไซน์ที่สวยงามพร้อมทั้งใช้งานง่าย ด้วยคีย์บอร์ดขนาดพอเหมาะสำหรับการพิมพ์ ร่วมกับหน้าจอที่สว่าง และกว้างเป็นพิเศษที่สามารถดูหน้าเว็บพร้อมกันได้ 2 หน้า เสริมด้วย ambient light sensor ที่จะตรวจระดับแสงรอบข้างแล้วหรี่ความสว่างหน้าจอโดยอัตโนมัติ เพื่อถนอมสายตาและประหยัดพลังงานของแบตเตอรี่

นอกจากนี้ยังมีปุ่มพิเศษต่างๆ เริ่มด้วยปุ่ม “WEB” สำหรับการเข้าสู่หน้าเว็บได้ทันทีแม้จะปิดเครื่องไปแล้ว โดยไม่ต้องบูทเข้า Windows® หรือ ปุ่ม ”ASSIST” ที่กดเพียงครั้งเดียวก็สามารถเข้าสู่โปรแกรม VAIO Care เพื่อทำการตรวจสอบ ดูแลรักษา VAIO ให้พร้อมใช้งานได้ดีอยู่เสมอ ปุ่มสุดท้าย “Resolution Change Button” เพียงกดก็สามารถเปลี่ยนความละเอียดหน้าจอจาก 1600 x 800 เป็น 1280 x 600 เพื่อมุมมองที่สบายตามากขึ้น


VAIO P ใหม่รุ่น VPCP115KG ทุกสี และอุปกรณ์เสริมสีสันสดใสเข้าชุด พร้อมวางจำหน่ายตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคม ศกนี้ เป็นต้นไป ด้วยราคา 39,900 บาท สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ข้อมูลโซนี่ โทร 0-2715-6100หรือ
VAIO Mania Club Website , Sony Style Online Store

สื่อมวลชนสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ แผนกประชาสัมพันธ์ บ.โซนี่ ไทย จ.ก. ธีรเดช พฤกษวนานนท์ โทร. 0-2715-6298 Teeradej.pr@ap.sony.com

สด ใสยามเช้า สำหรับคนนอนดึก

สำหรับคนที่ต้องนอนดึกอยู่เป็นประจำ หรือคนที่ต้องนอนดึก ในโอกาสพิเศษต่างๆ มาดูวิธีการทำให้ร่างกายสดชื่น สดใส หลังจากต้องตรากตรำอดหลับอดนอนจากการทำภารกิจมาตลอดทั้งคืน

น้ำมะนาว เวลาที่บางคนไปตามสถานบันเทิง เพื่อหาความรู้แปลกๆ ใหม่ๆ ใส่ตัว จากคนที่เงียบขรึมไม่ค่อยพูด ค่อยจา ก็ยังพาลลืมเนื้อลืมตัวไปกับความมันส์ชนิดที่เรียกว่าสุดเหวี่ยง ลืมคิดไปว่าตัวเป็นนักร้องไปซะเอง พอตื่นเช้าขึ้นมาเท่านั้นแหละ อาการเจ็บคอก็จะถามหา ขอแนะนำให้หาน้ำมะนาวจะมีกรดมะนาว หรือ กรดซิกตริก แถมมีน้ำมันหอมระเหยอยู่เล็กน้อยพอได้กลิ่นหอมชวนดื่มจากเปลือกที่โดนคั้น แถมยังมีวิตามินซี ที่นอกจากจะช่วยขับเสมหะแก้อาการเจ็บคอ ยังช่วยทำให้ร่างกายสดชื่น รู้สึกผ่อนคลายอีกด้วย

น้ำผัก น้ำผลไม้ ดื่มง่ายแถมยังอุดมไปด้วยวิตามินหลากหลายชนิด ในน้ำผัก น้ำผลไม้ มีส่วนผสมของน้ำตาล ซึ่งเป็น น้ำตาลโดยธรรมชาติของผลไม้หรือผักเอง รวมไปถึงน้ำตาลที่มีการเติมลงไป มีการแต่งกลิ่นและสีให้ดูมี ชีวิตชีวาของผักและผลไม้เข้าไปด้วย สามารถให้พลังงานแก่ร่างกายช่วยให้เราหายเหนื่อย หายเพลีย ทำ ให้ร่างกายสดชื่น ซ้ำยังมีแร่ธาตุ เช่น โซเดียม โปแตสเซียม สังกะสี ที่จะเข้าไปทดแทนในส่วนที่เสียไป ไม่เพียงเท่านั้นยังมีวิตามินที่สำคัญอีกหลายชนิด โดยเฉพาะวิตามิน C และวิตามิน A และโฟลิคแอซิด ที่มีอยู่ในผลไม้และผัก

น้ำหวานๆ คนที่นอนดึกส่วนใหญ่จะตื่นขึ้นมาแล้วมีอาการปวดหัว มึนศีรษะ รู้สึกเกิดอาการเครียดทางประสาท นั่นก็เพราะว่าร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ อาหารที่มีสามารอาหารของแป้งและน้ำตาลสามารถช่วยได้ โดย เฉพาะน้ำตาลจะดูดซึมได้ดีและง่ายกว่า แต่ถ้าจะเดินเข้าครัวไปหยิบน้ำตาลมานั่งกินเล่นก็ดูจะแปลกอยู่ เพียงน้ำหวานสักแก้วก็สามารถช่วยให้จิตใจสงบขึ้นได้ คลายอาการเครียด งง ได้แล้ว

