วันจันทร์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2553

การยืนอยู่ของคนบางคน

บ่อยครั้ง…
ที่โลกกว้างเกินความเป็น จริง
และบ่อย ครั้ง ที่ความเป็นจริงทำให้โลกหยุดนิ่ง
นิ่งจนน่าใจหาย




คนเราจึงต้องไขว่คว้า
หา ใครสักคนที่จะมาอยู่ เคียงข้างเพื่อที่จะรัก


เพื่อ ที่จะลดที่ว่างในใจให้น้อยลง
และเพื่อที่จะยึดหัวใจไม่ให้กว้างไปตาม แรงกระทบของชีวิต
ทำให้หัวใจรู้สึกเหมือนมีเพื่อน มั่นคง อบอุ่น




เพราะความรักแข็งแรง และมีพลัง
พอที่จะยึด หัวใจให้รู้สึกอย่างนั้นได้
จะสามารถป้องกัน หัวใจที่เปราะบาง ไม่ให้แตกหัก
และสามารถควบคุมโลกใบนี้ให้หมุนไป




ด้วยจังหวะที่ลงตัว พอเหมาะพอควร
ทำ ให้โลก…ไม่แคบ…และไม่กว้าง
มี พื้นที่เพียงพอที่จะให้ใครอีกคน เข้ามายืนอยู่ในชีวิต


บางที…
โลกของคนบาง คนก็หมุนได้
เพราะการยืน อยู่ข้าง ๆ ของคนอีกคน


จากหนังสือ Book for Gift…LOVE NO.1 With Love รักแท้…คือเธอ

สิ่งที่ไม่ควรทานขณะท้องว่าง

อาหารบางชนิดไม่ควรทานขณะท้องว่างเพราะอาจเกิดอันตรายต่อร่างกายได้ วันนี้เรามีอาหารที่ไม่ควรทานขณะท้องว่างมาบอก...

สิ่งที่ไม่ควรทานขณะท้องว่าง



- กล้วย เพราะกล้วยอุดมไปด้วยธาตุแมกนีเซียม การทานกล้วย ขณะท้องว่าง จะทำให้ปริมาณธาตุแมกนีเซียมในเลือดสูงขึ้น ทำให้สูญเสียสัดส่วนของแคลเซียมและแมกนีเซียมไป เป็นการยับยั้ง การทำงานของหลอดเลือดหัวใจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ อย่างยิ่ง

- ผัก การทานผักอย่างเดียวขณะท้องว่าง จะทำให้กระเพาะอาหารเกิดอาการผิดปรกติ

- นมและนมถั่วเหลือง แม้ว่านมถั่วเหลืองจะอุดมไปด้วยโปรตีน แต่จะเกิดประสิทธิภาพมากที่สุด เมื่อกระเพาะอาหาร มีสารอาหารประเภทแป้งอยู่ด้วย ดังนั้นในขณะที่ท้องว่างจึงไม่ควรทาน

- เหล้า หากดื่มเหล้าในขณะท้องว่าง จะไปกระตุ้นเยื่อบุกระเพาะอาหาร ทำให้เป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบ และเป็นแผลในกระเพาะอาหารได้

- น้ำตาลหรืออาหารหวาน ไม่ควรทานอาหารหวาน หรือน้ำตาล เช่น น้ำอัดลม ช็อกโกแลต เพราะหากทานขณะท้องว่าง จะทำให้โปรตีนรวมตัวกับน้ำตาลส่งผลต่อการดูดซึมโปรตีนทุกชนิด และลดสมรรถภาพการทำงานของระบบหมุนเวียนเลือดและไต

- ชา ที่ แก่เกินไป ชาทำให้กรดเกลือในน้ำย่อย ในกระเพาะอาหารเจือจาง ส่งผลให้การทำงาน ของระบบย่อยอาหารลดลง และเกิดอาการใจสั่น เวียนศีรษะ มือเท้าไม่มีแรง จิตใจไม่สงบ

- ลูกพลับ ไม่ควรทานลูกพลับในขณะที่ท้องว่าง เพราะกระเพาะอาหารจะหลั่งกรดเกลือออกมามาก หากไปรวมตัวกับยาง และสารแขวนลอยในลูกพลับแล้วจะทำให้เจ็บหน้าอก คลื่นไส้ และเป็นแผลในกระเพาะอาหาร

รู้อย่างนี้แล้ว เลือกทานอาหารให้ถูกที่ถูกเวลาจะดีกว่า.

วันอาทิตย์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2553

มุมหนึ่งของความคิด





"Bad day is just a day"

ไม่ต้องกลัวหรอกว่าวันร้ายๆ จะอยู่กับเรานาน
ตราบใดที่โลกยังหมุนอยู่ตลอดเวลา
ทุกอย่างที่ผ่าน เข้ามาก็จะต้องผ่านไปทั้งนั้น

จะเป็นไรไป หากชีวิตจะมีวันร้ายมากหน่อย
วันดีน้อยหน่อย ดีเสียอีกที่เป็นอย่างนี้
เรา จะได้เรียนรู้คำว่า "ชีวิต" ได้อย่างเต็มที่
ให้คุ้ม ค่ากับที่ได้เกิดมาเป็นคน


"Call of miss"

แค่ครั้งเดียวที่เราได้โทรหาใครบางคน
อาจ ทำให้หัวใจเปี่ยมล้นด้วยกำลังใจไปอีกยาวนาน
บางที call of miss ครั้งนี้อาจทำให้เช้าวันต่อไปของเรา
เป็นเช้าที่สวยงามที่สุด
ในรอบ หลายๆปีที่ผ่านมาก็ได้


"ความ เหงา...ไม่เคยทำร้ายใคร"

ความเหงา...มีสิ่งดีๆ บางอย่างซ่อนอยู่
ถ้าหากเราเรียนรู้ที่จะอยู่กับความเหงาให้เป็น
เรา ก็จะได้เห็นสิ่งนั้น

ความเหงา... เพียงต้องการให้เราลองฝึกที่จะอยู่กับตัวเอง
เพราะถ้าเราอยู่กับตัวเอง ยังไม่ได้
จะอยู่กับใครก็ไม่มีความสุข


"ไกลจากคนที่ทำให้เรารู้สึกไร้ค่า"

ดอกไม้ ที่งดงาม...ต้องถูกปักลงในแจกันที่เก่ากรุ
ความงดงามของดอกไม้นั้น... ก็อาจเลือนหายไป
หากเราเชื่อมั่นในคุณค่าของตัวเอง
เราก็จะเป็น ดอกไม้ที่งดงามที่สุดได้..แม้ไม่ต้องมีแจกัน


"ให้อภัย... ง่ายที่สุด"

ความ โกรธ...ก็เหมือนกับไฟร้อนที่สุมอกเรา
ถ้าไม่รีบเอาน้ำมาดับเสีย..ใจเรา คงมอดไหม้ไปในที่สุด

โกรธไป ก็เปลืองใจ
แก้แค้นไป ก็เปลืองเวลา
ให้อภัยเสียดีกว่า เพื่อตัวเราเอง


"อ้อมกอดของตัวเอง"

จะหากำลังใจ จากใครนั้น...แสนยากลำบาก
เห็นจะมีแต่กำลังใจจากตัวเองนี่แหละ ที่พร้อมใช้งานเสมอ
เข้มแข็งเสียทีแล้วจะรู้ว่าโลกนี้ไม่โหดร้ายเลย

♣ ทำนายนิสัย ตามวันเกิด ♣


ทำนาย นิสัยตามวันเกิด (1-31)

คนเกิดวันที่ 1
คุณมีประสาท สัมผัสที่ 6 อันเฉียบไว ยอดเยี่ยม ลางสังหรณ์
ก้อแม่นยำอยู่เสมอ คุณเกลียดความธรรมดา
จึงไขว้คว้าหาสิ่งแปลกๆ ใหม่ๆมาให้ตัวเองได้คลั่งไคล้อยู่เสมอ
ไอเดียที่แปลกใหม่ของคุณก้อมี อยู่อย่างเห
ลือเฟือ คุณจึงมักมีความคิดสร้างสรรค์ในสิ่งที่ชาวบ้านเขา
คาด คิดไม่ถึง แต่บางทีคุณจะรู้สึกเบื่อโลก และ
เบื่อคน แค่คุณมองตาอีกฝ่าย คุณก็รู้ว่า เขากำลังคิดอะไรอยู่
จึงทำให้คุณกลายเป็น คนขี้ระแวง และขี้หึง
เลยมักจะมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้ง กับคนรักบ่อยๆ ทั้งที่สิ่งที่คุณระแวง
ซึ่งคุณเชื่อว่าเป็นลางสังหรณ์อันดีเ
ยี่ยม ของคุณนั้น กลับเป็นเพียงความคิดมากจนเกินไปของคุณ


คนเกิดวันที่ 2
คุณไม่ชอบที่จะให้ใครมายุ่ง หรือมีส่วนกับวิถีชีวิตของคุณ
และคุณก็ไม่ชอบสนใจ เรื่องของใครด้วย แต่
เนื่องจากเป็นคนเข้าสังคมเก่ง และชอบเที่ยวแถมยังคุยสนุกด้วย
คุณ จึงมีเพื่อนมากมาย ทั้งที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่บ่อยครั้งที่คุณ
ทำอะไร โดยไม่คำนึงถึงคนอื่นๆ หรือทำอะไรที่เกินพอดีไปทั้งที่คุณ
เองก็ถือว่า นั่นเป็นสิทธิ์ของคุณ แต่คนรอบข้างเขาจะมองว่า
คุณเอาแต่ใจตัวเอง และไม่ค่อยน่าคบ ได้
นะ จากนิสัยที่ไม่จุกจิกจู้จี้ ทั้งยังเฮฮาถึงไหนถึงกัน
คุณจึงมีเพศตรงข้าม มาทอดสัมพันธ์ให้อย่างมากมาย
และในจำนวนนั้น ก็มีคนหลายๆแบบที่น่าสนใจ เสียด้วย
คุณจึงมักที่จะต้องกลุ้มใจ กับความโชคดีของตนที่มี
คนดีๆ มาให้เลือกมากเสียจนเลือกไม่ถูก


คนเกิดวันที่ 3
คุณเข้าสังคมเก่ง เลยมีเพื่อนเยอะ
นิสัยโดยทั่วไปของคุณก็ทำให้ใครต่อใคร พากันมาชื่นชอบ
และ อยากจะคบค้ากับคุณไปหมด นอกเสียจากว่า บางครั้งที่คุณหัวดื้อ
หัวรั้น ไม่ยอมฟังความคิดเห็นของ
ใครเลย ซึ่งอาจทำให้เพื่อนๆ พากันผิดหวังบ้าง ก็ได้
แต่ส่วนดีของคุณมีมากกว่า
จึงเป็นอันว่า ลบล้างกันไปได้ คุณอยากที่จะมีความรัก
ซึ่งตัวเองเป็นผู้คุมเกม และเป็นผู้นำตลอด ถ้าเป็น
ผู้ชายก็เข้าข่ายเผด็จการ แต่ถ้าเป็นผู้หญิง
ก็ไม่ค่อยให้ เกียรติคนรักเท่าไหร่ เขาขอแต่งงาน ก็มักเล่นตัว
อยู่นาน หรือถ้าเป็นผู้ชาย ก็ไม่ค่อยจะยอมขอใครแต่งงานง่ายๆ


คนเกิดวันที่ 4
คุณเป็นคนมีไฟเร่าร้อนรุนแรง กับทุกเรื่องอยากรู้ อยากเห็นไปเสียหมด
แต่ก็เบื่อง่ายกับเรื่องคบค้า สมาคม คุณเป็นคนรักจริง
เกลียดจริง ไม่มีวันที่จะทนคบกับคนที่คุณรู้สึกไม่ชอบ อย่างเด็ดขาด
นอกจากนี้ คุณยังเกลียด ความธรรมดา
และความจำเจ ชอบอะไรที่แปลกใหม่ น่าตื่นเต้น
และ อยู่เฉยๆ ไม่เป็น ต้องหาเรื่องไปไหนมาไหน ตลอดเวลา ก้ออีกนั่นแหละ
ที่ คุณจะรักง่าย แล้วก็หน่าย
เร็ว เวลารักก็จะรักอย่างหัวปักหัวปำ แต่ไม่นานหรอก คุณก้อจะเบื่อ
และมองหาคนใหม่ คุณจึงคบกับใคร
ไม่ได้ นานสักคน


คนเกิดวันที่ 5
คุณเป็นคนที่ มีความสามารถ และทำงานเก่ง ถ้าเป็นผู้หญิง
ก็เป็นผู้หญิงเก่ง ขนาดมีชื่อเสียง โด่งดังเลย
ละ หรือ ถ้าเป็นผู้ชาย ก็จะก้าวพรวดๆ สู่ชื่อเสียง และเกียรติยศ
ตลอดจนฐานะอันโดดเด่นในสังคม คุณ
ทนไม่ได้ที่จะต้อง เป็นผู้ตามใคร เป็นคนไวต่อ ความเปลี่ยนแปลงต่างๆ
และยังมีความคิดสร้าง สรรค์ด้วย
จึงสามารถสร้างสิ่งแปลกๆ ใหม่ๆ สิ่งแล้วสิ่งเล่า ออกมาป้อนสังคม
แม้เรื่องการแต่งตัวคุณ ก็ไม่มีพลาดจะนำสมัย และเนี้ยบตลอดกาล
คุณเป็นคนขี้หึงขี้หวง พอมีคนรักทีไร
คุณก็อยาก เป็นเจ้าข้าวเจ้าของ อีกฝ่ายขึ้นมาทันที
แถมยังหัวรั้น มีทิฐิมาก ปากอย่างใจอย่าง ฟอร์มจัด
เลยมักทำให้ พลาดโอกาสในเรื่อง ความรัก
หรือ สูญเสียคนรักไป อย่างน่าเสียดายบ่อยๆ


คนเกิดวันที่ 6
คุณมีไอเดีย และประสาทสัมผัสที่เป็นเลิศ
แต่กลับนำมาประยุกต์ใช้ได้ไม่เก่งและไม่ เต็มที่ ซึ่งคงเป็น
เพราะคุณยึดถืออยู่กับ อุดมการณ์ มากไป รวมทั้งเก็บตัวจนเกินไปด้วย
แต่เนื่องจากคุณ เป็นคนฉลาด
และสุขุม จึงไม่มีปัญหาในเรื่องอารมณ์ชั่ววูบพาไป แน่ คุณจะค่อยๆ
รักอย่างช้าๆ เงียบๆ บางทีรักเขาข้างเดียว เสียตั้งนาน
เป็นคนโรแมนติก และเป็นผู้ให้แบบมอบกายถวายชีวิต
ซื่อสัตย์ รักเดียว ใจเดียวเสียด้วย


คนเกิดวันที่ 7
คุณเป็นคนที่ อยากรู้ อยากเห็น ไปหมดเสียทุกอย่าง
เวลาที่ทุ่มกับอะไรแล้ว คุณจะลืมแม้กระทั่ง จะกินจะนอน
นิสัยของคุณในส่วนนี้ น่าชมเชยมาก
แต่ขอติงซักหน่อยตรง ที่คุณขี้เบื่อจังเลย คุณจะรักใคร่ ใหลหลง
กับคนที่คุณรู้สึกประทับใจ ในครั้งแรกที่พบกัน ไม่ต้องการที่จะศึกษา
หรือดูใจ อะไรกันล่ะ ส่วนคนที่คุณไม่ชอบหน้า เสียตั้งแต่แรกแล้ว
คุณก็จะไม่มีวันทำใจให้คบ หาสมาคม กับ เขาหรือเธอ ได้เลย
ไม่ว่าความรัก หรือการสมาคม คุณก็จะ รักจริง เกลียดจริง
และเก็บความรู้สึกไม่เป็นด้วย ถ้าได้ทะเลาะกัน
ก็ จะรุนแรง ขนาดมองหน้ากันไม่ติด อีกเลย


คนเกิดวันที่ 8
คุณสนอกสนใจ กับสิ่งรอบตัว ไปเสียหมด การคบค้าสมาคมของคุณ
ก็ขึ้นอยู่กับ การคล้อยตาม และเอาอก
เอาใจ อีกฝ่าย จนเข้าขั้นโปร่ยเสน่ห์ไม่เลือกที่ คุณร่ำรวยรอยยิ้ม
และเออออ ไปกับใครๆได้หมด ถึงจะมี
เรื่องไม่สบอารมณ์บ้าง คุณก็จะเก็บความรู้สึก เอาไว้ได้เป็นอย่างดี
คุณจึงเป็นที่รัก ของทุกๆคน คุณอาจ
จะอาภัพใน เรื่องนี้ซักหน่อย ตรงที่
มักจะได้รับรักจากคนที่คุณไม่ได้ชอบ เลยซักนิด
แต่คนที่คุณเก็บไปนั่งฝัน
นอนฝันเป็นแรมปีนั้น กลับไม่สนคุณเลย
จึงเกิดเหตุการณ์เดินสวนทางกันอย่างนี้เสมอ ส่วนความรักของตัว
คุณเอง ก็มักจะขึ้นๆลงๆเอาใจลำบากด้วย จนบางครั้ง
คุณ ยังไม่เข้าใจเลยว่า ชอบ หรือไม่ชอบใครกัน แน่..!?!?!


