วันพุธที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2553

ชาย หญิงต่างกันยังไง

1221758930

1221758950

1221758968

1221758986

1221759005

1221759027

1221759046

1221759086

1221759103

1221759121

เครียดคลายได้ ถ้าใจคอยเป็น


คงไม่มีอะไรที่สามารถบงการระบบประสาทของเรา ได้ฉับพลันเท่ากับเสียงโทรศัพท์ ไม่ว่ากำลังกินข้าว ดูหนัง กำลังนอน หรือสั่งสอนลูกชายจอมซน ทันทีที่เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เป็นต้องรีบสาวเท้าหรือคว้ามือไปรับโทรศัพท์ อะไรที่กำลังทำอยู่ ต้องเลิกโดยฉับพลัน แม้จะสำคัญเพียงใดก็ตาม

ถ้ามนุษย์ต่างดาวเผอิญ หลงมาที่โลกนี้ คงจะงงงวยว่าโทรศัพท์มีอะไรน่ากลัวหรือ คนบนโลกนี้ถึงชอบผลุนผลันไปรับคำบัญชาจากมัน

ที่จริงมนุษย์ต่างดาว เข้าใจผิดทั้งเพ ไม่มีใครกลัวโทรศัพท์หรอก เราทำกันเช่นนั้นอย่างอัตโนมัติ เพียงเพราะไม่อยากคอยให้มันดังหลายครั้ง แต่ก็น่าคิดว่าแทนที่จะปล่อยให้มันกะเกณฑ์เรา ลองให้มันทำตามเกณฑ์ของเราบ้าง เช่น ให้ดังสัก ๓-๔ ครั้ง ถึงค่อยไปรับและไปรับอย่างช้า ๆ สบาย ๆ แทนที่จะเร่งรีบ


ไม่ใช่ แต่เพียงเสียงโทรศัพท์เท่านั้น มีอีกหลายอย่างที่เราปล่อยให้มันเข้ามาบงการเรา อย่างเช่นสัญญาณไฟตามสี่แยกจริงอยู่ มันอาจไม่ถึงกับทำให้แขนขาของเรากระตุกทันทีที่มันวาบขึ้น แต่บ่อยครั้งมันก็ไปกระตุกใจเราแทน ทันทีที่เห็นไฟแดงข้างหน้าจะรู้สึกไม่พอใจขึ้นมา แล้วก็กรุ่นไปตลอด จนกว่าไฟเขียวจะมาปลุกใจเราให้ยินดี

ไฟเขียวเป็นข่าวดี (ถ้าเราเป็นคนขับรถ ไม่ใช่คนข้ามถนน) แต่มันก็ทำให้เราทุกข์ไปอีกแบบหนึ่ง นั่นก็คือเวลามันยังไม่โผล่มา เราก็กระวนกระวายใจ หรือถึงกับเครียด

แต่ ถ้ามองกันจริง ๆ แล้ว จะโทษไฟเขียวว่ามาช้าก็ไม่ถูกมันก็มาตามจังหวะของมัน สาเหตุที่เราทุกข์นั้นเป็นเพราะเราใจร้อน หรือคอยไม่เป็นต่างหาก

เพียง แค่เรารู้จักคอยไฟเขียวเท่านั้น ความเครียดจากการขับรถจะลดลงไปเยอะเลย ในทำนองเดียวกัน สำหรับคุณที่ไม่รวยพอที่จะมีรถยนต์ส่วนตัว หากคอยรถเมล์เป็น โลกนี้จะน่าอยู่ขึ้นไม่น้อย



ลองมาคิดดูสิ ที่จิตร้อนรุ่มราวกับถูกไฟลนนั้น หลายต่อหลายครั้ง เป็นเราตกอยู่ในสถาณการณ์ที่ต้องเป็นฝ่ายคอย อาจคอยแฟน คอยจดหาย คอยงานเสร็จ หรือคอยคนเห็นคุณค่าของเรา ยิ่งคอยก็ยิ่งทุกข์ ไม่ใช่ทุกข์เพราะสิ่งที่คอยยังมาไม่ถึง แต่ทุกข์เพราะใจเร่งเร้าเผาลนต่างหาก จริง ๆ แล้ว ตัวการไม่ได้อยู่ข้างนอก แต่อยู่ข้างในต่างหาก

ถ้าเราสามารถฝึกใจให้รู้จักคอยได้ ชีวิตจะมีความสุขขึ้นอีกเยอะ ทุกวันนี้คนกรุงมีความเครียดมาก เพราะคอยไม่เป็น และที่คอยไม่เป็นเพราะเคยชินกับความรวดเร็ว ทุกอย่างล้วนแข่งกันเร็ว ไม่ว่ากาแฟ บะหมี่สำเร็จรูป หม้อหุงข้าว เครื่องซักผ้า คอมพิวเตอร์ แม้แต่ความเป็นคนเก่ง เดี๋ยวนี้ก็ไม่ต้องเสียเวลาฝึกฝนตนแล้ว เพียงแค่ซื้อรองเท้ายี่ห้อนี้ หรือน้ำอัดลมยี่ห้อนั้น ก็สำเร็จผลได้โดยพลัน เร็วอะไรปานนั้น



ชีวิต ที่อะไรต่ออะไรได้มาโดยไว ทำให้เราคอยกันไม่เป็น หวังแต่จะให้ทุกอย่างเปิดปุ๊ปติดปั๊บท่าเดียว จนลืมไปว่ายังมีอีกหลายอย่างในชีวิตที่ต้องใช้เวลา หลายอย่างที่ว่านี้ ล้วนมีความสำคัญทั้งนั้น เช่น สุขภาพ ความรู้ ความสำเร็จ หรือแม้กระทั่งความรัก ถ้าเราคอยสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ ชีวิตก็มีแต่ความเครียดรุมเร้าหาไม่ก็ได้แค่ของปลอม ซึ่งทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลง

ใจที่รู้จักคอยคือกุญแจแห่งความสุขและ ความสำเร็จเมื่อสิทธารถะไปขอเรียนวิชาจากอาจารย์เฒ่า เขาได้อ้างคุณสมบัติที่เขาเชื่อว่าเหมาะแก่การเป็นศิษย์ ๑ ใน ๓ ของคุณสมบัติดังกล่าว คือ " I can wait"

ในชีวิตประจำวัน เรามีโอกาสมากมายที่จะฝึกใจให้รู้จักคอย เช่น ล้างมืออย่างช้า ๆ นั่งโต๊ะแล้วค่อยเปิดจดหมาย อ่านหนังสือพิมพ์ ทำงานให้เสร็จเป็นอย่าง ๆ หรือตามลมหายใจขณะรอรถเมล์



หรือจะเริ่มต้นด้วยการทำใจสงบ ขณะที่โทรศัพท์ดัง ต่อเมื่อสิ้นเสียงสัญญาณครั้งที่ ๓ จึงค่อยรับก็เข้าทีดี


ผู้หญิง กับผู้ชา ย


ระเจ้าสร้างชายและหญิงให้เกิดมาคู่กัน ปัญหา มัน ไม่ ได้อยู่ที่ว่า ใครดีใครไม่ดี แต่อยู่ที่ความแตกต่างกันในทุก ๆ เรื่องของชายและหญิงต่างหากที่เป็นต้นเหตุของความไม่เข้าใจ ในเมื่อทั้งชายและหญิงไม่มีวันที่จะเหมือนกันได้ ดังนั้นทางออกที่ดีที่สุดเพื่อการอยู่ร่วมกันได้ย่างมีความสุข นั่นก็ คือ "การทำความเข้าใจจิตใจของแต่ละฝ่าย นั่นเอง"

1. ผู้ชายรู้สึกดีเมื่อรู้ว่าตัวเอง เป็นที่ต้องการของคนอื่น ขณะที่ผู้หญิงรู้สึกดีเมื่อรู้ว่าตัวเองน่าทะนุถนอม

2. เมื่อเกิดปัญหา ผู้ชายจะเก็บตัวเพื่อคิดหาทางออก ผู้หญิงจะหาใครซักคนที่ไว้ใจ และพร่ำพรรณนาปัญหาให้ฟัง

3. จากสถิติพบว่า ผู้ชายมีอายุสั้นกว่าผู้หญิง เพราะผู้ชายใจร้อนและคึกคะนองมากกว่า

4. ผู้ชายมุ่งความต้องการไปที่ความ สำเร็จในหน้าที่การงาน แต่ความสำเร็จของผู้หญิงคือ การมีครอบครัวที่อบอุ่นและมีความ สุข

5. เมือทำอะไรซักอย่างไม่ได้ ผู้หญิงจะขอความช่วยเหลือ ในขณะที่ผู้ชายจะไม่พยามยามขอความช่วยเหลือ เพราะคิดว่านั่นคือการแสดงความอ่อนแอของตัว เอง

6. ผู้หญิงมีสมองเล็กกว่าผู้ชาย แต่สมองทั้งสองซีกกลับทำงานสัมพันธ์กันมากกว่า ผู้ชาย

7. ผู้ชายจะเจริญเติบโตและก้าวเข้า สู่ช่วงวัยรุ่นได้ช้ากว่า ผู้หญิง

8. ผู้ชายถูกกระต้นความต้องการทาง เพศโดยสายตา เช่น ดูภาพโป้ ดูหนังโป แต่ผู้หญิงถูกกระตุ้นความต้องการ ทางเพศ โดยการสัมผัสอันนุ่มนวล

9. เมื่อเล่นเกม ๆ หนึ่ง ผู้หญิงต้องการเอาชนะโดยที่อีกฝ่ายไม่จำเป็นต้องแพ้ก็ได้ (การเสมอ) แต่ผู้ชายต้องการเอาชนะ และอีกฝ่ายต้องเป็นผู้แพ้

10. เมื่อผู้ชายตกหลุมรักใครซักคน เค้าจะถูกกระตุ้นให้ทำดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ถ้าจีบผู้หญิงคนนั้นไม่สำเร็จ เค้าจะกลับไปเห็นแก่ตัวเหมือน เดิม

11. ผู้หญิงเมาง่ายกว่าผู้ชาย

12. ผู้ชายจะจดจำเส้นทาง และอ่านแผนที่ได้เก่งกว่า ผู้หญิง

13. ผู้หญิงกลัวที่จะเป็นฝ่ายรับ ในขณะที่ผู้ชายกลัวที่จะเป็นฝ่ายให้

14. ผู้หญิงพยายามฆ่าตัวตายมากกว่า ผู้ชาย แต่ผู้ชายทำสำเร็จมากกว่า ผู้หญิง

15. ผู้หญิงจะเรียนภาษาได้ดีกว่า และมีความสามารถในการสื่อสารทางการพูดมากกว่า ผู้ชาย

16. ผู้ชายจะคิดให้ตกซะก่อนจึงค่อย พูดออกมา แต่ผู้หญิงมักจะคิดออกมาเป็นเสียงดัง ๆ ให้คนอื่นได้ยินด้วย

17. ผู้หญิงจะไม่ทิ้งเพื่อนหาก เพื่อนกำลังมีปัญหา ในขณะที่ผู้ชายจะทิ้งให้เพื่อนแก้ปัญหาด้วยตัวเอง

18. เมื่อผู้หญิงรู้สึกดี เธอจะสามารถแบ่งปันความรักให้คนอื่นมากมาย แต่เมื่อเธอรู้สึกแย่ สิ่งที่เธอต้องการที่สุดคือความรักจากคนรอบ ข้าง

19. นิสัยผู้ชายเหมือนหนังสติ๊ก: ในช่วงเวลาที่คบกัน ผู้ชายจะต้องการทั้งความผูกพันใกล้ชิด และความอิสระ แต่ผู้หญิงจะรู้สึกไม่ดีหากผู้ชายกำลังถอยออกไปหาอิสระ และพยายามดึงเค้ากลับมา ซึ่งนั่นยิ่งทำให้เค้าถอยห่างมากขึ้น ทางที่ดีควรอยู่นิ่ง ๆ เมื่อถึงเวลาหนึ่งเค้าจะ กลับมาเอง

20. ทั้งที่ผู้ชายและผู้หญิงพูดคำ ๆ เดียวกัน แต่ความหมายของคำ ๆ นั้น
กลับไม่ เหมือนกัน เช่น เมื่อผู้หญิงพูด ว่า "เราเลิกกันเถอะ" แปลว่าฉันต้องการให้คุณเห็นความสำคัญของฉัน มากกว่านี้ เมื่อผู้ชายพูดว่า "เราเลิกกันเถอะ" แปลว่าผมไม่ขอทนคุณอีกต่อไป เพราะผมเจอคนใหม่ แล้ว

