วันอังคารที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2553

จัดการกับคำว่า "ไม่มีเวลา"





กำลังเหนื่อย เครียด กับงานและชีวิตในยุคที่เต็มไปด้วยการแข่งขันเร่งรีบนี้ใช่ไหมคะ คนทำงานทั้งชายและหญิงคงรู้สึกเหมือนๆ กันว่า "ไม่ มีเวลา" หรือ "เวลาไม่เคยพอ" อยู่ตลอดเวลา ทั้งๆ ที่เวลานั้นเที่ยงตรงเสมอ มี 24 ชั่วโมงเท่ากันทุกวัน มีเคล็ดลับในการบริหารเวลา ให้มีประสิทธิภาพมาฝากคนไม่มีเวลาค่ะ

ขั้นที่ 1 เตรียมตัว

1.
ทบทวนสภาพการใช้เวลาในแต่ละวันของ คุณว่า เป็นอย่างไร จดรายละเอียดกิจกรรมแต่ละวัน ดูว่างานหรือกิจกรรมอะไรที่ทำให้เสียเวลาโดยไม่จำเป็น

2. อย่าให้เวลามาเป็นอุปสรรค ถ้าคิดจะทำอะไรที่ยิ่งใหญ่ อย่าคิดว่ามีเวลาไม่พอ เอาสิ่งนี้เป็นเป้าหมายหลักให้เวลากับสิ่งนี้ก่อนแล้วค่อยจัดสรรเวลาให้กับ กิจกรรมอื่นๆ

3. ถ้าอยากมีเวลาที่มีคุณภาพ ก็ต้องเชื่อว่าคุณทำได้ เชื่อมั่นอย่างนี้เสียก่อนแล้วคุณถึงจะลงมือจัดการบริหารเวลาได้

ขั้นที่ 2 ลงมือทำ

4.
วาง แผนล่วงหน้าในแต่ละวัน แต่ละสัปดาห์ แต่ละเดือน และดูว่าอะไรสำคัญเป็นอันดับแรก ใช้สูตร 20/80 การทำงานสำคัญอันดับต้นๆ 20% ของงานทั้งหมด ผลที่ได้ถือว่า ได้ 80% ของเป้าหมายทีเดียว จะทำให้เราไม่ยุ่งไปหมดโดยไม่ได้งานตามเป้าหมาย วิเคราะห์ให้ดีด้วยว่า อะไรสำคัญก่อนหลัง

5. ตัดกิจกรรมจุกจิกที่ไม่ก่อให้เกิดผลสำเร็จตามเป้าหมาย เช่น การรับโทรศัพท์ การรับแขก งานด่วนที่แทรกเข้ามาโดยไม่คาดฝัน

6. ให้ความสำคัญที่สุดกับ 3 อันดับแรก เพราะถ้าให้จดรายละเอียดของสิ่งที่จะต้องทำทั้งหมดก็จะเขียนได้ยาวเหยียด และเพิ่มเติมเข้ามาเรื่อยๆ ได้ เพราะฉะนั้นเพ่งไปที่ 3 อันดับแรก คุณอาจจะตกหล่นเรื่องอื่นไปบ้าง แต่งานที่สำคัญจะบรรลุตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ และคุณจะรู้สึกว่าสามารถจัดการเวลาและชีวิตของตัวเองได้อยู่มือ ไม่เกิดความโกลาหล เหนื่อยล้า

การจำกัดลำดับความสำคัญอยู่แค่ 3 สิ่ง จะทำให้คุณทำงานได้คล่องขึ้น เครียดน้อยลง เช่น 3 สิ่งของคุณนั้นคือ งาน ครอบครัว ตัวเอง ในแต่ละวันคุณจะสบายใจที่จะกลับบ้านทันทีหลังเลิกงาน ไม่ทำงานล่วงเวลา เพื่อจะได้กลับไปใช้เวลากับลูกและครอบครัว และเมื่ออยู่กับลูกและครอบครัวก็ไม่กังวลเรื่องงาน เพราะเมื่ออยู่ที่ทำงานคุณก็พยายามทำงานอย่างเต็มที่และอย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับเวลาของตัวเอง คุณอาจจะตั้งเป้าหมายว่าแต่ละวันหลังใช้เวลากับครอบครัวแล้ว ก็จะจัดแบ่งเวลาไว้อ่านหนังสือ ที่อยากอ่านสักวันละชั่วโมงสองชั่วโมง เป็นต้น

7. ตั้งเป้าหมายที่เป็นไปได้ ทำได้จริงด้วย เช่น 3 สิ่งที่ว่าอาจย่อกิจกรรมบางอย่างให้เล็กและสั้นลง

8. อย่ารู้สึกผิด ที่ไม่สามารถทำสิ่งต่างๆ ได้ทั้งหมด หรือมีประสิทธิผลดีเยี่ยมไปทุกเรื่อง

9. กล้าที่จะปฏิเสธ ไม่ต้องกลัวว่าคนเขาจะว่าไม่มีน้ำใจ เพราะจะดีกว่ารับปากแล้วทำไม่ได้

10. รู้จักเอ่ยปากขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น บางคนงานโอเวอร์โหลด เพราะไม่กล้าขอความช่วยเหลือหรือแบ่งงานกับคนอื่น มองโลกในแง่ดีว่า คนเรานั้นมีพื้นฐานยินดีจะช่วยเหลือกันและกันอยู่แล้ว

11. ลง มือทำเสียแต่วันนี้ การผลัดวันประกันพรุ่ง มีแต่จะทำให้เวลาที่มีอยู่น้อยลงทุกที

♣ ภาพ กับ ความหมายดี ๆ ♣


ความรู้สึกแบบนี้ ... ความเข้มเข็งในความอ่อนโยน



บางครั้ง...คำปลอบประโลม อ้อมกอด ดีที่สุดในยามนี้



ใครว่า...รักกันไม่ได้ .... อายพวกเขากันบ้างไหม คนเราน่ะ ....



หมาบ้าง ...ควายบ้าง ...มนุษย์เราตั้งให้


แต่... เขา พึ่งพิงกันได้ ไม่เห็น ต้องแบ่งพวกเลย



บางคราว... คำพูด ไม่มีความหมายเท่าการกระทำ



ขาว หรือ ดำ ใหญ่ เล็ก ไม่ไช่เรื่องสำคัญ


อยู่ที่ "ใจ"



ความ เสียใจ ...กับนํ้าตา คือสิ่งคู่กัน


เมื่อมันไหลออกมาเสียบ้าง จะได้เบาบางลง



เอื้ออาทร ...อ่อนโยนต่อกัน เป็นสิ่งที่ทำให้ชีวิตเรา อยู่ได้ บนโลกใบนี้



ขอแค่ความอบอุ่นบ้าง ...บางเวลา


นํ้าใจ อย่าให้ขาดหาย



ผู้ชาย..... บางครั้งก็ ใจดำ !!!!~



บั้นปลาย ...ไม่ต้องรวยล้นฟ้า แต่ อยากเห็น ทุกคนเหมือนภาพนี้

วันอาทิตย์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2553

วันสุดท้ายของชีวิต


"ถ้าวันนี้คุณรู้ว่าวันสุดท้ายของชีวิตกำลังจะมาถึง วันนี้ก็คือวันเริ่มต้นของชีวิต"

ลองคิดทบทวนกับประโยคนี้ดีๆ ทำไมวันเริ่มต้นของชีวิตคือวันที่เรารู้ตัวว่าใกล้จะ.....
มีผู้ชายอยู่คนหนึ่ง ทุกวันนี้ก็ไม่รู้จะบอกว่าเค้าโชคดีหรือโชคร้ายกันแน่ เป็นคนที่เข้าข่ายของกลุ่มเสี่ยงก็ว่าได้ เอาทุกอย่างยกเว้นการพนัน
ผลการตรวจเลือดประจำปีออกมาว่าเค้าเลือดบวก แต่หมอ ยังไม่ยืนยัน แล้วก็นัดให้ไปตรวจใหม่อีกสามเดือน …เป็นอันว่าหลังวันตรวจเลือดและรู้ผลเค้าเชื่อว่าผลตรวจเลือดเป็นจริง เท่านั้นแหละ ชีวิตดับทันที งานการไม่ไปทำ หลบตัวอยู่กับบ้านประมาณอาทิตย์นึงได้
พอเพื่อนๆเจอหน้าเค้าอีกที คราวนี้เปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลย เพื่อนชวนไปไหนก็ไม่ไป เลิกงานแล้วก็ไปหาแฟน พาแฟนไปทานข้าวกับพ่อแม่ที่บ้าน เหล้าบุหรี่ก็ไม่แตะอีกเลย แล้วก็ไม่พูดถึงเรื่องผลการตรวจเลือดอีก …เค้ากลับมาทำทุกอย่าง เล่นกีฬา เที่ยวต่างจังหวัด จนบางทีเราก็อดสงสัยกันไม่ได้ว่าชีวิตมันมี 48 ชั่วโมง เพราะมันใช้เวลาทุกนาทีคุ้มมาก
จนกระทั่งคนทางบ้านและแฟนมันแปลกใจ อดไม่ได้ที่จะแอบโทรมาถามเพื่อนว่าเค้าเป็นอะไรเหรอ ทำไมทำตัวเหมือนคนซึ้งสัจธรรมเลย ตอนนั้นพวกเราก็อึ้งนะครับ เพราะทุกคนรู้ดีว่าเพราะอะไร แต่ก็มีเพื่อนคนนึงพูดขึ้นมาว่า นี่ถ้ามันเป็นคนดียังนี้แต่แรกมันก็ไม่ต้องตายแล้วหละ ..
ใช่ ถ้ามันเป็นคนดียังนี้แต่แรกมันก็ไม่ต้องตาย ทุกวันนี้มันฟื้นกลับมาเป็นคนอีกครั้ง
หลังจากนั้นสามเดือนให้หลัง ผลตรวจเลือดปรากฏว่ามันไม่มีเลือดบวก ประโยคที่มันบอกกับพวกเรา มันบอกว่ามันดีใจที่พระเจ้าส่งมันไปดัดสันดานในนรกมาสามเดือน ทุกวันนี้มันรักครอบครัว รักแฟน แล้วพวกเราก็คิดว่ามันทำทุกอย่างได้ดีเท่าที่คนรักควรจะทำ จนบางทีอดอิจฉาไม่ได้อยากให้ชีวิตเฉียดๆอะไรอย่างมันบ้าง

ชีวิตของเราเริ่มต้นเมื่อวันที่เรารู้ตัวว่ากำลังจะตายหรือ? จงใช้ชีวิตวันนี้ให้เหมือนว่าวันนี้เป็นวันสุดท้ายของชีวิต ความหมายเหมือนกันว่าคนเราไม่รู้จักคุณค่าของชีวิต จนวันสุดท้ายของชีวิตมาถึง วันนั้นแหละที่เราจะรู้ว่าเราอยากทำอะไร
แล้วทำไมเราต้องรอจนกระทั่งวันสุดท้ายมาถึงก่อน จึงคิดจะทำอะไรที่ใจอยากทำ
แล้วถ้าสมมุติว่าพรุ่งนี้คุณกำลังจะจากคนที่คุณรักไปหละ วันนี้คุณจะทำอะไรให้เค้าก่อน?

เรื่องที่คุณอาจไม่เคยรู้เกี่ยวกับ "น้ำแข็งเปล่า"


น้ำแข็ง เด็กสาวหน้าตาน่ารัก สดใส ในวัยเรียน แต่ . . น้ำแข็ง
กลับไม่ได้เรียนหนังสือ อย่างที่ควรจะเป็น เพราะน้ำแข็ง เป็นเด็กกำพร้า
ที่ถูกเก็บมาเลี้ยงตั้งแต่เธอยังเล็ก

น้ำแข็ง อาศัยอยู่กับ เถ้าแก่สัญญา

เถ้าแก่สัญญา ผู้ซึ่งใครๆ ก็มักจะเรียกแกด้วยความเคยชินว่า เถ้าแก่โอ แม้นว่า
ตัวของแกเอง อยากจะให้ใครๆ เรียกแกว่า สัญญา อย่างที่แกชอบก็ตาม

อ้อ ! ! ! ผมลืมบอกเรื่องสำคัญไป

น้ำแข็ง มีปานแดงรูปตาชั่ง อยู่ที่ไหล่ซ้าย ด้วยแหละ ! !

เถ้าแก่โอ เป็นเจ้าของกิจการร้านกาแฟประจำหมู่บ้าน เถ้าแก่โอ
เก็บน้ำแข็งมาเลี้ยง ตั้งแต่เธอยังเล็ก เถ้าแก่ชอบเก็บเด็กมาเลี้ยงมาก
ประหนึ่งว่า มันเป็นงานอดิเรกของแกเลยก็ว่าได้ ใครๆจึงเรียกมะลุมมะตุ้ม
รุมเรียกร้านกาแฟ ของเถ้าแก่โอว่า

ร้านโอเลี้ยง

กิจการร้านโอเลี้ยง ของเถ้าแก่โอ ได้รับความนิยม อย่างล้นหลาม เพราะรสชาติของ
กาแฟสูตรเด็ด ที่แกเฝ้ารักษา และไม่เคยยอมบอกใครมาก่อน
และใครก็ตามที่ได้ลิ้มลอง รสชาติกาแฟ อันลือชื่อของร้าน โอเลี้ยง
จะต้องแวะมากินกาแฟ ที่ร้านโอเลี้ยง ของแกอีก เสมอ ๆ . . .

