วันพฤหัสบดีที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2553

อยากมีความ สุข... จงทำตัวเหมือนน้ำ


บางครั้งการดำเนินชีวิตอย่างปกติสุข ต้องรู้จักปรับตัวให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อม ทั้ง สภาพ แวดล้อมภายนอก เช่น สภาพเศรษฐกิจ สังคม ผู้คน วัฒนธรรม ค่านิยม ฯลฯ หรือสภาพแวดล้อมภายใน ซึ่งได้แก่ ฐานานุรูป หรือสถานะทางสังคมของตัวเองและครอบครัว ความรู้ ฯลฯ

หลายคน เป็นทุกข์ หาความสุขไม่เจอ เพราะไม่สามารถ "ปรับตัว" ให้เข้ากับปัจจัยทั้ง 2 ประการได้ น้ำเป็นตัวอย่างที่ดีของการปรับตัวเหล่านี้

1. รู้จักประมาณตัว

Water Being : น้ำ ไม่ว่าจะอยู่ในภาชนะรูปแบบไหนๆ หรือแหล่งน้ำธรรมชาติลักษณะใดๆ ก็สามารถทำตัวกลมกลืนมีรูปร่างไปตามนั้น เช่น อยู่ในแอ่งเล็กๆ อยู่ในสระขนาดกลาง อยู่ในบึงกว้างๆ อยู่ในทะเลสาบขนาดใหญ่ หรือแม้แต่อยู่ในมหาสมุทร น้ำก็อยู่ได้

Being Water : คนเองก็ต้องรู้จักปรับ ตัวให้เข้ากับที่อยู่หรือสิ่งแวดล้อมที่ห่อหุ้มชีวิต อยู่บ้านใหญ่ก็อยู่ได้ อยู่บ้านเล็กก็ปรับตัวให้เหมาะสม เศรษฐกิจดีก็ใช้เยอะ เศรษฐกิจแย่ก็ตัดรายจ่ายได้ไม่ทุกข์ร้อนใจ มีมากใช้มาก มีน้อยใช้น้อย ตามภาษิต 'นกน้อยทำรังแต่พอตัว'

เบื้องต้น คนต้องรู้ตัวเองเสียก่อนว่าเป็นน้ำในอะไร บางคนเป็นแค่น้ำขังในกะลา ทว่าใช้ชีวิตเหมือน้ำในทะเลสาบ แน่นอนล่ะ ในที่สุดก็ต้องอัตคัตขัดสน หามาได้ก็ใช้หนี้ หมุนวนอยู่อย่างนั้นเพราะดำเนินชีวิตแบบ "เกินกำลัง" ของตัวเอง

เมื่อรู้ตัวแล้ว ก็ต้องรู้สถานการณ์ มีแล้วค่อยใช้ ไม่มีให้เก็บออม คนสมัยนี้ชอบเอา "เงินอนาคต" มาใช้ เงินอนาคตหมายถึงอะไรน่ะหรือ ก็หมายถึงเงินหรือรายได้ที่คาดว่าจะได้ในวันข้างหน้า แต่ก็เลือกที่จะใช้เสียในวันนี้ เช่น ซื้อของเงินผ่อน กู้ หรือรูดบัตรเครดิตไปก่อน แล้วค่อยจ่ายทีหลัง มีจ่ายก็ดีไป ถึงเวลารายได้ไม่มาอย่างที่คิด ลำบากเอามากๆ

2. รู้จักถ่อมตน-เคารพคนอื่น

Water Being : น้ำไหลจากที่สูงลงสู่ที่ ต่ำเสมอ น้ำตกเกิดเพราะบนที่สูง บนยอดเขามีน้ำอยู่มาก ไม่ว่าอยู่บนผิวดินหรือใต้ดิน ถึงที่สุดก็ต้องไหลลงสู่ที่ต่ำ

Being Water : เปรียบดั่งคนที่รู้จัก อ่อนน้อมถ่อมตน ไม่ติดยึดกับหัวโขนที่สวมอยู่ ว่าฉันเป็นมหาเศรษฐี ฉันเป็นอธิการบดี ฉันเป็นรัฐมนตรี ฉันเป็นกรรมการผู้จัดการ ฉันเป็นนายพล ฯลฯ แต่สามารถปรับตัวได้ตามกาลเทศะ พบผู้อาวุโสก็รู้จักนอบน้อม พบผู้อ่อนอาวุโสหรือด้อยฐานะกว่า ก็เคารพ ให้เกียรติ และมีเมตตา ไม่ดูถูก ไม่รังเกียจ

3. รู้จักยืดหยุ่น

Water Being : น้ำนั้นอ่อนนุ่ม แต่มีแรงปะทะมหาศาล ยามที่อยู่เฉยๆ น้ำไม่ทำร้ายใครแต่ยามที่น้ำไหลบ่าก็สามารถทำลายแม้กระทั่งขุนเขาขนาดมหึมา

Being Water : คนจึงต้องรู้จักอดทน อดกลั้น และข้ามผ่านช่วงเวลาที่ไม่น่าพอใจไปให้ได้ ด้วยการรู้จักยืดหยุ่น รู้เขารู้เรา รู้จักถอยเพื่อก้าว เมื่อได้ชัยชนะให้เกียรติคู่ต่อสู้ แข็งมาอ่อนกลับ ชนะจากภายในสู่ภายนอก

จะชนะผู้อื่นได้จึงต้องทำตัวเหมือนน้ำทั้ง กายภาพและจิตใจ ใช้ความอ่อนนุ่มสยบความแข็งกร้าว ว่าไปแล้วประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาหลายร้อยหลายพันปีก็มีตัวอย่างมายืนยันความ คิดนี้ ผู้ชายที่มีอำนาจอันแข็งแกร่งล้วนแต่พ่ายแพ้ต่อสตรีที่อ่อนโยนและเลอโฉมมา แล้วทั้งสิ้น

สิ่ง ที่ดีที่สุด


สิ่งที่ดี ที่สุดในชีวิตเรา...คือชีวิตเรา

สิ่งที่มี ค่าที่สุดในใจเรา...คือหัวใจเรา

อย่าเอา ชีวิตทั้งชีวิตไปยกให้ใคร

อย่าเอาใจ ทั้งใจไปยกให้ใครคนเดียว

อย่ายก สิ่งที่มีค่าที่สุดและดีที่สุดของเราไปให้ใครดูแล

เพราะไม่ มีใคร...ที่จะดูแลมันได้ดีไปกว่าตัวเราเอง

อย่าปิด กั้นความรู้สึกของหัวใจ

อย่า บอกว่าเกิดมาเพื่อรักคนๆเดียว

คนใจแคบ เท่านั้น...ที่เกิดมาเพื่อรักคนได้คนเดียว

เราสามารถ รักใครต่อใครได้มากมาย

ขอเพียง ให้รู้จักหน้าที่ของความรัก

หน้าที่ ที่จะปฏิบัติต่อคนที่เรารัก

รักต่าง แบบ...ปฏิบัติในหน้าที่ที่ต่างกัน

แล้วเมื่อ วันใดวันหนึ่ง...

คนบางคน ไม่แยแสกับความรักที่เรามีให้

เราก็ยัง คงเหลือใครต่อใครอีกมากมาย...

และไม่ เห็นต้องเจ็บเจียนตาย...

ถ้าเรา มั่นใจ...ว่าเราทำหน้าที่ให้รักนั้น เต็มที่แล้ว

อากาศ...ร้อน อบอ้าว

ออกมายืน คุยกับแสงแดด

อากาศ...หนาว ขาดใจ

ออกมาหาไอ อุ่นลมหนาว

เราจะรู้ ว่าร้อนหรือหนาว...ก็ต่อเมื่อเราได้สัมผัสกับมัน

ก็เหมือน ความรัก...อยากรู้ว่ารสชาติเป็นยังไง

ก็ต้องไป ลองสัมผัสกับมัน...อย่าทรมานตัวเอง

อย่ายืน ตากแดดนานๆ หรือยืนต้านทานลมหนาว

ถ้ารู้ว่า ร้อนนัก...ก็หลบที่ร่ม

ถ้ารู้ว่า หนาวนัก...ก็ก่อเตาผิง

ความรักจะ ไม่ทำร้ายเรา...ถ้าเราไม่ทำร้ายตัวเอง

ถ้าเธอ รู้จักรัก...แสงแดดจะทำให้อบอุ่น

ลมหนาวจะ ทำให้เธอหลับสบาย

วันพุธที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2553

อ่านสิ ดีมาก‏


อย่าไปให้ความสำคัญกับใครบางคน เมื่อคุณเป็นแค่ทางเลือกของเขา.
สัมพันธภาพจะดีที่สุดเมื่อทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญกันอย่างสมดุล

ไม่ต้องสาธยายเกี่ยวกับตัวคุณให้ใครฟังหรอก
เพราะคนที่ชอบคุณ ยังไงเขาก็ชอบ และไม่ต้องการฟังมัน
แต่คนที่เกลียดคุณ ยังไงเขาก็ไม่เชื่อคุณหรอก

เมื่อคุณพูดแต่ว่าคุณยุ่ง คุณก็จะไม่ว่างเลย
เมื่อคุณพูดแต่ว่าคุณไม่มีเวลา คุณก็จะไม่มีเวลาเลย
เมื่อคุณพูดแต่ว่าคุณจะทำในวันพรุ่งนี้ วันพรุ่งนี้จะไม่มีวันมาถึงเลย

เมื่อเราตื่นขึ้นมาในยามเช้า เรามีทางเลือกง่ายๆ 2 อย่าง
กลับไปนอนและฝันหวานต่อ หรือ ลุกขึ้นมาแล้วทำความฝันให้เป็นจริง
มันก็แล้วแต่คุณจะเลือกแล้วล่ะ

เรามักทำให้คนที่ใส่ใจเราต้องร้องไห้
เรามักร้องไห้ให้กับคนที่ไม่เคยใส่ใจเรา
และเรามักใส่ใจกับคนที่ไม่มีวันร้องไห้ให้เรา
นี่คือความจริงของชีวิต เป็นเรื่องแปลกแต่จริง
ถ้าเห็นคุณเห็นด้วย มันก็ยังไม่สายเกินแก้

เมื่อคุณกำลังสนุกสนาน ก็อย่ารับปากพล่อยๆ
เมื่อคุณกำลังเศร้า ก็อย่าได้ตอบกลับ
เมื่อคุณกำลังโกรธ ก็อย่าไปตัดสินใจอะไร
คิดให้ถี่ถ้วน ทำอย่างสุขุม

เวลาก็เหมือนสายน้ำ
คุณไม่มีทางสัมผัสน้ำเดียวกันได้สองครั้งหรอก
เพราะมันได้ไหลผ่านไปแล้ว
มีความสุขกับทุกช่วงชีวิตของเราดีกว่า...

วันเกิดบอกความเจ้าชู้


วันจันทร์
คน เกิดวันจันทร์มักมีดวงเกี่ยวกับความรักในแบบที่ลึกซึ้ง ไม่รักเพียงหวือหวาให้ตื่นเต้นเร้าใจเท่านั้น ด้วยธรรมชาติและพื้นดวงที่เป็นคนช่างคิดช่างตรองรอบคอบกับทุกเรื่องราวเสมอ ดังนั้นกับในเรื่องรัก คุณจึงต้องมั่นใจก่อนที่จะเอื้อมมือไปคว้ามาแนบใจ เสน่ห์ที่โดดเด่นของคนวันจันทร์อยู่ที่ศิลปะในการพูดจาทำให้ใครๆ หลงเคลิ้มได้เสมอ และยังเป็นคนฉลาดมีไหวพริบดีอีกด้วย นั่นเป็นจุดเด่นที่ทำให้คนรอบข้างชื่นชมเป็นพิเศษ แต่แม้ว่าจะมีใจชอบใครคนวันจันทร์ จะไม่เปิดเผยทุกอย่างแก่คนรักเนื่องจากเป็นคนมีโลกส่วนตัว ชอบเก็บบางเรื่องราวไว้กับตัวเองเหมือนกับที่เป็นคนชอบอิสระ และรักสนุกไม่น้อยเลยทีเดียว คนเกิดวันจันทร์จริงๆ แล้วมี 2 แบบคือแบบ ที่ควักเงินทุ่มให้คนรักแบบสุดๆ กับอีกประเภทคือ เหนียวสุด ๆ กับคนรัก คุณเป็นแบบไหนก็คงต้องตรวจสอบดูตัวเอง แต่ที่มีอยู่ในตัวคนวันจันทร์ทั้ง 2 แบบ ก็คือมักจะปิ๊งคนที่อ่อนวัยกว่าเพราะอยากที่จะดูแลคนรักของตน แบบแสนห่วงหวง และคุณก็มักชอบมีรักแบบที่ค่อยๆ ใกล้ชิดติดใจกันไปทีละนิด คุณแพ้คนที่เข้าใจคุณถ่องแท้ ดวงของคุณจึงมีแนวโน้มที่จะพบรักที่ซาบซึ้งตรึงใจและมีความผูกพันกันมาก เพราะเป็นความรักที่มีพัฒนาการเต็มไปด้วยความเข้าใจในกันและกัน พยายามที่จะรู้จักตัวตนแท้ ๆ ของกันและกันนั่นเอง คนวันจันทร์โชคดีที่ได้ปิ๊งกับคนคล้ายๆ กัน รสนิยมไม่ต่างกันราวฟ้ากับดินนัก คุยกันรู้เรื่อง ถ้าใครที่ดูดีอย่างเดียว แต่คุยกันไม่รู้เรื่อง ทัศนคติต่างกันมาก ๆ คนวันจันทร์จะละความสนใจทันที หากเมื่อใดที่อกหัก คนวันจันทร์ก็จะไม่ฟูมฟายมากนักแม้จะปวดใจเพียงใด คนที่เป็นคู่รักของคนวันจันทร์ได้ดีต้องมีลักษณะของความเป็นเพื่อน เฮไปไหน ๆ ด้วยกันได้ ถ้าทำสวีทเป็นเจ้าของเกินไป มักอยู่กับคนวันจันทร์ได้สั้นกว่าที่หวัง

