วันเสาร์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
6 วิธี ทำให้ตัวเองดูเป็นคนฉลาด
คนคุณภาพ
ทำตัวเองให้ดูเป็นคนมีคุณภาพ โดยเริ่มจากรับผิดชอบงานที่ตัวเองได้รับมอบหมายให้ดีซะก่อน แล้วค่อยคิดที่จะยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือคนอื่น
ฉลาด อย่างถูกต้อง
หากเราต้องการให้คนอื่นมองว่าเรา เป็นคนฉลาด อย่าทำผิดศีลธรรมเป็นอันขาด ไม่ใช่เพราะโกงหรือหลอกลวงคนอื่นว่าเราฉลาด เพราะความฉลาดต้องมาจากความฉลาดอย่างถูกต้องเท่านั้น ถึงจะเรียกได้ว่าเป็นความฉลาดที่ยั่งยืน
อัพเด ทข่าวใหม่เสมอ
ติดตามข้อมูลข่างสารใหม่ๆ อย่างสม่ำเสมอ อ่านหนังสือพิมพ์ให้มากกว่า 1 ฉบับต่อวัน ถ้าเป็นไปได้ยามว่างก็ลองหานิตยาสารดีๆซักเล่มมานั่งอ่าน ให้หัวสมองได้ทำงานบ้าง
ใช้ เหตุผล...และคิดก่อนทำ
เคยเห็นคนโกรธ โมโหร้าย ใช้แต่อารมณ์โดยไม่ฟังเหตุผลหรือเปล่า สถาพคงไม่น่ามองแน่ๆ แล้วถ้าเป็นเรา เราจะทำอย่างนั้นหรอ อย่าลืมซะว่า เหตุผล มาก่อนอารมณ์มันดีกว่าเป็นไหนๆ คนฉลากที่ไหนเค้าก็ทำกันทั้งนั้น ถ้างั้นก็ขึ้นอยู่กับตัวเราแล้วล่ะว่า จะเลือกที่จะฉลาด หรือโง่ ล่ะ
nobody's perfect
เตือนตัวเองอยู่เสมอว่าnobody's perfectจงรู้จักที่จะเรียนรู้จากความผิด พลาดที่ผ่านมา เพื่อใช้เป็นสิ่งเตือนความจำ น้องๆเคยได้ยิน คำว่า “ผิดเป็นครู” หรือเปล่าจ๊ะ นั่นแหละ เค้าต้องการจะสอนว่า ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจะสอนเราให้เราเก่งและฉลาดขึ้น เพื่อพร้อมจะเผชิญหน้าต่ออุปสรรค์ต่างๆ
ไม่ เหมือนใคร
คิดซะว่า ตัวเรามีแค่คนเดียวไม่ซ้ำใคร อย่าเอาตัวเองไปเปรียบกับคนอื่น ข้อดีข้อเสีย จุดด้อยจุดเด่น ของแต่ละครย่อมไม่เหมือนกันอีกเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นเป็นตัวของตัวเองกันดีกว่า ลองดึงจุดเด่น และข้อดี ของตัวเราออกมาใช้ดูซิ แล้วจะพบว่า ตัวเองมีค่าขึ้นอีกเยอะเลย
4 วิํธีดับร้อนจากท่าน ว.วชิรเมธี
วันนี้พี่นัทมีธรรมะดีๆ จากท่าน ว.วชิรเมธี มาดับร้อนในใจกันจ้า
พร 4 ข้อ ดับความร้อนใจของท่าน ว.วชิรเมธี
ใครที่ไม่ได้ไปนั่งฟังการบรรยายธรรมะโดยท่าน ว.วชิรเมธี ท่านได้ให้พร 4 ข้อ ดังนี้
1. อย่าเป็นนักจับผิด
คนที่คอยจับผิดคนอื่น แสดงว่า หลงตัวเอง ว่าเป็นคนดีกว่าคนอื่น ไม่เห็นข้อบกพร่องของตนเอง
"กิเลสฟูท่วมหัว ยังไม่รู้จักตัวอีก"
คนที่ชอบจับผิด จิตใจจะหม่นหมอง ไม่มี โอกาส "จิตประภัสสร" ฉะนั้น จงมองคน มองโลกในแง่ดี
"แม้ในสิ่งที่เป็นทุกข์ ถ้ามองเป็น ก็เป็น สุข"
2. อย่ามัวแต่คิดริษยา