ชื่อเสียงและกิจการของร้านโอเลี้ยง ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ มากขึ้น
มากขึ้นอย่างรวดเร็ว จากร้านกาแฟเล็กๆ ประจำหมู่บ้าน
กลายเป็นร้านกาแฟประจำตำบล ประจำอำเภอ และเป็นร้านประจำจังหวัด ไปในที่สุด

ไม่นานนัก ร้านโอเลี้ยงของเถ้าแก่โอ ก็สามารถเข้าสู่ตลาดหุ้น กลายเป็นร้านกาแฟ
มหาชน ภายใต้ชื่อของตัวเองว่า บริษัทโอเลี้ยง มหาชน จำกัด เอ๊ย ย ย ย ! ! ! !
ไม่สิ เถ้าแก่แกไม่ชอบชื่อนี้นี่นา . . . .

ดังนั้นชื่อ บริษัทสัญญา มหาชน จำกัด จึงกลายเป็นชื่อที่ถูกเลือกจาก เถ้าแก่โอ

ยังครับ เท่านี้มันยังไม่พอ อย่างโบราณเค้าว่า


แข่งรถเรือแข่งพายยังพอแข่งได้ แข่งบุญแข่งวาสนามันแข่งกันยาก

เถ้าแก่โอ ได้รับตำแหน่ง นายกร้านกาแฟแห่งชาติ ซึ่งทุกคนในประเทศ
กำลังคาดหวังว่า เถ้าแก่โอ จะกลับมากอบกู้สถานะการณ์ของ กิจการร้านกาแฟ

ที่วันนี้ ดูจะเพลี้ยงพล้ำต่อเครื่องดื่มสีดำ ใส่ฟอง ปุ๊ด ๆ ๆ ๆ
จากเมืองลุงแซม อยู่ไม่น้อย

แต่ก็ใช่ว่าทุกอย่างจะราบรื่นเสมอไป เพราะด้วยความที่เถ้าแก่โอ ไม่มีความรู้
เรื่องหุ้น มาก่อนในชีวิต เพราะทั้งชีวิตของเถ้าแก่โอ แกอยู่กับร้านกาแฟ
สูตรลับ และการเก็บเด็กมาเลี้ยง เท่านั้น

คณะกรรมการตลาดหุ้นประจำเมือง เกิดจับได้ว่า เถ้าแก่โอ แอบซุกหุ้นของ
บริษัทสัญญา มหาชน จำกัด โดยอาศัยชื่อของคนขับรถ แม่บ้าน ไปจนถึง
เด็กที่ถูกเถ้าแก่โอเก็บมาเลี้ยง และแน่นอน น้ำแข็ง เด็กหญิงผู้น่าสงสาร
ที่เถ้าแก่โอ เก็บมาเลี้ยง ก็มีชื่อรวมอยู่ในนั้นด้วย

เถ้าแก่ออกมาเปิดเผยว่า น้ำแข็ง และพรรคพวก เป็นคนทำบัญชีหุ้นให้ร้านโอเลี้ยง
ตนจึงไม่ทราบเรื่องที่ผิดพลาดดังกล่าว แต่ในฐานะที่เป็นเจ้าของกิจการ
ตนเองก็ยอมรับผิด ด้วยสปิริต และความบกพร่องของเค้าเอง ที่ไม่ตรวจดูให้ดีก่อน
แต่ก็ไม่ลืมย้ำว่า . . .

มันควรจะเป็นความบกพร่องโดยสุจริต(ใจ)

เถ้าแก่โอ ซึ่งก็รู้ดีอยู่ว่า น้ำแข็งไม่ได้ทำบัญชีให้
เพราะเพียงแค่หนังสือแบบเรียน เธอยังอ่านไม่ออก แต่เถ้าแก่โอ
ก็ไม่สามารถพูดอะไรได้ดีกว่านี้ เถ้าแก่โอ จำต้องโกหกสังคม
เพื่อความอยู่รอดของ บริษัทสัญญา มหาชน จำกัด

บริษัทที่เค้าสร้างขึ้นด้วยสองมือ หยาดเหงื่อ และสูตรกาแฟ

หลังจากคณะกรรมการตลาดหุ้นประจำเมือง พิจารณาอย่างถ้วนถี่แล้ว
ก็รวมหัวกันสรุปว่า เถ้าแก่โอ ไม่มีเจตนาโกงเรื่องหุ้น ด้วยคะแนน 8 ต่อ 7
เสียง

เย้ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ชาวบ้านต่างยินดีปรีดากันถ้วนหน้า


เถ้าแก่โอ รอดพ้นจากความผิด

สงสารก็แต่แม่ปลาบู่ เอ๊ย ย ย ย ! ! ! น้องน้ำแข็ง ของเรา

น้ำแข็ง เสียใจมาก ที่ตัวเองต้องตกเป็นจำเลยของสังคมไปเสียแล้ว ทั้งๆ ที่
น้ำแข็ง ก็ไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน และใครๆ ก็รู้ดีว่า น้ำแข็ง
เด็กหญิงหน้าตาน่ารัก คงไม่ได้เป็น อย่างที่เถ้าแก่บอก เป็นแน่แท้

น้ำแข็ง แอบร้องไห้ทุกค่ำคืน

น้ำแข็ง ถูกสภากาแฟ เนรเทศให้ไปอยู่ประเทศที่สาม

ไม่มีใครรู้ว่ามันเป็นประเทศอะไร รู้แต่เพียงว่ามันประเทศที่แห้งแล้ง
และไม่มีแม้กระทั่ง กาแฟสักหยด

ทุกคนพยายามบอกกับ เถ้าแก่โอ ว่า น้ำแข็งไม่ได้ทำ น้ำแข็งเปล่านะเถ้าแก่

ชาวบ้านทั้งหมดล้วนแล้วแต่คิดถึงน้ำแข็ง เด็กสาวหน้าตาน่ารัก ผู้โอบอ้อมอารีย์

และทุกคนพยายามย้ำให้เถ้าแก่โอ ได้รู้ว่า น้ำแข็งไม่ได้ทำ

น้ำแข็งเปล่า า า า ! ! !

และเพื่อเป็นการแสดงความคิดถึง น้ำแข็ง เด็กหญิงผู้น่าสงสาร จึงเกิดธรรมเนียม
ที่ยึดถือปฎิบัติกัน ทุกคนที่มากินกาแฟที่ร้านโอเลี้ยง
ไม่ว่าจะเป็นร้านโอเลี้ยงใดๆ ในโลก จะต้องพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า

เถ้าแก่ น้ำแข็งเปล่า า า า า า ทำนะ

น้ำแข็งเปล่า า า า

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ปล. ภายหลังน้ำแข็ง เพิ่งได้รู้ว่าปานแดง รูปตาชั่ง เป็นตราประจำตระกูลของเธอ
ตาชั่ง ผู้เป็นพ่อ ได้ประทับตรานี้เอาไว้ตอนที่ต้องพรัดพรากจาก น้ำแข็ง
โดยหวังว่าสักวัน พ่อ ลูก จะได้กลับมาอยู่ร่วมกันอีกครั้ง . . . .

อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ ยังไม่จบ เรื่องราวของน้ำแข็ง ยังไม่จบเท่านั้น

หลังจากที่น้ำแข็ง ถูกสภากาแฟเนรเทศออกมา น้ำแข็ง ได้ผลิตน้ำดื่ม ตราตาชั่ง
น้ำดื่มรูปแบบใหม่ เป็นก้อนๆ สดใส แข็งแรง น้ำดื่มที่สามารถอยู่ได้ทนทาน
นานกว่าที่ทุกคนคุ้นเคย แถมยังเย็นชื่นใจ

และมันก็ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม ในประเทศนิค ประเทศที่เธอ ถูกสภากาแฟ
เนรเทศมา

น้ำแข็ง ยังคิดถึงทุกคนที่หมู่บ้าน และอยากจะบอกให้ทุกคนที่หมู่บ้านได้รู้ว่า

เธออยู่ที่ไหน

น้ำแข็งจึงเรียกผลิตภัณฑ์ของเธอ อย่างแยบยล และเพื่อจะบอกให้ทุกคน
ได้รับรู้ข่าวสารของเธอว่า . . . น้ำแข็งอยู่ที่นิค และบ้างก็เพี้ยนไปเป็น

น้ำแข็งยูนิค

อย่างในปัจจุบัน . . .

วันเสาร์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2553

♣ เครื่องพันธนาการทางใจ ♣



มีใครบางคนเคยบอกฉันว่า…..

“ สิ่งที่มีค่าที่สุดสำหรับความรัก ไม่ว่าจะลงเอยแบบใด……คือความทรงจำดีๆ ระหว่างคนสองคน ”

ถ้าความทรงจำของฉันก่อตัวเป็นกำแพงเพื่อ ปิดกั้นไว้ด้วยช่วงเวลานั้นจริง
ความทรงจำก็ไม่ต่างอะไรกับเครื่องจองจำ ที่เป็นเสมือนเครื่องพันธนาการ

ที่ทำให้ฉันยึดติดไว้อย่างทุกข์ทน

เคย มั้ย ? ที่ตื่นเช้าขึ้นมาแล้วพบว่ายังวนเวียนคิดถึงเรื่องเดิมๆ
ตั้งแต่ ยังไม่ได้หลับ จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
ลืมตาตื่นทั้งๆ ที่ร่างกายและจิตใจไม่ได้ตื่นตามไปด้วย

เคยมั้ย ? ที่ไม่อยากปล่อยให้ความรักจากไป
เพียงเพราะ...ไม่ต้องการสูญเสียความ มั่นคง
หรือสิ่งที่เราเคยครอบครอง เพื่อตอบสนองความต้องการในใจเรา

เคย มั้ย ? ที่ถามตนเองว่า
เราจะอยู่ไปเพื่ออะไร หากปราศจากคนที่เรารัก
เพียง เพราะ.....เราไม่กล้ายอมรับการสูญเสีย การถูกคนรักตีจาก
เราหมดความ ภาคภูมิใจเมื่อปราศจากคนที่เรารัก

เคยมั้ย ? ที่รู้สึกโกรธ เมื่อไม่สมหวังในความรัก ทุรนทุราย
อยากได้คนรักกลับคืนมา
เพียง เพราะ.…เรายึดมั่นว่า คนรัก หรือความรักนั้นเป็นของของเรา
และลึกๆ ลงไปในใจ เรารักตนเองมากเหลือเกิน

และเคยมั้ย ? ที่เฝ้าถามตนเองซ้ำๆ ว่า.....
เมื่อไหร่ถึงจะลืมความเจ็บปวดนี้ได้

ฉันเองเคยรู้สึก ทนทุกข์กับคำถามซ้ำไปซ้ำมาเหล่านี้
มันทรมานเมื่อพบว่า… ยิ่งเราอยากลืมความทุกข์มากแค่ไหน
ก็ดูเหมือนจะยิ่งจดจำมากขึ้นเรื่อยๆ

การ ดิ้นรนออกจากวังวนความทุกข์เพราะ ความรักนั้น
เป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายดาย สำหรับใครหลายๆ คน
แต่ขณะเดียวกัน ก็เป็นสิ่งที่ยากยิ่งสำหรับใครอีกหลายๆ คนเช่นเดียวกัน

เรามาร่วม เดินทางเพื่อเรียนรู้ ผ่านการมองเห็นด้วยใจ
เรียนรู้ทุกข์ที่อยู่ตรงหน้า อย่างคนที่เข้าใจความเป็นจริงของโลก
แล้วจะค้นพบว่า แม้ความสุขอันเกิดจากความรัก
หรือความทุกข์ที่เกิดจากความรักก็ตาม
ล้วน หมุนเวียนเปลี่ยนผันไปตามเหตุ และปัจจัย

ความสุข ความทุกข์ เป็นเพียงสายลมที่พัดผ่านมากระทบใจเรา
ไม่มีอะไรเที่ยงแท้ มั่นคง อย่างแท้จริง




วันศุกร์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2553

ดินสอกับปากกา




เมื่อ 100 ปีมาแล้วปากกาด้ามแรกก็ได้เกิดขี้น บนโต๊ะทำงานแห่งหนึ่ง

เจ้าดินสอไม้ตัวน้อยมองดูเจ้านายของมันด้วยความอาลัย
"ทำไมนายเปลี่ยนไป ไม่รักข้าเหมือนแต่ก่อน ไม่ใช้งานข้าล่ะ"

เจ้าปากกาซึ่งตอนนี้อยู่ในมือของนักธุรกิจชายผู้หนึ่ง ซึ่งเป็นเจ้านายของดินสอไม้และปากกาด้วย
มองเห็นเจ้าดินสอไม้ซึ่งหดหู่ใจอยู่ ก็พูดข่มทับเจ้าดินสอว่า
"นี่ เจ้าดินสอไม้ ก็เจ้าน่ะมันล้าสมัยแล้ว ไม่มีเจ้านายคนไหนอยากใช้งานเจ้า ในการเขียนหรอก ข้าน่ะมีทั้งความคมชัด เขียนลื่น ไม่มีวันไส้หักเหมือนตัวเจ้า เจ้านายจึงรักข้ามากกว่าเจ้าอย่างแน่นอน"