น้ำขิง สำหรับคนที่รู้สึกพะอืดพะอม คลื่นไส้ อยากจะอาเจียน เป็นอาการของคนเมาค้างนั่นเองลองหันมา หาน้ำขิงร้อนๆ ดื่มดีกว่า เพราะขิงจัดเป็นสมุนไพรที่มีรสชาติและกลิ่นพิเศษ ขิงมีสารเคมีชนิดหนึ่งเป็น เป็นสารเคมีประเภทน้ำมันหอมระเหย ให้ทั้งรสและกลิ่น สารตัวนี้มีชื่อเรียกเป็นทางการว่าจินเจอรอล (gingerol) จัดอยู่ในกลุ่มแอลกอฮลล์ แต่ไม่ทำให้เรารู้สึกมึนเมาได้เป็นอันขาด การทำน้ำขิงให้อร่อยนั้น ให้บุบหัวขิงที่ยังไม่แก่จัดจนเกินไป ต้มด้วยน้ำร้อนพอเดือด หากต้มนานเกินไปขิงจะเสียรสเสียกลิ่นไปได้ มาก จะดื่มเปล่าๆ หรือเติมน้ำตาลให้รสชาติหวานน่ากินหน่อยก็ได้

ข้อมูลจาก : ผู้หญิงนะคะดอทคอม


วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

การเปลี่ยนแปลง


ในหลายๆ ครั้งที่เราจำเป็นต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

แต่ก่อนที่การเปลี่ยนแปลงนั้นจะมาถึง สิ่งที่ถึงตัวเราก่อนมักจะเป็นความกลัว

กลัวที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลง ทั้งที่บางทีเราก็ไม่ทราบว่า
ฉากต่อไปของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะเป็นอย่างไร

เคยอ่านเจอเรื่องสั้นเรื่องหนึ่ง แต่หาต้นฉบับไม่เจอแล้ว
เล่าถึงเรื่องราวของหญิงสาวคนหนึ่งที่ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองเล็กๆ เมืองหนึ่ง

หล่อนอาศัยอยู่ในบ้านหลังเล็กนี้มานานตั้งแต่เด็ก หน้าบ้านของหล่อนมีต้นไม้
ใหญ่แผ่กิ่งก้านสาขา จนทำให้บริเวณนั้นดูร่มรื่นเป็นพิเศษ

และแล้ววันหนึ่งเมื่อต้นไม้นั้นพ่ายแพ้แก่กาลเวลา
กิ่งก้านที่เคยร่มเย็นกลับก่อให้เกิดความยุ่งยากขึ้น
เมื่อมันหักและหล่นใส่บ้านข้างเคียงบ่อยๆ จนกระทั่ง
เป็นปัญหาถึงขั้นที่จะต้องโค่นล้มต้นไม้ใหญ่นั้นทิ้ง

หลังจากหญิงสาวทราบว่าไม่สามารถจะคงต้นไม้นี้ไว้ได้
หล่อนถึงกับกังวลถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมา

ต่อไปนี้ จะเอาร่มเงาจากไม้ใหญ่ที่ไหนคอยกำบังแดดฝน

ไม่มีภาพที่เคยมีอีกแล้ว ยามมองออกไปนอกหน้าต่าง ยิ่งคิดไปต่างๆ นานา

ก็ยิ่งให้รู้สึกเสียดายไม้ใหญ่นั้น ยิ่งวันที่ต้องตัดต้นไม้นั้น

หล่อนได้ยินคำพูดจากเพื่อนของเธอที่ต้องการปลอบใจว่า
“อย่าเสียดายกับสิ่งที่เสียไป จงตื่นเต้นและยินดีกับสิ่งที่กำลังจะตามมา”

แน่นอนว่าตอนนี้ไม่มีคำพูดใดๆ เจาะไชเข้าไปถึงตัวเธอๆ ได้
วันเวลาผ่านไปเป็นสัปดาห์ ชีวิตของเธอหลังต้นไม้ใหญ่ถูกโค่นเริ่มเปลี่ยนแปลง

ทุกเช้าที่เธอตื่น เธอจะได้รับแสงแดดส่องเข้ามาในบริเวณห้องของเธอ
จนทำให้วันนั้นเกิดรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นทันที เธอได้บริเวณบ้านมากขึ้น
สำหรับปลูกไม้ดอกที่อยากจะปลูกมานาน

เธอกลับเริ่มรู้สึกดีๆ กับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
มันไม่ได้แย่ไปอย่างที่เธอคาดไว้เสียทีเดียว ถ้าต้นไม้ใหญ่นั้นไม่ถูกโค่นลง
วันนี้เธอคงไม่ได้เห็นภาพเด็กๆ วิ่งขึ้นลงรถรับส่งโรงเรียนอย่างร่าเริง
ในอีกมุมตึกถัดไปอย่างชัดเจนเช่นนี้

ตอนนี้เธอเข้าใจกับคำว่า
“อย่าเสียดายในสิ่งที่เสียไป แต่จงตื่นเต้นและยินดีกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น”

เรื่องนี้บางทีคงถ่ายทอดได้ไม่ดีเท่าต้นฉบับ แต่ตอนอ่าน
พออ่านจบแล้วรู้สึกว่ามันเป็นความจริงที่ส่วนมากแล้ว
เรามักจะกลัวการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น ทุกอย่างมันอยู่ที่ความคิดจริงๆนะ

คนเรามักกลัวที่จะเข้าไปในห้องมืด ทั้งที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าในห้องนั้นมีอะไรบ้าง
แต่ไอ้ที่กลัวๆ อยู่น่ะมันอยู่ในความคิดทั้งนั้น

อย่างบางคนก็กลัวที่จะสูญเสียคนรักไป ทั้งๆ ที่ก็ไม่ได้มองหรอกนะว่าไอ้ที่กอดๆอยู่น่ะ
มันเหมาะมันดีกับเราแล้วจริงหรือ กลัวว่าต่อไปถ้าขาดเขาหรือเธอไปชีวิตจะเป็นยังไง
เดินห้างคนเดียว ไปไหนมาไหนคนเดียว กลัวเจอคนที่แย่กว่าเดิม