♣ อย่าเผลอทำความรักหล่นหาย ♣





กว่าจะมีรักได้สักครั้ง
บาง คนต้องใช้เวลาเกือบครึ่งค่อนชีวิต
บางคนแทบจะหมดหวังจนถึงบั้นปลายของ ชีวิต
และกว่าจะได้ความรักมา
แต่ละคนต้องใช้เวลา ความอดทน
ความ พยายาม ลงทุน ลงแรง ทุ่มใจ และกาย





ด้วย เหตุผลที่ คนเราคือ มนุษย์ปุถุชนธรรมดา
ที่ตกอยู่ในห้วงกิเลสตัณหา
อยาก ได้ อยากมี เพราะทุกคน มีความคิด
ความรู้สึก พฤติกรรม ดี เลว
ล้วน แต่สร้างความพึงพอใจ ไม่พึงพอใจ แตกต่างกันไป

ฉะนั้น จงอย่าวาดหวัง ให้คนรักเป็นดั่งที่ต้องการ
และจงยอมรับว่า นี่คือโลกแห่งความเป็นจริง
ที่มีเกิด เสื่อมคลาย และดับสูญ





แม้แต่ สรีระของเราเอง เสื่อมโทรมไปดามกาลเวลา
ความรักจึงต้องถดถอย
เสื่อม คลายลงไปบ้าง แต่คำว่ารัก
ยังติดตรึง อยู่ในส่วนลึกของหัวใจเสมอ
อย่า คาดหวังว่า ความรักที่ เขามอบให้เรา
จะพอกพูนทวีตามกาลเวลา



และอย่านำความสวย หล่อ ความรู้ ความสามารถ
และ ความรู้สึกของตัวเอง
เป็นการเปรียบเทียบ เพื่อให้ได้รับความรัก
จาก อีกฝ่ายหลายเท่าทวีคูณ
เพราะความรักที่คุณรัก แบบไม่แบ่งรักให้ใคร
สิ่ง ใดเลย นอกจากเขาคนเดียว




แต่ เขา รักแม่ รักพ่อ รักญาติ รักเพื่อน และสิ่งอื่น ๆ อีก
เป็นเรื่อง ธรรมดาของมนุษย์ที่มีจิตใจสะอาด
มีจิตสำนึกในการให้ความรักตอบแทนผู้ อื่น
และเป็นธรรมชาติของคน
ย่อมมีความรักสิ่งอื่น อย่างอื่นด้วย



รัก บุพการีเทิดไว้เหนือดวงใจ
รักญาติพี่น้องเพราะมีสายเลือดและความผูกพัน
รัก เพื่อน เพราะความใกล้ชิด เคยทุกข์ สุข ร่วมกันมา
รักคนรักอย่างบุรุษพึง รักอิสตรี
และอิสตรีรักบุรุษ ซึ่งแตกต่างไปจากทุกรัก
รักเพื่อร่วม ชีวิต รักเพื่อมีเพศสัมพันธ์
รักเพราะต้องการสร้างความมั่นคงเป็นปึก แผ่น
รักที่ต้องการมีผู้สืบสกุล
รักหวังใช้ชีวิตบั้นปลายและดูแล ทุกข์สุขกันและกัน

วันจันทร์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2553

"เพื่อนเก่าเหมือนรูปถ่าย เพื่อนใหม่เหมือนรองเท้า "...

"เพื่อนเก่าเหมือนรูปถ่าย เพื่อนใหม่เหมือนรองเท้า "...

เพื่อนเก่า :
เป็นคนที่อยู่กับเรา ตอนเรามีความรักครั้งแรก
เป็นคนที่มีความทรงจำทั้งดีและแย่ร่วมกันกับเรา
เป็นคนที่มีรูปติดอยู่ในสมุดเฟรนด์ชิปเล่มเดิม
เป็นคนที่เซ็นชื่อกำกับตัวโตๆ ตรงคำว่ารักเรามากกว่าใคร
เป็นคนที่มักวิ่งเข้ามาในความคิดถึง ตอนเราเหงา
เป็นคนที่เราภูมิใจ เมื่อเล่าให้คนอื่นฟัง
เพื่อนเก่า.....จึงเหมือนกับรูปถ่ายที่ถูกเก็บไว้ในอัลบั้ม


ส่วนเพื่อนใหม่ :
เป็นคนที่อยู่กับเรา ตอนเรามีความรักครั้งปัจจุบัน
เป็นคนที่ยืนอยู่ข้างๆ ทั้งตอนที่เราผิดหวังและสมหวัง
เป็นคนที่บอกเราว่าถึงแม้บางครั้งจะล้ม
แต่ถ้าใจไม่แพ้ ก็สามารถจะเริ่มต้นวิ่งใหม่ได้ทุกเมื่อ
เป็นคนที่ถ้าเราไม่สบาย จะรีบมาดูแล
เป็นคนที่เราอุ่นใจ เมื่อเล่าให้คนอื่นฟัง
เพื่อนใหม่.....จึงเหมือนกับรองเท้า
ที่พร้อมจะเดินไปในทุกๆที่ ด้วยกันกับเรา


ในชีวิตของทุกๆคน
ต่างก็จำเป็นต้องมีทั้งเพื่อนเก่าและเพื่อนใหม่อยู่ในชีวิต
เพื่อจะได้มีทั้ง 'ความทรงจำที่น่าภูมิใจ' และ 'ปัจจุบันที่อบอุ่นใจ'
โดยการให้ความสำคัญกับ 'รูปถ่ายในอัลบั้ม'
หมั่นหยิบขึ้นมาปัดฝุ่น คิดถึงและนึกถึงเรื่องราวในภาพเหล่านั้นเสมอๆ
แต่ขณะเดียวกัน ก็ต้องไม่ลืมที่จะหมั่นเช็ดฝุ่นให้กับรองเท้าด้วย
อย่าให้การเดินไปด้วยกัน เป็นการเดินเหยียบย่ำกัน
อย่าให้ความเคยชิน ทำให้หมดความเกรงใจและไม่ให้เกียรติกัน
เพราะถึงแม้รองเท้าจะยี่ห้อดีแค่ไหน เพื่อนใหม่คนนั้นจะดีกับเราแค่ไหน
ถ้าเราใช้งานแบบไม่ถนอม รองเท้าก็อาจพังได้
เพื่อนใหม่ก็อาจหนีหายไปจากเราได้
ซึ่งก็รู้ใช่หรือเปล่า ว่ารองดท้าดีๆ ที่ใส่แล้วเหมาะกับเรานั้น
หาไม่ง่ายเลย
เพื่อนดีๆ ที่เข้าใจเรานั้น หายากมาก และบางที...ตลอดชีวิต
อาจเจอแค่คนเดียว

เราเอามาจากหนังสือเล่มหนึ่งนะ เห็นว่าความหมายมันดีเลยส่งมาให้
ความหมายของคำว่าเพื่อนนั้นมีมากกว่านี้แต่ว่า
เราจะต้องค้นหามันด้วยตัวเอง
เมื่อถึงวันนั้นเราจะเข้าใจและพร้อมที่จะชื่นชมรูปถ่ายไปพร้อมๆกับการเดิน ด้วยรองเท้าที่เรารัก

เรื่องน่ารู้ การดูแลผิว หมองคล้ำ ให้สวยสดใส

เรื่องน่ารู้ การดูแลผิว หมองคล้ำ ให้สวยสดใส
  1. บอกลาแสงแดด แสง แดดเรียกว่าเป็นสาเหตุหลักของความหมองคล้ำเลยล่ะค่ะสาว ๆ โดยเฉพาะแสดงแดดช่วง 10 โมงเช้า ถึงบ่าย 3 เนี่ย เป็นแดดที่ทำให้ผิวเราคล้ำขึ้นอย่างแท้จริง
  2. ผักสดที่แสนจะมีประโยชน์ ผัก เป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพของเรามากมาย ไม่เว้นแม้แต่เรื่องผิวพรรณ ลองใช้มะเขือเทศฝานแล้ววางแปะไว้บนหน้าอย่างน้อย 10 นาที หรือใช้มะเขือเทศปั่นผสมโยเกิร์ตพอกหน้าคุณประมาณครึ่งชั่วโมงแล้วล้างออก จะช่วยคืนความสว่างสดใสให้กับใบหน้าคุณได้ค่ะ
  3. น้ำตาลขัดผิว การใช้น้ำตาลขัดผิวเป็นวิธีที่ทำได้ง่าย ๆ ที่บ้าน โดยใช้น้ำตาลประมาณ 2 ช้อนโต๊ะผสมลงในน้ำมันมะกอก เสร็จแล้วนำมานวดและขัดให้ทั่วใบหน้าและตัว ขัดอยู่อย่างนั้นจนกว่าน้ำตาลจะละลายค่ะ
  4. มาสก์เปลือกส้ม ขั้นตอนง่าย ๆ คือปอกเปลือกส้มแล้วตากให้แห้ง ก่อนจะบดมันลงไปผสมกับแป้ง จากนั้นนำแป้งที่ผสมเปลือกส้ม มาผสมกับโยเกิร์ตในอัตราส่วนครึ่งต่อครึ่ง เสร็จแล้วนำมาพอกหน้าและทิ้งไว้จนกว่าจะแห้ง แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น
  5. มะนาวเพื่อผิวขาว มะนาว เป็นผลไม้ที่ยอมรับกันมาตั้งแต่โบราณแล้วล่ะค่ะว่า สามารถทำให้ใบหน้าของเราสว่างใสขึ้นได้ ลองหยดน้ำมะนาว 2-3 หยดลงผสมกับดินสอพอง และน้ำผึ้งอีกเล็กน้อย พอกหน้าไว้ประมาณครึ่งชั่วโมงก่อนล้างออก
  6. พอกหน้าด้วยไข่ขาว โดยแยกไข่ขาวออกจากไข่แดง แล้วนำไข่ขาวมาผสมกับน้ำมะนาว 1 ช้อนชา และน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์อีก 1 ช้อนชา พอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15 นาทีก่อนล้างออก
  7. เลือกใช้ครีมที่มีส่วนผสมของวิตามินซี หรือวิตามินบี เพราะ จะทำให้เกิดการผลัดเซลล์ผิวและเพิ่มความสว่างใสให้กับผิว แต่ว่าระวังเรื่องผิวถูกแดดนิดนึงนะคะ วิตามินซีดูเหมือนจะไม่ค่อยถูกกับแสงแดดเท่าไหร่ เดี๋ยวจะยิ่งคล้ำกันไปใหญ่ค่ะ แนะนำให้ใช้ครีมวิตามินซีทาทั่วใบหน้าก่อนนอน หรืออาจก่อนออกจากบ้าน แต่อย่าลืมตามด้วยครีมกันแดดด้วย


ชาวนาคนหนึ่ง หลังจากไปทำความสะอาดคอกม้า ออกมาก็พบว่านาฬิกาพกของตนได้หล่นหายไปเสียแล้ว นาฬิกาพกเรือนนี้มีความหมายต่อเขาอย่างมาก ด้วยเป็นของขวัญที่แม่ของเขาทิ้งไว้ให้ เขารีบวิ่งกลับไปที่คอกม้า รื้อหาจนทั่วบริเวณแทบพลิกแผ่นดินหา แต่ก็หาไม่พบ ?

