วันเสาร์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

เพื่อน...

















สิ่งที่ดี ที่สุด คือ ชีวิตเรา

สิ่งที่ดี ที่สุด คือ ชีวิตเรา

สิ่งที่ดีที่สุดก้อ คือการรัก..ตัวเอง

สิ่งที่ดีที่สุดในชีวิต เรา...คือชีวิตเรา

สิ่งที่มีค่าที่สุดในใจ เรา...คือหัวใจเรา

อย่าเอาชีวิตทั้งชีวิตไป ยกให้ใคร

อย่าเอาใจทั้งใจไปยกให้ ใครคนเดียว

อย่ายกสิ่งที่มีค่าที่สุด และดีที่สุดของเราไปให้ใครดูแล

เพราะไม่มีใคร...ที่จะดู มันได้ดีไปกว่าตัวเราเอง

อย่าปิดกั้นความรู้สึกของ หัวใจ

อย่าบอกว่าเกิดมาเพื่อรัก คนๆเดียว

คนใจแคบเท่านั้น...ที่ เกิดมาเพื่อรักคนได้คนเดียว

เราสามารถรักใครต่อใครได้ มากมาย

ขอเพียงให้รู้จักหน้าที่ ของความรัก

หน้าที่ที่จะปฏิบัติต่อคน ที่เรารัก

รักต่างแบบ...ปฏิบัติใน หน้าที่ต่างกัน

แล้วเมื่อวันใดวัน หนึ่ง...

คนบางคนไม่แยแสกับความรัก ที่เรามีให้

เราก้อยังคงเหลือใครต่อ ใครอีกมากมาย...

และไม่เหนต้องเจบเจียน ตาย...

ถ้าเรามั่นใจ...ว่าเราทำ หน้าที่ให้รักนั้น เต็มที่แล้ว

อากาศ...ร้อนอบอ้าว

ออกมายืน คุยกับแสงแดด

อากาศ...หนาวขาดใจ

ออกมาหาอุ่นไอลมหนาว

เรา จะรู้ว่าร้อนหรือหนาว...ก็ต่อเมื่อเราได้สัมผัสกันมัน

ก็เหมือนความ รัก... อยากรู้ว่ารสชาติเป็นยังไง

ก็ต้องไปสัมผัสกับมัน...แต่อย่า ทรมานตัวเอง

ด้วยการยืนตากแดดนานๆ หรือยืนต้านทางลมหนาว

ถ้า รู้ว่าร้อนนัก...ก็หลบที่ร่ม

ถ้ารู้ว่าหนาวนัก...ก็ก่อเตาผิง

ความ รักจะไม่ทำร้ายเรา...ถ้าเราไม่ทำร้ายตัวเอง

ถ้าเธอรู้จักรัก...แสง แดดจะทำให้เธออบอุ่น

ลมหนาวจะทำให้เธอหลับสบาย

สิ่งที่ดีที่ สุดในชีวิตเรา…คือชีวิตเรา

-------

วันศุกร์ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

Microsoft Office 2010 เปิดตัวอย่างเป็นทางการ!!

:: Microsoft Office 2010 ::
14



โดย ทาง Microsoft ได้เปิดตัวผลิต ภํณฑ์โปรแกรมสำนักงานชื่อดังอย่าง Microsoft Office 2010 โดย ก่อนหน้านี้ได้มีการใช้รุ่นทดสอบอย่าง BETA ซึ่งในการเปลี่ยนแปลงของ MS.Office 2010 นี้ Microsoft ได้บอกว่าไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนัก ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของหน้าต่างการใช้งาน เครื่องมือต่างๆ ก็ยังคงจะเป็นรูปแบบเดิม แต่ที่เปลี่ยนไปนั้นก็คือ มีรูปแบบการใช้งานที่ง่ายและสะดวกมากยิ่งขึ้น

1

ฟีเจอร์ของ Ms.Office 2010 นั้นทางผู้บริหารของ Microsoft ได้ ประเมิณว่า Ms.Office 2010 จะเป็น เวอร์ชั่นที่มีคนเปลี่ยนมาใช้อย่างมากที่สุด ด้วยเหตุผลที่บริษัทส่วนมากยังใช้ Ms.Office 2003 และควรถึง แก่เวลาในการอัพเกรดนั้นเอง


นอก จากนี้ใน Ms.Office 2010 นี้ยังมี ในส่วนที่น่าจับตามองเป็นอย่างมากนั้นก็คือ Office Web Apps ซึ่งออกมาเพื่อต่อกรกับ Google Docs อีกด้วย ซึ่งคาดการว่าในอนาคตอันใกล้นี้ อาจจะมีการเปรียบเทียบความสามารถกัน ซึ่งต้องรอดูกันต่อไป

