วันอาทิตย์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ภาพน่ารักๆ และความหมายดีๆ

ค้นพบความสุขที่แท้จริงของคุณเจอแล้วหรือยัง?

เธอคิดอะไรเมื่ออยู่คนเดียว

หรือเมื่ออยู่สองคน

เหงาไหม?

ทุกข์หรือเปล่า?

ได้ร้องไห้ระบายให้ใครฟัง?

หรือต้องนอนเหงาอยู่คนเดียว?

ไปเมาให้หายบ้าดีหรือเปล่า?

จะดีกว่าไหมถ้ามีใครสักคนเป็นเพื่อน

ไม่ว่าคุณจะเบื่อเค้าแค่ไหน?

แต่ใครล่ะที่เคยอยู่เคียงข้างกัน?

ตอนที่คุณเหน็บหนาว

เศร้าใจ

หรือแม้กระทั่งถูกคนอื่นซ้ำเติม

ตอนที่ต้องการขอความช่วยเหลือ

หรือต้องการคำปรึกษา

อย่าคิดว่ากำลังเดียวดาย

ช่วยไม่ได้ก็ขอร้องไห้เป็นเพื่อนก็ยังดี

ลองนึกดูซิเธอมีใครคนนั้นหรือเปล่า

เค้าอาจจะเป็นคนที่เคยร่วมเผชิญชะตากรรมเดียวกัน

คนที่เคยไปขอความช่วยเหลือ

แม้ว่าจะช่วยได้บ้างไม่ได้บ้าง

เป็นเหมือนคนในครอบครัว

ที่ยอมทุมเทให้แม้ว่าตัวเองกำลังจะแย่

มีรึเปล่า หาเจอไหมนะ

อบอุ่นจัง

คิดถึง

เพื่อนๆ

ขอเป็นคนคนนั้นได้ไหม

เพื่อนรัก

ฉันจะคอยอยู่เคียงข้างเธอ

รักเธอให้ดีที่สุด

ให้เหมือนเสียงเพลงที่คอยมอบความสุขให้

คอยให้ความอบอุ่นจากหัวใจนี้

เป็นพลังใจให้เธอได้สู้ต่อไป

ขอให้เก็บไว้ในความทรงจำของเธอ

ถ้าเหงาก็โทรมาก็ได้นะ


นานๆ ทักทายกันบ้างก็ดี

ฉันจะได้รู้ว่าเธอยังไม่ลืมกัน

และฉันก็จะไม่ลืมเธอ

เพื่อนรัก ฉันมอบคำนี้ให้เธอ

จากหัวใจดวงนี้

และจากเสียงที่เธอไม่ได้ยินมัน
ให้เพลงทั้งหลายบนโลกใบนี้เป็นสิ่งที่ฉันจะสื่อถึงเธอ

ให้ล่องลอยฝากไปกับสายลมบนท้องฟ้า
และมิตรภาพจะคงอยู่ตลอดไป ...........

กำลังใจ มีให้เสมอ.. อดีตกับปัจจุบันไม่ได้เป็นวันเดียวกัน

ความสำเร็จในอดีต ไม่ได้เป็นตัวกำหนดอนาคตเสมอไป


“อดีตคือวันที่ผันผ่าน เรื่องราว ประสบการณ์ชีวิต
ความสำเร็จ คือความทรงจำที่ฝังใจ
แต่ ทั้งหมดอาจจะไม่ได้เป็นตัวกำหนดอนาคตที่จะมาถึง
การเปลี่ยนแปลง คือความจริงที่ต้องยอมรับ"

.

ยอมรับหรือไม่ว่า...
อดีต กับปัจจุบันไม่ได้เป็นวันเดียวกัน
เมื่อวานอาจจะทำสำเร็จ
แต่วันนี้ก็ อาจจะล้มเหลวหรือผิดพลาดหรือชนะ
นั่นก็เป็นเรื่องของวันข้างหน้า
ที่ ยังไงเสียมันก็ต้องมาถึง


คนเรานั้น......
ไม่ควรเฝ้า ผูกพันตัวเองกับชัยชนะ
ที่เคยได้รับมาเมื่อวันก่อน
อย่าอวดอ้างถึง สิ่งที่ได้มาว่าจะยั่งยืน
บางคนอาจคิดว่าสิ่งที่ได้รับ
และต่อไปใน อนาคตก็จะต้องคว้ามาให้ได้เช่นเดียวกัน
ไม่มีวันหรอกที่ฉันจะพ่ายแพ้
เพราะ อดีตเป็นสิ่งที่ยืนยันว่า ฉันคือผู้ชนะ

.