อะไรก็ตามที่คุณกลัวและคิดไปเรื่อย จนทำให้คุณกลัวที่จะเปลี่ยนแปลง
จนบางทียอมที่จะทนกับสิ่งที่ทำให้ชีวิตคุณ แย่ลงไปยิ่งกว่าการเปลี่ยนแปลง
คุณลองมองในอีกมุมที่หญิงสาวคนในเรื่องไม่ได้มองดูสิ มุมมองที่เป็นบวกกับชีวิตคุณ
มุมมองที่จะทำให้คุณ ก้าวต่อไปได้ด้วยความตื่นเต้นและยินดี

“อย่าเสียดายในสิ่งที่เสียไป แต่จงตื่นเต้นและยินดีกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น”

ทำนายชีวิตข้างหน้าคุณจะเป็นอย่างไร

ชีวิตนี้เป็นของเรา … ทางเดินชีวิตที่ยาวไกลก็เป็นทางที่เราต้องเลือกเอง แล้วคุณอยากรู้ไหมล่ะ ว่าคุณจะมีอนาคตที่สดใสสักแค่ไหน ลองตอบคำถามง่ายๆ ต่อไปนี้สิ

1. คุณชอบเพื่อนที่ลักษณะนิสัยแบบไหน
ก. เรียนเป็นเรียน เล่นเป็นเล่น จริงใจด้วยก็ดี
ข. ซ่าส์สุดๆ เฮฮาตลอดชีวิต ทำให้คุณหัวเราะได้ทั้งวัน
ค. จิตใจโอบอ้อมอารี ใจเย็นและทนอารมณ์คุณได้ตลอด
ง. คอยให้กำลังใจคุณตลอด ไม่ว่าคุณจะสิ้นหวังขนาดไหน


2. แล้วการเรียนของคุณตอนนี้ล่ะ เป็นยังไงบ้าง
ก. โอโหย…ไม่ต้องห่วง สบายมาก ท็อปเกรด…ยอดเยี่ยมสุดๆ
ข. ก็ดีอ่ะนะ …แต่ไม่ถึงกับโดดเด่นมาก
ค. พอใช้ได้ (ไปซื้อโอเลี้ยงให้หน่อยเด่ะ …) ไม่ถึงกับแย่หรอกนะ
ง. เลิกพูดกันเลยเรื่องเรียนเนี่ย อ่อนอกอ่อนใจซะเหลือเกิน … ทำไมมันแย่ขนาดนี้ฟะ


3. นิสัยส่วนตัวของคุณโดยภาพรวมแล้วเป็นแบบไหนล่ะ
ก. เอาแต่ใจตัวเอง … อะไรในโลกนี้ไม่เคยที่ฉันไม่เคยได้
ข. เชื่อมั่นในตัวเองม้าก…มาก ตั้งใจทำอะไรทุกอย่าง
ค. มีมนุษยสัมพันธ์เป็นเลิศไม่ว่าใครก็เข้าไปเจ๊าะแจ๊ะกับเค้าได้หมด
ง. ขี้โมโหนะ … แต่แป๊บเดียวก็หายแล้วล่ะ


4. คุณเคยดูถูกคนอื่นบ้างรึเปล่า
ก. ฉันเรอะ … ไม่เคยอ่ะ ไม่ชอบด้วย ถ้าใครมาดูถูกเราบ้างเราก็คงไม่ชอบเหมือนกัน
ข. ก็เฉยๆ ไม่เคยพูดออกมานะ แต่บางทีก็คิดอยู่ในใจเหมือนกัน
ค. บ่อยอ่ะนะ … ก็มันน่าดูถูกจริงๆ นี่นา ..
ง. ก็มีบ้างเป็นบางครั้ง ไม่บ่อยหรอก


5. ถ้าคุณได้รับมอบหมายจากอาจารย์ให้ทำรายงานส่งภายใน 1 สัปดาห์ คุณจะทำอย่างไร
ก. ทำเสร็จภายในเวลาที่กำหนดน่ะแหละ ทำไปเรื่อยๆ
ข. เร่งทำมันวันสุดท้ายนั่นแหละ … ต้องเสร็จจนได้แหละน่า
ค. ทำให้เสร็จโดยเร็วที่สุด สักสองวันก็เสร็จแล้ว ได้เอาเวลาไปทำอย่างอื่น
ง. ส่งเกินกำหนดแค่วันเดียวเอง แต่รายงานก็เพอร์เฟ็คนะ


6. คุณใช้เงินฟุ่มเฟือยไหม
ก. ไม่หรอก อย่างฉันนะเหรอ มีเท่าไรก็เก็บเข้ากระปุกหมดแหละ ใช้เท่าที่จำเป็นเท่านั้น
ข. ก็มีบ้างเป็นบางครั้ง แหมคนเราก็ต้องมีบ้าง สีสันของชีวิตไง
ค. แบบ … จ่ายหมดแหละ ก็มีคนเมคมันนี่ให้ ก็ใช้ไปตามสบาย ไม่เห็นต้องเดือดร้อนเลย
ง. ไม่มีเงินเท่าไร แต่นิสัยก็ฟุ่มเฟือยอ่ะนะ ทำไงได้… นิสัยเป็นแบบนี้นี่ ไม่งั้นก็ตกยุคสิ


7. ถ้ามีใครมาทำให้คุณโกรธจนเจ็บใจมากๆ คุณคิดจะให้อภัยเค้าบ้างไหม
ก. ฝันไปเถอะ เจ็บแล้วจำจ้ะ จำจนตาย … อย่ามาเจอะมาเจออีกเลย
ข. ก็รอเวลาน่ะ นานๆ เข้าอาจจะลืมแล้วก็ให้อภัยเค้าได้
ค. ให้อภัยเสมอแหละ โกรธใครแล้วใจก็ไม่สบายเท่าไร เดี๋ยวแก่ด้วย
ง. ดูตามความเหมาะสมน่ะนะ ตามสถานการณ์แล้วกัน แต่ก็คงจะให้อภัยได้


