วันพุธที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2553

Kim Bum : F4 เกาหลี หรือ "Boys over Flowers"

"แด่คนไร้คู่..ผู้มีรักแท้"

【 .. เวลากับความรัก .. 】


ความรัก..ความประทับใจ นี่ช่างเกิดขึ้นได้ง่ายดายจริงๆ
การที่ใครคนนึงจะประทับใจ หรือ เกิดความรู้สึกดีดี กับคนคนนึง
แล้วพัฒนาไปจนถึง ความชอบ ความรัก อาจจะใช้เวลาไม่นานเลยหรือจะเรียกว่าสั้นนิดเดียวก็ได้

แต่...เมื่อเวลาผ่านไป สิ่งที่เราคิด สิ่งที่เราชอบ สิ่งที่เราหวัง
ไม่เป็นไปดังตั้งใจ เรากลับต้องใช้เวลาที่ยาวนาน เพื่อจะลืมมัน
บางทีอาจจะเป็นเดือน เป็นปี หรือบางคนอาจจะถึงชั่วชีวิต

มันทำให้เราต้องมานั่งวิเคราะห์ ว่า ถ้าเรารักใครสักคนแล้วมันทุกข์ และต้องใช้เวลานานมากมายเพื่อจะลบหรือลืมความรู้สึกนั้นจากใจ เราก็ไม่ต้องรักใครเลย จะดีไหม?

ไม่ดี...เพราะความรักทำให้เกิดแรงบันดาลใจหลายๆ อย่าง
ที่จะทำ ให้เราได้ทำอะไรดีดี ขึ้นมา

งั้นจะทำอย่างไรดี..

เราต้องรัก อย่างมีสติ รักแบบเมตตา และยอมรับถ้าสิ่งที่มันเกิดขึ้นไม่เป็นอย่างที่เราหวังไว้ และเราก็คงจะไม่ต้องใช้เวลาตลอดชีวิตหรือเวลานานๆ เพื่อจะลืมมัน

มีแต่เวลาดีดี ที่จะจดจำความรักที่สวยงาม ที่มีอยู่ในใจเราตลอดไป

ตั้งกระทู้ รักษาอาการท้องเสียด้วย ฝรั่ง

ใครที่มีอาการท้องเสียบ่อย ๆ กินยาเท่าไหร่ก็ไม่หายสักที วันนี้เรามีวิธีรักษาอาการท้องเสียด้วยฝรั่งมาบอก..

รักษาอาการท้องเสียด้วยฝรั่ง



นำใบฝรั่งมาล้างน้ำให้สะอาด ประมาณ 10-15 ใบ แล้วโขลกพอแหลก ใส่น้ำ 1 แก้วใหญ่ นำไปต้มใส่เกลือ พอเดือดยกลงนำมาดื่มแทนชา ได้ผลดี

นำผลฝรั่งอ่อน ๆ มาฝานเอาแต่เปลือกกับเนื้อ ใส่เกลือเล็กน้อย แล้วกินรวมกัน หรือจะใช้ต้มดื่มเป็นน้ำฝรั่งก็ได้

นำใบฝรั่งสดที่ไม่อ่อน และไม่แก่เกินไป มาตัดหัวตัดท้าย แล้วนำไปแช่น้ำทิ้งไว้สักครู่ ตักน้ำที่ได้จากการแช่ใบฝรั่ง มาจิบทีละนิด ก็ช่วยรักษาได้เช่นกัน แต่อย่าจิบมากจนเกินไป อาจทำให้ท้องผูกได้




ที่มา :
http://webboard.yenta4.com/topic/372805

วันอังคารที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2553

กำลังใจดีๆ ให้ตัวเอง




" ไม่มีใครเกิดมาไร้ค่า
แม้แต่คนโง่ ที่สุด ยังฉลาดในบางเรื่อง
และคนฉลาดที่สุด
ก็ยังโง่ ในหลายเรื่อง ..