อยากให้เราเรียนรู้ถึงความจริง ข้อหนึ่งว่า..
ชัยชนะในอดีต ไม่ได้เป็นสิ่งที่ยืนยันว่าจะต้องชนะตลอดไป
จริง อยู่ที่เคยทำได้ จริงอยู่ที่เคยฝ่าฟันมาอย่างอยากลำบาก
และจริงอยู่สมควร จะภูมิใจกับมัน
แต่ก็ไม่ควรที่จะยึดติดหรือฝังใจจนแยกไม่ออกว่า..
เมื่อ วานนี้วันนี้ต่างกันอย่างไร


เวลา 24 ชั่วโมงของวัน ไม่ได้มีความสว่างตลอดเวลา
หากแต่เป็นกลางคืนครึ่งหนึ่งและเป็นกลางวัน อีกครึ่งหนึ่ง
ไม่มีอะไรที่จะแสดงให้เห็นเพียงด้านเดียว
เพราะในความ เป็นจริงแล้ว
ของทุกอย่างมีสองด้าน
เพื่อความสมดุลของตัวมันเองเสมอ
.

“เราอาจจะจดจำทุกรายละเอียดของ เวลาที่ผ่านมา
แต่เราไม่รู้เลยว่า.....
วันที่จะมาถึงนั้นเป็นอย่างไร
ถ้า ทำเต็มความสามารถแล้ว
ก็เชื่อเถิดว่า..... แม้จะไม่ดีเหมือนอดีต
แต่ สิ่งที่สำคัญก็อยู่ตรงที่
อย่าปล่อยให้อดีตมาเป็นตัวกำหนดอนาคต"

กำลังใจดีๆ เพื่อตัวเอง














♣ ตัวไกลใจห่างรักกันได้ไหม ?? ♣



คุณมีหวานใจไทยแลนด์อยู่ไกลตา แต่ใกล้ใจรึเปล่าจ๊ะ? เคยได้ยินใครก็ไม่รุ พูดซะหวาดเสียวว่า รักระยะไกล ระวังจะเกิดอาการรักแท้แพ้ใกล้ชิดเอานะ เพราะยิ่งไกลกันมากเท่าไหร่ ต่างฝ่ายต่างก็มีโอกาสที่จะนอกใจกันง่าย เข้าทำนองแมวไม่อยู่หนูร่าเริงนั่นแหละ

ลองสังเกตดูลักษณะของคู่รักที่อยู่ไกล ถ้าไม่เป็นแฟน ก็คงแต่งงานกันเสร็จสมอารมณ์หมายไปแล้ว ส่วนสาเหตุที่ทำให้ห่างกันนั้น ถ้าไม่ไปศึกษาต่อก็ถูกส่งไปทำงาน แล้วแต่เงื่อนไขของใครของมัน ดังนั้น ถ้าอยากรักษาความสัมพันธ์ให้มั่นคงยืนยงต่อไปละก็

ในเคล็ดลับสำหรับประคับประคอง ให้รักห่างไกลประสบความสำเร็จ (Secrets of Successful Long-Distance) อาจช่วยให้รักของคุณยั่งยืนได้ แต่ก่อนอื่น ขอคุยถึง ปัญหาที่เกิดจากการอยู่กันไกลตา ไกลตัวและไกลใจ ก่อนเหอะ เช่น....

1. พออยู่ไกลกัน จึงเป็นเหตุให้ต่างฝ่ายต่างไม่รู้จักกันอย่างแท้จริงอีกต่อไปก็ได้ เพราะความคิดของคนเรามันหยุดนิ่งอยู่กะที่เมื่อไหร่ล่ะ วันนี้อาจรักมาก แต่อีกวันเปลี่ยนแล้ว แถมที่เปลี่ยนยังมีทั้งรักน้อยลงหรือมากขึ้น (รักสม่ำเสมอก็มี แต่โหเป็นข้อยกเว้นที่มีอยู่น้อยนิดซะเหลือเกิน) แต่ที่แน่ๆ พอไกลตัว แถมถ้าไกลนานๆด้วยแล้วละก็ ยิ่งทำให้รู้สึกว่ารู้จักคู่รักของตัวน้อยลง ตามระยะทางและระยะเวลา ว่าไหมล่ะ