8. ถ้าคุณได้ไปฝึกงานก่อนเรียนจบ คุณจะ…
ก. ทำไปเรื่อยๆ ไม่เห็นต้องกระตือรือร้นอะไรมากเลย เงินก็ไม่ได้สักบาท
ข. ทำตามที่เค้าสั่งอย่างขยันขันแข็ง แต่ไม่ออกความคิดอะไรหรอก
ค. ตั้งใจทำงานให้ดีที่สุดล่ะ เพื่อประสบการณ์ในการทำงานของเรา … อนาคตเชียวนะ
ง. จะไปตั้งใจอะไรกันนักกันหนา ทำๆ หยุดๆ ก็ได้ … ขี้เกียจจะตาย เอาไว้ทำงานจริงแล้วค่อยขยันก็ยังทัน


9. ถ้าคุณจะประกอบอาชีพสักอย่าง คุณจะทำอาชีพลักษณะไหน
ก. ทำการค้า ธุรกิจสิ เหมาะกับเราสุดแล้ว
ข. งานอิสระที่ได้ใช้หัวคิดแล่นโลด ไม่ยึดติดกับใครเนี่ย …ฉันเอง
ค. ข้าราชการสิ สบายดี มั่นคงด้วย
ง. รัฐวิสาหกิจก็ดีนะ … เป็นระเบียบเรียบร้อยดีเหมือนกัน


10. คุณมีเงินฝากสะสมในธนาคารสักเท่าไรล่ะ
ก. ก็พอมีบ้างนิดหน่อย
ข. ไม่มีเลยซะกะบาท … ได้มาทีก็ไรก็จ่ายหมดล่ะ เรื่องใช้เงินมันเยอะซะเหลือเกิน
ค. มีพอสมควร ไม่มากไม่น้อย
ง. เยอะแยะเต็มไปหมด


11. ยามที่คุณไม่สบายใจ มีเพื่อนคนไหนมาช่วยเหลือรึเปล่า
ก. ก็เป็นบางครั้ง … แต่ก็น้อยมากนะ
ข. ไม่มีสักคน คิดเองแก้ปัญหาจนชินแล้วล่ะ
ค. มีเสมอล่ะ หลายคนด้วย
ง. มีเพื่อนซี้ปึ้กอยู่คนเดียวเนี่ยปรึกษาได้ทุกงาน


12. ถ้าคุณเจอปัญหาหนักอกหนักใจ คุณจะท้อแท้แล้วยอมแพ้ไหม
ก. ไม่มีทาง เราไม่ยอมแพ้ง่ายๆ หรอก
ข. หดหู่นะ … ยอมแพ้จริงๆ มันหนักหนามากเลยนี่
ค. ก็นิดหน่อย พอสักพักพลังใจก็มาใหม่
ง. รู้สึกอยู่ในใจ


13. คุณคิดว่าชีวิตทุกวันนี้เป็นอย่างไรบ้าง
ก. ก็สุขบ้าง ทุกข์บ้าง เป็นธรรมดา
ข. ต้องต่อสู้ชีวิต มุ่งมั่นให้มากที่สุดเพื่ออนาคต
ค. ขอเงินพ่อแม่ใช้ไปวันๆ ไม่เห็นต้องเดือดร้อนเลย
ง. อดมั่ง กินมั่ง ไม่ต้องดิ้นรนตะเกียกตะกายไปไหน


14. ถ้าคุณพลาดหวังจาการสอบเรียนต่อคุณจะทำยังไงล่ะทีนี้
ก. ปล่อยตนเองให้เบื่อหน่ายกับชีวิตไปสักพัก
ข. มองโลกในแง่ดี คิดเสียว่าไม่ได้วัน วันหน้าก็มีโอกาส
ค. เลิกเรียนต่อซะ ไม่เอาแล้ว
ง. ท้อแท้ แต่คงไม่ถึงกับสิ้นหวัง


15. คุณคิดว่าอนาคตที่สุดจะขึ้นอยู่กับอะไร
ก. ความตั้งใจ ขยันหมั่นเพียรของเราเนี่ยแหละ
ข. เงินสิ บันดาลได้ทุกสิ่ง
ค. ไม่เห็นต้องสนใจอนาคต ชีวิตเราเรียบๆ ง่ายๆ ไม่ต้องไปคิดถึงมัน
ง. ดวงชะตาฟ้าลิขิต ตามบุญกรรมทำสร้าง



คราวนี้เราไปตรวจคะแนนกันเลย





ข้อ 1 2 3 4
1 4 1 2 3
2 4 3 2 1
3 1 3 4 2
4 4 3 1 2
5 4 2 3 1
6 4 3 1 2
7 1 2 4 3
8 2 3 4 1
9 3 4 1 2
10 2 1 3 4
11 2 1 4 3
12 4 1 2 3
13 3 4 1 2
14 3 4 1 2
15 4 3 1 2

นับคะแนนกันแล้วลองมาดูผลอนาคตของคุณดีกว่า

0 - 20 คะแนน :
ถนนสายชีวิตของคุณค่อนข้างแคบและแห้งแล้ง คุณไม่ค่อยมีเพื่อนร่วมทางในการเดินทางแห่งชีวิตสักกี่คน เพราะคุณไม่ค่อยสนใจใคร เอาแต่ใจตัวเอง ทำงานกับ ใครได้ไม่นาน คุณไม่ค่อยใส่ใจกับอะไรมากนัก คอยจะเฮฮา แฮปปี้สนุกสนานจนลืมสิ่งที่สำคัญในชีวิตไป อย่าปล่อยให้ชีวิตเรื่อยเปื่อยขนาดนี้เลย … วันหนึ่งในจุดที่คุณรู้สึกอิ่มตัวกับความสุขจอมปลอมนั้นคุณจะรู้สึกเสียดาย กับเวลาที่ผ่านไปของช่วงชีวิต ค่อยๆ ปรับตัวทีละนิดนะ … คิดถึงสิ่งสำคัญในชีวิตให้มากเข้าไว้ ลองมองถึงอนาคตข้างหน้ามากกว่าจมอยู่กับความสนุกสนานที่ไม่ทำให้เกิดสาระ ขึ้นมา ชีวิตน่ะสนุกสนานได้มันก็ดี…แต่ถ้ามากเกินไป ระวังจะทำชีวิตหล่นหายไปนะ …