.. ไม่มีอะไรเสียเวลาไปมากกว่า
การคิดที่จะย้อนกลับ ไปแก้ไขอดีต ..

.. ไม่เคยมีอะไรช้าเกินไป
ที่จะทำให สิ่งที่ตนฝัน ..

.. คนที่ไม่เคยหิว
ย่อมไม่ซาบซึ้งรสของความอิ่ม
ความสำเร็จที่ผ่านความล้มเหลว
ย่อมหอมหวานกว่าเดิม ..

.. อันตรายที่สุดของชีวิตคนเราคือ การคาดหวัง
อย่ายอม แพ้ ถ้ายังไม่ได้พยายามอย่างเต็มที่

เหตุผลของคนๆ หนึ่ง อาจไม่ใช่เหตุผลของคน
อีกคนนึง ถ้าคุณไม่ลองก้าว คุณจะไม่มีทางรู้เลยว่า
ทางข้างหน้าเป็นอย่างไร

ปัญหาทุกอย่าง ล้วนอยู่ที่ตัวเราทั้งสิ้น
ยินดีกับสิ่งที่ได้มา และยอมรับกับสิ่งที่เสียไป
หลังพายุผ่านไป ฟ้าย่อมสดใสเสมอ
มีแต่ วันนี้ที่มีค่า ไม่มีวันหน้า วันหลัง ..


.. คนเรา
ไม่ ต้องเก่งไปทุกอย่าง
แต่จงสนุกกับงานทุกชิ้น
ที่ได้ทำ ..



หัวใจ ของการเดินทางไม่ได้อยู่ที่จุดหมาย
หากอยู่ที่ประสบการณ์สองข้างทาง .. มากกว่า

วันศุกร์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2553

เกิดมาไม่ได้จูงมือใครมาด้วย.





คนเราตอนเกิดก็มาแค่คนเดียว ไม่ได้จูงมือใครมาด้วย

แต่ทำไมตอนโต หรือ ตอนมีความรัก

กลับอยากจูงมือกับเขาไปด้วยทุกหนทุกแห่ง


... พอถึงวันที่เขาจะจากเราไป

ทำไมเราถึงทนไม่ได้ ทำไมเราต้องทุกข์ใจมากขนาดนี้

จะมีใครให้คำตอบได้ไหม?


การที่เรารักใครสักคน เวลารักมันก็ง่าย

แต่เวลาจะเลิกรักนี่สิยากมาก


นี่คงเป็นคำถามที่ไม่มีใครตอบได้ นอกจากตัวเราเอง

ถ้าเราเลือกที่จะอยู่... แล้วเจ็บ

นั่นก็ถือว่า... เป็นความสมัครใจของเรา


แต่ทำไมเราเลือกที่จะเจ็บ

ทำไมเราไม่เลือกที่จะทำใจ

แล้วยอมหันหลังเดินจากไปอย่างช้าๆ

ค่อยๆ ให้ความเจ็บปวดมันหมดไป

พร้อมกับระยะทางที่เราเดิน

อนาคตข้างหน้ายังมีอีกไกล

ชีวิตเราต้องเดินต่อไป... โลกนี้ไม่ได้มีเราเพียงคนเดียว

ลองหันหลังกลับไปมองคนรอบๆ ข้างคุณสิว่ามีมากมายขนาดไหน

จำไว้แค่ว่า "ตอนเกิดมาเราไม่ได้จูงมือใครมาด้วย"

วันพุธที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2553

ความสุขที่ถูกมองข้าม




คุณ เป็นคนหนึ่งหรือไม่ที่เชื่อว่า ยิ่งมีเงินทองมากเท่าไร ก็ยิ่งมีความสุขมากเท่านั้น ความเชื่อดังกล่าวดูเผินๆ ก็น่าจะถูกต้องโดยไม่ต้องเสียเวลาพิสูจน์ แต่ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ประเทศไทยน่าจะมีคนป่วยด้วยโรคจิตน้อยลง มิใช่เพิ่มมากขึ้น ทั้งๆ ที่รายได้ของคนไทยสูงขึ้นทุกปี