วันอังคาร
คน เกิดวันนี้ มีหัวใจกล้าได้กล้าเสียในเรื่องความรักนั้น ถือคติว่าเสี่ยงเป็นเสี่ยงกันตามประสาคนชอบสนุก เจ้าสำราญพอสมควร คนวันอังคารเจ้าชู้ จึงมีดวงในเรื่องความรักที่โดดเด่น คือได้พบรักเสมอๆ มักปิ๊งคนเด่น ๆ ที่ดูดีกว่าใครในกลุ่มคนที่มีท่าเรียบง่ายจนเกินไป ค่อนข้างเชยๆ ไม่ใช่คนแบบที่คุณจะสะดุดตาสะดุดใจแน่นอน ใครก็ตามที่ห้าวเกินเหตุ คนวันอังคารก็ยากจะตัดใจ คิดชอบพอความสดใส มั่นใจในตัวเอง คือเสน่ห์ที่ทำให้ใครๆ หลงรักคนเกิดวันอังคาร และนิสัยที่แข็งเกินไปของคุณก็คือตัวการสำคัญที่จะทำลายความรักให้พังทลายไป อย่างน่าเสียดาย ยามหลงรักใคร คุณจะตามติดหวังพิชิตให้ได้ เมื่อสมใจแล้ว คุณกลับไม่ยอมให้คู่รักมาเปลี่ยนแปลงความเป็นตัวตนที่แท้ของคุณ ถ้าใครยอมคุณได้ก็รักกันได้นานแน่นอน โดยทั่วไป ดวงในเรื่องความรักของคนวันอังคาร ไม่ค่อยมีอุปสรรคอะไรนัก จีบใครหรือทอดสะพานให้ ใครก็มักสำเร็จเสมอ อยู่ที่ว่าตัวคุณเองนั่นแหละ จะเป็นฝ่ายจืดจางห่างเหินอีกฝ่ายเสียก่อน ตามประสาคนเจ้าชู้ที่หัวใจอ่อนไหว และอยากคบคนใหม่ๆ เพราะรู้สึกว่าเป็นเรื่องท้าทายดีชอบหาความมั่นใจให้ตัวเองด้วยเรื่องรักๆ ใคร่ๆ บางครั้งทั้ง 4 ห้องหัวใจเต็มหมด ห้องไหนทนไม่ไหวโบกมือลาไปคุณก็ไม่เสียใจ มีใครคนใหม่มาแทนได้เร็วเสมอ ดวงความรักค่อนข้างดี ตัวเองไม่มีปัญหา แม้จะชอบตามใจตัวเอง แต่ก็ไม่ค่อยเอะอะเอาเรื่องกับความรักจริงจังนัก ปัญหามักเกิดขึ้นเพราะคนรักของคุณ ซึ่งคิดจะเอาเรื่องกับคุณให้ได้ หรืออาจเป็นเพราะความใจร้อนของคุณบ้าง โดยที่คุณไม่ได้ตั้งใจจะให้เกิดการแตกหักหรอก ดังนั้นถ้าใครเข้าใจคุณก็สามารถควงกับคุณได้นานเป็นพิเศษ

วันพุธ
คน ที่เกิดวันพุธ เป็นคนที่ต้องพัวพันกับเรื่องรักๆใคร่ๆเสมอ เพราะดาวพุธ เป็นสัญลักษณ์ของดวงดาวประจำเทพีแห่งความรัก คุณผู้หญิงวันพุธจึงเป็นคนรักสวยรักงามเป็นพิเศษ คุณผู้ชายก็สำอางไม่เบา ถ้าผู้ชายคนใดที่บำรุงผิวหน้าด้วยโลชั่นหรือพรมน้ำหอมเสมอก่อนออกจากบ้าน จนใครๆ เกือบจะคิดว่าเป็นเกย์ละก็ที่แท้เขาคนนั้นเป็นคนวันพุธนั่นเอง เมื่อรักใครชอบใครคนวันพุธจะเทคแคร์เอาใจได้ละเมียดละไมที่สุดยิ่งกว่าคน เกิดวันอื่นๆ แต่ด้วยความที่รักตัวเองมาก หลงตัวเองพอสมควร ดังนั้นคุณจึงต้องการให้คนพิเศษของคุณ ทุ่มเทรักให้คุณสุดหัวใจ ถ้ารู้สึกว่ายังได้ความรักจากเขาหรือเธอไม่มากพอ คุณจะร้ายใส่ทันที แม้เสน่ห์ของคนวันพุธจะอยู่ที่ความอ่อนหวานก็เถอะ ยามหึงหวงหรือโกรธเคืองแล้วจะปากร้ายมาก แต่ในจิตใจไม่พิษร้ายใดๆ เป็นคนใจกว้างและเป็นคนซื่อตรงซื่อสัตย์มากด้วยซ้ำ เพียงแต่คิดมากขี้ระแวงเท่านั้นเอง ดวงความรักของวันพุธค่อนข้างอาภัพ ทั้งๆ ที่มีคนมารักจริงแบบหวังแต่ง แต่ก็มักจบลงเพราะความไม่มีเหตุผลอย่างสุดๆ ของคุณเอง เรื่องที่จะผิดหวังเพราะไปรักเขาข้างเดียวนั้นก็มีบ้าง แต่เกิดขึ้นไม่บ่อยนักหรอก ถ้าจะผิดหวังจนเสียหน้า ก็เป็นเพราะไปหลงเชื่อคนที่มาหวังผลประโยชน์จากคุณโดยไม่ได้รักคุณจริง เนื่องจากคนวันพุธฉลาดในเรื่องอื่น แต่ไม่ทันคนนักหรอก ที่ว่าดวงความรักของคนวันพุธอาภัพก็เพราะว่า แม้บางจังหวะชีวิตจะมีรักแสนซึ้งเพียงใดก็กลับต้องเลิกร้างกันทั้งๆ ที่ยังรักบางคนก็อาภัพแบบมีแต่รักเทียมๆ สั้นๆ ไม่ดื้อไม่ดื่มด่ำลึกซึ้งนานวันให้อิ่มใจนักคนเกิดวันพุธบางคนก็มีความ สัมพันธ์ รักที่ยั่งยืนอบอุ่น แต่มักไม่ใช่เป็นคนที่คุณหลงรัก อย่างปักจิตปักใจมาก่อน นับเป็นดวงแห่งความรักที่ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว


วันพฤหัส
ถ้า คุณเกิดวันพฤหัส คุณก็ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องความรักของคุณหรอก เพราะดวงในเรื่องความรักค่อนข้างดี หมายถึงดวงคู่แท้ ๆ ที่เป็นความรักแท้ๆในชีวิตด้วยเช่นกัน พื้นฐานนิสัยของคุณแม้จะห้าวหาญวู่วาม และตรงไปตรงมาจนน่าถอยห่าง แต่เสน่ห์ของคุณมีเสมอกับเพศตรงข้าม ทำให้ไม่มีช่วงใดที่ไร้คู่นานวันนักนอกจากบางช่วงคุณจะยังไม่คิดในเรื่องนี้ จริงจังเท่านั้น คนวันพฤหัสเจ้าชู้แค่อารมณ์เท่านั้น ไม่ได้เจ้าชู้เป็นนิสัยถ้าเจอะเจอคนหล่อหรือคนสวยในแบบที่พึงพอใจ ก็จะส่งสายตาไปก่อนอื่น แต่ไม่ใช่คนที่จะต้อง ปราดเข้าไปขอทำความรู้จักทันใด แม้จะเป็นคนกล้าแกร่งปานใดก็เถอะ เว้นแต่ว่าถ้าได้รู้จักกันแล้วและหลงรักเข้าแล้วเท่านั้นที่คนวันพฤหัสจะ ติดตามผลงานอย่างตั้งใจ จนกว่าจะได้ใจของใครคนนั้นไม่มีวันที่คุณจะจีบเล่นๆ แบบนินจาเดี๋ยวมาเดี๋ยวหายแน่นอน คนวันพฤหัสเป็นคนแข็งนอกอ่อนใน และมีดวงแบบตกหลุมรัก เมื่อแรกสบตาได้มากกว่าคนเกิดวันใด น้อยเหลือเกินที่จะเห็นคนวันพฤหัสมีความรักกับเพื่อนที่คบกันนานปีแล้ว ค่อยๆ พัฒนาเป็นความรักและในกรณีที่เป็นคู่รักกันแล้วหากมีเรื่องปะทะอารมณ์ใส่กัน คุณก็จะปิดปากเงียบไม่ยอมขอโทษว่าตนผิดเอง ทั้งๆ ที่ในใจคุณอยากง้อใจจะขาด นอกจากว่าทะเลาะกับคู่รักบ่อยๆ ครั้งจนรู้สึกชินแล้วนั่นแหละคุณถึงจะง้อเป็น กล้าที่จะเอ่ยคำว่าเสียใจออกไปได้ ในท่วงท่าที่ดูเป็นคนมุทะลุวู่วามไม่จริงใจกับใครแท้จริงแล้ว คนวันพฤหัสเป็นคนรักที่คงมั่นมาก ตามดวงชะตาบ่งบอกว่าเป็นคนรักจริงหวังแต่ง มักได้คู่ดี เว้นแต่บางช่วงจะไปรักคนผิดจนเดือดร้อนไม่น้อย ดวงความรักของคุณ หากจะมีปัญหา ก็อยู่ที่อารมณ์เท่านั้น ถ้าร้อนเจอร้อนก็จบเร็วแน่ ถ้าคุณลดไฟในอารมณ์ตัวเองได้หรือเลือก คนใจเย็นเป็นน้ำ ก็รักกันยั่งยืนยากจะแตกร้าวได้


วันศุกร์
คน วันศุกร์ไม่แสดงออกถึงความเจ้าชู้เด่นชัดอย่างคนวันอาทิตย์ แต่จริง ๆ แล้วเป็นคนเจ้าชู้เงียบ แอบโปรยเสน่ห์อยู่บ่อย ๆ เหมือนกัน ซึ่งก็มีคนหลงปลื้มอยู่เสมอไป ด้วยความที่เป็นคนอ่อนโยน ฉลาด รอบรู้ มีมนุษยสัมพันธ์ดีพอควรคนวันศุกร์ชอบทำตัวน่ารัก แต่ถ้าเริ่มคบหาจริงจังกับหวานใจแล้ว จะแสดงความดื้อดึงออกมาทันที เพราะเป็นคนเอาแต่ใจตัวเองไม่น้อย ดวงความรักของคุณจึงแสนซึ้งในช่วงต้น ๆ เพราะพื้นดวงเป็นคนสุภาพ น้อยคนนักที่จะห้าวมากๆ นอกจากเกิดในวันศุกร์ และถ้าความรักจะมีปัญหาก็มักเป็นเพราะตัวคุณเอง เนื่องจากเป็นคนช่างคิดอยู่แล้ว จึงคิดมากคิดไกลเกินไปเสมอและเป็นเหตุร้าวฉานในความสัมพันธ์ได้ไม่ยาก ดวงความรักของคุณค่อนข้างไม่ธรรมดา ความรักแท้มักเกิดขึ้นกับคนที่รอบข้างแอบส่ายหน้า ว่าไม่เหมาะสมกัน ถ้าไม่แก่หรืออ่อนวัยกว่ามากๆ ก็อาจแตกต่างกันที่ฐานะ หรือการศึกษา ด้อยกว่าในเรื่องใดเรื่องหนี่งแน่นอนและมักจะได้แสดงถึงความรักแท้เหมือนใน หนัง คือการฝ่าฟันกับกระแสการกีดกันของครอบครัว เปอร์เซ็นต์ส่วนใหญ่จะเป็นในรูปนี้ ถ้าใครได้คู่ที่สมกันดีไม่มีใครห้ามปรามก็ต้องนับว่าโชคดี คงมีดวงในราศีเกิดหรืออิทธิพลอื่นๆ ที่เสริมให้ดวงความรักไปได้ดีกว่าพื้นดวงที่น่าจะเป็นเช่นนั้น แต่สุดท้ายแล้ว คนวันศุกร์จะแฮปปี้สมหวังเสมอ ไม่ค่อยผิดหวังในเรื่องรัก นอกจากจะมีทุกข์ในหัวใจที่ตัวเองคิดเองรู้สึกเองไม่ใช่คนที่คุณรักก่อขึ้น หรอก หรือบางกรณีก็เป็นเพราะคุณแอบหวั่นไหวไปปลื้มคนอื่นแล้วผิดหวัง ถ้าดูแลหัวใจตัวเองให้ดี ๆ ไม่วอกแวกไปไหนคุณก็มักมีคู่รักที่คบกันเนิ่นนานจนเพื่อนๆ อิจฉาเสมอแน่นอน