"แข่งกันดี ไม่ดีสักคน ผลัดกันดี ได้ดีทุกคน"
คนเราต้องมีพรหมวิหาร 4 คือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา
คน ที่เราริษยาเป็นการส่วนตัว มีชื่อว่า "เจ้ากรรมนายเวร" ถ้าเขาสุข เราจะทุกข์ ฉะนั้น เราต้อง ถอดถอน
ความริษยาออก จากใจเรา เพราะไฟริษยา เป็น "ไฟสุมขอน" (ไฟเย็น) เราริษยา 1 คน เราก็มีทุกข์ 1 ก้อน
เราสามารถถอดถอนความ ริษยาออกจากใจเราโดยใช้วิธี "แผ่เมตตา" หรือซื้อโคม มา แล้วเขียนชื่อคนที่เราริษยา แล้วปล่อยให้ลอยไป
3. อย่าเสียเวลากับ ความหลัง
90% ของคนที่ทุกข์ เกิดจากการย้ำคิดย้ำทำ "ปล่อยไม่ลง ปลงไม่เป็น"
มนุษย์ที่สลัดความหลัง ไม่ออก เหมือนมนุษย์ที่เดินขึ้นเขาพร้อมแบกเครื่อง เคราต่างๆ ไว้ที่หลังขึ้นไปด้วย
ความทุกข์ที่เกิดขึ้นแล้ว จงปล่อยมันซะ" อย่าปล่อยให้คมมีดแห่งอดีต มากรีดปัจจุบัน"
"อยู่กับปัจจุบันให้เป็น" ให้กายอยู่กับ จิต จิตอยู่กับกาย คือมี "สติ" กำกับตลอดเวลา
4. อย่าพังเพราะไม่ รู้จักพอ
ทุกอย่างต้องดูคุณค่าที่ แท้ ไม่ใช่คุณค่าเทียม เช่น คุณค่าที่แท้ของนาฬิกาคืออะไร คือไว้ดูเวลา ไม่ใช่มีไว้ ใส่เพื่อความโก้หรู
คุณ ค่าที่แท้ของโทรศัพท์มือถือคืออะไร คือไว้สื่อสาร แต่องค์ประกอบอื่นๆ ที่เสริมมาไม่ใช่ คุณค่าที่แท้ ของโทรศัพท์
เราต้องถามตัวเองว่า "เกิดมาทำไม" "คุณค่าที่แท้จริงของการเกิดมาเป็นมนุษย์อยู่ตรงไหน" ตามหา "แก่น" ของชีวิตให้เจอ
คำว่า "พอดี" คือถ้า "พอ" แล้วจะ "ดี" รู้จัก "พอ" จะมีชีวิตอย่างมีความสุข
ท่านที่ได้รับโปรดส่งต่อไปให้แก่คนที่ท่านรักแลปรารถนาดี เป็นบุญเป็นกุศลยิ่งนัก
สัพพะ ทานัง ธัมมะธานัง ชินาติ
'การใ ห้ธรรมะเป็นทาน ชนะการให้ทั้งปวง'
จงดลบันดาล ให้ท่านและครอบครัว จงประสบแต่ความสุข ความเจริญ ด้วยอายุ วรรณะ สุขะ พละ
และปฏิภาณธนสารสมบัติทุกประการ
เก้าอี้ แห่งชีวิต Chairs of Life
เคยเสียสละอะไรบ้าง
ข้อดีที่ทุกครั้งได้ลองเสียสละดูคือ ความอิ่มเอมที่เราได้ลงแรงทำเพื่อคนอื่น แอบภูมิใจอยู่เล็กๆ ว่า เราเองก็สร้างประโยชน์ได้เหมือนกัน
ทุกคนมักมองความสุขว่าเป็น สิ่งที่ได้รับมา เช่น มีคนมาให้ของเรา,มาช่วยเหลือเรา,มาสนใจเรา นั่นคือความสุข แต่ความสุขก็สามารถเกิดขึ้นได้ แม้ในยามที่เรากำลังหยิบยื่นให้ผู้อื่น
การ ให้ แทบจะมีความหมายเดียวกับ การเสียสละ เมื่อใดก็ตามที่เราพยายามเพื่อคนอื่น สิ่งนั้นก็จะมีค่าตั้งแต่เจตนาของเราแล้ว