ไดเอ็ท ไม่จำเป็นต้องอด



เมนูอร่อยสำหรับทุกวัน
• ธัญพืชเลิศรส และถั่วต่างๆ ให้มากขึ้น อาจจะรับประทานแทนอาหารจำพวกแป้งเลยก้ได้ เช่น ข้าวกล้อง, ลูกเดือย, งา, ถั่วต่างๆ เพราะธัญพืชจะมีเส้นใยอาหารมาก ทำให้สาวๆ อิ่มท้องได้ในเวลารวดเร็ว นอกจากนี้ยังช่วยปรับระดับน้ำตาลในเลือด รักษาระดับโคเลสเตอรอล และช่วยให้ระบบย่อยและขับถ่ายดีอีกด้วยค่ะ
- อัลมอนด์ เมล็ดฟักทอง เมล็ดทานตะวัน ช่วยสร้างกล้ามเนื้อเพื่อใช้เผา ผลาญพลัังงานได้ดียิ่งขึ้น ลดความอยากอาหาร
- ถั่วลันเตา ถั่วแดง ถั่วลิสง ถั่วเหลือง ช่วยเผาผลาญไขมัน และระบบการย่อยอาหารดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งถั่วเหลือง มีกรดโฟลิก คลอไรด์ แคลเซียม ฟอสฟอรัส ไขมันไม่อิ่มตัว (ไขมันดีสำหรับร่างกาย) และที่สำคัญที่สุดคือ ฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ช่วยลดคอเลสเตอรอลในเส้นเลือดได้ ทั้งยังชะลอริ้วรอย และป้องกันโรคมะเร็งเต้านมได้อีกด้วยค่ะ
- โอ๊ตมีล มีเส้นใยสูง กระตุ้นพลังงาน ลดไขมันในเส้นเลือด มีโปรตีนและสารอาหารที่จำเป็นต่อการทำงานของสมองอีกด้วยค่ะ

• ผักเพิ่มพลัง ผักเป็นอาหารที่สาวๆ ควรรับประทานมากที่สุด ยิ่งมากก็ยิ่งมีประโยชน์ต่ิอร่างกาย และความสวยงามของผู้หญิงเรานะคะ โดยที่ไม่ต้องไปเสียเงินซื้อทรีทเม้นท์แพงๆ มาใช้เลยค่ะ เพราะสารอาหารที่มีอยู่ในผักจะสวยให้ระบบต่างๆ ของร่างกายทำงานได้ดีมากขึ้น ส่งผลให้สาวๆ มีสุขภาพที่ดี และเปล่งประกายความสวยออกมาด้วยนั่นเองค่ะ
- แครอต ของว่างยามบ่ายมื้ออร่อย และช่วยไดเอ็ทยิ่งกว่าเมนูอื่นๆ ค่ะ นำมารับประทานสดๆ ก็อร่อย ช่วยให้ร่างการกระปรี้กระเปร่า อารมณ์แจ่มใส หรือจะนำมาปั่นเป็นน้ำแครอตสด ก็ยิ่งมีรสชาติหอมสดชื่นค่ะ อุดมด้วยคุณค่าของวิตามินเอ และซี ซึ่งช่วยเพิ่มภูมิต้านทาน และช่วยสร้างให้ผิวพรรณสดใส ชุ่มชื้นอย่างเป็นธรรมชาติค่ะ
- มะเขือ มีสารอาหาร วิตามินพี หรือ ไบโอฟลาโวนอยด์ และโพแทสเซียม ที่ช่วยควบคุมระดับคอเลสเตอรอล จึงช่วยให้ร่างกายสามารถเผาผลาญไขมันได้ดี เพราะนอกจากทำให้ไม่อ้วนแล้ว มะเขือยังช่วยป้องกันโรคหัวใจ ป้องกันผนังเส้นเลือดแข็งตัว และทำให้ความดันโลหิตเป็นปกติอีกด้วย
- หอมหัวใหญ่ หอมหัวใหญ่นับเป็นผัดลดควาวอ้วนขนานแท้ เพราะมีสามารถเผาผลาญไขมัน ลดความดันน้ำตาลในเลือด และบรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ หอมหัวใหญ่จะมีรสชาติหวานจากธรรมชาติจริงๆ สาวๆ จึงสามารถนำมาประกอบเป็นเมนูอร่อยๆ รับประทานได้ทุกวันค่ะ ทางที่ดี
- ผักโขม บร็อคโคลี กะหล่ำปลี ทำลายอนุมูลอิสระอันเป็นโมเลกุลที่เร่งกระบวนเกิดริ้วรอย

• ผลไม้สด ลดอ้วน อาวุธลับสำหรับลดความน้ำหนักของ ผู้หญิง ที่ได้ผลมากที่สุุด เพราะมีรสชาติอร่อย หอมหวาน อิ่มท้องได้ง่าย เพราะมีเส้นใยอาหาร (Fiber) ที่ช่วยให้รู้สึกอิ่มท้อง รวมทั้งมีน้ำตาลธรรมชาติที่ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ได้อย่างเร็ว ทำใช้ร่างกายของสาวๆ ที่กำลังลดน้ำหนักไม่อ่อนเพลีย นอกจากนี้ ผลไม้ยังอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุอีกนับไม่ถ้วน ช่วยให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น ไม่ทรุดโทรม จึงเหมาะสำหรับสาวๆ ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักมากค่ะ
- กล้วย อุดมไปด้วยธาตุโปแตสเซียมและวิตามินซี และยังให้พลังงานสูง ก่อนออกกำลังกาย รับประทานกล้วยสุกสัก 1 ผล จะช่วยให้สาวๆ มีกำลังฟิตหุ่นเพิ่มมากขึ้นอีก กล้วยยังอุดมไปด้วยเกลือแร่ และวิตามินเอ บี และซี อีกด้วยค่ะ ซึ่งช่วยให้ทำให้หน้าตาผิวพรรณสดชื่น แจ่มใส ไม่อิดโรย
- ราสเบอร์รีและผลไม้เบอร์รีอื่นๆ ลดความอยากอาหาร ปกป้องหัวใจ ปรับปรุงสายตา ป้องกันความอยากอาหาร
- สับปะรด มีเอนไซม์โปรตีนสูง ซึ่งสามารถช่วยการทำงานของกรดไฮโดรคลอริกในกระเพาะ และช่วยย่อยของเสียได้เร็วขึ้น รวมทั้งช่วยระบบการทำงานของต่อมไร้ท่อให้ทำงานได้ดีขึ้น
- แอปเปิ้ล อุดมไปด้วยวิตามินเอ บี 1 บี 2 บี 6 เปลือกและเนื้อของแอปเปิ้ลมีเส้นใยอาหารที่ชื่อว่า "เพคติน" ที่มีคุณสมบัติพองตัวได้มาก ช่วยเพิ่มกากในทางเดินอาหาร ทำให้อวัยวะในทางเดินอาหารมีการทำงานเป็นปกติ และเพิ่มประสิทธิภาพในการขับถ่ายได้อย่างดี