วันเสาร์
ถ้า คุณเกิดวันเสาร์บดี มั่นใจได้เลยว่าคุณจะเป็นคนรักที่ดีให้ใครคนนั้นได้ภาคภูมิใจแน่ เพราะคุณมีทั้งความเอื้ออารี มีน้ำใจ เป็นคนสติปัญญาดี มีความยุติธรรมเป็นคนที่ใครก็ยอมรับและชื่นชมคุณเป็นคนรักจริงเกลียดจริง ถ้าเกลียดใครก็ไม่เสแสร้งคบหาต่อไปให้ต้องฝืนตามวิสัยของคุณวันเสาร์บดี ที่ตรงพอสมควร ดวงในเรื่องความรักของคนวันเสาร์บดี ไม่ค่อยโลดโผนพิสดารมากนัก ความรักค่อยเป็นค่อยไปอย่างเรียบง่าย หากจะมีเรื่องปวดหัวใจบ้างก็เป็นเพราะความมองโลกในแง่ดีเกินไป บางครั้งจึงหลงคารมคนไม่จริงใจหรือบางครั้งก็คิดไปเองว่าใครคนนั้นมีใจด้วย ทั้งๆ ที่ไม่ได้เป็นดั่งที่แอบคิดแอบหวั่นไหว คนเกิดวันเสาร์บดีเป็นคนใฝ่รู้ ถ้าช่วงใดเจ็บหัวใจ ก็จะทำใจด้วยการทุ่มเทในเรื่องที่มีสาระ มีประโยชน์กับชีวิต ความน่ารักของคนอยู่ที่ความสดใส เปิดเผย มีความมุ่งมั่นเสมอ ไม่ใช่คนที่เลื่อนลอยไร้สาระ ไม่บ่อยนักที่จะเห็นคนวันเสาร์บดีอีกลักษณะหนึ่งคือไม่ค่อยเรียบร้อยและขาด ความสุขุมรอบคอบ คนวันเสาร์บดีไม่ค่อยเจ้าชู้ แม้จะดูมีท่าทีเข้ากับคนง่ายสดใสเป็นกันเองแต่ไม่ได้ชอบใครง่าย ๆ เสมอไป ถ้ารักใครก็จะรักอย่างซื่อสัตย์ หากจะผิดหวังก็ดังที่กล่าวมาแล้ว คือการไปรักคนผิด คิดว่าดีที่แท้ไม่ใช่ ดวงความรักดของคนวันเสาร์บดีนั้นจะมีรักจริงจังก็ต่อเมื่อพบเจอคนที่เรียบ ง่ายคล้ายๆกัน ไม่ใช่ฟู่ฟ่าหรูหราเกินไปนัก คิดแต่เรื่องสร้างสรรค์มากกว่าเรื่องเฮฮาปาร์ตี้ ปัญหาในรักมักใม่ใช่อยู่ที่ตัวคุณเอง เพราะคุณอดทนได้เสมอแต่คนที่คุณรักต่างหากที่จะนำเรื่องปวดหัวมาให้

วันอาทิตย์
คน เกิดวันอาทิตย์ มีดวงชะตาในเรื่องรักที่ค่อนข้างดีพอสมควร ไม่ค่อยจะมีปัญหาปวดหัวปวดใจ จนเดือดร้อนเพราะเรื่องความรักอย่างคนเกิดวันอื่นๆ เนื่องจากพื้นฐานนิสัยที่เป็นคนเด็ดเดี่ยว หนักแน่น คุณจึงคบใครก็คบอยู่คนเดียว พอเลิกกันเมื่อใดจึงค่อยมีรักใหม่ แต่คนวันอาทิตย์จะไม่ออกไปวิ่งไขว่คว้าหารักมาใส่ตัวหรอก นอกจากรอให้กามเทพแผลงสอนเองตามธรรมชาติดีกว่า แม้จะดูสุขุม มีระบบระเบียบ เป็นคนตรง หัวแข็งไม่เบา แต่ในใจคนวันอาทิตย์ก็อ่อนไหวไม่อยากกับเรื่องรัก เห็นใครถูกใจก็ชอบแต่ก็รู้จักยับยั้งใจ ไม่วิ่งเข้าประกบทันทีเด็ดขาด ถ้าจะมีความเจ้าชู้ ก็เจ้าชู้เงียบ แต่ไม่ใช่เงียบแบบแอบเอาจริงอย่างคนวันจันทร์ เพราะคนวันอาทิตย์จะแค่มอง รู้สึกชอบ ส่งยิ้มไปบ้าง แต่ก็ไม่คิดอะไรมากกว่านั้น ดวงความรักของคุณ เป็นลักษณะที่มีความสัมพันธ์มีความผูกพันธ์ เต็มไปด้วยความลึกซึ้งไม่ใช่รักแบบตื่นเต้นเร้าใจสั้นๆ แล้วจบลงเหมือนเพียงจุดพลุดอกไม้ไฟ คนวันอาทิตย์ทำให้คนอื่นประทับใจได้เสมอ กับความสุขุมทระนงอดทนมุ่งมั่นใส่ใจคนรักอย่างเสมอต้นเสมอปลาย แต่ถ้าใครคนนั้นฟู่ฟ่าหรูหราใช้เงินกระหน่ำเกินไปคุณก็ไม่ชอบใจเหมือนกัน ความที่เป็นคนช่างเลือกคนวันอาทิตย์ จึงไม่ใช่คนประเภทที่มีใครๆ เคียงข้างอยู่ตลอดเวลา บางปีถ้าไม่ปิ๊งใครมากๆ ก็ยอมเปลี่ยวใจตลอดปีไม่ซีเรียส ถ้าคนวันอาทิตย์ถูกใจใคร จะใช้เวลาดูใจดูนิสัยก่อนจะดำเนินความสัมพันธ์ต่อไปให้ลึกซึ้ง ด้วยความขี้ระแวงไม่ไว้ใจใครง่ายๆ ต้องดูแล้วดูอีกกว่าจะตัดสินใจเรื่องความเหมาะสมกัน คุณก็คิดมาก กว่าคนวันเกิดใดไม่ว่าจะเป็นเรื่องอายุหรือฐานะ เช่น อีกฝ่ายรวยกว่ามากหรือจนกว่ามากๆ คุณก็จะคิดมาก แม้จะรักแล้วแต่ก็ลังเล หรือถ้าอายุน้อยกว่ามากๆ หรือแก่กว่ามากๆ ก็กลัวว่าคนอื่นจะคิดยังไงช่องว่างระหว่างวัยจะมีหรือไม่ นี่หละคือสไตล์ความคิดของคนวันอาทิตย์ ปัญหารักในเรื่องอื่นๆ ไม่ค่อยมีหรอก นอกจากจะสับสนกับตัวเอง

ชีวิตยังมีทิศตะวันออก


บ่อยครั้งที่ชีวิตผิดพลาด..ไม่ว่าจะเรื่อง อะไรก็แล้วแต่
เรามักจะเอาสมาธิไปจดจ่ออยู่กับความผิดพลาดนั้น
ซ้ำ เติมตัวเองให้ทุกข์...ให้เสียใจ...
และพยายามจะสร้างคำถามเพื่อค้นหาคำ ตอบให้ตัวเองอยู่เสมอ


ทั้งๆ ที่เราก็รู้ว่าคำตอบที่สร้างขึ้นมานั้น มัน " ไม่ใช่ความจริง"...
ที่จะ ทำให้เราหลุดพ้นจากความเสียใจนั้นได้เลย...


เราจึงยอมติดกับดัก ความเสียใจอย่างถอนตัวไม่ขึ้น
และกลายเป็นทาสของมันอย่างรู้ตัว...


รู้ ว่าเสียใจแต่ก็ไม่ทำให้อะไรมันดีขึ้นมา
และเราก็ไม่สามารถย้อนเวลากลับ ไปแก้ไขอดีตได้
แต่ทำไมเรายังเป็นทุกข์กับการเลือกที่จะเสียใจ
และ ทำชีวิตให้มันแย่ลงกว่าเดิมทุกวันๆ...


ทั้งๆ ที่ก็รู้ว่ารสชาติของมันสุดแสนจะขมขื่นมากมายเพียงใด


เพราะ " เราเริ่มต้นใหม่ไม่เป็น"...
เราเลยยังทุกข์ระทมไปกับความผิดพลาดของ ชีวิต


สิ้นสุดแล้วแต่ก็เริ่มต้นใหม่ไม่ได้...
ไปไม่ เป็น...เหมือนจะมองเห็นทาง...


แต่ก็เลือกที่จะปิดหู ปิดตา และไม่พยายามจะเปิดใจ
เราจึงต้องอยู่กับความเศร้าเสียใจอยู่ทุกคืนทุก วัน
ตอกย้ำความผิดพลาดให้ตัวเองอยู่อย่างนั้น...


ลองมองดู วิถีดอกทานตะวันบ้างสิ..ชีวิตมีแต่ความเบิกบาน
เพราะรู้จักที่จะใช้ ชีวิตไปพร้อมๆ กับแสงตะวัน
แสงสว่างที่ส่องนำทางให้ชีวิตทุกชีวิต..." ยังคงมีชีวิต"...


แม้ยามที่ดอกทานตะวันร่วงโรย...
ก็ยังคง ทิ้งเมล็ดพันธุ์ให้เจริญเติบโต...
งอกงามและรับแสงตะวันได้ใหม่อีกครั้ง


เพราะฉะนั้นเราต้องไม่ปิดตัวเอง...
แล้วจมอยู่กับความคิด ที่ว่าชีวิตต้องเริ่มต้นใหม่ไม่ได้


อย่าทำร้ายตัวเองด้วยการ เศร้าเสียใจ...
แล้วปล่อยให้ชีวิตมันไหลไปเรื่อยๆ อย่างไม่มีคุณค่าและไร้จุดมุ่งหมาย...


จงใช้ชีวิตให้เป็นดั่ง เช่นดอกทานตะวัน...
แม้ยามผิดพลาด เสียใจ ก็จะมีทางออกของชีวิตเสมอ


อับ จนหนทางอย่างไร แสงสว่างจากดวงตะวัน
ก็จะคอยส่องทางให้เราได้พบเจอ ทางออก


"ชีวิตเราจึงมีทางออก ตราบใดที่บนโลกใบนี้ยังมีทิศตะวันออก"...


แม้ว่าชีวิตจะยัง มืดมน จะยังคงจมอยู่กับความผิดพลาด เศร้าใจ
ก็จงเศร้าให้ถึงที่ สุด เสียใจ ก็จงเสียใจเสียให้พอ


หากยังร้องไห้ ขอให้ระบายน้ำตาออกมา อย่ากักเก็บมันไว้ ...
เมื่อเราเสียใจอย่างถึงที่ สุดแล้ว เราต้องกล้าลุกขึ้นมาปฏิวัติตัวเอง
และพร้อมที่จะเป็นคนใหม่ ที่ใช้บทเรียนจากอดีต...
เป็นเหมือนเข็มทิศคอยช่วยบอกทางแก่ชีวิต เพราะ...


" ความเศร้านั้นมีข้อดีข้อเสียในตัวมันเอง
ข้อ เสียคือทำให้เราโศกาอาดูร
แต่ข้อดีของมันคือ...
สอนให้เรารู้ว่าเรา จะไม่ผิดพลาดตรงนี้อีก
เราจะต้องไม่ร้องไห้ให้กับมันอีก..."


ใคร บางคนเคยบอกเอาไว้ตอนที่เสียใจกับความผิดพลาดของชีวิต...
เพราะฉะนั้น แล้วเกิดเป็นคน มีความรู้สึกรู้สาเหมือนกันหมด
สามารถเศร้าเสียใจกับ อดีตที่ผิดพลาดได้เหมือนกันหมด
และก็เริ่มต้นใหม่เหมือนกันหมดเช่นเดียว กัน...


ขอเพียงกล้าที่จะเป็นนกปีกหักที่พร้อมจะรักษาตัวเอง
และ ออกเดินทางได้โดยไม่กลัวว่าหนทางข้างหน้า...
จะผิด พลาดซ้ำสอง อย่าลืมนะว่า ...


" เรามีโอกาสผิดพลาดได้บ่อยครั้งเท่าไหร่ เราก็เดินถูกทางมากขึ้นเท่านั้น..."


ชาย หญิงต่างกันยังไง

1221758930

1221758950

1221758968

1221758986

1221759005

1221759027

1221759046

1221759086

1221759103

1221759121

เครียดคลายได้ ถ้าใจคอยเป็น


คงไม่มีอะไรที่สามารถบงการระบบประสาทของเรา ได้ฉับพลันเท่ากับเสียงโทรศัพท์ ไม่ว่ากำลังกินข้าว ดูหนัง กำลังนอน หรือสั่งสอนลูกชายจอมซน ทันทีที่เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เป็นต้องรีบสาวเท้าหรือคว้ามือไปรับโทรศัพท์ อะไรที่กำลังทำอยู่ ต้องเลิกโดยฉับพลัน แม้จะสำคัญเพียงใดก็ตาม

ถ้ามนุษย์ต่างดาวเผอิญ หลงมาที่โลกนี้ คงจะงงงวยว่าโทรศัพท์มีอะไรน่ากลัวหรือ คนบนโลกนี้ถึงชอบผลุนผลันไปรับคำบัญชาจากมัน

ที่จริงมนุษย์ต่างดาว เข้าใจผิดทั้งเพ ไม่มีใครกลัวโทรศัพท์หรอก เราทำกันเช่นนั้นอย่างอัตโนมัติ เพียงเพราะไม่อยากคอยให้มันดังหลายครั้ง แต่ก็น่าคิดว่าแทนที่จะปล่อยให้มันกะเกณฑ์เรา ลองให้มันทำตามเกณฑ์ของเราบ้าง เช่น ให้ดังสัก ๓-๔ ครั้ง ถึงค่อยไปรับและไปรับอย่างช้า ๆ สบาย ๆ แทนที่จะเร่งรีบ


ไม่ใช่ แต่เพียงเสียงโทรศัพท์เท่านั้น มีอีกหลายอย่างที่เราปล่อยให้มันเข้ามาบงการเรา อย่างเช่นสัญญาณไฟตามสี่แยกจริงอยู่ มันอาจไม่ถึงกับทำให้แขนขาของเรากระตุกทันทีที่มันวาบขึ้น แต่บ่อยครั้งมันก็ไปกระตุกใจเราแทน ทันทีที่เห็นไฟแดงข้างหน้าจะรู้สึกไม่พอใจขึ้นมา แล้วก็กรุ่นไปตลอด จนกว่าไฟเขียวจะมาปลุกใจเราให้ยินดี

ไฟเขียวเป็นข่าวดี (ถ้าเราเป็นคนขับรถ ไม่ใช่คนข้ามถนน) แต่มันก็ทำให้เราทุกข์ไปอีกแบบหนึ่ง นั่นก็คือเวลามันยังไม่โผล่มา เราก็กระวนกระวายใจ หรือถึงกับเครียด

แต่ ถ้ามองกันจริง ๆ แล้ว จะโทษไฟเขียวว่ามาช้าก็ไม่ถูกมันก็มาตามจังหวะของมัน สาเหตุที่เราทุกข์นั้นเป็นเพราะเราใจร้อน หรือคอยไม่เป็นต่างหาก