ความสุข ความสบายที่ต้องลดทอนลงไป เราสามารถแปรเปลี่ยนให้เกิดเป็นความเสียสละได้ อยากให้ความต้องการที่แบ่งเบาช่วย เหลือผู้อื่น อยู่ในความคิดและหัวใจของน้องๆ ทุกคน เพราะเรี่ยวแรงเล็กๆ จากเรา 1 คน ถ้ารวบรวมเข้าด้วยกันได้ ก็จะกลายเป็นพลังของการเสียสละที่ยิ่งใหญ่และมีอานุภาพสูง สามารถช่วยเหลือผู้คน สังคม หรือส่วนรวมได้
การสละความสุข ผลประโยชน์ หยาดเหงื่อแรงกาย-ใจเพื่อส่วนรวม ยิ่งมีค่ากว่า เพราะผลที่ได้รับจะไม่ตกอยู่ที่คนๆ เดียว แต่จะหลั่งไหลไปสู่คนจำนวนมาก
| |
อีกเหตุการณ์หนึ่ง เมื่อเกิดการโต้แย้งถกเถียงและต่างฝ่ายอยากมุ่งแต่จะทำร้าย ทำลาย เพื่อจะแย่งชิงเอาชนะกัน
การเสียสละดูจะเป็นเรื่องที่ควรหยิบยกนำมาใช้ ความบาดหมางต่างๆ บางเรื่องอาจไม่ไต้องผู้ชนะหรือผู้แพ้ เราสามารถที่จะเสมอได้ ปัญหา ที่ยุติลงได้จริงนั่นล่ะคือ ผลเสมอ
และฝ่ายที่เสียสละก็ไม่สมควร ที่จะถูกตีตราว่าเป็นฝ่ายพ่ายแพ้
แต่ การ สละสิ่งใดๆ ใช่เพียงการ ให้แบบไม่ลืมหู ลืมตา เรื่องของสิทธิ์ส่วนตัวที่พึงได้รับของเรา ก็สำคัญด้วยเช่นกัน การเสียสละจนเสียจุดยืนหรือกลายเป็นความ ยากเย็นฝืนใจ จะเหมือนสิ่งที่เบียดเบียนตนเองมากกว่า
เป็นอีกคำที่ พี่มิ้งชอบ เพราะเมื่อใดก็ตามเกิดคำนี้ขึ้นมา สิ่งตามมาล้วนเป็นไปในทางบวกแทบทั้งนั้น น้องๆ ลองสละแรง สละเวลา สละสิ่งของหรืออะไรก็ตาม ที่สามารถสละได้ โดยไม่เบียดเบียนตัวเองและผู้อื่นดูบ้างสิครับ อาจจะสัมผัสความสุขจากการให้ หลังจากการเสียสละก็ได้นะ
| |
ระวังตาบอด เพราะคอนแทคเลนส์แฟชั่น
ระวังตาบอด เพราะคอนแทคเลนส์แฟชั่น
ระวังตาบอด เพราะคอนแทคเลนส์แฟชั่น (momypedia)
โดย: Olivier
"จักษุแพทย์เตือนอย่าทดลองใส่คอนแทคเลนส์ตามแฟชั่น ดูแลไม่ดีมีสิทธิติดเชื้อจนตาบอด"
คอนแทคเลนส์ เมื่อก่อนเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ปรับสายตาสำหรับผู้มีปัญหาสายตาเท่านั้น แต่ปัจจุบันกลายเป็นแฟชั่นบนดวงตาที่นิยมกันมากในหมู่วัยรุ่น ไม่ว่าจะเป็น คอนแท็กต์เลนส์ที่ใส่แล้วปรับสีดวงตาเป็นสีต่างๆ ได้ดังใจ ไม่ว่าจะเป็นสีน้ำตาล เทา ฟ้า เขียว หรือคอนแท็กต์เลนต์บิ๊ก อายส์ ที่ใส่แล้วดวงตาจะกลมโต ดูแล้วคิกขุ อาโนเนะ
การ ซื้อหาคอนแทคเลนส์เหล่านี้ง่ายกว่าแต่ก่อนมาก ไม่ใช่มีเฉพาะร้านขายแว่นเท่านั้น สามารถพบเห็นได้ที่แผงลอยตามแหล่งแฟชั่น หรือสั่งซื้อตามอินเตอร์เน็ต ราคาก็มีให้เลือกตั้งแต่หลักร้อยจนถึงหลักพัน
อย่าง ไรก็ดี การซื้อคอนแท็กต์เลนส์มาใส่เองเป็นเรื่องที่อันตรายมาก แพทย์เตือนว่าคนสายตาปกติไม่ควรใส่คอนแท็กต์เลนส์ ไม่ว่าจะด้วยจุดประสงค์อะไรก็ตาม ควรคำนึงว่าคอนแท็กต์เลนส์เป็นสิ่งที่ต้องสัมผัสกับดวงตาของเราโดยตรง เพราะดวงตาองเราเป็นสิ่งที่บอบบางมาก อาจทำให้เกิดปัญหาเคืองตา คันตา ตาเป็นแผล และอาจติดเชื้อหากรักษาความสะอาดไม่ดีพอ