21 - 40 คะแนน :
คุณเป็นคนที่มีไฟอยู่ในตัวอยู่แล้ว แต่บางครั้งไม่ค่อยได้หยิบมันเอามาใช้ เพราะคุณทำตัวสบายๆ เกินไป จับปลาสองมืออยู่บ่อยๆ ไม่ค่อยจะตั้งใจจริงจังสักเท่าไร ลองมาดูตัวเองจริงๆ ดีกว่า … แล้วคุณจะพบว่าไอ้สิ่งที่คุณกำลังเผชิญหน้าอยู่น่ะ คุณสามารถทำได้ แล้วก็ทำได้ดีด้วยล่ะ เพิ่มความตั้งใจแล้วก็ขยันอีกนิด รับรองอนาคตสดใสแน่นอน


41 - 60 คะแนน :
คุณเป็นคนที่รู้จักตัวเองดี มีความมานะบากบั่น มุ่งมั่น ทำอะไรอย่างตั้งใจตลอดไม่ว่าจะเรื่องอะไร คุณไม่เคยหวั่นสำหรับอุปสรรคใดๆ คุณสามารถก้าวไปถึงเส้นชัย…ถึงอนาคตที่คุณฝันไว้ได้อย่างแน่นอน รักษาความดีเอาไว้นะ … อย่าไปสะดุดหกล้มที่ไหนล่ะ

ใครที่ผลพยากรณ์เป็นที่ถูกใจก็ดีไป … เบิกบานใจได้ แต่คนที่ได้ผลพยากรณ์ไม่ดีสักเท่าไรก็อย่าเพิ่งท้อแท้แล้วปล่อยชีวิตเรื่อย เปื่อยไปตามคำพยากรณ์นะ คุณจะต้องเอาชนะคำพยากรณ์ร้ายๆ ให้ได้ ปรับปรุงตัวเองซะใหม่ ไม่ต้องรีบร้อน … ค่อยๆ ปรับตัวให้เหมาะสมให้ได้ เข้มแข็งเข้าไว้… เรื่องอย่างนี้ต้องขึ้นอยู่กับตัวคุณเอง ทางเดินของคุณ … คุณเลือกเอง

เทคนิค การแต่งกาย อำพรางหุ่น

สาวหน้าอกใหญ่

เทรนด์ แต่งตัว สาวหน้าอกใหญ่


ควรหลีกเลี่ยงชุดที่มีสายคล้องคอและแขนเว้า เพราะจะยิ่งเน้นความใหญ่ไปยังหน้าอกคุณมากขึ้น ควรเลือกใส่ชุดคอกว้างเนื้อผ้าพลิ้ว ไม่แนบเนื้อจะดีกว่านะคะ


สาวรูปร่างคล้ายผู้ชาย

เทรนด์ แต่งตัว สาวรูปร่างคล้ายผู้ชาย

หลีกเลี่ยงชุดราตรีสั้นทรงตรง เพราะจะยิ่งทำให้คุณมองไม่เห็นส่วนเว้าส่วนโค้ง ชุดที่เหมาะกับคุณควรเป็นชุดคอวี เผยให้เห็นเนินอกแลดูเซ็กซี่นิดๆ ชายกระโปรงมีพู่ฝอยยาวคลุมเข่า เพื่ออำพรางช่วงขาที่ล่ำสันให้ดูเป็นผู้หญิงมากขึ้น


สาวอกเล็ก

เทรนด์ แต่งตัว สาวอกเล็ก

ถ้าคุณเป็นหนึ่งในสาวอกเล็ก ควรเก็บเสื้อคอเหลี่ยมกระโปรงทรงกระบอกลงกล่องเข้ากรุได้เลยค่ะ เพราะชุดลักษณะนี้ยิ่งทำให้หน้าอกคุณแบนกว่าความเป็นจริง และยังทำให้คุณไม่มีทรวดทรงด้วย หยิบชุดคอวี เนื้อผ้ารัดรูปเน้นส่วนเว้าส่วนโค้ง แล้วเลือกชุดชั้นในแบบดันทรง เพื่อเน้นเนินอกให้ดูอวบอิ่ม


สาวร่างอวบ

เทรนด์ แต่งตัว สาวร่างอวบ

สาวเจ้าเนื้อ ควรหลีกเลี่ยงชุดสั้นเลยเข่า และรัดรูปเกินเหตุ เพราะจะเผยให้เห็นโคนขาและเน้นสะโพกให้แลดูใหญ่มากขึ้น เลือกอำพรางรูปร่างด้วยชุดคอสูงและกว้าง เพื่อซ่อนสัดส่วนที่อวบอัด กระโปรงก็น่าจะเลือกแบบยาวคลุมเข่า จะช่วยปิดโคนขาให้เรียวเล็ก

ขอบคุณ "มือที่สาม"

ากถามว่าอุปสรรคของความ รักที่ก้าวผ่านไปยากที่สุดคืออะไร? ต่างคนก็คงต้องมีคำตอบต่างกัน

บ้างก็ว่า "ความห่างไกล" ที่กั้นไม่ให้เจอกันทุกวัน

บ้างก็ว่า "ครอบครัว" พ่อแม่พี่น้องไม่เห็นด้วยกับรักครั้งนี้

บ้างก็ว่า "มือที่สาม" ที่มาแทรกตรงกลาง

ในระหว่างสามอุปสรรค "มือที่สาม" อาจดูหนักที่สุด เจ็บ มากที่สุด ฝังใจนานที่สุด และไม่ว่าใครก็ตาม