• เนื้อสัตว์เพื่อหุ่นสวย สาวๆ ควรเปลี่ยนมารับประทานเนื้อปลา หรือเนื้อสัตว์ไม่ติดมันเป็นประจำเช่น เนื้อกุ้ง เนื้อไก่ เนื้อปลา โดยเฉพาะเนื้อปลาซึ่งถือว่าเป็นที่โปรตีนที่มีคุณภาพ เหมาะกับผู้ที่กำลังอดอาหาร และมีกรดไขมันไม่อิ่มตัว โอเมก้า 3 ที่ช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า นอกจากนี้ต้องหลีกเลี่ยงการทำเมนูทอด ผัด หรือเมนูที่ต้องใช้นำำมันเยอะๆ ด้วยนะคะ

ถึงอย่างไรก็ตาม หลากหลายวิธีในการช่วยคุณสาวๆ ไดเอ็ทนั้น ก็ต้องขึ้นอยู่กับกำลังใจของสาวๆ เอง ที่จะสามารถควบคุมจิตใจ เพื่อหุ่นสวย และสุขภาพดีมากน้อยแค่ไหนนั่นเองค่ะ ก็ขอให้สาวๆ ทุกคนประสบความสำเร็จในการไดเอ็ทกันทุกคน...หุ่นดีอยู่แค่เอื้มเท่านั้นเอง

ฝึกจิตคิดเป็นบวก



เวลานี้ต้องบอกว่า สังคมกำลังอุดมความเครียดอย่างเต็มพิกัด ซ้ายก็เครียด ขวาก็อึดอัด เดินหน้าไม่ดี ถอยหลังก็ไม่ได้ เป็นภาวะที่บีบคั้นหัวใจเป็นอย่างมาก

ดังนั้นในสภาวการณ์แบบนี้ หัวจิตหัวใจที่มั่นคง คือ พลังที่จะทำให้ผู้คนก้าวพ้นจากภาวะเช่นนี้ไปได้


พลังจากจิตที่แม้กระทั่งยอดอัจฉริยะอย่างไอสไตน์ยังเชื่อว่า มีพลังและมีอำนาจมากที่สุด แม้กระทั่งระเบิดปรมาณูที่เขาคิดค้นขึ้นยังสู้ไม่ได้ และจะดีแค่ไหน หากเรารู้จักที่จะใช้พลังอันทรงอานุภาพนี้มาช่วยสยบความร้อนรุ่ม และวิธีที่ว่านี้ต้องใช้เรื่องของการ ′ คิดบวก′ เข้ามาช่วย

แต่จะคิดบวกได้อย่างไร ลองดูวิธีเหล่านี้

′ทำสมาธิ′ ควรตั้งสติ และนั่งสมาธิให้ได้ทุกวัน วันละ 12 นาที เพื่อให้สมองเข้าสู่คลื่นผ่อนคลายสุด ๆ จะทำให้มีจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ เมื่อมีสมาธิ จิตที่คิดบวกจะเข้าไปกระตุ้นต่อมพิทูอิตารีให้หลั่งฮอร์โมนดีมีประโยชน์ต่อ ร่างกายได้อีกด้วย

′หายใจลึก′ สมองจะต้องใช้ ออกซิเจน ที่เข้าสู่ร่างกายมากถึง 20-25% หรือ 1 ใน 4 ของการใช้ออกซิเจนทั้งหมด การหายใจลึก ๆ ควรนั่งหลังตรง เพื่อให้ออกซิเจน เข้าสู่ร่างกายได้มากขึ้น จะ ช่วยส่งพลังไปถึงสมองได้ดียิ่งขึ้น

′ หัวเราะหรือยิ้มบ่อย ๆ′ จะช่วยไปกระตุ้นทำให้สารแห่งความสุขหลั่งออกมา ช่วยให้มองโลกแง่ดี เกิดความรักและหวังดีต่อผู้อื่น

′ บันทึกสิ่งดี ๆ′ ฝึกเขียนขอบคุณกับเรื่อง ราวดี ๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน จะทำให้สมองคิดบวก จะช่วยทำให้นอนหลับ มี สมาธิ และมีความคิดสร้างสรรค์

วิธีเหล่านี้ เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างอัจฉริยะของ ′หนูดี′ วนิษา เรซ นำมาใช้

หรืออาจจะใช้วิธีดี ๆ ของพระอาจารย์ ′ว.วชิรเมธี′ แนะว่า ให้ใช้การ ′มองโลก′ อย่างเป็นจริง และ ′ ยอมรับ′ พร้อมกับเปลี่ยนมุมมองวิธีคิดให้ไม่ทำร้ายตัวเอง อย่างเช่น...