ทั้งนี้ นพ.วิชัย ประสาทฤทธา ภาควิชาจักษุวิทยา รพ.รามาธิบดี กล่าวว่า หากมีการดูแลรักษาความสะอาดของคอนแทคเลนส์ตามคำแนะนำอย่างถูกต้อง อันตรายต่างๆ ก็จะไม่มี แต่ในกรณีที่ผู้สวมใส่ไม่ได้ปฏิบัติตามคำแนะนำเรื่องการรักษาความสะอาด โดยเฉพาะการสวมใส่คอนแทคเลนส์ในเวลานอนหลับ ทำให้ดวงตาได้รับออกซิเจนน้อยลง และออกซิเจนจะไปเลี้ยงกระจกตาได้น้อยกว่าปกติ จึงเกิดการติดเชื้อขึ้น และเนื่องจากเป็นเลนส์สัมผัสทำให้อาการติดเชื้อมีความรุนแรงและลุกลามอย่าง รวดเร็วจนถึงขั้นทำให้ตาบอด
การสวมใส่คอนแทคเลนส์ที่เหมาะสม
อย่าง ไรก็ตาม ในปัจจุบันมีการโฆษณาว่าน้ำยาทำความสะอาดคอนแทคเลนส์บางชนิดมีคุณสมบัติเป็น ทั้งน้ำยาล้างทำความสะอาด สลายคราบโปรตีน และแช่ฆ่าเชื้อ ซึ่งประสิทธิภาพของน้ำยาดังกล่าวจะไม่ดีเท่ากับการใช้น้ำยาแยกเฉพาะในการทำ ความสะอาดแต่ละขั้นตอน เป็นเพียงกลยุทธ์การโฆษณาทางการตลาดของผู้ประกอบการเท่านั้น จึงแนะนำให้แยกใช้น้ำยาทำความสะอาดแต่ละขั้นตอน เพื่อยืดอายุการใช้งานคอนแทคเลนส์ และป้องกันการติดเชื้อ
โดย คอนแทคเลนส์รายเดือนนั้นมีอายุการสวมใส่ 1- 1 เดือนครึ่งขึ้นอยู่กับการดูแลทำความสะอาด หากไม่รักษาความสะอาดให้ดีเพียงแค่ 2 สัปดาห์ก็อาจจะมีสิ่งสกปรกตกค้างจนต้องเปลี่ยนคู่ใหม่ แต่หากรักษาความสะอาดเป็นอย่างดีก็จะทำให้อายุการใช้งานนานขึ้นไปด้วย
สำหรับ ผู้ที่ใช้คอนแทคเลนส์เป็นประจำ หากมีอาการมองเห็นภาพพร่ามัว เคืองตา ตาแดง ให้เอาคอนแทคเลนส์ออกจากดวงตาและไปพบจักษุแพทย์ทันที เพราะอาจเกิดอาการติดเชื้อ และลุกลามจนถึงขั้นตาบอดได้
ข้อแนะนำ สำหรับผู้ใส่คอนแทคเลนส์แฟชั่น
"สำหรับคอนแทคเลนส์แฟชั่น ที่เป็นที่นิยมของวัยรุ่นในการสวมใส่นั้น แม้ตัวคอนแทคเลนส์จะไม่มีอันตรายใดๆ แต่ผู้สวมใส่ต้องดูแลให้ถูกต้อง และไม่ควรจะทดลองสวมใส่หากไม่มีความจำเป็น เพราะคอนแทคเลนส์ไม่เหมือนเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่จะทดลองสวมใส่เปลี่ยนไป ตามแฟชั่น เนื่องจากเป็นสิ่งที่สัมผัสกับดวงตาหากดูแลไม่ดีอาจจะเกิดผลเสียต่อดวงตาตาม มา ที่สำคัญห้ามผู้สวมใส่คอนแทคเลนส์ทุกชนิด ใส่คอนแทคเลนส์นอนหลับอย่างเด็ดขาด"
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
โซนี่ไทยเปิดตัว VAIO P รุ่นใหม่ล่าสุด สัมผัสประสบการณ์ใหม่ กับฟังก์ชั่นใช้งานสบายเพียงปลายนิ้ว