ในทำนองเดียวกันผู้จัดการก็ น่าจะมีความสุขมากกว่าพนักงานระดับล่างๆ เนื่องจากมีเงินเดือนมากกว่า แต่ความจริงก็ไม่เป็นเช่นนั้นเสมอไป ไม่นานมานี้มหาเศรษฐีคนหนึ่งของไทยได้ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ว่า เขารู้สึกเบื่อหน่ายกับชีวิต เขาพูดถึงตัวเองว่า “ชีวิต (ของผม) เริ่มหมดค่าทางธุรกิจ” ลึกลงไปกว่านั้นเขายังรู้สึกว่าตัวเองไม่มีความหมาย เขาเคยพูดว่า “ผมจะมีความหมายอะไร ก็เป็นแค่....มหาเศรษฐีหมื่นล้านคนหนึ่ง”

เมื่อ เงินหมื่นล้านไม่ทำให้มีความสุข เขาจึงอยู่เฉยไม่ได้ ในที่สุดวิ่งเต้นจนได้เป็นรัฐมนตรี ขณะที่เศรษฐีหมื่นล้านคนอื่นๆ ยังคงมุ่งหน้าหาเงินต่อไปด้วยความหวังว่าถ้าเป็นเศรษฐีแสนล้านจะมีความ สุขมากกว่านี้ คำถามก็คือ เขาจะมีความสุขเพิ่มขึ้นจริงหรือ ?

คำ ถามข้างต้นคงมีประโยชน์ไม่มากนักสำหรับคนทั่วไป เพราะชาตินี้คงไม่มีวาสนาแม้แต่จะเป็นเศรษฐีร้อยล้านด้วยซ้ำ แต่อย่างน้อยก็คงตอบคำถามที่อยู่ในใจของคนจำนวนไม่น้อยได้บ้างว่า ทำไมอัครมหาเศรษฐีทั้งหลาย รวมทั้งบิล เกตส์ จึงไม่หยุดหาเงินเสียที ทั้งๆ ที่มีสมบัติมหาศาล ขนาดนั่งกินนอนกินไป ๗ ชาติก็ยังไม่หมด

แต่ถ้า เราอยากจะค้นพบคำตอบให้มากกว่านี้ ก็น่าจะย้อนถามตัวเองด้วยว่า ทำไมถึงไม่หยุดซื้อแผ่นซีดีเสียทีทั้งๆ ที่มีอยู่แล้วนับหมื่นแผ่น ทำไมถึงไม่หยุดซื้อเสื้อผ้าเสียทีทั้งๆ ที่มีอยู่แล้วเกือบพันตัว ทำไมถึงไม่หยุดซื้อรองเท้าเสียทีทั้งๆ ที่มีอยู่แล้วนับร้อยคู่ แผ่นซีดีที่มีอยู่มากมายนั้น บางคนฟังทั้งชาติก็ยังไม่หมด ในทำนองเดียวกัน เสื้อผ้า หรือรองเท้าที่มีอยู่มากมายนั้น บางคนก็เอามาใส่ไม่ครบทุกตัวหรือทุกคู่ด้วยซ้ำ มีหลายตัวหลายคู่ที่ซื้อมาโดยไม่ได้ใช้เลย แต่ทำไมเราถึงยังอยากจะได้อีกไม่หยุดหย่อน

ใช่หรือไม่ว่าสิ่งที่เรามีอยู่แล้วในมือนั้นไม่ทำให้เรามีความสุขได้มากกว่าสิ่งที่ได้มาใหม่