เพียง แค่เรารู้จักคอยไฟเขียวเท่านั้น ความเครียดจากการขับรถจะลดลงไปเยอะเลย ในทำนองเดียวกัน สำหรับคุณที่ไม่รวยพอที่จะมีรถยนต์ส่วนตัว หากคอยรถเมล์เป็น โลกนี้จะน่าอยู่ขึ้นไม่น้อย



ลองมาคิดดูสิ ที่จิตร้อนรุ่มราวกับถูกไฟลนนั้น หลายต่อหลายครั้ง เป็นเราตกอยู่ในสถาณการณ์ที่ต้องเป็นฝ่ายคอย อาจคอยแฟน คอยจดหาย คอยงานเสร็จ หรือคอยคนเห็นคุณค่าของเรา ยิ่งคอยก็ยิ่งทุกข์ ไม่ใช่ทุกข์เพราะสิ่งที่คอยยังมาไม่ถึง แต่ทุกข์เพราะใจเร่งเร้าเผาลนต่างหาก จริง ๆ แล้ว ตัวการไม่ได้อยู่ข้างนอก แต่อยู่ข้างในต่างหาก

ถ้าเราสามารถฝึกใจให้รู้จักคอยได้ ชีวิตจะมีความสุขขึ้นอีกเยอะ ทุกวันนี้คนกรุงมีความเครียดมาก เพราะคอยไม่เป็น และที่คอยไม่เป็นเพราะเคยชินกับความรวดเร็ว ทุกอย่างล้วนแข่งกันเร็ว ไม่ว่ากาแฟ บะหมี่สำเร็จรูป หม้อหุงข้าว เครื่องซักผ้า คอมพิวเตอร์ แม้แต่ความเป็นคนเก่ง เดี๋ยวนี้ก็ไม่ต้องเสียเวลาฝึกฝนตนแล้ว เพียงแค่ซื้อรองเท้ายี่ห้อนี้ หรือน้ำอัดลมยี่ห้อนั้น ก็สำเร็จผลได้โดยพลัน เร็วอะไรปานนั้น



ชีวิต ที่อะไรต่ออะไรได้มาโดยไว ทำให้เราคอยกันไม่เป็น หวังแต่จะให้ทุกอย่างเปิดปุ๊ปติดปั๊บท่าเดียว จนลืมไปว่ายังมีอีกหลายอย่างในชีวิตที่ต้องใช้เวลา หลายอย่างที่ว่านี้ ล้วนมีความสำคัญทั้งนั้น เช่น สุขภาพ ความรู้ ความสำเร็จ หรือแม้กระทั่งความรัก ถ้าเราคอยสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ ชีวิตก็มีแต่ความเครียดรุมเร้าหาไม่ก็ได้แค่ของปลอม ซึ่งทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลง

ใจที่รู้จักคอยคือกุญแจแห่งความสุขและ ความสำเร็จเมื่อสิทธารถะไปขอเรียนวิชาจากอาจารย์เฒ่า เขาได้อ้างคุณสมบัติที่เขาเชื่อว่าเหมาะแก่การเป็นศิษย์ ๑ ใน ๓ ของคุณสมบัติดังกล่าว คือ " I can wait"

ในชีวิตประจำวัน เรามีโอกาสมากมายที่จะฝึกใจให้รู้จักคอย เช่น ล้างมืออย่างช้า ๆ นั่งโต๊ะแล้วค่อยเปิดจดหมาย อ่านหนังสือพิมพ์ ทำงานให้เสร็จเป็นอย่าง ๆ หรือตามลมหายใจขณะรอรถเมล์



หรือจะเริ่มต้นด้วยการทำใจสงบ ขณะที่โทรศัพท์ดัง ต่อเมื่อสิ้นเสียงสัญญาณครั้งที่ ๓ จึงค่อยรับก็เข้าทีดี


ผู้หญิง กับผู้ชา ย


ระเจ้าสร้างชายและหญิงให้เกิดมาคู่กัน ปัญหา มัน ไม่ ได้อยู่ที่ว่า ใครดีใครไม่ดี แต่อยู่ที่ความแตกต่างกันในทุก ๆ เรื่องของชายและหญิงต่างหากที่เป็นต้นเหตุของความไม่เข้าใจ ในเมื่อทั้งชายและหญิงไม่มีวันที่จะเหมือนกันได้ ดังนั้นทางออกที่ดีที่สุดเพื่อการอยู่ร่วมกันได้ย่างมีความสุข นั่นก็ คือ "การทำความเข้าใจจิตใจของแต่ละฝ่าย นั่นเอง"

1. ผู้ชายรู้สึกดีเมื่อรู้ว่าตัวเอง เป็นที่ต้องการของคนอื่น ขณะที่ผู้หญิงรู้สึกดีเมื่อรู้ว่าตัวเองน่าทะนุถนอม

2. เมื่อเกิดปัญหา ผู้ชายจะเก็บตัวเพื่อคิดหาทางออก ผู้หญิงจะหาใครซักคนที่ไว้ใจ และพร่ำพรรณนาปัญหาให้ฟัง

3. จากสถิติพบว่า ผู้ชายมีอายุสั้นกว่าผู้หญิง เพราะผู้ชายใจร้อนและคึกคะนองมากกว่า

4. ผู้ชายมุ่งความต้องการไปที่ความ สำเร็จในหน้าที่การงาน แต่ความสำเร็จของผู้หญิงคือ การมีครอบครัวที่อบอุ่นและมีความ สุข

5. เมือทำอะไรซักอย่างไม่ได้ ผู้หญิงจะขอความช่วยเหลือ ในขณะที่ผู้ชายจะไม่พยามยามขอความช่วยเหลือ เพราะคิดว่านั่นคือการแสดงความอ่อนแอของตัว เอง

6. ผู้หญิงมีสมองเล็กกว่าผู้ชาย แต่สมองทั้งสองซีกกลับทำงานสัมพันธ์กันมากกว่า ผู้ชาย

7. ผู้ชายจะเจริญเติบโตและก้าวเข้า สู่ช่วงวัยรุ่นได้ช้ากว่า ผู้หญิง

8. ผู้ชายถูกกระต้นความต้องการทาง เพศโดยสายตา เช่น ดูภาพโป้ ดูหนังโป แต่ผู้หญิงถูกกระตุ้นความต้องการ ทางเพศ โดยการสัมผัสอันนุ่มนวล

9. เมื่อเล่นเกม ๆ หนึ่ง ผู้หญิงต้องการเอาชนะโดยที่อีกฝ่ายไม่จำเป็นต้องแพ้ก็ได้ (การเสมอ) แต่ผู้ชายต้องการเอาชนะ และอีกฝ่ายต้องเป็นผู้แพ้

10. เมื่อผู้ชายตกหลุมรักใครซักคน เค้าจะถูกกระตุ้นให้ทำดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ถ้าจีบผู้หญิงคนนั้นไม่สำเร็จ เค้าจะกลับไปเห็นแก่ตัวเหมือน เดิม

11. ผู้หญิงเมาง่ายกว่าผู้ชาย

12. ผู้ชายจะจดจำเส้นทาง และอ่านแผนที่ได้เก่งกว่า ผู้หญิง

13. ผู้หญิงกลัวที่จะเป็นฝ่ายรับ ในขณะที่ผู้ชายกลัวที่จะเป็นฝ่ายให้

14. ผู้หญิงพยายามฆ่าตัวตายมากกว่า ผู้ชาย แต่ผู้ชายทำสำเร็จมากกว่า ผู้หญิง

15. ผู้หญิงจะเรียนภาษาได้ดีกว่า และมีความสามารถในการสื่อสารทางการพูดมากกว่า ผู้ชาย

16. ผู้ชายจะคิดให้ตกซะก่อนจึงค่อย พูดออกมา แต่ผู้หญิงมักจะคิดออกมาเป็นเสียงดัง ๆ ให้คนอื่นได้ยินด้วย

17. ผู้หญิงจะไม่ทิ้งเพื่อนหาก เพื่อนกำลังมีปัญหา ในขณะที่ผู้ชายจะทิ้งให้เพื่อนแก้ปัญหาด้วยตัวเอง

18. เมื่อผู้หญิงรู้สึกดี เธอจะสามารถแบ่งปันความรักให้คนอื่นมากมาย แต่เมื่อเธอรู้สึกแย่ สิ่งที่เธอต้องการที่สุดคือความรักจากคนรอบ ข้าง

19. นิสัยผู้ชายเหมือนหนังสติ๊ก: ในช่วงเวลาที่คบกัน ผู้ชายจะต้องการทั้งความผูกพันใกล้ชิด และความอิสระ แต่ผู้หญิงจะรู้สึกไม่ดีหากผู้ชายกำลังถอยออกไปหาอิสระ และพยายามดึงเค้ากลับมา ซึ่งนั่นยิ่งทำให้เค้าถอยห่างมากขึ้น ทางที่ดีควรอยู่นิ่ง ๆ เมื่อถึงเวลาหนึ่งเค้าจะ กลับมาเอง

20. ทั้งที่ผู้ชายและผู้หญิงพูดคำ ๆ เดียวกัน แต่ความหมายของคำ ๆ นั้น
กลับไม่ เหมือนกัน เช่น เมื่อผู้หญิงพูด ว่า "เราเลิกกันเถอะ" แปลว่าฉันต้องการให้คุณเห็นความสำคัญของฉัน มากกว่านี้ เมื่อผู้ชายพูดว่า "เราเลิกกันเถอะ" แปลว่าผมไม่ขอทนคุณอีกต่อไป เพราะผมเจอคนใหม่ แล้ว

♣ อย่าเผลอทำความรักหล่นหาย ♣





กว่าจะมีรักได้สักครั้ง
บาง คนต้องใช้เวลาเกือบครึ่งค่อนชีวิต
บางคนแทบจะหมดหวังจนถึงบั้นปลายของ ชีวิต
และกว่าจะได้ความรักมา
แต่ละคนต้องใช้เวลา ความอดทน
ความ พยายาม ลงทุน ลงแรง ทุ่มใจ และกาย





ด้วย เหตุผลที่ คนเราคือ มนุษย์ปุถุชนธรรมดา
ที่ตกอยู่ในห้วงกิเลสตัณหา
อยาก ได้ อยากมี เพราะทุกคน มีความคิด
ความรู้สึก พฤติกรรม ดี เลว
ล้วน แต่สร้างความพึงพอใจ ไม่พึงพอใจ แตกต่างกันไป

ฉะนั้น จงอย่าวาดหวัง ให้คนรักเป็นดั่งที่ต้องการ
และจงยอมรับว่า นี่คือโลกแห่งความเป็นจริง
ที่มีเกิด เสื่อมคลาย และดับสูญ





แม้แต่ สรีระของเราเอง เสื่อมโทรมไปดามกาลเวลา
ความรักจึงต้องถดถอย
เสื่อม คลายลงไปบ้าง แต่คำว่ารัก
ยังติดตรึง อยู่ในส่วนลึกของหัวใจเสมอ
อย่า คาดหวังว่า ความรักที่ เขามอบให้เรา
จะพอกพูนทวีตามกาลเวลา



และอย่านำความสวย หล่อ ความรู้ ความสามารถ
และ ความรู้สึกของตัวเอง
เป็นการเปรียบเทียบ เพื่อให้ได้รับความรัก
จาก อีกฝ่ายหลายเท่าทวีคูณ
เพราะความรักที่คุณรัก แบบไม่แบ่งรักให้ใคร
สิ่ง ใดเลย นอกจากเขาคนเดียว




แต่ เขา รักแม่ รักพ่อ รักญาติ รักเพื่อน และสิ่งอื่น ๆ อีก
เป็นเรื่อง ธรรมดาของมนุษย์ที่มีจิตใจสะอาด
มีจิตสำนึกในการให้ความรักตอบแทนผู้ อื่น
และเป็นธรรมชาติของคน
ย่อมมีความรักสิ่งอื่น อย่างอื่นด้วย



รัก บุพการีเทิดไว้เหนือดวงใจ
รักญาติพี่น้องเพราะมีสายเลือดและความผูกพัน
รัก เพื่อน เพราะความใกล้ชิด เคยทุกข์ สุข ร่วมกันมา
รักคนรักอย่างบุรุษพึง รักอิสตรี
และอิสตรีรักบุรุษ ซึ่งแตกต่างไปจากทุกรัก
รักเพื่อร่วม ชีวิต รักเพื่อมีเพศสัมพันธ์
รักเพราะต้องการสร้างความมั่นคงเป็นปึก แผ่น
รักที่ต้องการมีผู้สืบสกุล
รักหวังใช้ชีวิตบั้นปลายและดูแล ทุกข์สุขกันและกัน

วันจันทร์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2553

"เพื่อนเก่าเหมือนรูปถ่าย เพื่อนใหม่เหมือนรองเท้า "...

"เพื่อนเก่าเหมือนรูปถ่าย เพื่อนใหม่เหมือนรองเท้า "...