ที่ เคยสูญเสียความรักไปเพราะมือที่สาม หรือแม้แต่กำลังจะสูญเสีย ความโกรธแค้นย่อมเกิด ความถือ

โทษโกรธ คนที่มาแย่งแฟนเรา ย่อมมี แต่ก็ไม่รู้จะมีใครฉุกคิดบ้างไหมว่า การสูญเสียความรักไปเพราะ

"มือที่สาม" นั้น เราไม่ควรโกรธ "มือที่สาม" แต่ควรขอบคุณมากกว่า

ขอบคุณที่ช่วยเข้ามาเป็นบททดสอบว่ารักเราเป็นรักแท้หรือ ไม่

ขอบคุณที่ช่วยเข้ามาเปิดเผยนิสัย ที่แท้จริงของคนที่เราคบอยู่ด้วยว่าเขามี "ยีนนอกใจ" ฝังอยู่ในตัว

เพราะถ้าเป็น "รักแท้" อย่าว่าแต่มือที่สามเลย ต่อให้เป็นมือที่สี่ มือที่ห้า ก็ไม่สามารถทำอะไรกับ

ความสัมพันธ์ของเราได้

เหมือนบ้านที่ปิดประตูแน่นหนา

เหมือนขวดน้ำที่มีฝาปิดล็อก

หากไม่มีการเปิดโอกาสให้คนอื่นเข้ามาแทรกแซง คนอื่นก็ย่อมไม่มีโอกาสนั้น

"มือที่สาม" จึงไม่ใช่ต้นเหตุของปัญหา "คนของเรา" ต่างหากที่ไม่ซื่อสัตย์ และเป็นต้นเหตุของปัญหา

มาถึงตรงนี้หาก ถามคำถามเดิมว่า อุปสรรคของความรักที่ก้าวผ่านยากที่สุดคืออะไร?

หลายคนอาจตอบตรงกันว่านั่นคือ "ความ ซื่อสัตย์" และหากมีคนขอให้พูดประโยคสุดท้ายก่อนที่จะ

สูญเสียความรักครั้งนี้ให้กับมือที่สามไป ก็สมควรที่จะพูดว่า "ดีใจที่เลิกกัน และขอบคุณมือที่สามที่มา

ดึงผู้ชายที่ ไม่รักดีคนนี้ออกไปจากชีวิต"

เทรนด์ทรงผม สำหรับหน้าร้อน 2010

Spring & Summer Hairstyle collestion 2010

เอา ทรงผมสวยๆมาฝากคุณสาวๆ กันอีกแล้ว เท รนด์ทรงผมโดดเด่นในปีนี้คือ ทรงผมดัดและทรงผมสั้น ผมดัดเป็นทรงผม ที่ทำให้รู้สึกว่ามีชีวิตชีวาและยังดูทันสมัยอีกด้วย ลอนผมที่ดูมีน้ำหนักและพริ้วไหวทำให้ดูเป็นธรรมชาติ การสร้างลอนใหญ่นิดๆที่ปลายผมแล้วทำให้ทิ้งน้ำหนักจะช่วยให้ใบหน้าของคุณดู เล็กลง และยังเผยให้เห็นถึงความสวยสดใสของคุณอีกด้วย และทรงผมสั้น เทรนด์ปีนี้จะดูอ่อนโยน นุ่มนวลยิ่งขึ้น ทำลอนผมให้ดูเบาสบาย เป็นทรงผมสั้นแบบพริ้วหวานเลยทีเดียว

เทรนด์ ทรงผม ผมดัด

เทรนด์ ทรงผม ผมดัด

ทรงผมดัด ผมลอนเป็นคลื่นดูมีเสน่ห์

เทรนด์ ทรงผม ผมยาว

เทรนด์ ทรงผม ผมยาว

ทรงผมดัด พริ้วไหวแบบธรรมชาติ

เทรนด์ ทรงผม ผมสั้น

เทรนด์ ทรงผม ผมสั้น

ทรงผมสั้น ดูเงางามและอ่อนไหว

เทรนด์ ทรงผม ผมสั้น

เทรนด์ ทรงผม ผมสั้น

ทรงผมสั้น จัดทรงแบบสบายๆเน้นที่ใบหน้าดูอ่อนโยน

เทรนด์ ทรงผม

เทรนด์ ทรงผม ผมดัด

ทรงผมดัด ลอนหลวมๆดูมีมิติ มีสไตล์แบบสบายๆ

วิธีถนอมสายตา..เมื่อใช้ คอมพิวเตอร์นานๆ

อาการที่นัยน์ตาถูกใช้งานอย่างหักโหม ได้แก่

การมองเห็น สี
หากลองมองไปที่อื่นหลังจากที่มองจอคอมพิวเตอร์ เป็นเวลานานๆ จะรู้สึกว่าการมองเห็นสีนั้นยากขึ้น ปรากฏการณ์นี้เกิดจากปริมาณของสีเคมีพิเศษที่อยู่ในจอตาหรือจอรับภาพลดลง อย่างไรก็ตามนัยน์ตาก็จะสร้างสีให้เกิดใหม่ได้ในไม่ช้า หลังจากที่สีเคมีดังกล่าวหายไปชั่วขณะหนึ่ง

การมองเห็นภาพซ้อน
กล้าม เนื้อตาจะรวมภาพที่จุดๆ หนึ่ง แต่เหมือนกับมีบางสิ่งมาอยู่ใกล้ๆ กับจุดโฟกัสนั้น เมื่อเราพยายามมอง ก็จะทำให้เกิดเป็นภาพซ้อน ซึ่งมักพบได้บ่อยๆ การเห็นภาพซ้อนบางครั้งก็ไม่รู้สึกหรือไม่เกิดขึ้นโดยตรง แต่จะรู้สึกปวดหัวหรือเกิดอาการล้านัยน์ตา หากเห็นภาพซ้อนอยู่เรื่อยๆ ควรปรึกษาจักษุแพทย์