2. ช่วงที่อยู่ห่างกัน เปิดช่องให้มีการตอแหลกันได้ง่าย
ถ้าเกิดระหองระแหงกันขึ้น เช่น แว่วว่าเขาไปอี๋อ๋อกับใครที่อยู่ใกล้เขามากกว่าเรา แต่พอถามดิ เขา ก็สามารถตอบเลี่ยงๆได้ว่าไม่จริง ซึ่งจริงไม่จริง ไม่รู้ล่ะ ลองจับไม่ได้คาหนังคาเขาเรื่องไรใครจะยอมรับความจริง คุณซึ่งอยู่ทางนี้ก็ไม่มีทางจะจับได้ไล่ทันเขาหรอก

หรือถ้าเขาเปลี่ยนกิจวัตรประจำวันไป เช่น เคยโทรศัพท์มาหาทุกวัน เอ๊ะแต่ หลังๆทำไมเขาถึงโทร.มาแค่ สัปดาห์ละครั้ง หรือดีหน่อยก็ 3-4 วันครั้งล่ะ ถ้าคุณถามเรื่องนี้ขึ้นมา เขาก็อ้างได้อีกแหละว่ากำลังเรียนหนัก หรือมีงานเยอะ แล้วจะมัวห่วงแต่โทรศัพท์ก็ไม่ได้ จริงมะ ถ้าเหตุการณ์ออกมาแบบนี้ คุณก็มักจะยอมๆเขาไปก่อน เพราะคุณเองก็คงไม่อยากให้เขาเสียการเรียน หรือเสียเรื่องงานเพราะคุณเหมือนกัน

3. บางคู่มักหลีกเลี่ยงที่จะมีปัญหาต่อกัน จึงทำให้ต่างฝ่ายต่างไม่รู้จักตัวตนที่แท้จริงของกันและกัน เป็นงั้นไป ของแบบนี้ไม่รู้เป็นไงนะ ถ้าไม่ค่อยเจอกันจะไม่ค่อยอยากทำให้ผิดใจ (กรณีที่เพิ่งเป็นแฟน)

ฉะนั้น ขืนมีเรื่องมีราวขึ้นมาก็จะยอมๆหรือไม่พยายามขัดแย้งกันจริงจัง แถมคุยทางโทรศัพท์ก็ได้ไม่นาน เพราะค่าโทรศัพท์ไปต่างประเทศมันถูกซะที่ไหนล่ะ ทำให้ต่างคนต่างคิดว่า เดี๋ยวสิ่งที่ขัดเคืองใจก็จะเงียบหายไปเอง เลยไม่รู้ว่าที่จริงยังมีเรื่องที่เห็นไม่ตรงกันอยู่นะ แต่เก็บไว้ เพราะไม่อยากทำลายน้ำใจกันนั่นเอง

เหตุนี้ถ้าเพิ่งรักกันและอยู่ไกลกัน จะเท่ากับเป็นการสร้างภาพให้อีกฝ่ายพอใจมากกว่า จะแสดงความรู้สึกนึกคิดที่แท้จริงออกมาน่ะเซ่ แต่ก็อีก ถ้าฝ่ายใดมีแนวโน้มอยากปันใจหรือตี จากไปมีรักใหม่อยู่แล้ว ก็ยิ่งทำได้ง่ายยิ่งขึ้น เพราะความผูกพันมันน้อยลงไง แถมยิ่งไม่เห็นหน้ากันแบบนี้ก็ยิ่งพูดตัดสวาท กันง่ายกว่าเผชิญหน้าซะอีก

ดังนั้น การมีรักทางไกลจึงไม่ใช่ของกล้วยๆ กระนั้นไม่ว่าจะอยู่ใกล้หรือไกล ถ้าประคับประคองความรักได้ไม่ดี ย่อมสร้างปัญหาให้คู่รักปวดเฮดและน้ำตาตกทั้งนั้นแหละ อ้าวถ้าไม่เชื่อ ยกตัวอย่างบางคู่ขนาดนอนเตียงเดียวกัน ใกล้ชิดกันแท้ๆ แต่ยังหนีไปมีอีหนูได้เลย แล้วนับประสาอะไรกับตัวไกลกันล่ะ