เวลาเจอ....ปัญหาซับซ้อน บอกตัวเองว่า นี่คือบทเรียนที่จะสร้างปัญญาได้อย่างวิเศษเวลาเจอ...ทุกข์หนัก...บอกตัวเองว่า นี่ คือแบบฝึกหัดที่จะช่วยสร้างทักษะในการดำเนินชีวิตเวลาเจอ...คนเลว บอกตัวเองว่า นี่ คือตัวอย่างของชีวิตที่ไม่พึงประสงค์เวลา เจอ...วิกฤต บอกตัวเองว่า นี่คือ บทพิสูจน์ว่า ในวิกฤตย่อมมีโอกาส ฯลฯและนี่คือโอกาสในวิกฤตที่จะได้ฝึกจิต คิดเป็นบวกเสียที

อย่าเรียกร้อง...จากความรัก




อย่าเรียกร้อง...จากความรัก

เมื่อเราเริ่มต้นมีความรัก . .
ทุกอย่างมัน ก็เหมือนกับถูกกำหนดปลายทางเอาไว้แล้วโดยคน 2 คน . .
ซึ่งไม่มีใครล่วง รู้หรอกว่า มันจะสั้นจะยาวแค่ไหน

แต่ถ้าเป็นไปได้ เราก็คาดหวังว่า
... อยากให้ปลายทางหรือจุดสิ้นสุดนั้นยืนยาว
ไปจนถึงวันที่ใครคนหนึ่งได้ตาย จากไป . .

บางคนโชคดี ที่ความคาดหวังกับความจริง เป็นเรื่องเดียวกัน
แต่สำหรับบางคนไม่ได้ เป็นเช่นนั้น
แต่นั่น . .ก็ไม่ได้หมายความว่า . .
ความรักของคุณหมด ฤดูกาลแล้วเสียเมื่อไหร่

ฉันรู้ว่า . . มันไม่ใช่ เรื่องง่ายนัก ที่จะทำใจยอมรับความจริงอันโหดร้ายที่ผ่านมา
แต่ถ้าเราไม่สามารถหันหลังให้อดีต เพื่อมองปัจจุบัน . .
เรา ก็จะเป็นคนที่จมอยู่กับอดีตที่มืดมัวไปตลอดไม่ยอมไปไหน . .

ชีวิตยัง ต้องเดินหน้าต่อไป
เราไม่อาจ กำหนดได้ว่า หลังจากนี้ต่อไป ชีวิตเราจะเป็นอย่างไร
เหมือนกับที่เราก็ ไม่รู้หรอกว่า หลังจากความรักครั้งแรกได้ผ่านพ้นไป . .
อีกนานไหม? ความรักครั้งใหม่จะเดินทางเข้ามา

แต่ก็ไม่อยากให้คุณสิ้นหวัง . .
เพราะบางทีก็อาจที่เป็นไปได้เหมือนกัน .. .ที่โชคชะตาของเรา อาจได้ถูกกำหนดมาแล้ว
ให้เราต้องผิดหวังกับคนๆ หนึ่ง เพื่อมาเจอกับใครอีกคนหนึ่ง
ที่เขาอาจกลายเป็น "รั ก แ ท้" ของคุณก็ได้ . .ใครจะรู้

ไม่ได้ต้องการจะบอกกับคุณว่า . .
ให้นั่งรอคอยความรัก แบบเป็นบ้าเป็นหลัง
เพราะความรักที่สมบูรณ์มั่นคงแข็งแรงนั้น . .


ควรเกิดขึ้นจาก "ตั ว เ อ ง" มากกว่าการเรียกร้องจาก " ค น อี ก ค น "

สิ่งที่อยากบอกคุณก็คือ "ทุกสิ่งในชีวิต . . เป็นเรื่องมหัศจรรย์ได้ทั้งนั้น"

วิธีทำให้ชีวิตโล่งและเบาขึ้น




วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

โยคะร้อน เพื่อสุขภาพ

ช่วงนี้ใครๆ ก็หันมาเอาใจใส่สุขภาพกันทั้งนั้น การออกกำลังกายก็เป็นหนทางหนึ่งที่ช่วยเสริมสุขภาพของเรา ให้แข็งแรงยิ่งขึ้น สำหรับใครที่กำลังอยากที่จะใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์และดีต่อสุขภาพ ขอแนะนำ โยคะร้อน เพราะนอกจากท่าจะง่ายกว่าโยคะทั่วไปแล้ว ยังมีความร้อนเข้ามาช่วยให้กล้ามเนื้อเราผ่อนคลาย ทำให้ทำท่าต่างๆ ได้ง่ายขึ้นอีกด้วย