มี เสื้อผ้าอยู่แล้วนับร้อยก็ไม่ทำให้จิตใจเบ่งบานได้เท่ากับเสื้อ ๑ ตัวที่ได้มาใหม่ มีซีดีอยู่แล้วนับพันก็ไม่ทำให้รู้สึกตื่นเต้นได้เท่ากับซีดี ๑ แผ่นที่ได้มาใหม่ ในทำนองเดียวกันมีเงินนับร้อยล้านในธนาคารก็ไม่ทำให้รู้สึกปลาบปลื้มใจเท่า กับเมื่อได้มาใหม่อีก ๑ ล้าน

พูด อีกอย่างก็คือ คนเรานั้นมักมีความสุขจากการได้ มากกว่าความสุขจากการมี มีเท่าไรก็ยัง อยากจะได้มาใหม่ เพราะเรามักคิดว่าของใหม่จะให้ความสุขแก่เราได้มากกว่าสิ่งที่มีอยู่เดิม บ่อยครั้ง ของที่ได้มาใหม่นั้นก็เหมือนกับของเดิมไม่ผิดเพี้ยน แต่เพียงเพราะว่ามันเป็นของใหม่ ก็ทำให้เราดีใจแล้วที่ได้มา

จะ ว่าไปนี่อาจเป็นสัญชาตญาณที่มีอยู่กับสัตว์หลายชนิดไม่เฉพาะแต่มนุษย์เท่า นั้น ถ้าโยนน่องไก่ให้หมา หมาก็จะวิ่งไปคาบ แต่ถ้าโยนน่องไก่ชิ้นใหม่ไปให้มันจะรีบคายของเก่าและคาบชิ้นใหม่แทน ทั้งๆ ที่ทั้งสองชิ้นก็มีขนาดเท่ากัน ไม่ว่าหมาตัวไหนก็ตาม ของเก่าที่มีอยู่ในปากไม่น่าสนใจเท่ากับของใหม่ที่ได้มา

ถ้าหากว่า ของใหม่ให้ความสุขได้มากกว่าของเก่าจริง เรื่องก็น่าจะจบลงด้วยดี แต่ปัญหาก็คือของใหม่นั้นไม่นานก็กลายเป็นของเก่าและความสุขที่ได้มานั้นใน ที่สุดก็จางหายไป ผลก็คือกลับมารู้สึก “เฉยๆ” เหมือนเดิม และดังนั้นจึงต้องไล่ล่าหาของใหม่มาอีก เพื่อหวังจะให้มีความสุขมากกว่าเดิม แต่แล้วก็วกกลับมาสู่จุดเดิม

เป็น เช่นนี้ไม่รู้จบ น่าคิดว่าชีวิตเช่นนี้จะมีความสุขจริงหรือ ? เพราะไล่ล่าแต่ละครั้งก็ต้องเหนื่อย ไหนจะต้องขวนขวายหาเงินหาทอง ไหนจะต้องแข่งกับผู้อื่นเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ต้องการ ครั้นได้มาแล้วก็ต้องรักษาเอาไว้ให้ได้ ไม่ให้ใครมาแย่งไป แถมยังต้องเปลืองสมองหาเรื่องใช้มันเพื่อให้รู้สึกคุ้มค่า ยิ่งมีมากชิ้นก็ยิ่งต้องเสียเวลาในการเลือกว่าจะใช้อันไหนก่อน

ทำนองเดียวกับคนที่มีเงินมากๆ ก็ต้องยุ่งยากกับการตัดสินใจว่าจะไปเที่ยวลอนดอน นิวยอร์ค เวกัส โตเกียว มาเก๊า หรือซิดนีย์ ดี

ถ้า เราเพียงแต่รู้จักแสวงหาความสุขจากสิ่งที่มีอยู่แล้ว ชีวิตจะยุ่งยากน้อยลงและโปร่งเบามากขึ้น อันที่จริงความพอใจในสิ่งที่เรามีนั้นไม่ใช่เรื่องยาก แต่ ที่เป็นปัญหาก็เพราะเราชอบมองออกไปนอกตัว และเอาสิ่งใหม่มาเทียบกับของที่เรามีอยู่ หาไม่ก็เอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น เมื่อเห็นเขามีของใหม่ ก็อยากมีบ้าง