คนเกิดวันที่ 9
คุณเป็นคนเก่ง มักจะจัดการกับสิ่งต่างๆ ได้ด้วยดี
จึงทำให้ใครต่อใครพากันเชื่อถือ และหวังพึ่งพาคุณ แต่
เนื่องจากคุณเก่งไปหมดนี่เอง บางครั้ง คุณจึงอดที่จะ หยิ่งยโส
และหลงตัวเองไม่ได้ บางครั้ง คุณก็มั่น
ใจ ในตัวเอง มากเสียจนกลายเป็นประมาทเลินเล่อได้ ซึ่งจะพาให้คุณ
พบกับความ ผิดพลาดได้ นอกจากนี้ คุณยังเกลียดการถูกผูกมัด เป็นที่สุด
และจะให้ ความสำคัญกับการ ใช้
ชีวิตอย่างอิสระ และตามใจตัวเองมาก คุณมักจะมีความรักที่
แปลกแหวกแนว จนคนรอบข้างแทบช็อค คือ
ถ้าคุณ ชอบใครแล้ว คุณจะเหมือนคนบ้า
ที่ไม่ยอมคิดหน้าคิดหลังเลยกับคนรัก แม้จะมีปากเสียงกันค่อนข้าง
บ่อยครั้ง และรุนแรง แต่ก็ปรับความเข้าใจกันได้ ในทันที


คนเกิดวันที่ 10
คุณเป็นคนคิดอย่างรอบคอบเสีย ก่อน จึงลงมือทำ
จึงไม่ค่อยพบความผิดพลาดเท่าไหร่ แต่ด้วยความ
ขี้ ระแวงของคุณที่มีมากจนเกินไปนี่แหละ ที่ทำให้คุณ เบรกตัวเองบ่อย
เกิน ความจำเป็น เลยทำให้คนรอบข้างรู้สึกว่า คุณค่อนข้างเป็นคน
ขวางๆทั้งที่ โดยปกติแล้ว คุณก็ร่าเริง และ คบกับใครได้
ไม่เลือกที่รัก มักที่ชัง ดูคุณสงบเสงี่ยมแบบนี้ เวลามีความรัก
คุณจะเปลี่ยนเป็น คนละคนเลย และ คุณ
อาจจะพบรักกับคนที่ใครๆ คิดไม่ถึง หรือไม่ก็ พบรักแบบกะทันหัน
หลัง จากไปเที่ยวแค่ 3 วัน 5 วัน คือ มักจะมีความรักที่ บังเอิญ
และน่า เซอร์ไพรส์


คนเกิดวันที่ 11
คุณมีความป็นผู้นำ อย่างเต็มเปี่ยม แม้บางครั้ง จะค่อนข้าง
ถือเอาความคิด และความต้องการของตัว
เองเป็นใหญ่ก็ตาม แต่เนื่องจากคุณมีความสามารถ
และ เป็นคนที่เชื่อมั่นในตัวเอง จึงเป็นที่เกรงอกเกรง
ใจ และเชื่อถือของทุกๆคน พวกเขามักจะยอมให้กับความหัวรั้น
ของคุณอยู่เสมอ
เพราะ เชื่อว่าทำตามที่คุณบอกแล้ว จะไม่มีคำว่าผิดหวัง
คุณจึงกลายเป็นคนที่ น่าสนใจเพราะมีบุคลิกที่โดดเ
ด่น นั่นเอง คุณเป็นคนรักจริง เกลียดจริง ถ้าไม่ชอบใครแล้ว
คุณจะไม่ยอมแม้แต่จะคุยด้วย คนที่คุณคบอยู่
นี้ เป็นคนที่คุณเลือกแล้วทั้งสิ้นว่า คุณพอใจ นอกจากนี้
ถ้าคุณถูกนอกใจ
หรือ ทรยศหักหลัง คุณจะต้องหาทางแก้แค้น อย่างแน่นอน


คนเกิดวันที่ 12
คุณเป็นคน มีมนุษยสัมพันธ์เป็นเยี่ยม
เป็นคนเด่นที่อยู่ที่ไหน
ก็มีแต่คนชื่น ชม แถมยังอดทึ่ง กับความหัวไว
ฉลาดปราดเปรื่อง และ มีความคิดที่แหวกแนว ไม่เหมือนใครอีกด้วย
แต่เสียอยู่หน่อย ตรงที่คุณขี้เบื่อ
และไม่มี ความแน่นอน เลยทำให้คนรอบข้างเดือดร้อนได้บ้าง ในบางครั้ง
คุณเป็นยอด นักรักที่มักเที่ยวไปต
กหลุมรัก ใครต่อใครอยู่เสมอ ซึ่งก็มักสมหวังในรัก เสียด้วยซิ
คุณจะหลงรักคนที่ มีรสนิยมดี และไม่เคย
พอที่จะมีคนรัก เพียงคนเดียว แม้ความรักของคุณ จะเร่าร้อน รุนแรง
และก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็ว แต่
ก็อยู่ได้ไม่ยั่งยืนนักนะ


คนเกิดวันที่ 13
คุณเป็นตัวของตัวเองมาก มากเสียจน ไม่ค่อยจะสนใจ อะไรรอบๆข้าง
แต่ถ้าหาก ต้องมีการแบ่งพรรค
แบ่ง พวกหรือเข้าข้างฝ่ายใดแล้วละก้อ คุณก็จะเลือกเข้าฝ่ายที่เป็นต่อ
แต่คุณ ก็ใช่ว่าจะฉลาดแกมโกงไปเสี
ยหมดหรอกนะ โดยปกติแล้ว
คุณเป็นคนที่มี น้ำใจ และขี้สงสารอยู่ไม่น้อย
เพียงแต่ ผลประโยชน์มันมีความ
หมาย กับคุณมากกว่าสิ่งอื่นใด นั่นเอง จินตนาการของคุณ ก็เลิศล้ำ
ไม่เหมือน ใคร และยังจะชอบที่จะ ลงมือกระทำทันทีด้วย คุณจะไม่มีวันแยแส
หรือเห็น อกเห็นใจคนที่ มา
หลงใหลคุณ แต่ตัวคุณเองไม่ชอบขี้หน้าฝ่ายนั้นแน่ๆ เรื่องความรัก
คุณไม่มีวันใจอ่อนเช่นเดียวกัน แต่ถ้าคุณ
เกิดรู้สึก รักใครละก้อ คุณจะถึงกับเบรกตัวเองไม่อยู่เลยทีเดียว
หลังจากที่คุณชั่ง ตวง วัด และคำนวณ
แล้ว ว่า คนนี้คือ คนที่คุณเลือก


คนเกิดวันที่ 14
เห็นคุณทำหน้าเศร้าอยู่ดีๆ สักครู่ก็หัวเราะลั่นเสียแล้ว
ถ้าใครรู้จักคุณมาก่อน ก็ไม่แปลกเลย
เพราะ อารมณ์ของคุณขึ้นได้สูงสุด และลงได้ต่ำสุด
ในเวลาที่ใกล้เคียงกันมาก จนใครต่อใคร
เอาใจคุณไม่ถูก และรู้สึกว่า
คนอย่างคุณเข้าใจยาก
คุ้ม ดีคุ้มร้ายไม่มีใครสามารถจะคาดการณ์ หรือเดา
ได้เลยว่า คุณกำลังคิด หรือต้องการอะไรอยู่ ทั้งที่ตัวคุณเอง
ก็เป็นคนเอาจริงเอาจังดี
กับ ทุกๆ เรื่อง กว่าคุณจะรักใครนั้น ต้องใช้เวลามาก
แต่เมื่อนึกชอบแล้ว คุณจะรุกไม่ยาก
ตามตื้ออีกฝ่ายโดยไม่รู้จักเหน็ด จักเหนื่อย ต่อให้อีกฝ่ายปฏิเสธคุณ
คุณก้อจะไม่ยอมตัดใจ
หรือเลิกราง่ายๆหรอก


คนเกิดวันที่ 15
คุณเกลียดการพึ่งพา คนอื่น
และ การถูกบังคับให้อยู่แต่ในกรอบเป็นที่สุดแต่คุณจะชอบผจญภัย
และสัมผัสกับ
สิ่งท้าทายใหม่ๆ อย่างกล้าหาญ ถึงจะมีอะไรโอเวอร์บ้าง
แต่คนรอบ ข้างก็ไว้เนื้อเชื่อใจ และยกให้คุณ
เป็นคนสำคัญของกลุ่ม เนื่องจาก คุณเป็นคนที่ชอบ ความตื่นเต้น นี่เอง
จึงทำให้คุณมีรักต้องห้ามได้ ง่ายอย่าง เช่น
รักคนที่มีเจ้าของแล้วหรือคนที่ไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะ เป็นคนรัก
ของคุณได้ แต่ยิ่งห้าม ก็เหมือนยิ่งยุ คุณจะวิ่งเข้าชนเต็มที่
เมื่อคุณถูกคัดค้าน หรือถูกห้ามปราม นอกจากนี้
คุณ ยังเป็นคนที่ เสน่ห์แรง แต่ไม่รู้ตัวเท่านั้น


คนเกิดวันที่ 16
คุณเป็นคน โอบอ้อมอารี มีจิตใจงดงาม และชอบช่วยเหลือคนอื่น
แต่บางทีก็มากเกินไป จนกลายเป็น
ชอบ ยุ่งเรื่องชาวบ้าน ดูผิวเผิน คุณจะเป็นคนเงียบๆ เฉยๆ แต่พอเข้าตาจน
คุณ กลับมี ความกล้าและใจ
ป้ำเสียจน คนรอบข้างอ้าปากค้าง ด้วยความตกใจ
และ จินตนาการของคุณก็แปลกแหวกแนวเหลือเกินด้วย
ซิ คุณมักจะ มีความรักที่ เรียบง่าย ไม่หวือหวา แต่เป็นความรักที่
เปิดเผยสดชื่นเหมือนเป็นเพื่อน กันมากกว่าคนรักที่จี๋จ๋า หวานจ๋อย
และความรักของคุณ ก็มักจะพัฒนามา
จาก ความเป็นเพื่อน ตลอดจนความใกล้ชิด
กันด้วย


คนเกิดวันที่ 17
คุณเป็นคนร่าเริง มีอารมณ์ขัน และเต็มไปด้วยไฟในการทำสิ่งต่างๆ
คุณมักไม่ยึดติดกับ เรื่องหยุมหยิม น่า
รำคาญ เป็นคนใจกว้าง ไม่ชอบอยู่นิ่งเฉย เป็นพวกพฤติกรรมนิยม
แต่ มักจะใจร้อน
ซุ่มซ่าม และขี้โมโห จนสูญเสียความเชื่อถือ จากคนอื่นๆ
อย่าง น่าเสียดาย ถ้าคุณชอบใครแล้ว คุณจะไม่
สนเลยว่า อีกฝ่ายจะชอบคุณด้วยหรือเปล่า คุณจะเดินหน้าท่าเดียว
จนทำให้เขา หรือเธอ แทบทนไม่ได้
ต่างคนต่างจะชอบกันก็แล้ว แต่หากว่า เวลาที่คุณอยู่ด้วยกันนั้น
คุณตั้งท่าแต่จะ ทำตามสิ่งที่ตัวเองชอบ
และ ต้องการ จึงมักจะขัดแย้งกับคนรักบ่อยๆ นอกจากนี้
คุณยังเป็นประเภทรัก ง่าย หน่ายเร็วด้วยนะ...


คนเกิดวันที่ 18
คุณเป็นคน ตรงไปตรงมา ไม่มีการเสแสร้ง หรือปรุงแต่งกิริยาใดๆทั้งสิ้น
คุณเกลียดการป้อยอ และโปรย
เสน่ห์ ไม่เลือกที่เลือกทางเป็นที่สุด ไม่ชอบอยู่ในกรอบ
ที่ คนอื่นตีล้อมเอาไว้ รักอิสระมากเสียจนต้อง
สะดุด และพบกับความผิดพลาดไม่น้อย นอกจากนี้ คุณจะพูด และแสดงออก
กับทุกๆคน อย่างตรงไปตรงมา ชอบก็บอกว่าชอบ เกลียดก็บอกว่าเกลียด
อ้อมค้อมไม่เป็น โกหกไม่เป็น
แต่คุณไม่ค่อยเกลียดใครหรอก ในเมื่อคุณเป็นคนจริงใจแบบนี้ แม้บางครั้ง
จะขวานผ่าซากบ้าง แต่ใครต่อ
ใคร ก็รักใคร่ชอบพอคุณนะ คุณเปิดเผย และสนิทสนมได้กับทุกคน
ใจดีอ่อนโยน และเอาใจเขามาใส่ใจ
เรา อยู่ตลอดเวลา แม้จะไม่โปรยเสน่ห์เรี่ยราด ก็เนื้อหอม
ในสายตาของเพศตรง ข้ามเสมอ จึงมักถูก
เข้าใจผิดในเรื่องความรัก บ่อยครั้ง


คนเกิดวันที่ 19
คุณเป็นคนสง่างาม และสมบูรณ์แบบ เป็นผู้ดี และสุขุม เยือกเย็น
จึงทำให้ใครต่อใคร พากันเชื่อถือคุณ
และอดอิจฉาคุณไม่ได้ คุณจะไม่ยอมฝืน หรือดันทุรังเด็ดขาด
แต่จะมีความยืดหยุ่น
และปรับตัวให้เข้ากับคน รอบๆ ข้างได้ เป็นอย่างดี เป็นคนใจดี มีเมตตา
เกลียดความไม่ดี ไม่ถูก ไม่
ควรทั้งหลาย และเป็นคนมีคุณธรรมอย่างมาก กับคนที่คุณรักแล้ว
คุณ จะมอบทั้งกาย และใจให้หมด มีความ
อ่อนโยน และเอาใจใส่คนรัก ไม่เคยขาด ซื่อสัตย์ และรักเดียวใจเดียว
คุณสามารถที่จะ ทุ่มเทให้กับคน
รัก ได้ทั้งชีวิต และยังสามารถ รักใครคนใดคนหนึ่ง ได้ตลอดไป
โดยไม่รู้สึก เบื่อหน่ายด้วย


คนเกิดวันที่ 20
คุณมีประสาทสัมผัสที่ เฉียบแหลม ไวต่อความรู้สึกต่างๆ แต่เก็บอารมณ์
ได้อย่างมิดชิด เป็นคนเรียบเฉย
ไม่ชอบ อะไรที่โอเวอร์ แต่ส่วนลึกของจิตใจแล้ว กลับทิฐิ และ
หลงตัวเองด้วย ก็เลยเป็นคนมีมานะ
และสู้สุดฤทธิ์ เลยแหละ เพื่อคนที่คุณรักแล้วละก้อ
คุณมีความกล้าอย่างเหลือเฟือ ชนิดคนรอบข้างคิดไม่ถึง
และจะมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับคนรัก ได้เร็วมากด้วย


คนเกิดวันที่ 21
คุณมองทุกสิ่ง ทุกอย่าง ในแง่ของความถูกต้อง และความเหมาะสมไปหมด
แทนที่ให้ความชอบของตัวเอง
เป็น ใหญ่ ในบางครั้ง นั่นคงเป็นเพราะคุณเป็นคนประเภท
นิยมความสมบูรณ์แบบ นั่นเอง คุณจึงเป็นคนคิด
มาก ใครพูดอะไร ก็เก็บเอามาคิด นอกจากนี้คุณยังมี
เอกลักษณ์อย่างโดดเดี่ยวซึ่งจะถูกมองได้ง่ายว่า
เป็น คนแปลกประหลาด แต่นิสัยโดยทั่วไปนั้น คุณเป็นคนอยากรู้ อยากเห็น
และมัก จะ มีความฝันอันยิ่งใหญ่
ซึ่งคุณจะไม่เสียดายเวลา และความพยายาม ที่จะทำให้ความฝันเหล่านั้น
เป็นจริงขึ้นมาเลย คุณมักจะไป
หลงรัก เอาคนที่คนรอบข้างแปลกใจ หรือไม่ก็ ถูกคนที่มีอายุมากกว่า มากๆ
มาหลง รัก นอกจากนี้ความ
รักของคุณก็อาจจะพัฒนามาจากความเป็นเพื่อนทีละนิดๆ นานวันเข้า
ก็กลายเป็นคนรักโดยปริยาย แต่จะไม่
มีรักแรกพบแน่ๆ สำหรับคุณ


คนเกิดวันที่ 22
แม้คุณจะไม่ค่อยพูด ค่อยจา แต่คุณกลับชอบ สิ่งที่ท้าทาย
และเปลี่ยนแปลง อยู่เสมอ คุณจะไม่มีวันทนได้
หรอก กับ ความซ้ำซากจำเจยิ่งไปกว่านั้น คุณยังไม่ชอบ ขอความเห็น
หรือความช่วยเหลือจากใครด้วย
คุณถือว่า ชีวิตคุณ คุณต้องเป็นคน ลิขิตเอง และคุณก็ยังมีสายตา
อันแหลมคมอีกด้วย สิ ถ้าคุณนึกรักใครแล้ว
คุณจะเดินหน้าทันที แต่คุณขี้หึง และชอบเป็น เจ้าข้าว เจ้าของ ตลอดจน
อยากที่จะผูกมัดคนรักเอาไว้
ชนิดดิ้นไม่ หลุด ยิ่งถ้าเจอคู่แข่งด้วยแล้ว ก็ยิ่งเหมือน
เติมเชื้อไฟให้คุณทันที บรื้อออออ