สัมผัสประสบการณ์ใหม่จากการใช้งาน VPCP115KG ที่สะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วย Mobile Grip Style ที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้สามารถใช้งานได้ง่ายขึ้นในทุกการเคลื่อนไหว นอกจาก Stick Pointer ที่อยู่ตรงกลางคีย์บอร์ดแล้ว ยังมี Touch Pad พิเศษ และปุ่ม Mouse ที่อยู่ด้านข้างหน้าจอทั้ง 2 ข้าง ช่วยให้คุณใช้งานได้เพียงปลายนิ้ว
นอกจากนั้น VAIO P รุ่นใหม่ ยังติดตั้ง accelerometer ระบบเซ็นเซอร์ที่จะตอบสนองการเคลื่อนไหวในมุมต่าง ๆ ของเครื่อง เมื่อพลิกด้านของ VAIO จากแนวนอนเป็นแนวตั้ง หน้าจอก็จะหมุนปรับให้ ซึ่งทำให้ง่ายในการอ่านเอกสาร หรือหน้าเว็บที่เป็นแบบแนวตั้ง และปุ่มเมาส์ที่อยู่ด้านล่างจะกลายเป็นปุ่มเปลี่ยนหน้าให้ทันที เมื่อใช้งานในแนวตั้ง เหมือนคุณถือหนังสืออ่านอยู่ช่วยปรับหน้าจอให้สามารถหมุนหน้าจอได้เพื่ออ่าน หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ได้สะดวกโดยการพลิกตัวเครื่อง หรือช่วยให้ backward หรือ forward เว็บเพจได้โดยการเอียงเครื่องไปทางซ้ายหรือขวาเท่านั้น และทัชแพดที่บริเวณขอบจอด้านขวาและปุ่มเมาส์คลิกซ้ายขวาที่ขอบจอด้านซ้าย ช่วยให้ผู้ใช้สามารถใช้งานเพียงแค่
ขยับข้อมือ ก็สามารถเลื่อนดูรูปถ่าย เปลี่ยนหน้าเอกสาร หรือย้อนกลับไปหน้าเว็บที่ต้องการได้ทันที VAIO P รุ่นใหม่ มีดีไซน์ที่สวยงามพร้อมทั้งใช้งานง่าย ด้วยคีย์บอร์ดขนาดพอเหมาะสำหรับการพิมพ์ ร่วมกับหน้าจอที่สว่าง และกว้างเป็นพิเศษที่สามารถดูหน้าเว็บพร้อมกันได้ 2 หน้า เสริมด้วย ambient light sensor ที่จะตรวจระดับแสงรอบข้างแล้วหรี่ความสว่างหน้าจอโดยอัตโนมัติ เพื่อถนอมสายตาและประหยัดพลังงานของแบตเตอรี่
นอกจากนี้ยังมีปุ่มพิเศษต่างๆ เริ่มด้วยปุ่ม “WEB” สำหรับการเข้าสู่หน้าเว็บได้ทันทีแม้จะปิดเครื่องไปแล้ว โดยไม่ต้องบูทเข้า Windows® หรือ ปุ่ม ”ASSIST” ที่กดเพียงครั้งเดียวก็สามารถเข้าสู่โปรแกรม VAIO Care เพื่อทำการตรวจสอบ ดูแลรักษา VAIO ให้พร้อมใช้งานได้ดีอยู่เสมอ ปุ่มสุดท้าย “Resolution Change Button” เพียงกดก็สามารถเปลี่ยนความละเอียดหน้าจอจาก 1600 x 800 เป็น 1280 x 600 เพื่อมุมมองที่สบายตามากขึ้น
VAIO P ใหม่รุ่น VPCP115KG ทุกสี และอุปกรณ์เสริมสีสันสดใสเข้าชุด พร้อมวางจำหน่ายตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคม ศกนี้ เป็นต้นไป ด้วยราคา 39,900 บาท สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ข้อมูลโซนี่ โทร 0-2715-6100หรือ VAIO Mania Club Website , Sony Style Online Store