คงไม่มีอะไรที่จะทำให้เราทุกข์ได้บ่อย ครั้งเท่ากับการชอบเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น การเปรียบเทียบจึงเป็นหนทางลัดไปสู่ความทุกข์ที่ใครๆ ก็นิยมใช้กัน นิสัยชอบเปรียบเทียบกับคนอื่นทำให้เราไม่เคยมีความพอใจในสิ่งที่ตนมีเสียที แม้มีแฟนที่ดีก็ยังไม่พอใจเพราะรู้สึกว่าแฟนของคนอื่นสวยกว่า หล่อกว่า หรือเอาใจเก่งกว่า แม้มีลูกที่น่ารักก็ยังไม่พอใจเพราะรู้สึกว่าสู้ลูกของคนอื่นไม่ได้ แม้จะมีหน้าตาดี้ ก็ยังรู้สึกว่าตัวเองไม่สวย เพราะไปเปรียบเทียบตัวเองกับดาราหรือพรีเซนเตอร์ในหนังโฆษณา

การ มองแบบนี้ทำให้ “ขาดทุน” สองสถาน คือนอกจากจะไม่มีความสุขกับสิ่งที่มีอยู่แล้ว ยังเป็นทุกข์เพราะไม่ได้สิ่งที่อยาก พูดอีกอย่างคือไม่มีความสุขกับปัจจุบัน แถมยังเป็นทุกข์เพราะอนาคตที่พึงปรารถนายังมาไม่ถึง

ไม่ มีอะไรที่เป็นอุทธาหรณ์สอนใจได้ดีเท่ากับนิทานอีสปเรื่องหมาคาบเนื้อ คงจำได้ว่า มีหมาตัวหนึ่งได้เนื้อชิ้นใหญ่มา ขณะที่กำลังเดินข้ามสะพาน มันมองลงมาที่ลำธาร เห็นเงาของหมาตัวหนึ่ง (ซึ่งก็คือตัวมันเอง) กำลังคาบเนื้อชิ้นใหญ่ เนื้อชิ้นนั้นดูใหญ่กว่าชิ้นที่มันกำลังคาบเสียอีก ด้วยความโลภ (และหลง) มันจึงคายเนื้อที่คาบอยู่ เพื่อจะไปคาบชิ้นเนื้อที่เห็นในน้ำ ผลก็คือเมื่อเนื้อตกน้ำ ชิ้นเนื้อในน้ำก็หายไป มันจึงสูญทั้งเนื้อที่คาบอยู่และเนื้อที่เห็นในน้ำ

บ่อ เกิดแห่งความสุขมีอยู่กับเราทุกคนในขณะนี้อยู่แล้ว เพียงแต่เรามองข้ามไปหรือไม่รู้จักใช้เท่านั้น เมื่อใดที่เรามีความทุกข์แทนที่จะมองหาสิ่งนอกตัว ลองพิจารณาสิ่งที่เรามีอยู่และเป็นอยู่ ไม่ว่ามิตรภาพ ครอบครัว สุขภาพ ทรัพย์สิน รวมทั้งจิตใจของเรา ล้วนสามารถบันดาลความสุขให้แก่เราได้ทั้งนั้น ขอเพียงแต่เรารู้จักชื่นชม รู้จักมอง และจัดการอย่างถูกต้องเท่านั้น แทนที่จะแสวงหาแต่ความสุขจากการได้ ลองหันมาแสวงหาความสุขจากการมี หรือจากสิ่งที่มี ขั้นต่อไปคือการแสวงหาความสุขจากการให้ กล่าวคือ ยิ่งให้ความสุข ก็ยิ่งได้รับความสุข สุขเพราะเห็นน้ำตาของผู้อื่นเปลี่ยนเป็นรอยยิ้ม และสุขเพราะภาคภูมิใจที่ได้ทำความดีและทำให้ชีวิตมีความหมาย จากจุดนั้นแหละก็ไม่ยากที่เราจะค้นพบความสุขจากการไม่มี