คนเกิดวันที่ 23
คุณเป็นคนที่ แสดงออกไม่เก่ง
หรือ ประชาสัมพันธ์ตัวเองได้ไม่ดีเท่าที่ควร ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพราะ
คุณไม่
ทราบ ว่าจะแสดงความเป็นตัวคุณ ให้ชาวบ้านเขารู้ ได้อย่างไรนั่นเอง
หรือจะพูด ไปอีกที คุณอาจจะไม่สน
ใจว่า ใครเขาจะมองจะคิดกับคุณยังไงก็ได้ คุณจึง ถูกเข้าใจผิด
ได้ง่ายในตอนต้นๆ โดยธาตุแท้แล้ว คุณ
เป็นคนร่าเริง แต่ในสายตาของ เพศตรงข้าม คุณคือคนที่ลึกลับ
เต็มไปด้วยปริศนา ชวนให้ศึกษา และค้นหาเป็นอย่างยิ่ง คุณหัวไว
และฉลาดเฉลียว เป็นอย่างมาก แต่
เพื่อนๆกลับรู้สึกว่า คุณเป็นคนที่เข้าใจยาก ไม่รู้ว่า ใจจริงของคุณ
คิดอะไรอยู่กันแน่
คุณมักไม่ยอมบอก หรือแสดงให้คนที่คุณรักรู้หรอกว่า คุณรักชอบอีกฝ่าย
แต่มักจะเฝ้าฝันถึง คนๆเดียว อยู่
นาน หลายปีดีดัก หรือชั่วชีวิต หรือไม่ก็ ไม่สามารถที่จะ
ลืมคนรักคนแรกได้ แต่คุณก็เอาจริงเอาจัง
และรับผิด ชอบ ในความรู้สึกของคนรัก คนปัจจุบัน
ซึ่งจะไม่มีวันนอกใจ
หรือทรยศ อีกฝ่ายได้เลย แถมคุณยังมีโชคในเรื่องลูก อีกด้วย


คนเกิดวันที่ 24
ดูเพียงผิวเผิน คุณจะเหมือนคนที่พูดน้อย และสงบเสงี่ยม แต่ที่จริงแล้ว
คุณเป็นคน ร่าเริงไม่น้อยทีเดียว
เพียงแต่ว่า ความร่าเริงของคุณ ค่อนข้างจะมีเงื่อนไข
คือมันจะถูกแสดงออก ตอนที่คุณอารมณ์ดีเท่านั้น
ถ้า คุณหงุดหงิด คุณจะน่ากลัว และไม่มีใครเข้าใกล้คนรอบๆตัวคุณ
จึงรู้สึก ว่า คุณคบยาก ซึ่งก็เป็นเพราะ
คุณใช้อารมณ์ตัวเองเป็นใหญ่ และแสดงออกอย่างตรงไป ตรงมา
จนเกินไปนั่นเอง ในตอนแรก คุณคง
แสดง ให้ใครรู้ได้ยากว่า คุณชอบอีกฝ่าย ส่วนอีกฝ่าย ก็หาจังหวะที่จะ
แสดงให้ คุณทราบ ไม่ค่อยได้เหมือน
กัน เพราะคุณเป็นคนประเภท ผีเข้าผีออก ก็เลยมักสวนทางกัน
แต่เมื่อเวลาผ่านไปคุณจะเป็นที่เข้าอก
เข้าใจ และรู้สึกชอบพอ ตลอดจนความคลั่งไคล้จากเพศตรงข้ามได้
เพราะที่จริงแล้ว คุณเป็นคนจริงใจ นั่นเอง


คนเกิดวันที่ 25
คุณเป็นคนที่ ชอบแสดงออก และชอบเป็นจุดเด่น อย่างแท้จริง
จึงดูเป็นคนที่ ค่อนข้างจะฉูดฉาด จัดจ้าน
และกะล่อนแต่ธาตุแท้แล้ว คุณเป็นคนแข็งแกร่งไม่ติดใจกับเรื่องจุกจิก
แต่มีความปรารถนาอย่าง แรงกล้า ที่จะเป็นผู้นำ
และทำให้คนอื่นคล้อยตามตนเอง ไม่งั้นคุณ จะหงุดหงิด
เป็นที่สุด ยิ่งถ้าอีกฝ่ายทำแข็งขืน กระด้างกระเดื่องกับคุณ แล้วละก้อ
คุณเป็นต้องโมโห ฉุนเฉียว อย่าง
ระงับไม่อยู่เลยแหละ อารมณ์คุณขึ้นๆลงๆ หลายใจอีกต่างหาก
เลยเที่ยวไปตกหลุมรัก คนนั้น คนนี้ทั่วไป
หมด แต่ก็ชอบอยู่ได้ไม่นานหรอก
มักมีอันจะต้องเปลี่ยน ใจไปชอบของใหม่ๆอยู่ร่ำไป นิสัยส่วนนี้นี่แหละ
จะทำให้คุณเสียโอกาส และเสียคนดีๆไป


คนเกิดวันที่ 26
คุณเป็นคนที่ สุขุมเยือกเย็น เอาจริงเอาจัง และไตร่ตรองอย่างละเอียด
ก่อนลงมือทำเสมอ
คุณเป็นคน รอบคอบ กว่าจะพูด หรือทำอะไรแต่ละอย่างทั้งที่ใจอยาก
แต่คุณก็จะใช้เวลา นาน คุณถือคติ
ปลอดภัยไว้ก่อน แม้จะมีเรื่องลำบากใจ คุณก็จะกัดฟันทน และจะมีความฝัน
ตลอดจน อุดมการณ์ที่ยิ่งใหญ่อยู่เสมอ ไม่เปลี่ยนแปลง ที่สำคัญ
คุณถือว่ามิตรภาพ และเพื่อน มีค่ามากกว่าสิ่งใดทั้ง
หมด กว่าที่คุณจะคบใครสักคน คุณจะต้องไตร่ตรอง และศึกษาคนๆ นั้น
อย่างถ่อง แท้เสียก่อน คุณไม่เรียกร้อง
อะไรที่เกินความสามารถจากคนรักเลย ตัวคุณเองก็แสดงออกตรง
กับใจเสมอ แม้จะมีความรักที่ไม่หวือหวา ตื่นเต้น แต่คุณจะค่อยๆ
รักมากขึ้น และลึกซึ้งขึ้น ทีละนิด


คนเกิดวันที่ 27
คุณมักจะลังเล และคิดมาก เกินความจำเป็น นอกจากนี้ ยังขี้ขลาด
และไม่เคยกล้าที่จะ ลองเสี่ยงกับ
อะไร เลย บางอย่างทั้งที่คุณทำได้ หากพยายามสักนิด
แต่คุณกลับประเมินค่าตัว เอง ต่ำๆ และตัดใจไม่
ยอมทำ เสียดื้อๆ คุณจึงมักพลาดโอกาส ดีๆ เพราะมัวแต่ มองโลกในแง่ร้าย
นี่เอง มิหนำซ้ำ ยังเจ้าน้ำตาอีกด้วย คุณไม่ค่อยจะมีโชค
ในเรื่องนี้เท่าไหร่เลย กับคนที่คุณชอบเขา เขา
ก้อ ไม่ชอบตอบ แต่กับคนที่คุณอยากจะหนีเขาไปให้ไกล
ก็กลับมาตื้อให้คุณรำคาญ อยู่ได้ รวมความแล้วความ
รักของคุณ มันลุ่มๆ ดอนๆ แม้จะมีรักพบได้ง่าย แต่ไม่เท่าไหร่
คุณก้อจะนึกปอด แล้ววิ่งหนีเสียก่อน


คนเกิดวันที่ 28
คุณเป็นคนที่มีจิตใจเปราะบาง และถูกระทบกระทั่ง
ได้ง่ายเสียจริงๆ
อะไรนิด อะไรหน่อย คุณก้อจะคิด
มาก และเศร้าโศก เสียใจได้ง่ายๆ คุณมองโลกในแง่ร้าย
เจออุปสรรค เล็กน้อย คุณก้อโอดครวญว่า ไม่
ไหวแล้ว ดูภายนอก คุณอาจจะเหมือนคนเย็นชา แต่ที่จริงแล้ว คุณใจดี
และมีน้ำใจนะเนี่ย เวลาออกเด
ทกับคนรัก คุณไม่สนใจเลยว่า อีกฝ่ายจะแต่งตัวยังไง แต่คุณจะเนี้ยบ
ตั้งแต่ศีรษะ จรดเท้าชนิดดารา
Hollywood ยังอายเลย กับคนรักแล้ว คุณจะเอาแต่ใจตัวเอง
และอ้อนคนรักมาก บางครั้งก้อมากเกิน ไปนะ


คนเกิดวันที่ 29
คุณเป็นคนที่มีความมานะ บากบั่นเป็นเยี่ยม แม้จะพบกับอุปสรรคใดๆ
ก็แล้วแต่ คุณไม่เคยย่อท้อที่จะ เอา
ชนะมัน นอกจากนี้ คุณยังเป็นคนคิดจริง ทำจริง ไม่ชอบอยู่นิ่งเฉย
ทั้งยังมีความรับผิดชอบเป็นอย่างดี
หนักเอา เบาสู้ คุณจึงพบกับความสำเร็จในบั้นปลาย
หลังจากที่เพียรพยายามมาเป็น เวลานาน คุณจะมอบ
กายถวายชีวิตให้กับคนที่คุณรัก คนรักของคุณมาเป็นที่ 1 เสมอ
คุณให้ความสำคัญกับคนรัก มากกว่าตัวเอง
เสียอีก คุณจึงมีความรักที่ยิ่งใหญ่ ก่อนคนในวัยเดียวกัน
และมักจะแต่งงานเร็ว ด้วยซิ


คนเกิดวันที่ 30
แม้คุณจะบริสุทธิ์ ไร้เดียงสา และโรแมนติก แต่การแสดงออกของคุณนั้น
ดูเป็นคนกระฉับกระเฉง และก๋ากั่น ด้วยนิสัยที่ขัดกันอยู่ในตัว ซึ่งคุณเอง
ก็ไม่เข้าใจตัวเองนี่แหละ ทำให้คนอื่นๆ ก็เข้าใจคุณยากหนักเข้า
ไปใหญ่ แต่ลึกๆแล้ว คุณช่างระแวดระวัง และมีความอดทนมาก
คุณจะมีความรัก ที่ยิ่งใหญ่ จนชาวบ้านตก
ตะลึงพรึงเพริด ถ้าคุณปักอกปักใจกับใครแล้ว ใครก็ตามอย่าได้มาห้ามคุณ
เสียให้ยากเลย คุณเชื่อมั่นใน
ตนเองเป็น ที่สุด และพร้อมเสมอที่จะ หนีตามกันหากผู้ใหญ่คัดค้าน WOW!


คนเกิดวันที่ 31
คุณเป็นคนที่มองโลกในแง่ดี
อย่าง เหลือเกิน จึงมักจะได้สัมผัสกับั้น
สิ่งที่น่ายินดี และชื่นใจ คุณชอบ และเก่งกับการทำให้คนอื่นๆ
พลอยมีความสุข
และสนุกสนานไปด้วย จึงเข้ากับทุกคนได้ดี และเป็นขวัญใจของใครๆ
ภายในกลุ่มแล้ว
คุณจะ เป็นที่เชื่อถือ ไว้วางใจ และเป็นที่พึ่งของทุกๆ คน
คุณเป็นคนที่หลง ระเริงกับ
ความรัก บางครั้งคุณอาจจะไม่ได้ชอบคนรักของคุณหรอก แต่คุณ
อยาก มีความรักต่างหากจึงแสดงออกว่า
คุณทั้งสองสวีท และรักกัน ปานจะกลืนกิน นอกจากนี้คุณยังมักจะพบกับ
ปัญหาที่ ไม่อาจจะลืมใครบางคนได้
แต่ เนื่องจากคุณเป็นคนที่มีเสน่ห์ และโรแมนติก
คนรักปัจจุบันจึงไม่อาจที่ จะหลงใหลคุณได้

วันศุกร์ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2553

♣ ลืม..รัก..ความเข้าใจ ♣




ใครว่ารอยแผลในใจคน แปร เปลี่ยนได้รวดเร็วราวดั่งสายลมที่กำลังพัดผ่าน แต่เปล่าเลยมันไม่ได้แปรเปลี่ยนไปไหน มันยังคงฝังรากลึกลงสู้ใจคนไม่มีวันจบสิ้น ไม่มีวันไปไหนเปรียบได้ดังคนรักหวงของก็ไม่ปาน


บางที่การลืมสิ่งใด ก็ไม่ได้ง่ายดายนักอย่างที่ปากว่า ไม่ว่าจะโกรธหรือเกลียดแค่ไหน คนเราก็ไม่ อาจที่จะลืมมันได้ลง ไม่เลยสักครั้งและก็เหมือนเก่า พูดแบบเดิม กระทำแบบเดิม เก็บของคนที่เราทั้งโกรธ แล้วก็ทั้งเกลียดเอาไปทิ้งบ้าง ทั้งที่รู้ว่าก็ทิ้งมันไม่ลง เผามันไม่ได้อยู่ดี




เพราะอะไรนะหรือ คำ ถามแบบนี้จะมีใครตอบแทนได้บ้างไหมนอกเสียจากร่างกายแล้วก็หัวใจตัวเองเท่า นั้นที่จะเป็นผู้ตอบ ใครหลายๆ คนอาจจะไม่ต้องการคำตอบ เพราะรู้ดีในสิ่งที่กระทำ รู้ดีว่ายังไงก็ยังรัก และลืมไม่ลง ยังไม่พร้อม ยังห่วงใย และทุกอย่างที่ร่างกายและใจจะสรรหาเอามาเพื่อเป็นเหตุผลและเกาะป้องกันตัว เอง




ความรักมักมาพร้อมเหตุผล แต่ไม่เคยมีคนไหนที่จะเข้าใจความรักได้ดีเท่ากับ การได้ลองรักกับใครสักคนที่เราพร้อมที่จะมอบความรักให้โดยไม่มีอะไรมาเป็น ตัววัดค่าของความรัก




แต่บางครั้งความรัก อย่างเดียวคงไม่พอสำหรับการใช้ชีวิตคู่ ต้องใช้ความเข้าใจซึ่งกันและกัน ด้วย และมันก็ยังคงต้องมีปัจจัยอะไรหลายๆ อย่างเข้ามาร่วมด้วย




ความรักเป็นเรื่อง ของคนสองคน ที่จะสามารถข้ามผ่านอุปสักนับร้อยและพันเพื่อที่จะเข้ามาใช้ ชีวิตร่วมกัน อย่าปล่อยให้อุปสักเพียงเล็กน้อยมาทำให้ชีวิตทั้งชีวิตหายไป เรียกร้องมันกลับคืนมา เพื่อต่อลมหายใจของเราให้ยาวนานที่สุกเท่าที่เราจะทำได้ เพราะมันไม่ใช่เรื่องน่าอาย ถ้าตอนนี้จะบอกว่า " รัก" กับใครสักคนที่อยู่ข้างกาย

♣ วันนี้...เหนื่อยเกินไป ♣


คน เรานี่....เห็นแก่ตัวเนอะ

แค่ความเหงา ขาดสติ ของตัวเอง
แล้วก็ทำ อะไรลงไป....