ปัญหาในการโฟกัส
หากกล้ามเนื้อตาต้องถูกใช้ งานอย่างหนักโดยการทำงานซ้ำๆ เช่น เพื่อเลื่อนโฟกัสมองตามตัวอักษรที่พิมพ์ หรือกวาดสายตาตามตัวอักษรที่อ่านบนจอภาพ หรือการจ้องมองอยู่ที่โฟกัสเดิมเป็นเวลานานๆ ก็เป็นสาเหตุให้กล้ามเนื้อตาเกิดอาการล้าหรือตึงเครียด และอาจทำให้สายตาหรือกล้ามเนื้อตาเสื่อมลง ทำให้ความสามารถในการกำหนดโฟกัสของสายตาแย่ไปด้วย

อาการปวดหัว
เมื่อ ต้องใช้สายตาอย่างหนักในการจ้องมองจอคอมพิวเตอร์นานๆ อาจจะเกิดอาการปวดหัว พบมากที่บริเวณขมับ ซึ่งเกิดจากกล้ามเนื้อบริเวณคอและศีรษะเกิดความตึงเครียด อาการปวดหัวอาจไม่ได้เกิดจากความเมื่อยล้าของนัยน์ตาโดยตรง แต่เป็นผลข้างเคียงจากความพยายามจ้องมองในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม คนที่สายตาสั้นจะปวดหัวและมีอาการเมื่อยล้านัยน์ตาได้ง่าย

วิธีการถนอมสายตาเมื่อ ต้องใช้คอมพิวเตอร์
1.ควรเลือกจอภาพที่มีการกระจายรังสีต่ำเพื่อถนอมสายตา วิธีทดสอบง่ายๆ ทำได้โดยลองปิดสวิตช์จอภาพ แล้วเอามือหรือแขนไปจ่อไว้ใกล้ๆ จอภาพให้มากที่สุด จอภาพที่มีการกระจายรังสีต่ำจะแทบไม่รู้สึกถึงไฟฟ้าสถิตตามขนที่ผิว

2.ปรับแสงและความคมชัดของหน้าจอ คอมพิวเตอร์ให้รู้สึกสบายตา รวมทั้งความสว่างภายในที่ทำงาน ลดแสงสะท้อนรบกวน เช่น ปิดไฟดวงที่สะท้อนจ้าลงบนจอคอมพิวเตอร์ หากทำงานกับคอมพิวเตอร์ในสภาพแวดล้อมที่มีแสงจ้าและจอภาพมีความสว่างมาก ก็จะยิ่งส่งผลเสียต่อดวงตาได้ง่ายและรวดเร็ว จะรู้สึกว่ามีอาการปวดร้าวดวงตาเร็วและแสบตาอย่างรุนแรง

3.ตำแหน่งของจอภาพควรห่างจากดวงตาประมาณ 18-24 นิ้ว หรือประมาณช่วงแขนเอื้อม และปรับให้ต่ำกว่าระดับสายตาประมาณ 15-20 องศา หากระยะห่างระหว่างตากับจอภาพไม่สัมพันธ์กัน จะทำให้เกิดอาการเมื่อยล้าและปวดตาได้ง่าย

4.การใช้แผ่นกรองรังสีติดไว้ที่หน้าจอ คอมพิวเตอร์ แม้ว่าจะช่วยลดการกระจายรังสีจากจอคอมพิวเตอร์ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง แล้วแต่คุณภาพของสินค้า แต่อย่างน้อยๆ ก็ช่วยลดแสงจ้าจากจอคอมพิวเตอร์ลงได้

5.ทำความสะอาดหน้าจอคอมพิวเตอร์อยู่เสมอ เพราะฝุ่นจะทำให้เกิดการสะท้อนมากขึ้น

6.การ หยุดพักหรือเปลี่ยนตารางเวลาการทำงานใหม่ จะช่วยให้สายตาคลายความเมื่อยล้าจากการจ้องเพ่งคอมพิวเตอร์ได้ The National Institute of Occupational Safety and Health (NIOSH) แนะนำให้หยุดพักสายตาครั้งละ 15 นาทีทุกๆ 2 ชั่วโมง ผู้เชี่ยวชาญบางคนก็แนะนำว่าควรจะหยุดพักบ่อยๆ โดยแต่ละครั้งใช้เวลาเพียงเล็กน้อย เช่น พักสายตาทุก 30 นาที โดยหลับตาหรือมองไปไกลๆ สัก 5-10 นาที แล้วจึงเริ่มทำงานต่อไป ก็จะช่วยถนอมสายตาได้

7.อาจใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ วางไว้บนเปลือกตา และหลับตาสัก 2-3 นาที หรือจะให้ดีกว่านั้นก็คือ ปิดไฟ นอนพักสักครู่ (ถ้าไม่มีปัญหากับหัวหน้างาน)

8.สำหรับผู้ที่ใส่คอน แท็กเลนส์ อาจจะเกิดอาการตาแห้งเพราะขาดน้ำหล่อเลี้ยง เพราะห้องที่มีคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่ ก็มักจะมีเครื่องปรับอากาศอยู่ด้วย เมื่อบวกกับความร้อนจากเครื่องคอมพิวเตอร์ จะทำให้อากาศแห้ง การหยอดน้ำตาเทียมจะช่วยได้

9.ควรกะพริบตาให้บ่อยครั้งกว่าปกติ เพื่อให้มีน้ำหล่อเลี้ยงดวงตาอยู่เสมอ ภายใน 10 วินาที ลองพยายามกะพริบตาสัก 1-2 ครั้ง จะช่วยลดความอ่อนล้าของสายตาได้มาก

10.ผู้ที่ใส่คอนแท็กเลนส์ และมีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป ซึ่งใช้คอมพิวเตอร์เป็นประจำ ควรตรวจเช็กสุขภาพตาบ้าง