นั่น คือสุขจากการปล่อยวาง ไม่ยึดถือในสิ่งที่มี และเพราะเหตุนั้นแม้ไม่มีหรือสูญเสียไป ก็ยังเป็นสุขอยู่ได้ เกิดมาทั้งที น่าจะมีโอกาสได้สัมผัสกับความสุขจากการให้และการไม่มี เพราะนั่นคือสุขที่สงบเย็นและยั่งยืนอย่างแท้จริง

วันอังคารที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2553

๏~* Maldives ~ The Dream Paradise *~๏

เวลาเจ้านายดุ..ให้ทำหน้าแบบนี้นะ‏!!














ปรับมุมคิด.... ชีวิตเป็นสุข



นัก จิตวิทยาเชื่อว่าความคิดเป็นตัวการที่สำคัญที่ทำให้คนเราเกิดความเครียดซึ่ง เป็นปฏิกิริยาทางธรรมชาติของร่างกายในการตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นหากคุณคิดว่า

ปัญหา ที่เกิดขึ้นไม่ร้ายแรงอยู่ในวิสัยที่สามารถแก้ไขได้หรือมีบุคคลอื่นที่พร้อม จะให้ความช่วยเหลือคุณก็จะมีความเครียดระดับน้อยความเครียดน้อยๆนี่เองที่จะ ช่วยเพิ่มรสชาติและความตื่นเต้นให้ชีวิตเป็นแรงผลักดันให้คุณทำงานได้สำเร็จ ลุล่วงไปได้อย่างมหัศจรรย์บ่อยครั้งที่ความคิดสร้างสรรค์มักจะเกิดขึ้นเมื่อ คุณอยู่ในภาวะกดดันหรือสถานการณ์จำเป็นในทางตรงกันข้ามความเครียดที่มากหรือ บ่อยเกินไปส่งผลกระทบต่อความเปลี่ยนแปลงของร่างกายและจิตใจอย่างมากโรคเดิม ที่มีอยู่แล้วก็กำเริบมากขึ้นไปอีก

หาก คุณเป็นคนหนึ่งที่รู้สึกว่าความคิดของตนเองมักก่อให้เกิดความเครียดอยู่ บ่อยๆควรฝึกปรับเปลี่ยนความคิดเสียใหม่วิธีคิดทั้งห้าแบบนี้แหละที่จะช่วย คุณได้ลองฝึกปฏิบัติให้เป็นนิสัยเพื่อชีวิตจะได้เป็นสุขกว่าเดิม

1. คิดยืดหยุ่น การจ้องจับผิดเข้มงวดหรือคอยตัดสินผิดถูกอยู่ตลอดเวลาจะทำให้เครียดมากขึ้น เมื่อมีข้อผิดพลาดสิ่งที่ทุกคนอยากได้รับก็คือการให้โอกาสแก้ไขปรับปรุงดัง นั้นเมื่อเกิดความผิดพลาดเราควรนึกความดีของเขามีเมตตาให้อภัยปลอบใจให้ โอกาสชี้แจงพยายามพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสในทางตรงกันข้ามการกล่าวโทษโมโห โกรธาไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลยโดยเฉพาะถ้าผลที่เกิดตามมาไม่ได้เสียหาย ร้ายแรงอะไรหนักหนาก็ไม่ต้องถือโทษโกรธเคืองและลืมเสียบ้างจะทำให้โล่งใจและ ไม่เครียดอีกด้วยนะ