สื่อมวลชนสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ แผนกประชาสัมพันธ์ บ.โซนี่ ไทย จ.ก. ธีรเดช พฤกษวนานนท์ โทร. 0-2715-6298 Teeradej.pr@ap.sony.com
วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
การเปลี่ยนแปลง

ในหลายๆ ครั้งที่เราจำเป็นต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
แต่ก่อนที่การเปลี่ยนแปลงนั้นจะมาถึง สิ่งที่ถึงตัวเราก่อนมักจะเป็นความกลัว
กลัวที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลง ทั้งที่บางทีเราก็ไม่ทราบว่า
ฉากต่อไปของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะเป็นอย่างไร
เคยอ่านเจอเรื่องสั้นเรื่องหนึ่ง แต่หาต้นฉบับไม่เจอแล้ว
เล่าถึงเรื่องราวของหญิงสาวคนหนึ่งที่ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองเล็กๆ เมืองหนึ่ง
หล่อนอาศัยอยู่ในบ้านหลังเล็กนี้มานานตั้งแต่เด็ก หน้าบ้านของหล่อนมีต้นไม้
ใหญ่แผ่กิ่งก้านสาขา จนทำให้บริเวณนั้นดูร่มรื่นเป็นพิเศษ
และแล้ววันหนึ่งเมื่อต้นไม้นั้นพ่ายแพ้แก่กาลเวลา
กิ่งก้านที่เคยร่มเย็นกลับก่อให้เกิดความยุ่งยากขึ้น
เมื่อมันหักและหล่นใส่บ้านข้างเคียงบ่อยๆ จนกระทั่ง
เป็นปัญหาถึงขั้นที่จะต้องโค่นล้มต้นไม้ใหญ่นั้นทิ้ง
หลังจากหญิงสาวทราบว่าไม่สามารถจะคงต้นไม้นี้ไว้ได้
หล่อนถึงกับกังวลถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมา
ต่อไปนี้ จะเอาร่มเงาจากไม้ใหญ่ที่ไหนคอยกำบังแดดฝน
ไม่มีภาพที่เคยมีอีกแล้ว ยามมองออกไปนอกหน้าต่าง ยิ่งคิดไปต่างๆ นานา
ก็ยิ่งให้รู้สึกเสียดายไม้ใหญ่นั้น ยิ่งวันที่ต้องตัดต้นไม้นั้น
หล่อนได้ยินคำพูดจากเพื่อนของเธอที่ต้องการปลอบใจว่า
“อย่าเสียดายกับสิ่งที่เสียไป จงตื่นเต้นและยินดีกับสิ่งที่กำลังจะตามมา”
แน่นอนว่าตอนนี้ไม่มีคำพูดใดๆ เจาะไชเข้าไปถึงตัวเธอๆ ได้
วันเวลาผ่านไปเป็นสัปดาห์ ชีวิตของเธอหลังต้นไม้ใหญ่ถูกโค่นเริ่มเปลี่ยนแปลง
ทุกเช้าที่เธอตื่น เธอจะได้รับแสงแดดส่องเข้ามาในบริเวณห้องของเธอ
จนทำให้วันนั้นเกิดรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นทันที เธอได้บริเวณบ้านมากขึ้น
สำหรับปลูกไม้ดอกที่อยากจะปลูกมานาน
เธอกลับเริ่มรู้สึกดีๆ กับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
มันไม่ได้แย่ไปอย่างที่เธอคาดไว้เสียทีเดียว ถ้าต้นไม้ใหญ่นั้นไม่ถูกโค่นลง
วันนี้เธอคงไม่ได้เห็นภาพเด็กๆ วิ่งขึ้นลงรถรับส่งโรงเรียนอย่างร่าเริง
ในอีกมุมตึกถัดไปอย่างชัดเจนเช่นนี้
ตอนนี้เธอเข้าใจกับคำว่า