เขาเดินออกมาจากคอกม้าด้วยเหงื่อที่ท่วมตัว มองไปเห็นมีเด็กกลุ่มหนึ่งกำลังเล่นกันอยู่แถวนั้น

เขาจึงได้คิดว่าอาจเป็นเพราะตัวเองแก่แล้วหูตาฝ้าฟาง ทำให้หาไม่เจอ แต่เด็กๆ หูตายังแหลมคม น่าจาหาเจอก็เป็นได้ เขาจึงเรียกเด็กๆ มาแล้วบอกว่า ” เด็กๆ ถ้าใครหานาฬิกาพกของลุงเจอ ลุงจะให้เงินคนนั้นหนึ่งเหรียญ”

เด็กๆ พากันวิ่งกรูเข้าไปในคอกม้า จนเวลาผ่านไปนานโข ตอนที่เด็กๆ เดินกลับออกมาจาก คอกม้าทีละคน ต่างมีสีหน้าผิดหวังที่หานาฬิกาพกไม่เจอ

ขณะที่ชาวหน้ากำลังถอดใจคิดจะเลิกหานั่นเอง ก็มีเด็กคนหนึ่งมากระซิบกระซาบบอกกับเขาว่า

” ผมจะลองเข้าไปหาดูอีกครั้งหนึ่ง แต่คราวนี้ขอให้ผมเข้าไปคนเดียวเท่านั้น”

ชาวนามองตามหลังเด็กชายไปอย่างไม่มั่นใจ คิดในใจว่า..พวกเราแทบจะพลิกคอกม้าหายังไม่เจอ ? แล้วลำพังเด็กคนเดียว จาหาเจอได้อย่างไร

เด็กคนนั้นเข้าไปตั้งนาน ก็ยังไม่กลับออกมา ชาวนาเริ่มสิ้นหวัง ในขณะชาวนาคิดจะเลิกรอและจากไปนั่นเอง เด็กชายคนนั้นก็เดินออกมาจากคอกม้า

ในมือของเขาถือนาฬิกาพกเรือนหนึ่ง

ชาวนาถามด้วยความแปลกใจว่า ” เจ้าหาเจอได้อย่างไร”

เด็กชายบอกว่า ” พอเข้าไปข้างใน ผมก็ไม่ได้ทำอะไรเลย เพียงแต่นั่งเงียบๆ อยู่ที่พื้น ไม่นานผมก็ได้ยินเสียง ติ๊กตอก ติ๊กตอก จากนั้นผมก็เดินตามเสียงไป แล้วผมก็เจอนาฬิกาเรือนนี้”

ข้อคิดเตือนใจ ขณะที่เรากำลังยุ่งวุ่นวายอยู่กับชีวิตหรือหน้าที่การงาน บางครั้งก็จำเป็นอย่างมากที่จะต้องสงบจิตใจมาคิดตรึกตรองดูว่า สิ่งที่เรากำลังทำอยู่นั้น ถูกต้องและเหมาะสมดีแล้วหรือเปล่า และนี่ก็อาจเป็นความหมายที่แท้จริงของคำโบราณที่ว่า ” บนเส้นทางของชีวิต บางครั้งก็ควรตึงเครียด บางครั้งก็ควรผ่อนคลาย”

“เวลาที่เรา … ไม่เหลือใคร”

บทความดีๆ น่าอ่าน “เวลาที่เรา … ไม่เหลือใคร”

หากคุณโดนทิ้ง และเสียใจ จงคิดไว้ว่า คุณไม่ใช่คนเดียวในโลกนี้ที่อกหัก

ไม่มีใครไม่เคยไม่เสียใจ ทุกคนเคยเจ็บช้ำมาแล้วทั้งนั้น ความเหงาอาจทำให้รู้สึกอ้างว้าง

แต่ไม่เคยทำให้ใครเจ็บปวด จงรักในขอบเขตที่จะรักได้ เพราะคนบางคนเกิดมาเพื่อ จะให้เรารัก

แต่ไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นของเรา คิดซะว่าเมือก่อนเราไม่มีเขา

เราก้ออยู่ได้ ตอนนี้ไม่มีเขาเราต้องไปแคร์อะไร

อย่าคิดว่าเค้าคือคนที่ดีที่สุด ถ้าเค้าคือคนที่ดีที่สุดจริงๆ เค้าคงไม่ทำให้คุณเสียใจขนาดนี้

เคยได้ยินคำนี้ไหม เหนื่อ ฟ้า ยัง มี ฟ้า

ยังมีคนที่ดีที่สุดสำหรับคุณ ยืนรออยู่ข้างหน้า ก้าวเดินต่อไปอย่าย่ำอยู่กับที่

อย่าเดินถอยหลังไปหาอดีตที่ทำให้คุณเสียใจ วันนี้อาจเป็นวันที่ฝนตกฟ้าครื้ม

จงนึกไว้เสมอว่า ต้องมีสักวันที่อากาศสดใส และพรุ่งนี้ต้องเป็นของเรา

เวลาอารมณ์

มองย้อนดูชีวิตตนเองบ้าง
มองย้อนดูชีวิตตนเองบ้าง

เวลาเหงา.. มักทำให้ใจโหยหาใครสักคน
เข้ามาใน ชีวิต อยากพูดอยากคุย อยากระบาย
และบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ นานา พร้อมแสร้งทำตัว
ว่าเป็นน่ารัก หัวเราะง่าย มองโลกในแง่ดี แต่แท้จริงแล้ว
ชังเป็นคนเงียบเหงา หมองเศร้า และน่าเบื่อ..!

เวลา เศร้า.. มักคิดว่าตัวเองหมดกำลังในการก้าวเดินต่อ
หมดแรงในชีวิต อยากล้มแล้วไม่ต้องลุกขึ้นมาอีก ไม่อยาก
มีแม้ชีวิต

เวลาท้อ.. มักคิดว่าตัวเองทำไม? ถึงทำอะไรก็ไม่ได้ดี ทุ่มเทสุดความสามารถ เพราะเหตุใดถึงได้ความผิดหวังกลับมาเป็นรางวัล

เวลาสนุก.. มักลืมว่าเคยทุกข์ ใช้เวลาหมดไปกับความสนุกทามกลางเสียงหัวเราะ แค่สนุกเท่านี้ชีวิตจะเป็นอย่างไรต่อไปก็ปล่อยมันไป เพราะสนุกอยู่

เวลา ดีใจ.. มักคิดว่านี้คือรางวัลของชีวิต แค่มีแค่นี้อะไรในชีวิตก็ไม่มีความหมาย

เวลาหัวเราะ.. มักคิดว่า เสียงหัวเราะ คือ แรงกำลังของการดำรงชีวิต และเป็นแรงพลังให้ก้าวเดินต่อ

เวลา ยิ้ม.. มักคิดว่าโลกใบนี้เราสามารถดำรงอยู่ได้อีกนาน แม้จะต้องเจอะเจออะไรต่อมิอะไรที่ต้องรับมือ


*** เวลามีค่า มีความหมาย เวลาไม่ได้กำจัดเท่าที่ได้อ่านมานี้ เวลาเป็นทุกๆ เรื่องราวที่เราจดจำ***

♣ ความห่างไกล วัดความผูกพัน ♣




มีคนบอกว่า ... ฟ้าดินลงโทษเขาให้ห่างไกลกับคนรัก

ฉัน กลับคิดว่า ... ฟ้าดินกำลังสงสัยคู่นี้ว่า

... เขารักกันจริงหรือป่าวต่างหาก ...

เลยทดสอบโดยแยกคนนึงไป ทาง ... อีกคนไปทาง

คงมีใครบางคนมีพฤติกรรมไม่น่าไว้วางใจ

ถ้า เราคิดว่ามันเป็นการทดสอบว่าเราเลือกถูกคนรึป่าว

ความห่างไกล ... จะเป็นตัววัดปริมาณความผูกพันที่เรามีต่อกัน

ถ้าเรายังรู้สึกเหมือน เดิม...แถมยังเพิ่มความห่วงใย ... ความคิดถึง ...

นั่นคือเรามีความ รักที่แท้จริงให้เค้า ... เราสอบผ่าน ...

แต่ถ้าเขาเปลี่ยน แปลงไป ... แรก ๆ ก็ติดต่อกันถี่หน่อย ... หลัง ๆ เริ่มห่างหาย

เค้า สอบตก ... ก็ในเมื่อปริมาณความผูกพันของเค้ามันมีไม่เพียงพอ

เราน่า จะภูมิใจในตัวเอง ... ที่เราได้เลื่อนชั้นขึ้นไป ... แม้มีใครจะสอบตก

ถ้า เค้าอยากจะขึ้นมาอยู่ข้างเรา... เค้าต้องเร่งให้สอบผ่านบททดสอบนี้ ...

แล้ว ก้าวขึ้นมาอยู่ข้างเราเอง ...

ถ้าเค้าไม่ผ่าน ... ก็ถือว่าเป็นบุญ ...

ที่ฟ้าดินได้คัดคนโง่ ... ออกไปจากเราแล้ว ...




ที่แท้ รักก็คือ ความเคยชิน!!


ด้วยเหตุและผล





สิ่งที่เราไม่ชอบ
บางครั้ง ... เราก็จำเป็นต้องรู้

อย่าปิด กั้นตัวเอง
ให้ห่างไกลจากสิ่งที่ไม่ชมชอบเลย
เพราะในโลกนี้
สิ่ง ที่ทำร้ายเราได้ง่ายที่สุด
ก็คือ สิ่งที่เราไม่ยอมรู้และไม่เคยเข้าใจ

ชีวิตเป็นของเธอ
ทางเดินชีวิตย่อมเป็นของเธอ
สอง ขาของเธอ จงก้าวไปตามทางนั้น
ทำในสิ่งที่เธอถนัดและเข้าใจ
เธอจะไป ได้ดีเท่าที่เธอควรจะไป


หากอยากจะถาม หา
ความจริงใจจากใครต่อใคร
ต้องเริ่มถามหาที่ตัวเธอเองก่อน
ว่า มีความจริงใจเพียงพอหรือไม่

ชีวิต
ไม่ เคยมีคำว่าสาย
หากก้าวหลงเดินทางผิด
ย่อมกลับมาเริ่มต้นใหม่ได้

อาจจะช้ากว่าที่ควรจะเป็นไป
แต่ก้อยังดีกว่าดิ่งลึก
จม ลงในความเลวร้ายทุกที ทุกที

อย่างพยายามยัดเยียดความสุข
หรือ สิ่งที่เราคิดว่าดี
ให้กับใครต่อใคร
เพราะมันอาจจะกลับกลายเป็นความ ทุกข์
ทุกข์ทั้งผู้ให้
ทุกข์ทั้งผู้รับ

เคยถามตัวเองบ้างไหม
ว่าชีวิตต้องการอะไร ?

ถาม ... และหาคำตอบให้แน่ใจ
และเข้าใจให้ถ่องแท้
เมื่อนั้น
เรา จะก้าวต่อไปข้าวหน้าอย่าง
เชื่อมั่น
และถูกทิศทางกว่าเดิม

โลกเรายังคงหมุนไป ทุกวัน
หากวันนี้เราหยุดนิ่ง
พรุ่งนี้ .........
เราก้อแทบวิ่ง ตามไม่ทัน

ชีวิตที่มีคุณค่า
คือการใช้เวลาที่มีอยู่อย่างคุ้ม ค่า
อย่าปล่อยให้วันเวลาผ่านไปอย่างเปล่าประโยชน์เลย
มาเริ่มต้น สรรค์สร้างสิ่งดีดี
ให้กับชีวิตของเราเถิด


อย่าไปคิดว่า
คนที่นั่งอยู่ในร่มไม้กลัวแสง แดด
อย่าไปคิดว่า
คนที่ฟุบหลับอยู่นั้นเป็นคนเกียจคร้าน
อย่าไป คิดว่า
คนที่หกล้มเป็นคนอ่อนแอ
จงอย่าใช้เหตุผลของเธอ
ตัดสิน ความหมายในสิ่งที่เธอเห็น
โดยที่ไม่รับฟังเหตุผลจากอีกฝ่ายหนึ่งให้ดี

โสด 10 แบบ





01 โสดแสนดี
โสดประเภทนี้มีแต่ความ หวังดีและเสียสละเพื่อคนที่รักตลอดเวลา ตัวเองจะเจ็บช้ำแค่ไหนก็ยอม
แค่ ขอให้เขาหรือเธอมีความสุขก็พอ ลักษณะเด่นของโสดกลุ่มนี้คือรักกี่ทีก็ช้ำ เพราะมัวแต่เป็นคนดี ไม่ดูตาม้าตาเรือ
รู้ตัวอีกทีเขาก็มีคนใหม่ไปแล้ว

... เพลงประจำกลุ่ม ...