เมื่อเจ้าดินสอไม้ได้ยินเจ้าปากกาพูดเช่นนี้ จิตใจที่ห่อเหี่ยวอยู่แล้วยิ่งทับทวีมากขึ้นไปอีก มันตัดสินใจที่จะฆ่าตัวตาย โดยกลิ้งตัวเองให้หล่นจากโต๊ะทำงาน เมื่อหล่นจากโต๊ะทำงานมันก็รู้ตัวว่ามันยังมีชีวิตอยู่ ก็รู้ตัวว่าคงไม่มีอะไรดีไปกว่านี้

เมื่อเสร็จสิ้นการทำงานของนักธุรกิจผู้นั้น เขาก็เผลอทำเจ้าปากกาตกที่พื้น โดยไม่สนใจเก็บเช่นกัน ในตอนเย็นน้องชายของนักธุรกิจผู้นั้น เขามีอาชีพเป็นนักวาดภาพ ได้มาเจอเจ้าดินสอไม้ และปากกาหล่นบนพื้นทั้งคู่ เขาก็เก็บมันไปใช้

มาถึงตอนนี้ทุกท่านที่อ่านคงเดาได้ว่าจะเป็นอย่างไร ใช่แล้ว เจ้าดินสอไม้ที่ไม่เคยได้รับการเอาใจใส่จากเจ้านายนักธุรกิจ กลับมีคุณค่ากับเจ้านายนักวาดภาพ

มันถูกใช้งานจนตัวมันสูญสลายไป แต่กลับได้ภาพที่สวยงาม ยังคงคุณค่าให้ผู้พบเห็นได้ชื่นชม ซึ่งมันมีองค์ประกอบในภาพนั้น

ส่วนเจ้าปากกาหลังจากที่ถูกนักวาดภาพเก็บไป มันก็อยู่แต่ในกล่องไม่เคยถูกหยิบมาใช้งานอีกเลย จนหมึกมันแข็งใช้งานไม่ได้ พอจะถูกใช้งานอีกที มันก็หมดอายุ เขียนไม่ออก แต่ตัวมันไม่สูญสลายไป ยังคงทิ้งร่างกายเอาไว้เป็นภาระต่อเจ้านาย มันจึงถูกทิ้งในถังขยะต่อไป


เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ตัวเราย่อมมีคุณค่าเสมอ แต่ต้องให้ถูกกับงาน

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับมันสมอง 6 ข้อ


1. มันสมองเหนื่อยหรือเพลียกับใครไม่เป็น

คนที่ทำงานใช้ความคิดติดต่อกันนานๆจะรู้สึกมึนงง เพลีย ทำงานช้าลง
เข้าใจเอาเองว่า ใช้สมองมาก จนสมองเพลีย จึงต้องหยุดพักสมอง
เมื่อได้พักแล้วก็รู้สึกแจ่มใส ทำงานได้ดีขึ้น พวกนักวิทยาศาสตร์
ได้ทดลองเรื่องนี้ ว่าจริงไม่จริงอย่างไร ก็พบว่าไม่จริง
สมองเพลียกับใครไม่เป็น เพราะสมองไม่เหมือนกล้ามเนื้อ
ไม่ได้ทำงานอย่างกล้ามเนื้อ พลังของสมองเกิดจากไฟฟ้าเคมี (Electrochemical)
ในสมองมันจึงไม่เพลีย เช่นเดียวกับเราเปิดไฟห้าสิบแรงเทียน
เปิดไว้นานเท่าใดมันก็สว่างอยู่เท่านั้น ถ้ามันจะดับก็ดับไปเลย
อาการที่ใกล้กับความเพลียของสมอง ก็คือความเบื่อ อย่างเช่นเวลาท่องตำรายากๆ
สักเล่มหนึ่งพอดึกเข้า สักหน่อย ใจหนึ่งอยากอ่านต่อไป อีกใจหนึ่งอยากนอน
เช่นนี้ทำให้ท่านหมดความตั้งใจที่จะอ่าน
ดังนี้พอจะพูดได้ว่าสมองเพลียคือหมายความว่า
ท่านหย่อนความตั้งใจที่จะทำงาน
และไม่สามารถที่จะบังคับความคิดไม่ให้ฟุ้งซ่านไปในทางอื่น

2. กำลังสมองไม่มีที่สิ้นสุด

สมองเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย
มีหน้าที่เกี่ยวกับการจดจำการคิดและความรู้สึกต่างๆ
สมองประกอบด้วยตัวเซลล์ประมาณ 10 พันล้านตัวถึง 12 พันล้านตัว
แต่ละตัวมีเส้นใยที่เรียกว่าแอกซอน (Axon) และเดนไดรต์ (Dendrite)
สำหรับให้กระแสไฟฟ้าเคมี (Electrochemical)
แล่นผ่านถึงกันการที่เราจะคิดหรือจดจำสิ่งต่างๆนั้นเกิดจากการเชื่อมต่อ ของกระแส
ไฟฟ้าในสมอง คนที่ฉลาดที่สุดก็คือคนที่สามารถใช้กำลังไฟฟ้าได้เต็มที่

3. อัตราส่วนเชาวน์ (I.Q.) นั้นที่จริงไม่ใช่ของสำคัญ

นักจิตวิทยา เช่น อัลเฟรดและบิเนต์ มีวิธีการวัดความฉลาดของคน
โดยการวัดอัตราส่วนเชาวน์ หรือไอคิว แล้วกำหนดว่าคนนั้นๆมีไอคิวเท่านั้นๆ
ถ้าใครวัดแล้วได้ไอคิวต่ำกว่าร้อย ก็ออกจะเสียใจ สักหน่อย
แต่นักจิตวิทยาเขาว่าอย่าไปสนใจกับไอคิวนักเลย
เพราะการทดสอบนั้นมันไม่ค่อยแน่นัก อาจทดสอบผิดพลาดได้ง่าย
เท่าที่เขาค้นพบนั้น ว่าใครมีร่องยู่ยี่หยุกหยิกตอนกลางกระหม่อมมากๆ
มักจะฉลาดกว่าคนอื่น
แต่คนที่ธรรมชาติไม่ได้สร้างสิ่งพิเศษมาให้ จะไม่มีทางฉลาดกับเขาบ้างหรือ
นักวิทยาศาสตร์ตอบว่ามีและมีได้แน่ๆ คนที่มีไอคิวปานกลางอาจจะเป็นคนฉลาดปราดเปรื่อง
มีความรู้ดีได้โดยการหมั่นฝึก ตัวเซลล์ในสมองให้มันทำงาน
ไม่ปล่อยให้มันขี้เกียจอยู่เฉยๆ เขาพบว่าคนที่มีชื่อเสียงมากมายหลายคนมี
ไอคิวเท่าๆ กับคนธรรมดา อย่างเช่น จอห์น อาดัมส์, อับราฮัม ลินคอล์น, นโปเลียน,
เนลสัน เหล่านี้มีสมองธรรมดาๆ แต่ว่าเป็นคนมีลักษณะพิเศษ
คืออุตสาหะพากเพียรอย่างไม่หยุดยั้ง คนสมองดีๆถ้าไม่หมั่นใช้มันก็จะฝ่อได้

4. แก่แล้วก็เรียนได้ดีเท่าหนุ่มๆเหมือนกัน

ความเข้าใจผิดอย่างไม่เข้าท่า ก็คือว่ายิ่งแก่ตัวยิ่งเรียนไม่ได้
สมองเสื่อม ความจำไม่ดี ถ้าเป็นคนขี้เหล้าเมายาหรือมีโรคอาจเป็นได้ดังนี้
แต่คนปรกติแล้วย่อมเรียนได้ตลอดอายุ ความแก่ชราไม่เป็นอุปสรรคแก่การเรียน
การเรียนเกี่ยวกับการให้กระแสไฟฟ้าในสมองเคลื่อนไหว
ดังนั้นถ้าสมองไม่ผุพังเพราะเชื้อโรค
หรือการกระทบกระเทือนอย่างหนึ่งอย่างใดแล้ว อายุ 90 ปี ก็ยังเรียนได้
ที่ว่าแก่ป้ำๆเป๋อๆชื่อคนที่เคยจำได้ก็นึกไม่ออก อะไรพวกนี้
เป็นการยอมรับตัวเองทั้งสิ้น

5. กำลังสมองจะดีขึ้นถ้าได้ใช้มันอยู่เสมอ

สมองเหมือนกับกล้ามเนื้อ
ตรงที่การฝึกถ้าได้ใช้ให้ทำงานอย่าปล่อยให้มันขี้เกียจ มันจะยิ่งเก่งกล้าขึ้น
ท่านยิ่งใช้ความคิด ความคิดของท่านก็จะดีขึ้น หากท่านใช้ความจำอยู่เสมอ
ความจำของท่านก็จะดีขึ้น คือท่านจะจำอะไรได้เร็วขึ้น
มีอำนาจอย่างหนึ่งที่เราพูดถึงกันเสมอคืออำนาจใจหรือกำลังใจ
กำลังอันนี้สะสมอยู่ในสมอง
ทุกคราวที่ท่านใช้กำลังใจหรืออำนาจใจต่อสู้อุปสรรคปัญหา
หรือความยากลำบากต่างๆ
กำลังใจของท่านก็เพิ่มพูนมีกำลังแรงขึ้น

6. จิตใต้สำนึก….คลังอันน่ามหัศจรรย์

ส่วนลี้ลับและแสนจะพิศดารในตัวของเราคือจิตใต้สำนึก หรือบางทีเรียกว่า
จิตไร้สำนึก มันเป็นที่เก็บพลังพิเศษ
และความจดจำเรื่องทั้งหลายมากมายก่ายกอง
แต่มันน่าประหลาด ที่เราไม่สามารถให้มันสำแดงฤทธิ์ตามใจเราได้
มันจะแสดงพลังของมันออกมาในขณะที่มีเหตุใหญ่ฉันพลัน ทันด่วน
และแสดงออกมาโดยเราเองก็ไม่รู้ตัว
จิตแพทย์ได้เพียรใช้จิตสำนึกรักษาโรคจิต
อย่างเช่นบางคนอยู่ดีๆ กลัวและเกลียดคนหน้าดำ
เจ้าตัวเองก็บอกไม่ถูกว่าทำไมถึงเกลียดและกลัวอย่างไม่มีเหตุผล

จิตแพทย์ต้องใช้วิธีให้จิตใต้สำนึกบอกเรื่องราวแต่หนหลัง ที่ตกตะกอนลงไปอยู่ในจิตแห่งนั้น
ก็รู้ได้ว่าเมื่อตอนนั้นยังเล็กอยู่
มีคนหน้าดำคนหนึ่งได้เข้ามาปลุกปล้ำบีบคอเขาในบ้าน
แต่เขาจำเรื่องนี้ไม่ได้
เพราะมันตกไปอยู่ในจิตใต้สำนึก เมื่อเขาโตขึ้น
มันจึงแสดงอาการออกมาในลักษณะที่เขากลัวและเกลียดคนหน้าดำ
นักจิตวิทยากล่าวว่า
หากเราหัดพูดกับจิตใต้สำนึกเราก็สามารถสร้างพลังขึ้นในตัวได้
อย่างเช่นเราพูดกับจิตใต้สำนึกว่า คืนนี้เราจะตื่นตีห้า ทำใจให้แน่วแน่
เพ่งอยู่ในการตื่นเวลาตีห้า พอถึงตีห้า จิตใต้สำนึกก็จะปลุกเราเอง
ถ้าเราเป็นคนขลาดขี้อาย เราพยายามพูดกับจิตใต้สำนึกว่าเราจะไม่ขลาด
เราจะไม่ขี้อาย ความขลาด ความขี้อายก็จะหายไปเอง