คนดี...ที่ไม่ใช่
คนที่น่าจะใช่...ก็ดันไม่เข้ามาซะ ที

คนที่เราทำเย็นชาใส่...ขอให้รู้เถอะ
ว่าเพราะเราเห็นแก่ความ รู้สึกของเค้า
ถ้าหาก"ไม่ใช่" เราก็จะทำให้เค้ารู้ทันที
เราก็ไม่กล้า ล้อเล่น กับความรู้สึกของคนที่จริงจังหรอก

แต่ถ้าเรารู้สึกได้ ว่าเค้าคงไม่ได้อะไรกับเรามากมาย
เดี๋ยวนี้ก็มีเยอะแยะ หยอดไปเรื่อย ๆ
เรา ไม่ว่ากันหรอก ทุกคนก็มีสิทธิเลือก
แต่เราเองก็อดไม่ได้ ที่จะปล่อยให้ความเหงาเข้ามาบงการบ้าง
เพราะเรารู้ว่า ไม่ว่าทำอะไรไป
มัน ก็ไม่มีผลอะไรมากมายกับเค้านักหรอก

คนเหงา...บางทีก็ทำร้ายคนอื่น
เหมือน ฆาตกรโรคจิตที่รู้ทั้งรู้...แต่ก็ยังทำ
รู้ตัวเองดีที่สุด ว่ามันไปต่อไม่ได้
แต่ก็ยังทำลงไป...เพราะแค่ความพอใจชั่วครู่
ที่ได้ รู้สึกว่ายังมีคนที่แคร์เราอยู่บ้าง

เหนื่อยแล้ว...
รู้ทั้งรู้ ว่าวันนึง ความรักมันก็คงต้องทำให้ใจเหนื่อย เสียน้ำตาอีก
แต่ก็ยังอดไม่ ได้...ที่จะรอคอยมัน
ยังอยากจะรัก เชื่อใจใครสักคน...ได้อีกครั้ง

ใบไม้หนึ่งใบ....กับผู้หญิงในหนังสือ





เพียงสายตาที่มองไปเจอต้นไม้ใหญ่ ทอดเงาลงสู่ผืนดิน
มอบความร่มรื่นให้แก่ธรณีที่ให้กำเนิด สายฝนร่วงอยู่ข้างนอกนั่น
ประดุจดั่งน้ำหล่อเลี้ยง ชีวิตที่แล้งล้าหลายต่อหลายชีวิต ธรรมชาติสร้างและทำสิ่งที่ดีทีสุดเสมอ
หัวใจ ก็เกิดคำถามแล้วความสงสัยก็เริ่มต้นขึ้น

จะใช้เวลานานเท่าไหร่นะ ที่ใบไม้สักใบ ดอกไม้สักดอก
จะผลิออกจากก้าน....เติบโต....เบ่งบาน.... เปลี่ยนสี....และร่วงหล่น

หนึ่ง วัน..... หนึ่งสัปดาห์..... หนึ่งเดือน..... หรือมากกว่านั้น

บาง ทีอะไรบางอย่างก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และจบลงอย่างรวดเร็วเช่นกัน
แต่ บางทีบางสิ่งอาจคงอยู่เนิ่นนานกว่านั้น

ถ้าเพียงเรามีเวลาสักนิด เวลาที่ยาวนานกว่านี้อีกสักหน่อย เพื่อที่จะมองดู สังเกต
เราคงจะตอบคำ ถามง่าย ๆ ข้อนี้ได้ แต่บางทีบางสิ่งเราก็อาจไม่มีเวลายาวนานขนาดนั้น
ไม่ มีเวลาจะสังเกตใบไม้สักใบ ใครสักคน และสังเกตหัวใจของตัวเอง ก่อนที่จะตอบคำถาม
เพราะคนถามเขารีบเร่งอยากได้คำตอบเหลือเกิน เราเองก็จำเป็นจะต้องตอบคำถามนั้นทันที

คำตอบของบางคนอาจถูกต้อง คำตอบของใครหลายคนอาจผิด เพราะเขาไม่มีเวลาสังเกตให้นานพอ

ถ้าจะให้ เปรียบเทียบฉันว่า "ผู้หญิงเป็นเหมือนหนังสือเล่มหนึ่ง"
หนังสือที่ผู้ชาย หลายต่อหลายคนอยากอ่านเพียงเพื่อต้องการรู้ตอนจบ
พวกเขามักอ่านผ่าน ๆ พอให้จับใจความได้ และรีบเร่งให้ถึงตอนจบอย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

ใช่ --ไม่ใช่ -- เป็น --ไม่เป็น --ได้ --ไม่ได้ --รัก --ไม่รัก

พวกเขาใส่ใจกับตอนจบเหล่านั้นจนลืมที่จะ เก็บรายละเอียดมากมายที่บรรจุอยู่ในหนังสือ
พวกเขารีบจนลืมที่จะเปิด หน้าหนังสือแต่ละหน้าด้วยความทะนุถนอม เขาคงลืมคิดไปว่าหนังสือนั้นบอบบางเพียงใด

ใครบางคนทำหนังสือหลาย เล่มฉีกขาด แต่เขาไม่มีความใส่ใจพอจะย้อนกลับมาปะรอยขาดนั้น
เมื่อเขา ได้อ่านมจนถึงตอนจบแล้วไม่ได้อย่างที่ใจหวัง เขาก็ทิ้งขว้างอย่างไร้ค่า
ใคร อีกหลายคนที่หยิบหนังสือขึ้นมา ....เปิดหน้าแรก....ข้ามไปหน้าสุดท้าย....ไม่ได้ดั่งใจก็วางไว้ดังเดิม

ฉัน ว่าผู้หญิงทุกคนคงจะรอคอยใครสักคน ที่จะหยิบหนังสือขึ้นมาด้วยความใส่ใจ
ตั้งใจ อ่านแต่ละหน้าอย่างใจเย็น ซึมซับบทกวีงดงามที่บรรจงเขียนด้วยถ้อยคำที่ไพเราะ
และค้นหาความหมายที่ แท้จริงของหนังสือเล่มนั้น

ฉันคิดว่ามันคงดีนะถ้าหากเราจะมีเวลาสัก ชั่วอึดใจ เพียงช่วงเวลาที่มากพอจะสังเกตใบไม้สักใบ
ผลิออกจากก้าน เติบโต เปลี่ยนสี และร่วงหล่น เพื่อให้ทั้งผู้หญิงและผู้ชายได้เรียนรู้
ทำ ความรู้จักซึ่งกันและกัน เพื่อคำตอบที่ถูกต้อง ตรงใจของทั้งสองฝ่าย
เพื่อ ที่จะได้เลือกคนมายืนข้างกายได้อย่างถูกต้อง

และถ้ามีคนตั้งคำถาม แก่ฉัน ฉันจะไม่เร่งรีบให้คำตอบใครในช่วงเวลาที่จำกัด
และถ้าต้องตอบ จริง ๆ คำตอบของฉันคือ ไม่ พร้อมกันนี้ฉันจะไม่มีความเสียใจ
แม้ว่าท้าย ที่สุดจะได้รับรู้ว่าใครคนนั้นคือ "คนที่ใช่" ก็ตาม เพราะฉันไม่อาจจะเอาหัวใจมาเสี่ยงได้

ฉันเชื่อว่า หนังสือทุกเล่มมีคุณค่าอยู่ในตัวของมันเอง
ถ้าหากว่าใครสักคนหรือหลายคน จะไม่เรียนรู้จัก....
ซึมซับเนื้อความที่ลึกซึ้งในนั้น นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าคุณค่าในหนังสือเล่มจะลดลง

นี่จึงเป็นสิ่ง ที่ฉันบอกตัวเองเสมอว่า "จงรออย่างยินดีและ เต็มใจจนกว่าจะเจอคน ๆนั้น"
คนที่รักในเนื้อความของ หนังสือมากกว่ารูปเล่มที่สวยงาม และตอนจบที่เป็นไปตามความคาดหมาย ถ้าหากในชีวิตนี้จะไม่มีโอกาสได้พบคนที่รักความเป็นหนังสือเล่มนั้น-- ความ เป็นฉันจริง ๆฉันก็ยังยินดีจะถูกวางไว้บนชั้นหนังสือตามเดิม ดีกว่าอยู่ในมือของคนที่พร้อมจะทำลาย

กำลังใจ กับการเติมเต็มชีวิต




หลายๆ ครั้งในชีวิตเรา เคยประหลาดใจไหมว่า ทำไมบางคนประสบเคราะห์กรรมซ้ำแล้วซ้ำเล่า หรือเป็นโรคร้าย จนหมอบอกว่าไม่มีทางรอด แต่เขาเหล่านั้น กลับสามารถยืนหยัดต่อสู้จนประสบความสำเร็จในชีวิต หรือมีอายุขัยที่ยืนยาวต่อมาได้ หรือทำไมพระมหาชนก จึงมีความเพียรพยายาม ที่จะว่ายน้ำข้ามมหานทีวันแล้ววันเล่า แม้จะยังมองไม่เห็นฝั่ง หรือทำไมนักกีฬาพิการ จึงสามารถเอาชนะความไม่สมประกอบของตน จนคว้าเหรียญทองมาได้ อะไรคือสิ่งที่ทำให้คนเรา มีความมานะบากบั่น และมีความตั้งมั่นที่จะฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ จนไปสู่เป้าหมายแห่งความสำเร็จได้ ถ้าจะบอกว่า สิ่งนั้น คือ "กำลังใจ" ของแต่ละคน เชื่อว่าหลายคนอาจจะนึกไม่ถึงหรือไม่ทันคิด

"กำลังใจ" แม้จะเป็นสิ่งที่มองไม่เห็น แต่ทุกคนก็สัมผัสได้ ถึงพลังอันสำคัญนี้ หลวงวิจิตรวาทการได้เขียนในหนังสือชื่อ กำลังใจ ว่าการที่คนเราจะเผชิญชีวิต หรือฟันฝ่าอนาคตให้ลุล่วงไปด้วยดีได้นั้น เราจะต้องมีกำลังถึง 3 ประการด้วยกัน คือ กำลังกาย, กำลังความคิด และกำลังใจ

กำลังกาย หมายถึง ความเป็นผู้มีอนามัยดี ร่างกายแข็งแรง ซึ่งเป็นความสำคัญเบื้องต้น

กำลังความคิด หมายถึง วิชาความรู้และมันสมองที่ดี

ส่วนกำลังใจ หมายถึง สมรรถภาพ(ความสามารถ) ของดวงจิต ที่เป็นเครื่องส่งเสริม และควบคุมให้ทุกสิ่งทุกอย่าง ดำเนินไปโดยเรียบร้อย เหมาะสม

กำลังกายเป็นเรื่องของร่างกาย กำลังความคิดเป็นเรื่องของมันสมอง และกำลังใจเป็นเรื่องของดวงจิตโดยตรง กำลังทั้งสามนี้ มีความสำคัญเท่าๆ กัน ผู้ใดก็ตามมีพร้อมทั้งสามกำลัง นาวาชีวิตของผู้นั้น ย่อมแล่นไปได้ดี และบรรลุถึงที่หมายได้ไม่ยาก แต่หากจะขาดหรือบกพร่อง ในเรื่องใดเรื่องหนึ่งแล้ว ท่านว่า ขออย่าให้เป็นเรื่อง ขาดกำลังใจ เพราะถ้าขาดกำลังใจแล้ว จะเอากำลังกาย หรือกำลังความคิดมาทดแทนกำลังใจไม่ได้เลย

ยก ตัวอย่างเช่น ชายคนหนึ่งทำการค้าล้มเหลว มีหนี้สินล้นพ้นตัว เมียตีจาก ชายคนนี้หากขาดกำลังใจ เขาก็จะรู้สึกท้อแท้ แม้จะยังมีกำลังกายดี มีกำลังความคิดที่จะใช้ความรู้ความสามารถ พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสได้อีกครั้ง แต่เขาก็จะไม่ทำ และปล่อยชีวิตให้จมปลักกับความทุกข์ และความโศกเศร้าอยู่ตลอดเวลา ตรงกันข้าม หากชายคนนี้เกิดเป็นโรคร้ายซ้ำ แต่เขายังไม่หมดกำลังใจ เขาก็ยังสามารถใช้สมอง สติปัญญา และพลังที่เหลืออยู่ ฮึดสู้กับโรคร้ายและโชคร้ายอย่างไม่ย่อท้อ ที่สุดเขาก็จะสามารถเอาชนะชะตากรรมได้ หรือถ้าหากเขาขาดกำลังความคิด คือไม่มีความรู้ในธุรกิจ จนต้องล้มเหลวครั้งแล้ว ครั้งเล่า แต่ถ้าเขายังมีกำลังใจอยู่ เขาก็จะมีใจไปขวนขวายหาความรู้เพิ่ม และมุ่งมั่นจนชนะอุปสรรคทั้งหลายได้

อีกตัวอย่างที่เห็นได้ง่าย คือ เรื่องของความรัก เราจะเห็นได้ว่า ชายหนุ่มหรือหญิงสาวหากอกหัก มักจะการขาดกำลังใจ ที่จะดำรงชีวิตอยู่ แม้จะมีความรู้ หน้าตาดี ร่างกายแข็งแรง แต่หลายคนกลับคิดไม่ตก หันไปทำร้ายตัวเอง หรือฆ่าตัวตายในที่สุด ในทางตรงกันข้าม ผู้ที่สมหวังในรัก ก็จะมีแรงใจที่จะสร้างเนื้อสร้างตัวจ นเป็นปึกแผ่น ดังนั้น จะเห็นได้ว่า ? กำลังใจ ? เป็นพลังที่สำคัญยิ่ง และมีส่วนช่วยขับเคลื่อนการดำเนินชีวิตของเรา ให้ไปสู่ความสำเร็จได้นานัปการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียน การทำงาน หรือความรัก ดังที่กล่าวมาแล้ว

โดยทั่วไปกำลังใจของคนเรานั้น จะมี 2 แบบ คือ

1. กำลังใจแบบที่เกิดขึ้นเอง มักเกิด ในสภาพจิตที่รุนแรง หรือเกิดจากความสะเทือนใจอย่างหนัก และมักให้โทษมากกว่าคุณ เนื่องจากเป็นกำลังใจที่เกิดจากอารมณ์ต่างๆ เช่น ความโกธร ความกลัว ความตกใจ ความเกลียด และความหึงหวง เป็นต้น กำลังใจที่ว่านี้ ท่านว่าเป็นกำลังใจที่โลดโผน เกิดขึ้นชั่วแล่น แล้วก็ดับหายไป เช่น ภริยาบางคนกลัวสามีมาก แต่เมื่อถูกทำร้ายมากๆเข้า ก็อาจโกรธจนลืมตัว และเกิดกำลังฮึดสู้ จนแทงสามีตายได้ หรือในเวลาไฟไหม้ ความตกใจ ก็สามารถทำให้บางคนยกของหนักได้ ทั้งๆ ที่ยามปกติทำไม่ได้ เป็นต้น กำลังเหล่านี้ ถือเป็นรูปแบบหนึ่งของกำลังใจ ที่เกิดขึ้นในชั่วขณะนั้น ซึ่งมักอยู่ไม่นาน และไม่ค่อยให้คุณ

2. กำลังใจแบบที่เราก่อให้เกิดขึ้น หรือสร้างขึ้น จะเป็นกำลังใจที่ให้คุณ และมีความยั่งยืนกว่า เพราะเกิดจากดวงจิตที่ตั้งมั่น จะมีชีวิตอย่างเป็นตัวของตัวเอง ไม่ปล่อยไปตามยถากรรม อีกทั้งเป็นเครื่องมือที่จะช่วยแก้ปัญหา ความยากลำบากในชีวิต และยังช่วยเพิ่มพูนกำลังกาย และกำลังความคิดได้อีกด้วย

ตามธรรมดา การที่จะรู้ว่าใครมี "กำลังใจ" หรือไม่ ย่อมต้องมีเหตุแสดงให้เห็น เช่น เมื่อเกิดปัญหาชีวิต เกิดโรคภัยไข้เจ็บ ฯลฯ คนที่มีกำลังใจ จะไม่กลัวและพร้อมจะต่อสู้เพื่อให้อุปสรรคเหล่านี้หมดไป หรือสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ โดยไม่ย่อท้อ ผิดกับคนที่ขาดกำลังใจ มักจะมีอาการตรงข้าม อันเนื่องมาจากเกิดความกลัว ความขลาดที่จะเผชิญปัญหา จึงเกิดวิตกจริต รู้สึกหดหู่ซึมเศร้าอยู่เป็นนิตย์ มองเห็นแต่ปัญหา หาทางออกไม่เจอ อย่างไรก็ดี กำลังใจเป็นสิ่งที่สร้างให้เกิดขึ้นได้ และทำได้หลายประการ ดังที่กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม จะได้ ยกตัวอย่างบางวิธีมาเสนอดังต่อไปนี้

ขจัดความกลัว โดยทั่วไปคนจะกลัว 4 เรื่องคือ กลัวผี กลัวคน กลัวภัยเฉพาะหน้า และกลัวเหตุร้ายจะมาถึง คนที่มีความกลัวอยู่ในนิสัยหรือที่เรียกว่า ?คนขลาด? นั้น ยากที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต แม้จะมีความพร้อมในด้านอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นความรู้ หรือทรัพย์สินเงินทอง ดังนั้น เราอาจจัดความกลัวได้ 2 วิธีคือ

วิธีของพระพุทธเจ้า พระพุทธองค์ทรงสอนว่า สิ่งที่ขจัดความกลัวได้ผลที่สุดคือ การแผ่เมตตาจิต ปลูกฝังไมตรีให้เป็นธรรมะประจำใจ เพราะทันที่ที่เรามีเมตตาจิต เราจะไม่กลัวสิ่งใดมาทำอันตราย เพราะเราจะคิดดีต่อผู้อื่นอยู่ตลอดเวลา จึงเสมือนมีเครื่องคุ้มกันภัย และคุ้มกันใจให้หายกลัว

ส่วนอีกวิธีคือ วิธีแบบจิตวิทยา เป็นการสอนวิธีขจัดความกลัว โดยให้เชื่อใน ความเป็นจริง คือ ให้รู้ว่าความจริงเป็นอย่างไร เช่น เรากลัวบางคน เพราะเราไม่รู้ว่าเขาเป็นอย่างไร แต่หากศึกษาให้รู้ประวัติ รู้นิสัยใจคอของเขา ก็จะหายกลัว เป็นต้น ความกลัวเป็นศัตรูร้ายแรงของกำลังใจ การฝึกขจัดความกลัว จะเป็นหนึ่งในวิธีสร้างกำลังใจโดยตรง ยิ่งเรากลัวน้อยลงเท่าไร เราก็ยิ่งมีกำลังใจมากขึ้นเท่านั้น

ขจัดความหวาดวิตก ซึ่งเป็นภัยร้ายที่ทำลายทั้งสุขภาพ และความคิด ดังนั้น เราจะต้องแก้โดยหัดมองโลกในแง่ดี คิดในทางบวก คิดว่าต้อง ?ทำได้? อยู่เสมอ เพราะหากเรามัวแต่กลัวปัญหาอุปสรรค และคิดว่าทำไม่ได้ ก็จะเกิดปริวิตก และทอนกำลังใจตนเอง อีกทั้งจะต้องหาอะไรทำอยู่เสมอ อย่าปล่อยตัวปล่อยใจให้ว่าง ความวิตกก็จะหมดไป เพราะมัวแต่ทำงานไม่มีเวลาไปคิดฟุ้งซ่าน ไร้สาระ

การเป็นตัวของตัวเอง คือ มีความคิดอ่านเป็นของตน ในทางที่มีเหตุมีผล มีความถูกต้องเหมาะสม หรือพูดง่ายๆ ว่ามีหลักการของตนเอง ไม่ยอมให้ใครชักจูงให้ผันผวน ไปจากแนวคิดของตน คนเหล่านี้คือ ผู้ที่มีกำลังใจแท้ คือ มีกำลังใจที่จะต่อสู้ และกำลังใจที่จะหักห้ามตนเอง ไม่ให้ทำผิดจากหลักการที่ตั้งไว้