ฉะนั้น ถ้าอยากเกี่ยวดองเชิงสร้างสรรค์กันต่อไปแม้อยู่ไกลสุดหล้าฟ้าดิน ควรทำงี้สิ

• รักษาความสม่ำเสมอในการสื่อสารไว้ให้ได้ ถ้าโทรศัพท์หากันทุกวันแล้วมันเปลืองสตุ้งสตางค์ ควรตกลงกันใหม่ดีไหมว่า จะโทร.หากันสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เฉพาะวันหยุดสุดสัปดาห์ ส่วนวันธรรมดาจะได้ไปเรียนหนังสือหรือไปทำงานแบบไม่พะวักพะวน

แล้วหากใช้การโทรศัพท์คุยกันไม่สะดวกปาก เพราะมีมารคอหอย... เอ้ย สภาพแวดล้อมไม่อำนวยให้จี๋จ๋ากันอย่างสะดวกสบายละก็ งั้นใช้วิธีอีเมล์ส่งตรงถึงกัน หรือไม่ก็นัดเวลามาแชตกันซะเลยสิ้นเรื่อง จะได้หยอดคำหวานหรือจะอ้อนกันสุดฤทธิ์สุดเดช แค่ไหนก็ทำได้ ไม่อายสายตาชาวบ้าน

• ถามไถ่ถึงสารทุกข์สุกดิบของกันและกัน อย่าลืมซะล่ะ ทำให้อีกฝ่าย (คนที่อยู่ไกล) รู้สึกว่าสามารถพูดคุยอย่างเปิดอกกับคุณได้ทุกเรื่อง และคุณก็รับฟังเขาอย่างจริงใจ เชื่อดิ จะยิ่งทำให้อีกฝ่ายมองว่าคุณคือที่พึ่งทางใจและเป็นคนที่ดีกับเขา ตลอดเวลา....แบบว่าขอเก็บคะแนนชื่นชมจากแฟนตุนไว้ก่อนละกัน

• มีความไว้ใจกันให้มาก ความกังวลที่เกิดจากความคิดที่ว่าเขาจะเป็นอย่างไร จะเปลี่ยนใจไปมีใหม่ไหม? ถือเป็นความกังวลที่ไม่มีประโยชน์ ความไว้วางใจจะช่วยให้ความสัมพันธ์ทางไกลไม่ตึงเครียด แต่ถ้าเขาส่อแววไม่น่าไว้วางใจก็ต้องคุยกันยาวหน่อยล่ะ

• อย่าปกปิดปัญหาที่มีต่อกัน การคุยกันอย่างเปิดเผยย่อมช่วยให้เข้าใจถึงปัญหา ที่แต่ละฝ่ายประสบอยู่ หนำซ้ำการเรียนรู้ที่จะยอมรับปัญหาของกันและกัน จะยิ่งช่วยให้ความสัมพันธ์มั่นคงขึ้น

• ข้อสำคัญ พยายามเป็นตัวของตัวเองเข้าไว้ แทนที่จะเอาใจอีกฝ่ายด้วยการเอาใจเกินเหตุหรือถึงกับเปลี่ยนแปลงตัวเอง ไปในทางที่ไม่ใช่ธรรมชาติที่แท้จริงของคุณ อย่าทำเชียว ไม่งั้นสักวันเดี๋ยวหลุดความเป็นตัวตนที่แท้จริงออกมาก็เสร็จเลย ดังนั้น ถ้าอยากพูดอะไรที่อัดอั้นตันใจก็หาทางคุยซะ ถ้ารักกันมั่นคงซะอย่าง ระยะทางก็ทำอะไรไม่ได้

อ้อ อยากคุยถึง ข้อดีของความรัก สักหน่อย เผื่อใครลังเลก็อย่าได้รีรอ เพราะความรักทำให้...

1. คนที่มีความรักจะดูแลตนเองมากขึ้น นอกจากจะดูแลรูปลักษณ์แล้ว ยังขยันออกกำลังกาย ด้วยการไปมาหาสู่กัน แถมอยากมีชีวิตอยู่กับคนที่เรารักนานๆซะด้วย
2. ความรักทำให้อิ่มอกอิ่มใจ จนไม่ค่อยหิว ว่างั้นเถอะ

3. ความรักทำให้สดชื่น มีพลังและมองโลกในแง่ดี โลกงี้เป็นสีชมพูหวานแหววเชียว
4. ความรักทำให้คนเราอยากแสดงออกด้วยการออเซาะ ฉอเลาะ, ใกล้ชิด รวมทั้งอยากร่วมรัก ให้ ซาบซ่าเสียวซ่าน จนไม่อยากลืมความรู้สึกนี้เชียวนะ