ขอขอบคุณสาระดีๆจาก http://www.yehyeh.com/

♣ รักเท่าไหนถึงจะพอ ♣



จะมีสักกี่ครั้ง

ที่เราจะรู้สึกถึงความรักที่เต็ม ไปด้วยความสุข

แต่ก็แฝงไปด้วยความทุกข์

สุขเพราะได้รักใครคน หนึ่งอย่างสุดหัวใจ

และได้คิดถึงเขาทุกลมหายใจ

แต่ในความ รักที่เต็มไปด้วยที่สุดนั้น

ก็มักจะทำให้เราเจ็บปวด


คุณ เคยร้องไห้เพราะรักใครสุดหัวใจ

และเคยต้องร้องไห้เพราะคิดถึงใครคน หนึ่ง

อย่างที่ไม่รู้ว่าเขาคนนั้น

จะคิดถึงเราบ้างหรือเปล่า

เรา ไม่สามารถหาคำตอบได้

แต่ความรัก

มันจะมีคำตอบอยู่ในตัวของ มัน

หากเรารักอย่างมีสติ

ลองมองย้อนกลับมาดูตัวเองบ้าง

ค้น หาใจของตัวเองบ้าง

อย่าให้ไปอยู่ที่ใครคนนึงจนหมดทั้งหัวใจ

จง เก็บไว้สำหรับตัวเองสัก 1 ห้อง

เก็บไว้เผื่อวันข้างหน้า

ที่ เราไม่รู้ว่ามันจะต้องเตรียมพื้นที่

ไว้สำหรับ 3 ห้องที่เหลือต้องกับคืนมาอย่างบอบช้ำ

เก็บความคิดถึงไว้คิดถึงตัว เองบ้าง


หากเรามัวคิดถึงว่า

เขาทำอะไรอยู่ กินอะไรหรือยัง วันนี้เขาจะไปไหน

ลองเปลี่ยนมาคิดถึงว่า

วันนี้ เราจะทำอะไร จะกินอะไรดี และวันนี้เราจะไปไหน

เพื่อลดความเจ็บปวดของ ความคิดถึง


เผื่อลมหายใจสำหรับ ตัวเอง

อย่างน้อยลองค่อย ๆ ทำวันละนิด

คุณก็จะเป็นคนหนึ่ง ที่รักเป็น

♣ อย่าทำร้ายใคร .. ด้วยการผูกมัด ♣





เราต่างแสวงหาใครสักคน . . .
แต่ เราอาจลืมคิดไปว่า . . . ตลอดชีวิตนั้นนานแค่ไหน
หากวันหนึ่ง . . . เราบังเอิญไปพบใครอีกคนกลางทาง
แล้วอยากชวนให้เขาเดินไปด้วยกันกับเรา
เรา ต้องทำร้ายใครอีกคนหรือเปล่า . . .
คนที่เรา . . . อยากจะอยู่ด้วยกันไปตลอดชีวิตคนนั้น

ชีวิตเปลี่ยนแปลงเสมอ . . .ไม่มีอะไรแน่นอน
กระทั่วหัวใจเราเอง . . .
กว่าจะถึงวันสุดท้ายของ ชีวิต
เราอาจเปลี่ยนรองเท้าไปเป็นร้อยคู่
และเปลี่ยนเส้นทางไปเป็น ร้อยครั้ง

อย่าทำร้ายใคร . . . ด้วยการผูกมัดเลย
เพราะตลอด ชีวิตนั้น...
เราต้องตัดสินใจอีกเป็นแสนล้านครั้ง
ขึ้นอยู่กับว่า . . . ครั้งไหนบ้างที่จะไม่ทำให้ใครต้องร้องไห้
และครั้งไหน . . . ที่เราจะแน่ใจได้ว่าเป็น "เขา" จริง ๆ


วันพฤหัสบดีที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2553

30 ความสุข แบบง่ายๆ


1. นึกไว้เสมอว่าการโกรธ 1 นาที จะทำให้ความทุกข์อยู่กับคุณ 3 ชั่วโมง

2. ถ้ายิ้มให้กับคนที่อยู่ในกระจก รับรองว่าเค้าต้องยิ้มตอบกลับมาทุกครั้งแน่

3. ลองปลูกต้นไม้เองสักต้น การเติบโตของมันจะบ่งบอกตัวตนของคุณได้

4. หลับตานิ่งๆ สัก 3 นาที เมื่อรู้สึกว่าอะไรที่อยู่ตรงหน้ามันช่างยากเหลือเกิน

5. ระหว่างแปรงฟัน ฮัมเพลงด้วยจนจบ จะทำให้ฟันสะอาดขึ้นสองเท่า

6. เคี้ยวข้าวแต่ละคำให้ช้าลง จากที่รสชาติธรรมดา ก็จะอร่อยขึ้นเยอะเลย

7. ไม่ว่าผมจะสั้น หรือยาว แค่ไหน ก็ต้องการให้หวีอย่างทะนุถนอมเหมือนกันหมด

8. การขึ้นลงบันไดสูงๆ แบบไม่ให้เมื่อย คือการไม่นับว่ากำลังยืนอยู่บันไดขั้นที่เท่าไร

9. คนตาบอดจะเห็นว่าคุณสวยมากๆ ทันทีที่คุณถามเขาว่า 'ช่วยพาข้ามถนนไหมคะ?'

10. เมื่อจะหยิบเศษเงินให้ขอทาน ไม่จำเป็นต้องนับก่อนที่จะหย่อนลงกระป๋องหรอก

11. ควรหัดพูดคำว่า 'ไม่ เป็นไร' ให้เคยปากมากกว่าการพูดคำว่า 'จะเอายังไง'

12. ลองตั้งนาฬิกาให้เร็วขึ้น 15 นาที รับรองว่าจะไม่ค่อยไปสายเหมือนเมื่อก่อน

13. สัตว์เลี้ยงที่บ้านเก็บความลับเก่ง เรื่องที่ไม่อยากให้ใครรู้จึงเล่าให้มันฟัง

14. อาหารที่ไม่ชอบกินตอนเด็ก ลองตักเข้าปากอีกทีเผื่อจะกลายเป็นอาหารจานโปรด

15. เขียนชื่อคนที่เกลียดใส่กระดาษแล้วฉีกทิ้ง ความเกลียดจะเบาบางลงไปเรื่อยๆ

16. ให้ปล่อยน้ำตาไหลโดยไม่ต้องเช็ด เมื่อน้ำตาแห้งจะดูแทบไม่ออกว่าเพิ่งร้องไห้

17. ตุ๊กตาและของเล่นเก่าๆ จะทำให้เรายิ้มออกเสมอเมื่อไปหยิบมาเล่นอีกครั้ง

18. ก่อนจะชื้ออะไรก็ตาม ต้องคิดหาประโยชน์ของมันทำให้ได้อย่างน้อยสามข้อก่อน

19. ถึงเสื้อกางเกง ในตู้จะมีอยู่น้อย แต่ถ้าใส่สลับกันไปเรื่อยๆ ก็จะดูเหมือนมีเยอะขึ้น

20. ซาลาเปา 1 ลูก กินได้ 2 คน ลูกชิ้นปิ้ง 1 ไม้ กินได้ 4 คน ถ้าคุณคิดจะแบ่งเท่านั้นเอง

21. เลือกให้ของขวัญคนที่ไม่เคยได้ดีกว่า ให้คนที่ได้เยอะจนจำชื่อคนให้ได้ไม่หมด

22. ในวันที่รู้สึกเศร้าๆ เหงาๆ เดินไปชื้อดอกไม้ให้ตัวเองสักดอกก็จะดีขึ้น

23. แอบรักใครสักคน ยังไงก็ยังดีกว่าไม่เคยรู้ว่าความรู้สึกรักมันเป็นอย่างไร

24. ถึงจะไม่ออกไปไหน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะแต่งตัวสวยๆ หล่อๆ ไม่ได้นิ

25. ฝึกโรแมนติกง่ายๆ คนเดียวบ้าง ด้วยการนั่งนับดาวให้ครบ 100 ดวง ก่อนนอน

26. ถ้าคุณเช็ดกระจกที่ขุ่นมัวที่สุดจนสดใสได้ ทำไมคุณจะเรียนดีกว่านี้ไม่ได้

27. พยายามอ่านหนังสือทุกชนิดในมือให้จบเล่ม มันอาจจะไม่สนุกแต่ก็มีประโยชน์แฝงอยู่

28. วันที่ตื่นเช้าๆ ให้บิดขี้เกียจนานที่สุดเท่าที่จะนานได้ถ้าขี้เกียจออกกำลังกาย

29. แค่เอาข้าวที่กินไม่หมดไปให้หมาที่เดินผ่าน ก็เป็นการทำบุญที่ไม่ต้องลงทุนแล้ว

30. ปิดไฟดวงที่ไม่จำเป็นในบ้าน แม่จะได้มีค่าขนมให้คุณเพิ่มขึ้นอีกหลายบาท

4อย่า...(แล้ว ชีวิตจะมีสุข)


1. อย่าเป็นนัก จับผิด
คนที่ คอยจับผิดคนอื่น แสดงว่า หลงตัวเองว่าเป็นคนดีกว่าคนอื่น ไม่เห็นข้อบกพร่องของตนเอง 'กิเลสฟูท่วมหัว ยังไม่รู้จักตัวอีก' คนที่ชอบจับผิด จิตใจจะหม่นหมอง จงมองคน-มองโลกในแง่ดี (( แม้ใน สิ่ง ที่เป็นทุกข์ ถ้ามองเป็น ก็เป็นสุข ))

2. อย่า มัวแต่คิดริษยา
'แข่ง กันดี ไม่ดีสักคน - ผลัดกันดี ได้ดีทุกคน' คนเรา ต้องมีพรหมวิหาร 4 คือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา คนที่เราริษยาเป็นการส่วนตัว คือ 'เจ้ากรรมนายเวร' ถ้าเขาสุข เราจะทุกข์ ฉะนั้น...เราต้องถอดถอนความริษยาออกจากใจ

***เรา ริษยา 1 คน เรา ก็ มี ทุกข์ 1 ก้อน ( หนักเปล่าๆ )*** จงถอดถอนความริษยาออกจากใจโดยใช้วิธี 'แผ่เมตตา' แล้วปล่อยวางไป

3. อย่า เสียเวลากับความหลัง
90% ของ คนที่ทุกข์ เกิดจากการย้ำคิดย้ำทำ 'ปล่อยไม่ลง ปลงไม่เป็น' มนุษย์ที่สลัดความหลังไม่ออก... เหมือนมนุษย์ที่เดินขึ้นเขา พร้อมแบกเครื่องเคราต่างๆ ไว้ที่หลัง (หนักป่ะล่ะ??) ทุกข์ที่เกิดขึ้นแล้ว จงตัด และปล่อยมันซะ

'อย่า ปล่อยให้คมมีดแห่งอดีต มากรีดปัจจุบัน'
'อยู่ กับปัจจุบันให้เป็น อย่าไปยึดติดกับอดีต แล้วชีวิตจะเป็นสุข'
---จง ให้กายอยู่กับจิต และ ใช้จิตอยู่กับกาย----

4. อย่า พังเพราะไม่รู้จักพอ
'ตัณหา' ที่มีปัญหา คือ ความโลภ ความอยากที่เกินพอดี เหมือนทะเลไม่เคยอิ่มด้วยน้ำ ไฟไม่เคยอิ่มด้วยเชื้อ ธรรมชาติของตัณหา คือ 'ยิ่งเติม-ยิ่งไม่เต็ม' ทุกอย่าง ต้องดู คุณค่าแท้ ไม่ใช่ คุณค่าเทียม เช่น คุณค่าแท้ของนาฬิกา คือไว้ดูเวลา ไม่ใช่มีไว้ เพื่อความโก้หรู คุณค่าที่แท้ของโทรศัพท์มือถือ คือไว้สื่อสาร ไม่ใช่มีไว้เพื่อความโก้หรู ลองถามตัวเราเองซิว่า 'เกิด มาทำไม'

'คุณค่าที่แท้จริงของการเกิดมาเป็น มนุษย์อยู่ตรงไหน 'ตามหา - แก่น ' ของชีวิตให้เจอ พยายามวางกิเลส ทั้ง โลภ โกรธ หลง ให้ได้มากที่สุด แล้วชีวิตจะมีความสุขอย่างแน่นอน...

อยากมีความ สุข... จงทำตัวเหมือนน้ำ


บางครั้งการดำเนินชีวิตอย่างปกติสุข ต้องรู้จักปรับตัวให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อม ทั้ง สภาพ แวดล้อมภายนอก เช่น สภาพเศรษฐกิจ สังคม ผู้คน วัฒนธรรม ค่านิยม ฯลฯ หรือสภาพแวดล้อมภายใน ซึ่งได้แก่ ฐานานุรูป หรือสถานะทางสังคมของตัวเองและครอบครัว ความรู้ ฯลฯ

หลายคน เป็นทุกข์ หาความสุขไม่เจอ เพราะไม่สามารถ "ปรับตัว" ให้เข้ากับปัจจัยทั้ง 2 ประการได้ น้ำเป็นตัวอย่างที่ดีของการปรับตัวเหล่านี้

1. รู้จักประมาณตัว

Water Being : น้ำ ไม่ว่าจะอยู่ในภาชนะรูปแบบไหนๆ หรือแหล่งน้ำธรรมชาติลักษณะใดๆ ก็สามารถทำตัวกลมกลืนมีรูปร่างไปตามนั้น เช่น อยู่ในแอ่งเล็กๆ อยู่ในสระขนาดกลาง อยู่ในบึงกว้างๆ อยู่ในทะเลสาบขนาดใหญ่ หรือแม้แต่อยู่ในมหาสมุทร น้ำก็อยู่ได้

Being Water : คนเองก็ต้องรู้จักปรับ ตัวให้เข้ากับที่อยู่หรือสิ่งแวดล้อมที่ห่อหุ้มชีวิต อยู่บ้านใหญ่ก็อยู่ได้ อยู่บ้านเล็กก็ปรับตัวให้เหมาะสม เศรษฐกิจดีก็ใช้เยอะ เศรษฐกิจแย่ก็ตัดรายจ่ายได้ไม่ทุกข์ร้อนใจ มีมากใช้มาก มีน้อยใช้น้อย ตามภาษิต 'นกน้อยทำรังแต่พอตัว'