6 ท่าง่ายๆ สำหรับฝึกโยคะร้อน

. ท่า 1 Half Moon ยืนตัวตรง ยืดแขนขึ้นสูงเหนือศีรษะ ค่อยๆ เอนตัวไปทางซ้าย ค้างไว้ (ภาพ 1)
. ท่า 2 Back Bend ยืนตรง หันหน้าไปทางซ้าย ยืดแขนขึ้นสูงเหนือศีรษะ ค่อยๆ เอนไปข้างหลัง ค้างไว้ (ภาพ 2)
. ท่า 3 Forward Bend ยืนตรง หันหน้าไปทางขวา ค่อยๆ ก้มตัวลง จนหัว ชิดเข่า (สำหรับคนเพิ่งเริ่มหัด ก้มลงเท่าที่จะทำได้) ค้างไว้ (ภาพ 3)
. ท่า 4 Triangle Post ยืน ตรง กางแขน ก้าวขาขวามาทางด้านข้าง เท้ายึดพื้นเอาไว้ ค่อยๆ โน้มตัวไปทางขวา แขนซ้ายชี้ขึ้นบนทำมุมตรงกับแขนขวา ปลายนิ้วมือขวาจรดพื้น วางชิดด้านหลังเท้าขวา ค้างไว้ (ภาพ 4)
. ท่า 5 Twisting Triangle Post ยืนตรงหันหน้าไปทางขวา ก้าวเท้าซ้ายออกไป ค่อยๆ บิดตัวมาทางด้านหน้า วางมือขวาไว้ทางด้านนอกข้างเท้าซ้าย แขนซ้ายชี้ขึ้นบนทำมุมตรงกับแขนขวา ค้างไว้ (ภาพ 5)
. ท่า 6 Bow Post นอนราบกับพื้น กางแขนออกทั้งสองข้าง ขาชิดกัน ค่อยๆ ยกหน้าอกและขาขึ้นช้าๆ ค้างไว้ (ภาพ 6)


ข้อควรรู้ก่อนฝึกโยคะ
1. ต้องปรับความเข้าใจก่อนว่า การฝึกโยคะ จะต้องทำเท่าที่เราทำได้ อย่าพยายามฝืน ควรเริ่มทำช้าๆ ก่อน เพราะจะได้รับรู้ว่าตรงไหนตึง ตรงไหนเจ็บ หากทำเร็วๆ กระชากแรงๆ โดยที่ไม่รู้ว่ากล้ามเนื้อของเรายืดได้มากน้อยแค่ไหน อาจเกิดอาการเคล็ดขัดยอกขึ้นได้
2. ก่อนฝึก ควรกินอาหารมาก่อนอย่างน้อย 3 ชั่วโมง เพราะการฝึกโยคะร้อนต้องมีการขยับตัวแน่นอน ซึ่งถ้าหากกินอาหารแล้วมาฝึกโยคะเลย จะทำให้รู้สึกอึดอัด เวลาพับตัวท้องจะถูกกด อาจทำให้เกิดอาการหน้ามืด มึนหัว
3. ระหว่างวันควรดื่มน้ำให้เยอะ เพราะการฝึกโยคะร้อน ร่างกายจะเสียเหงื่อมาก อีกทั้งการดื่มน้ำเยอะๆ จะช่วยป้องกันการเป็นตะคริวได้ด้วย

Tips : ทุกท่าควรค้างไว้นานเท่าที่จะทนได้ หรือประมาณ 30 วินาที ถึง 1 นาทีฝึก


โยคะร้อนแล้วได้อะไร

- เมื่อฝึกโยคะอย่างสม่ำเสมอ ร่างกายจะมีการปรับสมดุลให้ดีขึ้น อย่างเช่น จะมีการปรับสมดุลในเรื่องของเลือด เลือดจะไหลเวียนได้ดีขึ้น ส่งผลให้เมตาบอลิซึ่มดีขึ้น ทำให้ร่างกายไม่อ้วน หุ่นดี
- ผิวพรรณเปล่งปลั่ง การฝึกโยคะร้อนก็คือการออกกำลังกาย จะมีเหงื่อออกมากขึ้น เกิดการขับถ่ายของเสียออกมาทางผิวหนัง ทำให้ผิวพรรณสดใสเปล่งปลั่งขึ้นตามลำดับ

ล้างพิษและถอนพิษด้วยตำลึง

ตำลึง, ล้างพิษ, ถอนพิษ,  สมุนไพร, COCCINIA GRANDIS VOIGHT

"ตำลึง ไม้เลื้อยที่ชาวไทยรู้จักดีเพราะปลูกง่าย เลี้ยงง่าย พบเห็นได้ทั่วไป ในสมัยก่อนที่บ้านเรือนชาวไทยยังมีพื้นที่กว้างขวาง ดำเนินชีวิตแบบพอเพียง พึ่งพาอาศัยพืชผักผลไม้ที่ปลูกอยู่รายรอบบ้านนำมาทำเป็นอาหาร ตำลึงเปรียบได้ดั่ง "ผักสวนครัว รั่วกินได้" ของชาวไทยอย่างแท้จริง เพราะไม่ว่าจะหันมองไปทางไหนทุกริมรั้วบ้านก็มักมียอดอ่อนๆ ของผักตำลึงโบกพลิ้วปลิวไสวไปตามแรงลมให้เห็นจนชินตา ประโยชน์ของตำลึงนอกจากจะปลูกเป็นผักสวนครัว นำมาปรุงอาหารรับประทานได้โดยง่ายแต่สุดแสนเอร็ดอร่อยเป็นที่ถูกใจใครหลายๆ คนในครอบครัวแล้ว ตำลึงยังถือเป็น "ยาเย็น" ที่มีฤทธิ์ทาง สมุนไพรนานาประการ ไม่ว่าเป็นดับพิษร้อน ถอนพิษไข้ ใช้เป็นยารักษาอาการแพ้โดยทั่วไป ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ฯลฯ และยังมีอีกหนึ่งสรรพคุณของตำลึงซึ่งไม่ควรมองข้าม นั่นคือ ฤทธิ์ในด้านการล้างพิษ ซึ่งครอบคลุมทั้งการล้างพิษภายในและการล้างพิษภายนอกร่างกายเลยทีเดียวค่ะ