ารสร้างนิสัยสดชื่น ความสดชื่น เป็นสิ่งที่แสดงออกถึงความสามารถ ที่จะมีชีวิตอยู่ และพร้อมเติบโตก้าวหน้าต่อไป ทำให้ผู้อยู่ใกล้มีความสุขสดชื่นไปด้วย แม้ว่าในความเป็นจริง เราอาจจะมีทุกข์ แต่หากเราเอาแต่โศกเศร้าทุกข์ร้อน นอกจากจะทำให้เรารู้สึกอ่อนแอ ทั้งร่างกายและจิตใจแล้ว ผู้คนก็จะพากันหนีห่าง ดังนั้น เราจึงควรสร้างนิสัยสดชื่นไว้อยู่เสมอ ด้วยการสร้างสิ่งแวดล้อมรอบตัว ให้สดชื่นแจ่มใส เช่น ปลูกไม้ดอกในบ้าน หัดมองโลกในแง่ดี ขบขัน ประกอบคุณงามความดี เช่น ทำบุญ จะทำให้รู้สึกอิ่มเอิบสดชื่นเช่นกัน

นอกจากวิธี การข้างต้นแล้ว เรายังสามารถเพิ่มพูนกำลังใจให้มากขึ้น ด้วยการนำข้อคิด คำคม คำสอนที่เป็นคติจากหนังสือ คำพูด หรือการดำรงชีวิตที่ดีของผู้อื่น มาเป็นแบบอย่างได้ เช่นคำคมที่ว่า อัจฉริยะมีเพียงหนึ่งเปอร์เซ็นต์ นอกนั้นเกิดจากหยาดเหงื่อ และความเพียรพยายาม อย่าทำความชั่ว เพราะคิดว่าผิดนิดเดียว และอย่าละเว้นทำดี เพราะคิดว่าได้กุศลน้อยนิด เป็นต้น การสร้างกำลังใจด้วยวิธีการต่างๆ ที่กล่าวมาแล้ว แม้จะต้องฝืนใจทำบ้างในเบื้องต้น แต่เชื่อว่า ถ้าเราฝึกบ่อยๆ ให้เกิดความเคยชิน จนเป็นนิสัย ก็จะทำให้เรากลายเป็นคนเข้มแข็ง และมี "กำลังใจ" อันเป็นพลังผลักดันให้ชีวิตประสบความสำเร็จในทุกๆ ด้านต่อไป

วันพฤหัสบดีที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2553

ความหมายดีดี

50 ข้อคิด มุมมองเพื่อความเข้าใจในชีวิต


1. เมื่อเด็กกำลังเติบโตเป็นวัยรุ่น มีความต้องการเป็นตัวของตัวเองสูง ผู้ใหญ่ที่ไม่เข้าใจและใจแคบมักจะมองว่าเด็กดื้อ
2. คนเราจิตตกได้เป็นครั้งคราว อาจทำอะไรที่ไม่เหมาะสมได้ การรู้ตัวเองและให้อภัยตัวเอง จึงเป็นสิ่งสำคัญ
3. คนอกหักไม่อาจตัดความโศกเศร้าได้ด้วยเหตุผลเพียงอย่างเดียว เวลาเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการเยียวยาความรู้สึกดังกล่าว
4. ให้เคารพแนวคิดของผู้อื่นบ้าง เสมือนหนึ่งเป็นอีกแนวคิดหนึ่งที่ต่างไปจากเราเท่านั้นเอง
5. ตนเองเสียเมื่อไหร่ที่คิดดี คิดชอบเป็นอยู่คนเดียว
6. ทำไปเพราะไม่รู้ ให้อภัยกันได้ รู้แล้วยังทำ คือ ความดื้อ
7. ก่อนที่จะว่ากล่าวถึงนิสัยไม่ดีของลูกนั้น ให้มองตัวพ่อแม่เองก่อนด้วยว่า เรามีส่วนผลักดันให้เขาเป็นเช่นนั้นด้วยหรือเปล่า
8. ความทุกข์ของมนุษย์ 100% เกิดจากการพยายามฝืนความจริงของธรรมชาติ
9. หากต้องอยู่กับคนที่ไม่เกรงใจกันเลย พูดกับเขาให้น้อยลง เล่นกับเขาให้น้อยลง
10. หากอยากได้อะไร ก็ควรเสียอะไรบ้าง
11. ถ้าเราปล่อยให้โลก เร่งตัวเรา ควบคุมตัวเรา จนเราขาดอิสระภาพ เราก็จะทุกข์ ถ้าเราจะเร่งโลก ควบคุมโลกให้โลกนี้เป็นไปตามความต้องการของเรา เราก็ทุกข์เช่นกัน
12. ความฉลาดอาจหลอกคนได้ ความจริงใจต่างหากที่จะชนะใจคน
13. การให้ความสำคัญกับกฎเกณฑ์มากไป ทำให้เราลืมธรรมชาติ ลืมความเป็นจริงได้ง่าย
14. อารมณ์เป็นตัวกำหนดความคิด ความคิดกำหนดพฤติกรรม หากจะเข้าใจพฤติกรรมของคนให้ถูกต้อง จึงต้องอ่านอารมณ์ให้ออก
15. การมองอะไร ว่าดี ว่าเลว ขึ้นกับว่าอารมณ์ของเราขณะนั้นเป็นอย่างไร
16. ทำอะไรก็แล้วแต่ ควรมีหลักการบ้าง แต่ต้องระวังอย่ายึดเป็นกฎเกินไป
17. อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิดเป็นคำพื้น ๆ ที่ใช้มาเตือนสติเราได้ดีตลอดกาล
18. การพยายามทำอะไรทุกอย่างให้ได้ การสงสัยอะไรทุกเรื่องเป็นความโง่ได้ก็เพราะว่าเรื่องต่าง ๆ ในโลกนี้มีตั้งหลายเรื่องที่ใช่ว่าเราจะรู้มันได้ง่ายและเรื่องอีกหลายเรื่อง ก็ไม่จำเป็นที่ต้องตอบให้ได้ด้วย
19. คุณธรรมส่อคุณค่าของมนุษย์มากกว่าความฉลาด
20. อะไรก็ตามแต่แม้ว่ามันจะจริง จะถูกต้อง แต่ถ้าการพูดออกไปนั้น มันไม่มีประโยชน์มีแต่ผลเสีย อย่าพูดดีกว่า
21. การขาดความเกรงใจต่อกัน ทำให้เราทะเลาะกันได้ง่าย การมีความเกรงใจต่อกันที่มากเกินไป ก็ทำให้เราไม่เป็นตัวของตัวเอง
22. ใครที่เขากล้าพูดความจริงกับเราออกมา นั่นก็เพราะเขามีความเชื่อมั่นว่าเราจะยอมรับเขาได้
23. การฝึกวินัยให้กับลูกนั้นแท้ที่จริงแล้วเป็นการฝึกวินัยให้กับพ่อแม่ด้วย
24. หากลูกเป็นคนเฉื่อยชา เราคงต้องช่วยกระตุ้นให้กำลังใจ หากลูกเป็นคนเอาจริงเอาจังเกินไป เราคงต้องช่วยสอนให้ลูกได้ปล่อยวางบ้าง กฎเกณฑ์การเลี้ยงลูกของคนๆ หนึ่ง จึงไม่เหมือนของอีกคนๆ หนึ่ง
25. เมื่อคิดจะเสนอความคิดเห็นต่าง ๆ ที่มองว่าดี ต้องมองถึงความเป็นจริง ความเป็นไปได้ด้วยเสมอ
26. แต่ละคนมีศักยภาพของตัวเองอยู่แล้ว เราจึงควรต้องให้เกียรติต่อกันบ้าง
27. เมื่อเป็นคนก้าวร้าวคนอื่นไม่เป็น ก็มักจะถูกคนอื่นรุกรานได้ง่ายเช่นกัน
28. ถ้าเราเชื่อเรื่องกรรม การตายก็ไม่ใช่วิธีการหนีปัญหาได้ตลอดไป เนื่องจากกรรมนั้น ๆ ยังไม่ได้ชดใช้ จนหมดวาระในตัวของมันเอง เกิดชาติหน้า กรรมเก่าก็จะติดตัวต่อไปอยู่ดี
29. การมองปัญหาในแง่มุมต่างกัน ในจุดต่างกันจะทำให้เข้าใจปัญหาได้ต่างกัน
30. เราจะให้อภัยตัวเอง กับผู้อื่นได้นั้น เราต้องเข้าใจในตัวเองและผู้อื่นได้ก่อน
31. การแก้ปัญหาทางบุคลิกภาพต้องอาศัยทั้งความจริงใจและการอดทนเป็นอย่างยิ่ง
32. ความเชื่อมั่นในตนเองเป็นเรื่องที่ดี แต่….ปัจจัยแห่งความสำเร็จนั้นก็หาได้ขึ้นอยู่กับเราคนเดียวไม่
33. เวลาที่พ่อแม่จะสะกิดฝีหนองให้ลูกนั้น พ่อแม่เองก็เจ็บปวดไม่น้อย
34. บางครั้งเราต้องการให้คนอื่นมาเข้าใจเรา มากกว่าที่เราอยากจะเข้าใจตัวเอง นั่นก็เพราะว่า เรายังเป็นมนุษย์ที่ยังมีความอ่อนแออยู่บ้าง
35. เรื่องที่คนเราประทับใจ มักจะลืมเลือนได้ยาก ก็เนื่องจากความประทับใจ ไม่ใช่ความจำนั่นเอง
36. จะมีเราอยู่……………………. เขาก็เป็นอย่างนั้น
ไม่มีเราอยู่….……………….. เขาก็เป็นอย่างนั้น
37. หากเขาคิดจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง จริงๆแล้ว เราเป็นได้แค่เพียงตัวกระตุ้นเท่านั้น
38. ถ้าเราเรียนรู้ธรรมะด้วยเหตุผลเพียงอย่างเดียว เราจะสัมผัส " การรู้ " ได้ยากยิ่ง
39. ความสับสนในชีวิดมันเกิด ควรหาที่ยึดเหนี่ยวให้จิตใจได้พักเสียบ้าง
40. เรื่องของชีวิต มันมีจังหวะที่ต้องรอคอยอยู่บ้าง จะเรียกร้องให้มันได้ดั่งใจเสมอ47. พ่อแม่ หากมีความรักลูกมากไปแล้ว ก็ยากที่จะสอนวินัยให้กับลูกได้ดี
48. การเข้าใจคนอื่นได้ เป็นเรื่องที่ดี การเข้าใจตนเองได้ยิ่งเป็นเรื่องที่ดี เรื่องที่แย่ และก่อให้เกิดทุกข์ได้มากก็ คือรู้สึกว่าไม่มีใครเข้าใจเราเลย
49. กังวล เกินกว่าเหตุ… เชื่อมั่น มากเกินไป…
ล้วนเป็นสิ่งที่เราต้องรู้จักตนเองอยู่เสมอ
50. การเร่งแก้ปัญหา โดยรีบคิดให้ตกทันที จะยิ่งสร้างปัญหาทางอารมณ์ได้มากยิ่งขึ้น

คนก็เป็นเหมือนวงกลม


คน ก็เป็นเหมือนวงกลม

...มีหลายด้านให้มอง...

มี 360 องศา ให้เดินค้นหา มองเห็น

แต่คนเรามักจะหยุดอยู่แค่องศาแรกที่มองเห็น
และยึดติดว่าสิ่งที่เห็น สิ่งที่รู้ในด้านนั้น
เป็นทุกอย่างของคน คนนั้น ไปเสียทั้งหมด

แต่เมื่อคน คนนั้นเริ่มหมุน
เปลี่ยนมุมมอง ทิศทาง ให้ได้ดู ได้เห็น ได้รับรู้บ้าง

กลับบอกว่าเขา - เปลี่ยนไป

ฉะนั้น
การจะรู้จัก คบหากับใครสักคน
ต้องเดินวนให้ครบ 360 องศา ก่อน .. ใช่มั้ย

ถึงจะสามารถรู้ได้ว่าคน คนนั้นมีกี่มุม ให้ได้มอง

♣ รักคือความวุ่นวาย ♣


...เมื่อมีความรักจะทำให้คุณทำตัว ไม่ถูก
และเกิดความเปลี่ยนแปลงในตัวหลายๆ อย่าง
ไม่น่าเชื่อ เลยว่าแค่คนคนเดียว
จะทำให้คุณเปลี่ยนแปลง...
...นิสัยเก่าๆ อันมีมาตั้งแต่อ้อนแต่ออกของคุณ




แรก เริ่มมีรัก... คุณอยากให้เขามองคุณยิ่งกว่าใคร
และให้ความ สำคัญกับคุณยิ่งกว่าใคร...
เป็นครั้งแรกที่คุณรู้สึกร้อนรน...
ที่ จะอยากรู้ความคิดความอ่านความลับ
รวมทั้งเรื่องส่วนตัวเล็กๆ น้อยๆ ของเขา
คุณ จะจดจำเรื่องของเขาได้ดีซะยิ่งกว่า...
...หนังสือเตรียมสอบที่คุณท่องไว้ ตั้งหลายเที่ยว....




ความ เป็นตัวของคุณเองเริ่มหดหาย...
...จมไปกับความอายที่จะทำอะไร ได้อย่างเปิดเผยเช่นแต่ ก่อน
เพราะคุณไม่อยากให้เขารู้สึกไม่ดี
...กับ อะไรในบางอย่างในตัวคุณ...





เวลาที่ได้คุยกับ เขาคุณจะวางตัว
...เหมือนกับที่คุณอยู่กับเพื่อนไม่ได้...
เพราะความ รู้สึกมันต่างกัน
เวลา ที่พบกันช่างมีความสุขและสั้นนัก
คุณอยากจะอยู่กับเขานานๆ




...เมื่อคุณผิดหวัง
คุณ จะกล่าวโทษทุกสิ่งทุกอย่างที่มันพอจะอ้างได้ว่า.. .
เป็นสาเหตุที่ทำให้ คุณเจ็บปวด...
แม้กระทั่งตัวคุณเอง...


สิ่งรอบข้างดู เลวร้ายกว่าเมื่อก่อน
สีชมพูบัดนี้... เป็นสีดำหม่นหมองไปแล้ว
คุณจะ ทรมานซะยิ่งกว่าอะไรในโลก
ทุกอย่างรอบตัวดูจืดชืดไร้สีสัน... ไร้ซึ่งชีวิตชีวา



♣ เคล็ดลับการกินตลอดวัน แต่ไม่อ้วน ♣


คนที่อ้วนมักจะมีนิสัยที่ ชอบกิน และมักจะกินอาหารหรือขนมตามใจปาก บางคนกินได้ทั้งวัน กินจุบกินจิบชอบกินทั้งวันแบบนี้กินได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำหนักที่จะ เกินเลยค่ะ



* กินผักและผลไม้ทุก 2-3 ชั่วโมง
การกินผักและผลไม้ตลอดวันจะช่วยเพิ่มภูมิคุ้ม กันให้กับร่างกาย และยังช่วยลดน้ำหนักได้ครึ่งกิโลกรัมต่อสัปดาห์โดยที่เรายังไม่ทันรู้ตัวเลย ค่ะ เพราะผักและผลไม้มีสาร phytonutrients และเมล็ดผักบางชนิดยังช่วยป้องกันเชื้อโรคได้อีกด้วยค่ะ ดังนั้นเราจึงควรกินผักและผลไม้ 3-4 มื้อต่อวัน ยิ่งกินมากยิ่งดี แต่อย่างไรก็ตามนะคะ ไม่ควรกินผักผลไม้ที่มีน้ำตามมากมากจนเกินไปนะคะ เช่น ทุเรียน องุ่น มะม่วงสุก เป็นต้น

* กินประเภทไฟเบอร์ หรือเมล็ดธัญพืช
ธัญพืชนั้นมีประโยชน์ ช่วยในการเต้นของหัวใจ ป้องกันโรคหัวใจ มะเร็ง เบาหวาน และยังช่วยลดน้ำหนัก ดังนั้นในมื้ออาหารแต่ละมื้อควรจะมีไฟเบอร์หรือธัญพืชทุกมื้อ เช่น ขนมที่มีข้าวโอ๊ตอย่างน้อย 2 กรัม และในแต่ละวันควรทานธัญพืชอย่างน้อย 25-35 กรัม และยิ่งเป็นเมล็ดที่ไม่ผ่านการสกัดยิ่งมีประโยชน์ค่ะ และยังช่วยให้อิ่มนานอยู่ท้องด้วยนะคะ

* กินโปรตีนอย่างน้อยวันละ 2 ครั้งต่อวัน
สารที่อยู่ใน โปรตีนอย่างกรดอมิโนจะช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ กระตุ้นฮอร์โมนที่ควบคุมความหิวและเผาผลาญแคลอรี่

* กินของหวานหลังมื้อาหารทุกวัน
คุณจะลดความอ้วนอย่าง ได้ผลถ้าคุณกินของหวานถูกเวลาคือกินได้หลังมื้ออาหารเท่านั้น และของหวานนั้นต้องเป็นน้ำตาลฟรุกโตสจากผลไม้ น้ำตาลเทียม หรือน้ำเชื่อมจากข้าวโพด ไม่ใช่กินของหวานเป็นของว่างนะคะ แบบนี้อ้วนแน่นอนค่ะ