อย่าคิดนะว่าน้ำบริสุทธิ์ดื่มแล้วจะ ดี

ดื่มน้ำดื่มสะอาด ดีกว่า
ดื่มน้ำดื่มสะอาด ดีกว่า
อย่าคิดนะว่าน้ำบริสุทธิ์ดื่มแล้วจะดี

วันนี้เราเพิ่งเรียนมาแหละว่าน้ำกรองจาก เครื่องกรองน้ำที่เรากันคิดว่าเป็นน้ำบริสุทธิ์ที่ดีต่อสุขภาพที่จริง แล้วกลับเป็นอันตรายต่อชีวิต คือวันนี้เราเรียนเรื่องน้ำกัน แล้วมีอยู่ตอนหนึ่งที่อาจารย์พูดถึงน้ำ Reverse osmosis หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า น้ำ RO นั่น แหละ กระบวนการของการทำน้ำ RO มันเป็นการกรองด้วย แผ่นกรองขนาด 0.0001 ไมโคร มีเฉพาะแค่อนุภาคของน้ำเท่านั้นที่ผ่านได้ ทำให้ได้น้ำที่ใสและบริสุทธิ์มากๆ

แต่ น้ำบริสุทธิ์นี้นะสิ มันบริสุทธิ์จริงๆ แบบว่าไม่มีสารอื่นเจือปนอยู่เลย แม้กระทั้งแร่ธาตุในน้ำที่ร่างกายต้องการ เช่น สังกะสี แคลเซียม หรือ เหล็ก ทีนี้มันมีผลเสียที่พวกเราไม่ คาดคิดกัน คือ เวลาดื่มน้ำ RO นี้ นอกจากร่างกายจะไม่ได้รับแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกายแล้ว ยังจะทำให้ร่างกายเราเสียแร่ธาตุมากขึ้นไป อีก


คิดง่ายๆตามหลักวิทยาศาสตร์พื้นฐานนะ ของเหลวจะแพร่จากความเข้มข้นมากหรือสูง ไปของเหลวที่มีความเข้มข้นน้อยหรือต่ำ ทำให้เวลาเราดื่มน้ำ RO เข้าไป มันดึงเอาพวกแร่ธาตุในร่างกายเรา เช่น แคลเซียม ฟลูออไรด์ หรือแร่ธาตุตัวอื่นๆในร่างกายเราออกมาและขับออกทางปัสสาวะ ทำให้เราอาจเป็นกระดูกพรุนได้หรือร่างกายขาดสารอาหารได้


นอกจากนี้ อาจารย์ยังได้ทดลองให้ดูด้วยว่าน้ำที่ขายทั่วๆไปตามท้องตลาดยี่ห้อไหนสะอาด และมีแร่ธาตุมาก ทำให้เพิ่งรู้ว่าน้ำแร่บางยี่ห้อที่ถูกๆก็ใช่ว่าจะมีแร่ธาตุเยอะกว่าน้ำปกติ ที่ไม่ใช่น้ำแร่ แต่ไม่อยากเอ่ยว่ายี่ห้อไหนที่ทดลองแล้วดีสุด เวลาซื้อน้ำอย่าดูที่ราคาอย่างเดียว


อีกประเด็นที่อาจารย์บอกคือให้ลองคิดง่ายๆตาม หลักความเป็นจริงเลยนะว่า ถ้าน้ำ RO ดี จริงและขายราคาลิตรละบาทเดียว ทั้งดีและถูกจริง ป่านนี้คนคงซื้อดื่มกันมาก จนพวกน้ำขวดต่างๆเจ๊งและอยู่ไม่ได้แล้ว อยากให้ลองศึกษาเกี่ยวกับเครื่องกรองน้ำ RO ที่ ตั้งให้กดลิตรละบาทดู ว่าตัวเครื่องมันไม่มีอะไรเลยนอกจากแผ่นกรองเท่านั้น เหมือนเอาน้ำประปามากรองให้เราดื่ม ดื่มเข้าไปมากๆมันไม่ดีแน่นอน น้ำจำเป็นต่อร่างกายคนเรามากๆ มีประมาณ 70% ของ น้ำหนัก อยากให้ร่างกายเรามีสิ่งดีหรือไม่ดีหละ เพราะอาหารที่กินกันเข้าไปทุกวันก็ไม่ค่อยสะอาดอยู่แล้ว เลือกดื่มน้ำ ดื่มสะอาด ดีกว่าน้ำบริสุทธิ์