2. ไม่หมกมุ่น อย่า มัวแต่หมกมุ่นอยู่กับปัญหาของตัวเองเท่านั้นเปิดใจให้กว้างรับรู้ชีวิตความ เป็นไปของคนใกล้ชิดและผู้คนในสังคมรอบๆตัวบ้างหรืออาจมีวิธีรวบรวมข้อได้ เปรียบของคุณเช่นคุณมีครอบครัวเพื่อนฝูงคนรอบข้างที่รักและเข้าใจคุณสิ่งแวด ล้อมรอบๆตัวสถานที่อยู่อาศัยดีอาหารการกินไม่ขัดสนคุณจะรู้สึกว่าคุณเป็นคน โชคดีคนหนึ่งยังมีคนอีกมากมายที่รอบๆตัวคุณที่ยังขาดแคลนด้อยโอกาสหรือมี ความเครียดมากกว่าคุณหลายเท่าบางทีคุณจะพบว่าปัญหาของคุณเล็กน้อยมากเมื่อ เทียบกับปัญหาของคนอื่นคุณก็จะสบายใจขึ้น

3. มองมุมกลับ เมื่อ มีปัญหาทำให้เครียดลองพยายามคิดหลายๆด้านหลายๆมุมเช่นลองคิดดูว่าถ้าเพื่อน คุณเจอปัญหาแบบเดียวกับคุณเขาจะคิดอย่างไรถ้าเป็นเจ้านายของคุณเจอปัญหาแบบ เดียวกันเขาจะแก้อย่างไรหรือพยายามมองมุมกลับโดยมองผลดีของการเกิดปัญหาแทน การคิดถึงแต่ผลเสียของปัญหาการมองกลับมุมอย่างนี้อาจทำให้คุณสบายใจมากขึ้น ก็ได้

4. รับด้านดี ถ้า คุณชอบคิดแต่เรื่องร้ายๆทำให้จิตใจไม่สงบสุขลองเปลี่ยนมารับเรื่องดีๆเข้ามา ในชีวิตนึกถึงความสำเร็จที่ผ่านมาหรือย้อนเวลาหาอดีตที่คุณมีความสุขเป็นการ ให้กำลังใจตนเองเมื่อรับแต่เรื่องดีๆจิตใจก็จะมีความสุขผ่อนคลายความเครียด ลงได้มาก

5. มีเหตุผล หาก คุณเป็นคนเชื่ออะไรง่ายๆแล้วนำมาคิดวิตกกังวลล่วงหน้าทำให้ไม่สบายใจโดยใช่ เหตุลองเปลี่ยนเป็นคนที่คิดอะไรอย่างมีเหตุผลเมื่อรับรู้อะไรมาพยายามตรวจ สอบหาข้อเท็จจริงหาพยานหลักฐานให้ชัดเจนเสียก่อนแล้วคิดไตร่ตรองด้วยเหตุผล ถึงปักใจเชื่อนอกจากไม่ถูกคนอื่นหลอกง่ายๆแล้วยังลดความเครียดจากความวิตก กังวลหวาดกลัวไม่สบายใจลงได้อีก

นอก จากการปรับเปลี่ยนวิธีคิดทั้ง 5 แบบแล้วการเล่าระบายก็จะช่วยลดความเครียดของคุณลงได้มากไม่มีประโยชน์อะไร ที่จะเก็บความเครียดนั้นไว้คนเดียวระบายออกมาบ้างเหมือนลูกโป่งที่อัดแก๊ส เข้าไปเรื่อยๆสักวันลูกโป่งก็จะแตกการพูดระบายช่วยให้คุณได้พิจารณาปัญหา ทบทวนและทำความเข้าใจกับปัญหาได้ดียิ่งขึ้นอาจได้คำตอบหรือแนวทางที่เป็น ประโยชน์ในการนำมาแก้ไขปัญหานั้นได้แต่ควรระมัดระวังการเล่าระบาย เปรียบเสมือนดาบสองคมถ้าผู้ฟังรักและเข้าใจเราก็โชคดีไปแต่ถ้าเขาไม่จริงใจ อาจจะทำให้คุณเดือดร้อนได้

+++ Hamster +++

+++ Playlist +++


MusicPlaylistRingtones
Create a playlist at MixPod.com

+++ coming soon +++