วันพุธที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2553

รองเท้าแบบไหน ที่ปลอดภัยกับคุณ

อาจจะดูเป็นเรื่องที่จู้ จี้จุกจิกไปสักนิดสำหรับเรื่องของรองเท้า เพราะบางคนอาจเห็นว่า "จะ รองเท้าอะไรก็ช่างเถอะขอให้ใส่แล้วไม่กัดก็พอ"

ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว นอกจากการถูกรองเท้ากัด รองเท้ายังสามารถทำให้เท้าของเราได้รับบาดเจ็บหรือพิการได้อีกด้วย อีกทั้งยังมีส่วนทำให้เกิดโรคที่เกี่ยวกับเท้า อาทิ นิ้วหัวแม่เท้าผิดรูป ตาปลา เล็บขบ และเอ็นฝ่าเท้าอักเสบ เป็นต้น

ดังนั้น ถึงเวลาหรือยังที่เราจะมาใส่ใจการเลือกรองเท้า เพื่อสุขภาพของเท้าที่จะแข็งแรงตลอดไป

รู้จักส่วนต่าง ๆ ของรองเท้าให้ถ่องแท้


ก่อนอื่นเราควรจะมาทำความรู้จักส่วนต่าง ๆ ของรองเท้ากันก่อน เพื่อที่เราจะได้ละเอียดต่อการเลือกกรองเท้า เพราะถ้าพลาดเพียงส่วนใดส่วนหนึ่ง ก็อาจจะทำให้สิ่งไม่พึงประสงค์เกิดขึ้นกับเท้าก็เป็นได้

- Vamp หรือ ส่วนบนบริเวณที่เป็นรูรองเท้าที่ใช้เชือกผูก ควรทำมาจากผ้าหรือหนังที่อ่อนนุ่มสักหน่อย เพราะหากแข็งเกินไป จะก่อให้เกิดตาปลาขึ้นบริเวณเท้า

- Toe Box หรือ ส่วนที่หุ้มนิ้วเท้า ซึ่งอาจจะมีทั้งรูปร่างกลมหรือรูปร่างเป็นเหลี่ยมก็ได้ เมื่อใส่รองเท้าแล้วบริเวณนี้ ควรจะเหลือพื้นที่เพื่อให้นิ้วเท้าขยับได้อย่าให้อัดแน่นบีบนิ้วเท้าจนเกิน ไป เพราะอาจทำให้นิ้วเท้าของเราผิดรูปผิดร่าง

- Heel Couter หรือ ส่วนพื้นบริเวณส้นเท้า เป็นส่วนรองรับน้ำหนักจากบริเวณส้นเท้าของเรา ควรจะบุด้วยวัสดุที่มีความอ่อนนุ่มแต่รับน้ำหนักได้เป็นอย่างดี เพื่อที่ในเวลาก้าวเดินเท้าจะได้มีความมั่นคง ไม่ทำให้ล้มง่าย

- Heel Tab หรือ ส่วนของรองเท้าที่ล้อมรอบเอ็นร้อยหวาย ควรจะบุด้วยวัสดุที่นุ่มและไม่มีตะเข็บ เพื่อป้องกันการเสียดสีผิวหนังบริเวณนั้น

- Sole หรือ ส่วนพื้นรองเท้า ประกอบไปด้วย Insole พื้นด้านในที่เท้าเราสัมผัส OutSole พื้นรองเท้าด้านนอก และ Midsole แผ่นที่รองรับแรงกระแทกอยู่ระหว่างกลาง พื้นรองเท้าที่ดีควรจะอ่อนนุ่มเพื่อกันการกระแทก และไม่ควรหนาจนเกินไป

- Heel หรือ ส่วนส้นเท้า เป็นส่วนที่สำคัญเพราะเป็นส่วนที่ต้องรับน้ำหนักเวลาที่เราเดิน ควรจะเลือกส้นเท้าที่กว้างและนุ่ม ส้นรองเท้าไม่ควรเกิน 2 นิ้วเพราะส้นยิ่งสูงจะทำให้เจ็บฝ่าเท้าได้มากขึ้น

รองเท้าที่ ดีมีลักษณะอย่างไร

- รองเท้าต้องมีลักษณะเหมือนรูปเท้าของผู้สวมใส่ และต้องสวมใส่พอดีกับเท้า การที่รองเท้ากว้างหรือแคบจนเกินไป จะทำให้เท้าได้รับบาดเจ็บง่าย

- รองเท้าต้องทำจากวัสดุที่อ่อนนุ่มต่อเท้า รองเท้าต้องมีพื้นที่นุ่ม สามารถกันกระแทกได้ และไม่ลื่น พื้นรองเท้าที่ทำจากยางจะมีประสิทธิภาพดีกว่าหนังสัตว์

- ไม่ควรเลือกซื้อรองเท้าที่มีตะเข็บใน บริเวณที่เราได้รับบาดเจ็บ อาทิ บริเวณนิ้วหัวแม่เท้า

- ควรเลือกใช้รองเท้าแบบที่ใช้เชือก ผูก เพราะจะใส่ได้พอดีกว่ารองเท้าที่ไม่ใช้เชือกผูกแม้จะสวมใส่สะดวกก็ตาม

- หลีกเลี่ยงรองเท้าที่มีน้ำหนักมาก โดยเฉพาะรองเท้าที่ส่วนหัวรองเท้าทำจากยาง และมีขนาดใหญ่ เพราะจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย

- รองเท้าที่ดีส้นเท้าไม่ควรสูงเกิน 1 นิ้ว และหากต้องใส่ส้นสูงก็ไม่ควรเกิน 2 นิ้ว และใส่ไม่เกิน 3 ชั่วโมงในแต่ละครั้ง ที่สำคัญควรถอดออกหากไม่จำเป็นต้องเดิน

การเลือก รองเท้าสำหรับเด็ก

เมื่อเด็กเริ่มเดินได้ (ประมาณอายุ 12-15 เดือน) ควรเลือกซื้อรองเท้าที่พอดีกับเท้า และควรเปลี่ยนรองเท้าให้เด็กทุก ๆ 3-6 เดือน เพราะเด็กจะเจริญเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ สังเกตง่าย ๆ จากพฤติกรรมที่เด็กชอบถอดรองเท้าบ่อย ๆ นั่นแสดงว่าเด็กเริ่มจะรู้สึกไม่สบายเท้าแล้ว สาเหตุน่าจะเกิดจากรองเท้าคับไป จากนั้นก็ให้ดูที่เท้าของเด็กว่ามีรอยแดง รอยถลอก หรือรอยกดทับหรือไม่

การเลือก รองเท้าสำหรับผู้หญิง

- ผู้หญิงส่วนใหญ่มักจะเลือกใส่รองเท้าที่มีส้นสูง และปลายเท้าแคบเพื่อความสวยงาม ซึ่งนี่เองที่ทำให้เกิดอาการปวดเท้า นิ้วเท้า น่อง และหลัง ทางที่ดีควรเลือกสวมรองเท้าที่มีส้นเตี้ย และปลายเท้ากว้างจะดีกว่า อาจะไม่สวยสง่า แต่ก็ใส่สบายไม่อึดอัด และอันตราย

การ เลือกรองเท้ากีฬา

- รองเท้าวิ่ง รองเท้าวิ่งที่ดีจะต้องมีแผ่นรองเท้าที่กันกระแทก และจะต้องมีหุ้มส้นที่พอเหมาะ เพื่อป้องกันเอ็นอักเสบ ปวดส้นเท้า และกระดูกหัก

- รองเท้า สำหรับเต้น รองเท้าที่ใช้งานแบบนี้ต้องมีน้ำหนักที่เบา เพื่อไม่ก่อให้เกิดอาการเมื่อยเวลาขยับร่างกายมาก ๆ และตรงฝ่าเท้าควรจะมีแผ่นกันกระแทกที่อ่อนนุ่ม เพราะส่วนนี้เป็นส่วนที่มีการกระแทกมากที่สุด

- รองเท้าสำหรับการเล่น Basketball พื้นรองเท้าต้องหนาและแข็งแรงเพื่อการทรงตัวที่ดี และต้องเป็นรองเท้าหุ้มข้อเพื่อป้องกันข้อพลิก

- รองเท้าสำหรับการเล่น Tennis ต้องเป็นรองเท้าที่ป้องกันข้อเท้า ขณะที่มีการสไลด์ออกข้างได้อย่างดี อีกทั้งพื้นรองเท้าไม่จำเป็นต้องมีแผ่นกันกระแทกที่หนาเกินไป เพื่อการเคลื่อนตัวที่สะดวกสบาย

- รองเท้าสำหรับเดิน รองเท้าสำหรับเดินควรเป็นรองเท้าที่มีน้ำหนักเบา และควรมีแผ่นกันกระแทกที่ส้นเท้าและบริเวณกลางฝ่าเท้า ซึ่งจะช่วยลดอาการปวดบริเวณส้นเท้าและฝ่าเท้า นอกจากนี้พื้นรองเท้าควรจะมีลักษณะออกป้าน ๆ เพื่อให้การถ่ายเทน้ำหนักจากส้นเท้าไปยังนิ้วเท้าได้สะดวก และลดแรงกดทับที่ฝ่าเท้าได้อย่างดี

T i p

สำหรับผู้ที่เล่นกีฬามากกว่า 3 วันต่อสัปดาห์ จำเป็นอย่างมากที่ต้องใช้รองเท้าสำหรับกีฬาชนิดนั้น และโปรดจำไว้ว่าหากเราวิ่ง 400-800 กิโลเมตรหรือเต้นแอโรบิคมากกว่า 300 ชั่วโมง รองเท้าที่เราใส่จะสูญเสียคุณสมบัติในการกันกระแทกไป ฉะนั้น จึงจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนรองเท้าทันทีที่เสื่อมสภาพ อย่าไปเสียดาย และหากเราใส่รองเท้าแล้วมีปัญหาปวดที่ส้นเท้า ฝ่าเท้าอาจจะต้องหาอุปกรณ์เสริม เช่น แผ่นรองส้นเท้า แผ่นรองฝ่าเท้า มาช่วย แต่ถ้ายังไม่ดีขึ้นแนะนำให้ลองเข้าไปปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน





ที่ มา ... First magazine

เหตุผล คน ความรัก




เราไม่เคยสงสัย เมื่อเวลาเรามีความรัก
เพราะคิดว่า ใครๆ ก็รักได้ทั้งนั้น
แต่เมื่อเวลาผ่านไปและเราพบว่าเส้นทางความรักของ เรา
ไม่ได้ไปถึงง่ายๆ อย่างที่คิด...นั่นล่ะ เราถึงจะสัมผัสได้ว่า

"การ รักเป็น"...ก็สำคัญเช่นกัน...


ซึ่งทั้งหมดนี้...
ก็ เป็นสิ่งที่มีให้เราได้เห็นอยู่จริงๆ ...และก็เพียงเพราะว่า
เขาเหล่า นั้นกำลังตกอยู่ในวังวนของความรัก
แต่ถ้าจะหาคำอธิบาย..
ก็คงเป็น เพราะเขาเหล่านั้นไม่สามารถผสมผสาน
การใช้
"ความรู้สึก" กับ "การใช้ความคิด"

เมื่อมีความรักมากกว่า...

จะว่าไปแล้วความรัก ก็เหมือนหลุมพรางอย่างหนึ่งเหมือนกัน...
คุณเคยสังเกตบ้างมั้ยว่า...ตอน เวลาที่เราเริ่มมีความ รัก
เรามักไม่ค่อยสนใจอยากที่จะหาเหตุผลให้มัน สักเท่าไหร ่...
ตรงกันข้ามกับเวลาที่จะเลิกรักกัน
ต่างฝ่ายต่างหา เหตุผลมากล่าวอ้างกันน่าดู
ทั้งๆ ที่จริงแล้วมันไม่น่าจะเป็นอย่างนั้น...

เชื่อว่าหากเราเรียนรู้และ เข้าใจ...
เหตุผลแห่งความรักไปพร้อมๆ การเริ่มต้นและในขณะที่ความรักยังอยู่..
ทุกสิ่งทุกอย่างบนถนนสาย นี้..ก็คงไม่วิบากจนเกินไป.. .
แม้อาจมีสะดุดบ้าง...
แต่ก็คิดว่าคง ไม่ยากที่จะประคับประคองให้ตลอดรอดฝั่ง ...

หลายสิ่งในชีวิต เราก็เพิ่งเข้าใจเมื่อเราเริ่มโตเป็นผู้ใหญ่
บางอย่างเราคิดว่าเราทำ เป็นมาตลอด...ทั้งที่จริงเราอ าจทำไม่เป็นก็ได้...
อย่างเรื่องการ หายใจ..เราคิดว่าเราหายใจมาตั้งแต่ออก จากท้องแม่...
จู่ๆ ก็มีคนมาบอกว่าเราหายใจไม่เป็น...
จากนั้นเขาก็สอน..จนเราได้รู้จักคำ ว่า..."สมาธิ"...
ปัจจุบัน มีการสอนให้คนคิด...จนเมื่อได้สัมมผัสจึงรู้ได้ว่า

"การคิดเป็น"...สำคัญเพียงใด....

มันก็คง คล้ายๆ กับความรัก
เราไม่เคยสงสัยเมื่อเวลาเรามีความรัก
เพราะคิด ว่าใครๆ ก็รักได้ทั้งนั้น
แต่เมื่อเวลาผ่านไป...และเราพบว่า...
เส้น ทางของความรักไม่ได้ไปถึงง่ายๆ อย่างที่คิด...

นั่นล่ะ...เราถึง สัมผัสได้ว่า...
"การรักเป็น" ก็จำเป็นและสำคัญมากเช่นกัน...
ไม่ ปฏิเสธว่า ความรักนั้นต้องใช้ หัวใจและความรู้สึก นำทางเราไป...
แต่ถ้า มีเหตุผลที่ดีอยู่ข้างๆ ...และเราสามารถปรับสมดุลระหว่าง
"ความรู้สึก" "หัวใจ"
กับ เหตุผลของสมองแล้ว...
โอกาสที่เราจะ "หลงทาง" ก็อาจจะไม่มีเลยก็ได้...

"จงใช้ความคิดเพื่อควบคุมตนเอง...แต่จงใช้หัวใจ เพื่อควบคุมคนอื่น..."

กรอบของความรัก


ความรัก...

เคย มีผู้คนได้กล่าวไว้ว่า.... รักชนะทุกสิ่ง
หากมองในมุมของความรักก็อาจจะ จริง
แต่หากเรามองในมุมกลับกัน
มองในมุมของโลกแห่งความเป็นจริง
เรา จะสามารถสัมผัสได้ว่า...
ถ้อยคำที่กล่าวมานั้น ไม่สามารถเป็นจริงได้เสมอ

เหมือนกับตัวฉันเองในตอนนี้
ฉันรักคนๆ หนึ่ง แล้วเค้าก็รักฉัน
แต่แล้ว... พ่อกับแม่ของฉันกลับไม่ชอบเขา
ด้วย เหตุผลต่างๆ นานา
อาจจะเป็นเพราะ เราไม่เหมาะสมกัน
อาจจะเป็นเพราะ พื้นฐานเราต่างกันเกินไป
หรือ อาจจะเป็นเพราะ ต้องคำนึงถึงฐานะทางสังคม

ฉัน เคยถามตัวเองว่า "ความรักมันมีข้อจำกัดด้วยเหรอ"
มีจำกัดด้วยรึไงว่า .....
เขาและฉันต้องเหมาะสมกัน
เขาและฉันต้องมีฐานะที่เท่าเทียมกัน
เขา และฉันต้องเป็นคนที่พ่อแม่เลือกให้ และท่านนั้นถูกใจ

ความรักใช้ เพียงแค่หัวใจไม่ได้หรือ หากเพียงแค่คนสองคนรักกันแล้ว ฉันคิดว่าทุกๆอย่างก็น่าจะเกิดขึ้นจริงได้

แต่สุดท้ายแล้ว ....
เขา และฉันก็ต้องเลิกกัน ต้องจบกัน ทั้งๆที่ความรู้สึกยังบอกว่า "รักเขาเสมอ"
ฉัน ไม่รู้นะว่า ในอนาคตจะได้เจอคนอย่างเขาอีกไหม และฉันก็ไม่รู้ด้วยว่า พ่อแม่ของฉันนั้นจะรู้สึกอย่างไร
รู้เพียงแต่ว่า ฉันได้บอกเขาเอง บอกให้เราเลิกกัน ฉันเสียใจ เจ็บปวด แต่ก็ไม่อาจจะฝืนต่อไปได้

ผล สุดท้ายยย....
ความรักก็ต้องอยู่ในกรอบของความเป็นจริง ไม่ใช่จะรักใครก็ได้อย่างที่ตัวฉันเข้าใจ

หากท่านรักคนที่ไม่เหมาะสม กะตัวท่านเอง หากท่านไม่กลัวจะเสียใจ ท่านก็จงรักไปเถิด รักด้วยหัวใจอันบริสุทธิ์ของท่าน อย่างที่ฉันรักเขาเสมอมา...