เพื่อนเก่า :
เป็นคนที่อยู่กับเรา ตอนเรามีความรักครั้งแรก
เป็นคนที่มีความทรงจำทั้งดีและแย่ร่วมกันกับเรา
เป็นคนที่มีรูปติดอยู่ในสมุดเฟรนด์ชิปเล่มเดิม
เป็นคนที่เซ็นชื่อกำกับตัวโตๆ ตรงคำว่ารักเรามากกว่าใคร
เป็นคนที่มักวิ่งเข้ามาในความคิดถึง ตอนเราเหงา
เป็นคนที่เราภูมิใจ เมื่อเล่าให้คนอื่นฟัง
เพื่อนเก่า.....จึงเหมือนกับรูปถ่ายที่ถูกเก็บไว้ในอัลบั้ม


ส่วนเพื่อนใหม่ :
เป็นคนที่อยู่กับเรา ตอนเรามีความรักครั้งปัจจุบัน
เป็นคนที่ยืนอยู่ข้างๆ ทั้งตอนที่เราผิดหวังและสมหวัง
เป็นคนที่บอกเราว่าถึงแม้บางครั้งจะล้ม
แต่ถ้าใจไม่แพ้ ก็สามารถจะเริ่มต้นวิ่งใหม่ได้ทุกเมื่อ
เป็นคนที่ถ้าเราไม่สบาย จะรีบมาดูแล
เป็นคนที่เราอุ่นใจ เมื่อเล่าให้คนอื่นฟัง
เพื่อนใหม่.....จึงเหมือนกับรองเท้า
ที่พร้อมจะเดินไปในทุกๆที่ ด้วยกันกับเรา


ในชีวิตของทุกๆคน
ต่างก็จำเป็นต้องมีทั้งเพื่อนเก่าและเพื่อนใหม่อยู่ในชีวิต
เพื่อจะได้มีทั้ง 'ความทรงจำที่น่าภูมิใจ' และ 'ปัจจุบันที่อบอุ่นใจ'
โดยการให้ความสำคัญกับ 'รูปถ่ายในอัลบั้ม'
หมั่นหยิบขึ้นมาปัดฝุ่น คิดถึงและนึกถึงเรื่องราวในภาพเหล่านั้นเสมอๆ
แต่ขณะเดียวกัน ก็ต้องไม่ลืมที่จะหมั่นเช็ดฝุ่นให้กับรองเท้าด้วย
อย่าให้การเดินไปด้วยกัน เป็นการเดินเหยียบย่ำกัน
อย่าให้ความเคยชิน ทำให้หมดความเกรงใจและไม่ให้เกียรติกัน
เพราะถึงแม้รองเท้าจะยี่ห้อดีแค่ไหน เพื่อนใหม่คนนั้นจะดีกับเราแค่ไหน
ถ้าเราใช้งานแบบไม่ถนอม รองเท้าก็อาจพังได้
เพื่อนใหม่ก็อาจหนีหายไปจากเราได้
ซึ่งก็รู้ใช่หรือเปล่า ว่ารองดท้าดีๆ ที่ใส่แล้วเหมาะกับเรานั้น
หาไม่ง่ายเลย
เพื่อนดีๆ ที่เข้าใจเรานั้น หายากมาก และบางที...ตลอดชีวิต
อาจเจอแค่คนเดียว

เราเอามาจากหนังสือเล่มหนึ่งนะ เห็นว่าความหมายมันดีเลยส่งมาให้
ความหมายของคำว่าเพื่อนนั้นมีมากกว่านี้แต่ว่า
เราจะต้องค้นหามันด้วยตัวเอง
เมื่อถึงวันนั้นเราจะเข้าใจและพร้อมที่จะชื่นชมรูปถ่ายไปพร้อมๆกับการเดิน ด้วยรองเท้าที่เรารัก

เรื่องน่ารู้ การดูแลผิว หมองคล้ำ ให้สวยสดใส

เรื่องน่ารู้ การดูแลผิว หมองคล้ำ ให้สวยสดใส
  1. บอกลาแสงแดด แสง แดดเรียกว่าเป็นสาเหตุหลักของความหมองคล้ำเลยล่ะค่ะสาว ๆ โดยเฉพาะแสดงแดดช่วง 10 โมงเช้า ถึงบ่าย 3 เนี่ย เป็นแดดที่ทำให้ผิวเราคล้ำขึ้นอย่างแท้จริง
  2. ผักสดที่แสนจะมีประโยชน์ ผัก เป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพของเรามากมาย ไม่เว้นแม้แต่เรื่องผิวพรรณ ลองใช้มะเขือเทศฝานแล้ววางแปะไว้บนหน้าอย่างน้อย 10 นาที หรือใช้มะเขือเทศปั่นผสมโยเกิร์ตพอกหน้าคุณประมาณครึ่งชั่วโมงแล้วล้างออก จะช่วยคืนความสว่างสดใสให้กับใบหน้าคุณได้ค่ะ
  3. น้ำตาลขัดผิว การใช้น้ำตาลขัดผิวเป็นวิธีที่ทำได้ง่าย ๆ ที่บ้าน โดยใช้น้ำตาลประมาณ 2 ช้อนโต๊ะผสมลงในน้ำมันมะกอก เสร็จแล้วนำมานวดและขัดให้ทั่วใบหน้าและตัว ขัดอยู่อย่างนั้นจนกว่าน้ำตาลจะละลายค่ะ
  4. มาสก์เปลือกส้ม ขั้นตอนง่าย ๆ คือปอกเปลือกส้มแล้วตากให้แห้ง ก่อนจะบดมันลงไปผสมกับแป้ง จากนั้นนำแป้งที่ผสมเปลือกส้ม มาผสมกับโยเกิร์ตในอัตราส่วนครึ่งต่อครึ่ง เสร็จแล้วนำมาพอกหน้าและทิ้งไว้จนกว่าจะแห้ง แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น
  5. มะนาวเพื่อผิวขาว มะนาว เป็นผลไม้ที่ยอมรับกันมาตั้งแต่โบราณแล้วล่ะค่ะว่า สามารถทำให้ใบหน้าของเราสว่างใสขึ้นได้ ลองหยดน้ำมะนาว 2-3 หยดลงผสมกับดินสอพอง และน้ำผึ้งอีกเล็กน้อย พอกหน้าไว้ประมาณครึ่งชั่วโมงก่อนล้างออก
  6. พอกหน้าด้วยไข่ขาว โดยแยกไข่ขาวออกจากไข่แดง แล้วนำไข่ขาวมาผสมกับน้ำมะนาว 1 ช้อนชา และน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์อีก 1 ช้อนชา พอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15 นาทีก่อนล้างออก
  7. เลือกใช้ครีมที่มีส่วนผสมของวิตามินซี หรือวิตามินบี เพราะ จะทำให้เกิดการผลัดเซลล์ผิวและเพิ่มความสว่างใสให้กับผิว แต่ว่าระวังเรื่องผิวถูกแดดนิดนึงนะคะ วิตามินซีดูเหมือนจะไม่ค่อยถูกกับแสงแดดเท่าไหร่ เดี๋ยวจะยิ่งคล้ำกันไปใหญ่ค่ะ แนะนำให้ใช้ครีมวิตามินซีทาทั่วใบหน้าก่อนนอน หรืออาจก่อนออกจากบ้าน แต่อย่าลืมตามด้วยครีมกันแดดด้วย


ชาวนาคนหนึ่ง หลังจากไปทำความสะอาดคอกม้า ออกมาก็พบว่านาฬิกาพกของตนได้หล่นหายไปเสียแล้ว นาฬิกาพกเรือนนี้มีความหมายต่อเขาอย่างมาก ด้วยเป็นของขวัญที่แม่ของเขาทิ้งไว้ให้ เขารีบวิ่งกลับไปที่คอกม้า รื้อหาจนทั่วบริเวณแทบพลิกแผ่นดินหา แต่ก็หาไม่พบ ?

เขาเดินออกมาจากคอกม้าด้วยเหงื่อที่ท่วมตัว มองไปเห็นมีเด็กกลุ่มหนึ่งกำลังเล่นกันอยู่แถวนั้น

เขาจึงได้คิดว่าอาจเป็นเพราะตัวเองแก่แล้วหูตาฝ้าฟาง ทำให้หาไม่เจอ แต่เด็กๆ หูตายังแหลมคม น่าจาหาเจอก็เป็นได้ เขาจึงเรียกเด็กๆ มาแล้วบอกว่า ” เด็กๆ ถ้าใครหานาฬิกาพกของลุงเจอ ลุงจะให้เงินคนนั้นหนึ่งเหรียญ”

เด็กๆ พากันวิ่งกรูเข้าไปในคอกม้า จนเวลาผ่านไปนานโข ตอนที่เด็กๆ เดินกลับออกมาจาก คอกม้าทีละคน ต่างมีสีหน้าผิดหวังที่หานาฬิกาพกไม่เจอ

ขณะที่ชาวหน้ากำลังถอดใจคิดจะเลิกหานั่นเอง ก็มีเด็กคนหนึ่งมากระซิบกระซาบบอกกับเขาว่า

” ผมจะลองเข้าไปหาดูอีกครั้งหนึ่ง แต่คราวนี้ขอให้ผมเข้าไปคนเดียวเท่านั้น”

ชาวนามองตามหลังเด็กชายไปอย่างไม่มั่นใจ คิดในใจว่า..พวกเราแทบจะพลิกคอกม้าหายังไม่เจอ ? แล้วลำพังเด็กคนเดียว จาหาเจอได้อย่างไร

เด็กคนนั้นเข้าไปตั้งนาน ก็ยังไม่กลับออกมา ชาวนาเริ่มสิ้นหวัง ในขณะชาวนาคิดจะเลิกรอและจากไปนั่นเอง เด็กชายคนนั้นก็เดินออกมาจากคอกม้า

ในมือของเขาถือนาฬิกาพกเรือนหนึ่ง

ชาวนาถามด้วยความแปลกใจว่า ” เจ้าหาเจอได้อย่างไร”

เด็กชายบอกว่า ” พอเข้าไปข้างใน ผมก็ไม่ได้ทำอะไรเลย เพียงแต่นั่งเงียบๆ อยู่ที่พื้น ไม่นานผมก็ได้ยินเสียง ติ๊กตอก ติ๊กตอก จากนั้นผมก็เดินตามเสียงไป แล้วผมก็เจอนาฬิกาเรือนนี้”

ข้อคิดเตือนใจ ขณะที่เรากำลังยุ่งวุ่นวายอยู่กับชีวิตหรือหน้าที่การงาน บางครั้งก็จำเป็นอย่างมากที่จะต้องสงบจิตใจมาคิดตรึกตรองดูว่า สิ่งที่เรากำลังทำอยู่นั้น ถูกต้องและเหมาะสมดีแล้วหรือเปล่า และนี่ก็อาจเป็นความหมายที่แท้จริงของคำโบราณที่ว่า ” บนเส้นทางของชีวิต บางครั้งก็ควรตึงเครียด บางครั้งก็ควรผ่อนคลาย”

“เวลาที่เรา … ไม่เหลือใคร”

บทความดีๆ น่าอ่าน “เวลาที่เรา … ไม่เหลือใคร”

หากคุณโดนทิ้ง และเสียใจ จงคิดไว้ว่า คุณไม่ใช่คนเดียวในโลกนี้ที่อกหัก

ไม่มีใครไม่เคยไม่เสียใจ ทุกคนเคยเจ็บช้ำมาแล้วทั้งนั้น ความเหงาอาจทำให้รู้สึกอ้างว้าง

แต่ไม่เคยทำให้ใครเจ็บปวด จงรักในขอบเขตที่จะรักได้ เพราะคนบางคนเกิดมาเพื่อ จะให้เรารัก

แต่ไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นของเรา คิดซะว่าเมือก่อนเราไม่มีเขา

เราก้ออยู่ได้ ตอนนี้ไม่มีเขาเราต้องไปแคร์อะไร

อย่าคิดว่าเค้าคือคนที่ดีที่สุด ถ้าเค้าคือคนที่ดีที่สุดจริงๆ เค้าคงไม่ทำให้คุณเสียใจขนาดนี้

เคยได้ยินคำนี้ไหม เหนื่อ ฟ้า ยัง มี ฟ้า

ยังมีคนที่ดีที่สุดสำหรับคุณ ยืนรออยู่ข้างหน้า ก้าวเดินต่อไปอย่าย่ำอยู่กับที่

อย่าเดินถอยหลังไปหาอดีตที่ทำให้คุณเสียใจ วันนี้อาจเป็นวันที่ฝนตกฟ้าครื้ม

จงนึกไว้เสมอว่า ต้องมีสักวันที่อากาศสดใส และพรุ่งนี้ต้องเป็นของเรา

เวลาอารมณ์

มองย้อนดูชีวิตตนเองบ้าง
มองย้อนดูชีวิตตนเองบ้าง

เวลาเหงา.. มักทำให้ใจโหยหาใครสักคน
เข้ามาใน ชีวิต อยากพูดอยากคุย อยากระบาย
และบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ นานา พร้อมแสร้งทำตัว
ว่าเป็นน่ารัก หัวเราะง่าย มองโลกในแง่ดี แต่แท้จริงแล้ว
ชังเป็นคนเงียบเหงา หมองเศร้า และน่าเบื่อ..!

เวลา เศร้า.. มักคิดว่าตัวเองหมดกำลังในการก้าวเดินต่อ
หมดแรงในชีวิต อยากล้มแล้วไม่ต้องลุกขึ้นมาอีก ไม่อยาก
มีแม้ชีวิต

เวลาท้อ.. มักคิดว่าตัวเองทำไม? ถึงทำอะไรก็ไม่ได้ดี ทุ่มเทสุดความสามารถ เพราะเหตุใดถึงได้ความผิดหวังกลับมาเป็นรางวัล

เวลาสนุก.. มักลืมว่าเคยทุกข์ ใช้เวลาหมดไปกับความสนุกทามกลางเสียงหัวเราะ แค่สนุกเท่านี้ชีวิตจะเป็นอย่างไรต่อไปก็ปล่อยมันไป เพราะสนุกอยู่

เวลา ดีใจ.. มักคิดว่านี้คือรางวัลของชีวิต แค่มีแค่นี้อะไรในชีวิตก็ไม่มีความหมาย

เวลาหัวเราะ.. มักคิดว่า เสียงหัวเราะ คือ แรงกำลังของการดำรงชีวิต และเป็นแรงพลังให้ก้าวเดินต่อ

เวลา ยิ้ม.. มักคิดว่าโลกใบนี้เราสามารถดำรงอยู่ได้อีกนาน แม้จะต้องเจอะเจออะไรต่อมิอะไรที่ต้องรับมือ


*** เวลามีค่า มีความหมาย เวลาไม่ได้กำจัดเท่าที่ได้อ่านมานี้ เวลาเป็นทุกๆ เรื่องราวที่เราจดจำ***

♣ ความห่างไกล วัดความผูกพัน ♣




มีคนบอกว่า ... ฟ้าดินลงโทษเขาให้ห่างไกลกับคนรัก

ฉัน กลับคิดว่า ... ฟ้าดินกำลังสงสัยคู่นี้ว่า

... เขารักกันจริงหรือป่าวต่างหาก ...