เบื้องต้น คนต้องรู้ตัวเองเสียก่อนว่าเป็นน้ำในอะไร บางคนเป็นแค่น้ำขังในกะลา ทว่าใช้ชีวิตเหมือน้ำในทะเลสาบ แน่นอนล่ะ ในที่สุดก็ต้องอัตคัตขัดสน หามาได้ก็ใช้หนี้ หมุนวนอยู่อย่างนั้นเพราะดำเนินชีวิตแบบ "เกินกำลัง" ของตัวเอง

เมื่อรู้ตัวแล้ว ก็ต้องรู้สถานการณ์ มีแล้วค่อยใช้ ไม่มีให้เก็บออม คนสมัยนี้ชอบเอา "เงินอนาคต" มาใช้ เงินอนาคตหมายถึงอะไรน่ะหรือ ก็หมายถึงเงินหรือรายได้ที่คาดว่าจะได้ในวันข้างหน้า แต่ก็เลือกที่จะใช้เสียในวันนี้ เช่น ซื้อของเงินผ่อน กู้ หรือรูดบัตรเครดิตไปก่อน แล้วค่อยจ่ายทีหลัง มีจ่ายก็ดีไป ถึงเวลารายได้ไม่มาอย่างที่คิด ลำบากเอามากๆ

2. รู้จักถ่อมตน-เคารพคนอื่น

Water Being : น้ำไหลจากที่สูงลงสู่ที่ ต่ำเสมอ น้ำตกเกิดเพราะบนที่สูง บนยอดเขามีน้ำอยู่มาก ไม่ว่าอยู่บนผิวดินหรือใต้ดิน ถึงที่สุดก็ต้องไหลลงสู่ที่ต่ำ

Being Water : เปรียบดั่งคนที่รู้จัก อ่อนน้อมถ่อมตน ไม่ติดยึดกับหัวโขนที่สวมอยู่ ว่าฉันเป็นมหาเศรษฐี ฉันเป็นอธิการบดี ฉันเป็นรัฐมนตรี ฉันเป็นกรรมการผู้จัดการ ฉันเป็นนายพล ฯลฯ แต่สามารถปรับตัวได้ตามกาลเทศะ พบผู้อาวุโสก็รู้จักนอบน้อม พบผู้อ่อนอาวุโสหรือด้อยฐานะกว่า ก็เคารพ ให้เกียรติ และมีเมตตา ไม่ดูถูก ไม่รังเกียจ

3. รู้จักยืดหยุ่น

Water Being : น้ำนั้นอ่อนนุ่ม แต่มีแรงปะทะมหาศาล ยามที่อยู่เฉยๆ น้ำไม่ทำร้ายใครแต่ยามที่น้ำไหลบ่าก็สามารถทำลายแม้กระทั่งขุนเขาขนาดมหึมา

Being Water : คนจึงต้องรู้จักอดทน อดกลั้น และข้ามผ่านช่วงเวลาที่ไม่น่าพอใจไปให้ได้ ด้วยการรู้จักยืดหยุ่น รู้เขารู้เรา รู้จักถอยเพื่อก้าว เมื่อได้ชัยชนะให้เกียรติคู่ต่อสู้ แข็งมาอ่อนกลับ ชนะจากภายในสู่ภายนอก

จะชนะผู้อื่นได้จึงต้องทำตัวเหมือนน้ำทั้ง กายภาพและจิตใจ ใช้ความอ่อนนุ่มสยบความแข็งกร้าว ว่าไปแล้วประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาหลายร้อยหลายพันปีก็มีตัวอย่างมายืนยันความ คิดนี้ ผู้ชายที่มีอำนาจอันแข็งแกร่งล้วนแต่พ่ายแพ้ต่อสตรีที่อ่อนโยนและเลอโฉมมา แล้วทั้งสิ้น

สิ่ง ที่ดีที่สุด


สิ่งที่ดี ที่สุดในชีวิตเรา...คือชีวิตเรา

สิ่งที่มี ค่าที่สุดในใจเรา...คือหัวใจเรา

อย่าเอา ชีวิตทั้งชีวิตไปยกให้ใคร

อย่าเอาใจ ทั้งใจไปยกให้ใครคนเดียว

อย่ายก สิ่งที่มีค่าที่สุดและดีที่สุดของเราไปให้ใครดูแล

เพราะไม่ มีใคร...ที่จะดูแลมันได้ดีไปกว่าตัวเราเอง

อย่าปิด กั้นความรู้สึกของหัวใจ

อย่า บอกว่าเกิดมาเพื่อรักคนๆเดียว

คนใจแคบ เท่านั้น...ที่เกิดมาเพื่อรักคนได้คนเดียว

เราสามารถ รักใครต่อใครได้มากมาย

ขอเพียง ให้รู้จักหน้าที่ของความรัก

หน้าที่ ที่จะปฏิบัติต่อคนที่เรารัก

รักต่าง แบบ...ปฏิบัติในหน้าที่ที่ต่างกัน

แล้วเมื่อ วันใดวันหนึ่ง...

คนบางคน ไม่แยแสกับความรักที่เรามีให้

เราก็ยัง คงเหลือใครต่อใครอีกมากมาย...

และไม่ เห็นต้องเจ็บเจียนตาย...

ถ้าเรา มั่นใจ...ว่าเราทำหน้าที่ให้รักนั้น เต็มที่แล้ว

อากาศ...ร้อน อบอ้าว

ออกมายืน คุยกับแสงแดด

อากาศ...หนาว ขาดใจ

ออกมาหาไอ อุ่นลมหนาว

เราจะรู้ ว่าร้อนหรือหนาว...ก็ต่อเมื่อเราได้สัมผัสกับมัน

ก็เหมือน ความรัก...อยากรู้ว่ารสชาติเป็นยังไง

ก็ต้องไป ลองสัมผัสกับมัน...อย่าทรมานตัวเอง

อย่ายืน ตากแดดนานๆ หรือยืนต้านทานลมหนาว

ถ้ารู้ว่า ร้อนนัก...ก็หลบที่ร่ม

ถ้ารู้ว่า หนาวนัก...ก็ก่อเตาผิง

ความรักจะ ไม่ทำร้ายเรา...ถ้าเราไม่ทำร้ายตัวเอง

ถ้าเธอ รู้จักรัก...แสงแดดจะทำให้อบอุ่น

ลมหนาวจะ ทำให้เธอหลับสบาย

วันพุธที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2553

อ่านสิ ดีมาก‏


อย่าไปให้ความสำคัญกับใครบางคน เมื่อคุณเป็นแค่ทางเลือกของเขา.
สัมพันธภาพจะดีที่สุดเมื่อทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญกันอย่างสมดุล

ไม่ต้องสาธยายเกี่ยวกับตัวคุณให้ใครฟังหรอก
เพราะคนที่ชอบคุณ ยังไงเขาก็ชอบ และไม่ต้องการฟังมัน
แต่คนที่เกลียดคุณ ยังไงเขาก็ไม่เชื่อคุณหรอก

เมื่อคุณพูดแต่ว่าคุณยุ่ง คุณก็จะไม่ว่างเลย
เมื่อคุณพูดแต่ว่าคุณไม่มีเวลา คุณก็จะไม่มีเวลาเลย
เมื่อคุณพูดแต่ว่าคุณจะทำในวันพรุ่งนี้ วันพรุ่งนี้จะไม่มีวันมาถึงเลย

เมื่อเราตื่นขึ้นมาในยามเช้า เรามีทางเลือกง่ายๆ 2 อย่าง
กลับไปนอนและฝันหวานต่อ หรือ ลุกขึ้นมาแล้วทำความฝันให้เป็นจริง
มันก็แล้วแต่คุณจะเลือกแล้วล่ะ

เรามักทำให้คนที่ใส่ใจเราต้องร้องไห้
เรามักร้องไห้ให้กับคนที่ไม่เคยใส่ใจเรา
และเรามักใส่ใจกับคนที่ไม่มีวันร้องไห้ให้เรา
นี่คือความจริงของชีวิต เป็นเรื่องแปลกแต่จริง
ถ้าเห็นคุณเห็นด้วย มันก็ยังไม่สายเกินแก้

เมื่อคุณกำลังสนุกสนาน ก็อย่ารับปากพล่อยๆ
เมื่อคุณกำลังเศร้า ก็อย่าได้ตอบกลับ
เมื่อคุณกำลังโกรธ ก็อย่าไปตัดสินใจอะไร
คิดให้ถี่ถ้วน ทำอย่างสุขุม

เวลาก็เหมือนสายน้ำ
คุณไม่มีทางสัมผัสน้ำเดียวกันได้สองครั้งหรอก
เพราะมันได้ไหลผ่านไปแล้ว
มีความสุขกับทุกช่วงชีวิตของเราดีกว่า...

วันเกิดบอกความเจ้าชู้


วันจันทร์
คน เกิดวันจันทร์มักมีดวงเกี่ยวกับความรักในแบบที่ลึกซึ้ง ไม่รักเพียงหวือหวาให้ตื่นเต้นเร้าใจเท่านั้น ด้วยธรรมชาติและพื้นดวงที่เป็นคนช่างคิดช่างตรองรอบคอบกับทุกเรื่องราวเสมอ ดังนั้นกับในเรื่องรัก คุณจึงต้องมั่นใจก่อนที่จะเอื้อมมือไปคว้ามาแนบใจ เสน่ห์ที่โดดเด่นของคนวันจันทร์อยู่ที่ศิลปะในการพูดจาทำให้ใครๆ หลงเคลิ้มได้เสมอ และยังเป็นคนฉลาดมีไหวพริบดีอีกด้วย นั่นเป็นจุดเด่นที่ทำให้คนรอบข้างชื่นชมเป็นพิเศษ แต่แม้ว่าจะมีใจชอบใครคนวันจันทร์ จะไม่เปิดเผยทุกอย่างแก่คนรักเนื่องจากเป็นคนมีโลกส่วนตัว ชอบเก็บบางเรื่องราวไว้กับตัวเองเหมือนกับที่เป็นคนชอบอิสระ และรักสนุกไม่น้อยเลยทีเดียว คนเกิดวันจันทร์จริงๆ แล้วมี 2 แบบคือแบบ ที่ควักเงินทุ่มให้คนรักแบบสุดๆ กับอีกประเภทคือ เหนียวสุด ๆ กับคนรัก คุณเป็นแบบไหนก็คงต้องตรวจสอบดูตัวเอง แต่ที่มีอยู่ในตัวคนวันจันทร์ทั้ง 2 แบบ ก็คือมักจะปิ๊งคนที่อ่อนวัยกว่าเพราะอยากที่จะดูแลคนรักของตน แบบแสนห่วงหวง และคุณก็มักชอบมีรักแบบที่ค่อยๆ ใกล้ชิดติดใจกันไปทีละนิด คุณแพ้คนที่เข้าใจคุณถ่องแท้ ดวงของคุณจึงมีแนวโน้มที่จะพบรักที่ซาบซึ้งตรึงใจและมีความผูกพันกันมาก เพราะเป็นความรักที่มีพัฒนาการเต็มไปด้วยความเข้าใจในกันและกัน พยายามที่จะรู้จักตัวตนแท้ ๆ ของกันและกันนั่นเอง คนวันจันทร์โชคดีที่ได้ปิ๊งกับคนคล้ายๆ กัน รสนิยมไม่ต่างกันราวฟ้ากับดินนัก คุยกันรู้เรื่อง ถ้าใครที่ดูดีอย่างเดียว แต่คุยกันไม่รู้เรื่อง ทัศนคติต่างกันมาก ๆ คนวันจันทร์จะละความสนใจทันที หากเมื่อใดที่อกหัก คนวันจันทร์ก็จะไม่ฟูมฟายมากนักแม้จะปวดใจเพียงใด คนที่เป็นคู่รักของคนวันจันทร์ได้ดีต้องมีลักษณะของความเป็นเพื่อน เฮไปไหน ๆ ด้วยกันได้ ถ้าทำสวีทเป็นเจ้าของเกินไป มักอยู่กับคนวันจันทร์ได้สั้นกว่าที่หวัง