Google TV มาแล้วจ้าๆๆๆๆ สดๆๆ ร้อนๆ

Google ยักษใหญที่น่ากลัว และใหญ่กว่าที่หลายๆคนคิด โดยมีอัตราการเจริญเติบโตแบบก้าวกระโดด หลังจากเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา Google ตัดสินใจโดดลงมาร่วมในตลาด PDA Phone กับระบบปฎิบัติการ แอนดรอยด์ ซึ่งผลออกมาก็ถือว่าประสบความสำเร็จในระดับที่น่าพอใจ จนถึงขั้นดี แต่ในตอนนี้ Google เองก็กำลังรุกคืบคลานเข้าไปสู่ตลาดรายการ TV ปกติเรียบร้อยแล้ว ในขณะที่บ้านเรากำลังประกาศเคอร์ฟิว ห้ามออกนอกบ้าน แต่ทางต่างประเทศก็เปิดตัว Google TV ซึ่งเป็นบริการและอุปกรณ์ใหม่ของทาง Google ซึ่งมีข่าวมาอยู่เป็นระยะๆ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง Sony , Intel และ Google โดยผ่านทาง Box การเชื่อมต่อที่เรียกชื่อว่า เซตทอปบ๊อกซ์ ซึ่งจะเป็นการเชื่อมต่อให้ TV สามารถรับชมรายการ TV ทางอินเตอร์เน็ตได้ โดยมีเมนูและอินเตอร์เฟสที่จะแสดงบนหน้าจอ TV เมื่อไรก็ตามที่เราอยากค้นหาเรื่องราว รวมถึงรายละเอียดเรื่องใดเรื่องหนึ่งก็สามารถ พิมพ์ข้อความลงในช่องค้นหา เพื่อค้นหาหนังที่เกี่ยวข้องขึ้นมา เช่นชื่อเพลง ชื่อดารา ชื่อนักร้อง หรืออะไรก็ตามที่เกี่ยวข้อง

ตัวอุปกรณ์ Google TV นั้นจะประกอบไปด้วยตัวเครื่อง Keyboard และการเชื่อมต่อทาง WiFi โดยมีช่องเสียบต่อ TV ทาง HDMI และใช้ Processor CE4100 นอกจากนั้นมันยังสามารถเชื่อมต่อทำงานร่วมกับ แอนดรอยด์ได้อีกด้วย โดยหาเราใช้ PDA Phone ที่เป็นระบบปฎิบัติการ แอนดรอยด์ ก็จะสามารถใช้งานเป็นรีโมทควบคุมได้อีกต่างหาก เช่น Voice Search การทำงานของกล่อง Google TV นั้นทำงานบนพื้นฐานของระบบปฎิบัติการ แอนดรอยด์ และ Chrome ซึ่งทำหน้าที่เป็น Browser รองรับการทำงาน Flash แบบเต็มรูปแบบ มี Market สำหรับการ Dowload App มาเพิ่มเติมได้ หาก App นั้นๆไมได้บังคับการทำงานว่าจะต้องเป็น Phone การควบคุมการทำงานสามารถใช้ข้ามแพลตฟอร์มกับเครื่องแบบอื่นๆได้ รวมถึง iPhone



Google TV จะเป็นเครื่องรับที่มี อินเตอร์เฟสของตนเอง คล้ายๆกับกล่องเคเบิ้ล TV โดยเปลี่ยนเมนูเลือกช่องต่างๆที่เราคุ้นเคยกลายเป็นช่อง Search เพื่อค้นหา Content รายการ TV ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรูปแบบของ Google TV นั้นจะมีสองรูปแบบด้วยกัน คือเป็นแบบ TV เลย และเป็นแบบ Box ที่นำมาต่อเพิ่ม Google มองว่า TV นั้นเป็นอุปกรณ์ที่เข้าถึงได้ง่ายมาก แต่มันยังไม่ฉลาดพอ เพราะมีข้อมูลและ Content จำกัด แต่สำหรับโลกอินเตอร์เน็ตแล้ว มีแทบทุกอย่างที่อัพเดทและทุกอย่างที่สดแปลกใหม่อย่างที่เราไม่สามารถหาได้ ใน TV ปกติ แต่การแสดงผลหน้าจอก็ยังมีข้อจำกัด การรับชมต้องผ่านทางเครื่องคอมพิวเตอร์ ดังนั้นหากทำลายจุดจำกัดของอุปกรณ์ทั้งสองฝั่งและเชื่อมใให้มันเป็นหนึ่ง เดียวก็จะกลายเป็นนวัตกรรมใหม่ที่ไร้ขีดจำกัด

ซึ่งการรุกข้ามสมรภูมิ ของ Google ในครั้งนี้ก็เพราะว่าตัวเลขของผู้ชมรายการ TV ทั่วโลกนั้นเป็นตัวเลขที่น่าดึงดูดใจเป็นยิ่งนัก เพราะมีประชากรที่เป็นผู้ชมรายการ TV ทั่วโลกมากถึง 4 พันล้านคน มูลค่าตลาดโฆษณาทีวีทั่วโลกที่สูงถึง 7 หมื่นล้านเหรียญฯ ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีที่ Google จะเข้าไปในธุรกิจนี้เพื่อขายโฆษณาในรูปแบบต่างๆบน Google TV นับว่าเป็นก้าวใหม่ที่น่ากลัว และไม่เคยคิดว่า Google จะโดดลงมาถึงตลาดนี้ ซึ่งมองไปแล้วก็คงจะเป็นไอเดียคล้ายๆกับทาง ไมโครซอฟท์ที่เคยทำมาแล้วนั่นเอง อีกหน่อยก็คงไปตลาดด้านอื่นต่อ ที่เกี่ยวข้องและเกื้อหนุนกัน เช่น วงการสิ่งพิมพ์ วิทยุ และอื่นๆอีกมากมาย

+++ Hamster +++

+++ Playlist +++


MusicPlaylistRingtones
Create a playlist at MixPod.com

+++ coming soon +++