น้ำสะอาดก็เป็นน้ำที่ผ่าน การกรอง และไม่มีสิ่งอันตรายต่อร่างกาย เช่น แบคทีเรีย และเชื้อโรคอื่นๆ แต่มีแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกายหลงเหลืออยู่ในน้ำ ซึ่งเมื่อดื่มไปแล้วไม่เกิดผลเสียต่อร่างกาย นี่แหละเป็นน้ำสะอาดที่ควรดื่ม

"10 วิธีในการคลายความเครียด"



1. ฟังเพลง หามุมสงบ

นั่งปล่อยใจ ให้ล่องลอยอย่างเป็นธรรมชาติ แล้วฟังเพลง เบา ๆ โดยเฉพาะเพลงจำพวก Meditation ซึ่งเดี๋ยวนี้มีให้เลือกหลากหลายแบบตามความต้องการ ทั้งเสียงของดนตรี บรรเลงหรือเสียงธรรมชาติ จำพวกเสียงคลื่น..เสียงน้ำตก..เสียงนกร้อง รับรองว่าจะช่วยสร้างสมาธิให้กลับคื่นสู่สมองและจิตใจได้อย่างน่ามหัศจรรย์ ในช่วงระยะเวลาเพียงสั้นๆ เชียวล่ะ



2. ฉายเดี่ยวดูภาพยนตร์

ขอแนะนำให้ฉายเดี่ยวแล้วตี ตั๋วดูหนังดีๆ สักรอบ เพราะการไปดูหนังเนี่ยเป็นวิธีที่เวิร์คที่สุดที่จะปลดปล่อยความรู้สึกให้ ล่องลอยอย่างเป็นอิสระไม่จมอยู่กับปัญหา แถมระบายความอัดอั้นตันใจได้อย่างเห็นผล แต่ต้องถามตัวเองก่อนนะว่ากำลังอยู่ในอารมณ์ไหน เช่น ถ้าอยากร้องไห้ก็ไปดูหนังรักเศร้าเคล้าน้ำตาแล้วก็ร้องไห้ออกมาซะให้พอ หรือถ้าเครียดจัดก็จงไปดูหนังตลกแล้วหัวเราะให้หลุดโลกไปเลย




3. โทรหาเพื่อนรู้ใจ

อย่าคิดว่าตัวเองจะแก้ปัญหาทุก ปัญหาได้ดีไปซะหมด หัวใจสาวมั่นแม้จะแกร่งเพียงใดก็ยังต้องการที่พึ่งพิงเสมอ ยกหูโทรศัพท์หาเพื่อนรู้ใจสันคนแล้วระบายความรู้สึกให้เพื่อนได้รับรู้ เพราะการมีคนรับฟังและให้คำปรึกษา จะทำให้ชีวิตที่เอียงกะเท่เร่เริ่มเข้าที่เข้าทางมากขึ้น อย่างน้อยก็ยังรู้สึกว่า ไม่ได้แบกปัญหาอยู่คนเดียวในโลกไงล่ะ



4. เขียนไดอารี่

การเขียนไดอารี่เปรียบเสมือนการเปิด ประตูอารมณ์ที่ปล่อยให้ความอัดอั้นตันใจต่างๆ ได้ไหลลงสู่หน้ากระดาษอย่างเป็นอิสระและเป็นส่วนตัวที่สุด เพราะการถ่ายเทความรู้สึกในใจออกมา จะทำให้จิตใจปรับสมดุลได้เร็วขื้น อีกทั้งระหว่างการเขียนไดอารี่นั้นยังถือเป็นการทบทวนความรู้สึกตัวเองที่ดี ที่สุดด้วย ส่วนข้อดีสุดเลิศอีกข้อก็คือ ไดอารี่เป็นเพื่อนสนิทที่ไว้ใจได้ที่สุด เพราะรับฟังเราเสมอและไม่เคยเอาความลับไปบอกต่อไงล่ะ