วันอังคาร
คน เกิดวันนี้ มีหัวใจกล้าได้กล้าเสียในเรื่องความรักนั้น ถือคติว่าเสี่ยงเป็นเสี่ยงกันตามประสาคนชอบสนุก เจ้าสำราญพอสมควร คนวันอังคารเจ้าชู้ จึงมีดวงในเรื่องความรักที่โดดเด่น คือได้พบรักเสมอๆ มักปิ๊งคนเด่น ๆ ที่ดูดีกว่าใครในกลุ่มคนที่มีท่าเรียบง่ายจนเกินไป ค่อนข้างเชยๆ ไม่ใช่คนแบบที่คุณจะสะดุดตาสะดุดใจแน่นอน ใครก็ตามที่ห้าวเกินเหตุ คนวันอังคารก็ยากจะตัดใจ คิดชอบพอความสดใส มั่นใจในตัวเอง คือเสน่ห์ที่ทำให้ใครๆ หลงรักคนเกิดวันอังคาร และนิสัยที่แข็งเกินไปของคุณก็คือตัวการสำคัญที่จะทำลายความรักให้พังทลายไป อย่างน่าเสียดาย ยามหลงรักใคร คุณจะตามติดหวังพิชิตให้ได้ เมื่อสมใจแล้ว คุณกลับไม่ยอมให้คู่รักมาเปลี่ยนแปลงความเป็นตัวตนที่แท้ของคุณ ถ้าใครยอมคุณได้ก็รักกันได้นานแน่นอน โดยทั่วไป ดวงในเรื่องความรักของคนวันอังคาร ไม่ค่อยมีอุปสรรคอะไรนัก จีบใครหรือทอดสะพานให้ ใครก็มักสำเร็จเสมอ อยู่ที่ว่าตัวคุณเองนั่นแหละ จะเป็นฝ่ายจืดจางห่างเหินอีกฝ่ายเสียก่อน ตามประสาคนเจ้าชู้ที่หัวใจอ่อนไหว และอยากคบคนใหม่ๆ เพราะรู้สึกว่าเป็นเรื่องท้าทายดีชอบหาความมั่นใจให้ตัวเองด้วยเรื่องรักๆ ใคร่ๆ บางครั้งทั้ง 4 ห้องหัวใจเต็มหมด ห้องไหนทนไม่ไหวโบกมือลาไปคุณก็ไม่เสียใจ มีใครคนใหม่มาแทนได้เร็วเสมอ ดวงความรักค่อนข้างดี ตัวเองไม่มีปัญหา แม้จะชอบตามใจตัวเอง แต่ก็ไม่ค่อยเอะอะเอาเรื่องกับความรักจริงจังนัก ปัญหามักเกิดขึ้นเพราะคนรักของคุณ ซึ่งคิดจะเอาเรื่องกับคุณให้ได้ หรืออาจเป็นเพราะความใจร้อนของคุณบ้าง โดยที่คุณไม่ได้ตั้งใจจะให้เกิดการแตกหักหรอก ดังนั้นถ้าใครเข้าใจคุณก็สามารถควงกับคุณได้นานเป็นพิเศษ

วันพุธ
คน ที่เกิดวันพุธ เป็นคนที่ต้องพัวพันกับเรื่องรักๆใคร่ๆเสมอ เพราะดาวพุธ เป็นสัญลักษณ์ของดวงดาวประจำเทพีแห่งความรัก คุณผู้หญิงวันพุธจึงเป็นคนรักสวยรักงามเป็นพิเศษ คุณผู้ชายก็สำอางไม่เบา ถ้าผู้ชายคนใดที่บำรุงผิวหน้าด้วยโลชั่นหรือพรมน้ำหอมเสมอก่อนออกจากบ้าน จนใครๆ เกือบจะคิดว่าเป็นเกย์ละก็ที่แท้เขาคนนั้นเป็นคนวันพุธนั่นเอง เมื่อรักใครชอบใครคนวันพุธจะเทคแคร์เอาใจได้ละเมียดละไมที่สุดยิ่งกว่าคน เกิดวันอื่นๆ แต่ด้วยความที่รักตัวเองมาก หลงตัวเองพอสมควร ดังนั้นคุณจึงต้องการให้คนพิเศษของคุณ ทุ่มเทรักให้คุณสุดหัวใจ ถ้ารู้สึกว่ายังได้ความรักจากเขาหรือเธอไม่มากพอ คุณจะร้ายใส่ทันที แม้เสน่ห์ของคนวันพุธจะอยู่ที่ความอ่อนหวานก็เถอะ ยามหึงหวงหรือโกรธเคืองแล้วจะปากร้ายมาก แต่ในจิตใจไม่พิษร้ายใดๆ เป็นคนใจกว้างและเป็นคนซื่อตรงซื่อสัตย์มากด้วยซ้ำ เพียงแต่คิดมากขี้ระแวงเท่านั้นเอง ดวงความรักของวันพุธค่อนข้างอาภัพ ทั้งๆ ที่มีคนมารักจริงแบบหวังแต่ง แต่ก็มักจบลงเพราะความไม่มีเหตุผลอย่างสุดๆ ของคุณเอง เรื่องที่จะผิดหวังเพราะไปรักเขาข้างเดียวนั้นก็มีบ้าง แต่เกิดขึ้นไม่บ่อยนักหรอก ถ้าจะผิดหวังจนเสียหน้า ก็เป็นเพราะไปหลงเชื่อคนที่มาหวังผลประโยชน์จากคุณโดยไม่ได้รักคุณจริง เนื่องจากคนวันพุธฉลาดในเรื่องอื่น แต่ไม่ทันคนนักหรอก ที่ว่าดวงความรักของคนวันพุธอาภัพก็เพราะว่า แม้บางจังหวะชีวิตจะมีรักแสนซึ้งเพียงใดก็กลับต้องเลิกร้างกันทั้งๆ ที่ยังรักบางคนก็อาภัพแบบมีแต่รักเทียมๆ สั้นๆ ไม่ดื้อไม่ดื่มด่ำลึกซึ้งนานวันให้อิ่มใจนักคนเกิดวันพุธบางคนก็มีความ สัมพันธ์ รักที่ยั่งยืนอบอุ่น แต่มักไม่ใช่เป็นคนที่คุณหลงรัก อย่างปักจิตปักใจมาก่อน นับเป็นดวงแห่งความรักที่ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว


วันพฤหัส
ถ้า คุณเกิดวันพฤหัส คุณก็ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องความรักของคุณหรอก เพราะดวงในเรื่องความรักค่อนข้างดี หมายถึงดวงคู่แท้ ๆ ที่เป็นความรักแท้ๆในชีวิตด้วยเช่นกัน พื้นฐานนิสัยของคุณแม้จะห้าวหาญวู่วาม และตรงไปตรงมาจนน่าถอยห่าง แต่เสน่ห์ของคุณมีเสมอกับเพศตรงข้าม ทำให้ไม่มีช่วงใดที่ไร้คู่นานวันนักนอกจากบางช่วงคุณจะยังไม่คิดในเรื่องนี้ จริงจังเท่านั้น คนวันพฤหัสเจ้าชู้แค่อารมณ์เท่านั้น ไม่ได้เจ้าชู้เป็นนิสัยถ้าเจอะเจอคนหล่อหรือคนสวยในแบบที่พึงพอใจ ก็จะส่งสายตาไปก่อนอื่น แต่ไม่ใช่คนที่จะต้อง ปราดเข้าไปขอทำความรู้จักทันใด แม้จะเป็นคนกล้าแกร่งปานใดก็เถอะ เว้นแต่ว่าถ้าได้รู้จักกันแล้วและหลงรักเข้าแล้วเท่านั้นที่คนวันพฤหัสจะ ติดตามผลงานอย่างตั้งใจ จนกว่าจะได้ใจของใครคนนั้นไม่มีวันที่คุณจะจีบเล่นๆ แบบนินจาเดี๋ยวมาเดี๋ยวหายแน่นอน คนวันพฤหัสเป็นคนแข็งนอกอ่อนใน และมีดวงแบบตกหลุมรัก เมื่อแรกสบตาได้มากกว่าคนเกิดวันใด น้อยเหลือเกินที่จะเห็นคนวันพฤหัสมีความรักกับเพื่อนที่คบกันนานปีแล้ว ค่อยๆ พัฒนาเป็นความรักและในกรณีที่เป็นคู่รักกันแล้วหากมีเรื่องปะทะอารมณ์ใส่กัน คุณก็จะปิดปากเงียบไม่ยอมขอโทษว่าตนผิดเอง ทั้งๆ ที่ในใจคุณอยากง้อใจจะขาด นอกจากว่าทะเลาะกับคู่รักบ่อยๆ ครั้งจนรู้สึกชินแล้วนั่นแหละคุณถึงจะง้อเป็น กล้าที่จะเอ่ยคำว่าเสียใจออกไปได้ ในท่วงท่าที่ดูเป็นคนมุทะลุวู่วามไม่จริงใจกับใครแท้จริงแล้ว คนวันพฤหัสเป็นคนรักที่คงมั่นมาก ตามดวงชะตาบ่งบอกว่าเป็นคนรักจริงหวังแต่ง มักได้คู่ดี เว้นแต่บางช่วงจะไปรักคนผิดจนเดือดร้อนไม่น้อย ดวงความรักของคุณ หากจะมีปัญหา ก็อยู่ที่อารมณ์เท่านั้น ถ้าร้อนเจอร้อนก็จบเร็วแน่ ถ้าคุณลดไฟในอารมณ์ตัวเองได้หรือเลือก คนใจเย็นเป็นน้ำ ก็รักกันยั่งยืนยากจะแตกร้าวได้


วันศุกร์
คน วันศุกร์ไม่แสดงออกถึงความเจ้าชู้เด่นชัดอย่างคนวันอาทิตย์ แต่จริง ๆ แล้วเป็นคนเจ้าชู้เงียบ แอบโปรยเสน่ห์อยู่บ่อย ๆ เหมือนกัน ซึ่งก็มีคนหลงปลื้มอยู่เสมอไป ด้วยความที่เป็นคนอ่อนโยน ฉลาด รอบรู้ มีมนุษยสัมพันธ์ดีพอควรคนวันศุกร์ชอบทำตัวน่ารัก แต่ถ้าเริ่มคบหาจริงจังกับหวานใจแล้ว จะแสดงความดื้อดึงออกมาทันที เพราะเป็นคนเอาแต่ใจตัวเองไม่น้อย ดวงความรักของคุณจึงแสนซึ้งในช่วงต้น ๆ เพราะพื้นดวงเป็นคนสุภาพ น้อยคนนักที่จะห้าวมากๆ นอกจากเกิดในวันศุกร์ และถ้าความรักจะมีปัญหาก็มักเป็นเพราะตัวคุณเอง เนื่องจากเป็นคนช่างคิดอยู่แล้ว จึงคิดมากคิดไกลเกินไปเสมอและเป็นเหตุร้าวฉานในความสัมพันธ์ได้ไม่ยาก ดวงความรักของคุณค่อนข้างไม่ธรรมดา ความรักแท้มักเกิดขึ้นกับคนที่รอบข้างแอบส่ายหน้า ว่าไม่เหมาะสมกัน ถ้าไม่แก่หรืออ่อนวัยกว่ามากๆ ก็อาจแตกต่างกันที่ฐานะ หรือการศึกษา ด้อยกว่าในเรื่องใดเรื่องหนี่งแน่นอนและมักจะได้แสดงถึงความรักแท้เหมือนใน หนัง คือการฝ่าฟันกับกระแสการกีดกันของครอบครัว เปอร์เซ็นต์ส่วนใหญ่จะเป็นในรูปนี้ ถ้าใครได้คู่ที่สมกันดีไม่มีใครห้ามปรามก็ต้องนับว่าโชคดี คงมีดวงในราศีเกิดหรืออิทธิพลอื่นๆ ที่เสริมให้ดวงความรักไปได้ดีกว่าพื้นดวงที่น่าจะเป็นเช่นนั้น แต่สุดท้ายแล้ว คนวันศุกร์จะแฮปปี้สมหวังเสมอ ไม่ค่อยผิดหวังในเรื่องรัก นอกจากจะมีทุกข์ในหัวใจที่ตัวเองคิดเองรู้สึกเองไม่ใช่คนที่คุณรักก่อขึ้น หรอก หรือบางกรณีก็เป็นเพราะคุณแอบหวั่นไหวไปปลื้มคนอื่นแล้วผิดหวัง ถ้าดูแลหัวใจตัวเองให้ดี ๆ ไม่วอกแวกไปไหนคุณก็มักมีคู่รักที่คบกันเนิ่นนานจนเพื่อนๆ อิจฉาเสมอแน่นอน


วันเสาร์
ถ้า คุณเกิดวันเสาร์บดี มั่นใจได้เลยว่าคุณจะเป็นคนรักที่ดีให้ใครคนนั้นได้ภาคภูมิใจแน่ เพราะคุณมีทั้งความเอื้ออารี มีน้ำใจ เป็นคนสติปัญญาดี มีความยุติธรรมเป็นคนที่ใครก็ยอมรับและชื่นชมคุณเป็นคนรักจริงเกลียดจริง ถ้าเกลียดใครก็ไม่เสแสร้งคบหาต่อไปให้ต้องฝืนตามวิสัยของคุณวันเสาร์บดี ที่ตรงพอสมควร ดวงในเรื่องความรักของคนวันเสาร์บดี ไม่ค่อยโลดโผนพิสดารมากนัก ความรักค่อยเป็นค่อยไปอย่างเรียบง่าย หากจะมีเรื่องปวดหัวใจบ้างก็เป็นเพราะความมองโลกในแง่ดีเกินไป บางครั้งจึงหลงคารมคนไม่จริงใจหรือบางครั้งก็คิดไปเองว่าใครคนนั้นมีใจด้วย ทั้งๆ ที่ไม่ได้เป็นดั่งที่แอบคิดแอบหวั่นไหว คนเกิดวันเสาร์บดีเป็นคนใฝ่รู้ ถ้าช่วงใดเจ็บหัวใจ ก็จะทำใจด้วยการทุ่มเทในเรื่องที่มีสาระ มีประโยชน์กับชีวิต ความน่ารักของคนอยู่ที่ความสดใส เปิดเผย มีความมุ่งมั่นเสมอ ไม่ใช่คนที่เลื่อนลอยไร้สาระ ไม่บ่อยนักที่จะเห็นคนวันเสาร์บดีอีกลักษณะหนึ่งคือไม่ค่อยเรียบร้อยและขาด ความสุขุมรอบคอบ คนวันเสาร์บดีไม่ค่อยเจ้าชู้ แม้จะดูมีท่าทีเข้ากับคนง่ายสดใสเป็นกันเองแต่ไม่ได้ชอบใครง่าย ๆ เสมอไป ถ้ารักใครก็จะรักอย่างซื่อสัตย์ หากจะผิดหวังก็ดังที่กล่าวมาแล้ว คือการไปรักคนผิด คิดว่าดีที่แท้ไม่ใช่ ดวงความรักดของคนวันเสาร์บดีนั้นจะมีรักจริงจังก็ต่อเมื่อพบเจอคนที่เรียบ ง่ายคล้ายๆกัน ไม่ใช่ฟู่ฟ่าหรูหราเกินไปนัก คิดแต่เรื่องสร้างสรรค์มากกว่าเรื่องเฮฮาปาร์ตี้ ปัญหาในรักมักใม่ใช่อยู่ที่ตัวคุณเอง เพราะคุณอดทนได้เสมอแต่คนที่คุณรักต่างหากที่จะนำเรื่องปวดหัวมาให้