เลยทดสอบโดยแยกคนนึงไป ทาง ... อีกคนไปทาง

คงมีใครบางคนมีพฤติกรรมไม่น่าไว้วางใจ

ถ้า เราคิดว่ามันเป็นการทดสอบว่าเราเลือกถูกคนรึป่าว

ความห่างไกล ... จะเป็นตัววัดปริมาณความผูกพันที่เรามีต่อกัน

ถ้าเรายังรู้สึกเหมือน เดิม...แถมยังเพิ่มความห่วงใย ... ความคิดถึง ...

นั่นคือเรามีความ รักที่แท้จริงให้เค้า ... เราสอบผ่าน ...

แต่ถ้าเขาเปลี่ยน แปลงไป ... แรก ๆ ก็ติดต่อกันถี่หน่อย ... หลัง ๆ เริ่มห่างหาย

เค้า สอบตก ... ก็ในเมื่อปริมาณความผูกพันของเค้ามันมีไม่เพียงพอ

เราน่า จะภูมิใจในตัวเอง ... ที่เราได้เลื่อนชั้นขึ้นไป ... แม้มีใครจะสอบตก

ถ้า เค้าอยากจะขึ้นมาอยู่ข้างเรา... เค้าต้องเร่งให้สอบผ่านบททดสอบนี้ ...

แล้ว ก้าวขึ้นมาอยู่ข้างเราเอง ...

ถ้าเค้าไม่ผ่าน ... ก็ถือว่าเป็นบุญ ...

ที่ฟ้าดินได้คัดคนโง่ ... ออกไปจากเราแล้ว ...




ที่แท้ รักก็คือ ความเคยชิน!!


ด้วยเหตุและผล





สิ่งที่เราไม่ชอบ
บางครั้ง ... เราก็จำเป็นต้องรู้

อย่าปิด กั้นตัวเอง
ให้ห่างไกลจากสิ่งที่ไม่ชมชอบเลย
เพราะในโลกนี้
สิ่ง ที่ทำร้ายเราได้ง่ายที่สุด
ก็คือ สิ่งที่เราไม่ยอมรู้และไม่เคยเข้าใจ

ชีวิตเป็นของเธอ
ทางเดินชีวิตย่อมเป็นของเธอ
สอง ขาของเธอ จงก้าวไปตามทางนั้น
ทำในสิ่งที่เธอถนัดและเข้าใจ
เธอจะไป ได้ดีเท่าที่เธอควรจะไป


หากอยากจะถาม หา
ความจริงใจจากใครต่อใคร
ต้องเริ่มถามหาที่ตัวเธอเองก่อน
ว่า มีความจริงใจเพียงพอหรือไม่

ชีวิต
ไม่ เคยมีคำว่าสาย
หากก้าวหลงเดินทางผิด
ย่อมกลับมาเริ่มต้นใหม่ได้

อาจจะช้ากว่าที่ควรจะเป็นไป
แต่ก้อยังดีกว่าดิ่งลึก
จม ลงในความเลวร้ายทุกที ทุกที

อย่างพยายามยัดเยียดความสุข
หรือ สิ่งที่เราคิดว่าดี
ให้กับใครต่อใคร
เพราะมันอาจจะกลับกลายเป็นความ ทุกข์
ทุกข์ทั้งผู้ให้
ทุกข์ทั้งผู้รับ

เคยถามตัวเองบ้างไหม
ว่าชีวิตต้องการอะไร ?

ถาม ... และหาคำตอบให้แน่ใจ
และเข้าใจให้ถ่องแท้
เมื่อนั้น
เรา จะก้าวต่อไปข้าวหน้าอย่าง
เชื่อมั่น
และถูกทิศทางกว่าเดิม

โลกเรายังคงหมุนไป ทุกวัน
หากวันนี้เราหยุดนิ่ง
พรุ่งนี้ .........
เราก้อแทบวิ่ง ตามไม่ทัน

ชีวิตที่มีคุณค่า
คือการใช้เวลาที่มีอยู่อย่างคุ้ม ค่า
อย่าปล่อยให้วันเวลาผ่านไปอย่างเปล่าประโยชน์เลย
มาเริ่มต้น สรรค์สร้างสิ่งดีดี
ให้กับชีวิตของเราเถิด


อย่าไปคิดว่า
คนที่นั่งอยู่ในร่มไม้กลัวแสง แดด
อย่าไปคิดว่า
คนที่ฟุบหลับอยู่นั้นเป็นคนเกียจคร้าน
อย่าไป คิดว่า
คนที่หกล้มเป็นคนอ่อนแอ
จงอย่าใช้เหตุผลของเธอ
ตัดสิน ความหมายในสิ่งที่เธอเห็น
โดยที่ไม่รับฟังเหตุผลจากอีกฝ่ายหนึ่งให้ดี

โสด 10 แบบ





01 โสดแสนดี
โสดประเภทนี้มีแต่ความ หวังดีและเสียสละเพื่อคนที่รักตลอดเวลา ตัวเองจะเจ็บช้ำแค่ไหนก็ยอม
แค่ ขอให้เขาหรือเธอมีความสุขก็พอ ลักษณะเด่นของโสดกลุ่มนี้คือรักกี่ทีก็ช้ำ เพราะมัวแต่เป็นคนดี ไม่ดูตาม้าตาเรือ
รู้ตัวอีกทีเขาก็มีคนใหม่ไปแล้ว

... เพลงประจำกลุ่ม ...

ผิดตรงไหน-เบิร์ด ธงไชย
คนดีไม่มีที่ อยู่-POTATO
ฝากดูแลแทน-มิ้น-มาลีวัลย์


02 โสดเจียมตัว

โสดประเภทนี้เป็น คนดีอีกแบบ แต่ดีน้อยลงมาหน่อย ดีแบบเจียมเนื้อเจียมตัว มองตัวเองต่ำต้อยด้อยค่าอยู่ตลอดเวลา
ไม่หวังอะไรมากมาย แค่ขอเป็นจุดหนึ่งเล็กๆเท่าตับมดที่ได้รักเธอก็พอ (มีคนอื่นผ่านมามากมายแค่ไหนก็ไม่รัก ขอหัวปักหัวปำอยู่กับเธอคนเดิม)

... เพลงประจำกลุ่ม ...
นอกสายตา- แคทรียา อิงลิช
ขอเป็นตัวเลือก-กะลา
ดอกหญ้า-บี น้ำทิพย์
นิดนึงพอ- Friday I'm In Love
ก็พอ-เต็ม วุฒิสิทธิ์


03 โสดโดนสาป

โสด ประเภทนี้มองชีวิตว่ามีกรรม ฟ้าดินกลั่นแกล้ง สวรรค์ไม่มีตา เทวดาสาปส่งไม่มีใครรัก ไม่มีคนสนใจ มองไปทางไหนก็เศร้า
ชีวิตรันทด แบกรักมาเต็มไหล่แต่ไม่มีใคร ต้องการ ฮือๆ ชาตินี้มันเศร้า (ชาติหน้าค่อยเอาใหม่)


... เพลงประจำกลุ่ม ...
คนที่ไม่มี ใครต้องการ-นิโคล
คนไม่มีแฟน-เบิร์ด ธงไชย
กีรติ-โบ สุนิตา
ใครๆ ก็ไม่รัก-เจนนี่-คอรี่


04 โสดปากแข็ง

โสดประเภทนี้ไม่เดือดเนื้อร้อนใจ ไม่มีใครรักก็ไม่เป็นไร ฉันอยู่ของฉันได้สบายๆ ฉันไม่แคร์ ฉันไม่แคร์
(แต่ ใครจะรู้ในใจเขาและเธอองุ่นเปรี้ยวหรือเปล่า?)

... เพลงประจำกลุ่ม ...

ฉันไม่เป็นไร-SEVEN
สบายดี-ป้าง นครินทร์


05 โสดอาฆาต

โสดกลุ่มนี้มีความ อาฆาตพยาบาทสูง รักแรง แค้นแรง ทำฉันเจ็บช้ำได้ จากไปก็อย่าหวังว่าจะได้มีความสุข จะตามสาปส่งพยาบาททุกชาติไป
(ส่วน ใหญ่โสดกลุ่มนี้มักเป็นชายตรีที่มีเลือดร็อคสูง ดูแมนนิดนึง ถ้าเป็นหญิงก็จะเป็น หญิงโหด นิ่มๆติ๋มๆจะไม่นิยมเข้ากลุ่มนี้)


... เพลงประจำกลุ่ม ...
เวรกรรม-พงษ์พัฒน์
แค้นต้องชำระ-อ่ำ อัมรินทร์
อีกหน่อยก็ทิ้งกันเอง-เจมส์
อุทิศ-แอม เสาวลักษณ์


06 โสดใฝ่สูง

โสดประเภทนี้แตก ต่างโดยสิ้นเชิงกับโสดเจียมตัว มีนิสัยและ การมองโลกที่ตรงข้ามกัน มีความทะเยอทะยานและความตั้งใจ ใฝ่ฝัน สูงส่ง
ถือคติความรักไม่ใช่ เรื่องไกลตัว เธอหรือเขาอยู่สูง แค่ไหนก็ต้องเอื้อมมาให้ได้ แม้จะถูกคนในสังคมส่วนใหญ่มองว่า เป็นหมาวัดที่ชอบเด็ดดอกฟ้าก็ยอม


... เพลงประจำกลุ่ม ...
ดาวประดับฟ้า-แมว จิระศักดิ์
หมาเห่าเครื่อง บิน-โลโซ
เครื่องบิน-บิ๊กแอส


07 โสดเจ็บ(แล้ว)ต้องจำ

โสดกลุ่ม นี้เป็นพวกเข็ดขยาดกับความรัก เนื่องมาจากเคยมีประสบการณ์ที่จบลงแบบ ไม่สวย (มักตกเป็นฝ่ายแห้วหรือเจ็บ)
ถือคติเจ็บแล้วต้องจำ จะไม่ช้ำ ไม่รักใครอีกแล้ว ขออยู่เป็นโสดไปจนตาย (หรือจนกว่าจะมีคนมาให้รักใหม่อีกครั้ง!)


... เพลงประจำกลุ่ม ...
จะไม่กลับมาอีกแล้ว-โบ สุนิตา
กลับไปก็ไม่รักเธอเหมือนเดิม-ทา ทา ยัง
หมดแล้วหมดเลย-อินคา
ไม่มีหัวใจทำไมไม่บอก-โบ สุนิตา


08 โสดมั่นใจ

โสดกลุ่มนี้มีความ เชื่อมั่นในตัวเองสูงมาก สามารถพลิกผันสถานการณ์อกหักให้เป็น ทางเลือกได้ มองโลกมุมใหม่ที่ไม่ทำให้ตัวเองเจ็บช้ำ...ดีแล้วที่เลิกกันไป
ถึงจะเป็น โสดก็ ไม่เป็นไร ฉันมั่นใจ ฉันไม่ผิดๆ


... เพลงประจำกลุ่ม ...
ไม่ รักดี-อุ๊ หฤทัย
โธ่เอ๊ย..เด็กเด็ก-อุ๊ หฤทัย


09 โสดพยายาม

โสดกลุ่มนี้มีเป้า หมายชัดเจนว่าไม่อยากเป็นโสด ฉะนั้นจึงมี ความพยายาม กระตือรือร้น และลงมือทำเพื่อให้พ้นจากสถานะนี้ โดยเร็ว
เป็นกลุ่มนักปฏิบัติ ถือคติไม่ลงทำมือก็ไม่ได้มา (แต่ยังไม่เข้าข่ายเกินงาม) เปอร์เซ็นต์ส่วนใหญ่ของโสดกลุ่มนี้เป็น สาวยุคใหม่ มีความมั่นใจพอตัว (ไม่สวยไม่แนะนำให้เข้ากลุ่ม)


... เพลงประจำกลุ่ม ...
รบกวน มารักกัน-ทาทา ยัง
ผ้าเช็ดหน้า-ไทรอัมพส์คิงดอม
บุษบา-นิโคล


10 โสดยังหวัง

โสดกลุ่มนี้มีความ หวังเป็นแรงบันดาลใจ ถือคติชีวิตนี้ไม่สิ้นหวัง ชอบการรอคอยค้นหา วันนี้ไม่เจอไม่เป็นไร พรุ่งนี้ยังไหว..รอได้ๆ
โดยพื้นฐานเป็นคนมองโลก ในแง่ดี แต่มีความพยายามไม่เท่ากลุ่มก่อนหน้านี้ ไม่ชอบการลงมือปฏิบัติ แต่ชอบตั้งหน้าตั้งตารอคอย (กี่ชาติผ่านไป ไม่เคยสิ้นหวัง!)