5. พลังแห่งการสัมผัส

ลองมองหาใครสักคนช่วยโอบกอดหรือ สัมผัสเบา ๆ เวลารู้สึกเหนื่อยล้าดูสิ เพราะร่างกายคนเราเวลาถูกสัมผัสเนี่ย จะทำให้เกิดฮอร์โมนที่ชื่อ "อ๊อกซี่โทชิน" ซึ่งมีผลในการลดระดับความเหนื่อยและความเครียด ช่วยให้ร่างกายที่กำลังอ่อนล้ารู้สึกผ่อนคลายได้อย่างไม่น่าเชื่อ


6. สร้างอารมณ์ขัน

พยายามมองหาเพื่อนที่มีอารมณ์ขัน ช่วยกระตุ้นจิตใจที่แสนห่อเหี่ยวให้หัวเราะได้อีกครั้ง เพราะคนที่หัวเราะง่ายจะมีสุขภาพจิตที่ดี เนื่องจากการหัวเราะจะช่วยลดความดันโลหิตและระดับฮอร์โมนคอร์ติซอลลง (ฮอร์โมนคอร์ติซอล = ฮอร์โมนแสดงความเหนื่อยล้าในกระแสเลือด) แถมยังช่วยเสริมสร้างระดับของ "อิมโมโนโกลบูลินเอ" ซึ่งเป็นสารแอนตี้บอดี้ที่สร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายอีกด้วยนะ เพราะฉะนั้นหัวเราะเข้าไว้ แล้วจะดีเอง

7. สูดกลิ่นหอม

รู้หรือเปล่าว่า...กลิ่นหอมของดอกไม้ นานาพันธุ์มีผลในการช่วยปลุกประสาทสัมผัสให้สดชื่นตื่นตัว แถมยังกระตุ้นพลังงานในจิตใจได้เป็นอย่างดี เวลาเครียด ๆ ก็ลองสูดกลิ่นหอมของดอกไม้สิ อย่างกลิ่นกุหลาบ มะลิ ลาเวนเดอร์ หรือจะหยดน้ำมันหอมระเหยในน้ำอุ่นกำลังดี แล้วนอนแช่ตัวให้เพลินสักครึ่งชั่วโมงก็ได้ กลิ่นหอมจะช่วยให้รู้สึกดีขึ้นได้อย่างบอกไม่ถูกเชียวล่ะ



8. ไปตากอากาศ

หาเวลาหลบไปสูดอากาศบริสุทธิ์กับชีวิต ท่ามกลางธรรมชาติสักพัก สิ หายใจเข้าลึก ๆ ช้า ๆ ปล่อยสมองให้ว่างที่สุด แล้วก็นอนให้มากที่สุดเท่าที่อยากจะนอน เพราะบางทีความรู้สึกเหนื่อยล้าและหดหู่แบบไม่ทราบสาเหตุเนี่ยมันมาจาก ชีวิตที่ยุ่งเหยิงจนเกินไป เพราะฉะนั้นหลบไปนอนตากน้ำค้างดูดาวเสียบ้าง หัวใจจะได้ชาร์จพลังได้ดีขึ้น



9. หาสัตว์เลี้ยงเป็นเพื่อน

ลองหาสัตว์เลี้ยงสักตัวมา เป็นเพื่อนเล่นก็ไม่ เลวนะ เพราะการให้เวลากับสัตว์เลี้ยงตัวโปรด คุยเล่น หยอกล้อกับมันเสียบ้าง จะช่วยให้จิตใจอันแสนจะฟุ้งซ่าน สงบลงได้ แถมรู้จักการให้และมองโลกในแง่ดีมากขึ้นอีกต่างหาก ที่สำคัญยังช่วยลดความดันโลหิตได้อีกด้วยนะ



10. จินตนาการแสนสุข

อีกทางเลือกสำหรับการบรรเทาความ หดหู่ในส่วนลึก เป็นการดึงตัวเองออกจากโลกปัจจุบัน ทำได้โดยหลับตาแล้วหายใจลึก ๆ จากนั้นก็สร้างจินตนาการถึงความฝันที่วาดหวังเอาไว้ หรือแม้แต่ความหลังอันแสนสุขที่เคยมีการดึงความสุขจากจินตนาการมาใช้จะ ทำ ให้เกิดพลังสร้างสรรค์ในหัวใจ และยังช่วยสลายความเครียดข้างในได้เป็นอย่างดี ทำแบบนี้เงียบๆ สัก 5 นาที รับรองรู้สึกดีแบบทันตาเห็น

+++ Hamster +++

+++ Playlist +++


MusicPlaylistRingtones
Create a playlist at MixPod.com

+++ coming soon +++