“อย่าเสียดายในสิ่งที่เสียไป แต่จงตื่นเต้นและยินดีกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น”
เรื่องนี้บางทีคงถ่ายทอดได้ไม่ดีเท่าต้นฉบับ แต่ตอนอ่าน
พออ่านจบแล้วรู้สึกว่ามันเป็นความจริงที่ส่วนมากแล้ว
เรามักจะกลัวการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น ทุกอย่างมันอยู่ที่ความคิดจริงๆนะ
คนเรามักกลัวที่จะเข้าไปในห้องมืด ทั้งที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าในห้องนั้นมีอะไรบ้าง
แต่ไอ้ที่กลัวๆ อยู่น่ะมันอยู่ในความคิดทั้งนั้น
อย่างบางคนก็กลัวที่จะสูญเสียคนรักไป ทั้งๆ ที่ก็ไม่ได้มองหรอกนะว่าไอ้ที่กอดๆอยู่น่ะ
มันเหมาะมันดีกับเราแล้วจริงหรือ กลัวว่าต่อไปถ้าขาดเขาหรือเธอไปชีวิตจะเป็นยังไง
เดินห้างคนเดียว ไปไหนมาไหนคนเดียว กลัวเจอคนที่แย่กว่าเดิม
อะไรก็ตามที่คุณกลัวและคิดไปเรื่อย จนทำให้คุณกลัวที่จะเปลี่ยนแปลง
จนบางทียอมที่จะทนกับสิ่งที่ทำให้ชีวิตคุณ แย่ลงไปยิ่งกว่าการเปลี่ยนแปลง
คุณลองมองในอีกมุมที่หญิงสาวคนในเรื่องไม่ได้มองดูสิ มุมมองที่เป็นบวกกับชีวิตคุณ
มุมมองที่จะทำให้คุณ ก้าวต่อไปได้ด้วยความตื่นเต้นและยินดี
“อย่าเสียดายในสิ่งที่เสียไป แต่จงตื่นเต้นและยินดีกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น”
เทคนิค การแต่งกาย อำพรางหุ่น
ควรหลีกเลี่ยงชุดที่มีสายคล้องคอและแขนเว้า เพราะจะยิ่งเน้นความใหญ่ไปยังหน้าอกคุณมากขึ้น ควรเลือกใส่ชุดคอกว้างเนื้อผ้าพลิ้ว ไม่แนบเนื้อจะดีกว่านะคะ
หลีกเลี่ยงชุดราตรีสั้นทรงตรง เพราะจะยิ่งทำให้คุณมองไม่เห็นส่วนเว้าส่วนโค้ง ชุดที่เหมาะกับคุณควรเป็นชุดคอวี เผยให้เห็นเนินอกแลดูเซ็กซี่นิดๆ ชายกระโปรงมีพู่ฝอยยาวคลุมเข่า เพื่ออำพรางช่วงขาที่ล่ำสันให้ดูเป็นผู้หญิงมากขึ้น
สาวอกเล็ก
ถ้าคุณเป็นหนึ่งในสาวอกเล็ก ควรเก็บเสื้อคอเหลี่ยมกระโปรงทรงกระบอกลงกล่องเข้ากรุได้เลยค่ะ เพราะชุดลักษณะนี้ยิ่งทำให้หน้าอกคุณแบนกว่าความเป็นจริง และยังทำให้คุณไม่มีทรวดทรงด้วย หยิบชุดคอวี เนื้อผ้ารัดรูปเน้นส่วนเว้าส่วนโค้ง แล้วเลือกชุดชั้นในแบบดันทรง เพื่อเน้นเนินอกให้ดูอวบอิ่ม
สาวร่างอวบ
สาวเจ้าเนื้อ ควรหลีกเลี่ยงชุดสั้นเลยเข่า และรัดรูปเกินเหตุ เพราะจะเผยให้เห็นโคนขาและเน้นสะโพกให้แลดูใหญ่มากขึ้น เลือกอำพรางรูปร่างด้วยชุดคอสูงและกว้าง เพื่อซ่อนสัดส่วนที่อวบอัด กระโปรงก็น่าจะเลือกแบบยาวคลุมเข่า จะช่วยปิดโคนขาให้เรียวเล็ก
เทรนด์ทรงผม สำหรับหน้าร้อน 2010
+++ Hamster +++
+++ Playlist +++
Create a playlist at MixPod.com