จะขอพูดถึงการล้างพิษภายนอกร่างกายกันก่อนนะคะ ตำลึงหรือที่มีชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์ว่า Coccinia grandis Voight สามารถนำมาใช้เป็นยาทาภายนอก เพื่อแก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อย ผื่นคัน หรือการอักเสบทางผิวหนังที่เกิดการระคายเคืองเนื่องจากสารเคมีตกค้าง อาทิ เครื่องสำอางชนิดต่างๆ ได้ โดยการนำใบตำลึงสด ๑ กำมือมาล้างให้สะอาด บดจนละเอียด แล้วผสมน้ำ (ที่อุณหภูมิปกติ) ลงไปเล็กน้อย จากนั้นจึงคั้นเอาน้ำสมุนไพรที่ได้มาทาในบริเวณที่มีอาการ หลังจากน้ำสมุนไพรแห้ง ก็ทาซ้ำบ่อยๆจนกว่าจะหาย นับเป็นวิธีการล้างพิษทั่วไปที่เกิดขึ้นกับผิวหนัง โดยที่เราไม่ต้องพึ่งพาการใช้ยาเคมีใดๆ เลย นอกจากนี้ ในตำรายาสมุนไพรยังกล่าวถึงการใช้เอทิลแอลกอฮอล์ หรือ แอลกอฮอล์ที่สามารถรับประทานได้ ชนิดที่มีความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ไม่เกิน ๔๐ เปอร์เซ็นต์ (เข้มข้นมากกว่านี้อาจทำให้ผิวหนังแห้ง หรืออักเสบ) มาเป็นส่วนผสมลงในใบตำลึงบดละเอียดแทนการใช้น้ำธรรมดา (โดยปกติแล้วชาวบ้านส่วนใหญ่นิยมใช้เหล้าขาว) ซึ่งวิธีนี้ทำให้ได้ฤทธิ์ในการรักษาที่เข้มข้นยิ่งขึ้นกว่าเดิม เพราะมีเอทิลแอลกอฮอล์ที่เปรียบเสมือนตัวกลาง ช่วยสกัดสารที่อยู่ในใบตำลึงให้ออกมาได้มากขึ้น แต่อาจมีการตรวจสอบเบื่องต้นเสียก่อนว่า ผิวหนังเราแพ้เอทิลแอลกอฮอล์หรือไม่ ด้วยการนำน้ำสมุนไพรที่ได้มาพอกสังเกตดูอาการขั้นต้นก่อนที่ใต้ท้องแขน ซึ่งเป็นผิวหนังส่วนที่อ่อนที่สุดในร่างกาย เพียงไม่เกิน ๓-๔ ชั่วโมง ก็จะรู้ผลแล้วล่ะค่ะ แต่หากอาการเจ็บป่วยของท่านไม่อยู่ในขั้นรุนแรง หรือ เป็นโรคร้าย เช่น งูสวัด ก็ไม่จำเป็นต้องใช้เอทิลแอลกอฮอล์เป็นส่วนผสมแต่อย่างใด เพียงแค่น้ำเปล่าหรือใบตำลึงบดสดๆ เพียงอย่างเดียวก็สามารถล้างพิษออกทางผิวหนังได้แล้ว คล้ายๆ กับการใช้ประโยชน์จากว่านหางจระเข้นั่นเองค่ะ

ประโยชน์ของตำลึงยังมีอีกมาก ในด้านการล้างพิษ เรายังสามารถนำตำลึงมารับประทานเพื่อล้างพิษหรือถอนพิษที่เข้าสู่ร่างกายจาก การรับประทานอาหารได้อีกด้วย

TIP :: ทำภาพถ่าย ให้เป็นภาพวาด !!

1. เปิดรูปที่ต้องการมา 1 รูป

โดยเข้าไปที่ File >> Open... >> โฟลเดอร์ที่เก็บรูป >> เลือกรูป >> Open

1

2

3


2. Copy Layer ขึ้นมา 1 เลเยอร์

โดยกด Ctrl + J หรือจะทำตามภาพก็ได้ !!

4


3. ไปที่เมนู Filter >> Stylize >> Find Edges [ตามภาพ]

5


พอกดตามขั้นตอนที่ 3 แล้ว จะได้ภาพแบบนี้

6


4.เปลี่ยนค่า Layer จาก Normal เป็น Overlay

แล้วเปลี่ยนค่า Opacity จาก 100 เป็น 80

7


5. ไปที่เมนู Filter >> Blur >> Gaussian Blur...


6. ตั้งค่าเป็น 1 - 1.5 ตามความเหมาะสม แล้วกด OK

9


7. ไปที่เมนู Filter >> Stylize >> Diffuse...


8. เลือก Normal แล้ว กด OK


9. ได้ภาพวาดของเราตามต้องการแล๊ว ว ว .