ผิดตรงไหน-เบิร์ด ธงไชย
คนดีไม่มีที่ อยู่-POTATO
ฝากดูแลแทน-มิ้น-มาลีวัลย์


02 โสดเจียมตัว

โสดประเภทนี้เป็น คนดีอีกแบบ แต่ดีน้อยลงมาหน่อย ดีแบบเจียมเนื้อเจียมตัว มองตัวเองต่ำต้อยด้อยค่าอยู่ตลอดเวลา
ไม่หวังอะไรมากมาย แค่ขอเป็นจุดหนึ่งเล็กๆเท่าตับมดที่ได้รักเธอก็พอ (มีคนอื่นผ่านมามากมายแค่ไหนก็ไม่รัก ขอหัวปักหัวปำอยู่กับเธอคนเดิม)

... เพลงประจำกลุ่ม ...
นอกสายตา- แคทรียา อิงลิช
ขอเป็นตัวเลือก-กะลา
ดอกหญ้า-บี น้ำทิพย์
นิดนึงพอ- Friday I'm In Love
ก็พอ-เต็ม วุฒิสิทธิ์


03 โสดโดนสาป

โสด ประเภทนี้มองชีวิตว่ามีกรรม ฟ้าดินกลั่นแกล้ง สวรรค์ไม่มีตา เทวดาสาปส่งไม่มีใครรัก ไม่มีคนสนใจ มองไปทางไหนก็เศร้า
ชีวิตรันทด แบกรักมาเต็มไหล่แต่ไม่มีใคร ต้องการ ฮือๆ ชาตินี้มันเศร้า (ชาติหน้าค่อยเอาใหม่)


... เพลงประจำกลุ่ม ...
คนที่ไม่มี ใครต้องการ-นิโคล
คนไม่มีแฟน-เบิร์ด ธงไชย
กีรติ-โบ สุนิตา
ใครๆ ก็ไม่รัก-เจนนี่-คอรี่


04 โสดปากแข็ง

โสดประเภทนี้ไม่เดือดเนื้อร้อนใจ ไม่มีใครรักก็ไม่เป็นไร ฉันอยู่ของฉันได้สบายๆ ฉันไม่แคร์ ฉันไม่แคร์
(แต่ ใครจะรู้ในใจเขาและเธอองุ่นเปรี้ยวหรือเปล่า?)

... เพลงประจำกลุ่ม ...

ฉันไม่เป็นไร-SEVEN
สบายดี-ป้าง นครินทร์


05 โสดอาฆาต

โสดกลุ่มนี้มีความ อาฆาตพยาบาทสูง รักแรง แค้นแรง ทำฉันเจ็บช้ำได้ จากไปก็อย่าหวังว่าจะได้มีความสุข จะตามสาปส่งพยาบาททุกชาติไป
(ส่วน ใหญ่โสดกลุ่มนี้มักเป็นชายตรีที่มีเลือดร็อคสูง ดูแมนนิดนึง ถ้าเป็นหญิงก็จะเป็น หญิงโหด นิ่มๆติ๋มๆจะไม่นิยมเข้ากลุ่มนี้)


... เพลงประจำกลุ่ม ...
เวรกรรม-พงษ์พัฒน์
แค้นต้องชำระ-อ่ำ อัมรินทร์
อีกหน่อยก็ทิ้งกันเอง-เจมส์
อุทิศ-แอม เสาวลักษณ์


06 โสดใฝ่สูง

โสดประเภทนี้แตก ต่างโดยสิ้นเชิงกับโสดเจียมตัว มีนิสัยและ การมองโลกที่ตรงข้ามกัน มีความทะเยอทะยานและความตั้งใจ ใฝ่ฝัน สูงส่ง
ถือคติความรักไม่ใช่ เรื่องไกลตัว เธอหรือเขาอยู่สูง แค่ไหนก็ต้องเอื้อมมาให้ได้ แม้จะถูกคนในสังคมส่วนใหญ่มองว่า เป็นหมาวัดที่ชอบเด็ดดอกฟ้าก็ยอม


... เพลงประจำกลุ่ม ...
ดาวประดับฟ้า-แมว จิระศักดิ์
หมาเห่าเครื่อง บิน-โลโซ
เครื่องบิน-บิ๊กแอส


07 โสดเจ็บ(แล้ว)ต้องจำ

โสดกลุ่ม นี้เป็นพวกเข็ดขยาดกับความรัก เนื่องมาจากเคยมีประสบการณ์ที่จบลงแบบ ไม่สวย (มักตกเป็นฝ่ายแห้วหรือเจ็บ)
ถือคติเจ็บแล้วต้องจำ จะไม่ช้ำ ไม่รักใครอีกแล้ว ขออยู่เป็นโสดไปจนตาย (หรือจนกว่าจะมีคนมาให้รักใหม่อีกครั้ง!)


... เพลงประจำกลุ่ม ...
จะไม่กลับมาอีกแล้ว-โบ สุนิตา
กลับไปก็ไม่รักเธอเหมือนเดิม-ทา ทา ยัง
หมดแล้วหมดเลย-อินคา
ไม่มีหัวใจทำไมไม่บอก-โบ สุนิตา


08 โสดมั่นใจ

โสดกลุ่มนี้มีความ เชื่อมั่นในตัวเองสูงมาก สามารถพลิกผันสถานการณ์อกหักให้เป็น ทางเลือกได้ มองโลกมุมใหม่ที่ไม่ทำให้ตัวเองเจ็บช้ำ...ดีแล้วที่เลิกกันไป
ถึงจะเป็น โสดก็ ไม่เป็นไร ฉันมั่นใจ ฉันไม่ผิดๆ


... เพลงประจำกลุ่ม ...
ไม่ รักดี-อุ๊ หฤทัย
โธ่เอ๊ย..เด็กเด็ก-อุ๊ หฤทัย


09 โสดพยายาม

โสดกลุ่มนี้มีเป้า หมายชัดเจนว่าไม่อยากเป็นโสด ฉะนั้นจึงมี ความพยายาม กระตือรือร้น และลงมือทำเพื่อให้พ้นจากสถานะนี้ โดยเร็ว
เป็นกลุ่มนักปฏิบัติ ถือคติไม่ลงทำมือก็ไม่ได้มา (แต่ยังไม่เข้าข่ายเกินงาม) เปอร์เซ็นต์ส่วนใหญ่ของโสดกลุ่มนี้เป็น สาวยุคใหม่ มีความมั่นใจพอตัว (ไม่สวยไม่แนะนำให้เข้ากลุ่ม)


... เพลงประจำกลุ่ม ...
รบกวน มารักกัน-ทาทา ยัง
ผ้าเช็ดหน้า-ไทรอัมพส์คิงดอม
บุษบา-นิโคล


10 โสดยังหวัง

โสดกลุ่มนี้มีความ หวังเป็นแรงบันดาลใจ ถือคติชีวิตนี้ไม่สิ้นหวัง ชอบการรอคอยค้นหา วันนี้ไม่เจอไม่เป็นไร พรุ่งนี้ยังไหว..รอได้ๆ
โดยพื้นฐานเป็นคนมองโลก ในแง่ดี แต่มีความพยายามไม่เท่ากลุ่มก่อนหน้านี้ ไม่ชอบการลงมือปฏิบัติ แต่ชอบตั้งหน้าตั้งตารอคอย (กี่ชาติผ่านไป ไม่เคยสิ้นหวัง!)


... เพลงประจำกลุ่ม ...
ทางเดินแห่งรัก-แอม-ดา
ใครสักคน-มาช่า
ขอ ใครสักคน-ลีโอ พุฒ
ยังรอคอยเธอเสมอ-พรู

วันอาทิตย์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2553

ข้อความของ . . . ความรักและชีวิต

เขียนหนังสือ


ข้อมูลจาก Forward mail
ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต

จง "บอกรัก" กับคนที่คุณรัก ด้วยความพยายามที่เหมาะสม และด้วยความเป็นตัวของคุณเอง

"ความรัก" คือ ความห่วงใย เอาใจใส่ อาจเป็นความลุ่มหลงนิดนิด ที่ต้องการการตอบรับ และกลับคืนมาหาคุณ ไม่แปลกหรอก ถ้าคุณจะคลั่งรักใครสักคน

สิ่ง น่าเศร้าอย่างหนึ่งของชีวิต คือ การค้นพบคนที่มีความหมายกับชีวิตคุณมาก แต่ไม่ได้ถูกกำหนดมาเพื่อคู่กันกับคุณ ถ้าเป็นเช่นนี้คุณจงยินดีกับตัวคุณเอง ที่ปล่อยเขาผ่านพ้นไปจากหัวใจคุณได้ จงยินดีในความกล้าหาญ สำหรับการยอมรับความจริงในข้อนี้ ที่คุณทำมันได้ แต่มันก็ไม่ใช่การหลอกตัวเองเองหรอก ถ้าคุณจะยังรักคนที่มีเจ้าของแล้ว หากว่าเขา คนนั้นเป็นคนดีจริงจริงสำหรับทุกทุกคน ไม่ใช่ดีจริงๆ แค่กับ "คุณ" เพียงคนเดียว

เมื่อประตูแห่งความสุขบานหนึ่งถูกปิด ขอคุณจงกล้าที่จะเดินจากมันไป เพื่อค้นหาประตูแห่งความสุขบานอื่นๆ ที่ยังเปิดรอคุณอยู่ ด้วยหัวใจของคุณเอง

เพื่อนที่ดีที่สุด คือ คนที่สามารถพูดภาษาใจเดียวกันกับคุณได้ แม้ว่าคุณอาจต้องต่อยตีหรือทะเลาะกับเค้าบ้างในบางคราว หรืออาจจะทุกๆ วันของชีวิตคุณ

เป็น ความจริงที่เราไม่รู้เลยว่า เรามีอะไรอยู่จนกระทั่งสูญเสียมันไป และก็จริงอีกเช่นกัน ที่เราไม่รู้ว่าเราพลาดอะไรไปบ้าง จนกระทั่งผลของสิ่งนั้นมาถึง . . . จง "อย่า ลืม" ให้อภัยตัวคุณเองสำหรับทุกความผิดพลาดในชีวิต และจงยอมรับผลของมันด้วยหัวใจของคุณ ความผิดพลาดอภัยได้เสมอสำหรับผู้ที่มองเห็นมัน แต่ไม่ใช่สำหรับทุกทุกคน

"อย่า" มอบ (ชีวิต) ความรักทั้งหมดให้กับใครสักคน แม้ว่าเขาจะรักคุณมากก็ตาม จงเหลือความรักส่วนหนึ่งไว้กับตัวคุณเอง เพื่อให้มันเติบโตและงอกงามเพิ่มขึ้นทุกวันทุกวันในหัวใจของคุณ

"อย่า" บังคับให้ใครพูดในสิ่งที่เขาไม่อยากพูด เช่นคำว่า "รัก" หรือ "ปฏิเสธ" และอย่าปิดหัวใจคุณด้วยการไม่รับรู้คำว่า "รัก" จากคนที่รักคุณสุดหัวใจ

จง "บอกลา" กับความพยายาม (รัก) ที่ท้อแท้และสิ้นหวัง แต่อย่าทำใจให้ "เลิกรัก" คนที่คุณยังคงรัก "ความรัก" ดีเสมอสำหรับหัวใจของคนที่เห็นค่าของมัน ซึ่งไม่ใช่กับทุกทุกคน ความรักยังคงมาเยือนเสมอ สำหรับผู้ที่มีความหวังและมีความศรัทธาในหัวใจ

อย่า มองคนจาก "คำพูด" เพราะนั่นอาจเป็นการแสดงที่หลอกลวง แต่จงมองคนที่เปลือกของหัวใจเพราะภาพลักษณ์ภายนอกมันไม่จีรังยั่งยืน

เรา อาจประทับใจใครใครได้ในเวลาเพียงชั่ววินาที แต่การค้นหาใครสักคนที่มีหัวใจตรงกันกับคุณอาจใช้เวลาเกือบทั้งชีวิต และคุณก็อาจ "ลืม" คนคนนั้นได้ในชั่วเศษเสี้ยวของหัวใจ ถ้าคุณพบว่า เขาไม่ใช่คนของคุณ จงเป็นคนที่อ่อนหวานและน่ารักสำหรับทุกบททดสอบของชีวิต ขอความกล้าหาญและเข้มแข็งจงมีอยู่สำหรับทุกเส้นทางชีวิตที่คุณได้เลือกแล้ว สำหรับความเป็นตัวของคุณเอง

หาก การใส่ใจใครๆ เป็นสิ่งที่ทำให้คุณต้องเจ็บปวด คุณก็เลิกเสียเถอะสำหรับการทำสิ่งที่ถูกใจสำหรับทุกทุกคน จงใส่ใจในตัวของคุณเองตามสิทธิ์ที่คุณมี ตามหน้าที่ที่คุณทำได้ ซึ่งมันไม่จำเป็นว่าต้องดีที่สุดถูกต้องที่สุดสำหรับทุกคน

จุดเริ่มต้นของคำว่า "รัก" อยู่ที่การให้อิสระกับตัวคุณเอง ในการสะท้อนภาพจริงของตัวคุณให้ปรากฎแก่คนที่คุณรัก แต่ก็อย่าให้ภาพของเขาเปลี่ยนแปลงความเป็นตัวคุณได้

คน ที่มีความสุขที่สุดคือคนที่สามารถทำสิ่งที่เรามีให้ดีที่สุด สำหรับตัวเราเองด้วยใจที่เป็นธรรมไม่ใช่ทำสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับทุกทุกคน หากคุณยังคงรู้สึกทุกข์ขอจงเปิดใจของคุณเองก้าวกลับสู่อดีตที่ผ่านมา เพื่อแก้ไขความรู้สึกที่ติดค้างในใจนั้น ขอจงกล้าที่จะเผชิญหน้ากับความผิดพลาดและความปวดใจที่มันได้เคยผ่านเข้ามาใน ชีวิตคุณ

คุณ ร้องไห้ยามคุณเกิด ดังนั้นจงมีชีวิตอยู่อย่างคนที่หัวเราะและยิ้มได้กับทุกวันของชีวิต สำหรับการเลือกเกิดไม่ได้ จงทำมันให้มีความสุข และมีค่าที่สุดสำหรับตัวของคุณเอง มิใช่เพียงเพื่อผู้อื่นเท่านั้น และมิใช่อยู่เพียง เพื่อรอ ให้วันนั้นให้มันมาถึงคุณ

เพราะชีวิต.. นับหนึ่งได้เสมอ

บางช่วงเวลาของชีวิต เคยรู้สึกบ้างไหมว่า "ตัวเองกำลังประสบกับความล้มเหลว"
ถ้าเคย ... ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะถ้ามีคำว่า "ความสำเร็จ" ก็ต้องมีคำว่า "ล้มเหลว"
เป็นของคู่กัน เพียงแต่ว่าคุณจะต้องรับกับสถานการณ์ความล้มเหลวแล้วลุกขึ้นสู้
อีกครั้งได้อย่างไร? ชีวิตนับหนึ่งได้ และเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ โดยยึดหลักง่าย ๆ
ไว้เตือนใจตัวเองว่า....