วันอาทิตย์
คน เกิดวันอาทิตย์ มีดวงชะตาในเรื่องรักที่ค่อนข้างดีพอสมควร ไม่ค่อยจะมีปัญหาปวดหัวปวดใจ จนเดือดร้อนเพราะเรื่องความรักอย่างคนเกิดวันอื่นๆ เนื่องจากพื้นฐานนิสัยที่เป็นคนเด็ดเดี่ยว หนักแน่น คุณจึงคบใครก็คบอยู่คนเดียว พอเลิกกันเมื่อใดจึงค่อยมีรักใหม่ แต่คนวันอาทิตย์จะไม่ออกไปวิ่งไขว่คว้าหารักมาใส่ตัวหรอก นอกจากรอให้กามเทพแผลงสอนเองตามธรรมชาติดีกว่า แม้จะดูสุขุม มีระบบระเบียบ เป็นคนตรง หัวแข็งไม่เบา แต่ในใจคนวันอาทิตย์ก็อ่อนไหวไม่อยากกับเรื่องรัก เห็นใครถูกใจก็ชอบแต่ก็รู้จักยับยั้งใจ ไม่วิ่งเข้าประกบทันทีเด็ดขาด ถ้าจะมีความเจ้าชู้ ก็เจ้าชู้เงียบ แต่ไม่ใช่เงียบแบบแอบเอาจริงอย่างคนวันจันทร์ เพราะคนวันอาทิตย์จะแค่มอง รู้สึกชอบ ส่งยิ้มไปบ้าง แต่ก็ไม่คิดอะไรมากกว่านั้น ดวงความรักของคุณ เป็นลักษณะที่มีความสัมพันธ์มีความผูกพันธ์ เต็มไปด้วยความลึกซึ้งไม่ใช่รักแบบตื่นเต้นเร้าใจสั้นๆ แล้วจบลงเหมือนเพียงจุดพลุดอกไม้ไฟ คนวันอาทิตย์ทำให้คนอื่นประทับใจได้เสมอ กับความสุขุมทระนงอดทนมุ่งมั่นใส่ใจคนรักอย่างเสมอต้นเสมอปลาย แต่ถ้าใครคนนั้นฟู่ฟ่าหรูหราใช้เงินกระหน่ำเกินไปคุณก็ไม่ชอบใจเหมือนกัน ความที่เป็นคนช่างเลือกคนวันอาทิตย์ จึงไม่ใช่คนประเภทที่มีใครๆ เคียงข้างอยู่ตลอดเวลา บางปีถ้าไม่ปิ๊งใครมากๆ ก็ยอมเปลี่ยวใจตลอดปีไม่ซีเรียส ถ้าคนวันอาทิตย์ถูกใจใคร จะใช้เวลาดูใจดูนิสัยก่อนจะดำเนินความสัมพันธ์ต่อไปให้ลึกซึ้ง ด้วยความขี้ระแวงไม่ไว้ใจใครง่ายๆ ต้องดูแล้วดูอีกกว่าจะตัดสินใจเรื่องความเหมาะสมกัน คุณก็คิดมาก กว่าคนวันเกิดใดไม่ว่าจะเป็นเรื่องอายุหรือฐานะ เช่น อีกฝ่ายรวยกว่ามากหรือจนกว่ามากๆ คุณก็จะคิดมาก แม้จะรักแล้วแต่ก็ลังเล หรือถ้าอายุน้อยกว่ามากๆ หรือแก่กว่ามากๆ ก็กลัวว่าคนอื่นจะคิดยังไงช่องว่างระหว่างวัยจะมีหรือไม่ นี่หละคือสไตล์ความคิดของคนวันอาทิตย์ ปัญหารักในเรื่องอื่นๆ ไม่ค่อยมีหรอก นอกจากจะสับสนกับตัวเอง

ชีวิตยังมีทิศตะวันออก


บ่อยครั้งที่ชีวิตผิดพลาด..ไม่ว่าจะเรื่อง อะไรก็แล้วแต่
เรามักจะเอาสมาธิไปจดจ่ออยู่กับความผิดพลาดนั้น
ซ้ำ เติมตัวเองให้ทุกข์...ให้เสียใจ...
และพยายามจะสร้างคำถามเพื่อค้นหาคำ ตอบให้ตัวเองอยู่เสมอ


ทั้งๆ ที่เราก็รู้ว่าคำตอบที่สร้างขึ้นมานั้น มัน " ไม่ใช่ความจริง"...
ที่จะ ทำให้เราหลุดพ้นจากความเสียใจนั้นได้เลย...


เราจึงยอมติดกับดัก ความเสียใจอย่างถอนตัวไม่ขึ้น
และกลายเป็นทาสของมันอย่างรู้ตัว...


รู้ ว่าเสียใจแต่ก็ไม่ทำให้อะไรมันดีขึ้นมา
และเราก็ไม่สามารถย้อนเวลากลับ ไปแก้ไขอดีตได้
แต่ทำไมเรายังเป็นทุกข์กับการเลือกที่จะเสียใจ
และ ทำชีวิตให้มันแย่ลงกว่าเดิมทุกวันๆ...


ทั้งๆ ที่ก็รู้ว่ารสชาติของมันสุดแสนจะขมขื่นมากมายเพียงใด


เพราะ " เราเริ่มต้นใหม่ไม่เป็น"...
เราเลยยังทุกข์ระทมไปกับความผิดพลาดของ ชีวิต


สิ้นสุดแล้วแต่ก็เริ่มต้นใหม่ไม่ได้...
ไปไม่ เป็น...เหมือนจะมองเห็นทาง...


แต่ก็เลือกที่จะปิดหู ปิดตา และไม่พยายามจะเปิดใจ
เราจึงต้องอยู่กับความเศร้าเสียใจอยู่ทุกคืนทุก วัน
ตอกย้ำความผิดพลาดให้ตัวเองอยู่อย่างนั้น...


ลองมองดู วิถีดอกทานตะวันบ้างสิ..ชีวิตมีแต่ความเบิกบาน
เพราะรู้จักที่จะใช้ ชีวิตไปพร้อมๆ กับแสงตะวัน
แสงสว่างที่ส่องนำทางให้ชีวิตทุกชีวิต..." ยังคงมีชีวิต"...


แม้ยามที่ดอกทานตะวันร่วงโรย...
ก็ยังคง ทิ้งเมล็ดพันธุ์ให้เจริญเติบโต...
งอกงามและรับแสงตะวันได้ใหม่อีกครั้ง


เพราะฉะนั้นเราต้องไม่ปิดตัวเอง...
แล้วจมอยู่กับความคิด ที่ว่าชีวิตต้องเริ่มต้นใหม่ไม่ได้


อย่าทำร้ายตัวเองด้วยการ เศร้าเสียใจ...
แล้วปล่อยให้ชีวิตมันไหลไปเรื่อยๆ อย่างไม่มีคุณค่าและไร้จุดมุ่งหมาย...


จงใช้ชีวิตให้เป็นดั่ง เช่นดอกทานตะวัน...
แม้ยามผิดพลาด เสียใจ ก็จะมีทางออกของชีวิตเสมอ


อับ จนหนทางอย่างไร แสงสว่างจากดวงตะวัน
ก็จะคอยส่องทางให้เราได้พบเจอ ทางออก


"ชีวิตเราจึงมีทางออก ตราบใดที่บนโลกใบนี้ยังมีทิศตะวันออก"...


แม้ว่าชีวิตจะยัง มืดมน จะยังคงจมอยู่กับความผิดพลาด เศร้าใจ
ก็จงเศร้าให้ถึงที่ สุด เสียใจ ก็จงเสียใจเสียให้พอ


หากยังร้องไห้ ขอให้ระบายน้ำตาออกมา อย่ากักเก็บมันไว้ ...
เมื่อเราเสียใจอย่างถึงที่ สุดแล้ว เราต้องกล้าลุกขึ้นมาปฏิวัติตัวเอง
และพร้อมที่จะเป็นคนใหม่ ที่ใช้บทเรียนจากอดีต...
เป็นเหมือนเข็มทิศคอยช่วยบอกทางแก่ชีวิต เพราะ...


" ความเศร้านั้นมีข้อดีข้อเสียในตัวมันเอง
ข้อ เสียคือทำให้เราโศกาอาดูร
แต่ข้อดีของมันคือ...
สอนให้เรารู้ว่าเรา จะไม่ผิดพลาดตรงนี้อีก
เราจะต้องไม่ร้องไห้ให้กับมันอีก..."


ใคร บางคนเคยบอกเอาไว้ตอนที่เสียใจกับความผิดพลาดของชีวิต...
เพราะฉะนั้น แล้วเกิดเป็นคน มีความรู้สึกรู้สาเหมือนกันหมด
สามารถเศร้าเสียใจกับ อดีตที่ผิดพลาดได้เหมือนกันหมด
และก็เริ่มต้นใหม่เหมือนกันหมดเช่นเดียว กัน...


ขอเพียงกล้าที่จะเป็นนกปีกหักที่พร้อมจะรักษาตัวเอง
และ ออกเดินทางได้โดยไม่กลัวว่าหนทางข้างหน้า...
จะผิด พลาดซ้ำสอง อย่าลืมนะว่า ...


" เรามีโอกาสผิดพลาดได้บ่อยครั้งเท่าไหร่ เราก็เดินถูกทางมากขึ้นเท่านั้น..."


ชาย หญิงต่างกันยังไง

1221758930

1221758950

1221758968

1221758986

1221759005

1221759027

1221759046

1221759086

1221759103

1221759121

เครียดคลายได้ ถ้าใจคอยเป็น


คงไม่มีอะไรที่สามารถบงการระบบประสาทของเรา ได้ฉับพลันเท่ากับเสียงโทรศัพท์ ไม่ว่ากำลังกินข้าว ดูหนัง กำลังนอน หรือสั่งสอนลูกชายจอมซน ทันทีที่เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เป็นต้องรีบสาวเท้าหรือคว้ามือไปรับโทรศัพท์ อะไรที่กำลังทำอยู่ ต้องเลิกโดยฉับพลัน แม้จะสำคัญเพียงใดก็ตาม

ถ้ามนุษย์ต่างดาวเผอิญ หลงมาที่โลกนี้ คงจะงงงวยว่าโทรศัพท์มีอะไรน่ากลัวหรือ คนบนโลกนี้ถึงชอบผลุนผลันไปรับคำบัญชาจากมัน

ที่จริงมนุษย์ต่างดาว เข้าใจผิดทั้งเพ ไม่มีใครกลัวโทรศัพท์หรอก เราทำกันเช่นนั้นอย่างอัตโนมัติ เพียงเพราะไม่อยากคอยให้มันดังหลายครั้ง แต่ก็น่าคิดว่าแทนที่จะปล่อยให้มันกะเกณฑ์เรา ลองให้มันทำตามเกณฑ์ของเราบ้าง เช่น ให้ดังสัก ๓-๔ ครั้ง ถึงค่อยไปรับและไปรับอย่างช้า ๆ สบาย ๆ แทนที่จะเร่งรีบ


ไม่ใช่ แต่เพียงเสียงโทรศัพท์เท่านั้น มีอีกหลายอย่างที่เราปล่อยให้มันเข้ามาบงการเรา อย่างเช่นสัญญาณไฟตามสี่แยกจริงอยู่ มันอาจไม่ถึงกับทำให้แขนขาของเรากระตุกทันทีที่มันวาบขึ้น แต่บ่อยครั้งมันก็ไปกระตุกใจเราแทน ทันทีที่เห็นไฟแดงข้างหน้าจะรู้สึกไม่พอใจขึ้นมา แล้วก็กรุ่นไปตลอด จนกว่าไฟเขียวจะมาปลุกใจเราให้ยินดี

ไฟเขียวเป็นข่าวดี (ถ้าเราเป็นคนขับรถ ไม่ใช่คนข้ามถนน) แต่มันก็ทำให้เราทุกข์ไปอีกแบบหนึ่ง นั่นก็คือเวลามันยังไม่โผล่มา เราก็กระวนกระวายใจ หรือถึงกับเครียด