การผูกเชือกรองเท้าแนวๆ














ทำไมบางคน ถึงได้ใจทุกข์รอนอยู่เสมอ

ทำไมบางคนถึงทุกข์ร้อน วิตกกังวล กระวนกระวาย ไม่สบายใจ ไม่ปลอดโปร่งอยู่เสมอ

คำตอบง่ายมาก เพราะเขาแบกความคิดและความรู้สึกหลายอย่างเอาไว้ ไม่ปลดปล่อย ไม่ปรับเปลี่ยน จนกระทั่งมันกลายเป็นขยะหรือคราบสกปรกเกาะติดหัวใจ เวลามีอะไรมากระทบหรือสัมผัสกับความรู้สึก ก็จะมีคราบเปื้อนเหล่านี้เข้าไปเจือปน ความสดใสที่ควรจะมี จึงมีได้ไม่เต็มที่

ทำไมเราจึงปล่อยให้ใจเป็น "ถังขยะ" ล่ะ

คำตอบก็คือ เราไม่ค่อยรู้ตัวหรอก ว่าเราแอบทิ้งขยะลงไปในใจของเราเอง หรือมีใครทิ้งขยะลงมาในหัวใจของเราบ้าง ถ้าเราไม่หมั่นสำรวจ บางทีเราอาจมีขยะรกเรื้อหัวใจอยู่มากมายเลยก็ได้ อะไรบ้าง ที่เป็นขยะหัวใจ

1. ความไม่พอใจ

มีหลายเรื่องเลยนะ ในชีวิต ที่เราไม่พึงพอใจ ถ้าจะแบ่งให้กว้างที่สุดเพื่อให้เห็นภาพ สิ่งที่ทำให้เราไม่พอใจมีอยู่ 2 ส่วนใหญ่ๆ คือ ไม่พอใจคนอื่น กับไม่พอใจตัวเอง ไม่พอใจคนอื่นเกิดได้มากกว่าความไม่พอใจในตัวเอง เพราะธรรมชาติของคน ย่อมรักตัวเองมากกว่าคนอื่น ย่อมโทษคนอื่นก่อนโทษตัวเอง ย่อมเห็นความผิดของคนอื่นได้ก่อนและได้ชัดกว่าความผิดของตนเอง

ขณะเดียวกันเราต่างก็รู้ว่า โลกนี้ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ มีเกิน มีขาด จนกว่าจะค่อยๆ ปรับปรุงพัฒนาให้มีความพอดีได้ จึงจะเข้าใกล้ความสมบูรณ์แบบมากที่สุด ฉะนั้น เราควรมองด้านดีของกันและกันให้มากกว่าด้านที่บกพร่อง

ถ้าเราเริ่มจากมองด้านดีของกัน และกันแล้ว ความพึงพอใจ และความนับถือในกันและกันก็จะเกิด ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่สร้างสรรค์...กว่าการจับผิดกัน แล้วนำไปสู่ความไม่พอใจ

2. ความผิดหวัง

2 สิ่งที่ไม่ควรตั้งความหวังไว้สูงนัก คือหวังว่าเรื่องบางเรื่อง เหตุการณ์บางเหตุการณ์ หรือคนบางคนในอดีตจะย้อนกลับมา กับหวังว่าอนาคตจะเป็นไปตามที่เราวาดหวังเสียทุกประการ อดีตเป็นสิ่งที่ยากจะเรียกหาให้ย้อนกลับคืนมาเป็นเหมือนเดิม ดีที่สุดคือใช้อดีตเป็นบทเรียน ให้สติ ให้เราเรียนรู้ทั้งโอกาสและความผิดพลาดที่เคยเกิดขึ้น เพื่อให้วันนี้และวันข้างหน้า ดีกว่าอดีตที่เคยเป็น

ส่วนอนาคตย่อมเปลี่ยนแปลงไปตาม เหตุปัจจัย ไม่สามารถบังคับบงการให้เป็นไปตามความหวังของเราได้เสียทั้งหมด แต่พอจะคาดการณ์ได้ว่าน่าจะเป็นอย่างไร กระนั้นก็ตาม หากไม่เป็นไปอย่างที่คาดการณ์ ก็อย่าได้ทุกข์ร้อนเสียใจ และปล่อยความคาดหวังบนความไม่แน่นอนแบบนี้ให้เป็นขยะรกอารมณ์

3. ความอิจฉาริษยา

ขยะอย่างหนึ่งที่รกใจคนที่สุด ก็คือความอิจฉาริษยาคนอื่น โดยไม่ทันเฉลียวว่า ทุกครั้งที่เราอิจฉาริษยาใครก็ตาม ความนับถือตัวเองของเราก็เสื่อมถอยลงไปด้วย เพราะการจะรู้สึกอิจฉาหรือริษยาใครนั้น ย่อมมีพื้นฐานมาจากความรู้สึกว่าเขาดีหรือได้ดีกว่าเรา เราจึงอิจฉาเขาเป็นพัลวัน

จงหยุดอิจฉา แล้วมองให้เห็นว่า การที่คนอื่นได้ดีหรือมีดีกว่าเรานั้น เป็นสิ่งที่น่ายินดี ควรยินดีกับเขา และปรับเปลี่ยนโน้มน้าวตัวเองให้ทวีความดีดั่งที่เขามีจนเราอิจฉา

4. ความยึดมั่นถือมั่น

ขยะที่เพิ่มพูนความรกเรื้อ รุงรังให้ใจได้เป็นอย่างดีอีกประการหนึ่งคือ ความยึดมั่นถือมั่น คิดว่านั่นก็คนของฉัน นี่ก็บ้านของฉัน รถของฉัน คนรักของฉัน ตำแหน่งของฉัน ฯลฯ จนไม่สามารถปล่อยวาง ?สิ่งนอกตัว? เหล่านั้นลงได้