'๑' = ทำดีที่สุดแล้ว = '๑'
--------------------


คนที่ไม่เคยล้มเหลวคือคนที่ไม่เคยทำอะไรเลย คนที่ประสบความล้มเหลว
คือคนที่น่ายกย่องมากกว่า เพราะอย่างน้อยก็ได้ลงมือทำ อย่ากลัวกับ
ความล้มเหลวที่จะเกิดขึ้น เพราะมันจะเป้นบทเรียนและประสบการณ์อันยิ่งใหญ่
ให้เราได้เรียนรู้ว่า หนทางแห่งความสำเร็จอยู่ตรงไหน ... อย่างไร?
ให้คิดเสียว่า ... "เราทำดีที่สุดแล้ว"

'๒' = อย่ายอมแพ้ = '๒'
------------------


ไม่มีใครจะแพ้ตลอด และไม่มีใครจะเป็นผู้ชนะตลอดกาล ฉะนั้น จงอย่ายอมแพ้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการแพ้ใจตัวเอง ทุกครั้งที่คุณหกล้มหรือก้าวพลาด จงอย่า
ยอมแพ้ ให้ลุกขึ้นสู้และก้าวเดินต่อไปอย่างสง่างามอีกครั้ง แพ้อะไรก็แพ้ได้แต่
อย่าแพ้ใจตัวเองก็แล้วกัน เพราะถ้าเราแพ้ใจตัวเอง นั้นหมายถึงเราโดนน๊อคตั้งแต่
ยังไม่เริ่มชกแล้ว จงบอกกับตัวเองว่า หนทางแห่งชัยชนะยังรอคุณอยู่ข้างหน้า
ค่อย ๆ ตั้งสติ คิดอย่างมีสติ และรอบคอบ แล้วลุกขึ้นมาสู้อีกครั้ง

'๓' = นับหนึ่งถึงร้อย = '๓'
--------------------


ทุกครั้งที่ท้อถอย หรือหมดกำลังใจ ก่อนจะเดินถอยหนี หยุดคิดสักนิด ลองนับ
หนึ่งถึงร้อยก่อน อย่าตัดปัญหาด้วยการทิ้งปัญหา และหันหลังเดินจากไป นั่นไม่ใช่
วิธีการแก้ปัญหาที่ดี เพราะปัญหามันยังคงหมักหมมอยู้ตรงนั้น จงบอกกับตัวเอง
ให้อดทน..อดทน...และอดทน รอวันเวลาและโอกาสที่จะมาถึง แล้วค่อย ๆ เดิน
หน้าสู้ต่อไป

'๔' = เหนื่อยนักก็พักก่อน = '๔'
--------------------------


วันนี้อาจจะเหนื่อย และท้อแท้กับปัญหาที่เกิดขึ้น นั่นอาจเป็นสัญญาณที่ดีอย่าง
หนึ่งที่คอยเตือนให้เรารู้ว่า ถึงเวลาแล้วที่เราต้องหยุดพักเสียบ้าง
หยุดพักเพื่อที่จะทบทวนกับปัญหาที่ผ่านเข้ามาในชีวิต หยุดพักเพื่อถอยออกมา
หนึ่งก้าว แล้วมองย้อนไปมองดูปัญหาในอีกมุมหนึ่ง บางที่อาจทำให้เรามองเห็น
ปัญหาในมุมที่กว้างขึ้น
การหยุดพักไม่ได้หมายถึงการทำให้เราต้องยอมแพ้ หรือถอยหลัง แต่การหยุด
พักจะทำให้เราได้ชาร์ทแบตเตอรี่ หรือเติมกำลังใจให้เข้มแข็งขึ้น และมีเรียวแรง
ที่จะสู้กับปัญหาต่อไป

'๕' = หยุดคิดเพื่อทบทวน = '๕'
-------------------------


การหยุดคิดเพื่อทบทวนจะทำให้เราแก้ปัญหาได้ดีขึ้น เพราะบางทีการหมกมุ่นอยู่
กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งนาน ๆ อาจทำให้เรามองไม่เห็นปัญหา หรือวนอยู่กับปัญหานั้นซ้ำ ๆ
ซาก ๆ และถึงทางตันจนหาทางออกไมเจอ
อย่าลืมว่าในมุมมืดที่สุดก็ต้องมีมุมสว่างเล็ดลอดอยู่บ้าง ค่อยๆ คิด ค่อยๆ ทบทวน
แล้วเราจะค้นพบทางสว่างและหาทางออกเจอในที่สุด
๐ บางทีทางออกใหม่จะดีกว่าทางเดิมที่เราเคยเดินมาเสียอีก ๐


บทความดีๆ

'๖' = โอกาสต้องเป็นของคุณ = '๖'
-----------------------------


วันนี้ ... เวลานี้ โอกาสอาจยังไม่เป็นของเรา แต่วันข้างหน้าโอกาสต้องเป็นของ
เราไม่ช้าก็เร็ว อย่างน้อยตอนนี้เราก็มีเวลาอย่าเพียงพอที่จะเก็บเกี่ยวความรู้
ประสบการณ์ ความเชื่อมั่น และพลังใจที่จะฝ่าฟันอุปสรรคให้ประสบความสำเร็จ
ได้ต่อไป

'๗' = ต้องชนะ = '๗'
--------------


เมื่อเราเรียนรู้ที่จะแพ้ เราก็ต้องเรียนรู้ที่จะชนะด้วย ชัยชนะอาจไม่ได้มาง่าย ๆ
แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเราจะแพ้ตลอดไป "อย่ากลัวที่จะแพ้ และอย่าประมาท
กับชัยชนะที่จะมาถึง"
จงเรียนรู้จากบทเรียนของความพ่ายแพ้ และนำสิ่งนั้นมาเป็นหนทางสู้ต่อเพื่อให้ได้
มาซึ่งชัยชนะ เมื่อเราเคยแพ้ เรายิ่อมรู้ดีว่าวิธีที่จะนำมาซึ่งชัยชนะนั้นต้องทำ
อย่างไร? จงบอกกับตัวเองว่า เราจะต้องเป็นผู้ชนะให้ได้

'๘' = กล้าที่จะฝัน = '๘'
-----------------


คนที่ไม่เคยมีความฝันคือคนที่ตายแล้ว ไม่ผิดที่ทุกคนจะฝัน เพราะมนุษย์ทุกคน
ย่อมมีความฝัน และฝันของแต่ละคนย่อมแตกต่างกันออกไป
จงกล้าที่จะฝัน และทำสิ่งที่ท้าทายความฝันนั้น แต่อย่าทะเยอทะยานจนเกินความ
เป็นจริง จงก้าวทีละขั้น ก้าวช้า ๆ ก้าวอย่ามั่นใจ เพื่อทำให้ทุกความฝันของเรา
เป็นจริง

'๙' = คิดและวางแผน = '๙'
---------------------


จะถูกบ้างผิดบ้างก็ไม่เป็นไร แต่จงคิดและวางแผนของเราเสียแต่วันนี้บางทีความ
คิดของเราอาจจะเข้าทางใครสักคน หรือเป็นเรื่องที่ดีก็ได้ อย่าดูถูกความคิดของ
ตัวเอง อย่าคิดว่าความคิดของเราเป็นเรื่องประหลาด บางทีความคิดประหลาดอาจ
เป็นความคิดที่เข้าท่าก็ได้
อย่าลืมว่า ความคิดแปลก ๆ ใหม่ ๆ สามารถสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ในโลกมามากแล้ว
ลองคิดดัง ๆ แล้วบอกความคิดของเราให้คนรอบข้างได้รู้บ้าง บางทีความคิดดี ๆ
ของเราอาจจะเป็นของขวัญชิ้นโบว์แดงสำหรับโลกก็ได้ ใครจะรู้

'๑๐' = ไปให้ถึงเป้าหมาย = '๑๐'
-----------------------


มนุษย์ทุกคนต่างก็มุ่งไปสู่เป้าหมายแห่งความสำเร็จข้างหน้าด้วยกันทั้งนั้น จะไป
ได้ช้าหรือเร็วนั้น อยู่ที่วิธีการและแนวทางของแต่ละคน
กว่าจะถึงภูเขาที่สูงชันย่อมต้องเจอกับขวากหนามที่แหลมคม สติและสมาธีที่
มุ่งมั่นเท่านั้นที่จะทำให้เราเดินผ่านขวากหนามได้
ผู้ฉลาดเท่านั้นย่อมเรียนรู้ที่จะใช้ข้อผิดพลาดนั้นให้เป็นประโยชน์ และผู้ที่อดทน
เท่านั้นที่จะก้าวไปสู่ยอดเขาอันสูงชันได้
ยอดเขาสูงชัน ... ยิ่งสูงยิ่งหนาว แต่เราจะไม่เหน็บหนาวเพียงลำพัง ถ้าเราไม่
ลืมว่าบรรยากาศบนพื้นดินที่เคยเดินผ่านมานั้นเป็นอย่างไร

๐ ให้โอกาสและกำลังใจกับตัวเอง และจงบอกกับตัวเองเสมอว่า ๐

.......... ชีวิตนับหนึ่งได้เสมอ ..........

เรื่องของ โต๊ะ..กับเก้าอี้ ^-^


โต๊ะกับเก้าอี้ ก็คือเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่งในบ้าน
ที่แทบจะทุกบ้านต้องมี .....
แต่ละบ้านก็จะมีโต๊ะและเก้าอี้แต่ละแบบไม่เหมือนกัน
แตกต่างกันตามการใช้งานและฐานะของผู้เป็นเจ้าของ

โต๊ะกับเก้าอี้นั้นเป็นของคู่กันที่ไม่จำเป็นต้องใช้คู่กันในทุกครั้ง
บางทีเราอาจแค่ต้องการนั่งบนเก้าอี้
และบางทีเราก็อาจแค่ต้องการโต๊ะไว้วางของเพียงอย่างเดียว
แต่...ถ้ามันอยู่ด้วยกันก็จะดูสมบูรณ์แบบได้มากกว่า
และประโยชน์ใช้สอยมันก็จะมากกว่าด้วย

เหมือนกับผู้หญิงกับผู้ชายที่เป็นของคู่กัน
....อย่างไรอย่างนั้น


มีเพื่อนคนหนึ่งถามฉันต่อว่า

“ แล้วตกลงผู้หญิงหรือผู้ชาย ใครกันที่เป็นโต๊ะ ใครกันที่เป็นเก้าอี้ ”

ฉันตอบไปว่า

“ โต๊ะน่าจะเป็นผู้ชาย และเก้าอี้น่าจะเป็นผู้หญิง
เพราะโต๊ะสามารถมีเก้าอี้ ได้มากกว่าหนึ่ง
แต่ถ้าเมื่อไรก็ตาม ที่เก้าอี้ริจะมีโต๊ะมากกว่าหนึ่งจะดูไม่งาม
และสังคมจะรุมประนามทันที ” (ฮา)

แล้วเพื่อนคนเดิมมันก็ถามต่ออีกว่า

“ ก็แล้วจะมีโต๊ะสักกี่ตัวในโลกนี้ ที่มันอยากจะมีเก้าอี้แค่เพียงตัวเดียว ”