ขอขอบ คุณบทความโดย คุณเม็ดทราย


วันอังคารที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2553

♣ การทานอาหารสำหรับคนอยากหุ่นดี ♣




ร้อยทั้งร้อยใครก็ต้องอยาก มีรูปร่างที่ดีอย่างแน่นอน แต่จะทำอย่างไรนี่สิคะที่เป็นเรื่องยาก เพราะแค่จะใช้ชีวิตในแต่ละวันก็แสนจะวุ่นวายมากพออยู่แล้ว การทานอาหารก็ต้องรีบเร่งไม่ค่อยได้ใส่ใจ ทำให้หลายคนเจอกับปัญหาความอ้วนตามมา ส่วนคนที่ทานเท่าไรก็ไม่อ้วนก็เป็นที่น่าอิจฉากันไป แต่เดี๋ยวก่อนค่ะ อย่าเพิ่งไปอิจฉาตาร้อน คุณเธอเหล่านั้นเลย เพราะเรามีเคล็ดลับการทานที่จะทำให้คุณหุ่นดีได้ไม่ยาก ไม่แพ้สาว ๆ คนไหนเลยมาฝากกัน


ขยันทานผลไม้

หัดตัวเองให้เป็นคนชอบทานผลไม้และทานให้มาก ๆ แต่ต้องเลือกดูผลไม้ที่ไม่หวานจนเกินไป ส่วนผลไม้ต้องห้ามก็คือ ทุเรียน เงาะ ขนุน ลำไย ละมุด เป็นต้น

ทานอาหารให้ครบทุกมื้อ

การทานอาหารควรให้ความสำคัญกับอาหารมื้อหลักทั้ง 3 มื้อ คือเช้า กลางวัน เย็น ซึ่งทานก่อน 6 โมงเย็น และหลังจากนั้นก็ไม่ควรทานอะไรอีก แต่ถ้าหากทนไม่ไหวก็ลองดื่มชาเขียวร้อนสักแก้วก็ช่วยให้หายอยากได้

ดื่ม น้ำเป็นประจำ

การดื่มน้ำก็สำคัญ ควรดื่มน้ำอย่างน้อยให้ได้วันละ 6-8 แก้ว

เคี้ยวช้า ๆ เข้าไว้

หัดตัวเองให้เป็นคนเคี้ยวอาหารให้นาน ๆ อย่างน้อย 10 ครั้งต่อหนึ่งคำ เพราะไม่งั้นแล้วขืนคุณเคี้ยวเร็ว จะทำให้คุณทานได้เยอะกว่าเดิมนะคะ

อย่า ทานพร้อมทำกิจกรรมอื่น

ห้ามทานอาหารไปพร้อมกับทำกิจกรรมอื่น ๆ อย่างเช่น อ่านหนังสือ ดูโทรทัศน์ เล่นอินเทอร์เน็ต หรือแม้แต่การนั่งรถ เพราะจะทำให้คุณทานได้มากกว่าปกติ โดยไม่รู้ตัว แล้วความอ้วนก็จะตามมาเป็นเงาตามตัวคุณเลยทีเดียว

การ ดื่มนม

หากก่อนนอนคุณต้องดื่มนม ไม่ว่าจะเป็นนมเปรี้ยว นมพร่องมันเนย ก็ควรดื่มก่อนนอน 4 ชั่วโมง

เบ เกอร์รี่ได้ แต่น้อย

จริง ๆ แล้วถ้าอยากผอมก็ไม่ควรทาน แต่ถ้าไม่ไหวจริง ๆ ก็ทานได้สัปดาห์ละครั้ง เท่านั้น แล้วก็ไม่ใช่ว่ากินแบบเต็มอิ่มนะคะ แค่ชิ้นสองชิ้นพอ

เชื่อมั่นในตัวเอง

เลือกทานอาหารที่คุณเห็นว่ามีแคลอรีต่ำ ที่คุณเชื่อว่าเหมาะกับคุณ อย่าปล่อยให้เพื่อน ๆ ชักจูง หรือท้าทายจนคุณปล่อยตัวปล่อยใจไปกับอาหารที่มีไขมันสูงได้

หนึ่งจานก็เพียงพอ

ถึงแม้ว่าคุณจะหิวมากแค่ไหนก็ตามให้สั่งอาหารมาทานก่อนหนึ่งจาน อย่าเพิ่งสั่งจานที่สอง เพราะแค่จานเดียวก็ทำให้คุณอิ่มได้ จำไว้เลยนะคะ หนึ่งจานต่อหนึ่งมื้อเท่านั้น

เน้นผักมากกว่าเนื้อสัตว์

เวลาที่จะทานอาหารให้สังเกตก่อนว่า มีผักในปริมาณแค่ไหน เนื้อสัตว์ก็เช่นกัน จากนั้นให้ทานผักก่อนแล้วตามด้วยเนื้อสัตว์ หรือทางที่ดีก็เขี่ยเนื้อสัตว์ออกไปเลย

เลี่ยงอาหารไขมันสูง

อาหารไขมันสูงอย่างแกงกะทิ หรือน้ำอัดลมทุกชนิด ควรงดทานไปเลยนะคะ เพราะถ้าทำได้จะทำให้ลดน้ำหนักลงได้ง่ายขึ้น

ชา กาแฟวันละหนึ่งถ้วย

ถ้าเป็นไปได้หากใครที่ชอบทานชา กาแฟ หรือโอวัลติน ควรทานแค่วันละ 1 แก้วก็พอ และถ้าไม่ใส่น้ำตาลเลยก็จะดีมาก

งดลูกอมทุกชนิด

ลูกอมทั้งที่ทานเล่น หรือที่ใช้ระงับกลิ่นปาก ล้วนมีแต่น้ำตาลเป็นส่วนประกอบ เพราะฉะนั้นก็ไม่ควรทานบ่อย ๆ

♣ 12 อาหารทำให้คุณสวยจากศีรษะจรดปลายเท้า ♣


สุขภาพดีที่แท้จริง คือการมี อวัยวะต่าง ๆ ที่แข็งแรง ทำงานได้ดี และจะเป็นเช่นนั้นได้จุดเริ่มต้นก็คืออาหารที่เรากินไปในแต่ละวัน ซึ่งอาหารแต่ละอย่างก็ดีต่ออวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายต่างกัน ซึ่งวันนี้เราได้รวบรวมข้อมูลมาให้คุณแล้ว

กล้วย บำรุงเส้นผม

ผมร่วง ผมบาง ต้องกินกล้วย เพราะอุดมด้วยวิตามินบีซึ่งช่วยบำรุงผมและป้องกันผมร่วงได้ดี ทั้งยังเป็นแหล่งรวมของโพแทสเซียม ช่วยเรื่องระบบย่อยอาหารและลดอาการท้องผูก

ข้าวกล้อง บำรุงสมอง

ปกติข้าวกล้องดีต่อสุขภาพ เพราะมีจมูกข้าวและเยื่อหุ้มเมล็ดข้าว จึงมีทั้งวิตามินบีรวม ฟอสฟอรัส แคลเซียม ธาตุเหล็ก กากใย ฯลฯ แต่ตอนนี้ที่กระแสรักสุขภาพมาแรงทำให้เกิดข้าวกล้องหอมมะลิเพาะงอก ที่มีสารกาบาสูง ซึ่งช่วยรักษาสมดุลสารสื่อสาร ลดความเครียดวิตกกังวล และป้องกันการเกิดโรคอัลไซเมอร์ได้อีกด้วย

นม บำรุงฟันและกระดูก

สารอาหารสำคัญในการสร้างกระดูกก็คือแคลเซียม ซึ่งพบได้มากในนม แถมยังเป็นแคลเซียมที่ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ได้ดีกว่าแหล่งอื่นๆ

ผลไม้ตระกูล เบอร์รี่ บำรุงสายตา

ผลงานวิจัยชิ้นหนึ่งระบุว่าแอนโทไชยานิน (Antho-cyanin) ซึ่งเป็นสารเม็ดสีในเบอร์รี่ช่วยให้มองเห็นชัดในที่มืด หรือที่ที่มีแสงสลัวๆ ได้ชัดเจนขึ้น และช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับเลนส์ตาและเส้นเลือดฝอยในลูกตาด้วย

อะโวคาโด บำรุงใบหน้า

แม้เป็นผลไม้ที่มีไขมันสูง แต่เป็นกรดไขมันโอเมก้า 9 ที่มีประโยชน์ ที่สำคัญวิตามินบีและอีในอะโวคาโดสามารถช่วยบำรุงผิว ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ และปกป้องผิวจากรังสีต่างๆ ในแสงแดด

ปลา แซลมอน บำรุงหัวใจ

มีโปรตีนคุณภาพเพียบ คอเลสเตอรอลและไขมันอิ่มตัวต่ำ มีไขมันชนิดดี อย่างโอเมก้า 3 สูง ซึ่งช่วยลดโอกาสการเกิดลิ่มเลือดอุดตันเส้นเลือด และภาวะหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ ลดไขมันไตรกลีเซอไรด์ ชะลอการเติบโตของคราบไขมันในเส้นเลือด

น้ำมัน มะกอก บำรุงหลอดเลือด

มีไขมันชนิดดี (HDL) อยู่สูง จึงช่วยขนถ่ายคอเลสเตอรอลจากเซลล์เข้าสู่ตับ เพื่อเผาผลาญจึงไม่มีไขมันสะสม ที่สำคัญช่วยป้องกันการเกาะตัวของคอเลสเตอรอล ที่บริเวณเยื่อบุผนังหลอดเลือด ทำให้เลือดไหลเวียนได้สะดวก ไม่เกิดเป็นเส้นเลือดอุดตัน

กะหล่ำปลี บำรุงทรวงอก

งานวิจัยของสมาคมเพื่อการวิจัยมะเร็งของสหรัฐ พบว่า ผู้หญิงโปแลนด์ที่กินกะหล่ำปลีทั้งสดและดอง อย่างน้อยสัปดาห์ละ 4 ครั้ง มีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมลดลงถึง 75%

ชาเขียว บำรุงกระเพาะอาหาร

ผลการวิจัยพบว่า ชาเขียวสามารถลดอัตราการเป็นมะเร็งของอวัยวะต่างๆ ได้ดี โดยเฉพาะมะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งปอดมะเร็งลำไส้ และมะเร็งตับ นอกจากนี้ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระประเภทฟลาโวนอยด์ ที่ทรงพลังหลายชนิด ดื่มแล้วจึงสวยใสพร้อมสุขภาพดี

พริกหยวก บำรุงเล็บ

พริกหวานหลากสีสันล้วนอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันและกระตุ้นการเผาผลาญให้กับร่างกาย นอกจากนี้น้ำฉ่ำ ๆ จากพริกหยวกยังช่วยให้สุขภาพเล็บแข็งแรงด้วย

ถั่ว บำรุงลำไส้ใหญ่

เป็นอาหารอีกประเภทที่มีโปรตีนสารต้านอนุมูลอิสระ และเส้นใยสูงมากจึงสามารถช่วยจัดสมดุลของระบบขับถ่ายได้เป็นอย่างดี ทำให้ช่วยลดโอกาสเกิดมะเร็งลำไส้ได้

ผักโขม บำรุงกระดูก

ผักโขมยังอุดมด้วยวิตามินเคที่ช่วยเสริมสร้างความหนาแน่ของกระดูก จึงช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุนได้เป็นอย่างดี และลดความเสี่ยงต่อการเกิดกระดูกหักด้วย

วันจันทร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2553

♣ วันที่หัวใจเคลื่อนไหว ♣



ด้านหนึ่งของชีวิตคงเป็นการรอคอย
คอยด้วยความ หวัง
แม้ว่าบางครั้งจะผิดหวัง
และหลายครั้งจะสมหวัง
และในขณะนี้ หลายคนก็ยังคอยอยู่
โดยที่ยังไม่รู้ว่า
การรอคอยครั้งนี้จะได้ผลอย่าง ไร

บางคนอาจล้มเลิก
เมื่อ คิดว่าการรอคอยครั้งนี้
ไม่มีประโยชน์ เสียเวลา
หรือไม่ก็เลิกรอ
เพราะ คิดว่ามันคงไม่ได้เป็นอย่างที่หวัง
และออกเดินทางต่อไป
หรือไปสู่การ รอคอยครั้งใหม่


บาง คนยังยืนหยัดรอ
แม้ว่าจะก้าวล่วงผ่านกาลเวลา
สถานที่ ผู้คน
เพราะ เชื่อมั่นในการรอคอย
ถึงแม้ว่าผลอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่หวัง
ก็ยังรอ
เพื่อ ที่จะพิสูจน์
ถึงความรู้สึกที่แท้จริงของตนเอง

แม้ว่าในที่สุด
อาจจะต้องรออยู่
จน ถึงวันสุดท้ายของชีวิต
รอหัวใจของใครคนนั้น
ให้เคลื่อนไหวตอบรับ
กับ การเคลื่อนไหวของใจดวงนี้
ที่รอคอยมาอย่างยาวนาน

แล้วเราล่ะ
ในที่สุดของหัวใจ
กำลังรอคอย ใครอยู่หรือเปล่า
รอใครคนนั้น
แม้ไม่มีวี่แววว่า
ใจของเขาจะ เคลื่อนไหวสักที
แต่ก็ยังรอแบบไม่กลัวเสียเวลา
รอด้วยความหวัง
รอ ด้วยความรัก
รอแบบไม่มีเงื่อนไข
รออย่างสงบไม่กระวนกระวาย
และมี ความสุขกับการรอ

เดือนเกิดแสดงนิสัย!!




มกราคม

“ ทะเยอทะยาน จริงจัง อดทน
“ ชอบ สั่งสอน รักการเรียนรู้ ขยันทำงานตัวเป็นเกลียว
“ มีความคิดสร้างสรรค์ ฉลาด เจ้าระเบียบ ทำอะไรเป็นแบบแผนขั้นตอนไม่มีนอกลู่นอกทางแม้แต่น้อย
“ อ่อน ไหว ช่างคิดรู้วิธีทำให้คนอื่นมีความสุข
“ ปกติจะเงียบขรึมถ้าไม่ได้ กำลังตื่นเต้น หรือ เข้าสู่ภาวะคับขัน
“ สงบเสงี่ยม กระตือรือร้น
“ ห่วงใย ใส่ใจคนอื่น โรแมนติกแต่ไม่ค่อยยอมแสดงออกเท่าไร
“ ติดบ้าน
“ ซื่อ สัตย์
“ ไม่ค่อยชอบเข้าสังคม แถมขี้ หึงอีกต่างหาก


กุมภาพันธ์
“ ช่างฝัน รักทั้งโลกแห่งความเป็นจริงและโลกแห่งความฝัน
“ ไหวพริบปฏิภาณดี ฉลาด หากแต่บุคลิกภาพแปรปรวนไปนิด
“ เจ้าอารมณ์ เงียบ ขี้อาย สุภาพ ไม่ค่อยมีความมั่นใจในตัวเอง
“ ซื่อสัตย์
“ ชอบตั้งเป้าหมายในชีวิต
“ รัก อิสระเหนือสิ่งอื่นใด
“ ขบถได้ง่ายถ้าถูกบีบคั้น แอบก้าวร้าวบ้างบางครั้ง แต่ที่จริงอ่อนไหวมาก เสียใจง่าย! โกรธก็ง่าย
“ ไม่ ชอบเรื่องไร้สาระ ชอบคบเพื่อนฝูงใหม่ๆ น่ารักๆ
“ รักกิจการงานบันเทิงทุก ชนิดโรแมนติกลึกๆ แต่ไม่แสดงออก
“ เชื่อถือโชคลาง
“ ใช้จ่ายเงินเก่ง

มีนาคม

“ มี เสน่ห์ เป็นที่รักของผู้อื่น
“ ขี้อาย สงบเสงี่ยม ลึกลับ
“ ซื่อตรง เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เห็นอกเห็นใจ รักสันติและความสงบ
“ อ่อนโยน ชอบเอาอกเอาใจคนอื่น
“ ใจเย็น ไว้ใจได้
“ เห็นค่าคนอื่น ใจดี
“ เคร่ง ศีลธรรม แต่ติดนิสัยชอบประเมินคนอื่น
“ เจ้าคิดเจ้าแค้น แถมยังเพ้อฝัน ชอบสร้างจินตนาการ
“ รักการเดินทาง
“ รักการเป็นจุดสนใจ
“ ใจเร็ว ไปนิดถ้าคิดจะลงหลักปักฐานกับใคร
“ ชอบตกแต่งบ้านเอง
“ มีพรสวรรค์ เรื่องดนตรี รักข้าวของแปลกๆ
“ ข้อควรระวังคืออารมณ์หงุดหงิดง่าย

เมษายน
“ กระตือรือร้น ไม่ชอบหยุดนิ่งอยู่กับที่
“ เข้มแข็งเด็ดขาด แต่กลับใจอ่อนอย่างไม่น่าเชื่อกับคำขอโทษ
“ ดึงดูดใจและเป็นที่รักของผู้ คน ใจแข็ง
“ รักการเป็นจุดสนใจ
“ พูดจาฉลาดถนอมน้ำใจทุกฝ่าย
“ ชอบ ปลอบโยน
“ มนุษย์สัมพันธ์ดี ชอบเสนอแนะแก้ปัญหาให้คนอื่น
“ กล้าหาญ ชอบผจญภัย
“ สุภาพเอื้อเฟื้อ แต่เจ้าอารมณ์ ชอบกระตุ้นทั้งตัวเองและคนรอบข้าง และขี้หึงมากเช่นกัน


พฤษภาคม
“ ดื้อดึง ใจแข็ง กล้าแกร่ง
“ ตั้งใจมั่น แรงจูงใจสูง
“ หลักแหลม
“ โกรธง่าย อารมณ์แปรปรวน
“ ชอบการเป็นจุดสนใจ
“ นิ่ง ไม่ค่อยแสดงอารมณ์มากนัก
“ มี จุดยืนของตัวเอง แข็งนอก อ่อนใน
“ มีอิทธิพล แต่ก็มีเสน่ห์
“ ชอบปลอบ โยนผู้อื่น
“ มีระบบระเบียบ เพ้อฝัน ถือโชคลาง
“ มีสัมผัสพิเศษ เข้าอกเข้าใจจินตนาการกว้างไกล
“ รักการเดินทาง ไม่ชอบอยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือน ไม่ชอบหยุดนิ่ง
“ ทำงานหนัก ความรับผิดชอบสูง แต่สุรุ่ยสุร่ายไปหน่อย