แต่ ถ้ามองกันจริง ๆ แล้ว จะโทษไฟเขียวว่ามาช้าก็ไม่ถูกมันก็มาตามจังหวะของมัน สาเหตุที่เราทุกข์นั้นเป็นเพราะเราใจร้อน หรือคอยไม่เป็นต่างหาก

เพียง แค่เรารู้จักคอยไฟเขียวเท่านั้น ความเครียดจากการขับรถจะลดลงไปเยอะเลย ในทำนองเดียวกัน สำหรับคุณที่ไม่รวยพอที่จะมีรถยนต์ส่วนตัว หากคอยรถเมล์เป็น โลกนี้จะน่าอยู่ขึ้นไม่น้อย



ลองมาคิดดูสิ ที่จิตร้อนรุ่มราวกับถูกไฟลนนั้น หลายต่อหลายครั้ง เป็นเราตกอยู่ในสถาณการณ์ที่ต้องเป็นฝ่ายคอย อาจคอยแฟน คอยจดหาย คอยงานเสร็จ หรือคอยคนเห็นคุณค่าของเรา ยิ่งคอยก็ยิ่งทุกข์ ไม่ใช่ทุกข์เพราะสิ่งที่คอยยังมาไม่ถึง แต่ทุกข์เพราะใจเร่งเร้าเผาลนต่างหาก จริง ๆ แล้ว ตัวการไม่ได้อยู่ข้างนอก แต่อยู่ข้างในต่างหาก

ถ้าเราสามารถฝึกใจให้รู้จักคอยได้ ชีวิตจะมีความสุขขึ้นอีกเยอะ ทุกวันนี้คนกรุงมีความเครียดมาก เพราะคอยไม่เป็น และที่คอยไม่เป็นเพราะเคยชินกับความรวดเร็ว ทุกอย่างล้วนแข่งกันเร็ว ไม่ว่ากาแฟ บะหมี่สำเร็จรูป หม้อหุงข้าว เครื่องซักผ้า คอมพิวเตอร์ แม้แต่ความเป็นคนเก่ง เดี๋ยวนี้ก็ไม่ต้องเสียเวลาฝึกฝนตนแล้ว เพียงแค่ซื้อรองเท้ายี่ห้อนี้ หรือน้ำอัดลมยี่ห้อนั้น ก็สำเร็จผลได้โดยพลัน เร็วอะไรปานนั้น



ชีวิต ที่อะไรต่ออะไรได้มาโดยไว ทำให้เราคอยกันไม่เป็น หวังแต่จะให้ทุกอย่างเปิดปุ๊ปติดปั๊บท่าเดียว จนลืมไปว่ายังมีอีกหลายอย่างในชีวิตที่ต้องใช้เวลา หลายอย่างที่ว่านี้ ล้วนมีความสำคัญทั้งนั้น เช่น สุขภาพ ความรู้ ความสำเร็จ หรือแม้กระทั่งความรัก ถ้าเราคอยสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ ชีวิตก็มีแต่ความเครียดรุมเร้าหาไม่ก็ได้แค่ของปลอม ซึ่งทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลง

ใจที่รู้จักคอยคือกุญแจแห่งความสุขและ ความสำเร็จเมื่อสิทธารถะไปขอเรียนวิชาจากอาจารย์เฒ่า เขาได้อ้างคุณสมบัติที่เขาเชื่อว่าเหมาะแก่การเป็นศิษย์ ๑ ใน ๓ ของคุณสมบัติดังกล่าว คือ " I can wait"

ในชีวิตประจำวัน เรามีโอกาสมากมายที่จะฝึกใจให้รู้จักคอย เช่น ล้างมืออย่างช้า ๆ นั่งโต๊ะแล้วค่อยเปิดจดหมาย อ่านหนังสือพิมพ์ ทำงานให้เสร็จเป็นอย่าง ๆ หรือตามลมหายใจขณะรอรถเมล์



หรือจะเริ่มต้นด้วยการทำใจสงบ ขณะที่โทรศัพท์ดัง ต่อเมื่อสิ้นเสียงสัญญาณครั้งที่ ๓ จึงค่อยรับก็เข้าทีดี


ผู้หญิง กับผู้ชา ย


ระเจ้าสร้างชายและหญิงให้เกิดมาคู่กัน ปัญหา มัน ไม่ ได้อยู่ที่ว่า ใครดีใครไม่ดี แต่อยู่ที่ความแตกต่างกันในทุก ๆ เรื่องของชายและหญิงต่างหากที่เป็นต้นเหตุของความไม่เข้าใจ ในเมื่อทั้งชายและหญิงไม่มีวันที่จะเหมือนกันได้ ดังนั้นทางออกที่ดีที่สุดเพื่อการอยู่ร่วมกันได้ย่างมีความสุข นั่นก็ คือ "การทำความเข้าใจจิตใจของแต่ละฝ่าย นั่นเอง"

1. ผู้ชายรู้สึกดีเมื่อรู้ว่าตัวเอง เป็นที่ต้องการของคนอื่น ขณะที่ผู้หญิงรู้สึกดีเมื่อรู้ว่าตัวเองน่าทะนุถนอม

2. เมื่อเกิดปัญหา ผู้ชายจะเก็บตัวเพื่อคิดหาทางออก ผู้หญิงจะหาใครซักคนที่ไว้ใจ และพร่ำพรรณนาปัญหาให้ฟัง

3. จากสถิติพบว่า ผู้ชายมีอายุสั้นกว่าผู้หญิง เพราะผู้ชายใจร้อนและคึกคะนองมากกว่า

4. ผู้ชายมุ่งความต้องการไปที่ความ สำเร็จในหน้าที่การงาน แต่ความสำเร็จของผู้หญิงคือ การมีครอบครัวที่อบอุ่นและมีความ สุข

5. เมือทำอะไรซักอย่างไม่ได้ ผู้หญิงจะขอความช่วยเหลือ ในขณะที่ผู้ชายจะไม่พยามยามขอความช่วยเหลือ เพราะคิดว่านั่นคือการแสดงความอ่อนแอของตัว เอง

6. ผู้หญิงมีสมองเล็กกว่าผู้ชาย แต่สมองทั้งสองซีกกลับทำงานสัมพันธ์กันมากกว่า ผู้ชาย

7. ผู้ชายจะเจริญเติบโตและก้าวเข้า สู่ช่วงวัยรุ่นได้ช้ากว่า ผู้หญิง

8. ผู้ชายถูกกระต้นความต้องการทาง เพศโดยสายตา เช่น ดูภาพโป้ ดูหนังโป แต่ผู้หญิงถูกกระตุ้นความต้องการ ทางเพศ โดยการสัมผัสอันนุ่มนวล

9. เมื่อเล่นเกม ๆ หนึ่ง ผู้หญิงต้องการเอาชนะโดยที่อีกฝ่ายไม่จำเป็นต้องแพ้ก็ได้ (การเสมอ) แต่ผู้ชายต้องการเอาชนะ และอีกฝ่ายต้องเป็นผู้แพ้

10. เมื่อผู้ชายตกหลุมรักใครซักคน เค้าจะถูกกระตุ้นให้ทำดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ถ้าจีบผู้หญิงคนนั้นไม่สำเร็จ เค้าจะกลับไปเห็นแก่ตัวเหมือน เดิม

11. ผู้หญิงเมาง่ายกว่าผู้ชาย

12. ผู้ชายจะจดจำเส้นทาง และอ่านแผนที่ได้เก่งกว่า ผู้หญิง

13. ผู้หญิงกลัวที่จะเป็นฝ่ายรับ ในขณะที่ผู้ชายกลัวที่จะเป็นฝ่ายให้

14. ผู้หญิงพยายามฆ่าตัวตายมากกว่า ผู้ชาย แต่ผู้ชายทำสำเร็จมากกว่า ผู้หญิง

15. ผู้หญิงจะเรียนภาษาได้ดีกว่า และมีความสามารถในการสื่อสารทางการพูดมากกว่า ผู้ชาย

16. ผู้ชายจะคิดให้ตกซะก่อนจึงค่อย พูดออกมา แต่ผู้หญิงมักจะคิดออกมาเป็นเสียงดัง ๆ ให้คนอื่นได้ยินด้วย

17. ผู้หญิงจะไม่ทิ้งเพื่อนหาก เพื่อนกำลังมีปัญหา ในขณะที่ผู้ชายจะทิ้งให้เพื่อนแก้ปัญหาด้วยตัวเอง

18. เมื่อผู้หญิงรู้สึกดี เธอจะสามารถแบ่งปันความรักให้คนอื่นมากมาย แต่เมื่อเธอรู้สึกแย่ สิ่งที่เธอต้องการที่สุดคือความรักจากคนรอบ ข้าง

19. นิสัยผู้ชายเหมือนหนังสติ๊ก: ในช่วงเวลาที่คบกัน ผู้ชายจะต้องการทั้งความผูกพันใกล้ชิด และความอิสระ แต่ผู้หญิงจะรู้สึกไม่ดีหากผู้ชายกำลังถอยออกไปหาอิสระ และพยายามดึงเค้ากลับมา ซึ่งนั่นยิ่งทำให้เค้าถอยห่างมากขึ้น ทางที่ดีควรอยู่นิ่ง ๆ เมื่อถึงเวลาหนึ่งเค้าจะ กลับมาเอง

20. ทั้งที่ผู้ชายและผู้หญิงพูดคำ ๆ เดียวกัน แต่ความหมายของคำ ๆ นั้น
กลับไม่ เหมือนกัน เช่น เมื่อผู้หญิงพูด ว่า "เราเลิกกันเถอะ" แปลว่าฉันต้องการให้คุณเห็นความสำคัญของฉัน มากกว่านี้ เมื่อผู้ชายพูดว่า "เราเลิกกันเถอะ" แปลว่าผมไม่ขอทนคุณอีกต่อไป เพราะผมเจอคนใหม่ แล้ว

♣ อย่าเผลอทำความรักหล่นหาย ♣





กว่าจะมีรักได้สักครั้ง
บาง คนต้องใช้เวลาเกือบครึ่งค่อนชีวิต
บางคนแทบจะหมดหวังจนถึงบั้นปลายของ ชีวิต
และกว่าจะได้ความรักมา
แต่ละคนต้องใช้เวลา ความอดทน
ความ พยายาม ลงทุน ลงแรง ทุ่มใจ และกาย





ด้วย เหตุผลที่ คนเราคือ มนุษย์ปุถุชนธรรมดา
ที่ตกอยู่ในห้วงกิเลสตัณหา
อยาก ได้ อยากมี เพราะทุกคน มีความคิด
ความรู้สึก พฤติกรรม ดี เลว
ล้วน แต่สร้างความพึงพอใจ ไม่พึงพอใจ แตกต่างกันไป

ฉะนั้น จงอย่าวาดหวัง ให้คนรักเป็นดั่งที่ต้องการ
และจงยอมรับว่า นี่คือโลกแห่งความเป็นจริง
ที่มีเกิด เสื่อมคลาย และดับสูญ





แม้แต่ สรีระของเราเอง เสื่อมโทรมไปดามกาลเวลา
ความรักจึงต้องถดถอย
เสื่อม คลายลงไปบ้าง แต่คำว่ารัก
ยังติดตรึง อยู่ในส่วนลึกของหัวใจเสมอ
อย่า คาดหวังว่า ความรักที่ เขามอบให้เรา
จะพอกพูนทวีตามกาลเวลา



และอย่านำความสวย หล่อ ความรู้ ความสามารถ
และ ความรู้สึกของตัวเอง
เป็นการเปรียบเทียบ เพื่อให้ได้รับความรัก
จาก อีกฝ่ายหลายเท่าทวีคูณ
เพราะความรักที่คุณรัก แบบไม่แบ่งรักให้ใคร
สิ่ง ใดเลย นอกจากเขาคนเดียว




แต่ เขา รักแม่ รักพ่อ รักญาติ รักเพื่อน และสิ่งอื่น ๆ อีก
เป็นเรื่อง ธรรมดาของมนุษย์ที่มีจิตใจสะอาด
มีจิตสำนึกในการให้ความรักตอบแทนผู้ อื่น
และเป็นธรรมชาติของคน
ย่อมมีความรักสิ่งอื่น อย่างอื่นด้วย



รัก บุพการีเทิดไว้เหนือดวงใจ
รักญาติพี่น้องเพราะมีสายเลือดและความผูกพัน
รัก เพื่อน เพราะความใกล้ชิด เคยทุกข์ สุข ร่วมกันมา
รักคนรักอย่างบุรุษพึง รักอิสตรี
และอิสตรีรักบุรุษ ซึ่งแตกต่างไปจากทุกรัก
รักเพื่อร่วม ชีวิต รักเพื่อมีเพศสัมพันธ์
รักเพราะต้องการสร้างความมั่นคงเป็นปึก แผ่น
รักที่ต้องการมีผู้สืบสกุล
รักหวังใช้ชีวิตบั้นปลายและดูแล ทุกข์สุขกันและกัน

+++ Hamster +++

+++ Playlist +++


MusicPlaylistRingtones
Create a playlist at MixPod.com

+++ coming soon +++