ฉันก็เลยตอบมันไปว่า


ก็โต๊ะเขียนหนังสือไงแก...แกเคยเห็นใครวางเก้าอี้ไว้ที่โต๊ะเขียนหนังสือ มากกว่าหนึ่งตัวกันบ้าง
ไม่เหมือนโต๊ะกินข้าวกับโต๊ะรับแขก พวกนี้เจ้าชู้ มีเก้าอี้ตั้งเยอะ
บางบ้านก็ 4 ตัว บางบ้านก็ 6 ตัวหรืออาจมากกว่า ”

“ อ๊ะ .. แต่โต๊ะเครื่องแป้งเค้าก็รักเดียวใจเดียวเหมือนกันนะ
..มีเก้าอี้ตัวเดียวเหมือนกัน ” มันเสริมให้

“ เออ..จริงว่ะ ”

“ อาจเป็นเรื่องของขนาดก็ได้มั้งแก..ก็โต๊ะกินข้าวน่ะมันมีขนาดใหญ่
มันก็เลยต้องการเก้าอี้มาก ๆ เพื่อมาเสริมบารมี
เหมือนคนรวย ๆ ชอบมีอีหนูเยอะ ๆ ไว้ประดับบารมี
ส่วนโต๊ะเขียนหนังสือ โต๊ะเครื่องแป้งน่ะ ขนาดมันไม่ใหญ่
เหมือนคนฐานะปานกลางไปจนถึงยากจน
จะมีเมียมากกว่าหนึ่งก็เลี้ยงไม่ไหว ”

มันอธิบายเสียยืดยาว แล้วฉันก็ฮาอีก ในความช่างคิดของทั้งมันและฉัน
มานั่งนึกแล้วก็อดขำไม่ได้ ในความเหมือนโดยบังเอิญระหว่างโต๊ะกับเก้าอี้
และความสัมพันธ์ระหว่างหญิงกับชาย

มาพูดถึงเก้าอี้กันบ้าง เพื่อนมันถามฉันต่อว่า

“ แล้วแกว่าเก้าอี้แบบไหนในโลกวะ ที่มันจะชอบมีโต๊ะมากกว่าหนึ่ง ”

มันเล่นเอาฉันคิดนานอยู่เหมือนกัน

“ ก็เก้าอี้ล้อเลื่อนไงวะ พวกนี้ชอบเลื่อนไปโต๊ะโน้น ย้ายมาโต๊ะนี้
เปลี่ยนโต๊ะอยู่เรื่อย ”

คราวนี้เปลี่ยนมาเป็นมันบ้างที่ขำ

“ เค้าเรียกมีรักสำรองเผื่อเลือกใช่ไหมแบบนี้ ” มันว่า

คงยุ่งน่าดูถ้าเก้าอี้ล้อเลื่อนมาเจอกับโต๊ะกินข้าว
เราก็เลยไม่เคยเห็นใครเอา เก้าอี้ล้อเลื่อนมาตั้งกับโต๊ะกินข้าวเลยสักที

มันก็คงเหมือนการที่แม่เหล็กขั้วเดียวกันมันจะผลักกันนั่นแหละ
เราเลยไม่ค่อยเห็นเท่าไหร่นัก
ที่ผู้หญิงไวไฟจะมาจับคู่กับผู้ชายเจ้าชู้

โดยมากถ้าอีกฝ่ายเจ้าชู้
อีกฝ่ายจะสงบสยบอยู่เสียมากกว่า
มันถึงจะอยู่ด้วยกันได้ ไปด้วยกันรอด

ในความสัมพันธ์ระหว่างคนสองคน
ฉันว่าเราไม่จำเป็นต้องเป็นโต๊ะกับเก้าอี้ที่สวยหรูงดงามมากมายอะไรนัก
แค่พอดูได้ ใช้งานได้ มันก็ไม่น่าเกลียดอะไรแล้วล่ะ
เอาแค่แบบโต๊ะเขียนหนังสือ มีโต๊ะหนึ่งเก้าอี้หนึ่ง
นั่งแล้วรู้สึกสบาย
ถ้าเหนื่อยนักก็ฟุบหน้าหลับตาพักได้

หรือถ้าจะสวยงามก็ขอให้มันดูสวยงามแค่อย่างโต๊ะเครื่องแป้ง
ที่ดูดีสวยงาม เพราะหมั่นดูแลกันและกัน
เป็นกระจกคอยสะท้อนซึ่งกันและกัน
อยู่ร่วมกันโต๊ะหนึ่งเก้าอี้หนึ่งอย่างเข้าใจ
อย่าให้ต้องเป็นเหมือนโต๊ะกินข้าว ที่ยิ่งใหญ่ร่ำรวย
แต่ก็ไม่สามารถดูแลเก้าอี้ที่มีได้อย่างทั่วถึง
กว่าจะแบ่งความห่วงใยมาใส่ใจแต่ละที
ก็คงต้องรอจนเหงาเฉาตายกันไปเสียก่อน

หรือไม่จำเป็นต้องสวยงามหรือหรูหรา ถึงขนาดโต๊ะรับแขก
ที่มีเอาไว้แค่เพียงอวดชาวบ้านที่ผ่านไปผ่านมา
ใครเห็นใครพบก็สบายใจ

แต่เก้าอี้ (โชฟา) นี่สิช้ำ
ต้องโดนโถมโดนทับไม่รู้จักเท่าไหร่
เพราะใคร ๆ ก็พากันแวะ

ถ้าจะมีความรักฉันอยากรักแบบโต๊ะเขียนหนังสือ
หรือโต๊ะเครื่องแป้งก็พอ ไม่ยิ่งใหญ่ ไม่หรูหรา
แต่อบอุ่นพอให้บ้านน่าอยู่อาศัย

ฉันว่าถ้าแท้จริงแล้วคนเราวัดคุณค่ากันจากภายในจิตใจ
โต๊ะกับเก้าอี้ก็คงไม่ต่าง
ตรงที่เราวัดคุณค่ามันจากประโยชน์ใช้สอยมากกว่ารูปลักษณ์ภายนอก
บางทีเก้าอี้อาจขาหักขาโยกไปบ้างนะ
ถ้าตั้งเองไม่ได้ก็ไม่เป็นไร อาศัยพิงโต๊ะเอาก็ได้
ก็ไหน ๆ เราก็คู่กันอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ

หรือบางที

โต๊ะอาจสึกมีรอยบิ่นรอยขีดข่วนไปบ้างก็ไม่เป็นไรหรอกนะ
เพราะเก้าอี้เค้าจะคอยบดบังให้เอง

ความจริงแล้ว
คนเรารักกันมันไม่ต้องการองค์ประกอบอะไรที่มากมายเลย
แค่หมั่นเติมเต็มซึ่งกันและกันก็พอแล้ว
เพราะโต๊ะกับเก้าอี้ที่ไม่เข้าชุดกัน
เมื่อจับมาวางคู่กัน
ประโยชน์ใช้สอยมันก็ไม่ได้ลดน้อยลงไป
แค่ความสวยงามมัน(อาจจะ)ลดน้อยลงไปเท่านั้นเอง

แล้วบ้านของคุณเองล่ะอยากให้มีโต๊ะกับเก้าอี้แบบไหนเคยคิดเอาไว้บ้างหรือ เปล่า.........

อับราฮัม ลินคอร์น เคยกล่าวไว้ว่า

“ คนเราจะมีความสุขได้เสมอทุกเมื่อถ้าตั้งใจจะให้ตนเองมีความสุข ”

ในความเป็นจริงเราไม่สามารถเลือกได้ดังใจเราทุกอย่าง
ถ้าคุณเป็นเก้าอี้
คุณไม่มีทางรู้ได้ในทั้งหมดทุกส่วนว่าโต๊ะของคุณเขาจะเป็นอย่างไร
คุณอาจไม่จำเป็นที่จะต้องชอบในทั้งหมดของโต๊ะของคุณ
และถ้าคุณเองเป็นโต๊ะ
คุณก็คงไม่มีทางที่จะพอใจในทุกส่วนที่เก้าอี้ของคุณมีเพราะความสมบูรณ์แบบ ที่แท้จริง
ไม่มีอยู่บนโลกใบนี้....
ฉันเชื่ออย่างนั้น หากแต่
ศิลปะสุดยอดของการอยู่ร่วมกันคือ

การให้อภัย

อะไรที่เค้าขาดไปบ้างเราก็หมั่นเติม
อะไรที่เค้าเกินไปบ้างเราก็เอามาเติมให้เราเอง
ถ้าเป็นแบบนี้เราจะสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างงดงามมากกว่าไหม

" ว่าไหม ? "

♣ ใครกันแน่ ... ที่ไม่เข้าใจในรัก ♣



...==...."ความรักเป็นอะไรที่ยากเกินเข้า ใจ"...==...

คนบางคน...มีรักแล้วก็สามารถมีรักอื่นได้อีก
แต่ ทำไม ...บางคน ...สามารถรักได้แค่คนๆเดียว

คนบางคน... บอกว่ารักคือการให้
แต่ทำไม ...บางคน ...บอกว่ารักคือทุกๆสิ่ง

คน บางคน ...มีรักเพื่อให้หัวใจชื่นบาน
แต่ทำไม... บางคน ...มีรักเพื่อความอบอุ่นในใจ

คนบางคน ...บอก หากรักแล้ว ไม่ได้รักกลับคืนมาก็เสียเปล่า
และทำไม ...บางคน ...ก็รู้ว่าเขาไม่รักก็ยังจะดั้นด้นไปรักเขา

แล้วตกลง..."คนบางคน "...หรือ..."บางคน"...กันแน่ที่ไม่เข้าใจในรัก

======.......... ความจริง แท้ที่จริงแล้ว........=======
ความหมายของคำว่า "รัก" มันอยู่ในความรู้สึกภายในใจของทุกๆคนอยู่แล้ว
เพียงแต่ว่า...มัน ไม่สามารถตีความออกมาเป็น "ตัวอักษร" ได้ ก็เท่านั้นเอง

วันพฤหัสบดีที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2553

เคล็ดลับกระชับรูขุมขน



เตรียมอุปกรณ์
1. ก้อนน้ำแข็งเย็นเจี๊ยบสักก้อนสองก้อน
2. กระดาษทิชชูเนื้อละเอียด หรือผ้าสะอาด

วิธี ทำ
1.ทำความสะอาดผิวหน้าให้เรียบร้อย
2.นำก้อนน้ำแข็งที่ เตรียมไว้ไปผ่านน้ำสัก 1-2 วินาที เพื่อให้น้ำแข็งสะอาดและละลายเล็กน้อยจนผิวสัมผัสเรียบขึ้น
3.นำก้อนน้ำ แข็งมาห่อด้วยกระดาษทิชชูสัก 3-4 ชั้น หรือผ้าบางๆ สัก 2 ชั้น เพื่อไม่ให้เย็นหน้าจนเกินไป
4.รอให้น้ำแข็งละลายพอชุ่มๆแต่ไม่แฉะ เพราะน้ำจะช่วยหล่อลื่นและเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวได้ด้วย
5.นำมาถูบนใบ หน้าเบาๆ จากศูนย์กลางหน้าออกไปด้านข้าง โดยเน้นบริเวณทีโซนและแก้มเป็นพิเศษ
-ทำครั้งละประมาณ 1-2 นาที
-ทำ อย่างน้อย 2 ครั้งต่อวัน คือหลังตื่นกับก่อนนอน
-ทำสัก 3 เดือน แล้วลองสังเกตความเปลี่ยนแปลงบนใบหน้าตัวเองดู


ข้อควรระวัง
- อย่าใช้น้ำแข็งที่ออกมาจากตู้เย็นใหม่ๆ สัมผัสผิวหน้าโดยตรงเด็ดขาด เพราะผิวหน้าที่บอบบางอาจจะปรับตัวไม่ทัน หรือถูกน้ำแข็งดูดจนพอง
- อย่าใช้น้ำแข็งที่สกปรก
- อย่ากดก้อนน้ำแข็งแรงๆ จนบี้ไปกับผิวหน้า เพราะอาจทำให้ผิวเย็นจนเกิดอาการช็อกหรือเป็นรอยได้

♣ แค่เพียงเพราะว่า ♣


แค่เพียงเพราะว่า ...


.
.


เพราะเคยรักและคาดหวังกับคน ๆ นึงมาก

เมื่อผิดหวัง ก็ย่อมเจ็บมากเป็นธรรมดา

และรู้ตัวเองดีว่า

ยังไม่สามารถเปิด ใจให้ใครได้อีกจนถึงทุกวันนี้

อาจจะเป็นเพราะ ...