ส่วนใหญ่พบว่า จิตจะปรุงแต่งไปเอง ว่าสิ่งนี้ฉันรัก สิ่งนี้ฉันเป็นเจ้าของ ใครก็เอาไปจากฉันไม่ได้ พอไม่เป็นอย่างที่คิดไว้ ก็ผูกพันหน่วงเหนี่ยว ยังคงเสียดาย เสียใจ และปรุงแต่งจิตเพิ่มเข้าไปว่าฉันนี้แสนทุกข์ระทม

ลองยอมรับความจริงดูบ้างไหม ว่าอะไรๆ ในโลกนี่ก็ไม่ใช่ของเราอย่างถาวรทั้งสิ้น แม้กระทั่งร่างกายของเรานี้ แท้ก็เป็นแค่ของยืมมา ใช้ได้ชาตินี้ชาติเดียว เดี๋ยวก็เสื่อม ก็แก่ ก็ป่วย ก็ตาย ต้องคืนร่างกายสังขารนี้สู่สภาพดิน น้ำ ลม ไฟ เน่าเปื่อยผุพังไป สิ้นความสวยความหล่อ ตลอดจนลาภยศสรรเสริญทั้งปวง

5. ความกลัว

ใจหลายคน รุงรังไปด้วยความกลัว กลัวเขาจะไม่รัก กลัวเงินจะหมด กลัวฝนจะตก กลัวนายจ้างจะเลิกจ้าง กลัวเพื่อนร่วมงานจะได้ดีกว่า กลัวไม่ก้าวหน้า ไม่ได้โบนัส ฯลฯ

กลัวไปทำไม เรื่องบางเรื่องเราตัดสินเองไม่ได้ อยู่นอกเหนือจากการควบคุม ซึ่งกลัวไปก็เท่านั้น ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นสักนิด บางเรื่องแทบไม่มีวันมาถึงในชีวิต ก็กลัวล่วงหน้า กลัวจนประสาทเสีย

จงพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกคน และทุกสิ่งในชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี ซึ่งต้องเริ่มจากการทำแต่สิ่งที่ดี โปร่งใส ไม่เป็นแผลติดตัวที่ต้องปิดบังซ่อนเร้น และจงขจัดความกลัวออกไปจากใจ เพื่อให้เกิดความมั่นใจที่จะใช้ชีวิตของเราให้สมศักดิ์ศรี เพื่อที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพื่อทำให้ชีวิตนี้ดีกว่าเดิม


6. ความอยาก

จง "อยาก" ให้พอดีกับกำลังกาย กำลังทุน และกำลังสติปัญญาของตัวเอง อย่าอยากจนเกินกำลัง เพราะจะทำให้สิ้นกำลังได้ง่าย แล้วกลายเป็นคนพ่ายแพ้ อ่อนแอ หมดสิ้นความทะเยอทะยานอยากในชีวิต

ความทะเยอทะยานอยากเหมือนรถ แต่ใจเราคือคนขับ รถแล่นด้วยความเร็วกำลังดี เราก็ได้ประโยชน์ จอดอยู่เฉยๆ ก็นิ่งอยู่กับที่ แต่หากแล่นฉิวจนเกินควบคุม ก็อันตรายกับชีวิต ฉะนั้น ใจต้องเป็นนายของความทะเยอทะยานอยาก ขับเคลื่อนความทะเยอทะยานอยากโดยควบคุมได้

ทำอย่างไรให้ใจสะอาด

เริ่มจากปล่อยวางสิ่งต่างๆ ลง อย่ายึดติดยึดถือให้มากนัก แล้วอยู่กับปัจจุบัน อะไรที่อยู่กับเรา เป็นของเรา ย่อมอยู่กับปัจจุบันของเราด้วย นั่นคือสิ่งจริงแท้แน่นอน การปล่อยวางสิ่งต่างๆ ลง เท่ากับการเทขยะทิ้ง การอยู่กับปัจจุบัน เท่ากับการปิดฝาถังขยะ ไม่เปิดรับขยะใหม่ๆ ให้ใจต้องสกปรกรกรุงรังอีก เพื่อมีเวลาทำความสะอาดหัวใจให้ผ่องใส เบิกบาน

ใจ...แท้จริงผ่องใสด้วยตัวของ มันเอง แต่คนที่เป็นเจ้าของหัวใจต่างหาก ที่ชักนำสิ่งต่างๆ มาปะพอก จนใจนั้นหมดสภาพ ฟื้นหัวใจให้กลับไปผ่องใสดังเดิมกันเถิด ปัดฝุ่นและคราบเขม่าทั้งหลาย แล้วเปิดทางให้หัวใจได้หายใจ เต้น และรู้สึกด้วยตัวของมันเอง

อย่าไปบงการหัวใจมาก เพราะแทนที่จะเป็นหัวใจ มันจะกลายเป็นถังขยะแทน

ภาพจาก
http://www.yenta4.com/cutie/view_img.php?d_id=1624&cate_id=6

วันนี้เข้าใจตัวเองแล้วหรือยัง







+++ Hamster +++

+++ Playlist +++


MusicPlaylistRingtones
Create a playlist at MixPod.com

+++ coming soon +++