... เพลงประจำกลุ่ม ...
ทางเดินแห่งรัก-แอม-ดา
ใครสักคน-มาช่า
ขอ ใครสักคน-ลีโอ พุฒ
ยังรอคอยเธอเสมอ-พรู

วันอาทิตย์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2553

ข้อความของ . . . ความรักและชีวิต

เขียนหนังสือ


ข้อมูลจาก Forward mail
ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต

จง "บอกรัก" กับคนที่คุณรัก ด้วยความพยายามที่เหมาะสม และด้วยความเป็นตัวของคุณเอง

"ความรัก" คือ ความห่วงใย เอาใจใส่ อาจเป็นความลุ่มหลงนิดนิด ที่ต้องการการตอบรับ และกลับคืนมาหาคุณ ไม่แปลกหรอก ถ้าคุณจะคลั่งรักใครสักคน

สิ่ง น่าเศร้าอย่างหนึ่งของชีวิต คือ การค้นพบคนที่มีความหมายกับชีวิตคุณมาก แต่ไม่ได้ถูกกำหนดมาเพื่อคู่กันกับคุณ ถ้าเป็นเช่นนี้คุณจงยินดีกับตัวคุณเอง ที่ปล่อยเขาผ่านพ้นไปจากหัวใจคุณได้ จงยินดีในความกล้าหาญ สำหรับการยอมรับความจริงในข้อนี้ ที่คุณทำมันได้ แต่มันก็ไม่ใช่การหลอกตัวเองเองหรอก ถ้าคุณจะยังรักคนที่มีเจ้าของแล้ว หากว่าเขา คนนั้นเป็นคนดีจริงจริงสำหรับทุกทุกคน ไม่ใช่ดีจริงๆ แค่กับ "คุณ" เพียงคนเดียว

เมื่อประตูแห่งความสุขบานหนึ่งถูกปิด ขอคุณจงกล้าที่จะเดินจากมันไป เพื่อค้นหาประตูแห่งความสุขบานอื่นๆ ที่ยังเปิดรอคุณอยู่ ด้วยหัวใจของคุณเอง

เพื่อนที่ดีที่สุด คือ คนที่สามารถพูดภาษาใจเดียวกันกับคุณได้ แม้ว่าคุณอาจต้องต่อยตีหรือทะเลาะกับเค้าบ้างในบางคราว หรืออาจจะทุกๆ วันของชีวิตคุณ

เป็น ความจริงที่เราไม่รู้เลยว่า เรามีอะไรอยู่จนกระทั่งสูญเสียมันไป และก็จริงอีกเช่นกัน ที่เราไม่รู้ว่าเราพลาดอะไรไปบ้าง จนกระทั่งผลของสิ่งนั้นมาถึง . . . จง "อย่า ลืม" ให้อภัยตัวคุณเองสำหรับทุกความผิดพลาดในชีวิต และจงยอมรับผลของมันด้วยหัวใจของคุณ ความผิดพลาดอภัยได้เสมอสำหรับผู้ที่มองเห็นมัน แต่ไม่ใช่สำหรับทุกทุกคน

"อย่า" มอบ (ชีวิต) ความรักทั้งหมดให้กับใครสักคน แม้ว่าเขาจะรักคุณมากก็ตาม จงเหลือความรักส่วนหนึ่งไว้กับตัวคุณเอง เพื่อให้มันเติบโตและงอกงามเพิ่มขึ้นทุกวันทุกวันในหัวใจของคุณ

"อย่า" บังคับให้ใครพูดในสิ่งที่เขาไม่อยากพูด เช่นคำว่า "รัก" หรือ "ปฏิเสธ" และอย่าปิดหัวใจคุณด้วยการไม่รับรู้คำว่า "รัก" จากคนที่รักคุณสุดหัวใจ

จง "บอกลา" กับความพยายาม (รัก) ที่ท้อแท้และสิ้นหวัง แต่อย่าทำใจให้ "เลิกรัก" คนที่คุณยังคงรัก "ความรัก" ดีเสมอสำหรับหัวใจของคนที่เห็นค่าของมัน ซึ่งไม่ใช่กับทุกทุกคน ความรักยังคงมาเยือนเสมอ สำหรับผู้ที่มีความหวังและมีความศรัทธาในหัวใจ

อย่า มองคนจาก "คำพูด" เพราะนั่นอาจเป็นการแสดงที่หลอกลวง แต่จงมองคนที่เปลือกของหัวใจเพราะภาพลักษณ์ภายนอกมันไม่จีรังยั่งยืน

เรา อาจประทับใจใครใครได้ในเวลาเพียงชั่ววินาที แต่การค้นหาใครสักคนที่มีหัวใจตรงกันกับคุณอาจใช้เวลาเกือบทั้งชีวิต และคุณก็อาจ "ลืม" คนคนนั้นได้ในชั่วเศษเสี้ยวของหัวใจ ถ้าคุณพบว่า เขาไม่ใช่คนของคุณ จงเป็นคนที่อ่อนหวานและน่ารักสำหรับทุกบททดสอบของชีวิต ขอความกล้าหาญและเข้มแข็งจงมีอยู่สำหรับทุกเส้นทางชีวิตที่คุณได้เลือกแล้ว สำหรับความเป็นตัวของคุณเอง

หาก การใส่ใจใครๆ เป็นสิ่งที่ทำให้คุณต้องเจ็บปวด คุณก็เลิกเสียเถอะสำหรับการทำสิ่งที่ถูกใจสำหรับทุกทุกคน จงใส่ใจในตัวของคุณเองตามสิทธิ์ที่คุณมี ตามหน้าที่ที่คุณทำได้ ซึ่งมันไม่จำเป็นว่าต้องดีที่สุดถูกต้องที่สุดสำหรับทุกคน

จุดเริ่มต้นของคำว่า "รัก" อยู่ที่การให้อิสระกับตัวคุณเอง ในการสะท้อนภาพจริงของตัวคุณให้ปรากฎแก่คนที่คุณรัก แต่ก็อย่าให้ภาพของเขาเปลี่ยนแปลงความเป็นตัวคุณได้

คน ที่มีความสุขที่สุดคือคนที่สามารถทำสิ่งที่เรามีให้ดีที่สุด สำหรับตัวเราเองด้วยใจที่เป็นธรรมไม่ใช่ทำสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับทุกทุกคน หากคุณยังคงรู้สึกทุกข์ขอจงเปิดใจของคุณเองก้าวกลับสู่อดีตที่ผ่านมา เพื่อแก้ไขความรู้สึกที่ติดค้างในใจนั้น ขอจงกล้าที่จะเผชิญหน้ากับความผิดพลาดและความปวดใจที่มันได้เคยผ่านเข้ามาใน ชีวิตคุณ

คุณ ร้องไห้ยามคุณเกิด ดังนั้นจงมีชีวิตอยู่อย่างคนที่หัวเราะและยิ้มได้กับทุกวันของชีวิต สำหรับการเลือกเกิดไม่ได้ จงทำมันให้มีความสุข และมีค่าที่สุดสำหรับตัวของคุณเอง มิใช่เพียงเพื่อผู้อื่นเท่านั้น และมิใช่อยู่เพียง เพื่อรอ ให้วันนั้นให้มันมาถึงคุณ

เพราะชีวิต.. นับหนึ่งได้เสมอ

บางช่วงเวลาของชีวิต เคยรู้สึกบ้างไหมว่า "ตัวเองกำลังประสบกับความล้มเหลว"
ถ้าเคย ... ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะถ้ามีคำว่า "ความสำเร็จ" ก็ต้องมีคำว่า "ล้มเหลว"
เป็นของคู่กัน เพียงแต่ว่าคุณจะต้องรับกับสถานการณ์ความล้มเหลวแล้วลุกขึ้นสู้
อีกครั้งได้อย่างไร? ชีวิตนับหนึ่งได้ และเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ โดยยึดหลักง่าย ๆ
ไว้เตือนใจตัวเองว่า....

'๑' = ทำดีที่สุดแล้ว = '๑'
--------------------


คนที่ไม่เคยล้มเหลวคือคนที่ไม่เคยทำอะไรเลย คนที่ประสบความล้มเหลว
คือคนที่น่ายกย่องมากกว่า เพราะอย่างน้อยก็ได้ลงมือทำ อย่ากลัวกับ
ความล้มเหลวที่จะเกิดขึ้น เพราะมันจะเป้นบทเรียนและประสบการณ์อันยิ่งใหญ่
ให้เราได้เรียนรู้ว่า หนทางแห่งความสำเร็จอยู่ตรงไหน ... อย่างไร?
ให้คิดเสียว่า ... "เราทำดีที่สุดแล้ว"

'๒' = อย่ายอมแพ้ = '๒'
------------------


ไม่มีใครจะแพ้ตลอด และไม่มีใครจะเป็นผู้ชนะตลอดกาล ฉะนั้น จงอย่ายอมแพ้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการแพ้ใจตัวเอง ทุกครั้งที่คุณหกล้มหรือก้าวพลาด จงอย่า
ยอมแพ้ ให้ลุกขึ้นสู้และก้าวเดินต่อไปอย่างสง่างามอีกครั้ง แพ้อะไรก็แพ้ได้แต่
อย่าแพ้ใจตัวเองก็แล้วกัน เพราะถ้าเราแพ้ใจตัวเอง นั้นหมายถึงเราโดนน๊อคตั้งแต่
ยังไม่เริ่มชกแล้ว จงบอกกับตัวเองว่า หนทางแห่งชัยชนะยังรอคุณอยู่ข้างหน้า
ค่อย ๆ ตั้งสติ คิดอย่างมีสติ และรอบคอบ แล้วลุกขึ้นมาสู้อีกครั้ง

'๓' = นับหนึ่งถึงร้อย = '๓'
--------------------


ทุกครั้งที่ท้อถอย หรือหมดกำลังใจ ก่อนจะเดินถอยหนี หยุดคิดสักนิด ลองนับ
หนึ่งถึงร้อยก่อน อย่าตัดปัญหาด้วยการทิ้งปัญหา และหันหลังเดินจากไป นั่นไม่ใช่
วิธีการแก้ปัญหาที่ดี เพราะปัญหามันยังคงหมักหมมอยู้ตรงนั้น จงบอกกับตัวเอง
ให้อดทน..อดทน...และอดทน รอวันเวลาและโอกาสที่จะมาถึง แล้วค่อย ๆ เดิน
หน้าสู้ต่อไป

'๔' = เหนื่อยนักก็พักก่อน = '๔'
--------------------------


วันนี้อาจจะเหนื่อย และท้อแท้กับปัญหาที่เกิดขึ้น นั่นอาจเป็นสัญญาณที่ดีอย่าง
หนึ่งที่คอยเตือนให้เรารู้ว่า ถึงเวลาแล้วที่เราต้องหยุดพักเสียบ้าง
หยุดพักเพื่อที่จะทบทวนกับปัญหาที่ผ่านเข้ามาในชีวิต หยุดพักเพื่อถอยออกมา
หนึ่งก้าว แล้วมองย้อนไปมองดูปัญหาในอีกมุมหนึ่ง บางที่อาจทำให้เรามองเห็น
ปัญหาในมุมที่กว้างขึ้น
การหยุดพักไม่ได้หมายถึงการทำให้เราต้องยอมแพ้ หรือถอยหลัง แต่การหยุด
พักจะทำให้เราได้ชาร์ทแบตเตอรี่ หรือเติมกำลังใจให้เข้มแข็งขึ้น และมีเรียวแรง
ที่จะสู้กับปัญหาต่อไป

'๕' = หยุดคิดเพื่อทบทวน = '๕'
-------------------------


การหยุดคิดเพื่อทบทวนจะทำให้เราแก้ปัญหาได้ดีขึ้น เพราะบางทีการหมกมุ่นอยู่
กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งนาน ๆ อาจทำให้เรามองไม่เห็นปัญหา หรือวนอยู่กับปัญหานั้นซ้ำ ๆ
ซาก ๆ และถึงทางตันจนหาทางออกไมเจอ
อย่าลืมว่าในมุมมืดที่สุดก็ต้องมีมุมสว่างเล็ดลอดอยู่บ้าง ค่อยๆ คิด ค่อยๆ ทบทวน
แล้วเราจะค้นพบทางสว่างและหาทางออกเจอในที่สุด
๐ บางทีทางออกใหม่จะดีกว่าทางเดิมที่เราเคยเดินมาเสียอีก ๐


บทความดีๆ

'๖' = โอกาสต้องเป็นของคุณ = '๖'
-----------------------------


วันนี้ ... เวลานี้ โอกาสอาจยังไม่เป็นของเรา แต่วันข้างหน้าโอกาสต้องเป็นของ
เราไม่ช้าก็เร็ว อย่างน้อยตอนนี้เราก็มีเวลาอย่าเพียงพอที่จะเก็บเกี่ยวความรู้
ประสบการณ์ ความเชื่อมั่น และพลังใจที่จะฝ่าฟันอุปสรรคให้ประสบความสำเร็จ
ได้ต่อไป

'๗' = ต้องชนะ = '๗'
--------------


เมื่อเราเรียนรู้ที่จะแพ้ เราก็ต้องเรียนรู้ที่จะชนะด้วย ชัยชนะอาจไม่ได้มาง่าย ๆ
แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเราจะแพ้ตลอดไป "อย่ากลัวที่จะแพ้ และอย่าประมาท
กับชัยชนะที่จะมาถึง"
จงเรียนรู้จากบทเรียนของความพ่ายแพ้ และนำสิ่งนั้นมาเป็นหนทางสู้ต่อเพื่อให้ได้
มาซึ่งชัยชนะ เมื่อเราเคยแพ้ เรายิ่อมรู้ดีว่าวิธีที่จะนำมาซึ่งชัยชนะนั้นต้องทำ
อย่างไร? จงบอกกับตัวเองว่า เราจะต้องเป็นผู้ชนะให้ได้

'๘' = กล้าที่จะฝัน = '๘'
-----------------


คนที่ไม่เคยมีความฝันคือคนที่ตายแล้ว ไม่ผิดที่ทุกคนจะฝัน เพราะมนุษย์ทุกคน
ย่อมมีความฝัน และฝันของแต่ละคนย่อมแตกต่างกันออกไป
จงกล้าที่จะฝัน และทำสิ่งที่ท้าทายความฝันนั้น แต่อย่าทะเยอทะยานจนเกินความ
เป็นจริง จงก้าวทีละขั้น ก้าวช้า ๆ ก้าวอย่ามั่นใจ เพื่อทำให้ทุกความฝันของเรา
เป็นจริง

'๙' = คิดและวางแผน = '๙'
---------------------


จะถูกบ้างผิดบ้างก็ไม่เป็นไร แต่จงคิดและวางแผนของเราเสียแต่วันนี้บางทีความ
คิดของเราอาจจะเข้าทางใครสักคน หรือเป็นเรื่องที่ดีก็ได้ อย่าดูถูกความคิดของ
ตัวเอง อย่าคิดว่าความคิดของเราเป็นเรื่องประหลาด บางทีความคิดประหลาดอาจ
เป็นความคิดที่เข้าท่าก็ได้
อย่าลืมว่า ความคิดแปลก ๆ ใหม่ ๆ สามารถสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ในโลกมามากแล้ว
ลองคิดดัง ๆ แล้วบอกความคิดของเราให้คนรอบข้างได้รู้บ้าง บางทีความคิดดี ๆ
ของเราอาจจะเป็นของขวัญชิ้นโบว์แดงสำหรับโลกก็ได้ ใครจะรู้

'๑๐' = ไปให้ถึงเป้าหมาย = '๑๐'
-----------------------


มนุษย์ทุกคนต่างก็มุ่งไปสู่เป้าหมายแห่งความสำเร็จข้างหน้าด้วยกันทั้งนั้น จะไป
ได้ช้าหรือเร็วนั้น อยู่ที่วิธีการและแนวทางของแต่ละคน
กว่าจะถึงภูเขาที่สูงชันย่อมต้องเจอกับขวากหนามที่แหลมคม สติและสมาธีที่
มุ่งมั่นเท่านั้นที่จะทำให้เราเดินผ่านขวากหนามได้
ผู้ฉลาดเท่านั้นย่อมเรียนรู้ที่จะใช้ข้อผิดพลาดนั้นให้เป็นประโยชน์ และผู้ที่อดทน
เท่านั้นที่จะก้าวไปสู่ยอดเขาอันสูงชันได้
ยอดเขาสูงชัน ... ยิ่งสูงยิ่งหนาว แต่เราจะไม่เหน็บหนาวเพียงลำพัง ถ้าเราไม่
ลืมว่าบรรยากาศบนพื้นดินที่เคยเดินผ่านมานั้นเป็นอย่างไร

๐ ให้โอกาสและกำลังใจกับตัวเอง และจงบอกกับตัวเองเสมอว่า ๐

.......... ชีวิตนับหนึ่งได้เสมอ ..........