มิถุนายน
“ คิดการณ์ไกล หัวก้าวหน้า
“ ใจอ่อนกับคนใจดี
“ สุภาพ พูดจาเบามีความคิดสร้างสรรค์มากมาย
“ อ่อนไหว ชอบคิดค้น เสียตรงที่ขี้ลังเล
“ ไม่รักษาเวลา
“ สนุกสนาน มีอารมณ์ขัน ชอบเรื่องตลก
“ มีทักษะดีในการโต้แย้ง ช่างพูดช่างคุย ชอบฝันกลางวัน
“ เป็น มิตร รู้ว่าจะหาเพื่อนได้อย่างไร
“ อดทน
“ ชอบแสดงออก เสียใจง่าย ชอบแต่งตัว
“ ขี้เบื่อ นานๆ จะแสดงอารมณ์ออกมาซักที ถ้าเสียใจต้องใช้เวลานานในการเยียวยา
“ ชอบการบริหาร
“ หัวรั้น
“ ถือ คติแปลกๆ ว่าใครประจบประแจงคือศัตรู ส่วนเพื่อนแท้ต้องไม่กลัวที่จะขัดใจ




กรกฎาคม
“ อยู่ด้วยแล้วสนุก มีเสน่ห์
“ เก็บความลับได้ แต่ยากที่จะเข้าถึงตัวตนที่แท้จริง
“ เงียบถ้าไม่มีอะไรตื่นเต้น
“ หยิ่ง ทะนงในตัวเอง ช่างเลือก
“ มีความรับผิดชอบ ชอบปลอบโยนคนอื่น
“ ซื่อ ตรง ซื่อสัตย์
“ สนใจความรู้สึกคนรอบข้าง
“ มีไหวพริบ
“ ใจดี ไม่ผูกใจเจ็บใคร
“ ไม่ชอบเรื่องไร้สาระทั้งหลาย
“ มีอิทธิพลต่อคนอื่น ทั้งในด้านร่างกายและจิตใจ
“ อ่อนไหว ไม่ไว้วางใจใครง่ายๆ
“ ห่วงใย ใส่ใจคนอื่น ปฏิบัติต่อคนอื่นอย่างเท่าเทียม เห็นอกเห็นใจ
“ แย่ตรงที่ ชอบตัดสินคนอื่นเพียงเพราะสิ่งที่สังเกตเอาเอง
“ รักการเดินทาง ศิลปะ ดนตรี และวรรณกรรม
“ เรียนดี!
“ ชอบอยู่คนเดียวเงียบๆ ไม่ชอบความวุ่นวาย
“ เสียใจง่ายแถมต้องใช้เวลานานกว่าจะหาย
“ ทุ่มเท ทุกอย่างให้งาน

สิงหาคม
“ ชอบ เรื่องตลก
“ มีเสน่ห์ สุภาพอ่อนโยน
“ ใส่ใจคนอื่น
“ กล้าหาญไม่เคย กลัวอะไรทั้งสิ้น
“ มั่นคงเด็ดเดี่ยว เป็นผู้นำเต็มตัว
“ รู้ว่าต้อง ดูแลปลอบโยนคนอื่นอย่างไร แต่เสียตรงที่เอื้อเฟื้อเกินไป
“ มั่นใจตัวเอง เกินไป
“ เรียกร้องต้องการการยกย่องนับถือมุ่งมั่นแรงกล้าสุดๆ
“ แถม โกรธง่ายเกินเหตุ โดยเฉพาะเมื่อถูกแหย่หรือกระตุ้น
“ ขี้หึง
“ เคร่ง ศีลธรรม
“ หุนหันพลันแล่น
“ ความคิดอิสระไม่ค่อยเหมือนใคร
“ รัก ทั้งการเป็นผู้นำและถูกนำ
“ ช่างฝัน มีพรสวรรค์เรื่องศิลปะดนตรี และกลไกการป้องกันตัว
“ อ่อนไหวเหมือนกันแต่ไม่ค่อยจะอยากยอมรับ ยุ่งเหยิงวุ่นวาย ตลอดเวลา
“ โรแมนติค รักใคร่และห่วงใยคนอื่น
“ ชอบ คบหาเพื่อนฝูงใหม่ๆ


กันยายน
“ สุภาพ อ่อนโยน ประนีประนอม
“ ระวังตัวแจ
“ วางขั้นตอนชีวิตอย่างเป็นแบบแผน
“ ชอบ ตอกย้ำจุดอ่อนคนอื่น
“ ชอบการวิพากษ์วิจารณ์
“ เยือกเย็นและสงบ
“ ใจ ดี เห็นอกเห็นใจคนอื่น
“ รอบรู้เรื่องต่างๆ
“ ซื่อตรง
“ ทำงานเก่ง
“ อ่อน ไหว
“ ช่างคิด
“ ความจำดี สนใจใฝ่รู้
“ ชอบการแสวงหาความรู้ใหม่ๆ
“ มี แรงจูงใจ เข้าอกเข้าใจ
“ เก็บความลับอยู่
“ รักกีฬากิจกรรมยามว่าง และ การเดินทาง
“ ไม่แสดงอารมณ์เสียจนเกือบจะเป็นคนเก็บกด
“ ช่าง เลือกโดยเฉพาะเรื่องแฟน

ตุลาคม
“ รักการพูดคุยเป็นชีวิตจิตใจ
“ รักทุกคนที่รักตัวเอง
“ รักการ เจาะเข้าสู่จุดศูนย์กลางของเรื่องต่างๆ
“ มีเสน่ห์
“ สุภาพนุ่มนวล
“ จิต ใจและรูปร่างสวยงาม
“ ไม่โกหกเสแสร้ง
“ เห็นอกเห็นใจคนอื่น
“ ให้ ความสำคัญกับเพื่อน ชอบคบหาเพื่อนใหม่อยู่เรื่อย
“ เสียใจง่ายก็จริงแต่ ไม่ต้องห่วง แป๊บเดียวก็หายเศร้า
“ ชอบช่วยเหลือคนอื่น
“ ชอบฝันกลาง วัน ความคิดบรรเจิด
“ มีสัมผัสพิเศษ
“ รักการเดินทาง ศิลปะ และวรรณกรรม
“ พูดจานุ่มนวล รักและใส่ใจคนอื่น โรแมนติก ขี้หึง
“ เป็น ห่วงเป็นใย รักความยุติธรรม
“ เชื่อคนง่าย เพราะมองโลกสวยงาม
“ สูญ เสียความเชื่อมั่นง่ายมาก

พฤศจิกายน
“ ความคิดล้านแปดเต็มหัว ยากที่จะเข้าถึง คิดการณ์ล้ำหน้า
“ โดด เด่นหัวไว ใส่ใจและชอบให้คำแนะนำ
“ อยากรู้อยากเห็น
“ รู้จักวิธี ตะล่อมคุ้ยความลับ
“ ชอบคิดอยู่ตลอดเวลา
“ พูดน้อยแต่อัธยาศัยดี
“ กล้า หาญและเอื้อเฟื้อ
“ อดทน หัวรั้น ใจแข็ง ถือคติ ตราบใดที่ยังมีความหวัง ตราบนั้นก็ยังมีหนทางเสมอ
“ มีเป้าหมายในชีวิต ไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ
“ โกรธ ยากมากถ้าไม่ถูกยั่วจนถึงขั้นจริงๆ
“ ชอบอยู่คนเดียว
“ มีแรงจูงใจใน ตัวเอง โดยไม่สนใจการยอมรับนับถือจากคนอื่น
“ มั่นคง เด็ดเดี่ยว
“ รัก ใครรักจริง
“ เจ้าอารมณ์
“ โรแมนติก แต่ไม่ค่อยสนใจสัมพันธ์จริงจังนัก
“ รักบ้าน
“ ทำงานหนัก
“ มีความ สามารถสูง
“ ไว้ใจได้

ธันวาคม
“ ซื่อสัตย์และเอื้อ เฟื้อเผื่อแผ่
“ กระตือรือร้นในการแข่งขัน และปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น
“ ไม่ ค่อยมีความอดทน
“ ทะเยอทะยาน มีอิทธิพลในสังคม
“ รักการเข้าสังคมมาก
“ รัก การได้รับการยอมรับ การเป็นจุดสนใจ
“ รักการที่มีคนอื่นมารักตัวเอง
“ ซื่อ ตรงและไว้ใจได้ ไม่เสแสร้ง แต่อารมณ์เสียง่าย
“ เกลียดการถูกบีบบังคับ
“ รัก เรื่องตลก มีอารมณ์ขัน

♣ ความผูกพัน ♣



วันนี้...เราอาจรู้สึกผูกพันต่อสิ่งหนึ่ง จนคิดว่าเราขาดไม่ได้
...แต่เวลาจะทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไป
... สักวันเราจะรู้ว่า... สิ่งที่เราผูกพันในวันนี้.
..เป็นแค่ส่วนหนึ่งที่ เติมชีวิตเรา ไม่ใช่...ทั้งหมดของชีวิตเรา


วันหนึ่ง...หากเรามีโอกาสได้เจอสิ่งที่ถูกใจสิ่งใหม่
ที่ เราคิดว่าเราพึงใจ...ปรารถนา...ต้องการ...ขาดไม่ได้
เราก็จะเริ่มผูกพัน กับสิ่งใหม่ได้ในเวลาไม่นานนัก..

เมื่อ เวลาหนึ่งผ่านไป จะสอนเราได้เองว่า
...ความผูกพันกับสิ่งใดๆในช่วงเวลา หนึ่ง
จะเป็นความสุขในช่วงเวลานั้น ๆ อย่าได้ไปยึดติด
อย่าได้ไปใช้ ชีวิตทั้งชีวิตลุ่มหลง...
คิดเสียว่า...เราโชคดี...ที่มีโอกาสได้ผูกพัน กับสิ่งที่เรารัก

ความผูกพัน...ก็ เหมือนกับความรัก...
หรืออาจจะเป็นผลพวงที่มาจากความรัก
หากเรารัก ใครคนใดคนหนึ่งมาก
เราก็จะรู้สึกว่าผูกพันมาก
แต่ความผูกพันที่ ว่า... ไม่ได้หมายถึงการหยุดตัวเอง ไว้กับสิ่งนั้นๆ



...เพราะคนเราทุกคนย่อมผูกพันกับหลายๆสิ่ง
เปรียบ เสมือน เรามีแก้วนำอยู่หนึ่งใบ
ในยามเช้า...เราอาจต้องใช้แก้วใบนี้ดื่ม นม
พออากาศร้อนหน่อย...เราอาจต้องการน้ำเย็น ๆ
บางครั้งที่เราไม่ สบาย...เราอาจต้องการน้ำอุ่น

ใจเราก็ เหมือนกับแก้วน้ำ...
ต้องเติมสิ่งต่าง ๆ ในเวลาที่แตกต่างกัน...ตามความเหมาะสม

หากเราเติมน้ำเย็นลงไปในแก้ว น้ำ
แล้วเติมน้ำร้อนลงไปในทันที ในแก้วใบเดียวกัน
เราก็จะพบว่า ...แก้วใบนั้น...ก็จะร้าว...แล้วเริ่มแตก ซึ่งก็เหมือนกับใจเรา...




ความผูกพันต่อสิ่งหนึ่งสิ่งใดในช่วงเวลาหนึ่ง...ไม่ผิด
ถ้า เราค่อยๆปรับใจ...ปรับตัวของเราเอง...ให้กลับคืนใน เวลาที่ควร
เพราะ อย่างน้อยที่สุด...เราก็มีโอกาส...ได้ผูกพัน...
ซึ่งก็เหมือนเรามีโอกาส ...ได้รัก นั่นเอง

ถ้าคุณมีความสุข ที่เห็นเค้าเดินกับคนอื่น ...คือ...ความรัก
ถ้าคุณเศร้า...เหงา...คิด ถึงเค้า...อยากเจอ...อยากพูดคุย ...คือ...ความรัก
ถ้าคุณร้อนรนที่เค้า อยู่กับใครๆที่ไม่ใช่คุณ ...คือ...ความใคร่ เป็นเจ้าของ
ถ้าคุณเมามาย ...เค้าลูบหลังไหล่...ดูแล ...คือ...ความรักที่บริสุทธิ์ใจ
ถ้าคุณเมา มาย...เค้ากอดและสัมผัสร่างกาย ...คือ...ความใคร่จากเค้า
ถ้าคุณเข้าหา ...แต่เค้าหนี... ...คือ...ความใคร่ ที่หมดเยื่อใยแล้ว
ถ้าคุณหนี...แต่ เขาวิ่งตามมา... ...คือ...ความรักที่ยังไม่มีจุดจบ
ถ้าคุณร้องไห้...ให้ กับคนที่ไม่มีเยื่อใยในตัวคุณ
...คุณคือ...คนโง่...และบ้า อย่างน่าอาย

แต่ถ้าคุณพอใจ...จงรัก...และมอบความรักให้กับเค้า แม้มันจะไม่กลับมาหาคุณก็ตาม
จงดีใจที่ได้รักซะวันนี้...ดีกว่าที่จะมา นั่งเสียใจในวันหน้า
จงภูมิใจที่มีความใคร่...เสน่หา เพราะมันจะไม่ย้อนกลับมาหาอีกต่อไป...



เด็กหานาฬิกา




ชาวนาคนหนึ่ง หลังจากไปทำความสะอาดคอกม้า
ออก มาก็พบว่านาฬิกาพกของตนได้หล่นหายไปเสียแล้ว
นาฬิกาพกเรือนนี้มีความหมายต่อเขาอย่างมาก
ด้วย เป็นของขวัญที่แม่ของเขาทิ้งไว้
ให้
เขารีบวิ่งกลับไปที่คอกม้า รื้อหาจนทั่วบริเวณแทบพลิกแผ่นดินหา
แต่ก็หาไม่พบ ?

เขาเดิน ออกมาจากคอกม้าด้วยเหงื่อที่ท่วมตัว
มองไปเห็นมีเด็กกลุ่มหนึ่งกำลัง เล่นกันอยู่แถวนั้น

เขาจึงได้คิดว่าอาจเป็นเพราะตัวเองแก่แล้วหูตา ฝ้าฟาง ทำให้หาไม่เจอ
แต่เด็กๆ หูตายังแหลมคม น่าจาหาเจอก็เป็นได้
เขา จึงเรียกเด็กๆ มาแล้วบอกว่า
" เด็กๆ ถ้าใครหานาฬิกาพกของลุงเจอ ลุงจะให้เงินคนนั้นหนึ่งเหรียญ"

เด็กๆ พากันวิ่งกรูเข้าไปในคอกม้า จนเวลาผ่านไปนานโข
ตอนที่เด็กๆ เดินกลับออกมาจาก คอกม้าทีละคน
ต่างมีสีหน้าผิดหวังที่หานาฬิกาพกไม่เจอ

ขณะที่ชาวหน้ากำลังถอดใจคิดจะเลิกหานั่นเอง
ก็มีเด็ก คนหนึ่งมากระซิบกระซาบบอกกับเขาว่า


" ผมจะลองเข้าไปหาดูอีกครั้งหนึ่ง แต่คราวนี้ขอให้ผมเข้าไปคนเดียวเท่านั้น"

ชาวนา มองตามหลังเด็กชายไปอย่างไม่มั่นใจ
คิดในใจว่า..พวก เราแทบจะพลิกคอกม้าหายังไม่เจอ ?
แล้วลำพังเด็กคนเดียว จาหาเจอได้อย่างไร

. เด็กคนนั้นเข้าไปตั้งนาน ก็ยังไม่กลับออกมา ชาวนาเริ่มสิ้นหวัง
ใน ขณะชาวนาคิดจะเลิกรอและจากไปนั่นเอง
เด็กชายคนนั้นก็เดินออกมาจากคอกม้า

ในมือของเขาถือนาฬิกาพก เรือนหนึ่ง

ชาวนาถามด้วยความแปลกใจว่า " เจ้าหาเจอได้อย่างไร"

เด็ก ชายบอกว่า " พอเข้าไปข้างใน ผมก็ไม่ได้ทำอะไรเลย เพียงแต่นั่งเงียบๆ อยู่ที่พื้น ไม่นานผมก็ได้ยินเสียง ติ๊กตอก ติ๊กตอก จากนั้นผมก็เดินตามเสียงไป แล้วผมก็เจอนาฬิกาเรือนนี้"

ข้อคิดเตือน ใจ ขณะที่เรากำลังยุ่งวุ่นวายอยู่กับชีวิตหรือ หน้าที่การงาน
บางครั้งก็จำเป็นอย่างมากที่จะต้องสงบจิตใจมาคิดตรึกตรอง ดูว่า
สิ่งที่เรากำลังทำอยู่นั้น ถูกต้องและเหมาะสมดีแล้วหรือเปล่า
และ นี่ก็อาจเป็นความหมายที่แท้จริงของคำโบราณที่ว่า
" บนเส้นทางของชีวิต บางครั้งก็ควรตึงเครียด บางครั้งก็ควรผ่อนคลาย"

+++ Hamster +++

+++ Playlist +++


MusicPlaylistRingtones
Create a playlist at MixPod.com

+++ coming soon +++