ยังไม่ พร้อมและรู้สึกเจ็บทุกครั้งที่คิดถึงเรื่องเก่า ๆ


..


..
..


พอ มีใครสักคนที่รู้สึกดีเข้ามาในชีวิต

คนที่รู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่ ใกล้ ๆ

คนที่เข้าใจเราในทุกอย่าง

และคอยอยู่เคียงข้างเสมอใน วันที่เราต้องการกำลังใจ




แต่กลับกลายเป็นว่า ...

เรา กำลังพยายามปิดกั้นตัวเอง

โดยหาข้ออ้างจากความเจ็บช้ำในอดีต

ทั้ง ที่รู้ว่ามันไม่ยุติธรรมกับใครคนนั้นเลยสักนิด


..

..
..


บาง ครั้งก็ต้องปล่อยให้คนดี ๆ เดินหายออกไปจากชีวิต

ทั้งที่ใครคนนั้น เป็นคนดีและรักเรามาก

แต่เพียงเพราะหัวใจตัวเองมันร่ำร้องว่า



ยั ง รั ก ใ ค ร ค น ใ ห ม่ ไ ม่ ไ ด้ ....



อาจ จะดูเหมือนว่ากำลังโง่งมกับอดีตที่เรียกกลับคืนมาไม่ได้

แต่เพราะ หัวใจมันยังไม่พร้อม

ไม่พร้อมที่จะเปิดรับใครคนใหม่เข้ามาจริง ๆ


..

..
..


ขอบ คุณสำหรับความรู้สึกดีดี และวันเวลาดีดีที่มีต่อกัน

อยากจะบอกว่าขอ โทษที่ต้องทำแบบนี้

สักวันหนึ่งคุณจะเข้าใจฉัน


ว่า ...
การลืมใครบางคนที่เรารักหมดใจนั้น มันยากลำบากเพียงใด

♣ บางคราว... ที่ปวดร้าวกับความรู้สึก ♣





ทุกครั้งที่เดิน ผ่านที่ตรงนี้
เพียงแค่ช่วงขณะ..ที่รู้สึกเหมือนได้เห็นแผ่นหลังของเขา
ใน ใจโหยหา...ภาวนาให้เป็น..เหมือนที่ใจเรียกร้อง
เค้ายังคงนั่งอยู่ตรง นั้น..บนม้านั่ง
คอยอยู่เหมือนที่ผ่านมา




หันมองมา และส่งรอยยิ้มสดใส
แววตาเป็นประกาย.แสดงความ ดีใจ
เมื่อได้พบ…คนที่เค้าเฝ้ารอคอย

นึกไป.แล้วอมยิ้ม
เป็น ความรู้สึก อุ่นๆ ในใจ .
ในโลกของจินตนาการ ความฝัน
และความหวังที่ ริบหรี่

แต่.เมื่อมองด..ในโลกของความเป็นจริง
ไม่มีใครอยู่ตรง นั้น..ม้านั่งยาวก็ว่างเปล่า
ในใจเงียบเหงา..มีเพียงเรากับความฝัน

ได้ แต่ยิ้มเศร้าๆ ปลอบใจตัวเอง
เราจะเข้มแข็งได้อีกนานไหม.ไม่รู้. ตอบตัวเองไม่ได้
เพียงแค่ตอนนี้.กลั้นเก็บไว้ ไม่อยากให้.มีน้ำตา

เพราะ เมื่อสองตาเต็มไปด้วยน้ำ
ภาพที่เรามองเห็น จะพร่าเลือน
อย่างน้อยก็ ยังหวัง ว่าจะได้เห็นภาพในความทรงจำ
…..อีกสักครา….

วันพุธที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2553

วิธี "ลดพุง" แบบง่ายๆ (รึป่าว)


ท่าที่ 1

ท่าที่ 2

ท่าที่ 3

ท่าที่ 4

ท่าที่ 5

ท่าที่ 6

ท่าที่ 7

ท่าที่ 8

ท่าที่ 9

ท่าที่ 10

มาแล้ว Blackberry Bold 9700 White

แบล็กเบอร์รี่ โบลด์ 9700 รุ่นพิเศษสีขาว สมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดจากรีเสิร์ช อิน โมชั่น (ริม) โดดเด่นด้วยดีไซน์ล้ำสมัย มีพื้นผิวแบบมันวาว และตกแต่งด้วยหนังอย่างดีในส่วนด้านหลัง เปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพและฟังก์ชั่นการทำงานระดับสูง สามารถรองรับระบบเครือข่ายเทคโนโลยี 3G HSDPA ได้ทั่วโลก มาพร้อมหน่วยประมวลผลล้ำสมัย (ความเร็วสูงถึง 624 เมกะเฮิร์ตซ์) หน่วยความจำแบบแฟลชภายใน ขนาด 256 เมกะไบต์ ระบบ GPS และ Wi-Fi® ในตัว และจอภาพที่มีความละเอียดสูงเพื่อให้แสดงภาพได้สมจริงมีชีวิตชีวา พร้อมแบตเตอร์รี่ที่ใช้งานได้ยาวนานกว่าเดิม

สวยจนทำให้อยากเปลี่ยนเครื่องใหม่


สมาร์ทโฟนแบล็กเบอร์รี่ โบลด์ 9700 รุ่นพิเศษสีขาว เหนือชั้นด้วยประสิทธิภาพระดับไฮเอนด์ ดีไซน์หรูเฉียบ พร้อมคุณสมบัติพิเศษด้านการติดต่อสื่อสาร ขนาดกระทัดรัดน่าใช้งาน และเพิ่มประสิทธิภาพด้านมัลติมีเดียแบบครบครัน ด้วยกล้องดิจิตอลความละเอียด 3.2 ล้านพิเซล สามารถซูมย่อ/ขยายแบบดิจิตอล ฟังก์ชั่นออโต้โฟกัส การบันทึกภาพเคลื่อนไหว และเสริมด้วยหน่วยความจำภายนอก แบบ microSD/SDHD และซอฟต์แวร์ BlackBerry® Media Sync ที่ช่วยให้การซิงโครไนซ์ รูปภาพ เพลง จาก โปรแกรม iTunes® หรือ Windows Media® Player ไปยังสมาร์ทโฟนเป็นไปอย่างง่ายดาย และรวดเร็วทันใจ

สำหรับผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฟนแบล็กเบอร์รี่ โบลด์ 9700 สีขาว จะมีวางจำหน่ายในประเทศไทย ผ่านทางผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่อย่าง เอไอเอส ดีแทค และทรูมูฟ ตั้งแต่ปลายเดือนเมษายนนี้เป็นต้นไป ในราคาประมาณ 23,900 บาทข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ สามารถเข้าชมได้ที่
www.blackberry.com/th/bold9700

สีขาว ปะทะ สีตำ กินขาด!!


แต่เมื่อวันก่อนได้ไปลองหาเครื่องตัวจริงที่ Shop ของ AIS แล้ว แต่เค้าบอกว่าเครื่องตัวอย่างยังไม่มา (เลยอดไป) แต่ถ้าใครอยากได้ให้วางเงินจองกับเจ้าหน้าที่ไว้ก่อน จำนวน 1,000 บาท ส่วนของนั้นเค้าบอกว่าจะได้ประมาณ ปลายพฤษภาคม ส่วนราคา ผมว่าสูงไปหน่อย ใจเย็น ๆ รอเครื่องหิ้วกันดีกว่าไม่ครับ หรือมีอีกวิธีสำหรับคนใจร้อน ตอนนี้ตัวสีดำเค้ามีกรอบให้เปลี่ยนสีขาว แก้ขัดไปก่อน ประหยัดเงินในกระเป๋าได้เยอะเลยครับ!!

ความหมายของคำ "ด่า"

18 สาเหตุ ทำให้ไม่มีเรี่ยวแรง + อ่อนเพลีย

18 คำตอบ เวลาที่คุณรู้สึกไม่มีเรี่ยวแรง เวลาที่เราอ่อนเพลีย เรามักโทษความเครียดและการนอนน้อย แต่ยังมีสิ่งผิดปกติอื่นอีกที่สามารถสูบพลังจนหมดตัวคุณได้ โชคดีที่เรามีวิธีเรียกพลังใจและกายกลับคืนมา

1. ใช้โทรศัพท์มากเกินไป คุณจะเสียน้ำในร่างกายไปทางปากขณะพูด ซึ่งเป็นอาการที่เรียกว่า Phone-Fatigue ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่สำ หรับพนักงานตามศูนย์บริการลูกค้า อาการขาดน้ำทำให้เลือดแข็งตัวและลดปริมาณออกซิเจนในระบบที่เป็นตัวให้ พลังงาน ดังนั้น ถ้าคุณใช้โทรศัพท์นาน ควรดื่มน้ำมากๆ ระหว่างคุย

2. ความดันเลือดต่ำ ความดันเลือดต่ำคือสาเหตุใหญ่ที่คุณหมดแรง แพทย์ยังไม่รู้ว่าทำไม แต่เป็นไปได้ว่ามันทำให้เลือดส่งไปยังสมองไม่เต็มที่ ซึ่งอาจทำให้อ่อนเพลีย อาการที่พบได้บ่อยที่สุดในคนที่มีความดันเลือดต่ำคือ รู้สึกหน้ามืดเวลาลุกขึ้นปุบปับ หรือเวลายืนนานๆ ถ้าคุณมีอาการเหล่านี้ควรปรึกษาแพทย์

3. เล่นเน็ตดึกเกินไป ฮอร์โมนเมลาโตนิน ( Melatoni n) จะกระตุ้นให้เรานอนหลับ แต่แสงจากจอคอมพิวเตอร์อาจทำให้เราหลับยาก โดยเฉพาะเมื่อคุณกำลังดูสิ่งที่สนใจอยู่ ซึ่งทำให้คุณมักนอนดึก และมีเวลานอนหลับน้อยลง ให้คุณทำอย่างอื่นที่ผ่อนคลายกว่า เช่น อ่านหนังสือแล้วดูสิว่าคุณจะตื่นตัวมากกว่าเดิมในวันใหม่หรือเปล่า

4. กินอาหารไม่เต็มที่ การเฝ้ารออาหารจะเพิ่มปริมาณน้ำย่อย และทำให้เราดูดซับสารอาหารได้มากขึ้นที่มันเกี่ยวกับอาการอ่อนเพลียก็เพราะ การขาดธาตุเหล็กคือหนึ่งในสาเหตุของความอ่อนเพลียที่พบมากในผู้หญิง ดังนั้นไม่ว่าอะไรที่เพิ่มระดับสารอาหารให้คุ ณ ก็จะเพิ่มพลังใจและกายให้ด้วย

5. ไม่ออกกำลัง นักวิจัยพบว่าคนที่ออกกำลังอย่างน้อย 20 นาที แม้จะแค่อาทิตย์ละครั้งก็จะรู้สึกอ่อนเพลียน้อยกว่า คนที่ไม่ออกกำลังเลยประมาณ 30% ถ้าเห็นว่าออกกำลังเป็นเรื่องยากเกินไปให้คุณกินผักและผลไม้เพิ่ม คนที่กินผักผลไม้อย่างน้อย 4 – 5 จานต่อวันจะออกกำลังได้อย่างสบายๆ

6. อิทธิพลของเดือนเกิด ถ้าคุณเกิดเดือนธันวาคม หรือมกราคม จะอ่อนเพลียในช่วงเย็นมากกว่าคนที่เกิดเดือนมิถุนายน หรือกรกฎาคมที่จะขี้เซาในยามเช้า นักวิทยาศาสตร์บอกว่า การสัมผัสของแสงแดดยามเช้าประมาณ 15 นาที จะทำให้คนประเภทหลังตาสว่าง ส่วนกาแฟยามบ่ายจะเพิ่มพลัง ให้กับคนประเภทแรก

7. กรามแข็ง คุณสามารถใส่นิ้ว 3 นิ้วเรียงเป็นแนวตั้งเข้าปากพร้อมกันหรือเปล่า ถ้าไม่ได้ คุณคงมีปัญหาที่เรียกว่า โรค TMJ (TemporomandiBular Joint Disorder) แพทย์บอกว่ามันคือความไม่สมดุลระหว่างกล้ามเนื้อใกล้กราม และตำแหน่งของฟัน อาการทั่วไปคืออ่อนเพลีย และปวดหัว ปวดคอ หรือไหล่ ควรปรึกษาทันตแพทย์