เรื่องของ โต๊ะ..กับเก้าอี้ ^-^


โต๊ะกับเก้าอี้ ก็คือเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่งในบ้าน
ที่แทบจะทุกบ้านต้องมี .....
แต่ละบ้านก็จะมีโต๊ะและเก้าอี้แต่ละแบบไม่เหมือนกัน
แตกต่างกันตามการใช้งานและฐานะของผู้เป็นเจ้าของ

โต๊ะกับเก้าอี้นั้นเป็นของคู่กันที่ไม่จำเป็นต้องใช้คู่กันในทุกครั้ง
บางทีเราอาจแค่ต้องการนั่งบนเก้าอี้
และบางทีเราก็อาจแค่ต้องการโต๊ะไว้วางของเพียงอย่างเดียว
แต่...ถ้ามันอยู่ด้วยกันก็จะดูสมบูรณ์แบบได้มากกว่า
และประโยชน์ใช้สอยมันก็จะมากกว่าด้วย

เหมือนกับผู้หญิงกับผู้ชายที่เป็นของคู่กัน
....อย่างไรอย่างนั้น


มีเพื่อนคนหนึ่งถามฉันต่อว่า

“ แล้วตกลงผู้หญิงหรือผู้ชาย ใครกันที่เป็นโต๊ะ ใครกันที่เป็นเก้าอี้ ”

ฉันตอบไปว่า

“ โต๊ะน่าจะเป็นผู้ชาย และเก้าอี้น่าจะเป็นผู้หญิง
เพราะโต๊ะสามารถมีเก้าอี้ ได้มากกว่าหนึ่ง
แต่ถ้าเมื่อไรก็ตาม ที่เก้าอี้ริจะมีโต๊ะมากกว่าหนึ่งจะดูไม่งาม
และสังคมจะรุมประนามทันที ” (ฮา)

แล้วเพื่อนคนเดิมมันก็ถามต่ออีกว่า

“ ก็แล้วจะมีโต๊ะสักกี่ตัวในโลกนี้ ที่มันอยากจะมีเก้าอี้แค่เพียงตัวเดียว ”

ฉันก็เลยตอบมันไปว่า


ก็โต๊ะเขียนหนังสือไงแก...แกเคยเห็นใครวางเก้าอี้ไว้ที่โต๊ะเขียนหนังสือ มากกว่าหนึ่งตัวกันบ้าง
ไม่เหมือนโต๊ะกินข้าวกับโต๊ะรับแขก พวกนี้เจ้าชู้ มีเก้าอี้ตั้งเยอะ
บางบ้านก็ 4 ตัว บางบ้านก็ 6 ตัวหรืออาจมากกว่า ”

“ อ๊ะ .. แต่โต๊ะเครื่องแป้งเค้าก็รักเดียวใจเดียวเหมือนกันนะ
..มีเก้าอี้ตัวเดียวเหมือนกัน ” มันเสริมให้

“ เออ..จริงว่ะ ”

“ อาจเป็นเรื่องของขนาดก็ได้มั้งแก..ก็โต๊ะกินข้าวน่ะมันมีขนาดใหญ่
มันก็เลยต้องการเก้าอี้มาก ๆ เพื่อมาเสริมบารมี
เหมือนคนรวย ๆ ชอบมีอีหนูเยอะ ๆ ไว้ประดับบารมี
ส่วนโต๊ะเขียนหนังสือ โต๊ะเครื่องแป้งน่ะ ขนาดมันไม่ใหญ่
เหมือนคนฐานะปานกลางไปจนถึงยากจน
จะมีเมียมากกว่าหนึ่งก็เลี้ยงไม่ไหว ”

มันอธิบายเสียยืดยาว แล้วฉันก็ฮาอีก ในความช่างคิดของทั้งมันและฉัน
มานั่งนึกแล้วก็อดขำไม่ได้ ในความเหมือนโดยบังเอิญระหว่างโต๊ะกับเก้าอี้
และความสัมพันธ์ระหว่างหญิงกับชาย

มาพูดถึงเก้าอี้กันบ้าง เพื่อนมันถามฉันต่อว่า

“ แล้วแกว่าเก้าอี้แบบไหนในโลกวะ ที่มันจะชอบมีโต๊ะมากกว่าหนึ่ง ”

มันเล่นเอาฉันคิดนานอยู่เหมือนกัน

“ ก็เก้าอี้ล้อเลื่อนไงวะ พวกนี้ชอบเลื่อนไปโต๊ะโน้น ย้ายมาโต๊ะนี้
เปลี่ยนโต๊ะอยู่เรื่อย ”

คราวนี้เปลี่ยนมาเป็นมันบ้างที่ขำ

“ เค้าเรียกมีรักสำรองเผื่อเลือกใช่ไหมแบบนี้ ” มันว่า

คงยุ่งน่าดูถ้าเก้าอี้ล้อเลื่อนมาเจอกับโต๊ะกินข้าว
เราก็เลยไม่เคยเห็นใครเอา เก้าอี้ล้อเลื่อนมาตั้งกับโต๊ะกินข้าวเลยสักที

มันก็คงเหมือนการที่แม่เหล็กขั้วเดียวกันมันจะผลักกันนั่นแหละ
เราเลยไม่ค่อยเห็นเท่าไหร่นัก
ที่ผู้หญิงไวไฟจะมาจับคู่กับผู้ชายเจ้าชู้

โดยมากถ้าอีกฝ่ายเจ้าชู้
อีกฝ่ายจะสงบสยบอยู่เสียมากกว่า
มันถึงจะอยู่ด้วยกันได้ ไปด้วยกันรอด

ในความสัมพันธ์ระหว่างคนสองคน
ฉันว่าเราไม่จำเป็นต้องเป็นโต๊ะกับเก้าอี้ที่สวยหรูงดงามมากมายอะไรนัก
แค่พอดูได้ ใช้งานได้ มันก็ไม่น่าเกลียดอะไรแล้วล่ะ
เอาแค่แบบโต๊ะเขียนหนังสือ มีโต๊ะหนึ่งเก้าอี้หนึ่ง
นั่งแล้วรู้สึกสบาย
ถ้าเหนื่อยนักก็ฟุบหน้าหลับตาพักได้

หรือถ้าจะสวยงามก็ขอให้มันดูสวยงามแค่อย่างโต๊ะเครื่องแป้ง
ที่ดูดีสวยงาม เพราะหมั่นดูแลกันและกัน
เป็นกระจกคอยสะท้อนซึ่งกันและกัน
อยู่ร่วมกันโต๊ะหนึ่งเก้าอี้หนึ่งอย่างเข้าใจ
อย่าให้ต้องเป็นเหมือนโต๊ะกินข้าว ที่ยิ่งใหญ่ร่ำรวย
แต่ก็ไม่สามารถดูแลเก้าอี้ที่มีได้อย่างทั่วถึง
กว่าจะแบ่งความห่วงใยมาใส่ใจแต่ละที
ก็คงต้องรอจนเหงาเฉาตายกันไปเสียก่อน

หรือไม่จำเป็นต้องสวยงามหรือหรูหรา ถึงขนาดโต๊ะรับแขก
ที่มีเอาไว้แค่เพียงอวดชาวบ้านที่ผ่านไปผ่านมา
ใครเห็นใครพบก็สบายใจ

แต่เก้าอี้ (โชฟา) นี่สิช้ำ
ต้องโดนโถมโดนทับไม่รู้จักเท่าไหร่
เพราะใคร ๆ ก็พากันแวะ

ถ้าจะมีความรักฉันอยากรักแบบโต๊ะเขียนหนังสือ
หรือโต๊ะเครื่องแป้งก็พอ ไม่ยิ่งใหญ่ ไม่หรูหรา
แต่อบอุ่นพอให้บ้านน่าอยู่อาศัย

ฉันว่าถ้าแท้จริงแล้วคนเราวัดคุณค่ากันจากภายในจิตใจ
โต๊ะกับเก้าอี้ก็คงไม่ต่าง
ตรงที่เราวัดคุณค่ามันจากประโยชน์ใช้สอยมากกว่ารูปลักษณ์ภายนอก
บางทีเก้าอี้อาจขาหักขาโยกไปบ้างนะ
ถ้าตั้งเองไม่ได้ก็ไม่เป็นไร อาศัยพิงโต๊ะเอาก็ได้
ก็ไหน ๆ เราก็คู่กันอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ

หรือบางที

โต๊ะอาจสึกมีรอยบิ่นรอยขีดข่วนไปบ้างก็ไม่เป็นไรหรอกนะ
เพราะเก้าอี้เค้าจะคอยบดบังให้เอง

ความจริงแล้ว
คนเรารักกันมันไม่ต้องการองค์ประกอบอะไรที่มากมายเลย
แค่หมั่นเติมเต็มซึ่งกันและกันก็พอแล้ว
เพราะโต๊ะกับเก้าอี้ที่ไม่เข้าชุดกัน
เมื่อจับมาวางคู่กัน
ประโยชน์ใช้สอยมันก็ไม่ได้ลดน้อยลงไป
แค่ความสวยงามมัน(อาจจะ)ลดน้อยลงไปเท่านั้นเอง

แล้วบ้านของคุณเองล่ะอยากให้มีโต๊ะกับเก้าอี้แบบไหนเคยคิดเอาไว้บ้างหรือ เปล่า.........

อับราฮัม ลินคอร์น เคยกล่าวไว้ว่า

“ คนเราจะมีความสุขได้เสมอทุกเมื่อถ้าตั้งใจจะให้ตนเองมีความสุข ”

ในความเป็นจริงเราไม่สามารถเลือกได้ดังใจเราทุกอย่าง
ถ้าคุณเป็นเก้าอี้
คุณไม่มีทางรู้ได้ในทั้งหมดทุกส่วนว่าโต๊ะของคุณเขาจะเป็นอย่างไร
คุณอาจไม่จำเป็นที่จะต้องชอบในทั้งหมดของโต๊ะของคุณ
และถ้าคุณเองเป็นโต๊ะ
คุณก็คงไม่มีทางที่จะพอใจในทุกส่วนที่เก้าอี้ของคุณมีเพราะความสมบูรณ์แบบ ที่แท้จริง
ไม่มีอยู่บนโลกใบนี้....
ฉันเชื่ออย่างนั้น หากแต่
ศิลปะสุดยอดของการอยู่ร่วมกันคือ

การให้อภัย

อะไรที่เค้าขาดไปบ้างเราก็หมั่นเติม
อะไรที่เค้าเกินไปบ้างเราก็เอามาเติมให้เราเอง
ถ้าเป็นแบบนี้เราจะสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างงดงามมากกว่าไหม

" ว่าไหม ? "

♣ ใครกันแน่ ... ที่ไม่เข้าใจในรัก ♣



...==...."ความรักเป็นอะไรที่ยากเกินเข้า ใจ"...==...

คนบางคน...มีรักแล้วก็สามารถมีรักอื่นได้อีก
แต่ ทำไม ...บางคน ...สามารถรักได้แค่คนๆเดียว

คนบางคน... บอกว่ารักคือการให้
แต่ทำไม ...บางคน ...บอกว่ารักคือทุกๆสิ่ง

คน บางคน ...มีรักเพื่อให้หัวใจชื่นบาน
แต่ทำไม... บางคน ...มีรักเพื่อความอบอุ่นในใจ

คนบางคน ...บอก หากรักแล้ว ไม่ได้รักกลับคืนมาก็เสียเปล่า
และทำไม ...บางคน ...ก็รู้ว่าเขาไม่รักก็ยังจะดั้นด้นไปรักเขา

แล้วตกลง..."คนบางคน "...หรือ..."บางคน"...กันแน่ที่ไม่เข้าใจในรัก

======.......... ความจริง แท้ที่จริงแล้ว........=======
ความหมายของคำว่า "รัก" มันอยู่ในความรู้สึกภายในใจของทุกๆคนอยู่แล้ว
เพียงแต่ว่า...มัน ไม่สามารถตีความออกมาเป็น "ตัวอักษร" ได้ ก็เท่านั้นเอง

+++ Hamster +++

+++ Playlist +++


MusicPlaylistRingtones
Create a playlist at MixPod.com

+++ coming soon +++