8. ธรณีหน้าต่างสกปรก จากการวิจัยพบว่า 88% ของบ้านทั่วไปจะมีราขึ้นตามหน้าต่าง และการแพ้เชื้อราเหล่านี้เองคือ สาเหตุหนึ่งของความอ่อนเพลีย ใช้ผงซักฟอกทำความสะอาดและตรวจดูผ้าม่านอาบน้ำของคุณด้วยว่ามีราหรือเปล่า

9. ไม่ได้เอาผ้าห่มไปผึ่งแดด ระดับความขึ้นสูงทำให้ไรฝุ่นเติบโตได้ดี มันอาจกระตุ้นให้เกิดการอักเสบตามหลอดลมในปอด ทำให้หายใจติดขัดและนอนหลับไม่สนิท และเป็นสาเหตุของความอ่อนเพลียในวันต่อมา นำผ้าห่มผึ่งแดด เป็นประจำเมื่อความชื้นหมดไป ก็ไม่มี ไรฝุ่น

10. เชื่องช้า งุ่มง่าม ร่างกายจะใช้พลังงานมากขึ้นเมื่อคุณงุ่ม ง่าม เพราะปริมาณกลูโคสเข้าสู่สมองน้อยลง คุณเลยอ่อนเพลีย การผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่ตึงเครียดทำได้โดยเหวี่ยงแขนไปหน้าและหลัง สลับทีละแขน

11. อยู่ใกล้คนมองโลกในแง่ร้าย คนที่มองทุกอย่างในแง่ร้ายจะฉุดพลังคุณหดหายไปด้วย เพื่อลดอิทธิพลของพวกเขาให้จินตนาการว่า คุณกำลังใส่เสื้อคลุมสีดำเวลาคุยกันก็จะยับยั้งไม่ให้คุณดูดพลังแง่ลบจากพวก เขาได้

12. อยู่ใกล้เครื่องใช้ ไฟฟ้ามากเกินไป ขั้วบวกที่มาจากอุปกรณ์ อิเล็กโทรนิกส์ หรือเครื่องปรับอากาศอาจกระตุ้นให้เกิดฮอร์โมนที่ทำให้เราอ่อนเพลียและซึม เศร้า ให้เสียบปลั๊กตัว แปลงขั้วไฟฟ้าเพื่อเพิ่มระดับของขั้วลบที่เสริมพลังในอากาศ

13. ลืมดื่มกาแฟตอนเช้า ถ้าคุณไม่ได้ดื่มกาแฟยามเช้า พลังกายและใจอาจตกวูบในวันนี้ จากงานวิจัยพบว่าผู้ร่วมวิจัย 50% มีอาการอ่อนเพลียถ้าไม่ได้ดื่ม กาแฟถ้วยแรกของวัน ซึ่งมีถึง 13% ที่ไม่สามารถทำอะไรได้เลย

14. บ้าน รก ผู้เชี่ยวชาญด้านฮวงจุ้ยบอกว่ากองสิ่งของรกเกะกะจะทำ ให้สถานที่นั้นขาดพลังและกระตุ้นให้คุณขาดพลังไปด้วย คุณไม่ต้องถึงกับเก็บทุกอย่างในทันที แค่สะสางพื้นที่อาทิตย์ละครั้งก็ใช้ได้

15. ร่างกายมีปัญหา แม้ว่าการเจ็บหน้าอกคือสัญญาณหลักๆ บอกถึงอาการโรคหัวใจ แต่สำหรับเพศหญิงสัญญาณนั้นอาจเป็นความอ่อนเพลีย ซึ่งมีมากถึง 70% ที่ อ่อนเพลียภายในเดือนนั้น ก่อนหัวใจกำเริบ สัญญาณอื่นๆ อาจ รวมถึงการนอนไม่หลับ หายใจขาดห้วง อาหารไม่ย่อย และความเครียด 43% ของผู้หญิงไม่มีอาการเจ็บ หน้าอกเลย แม้โรคหัวใจจะกำเริบก็ตาม พบผู้หญิงวัยก่อนหมดประจำเดือนเป็นโรคหัวใจน้อยมาก แต่ถ้าคุณรู้สึกไม่ดีควรตรวจร่างกาย โดยเฉพาะถ้าคุณมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เช่น สูบบุหรี่ ความดันเลือดสูง คลอเรสเตอรอล สูง เป็นเบาหวาน หรือคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจ

16. กลั้นหาว การหาวเป็นวิธีธรรมชาติที่ร่างกายของเรากระตุ้น ให้เราตื่น นักจิตวิทยาบอกว่าการเคลื่อนไหวของ กรามจะบีบหลอดเลือดบนใบหน้า ซึ่งส่งเลือดไปยังสมอง การกลั้นหาวจึงเป็นการยับยั้งกระบวนการนี้ และทำให้คุณยิ่งง่วงนอนมากขึ้น

17. ใช้ชีวิตตามตาราง ตารางกิจกรรมที่เตือนคุณทุกอย่างว่า ต้องทำอะไรบ้าง คือตัวดูดพลังชั้นดี นักวิจัยพบว่าคนที่คิดว่าเขา ทำอะไรไปได้มากแค่ไหนมักจะอ่อนเพลียง่ายกว่า คนที่ทำสิ่งที่ต้องทำไปเรื่อยๆ

18. หมอนเก่าเกินไป ถ้าหมอนของคุณยวบยาบไม่แข็งพอ จะทำให้ลำคอของคุณไม่ได้ระนาบเดียวกับลำตัว ซึ่งไม่เพียงทำให้กล้ามเนื้อตึงตัวซึ่งทำให้คุณนอนไม่หลับแล้ว ยังไปกีดขวางระบบการหายใจเวลาคุณหลับด้วย ถ้าหมอนของคุณอ่อนนิ่มจนโอบรอบแขนคุณได้ก็ถึงเวลาซื้อใบใหม่แล้ว

ถ้าความรักมันใกล้จะหมด ทำไมไม่เติม





ความรัก... เมื่อมันเกิดขึ้นได้
มันก็ย่อมหมด ลงได้เช่นกัน
ถ้าเรารู้ว่าความรักของเรากับเขา
...ใกล้จะหมดลง...
ถามว่า เราจะปล่อยให้มันหมดแล้วหมดเลย
หรือจะช่วยกัน เติมเต็มหัวใจ
ให้มัน กลับมาเต็ม อีกครั้ง


ครั้งหนึ่งหัวใจของเราอาจว่าง เปล่า
เราอาจเคยเป็นคนที่ไม่มีความรู้สึกใดๆ มาวิ่งวันอยู่ในหัวใจ
หลาย คนอาจเคยใช้ชีวิตผ่านไปวันๆ จนเป็นเรื่องปกติ
แต่พอวันหนึ่ง เมื่อมีคนก้าวผ่านเข้ามาในหัวใจที่ว่างเปล่า
สิ่งที่เคยว่าง เคยโล่ง เคยไม่มีอะไร
กลับเป็นสิ่งที่ มีอะไรต่อมิอะไร เพิ่มเติมเข้ามา
นั่น คือความรู้สึกดีๆ ที่ถ่ายทอดจาก คนหนึ่ง ไปสู่ คนหนึ่ง
กลายมาเป็นความ รักในเวลาต่อมา

แต่หลายคนมักจะพูดเสมอว่า
ความสุขมักผ่านไปเร็วเสมอ
เหมือนกับที่เราเอง อาจไม่ทันได้รู้ตัวว่า
ความรัก...มันก็ค่อยๆ หมดลงได้เสมอ เช่นกัน

เวลา ที่เราอิ่มเอมกับความสุขที่อยู่รอบกาย
เรามักไม่ทันนึกถึงความไม่แน่นอน ที่อาจเกิดขึ้นได้
วันนี้รักกันมาก เรามีความสุขหยิบยื่นให้กันและกัน
ราว กับว่ามันไม่มีวันหมด หากเหตุการณ์เกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้
ไม่เหมือนเดิม ล่ะ จะทำยังไง

การยอมแพ้...ไมใช่ทางออก
การดื้อดึงที่จะรักษาความ รักเอาไว้...ก็ไม่ใช่การฝืน
หากเราทำทุกอย่างเพื่อให้ความรักที่เคยมุ่ง หน้าไปผิดทาง
กลับมาเข้าที่เข้าทางได้เหมือนเดิม
นั่นต่างหากคือสิ่ง ที่ดีที่สุด ที่เราควรช่วยกันทำ


เติมความรัก...ไม่ยากหรอก
เพราะทุกคนต่างก็เคย ทำมาแล้ว
แค่ทำเหมือนตอนแรกๆ ที่รู้สึกดีๆ ต่อกัน

อะไรที่ เคยทำให้เขาแล้วเรามีความสุข นั่นแหละคือสิ่งที่จะเติมเต็ม
บางคนมีความ สุขง่ายๆ เพียงแค่มีใครสักคนมาทำสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ให้
ไม่ต้องทำอะไรที่ ยิ่งใหญ่
เลือกทำสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่เขาพอใจ...แค่นี้ก็เป็นจุดเริ่มต้นดีๆ
ที่จะเติมเต็มความรักให้กลับมา สดใสเหมือนเดิม

อย่าปล่อยให้ความรักมันค่อยๆ หมดลง...
โดยที่เรา ไม่พยายามที่จะทำอะไรเลย
ลองย้อนถามตัวเองดูว่า...
สาเหตุที่สีของ ความรักมันจางลงนั้น เกิดจากอะไร
เราบ้างานมากไปหรือเปล่า?
เรา สองคนมีเวลาเจอกันบ่อยๆ เหมือนช่วงแรกไหม
หนังเรื่องล่าสุดที่ดูด้วยกัน คือเรื่องอะไร?
เคยไปเที่ยวไกลๆ ด้วยกันอีกไหม นับตั้งแต่คบกันเป็นแฟน



เมื่อ รู้ตัวแล้ว ก็เท่ากับรู้วิธีที่แต่ละคนจะเติมความรักของตัวเอง
การปล่อย ให้ความเร่งรีบในชีวิตประจำวัน
มาเบียดบังเวลาที่จะเอาใจใส่กันเป็น เรื่องอันตราย
อย่าคิดว่า ไม่เป็นไรหรอก
เขาไม่คิดมากหรอก
เพราะ ถ้าวันหนึ่งเขาเกิดเบื่อขึ้นมา...
จนความรักของเขาที่มีต่อเรา
ลด ปริมาณลง มันอาจสายเกินไปที่จะไปตามแก้ทีหลัง


หัวใจคน มันบอบบางกว่าที่คิด
อย่าปล่อยให้หัวใจมันว่างเปล่า เพราะขาดคนดูแล
เอาใจ ใส่กันเยอะ
เติมเต็มสิ่งดีๆ ให้กันบ่อยๆ
เพียงแค่นี้...ความรัก ระหว่างเรา
ก็ยังจะ เต็ม อยู่ในหัวใจของเขาตลอดไป

♣ ดูแลหัวใจตัวเองบ้างหรือเปล่า ?? ♣



เคยรู้สึกไหม ว่า . ..หมดกำลังใจกับคำว่า
...ความรัก...เมื่อหัวใจที่ให้เขาไปแล้ว
...กลับ ไม่ได้รับการดูแลเลย
จนมันกลายเป็นแค่
ละอองฝุ่นเล็กๆ ...ที่ไม่มีใครสนใจ





เคยรู้สึกไหมว่า...เหงาเหลือ เกินทั้งๆที่ยังมีเขาอยู่
แต่รู้ไหมล่ะว่า...เขายังมีเราอยู่หรือเปล่า
เจ็บ ไหม? ที่หัวใจอันบอบบางของเรา.....
....ถูกทำร้ายแบบนี้
รักเขามาก และยอมทนเจ็บกับมัน





ลองถามตัวเองดูนะว่า...เราได้ ดูแล...
หัวใจตัวเองบ้างหรือเปล่า
กลับมาเถอะ...เอาความรักและ
....หัวใจ อันบอบบางกลับมา
พักเสียบ้าง...พักที่ตัวเราเองนี่แหละ
เพราะไม่มี ใครที่จะรักดูแลเราได้ . . .
เท่ากับเราดูแลตัวเอง





อย่า ปล่อยให้ใจต้องปวดร้าว จนเยียวยาไม่ได้
อย่าให้เวลาสูญเปล่าไปโดยไร้ ประโยชน์
สู้กับตัวเองและหัวใจของเราให้ได้
สู้ต่อไปไม่ต้องท้อนะ ทุก ๆ คน . . .

+++ Hamster +++

+++ Playlist +++


MusicPlaylistRingtones
Create a playlist at MixPod.com

+++ coming soon +++